ฮูหยินของข้า (Romantic Publishing)

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 14(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,298 ครั้ง
    16 ก.ย. 62

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวันที่คนพรรคโลหิตอัคคีนัดว่าจะมารับตัวพวกนางไป เฟิงชิงถิงจึงทำการฝังเข็มและนวดมือของเหล่าสตรีนักปักผ้าเรียงคนอีกทั้งยังกำชับเรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเพื่อถนอมมือของพวกนางให้สามารถใช้ปักผ้าได้นานๆ ด้วย ขาดก็แต่ซินฝูที่ไม่อยู่ในเรือนปักผ้าเพราะยามนี้ลูกสาวของนางมาเยี่ยม

ท่านป้าบอกว่าหากถึงลำดับของเขาให้ข้าไปตามเจ้าค่ะ ข้าจะไปตามเดี๋ยวนี้ชุ่ยเอ๋อร์บอก

เช่นนั้นข้าไปเองเฟิงชิงถิงบอกก่อนจะเดินไปอีกห้อง

สือซานเหลียงที่นั่งเหม่ออยู่เห็นเฟิงชิงถิงลุกไปอีกห้องเขาก็เดินตาม

เมื่อไปถึงหน้าห้องเล็กอีกห้องหนึ่งเฟิงชิงถิงกำลังจะเคาะประตูก็ได้ยินเสียงประหลาดบางอย่าง ดังจ๊วบและจั๊บๆ เบาๆ มือที่คิดจะเคาะประตูก็ชะงักก่อนจะล่าถอยออกมา

ลูกสาวของซินฝู นามว่าหูเม่ย ยามนี้มาเยี่ยมซินฝูพร้อมกับพาลูกอายุหกเดือนมาด้วย เสียงที่ดังจั๊บๆ เมื่อครู่คาดว่าคงเป็นเสียงที่หูเม่ยกำลังให้นมลูก เฟิงชิงถิงคิดว่านางไม่ควรเสียมารยาทเข้าไปตอนนี้

เฟิงชิงถิงรู้เรื่องมารยาท แต่สือซานเหลียงไม่!

หลังจากที่ได้ยินเสียงแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นเสียงอะไร เมื่อเห็นว่าประตูไม่ถูกเปิดออกเสียที ร่างใหญ่ที่อยู่ด้านหลังร่างเล็กก็ก้าวขึ้นไปด้านหน้ากระแทกประตูเปิดออกอย่างรุนแรง

ว้าย!”

เป็นดั่งที่เฟิงชิงถิงคิด บุตรสาวของซินฝูกำลังให้นมลูกของนางอยู่จริงๆ สตรีนางนั้นนั่งอยู่ที่เก้าอี้ เปิดสาบเสื้อให้อ้าออกข้างหนึ่งเผยให้เห็นเนื้อนวลเนียนสีขาวอมชมพูที่กำลังคัดเต่ง และยามนี้มือเล็กๆ สองมือกำลังเกาะอยู่ที่ก้อนเนื้อนวลเนียนนั้น ปากก็ดูดเอาของเหลวด้านในจนเกิดเสียงดังจ๊วบๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย

เด็กน้อยยังคงดูดนมมารดาไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่มารดาของเด็กน้อยกลับหวีดร้อง ด้วยความอับอายและตกใจ ดวงหน้าของนางแดงเรื่อขึ้นมาทันที

ขออภัย!” เฟิงชิงถิงรีบขอโทษก่อนจะจับบานประตูเพื่อปิดมันลงอีกครั้ง

แต่สือซานเหลียงกลับไม่ยอม เขาดันบานประตูข้างหนึ่งเอาไว้ไม่ให้เฟิงชิงถิงปิด ดวงตาจ้องไปที่เด็กทารกที่กำลังดื่มกินนมจากเต้าอย่างเอร็ดอร่อยยิ่งเห็นว่าหยาดน้ำสีขาวขุ่นไหลย้อยออกจากปากเล็กสายตาของสือซานเหลียงก็ยิ่งจ้องเขม็ง เฟิงชิงถิงต้องรวบรวมแรงเต็มกำลังจึงจะปิดประตูลงได้ แต่เดาว่าคงเป็นเพราะสือซานเหลียงยอมปล่อยบานประตูนั่นเอง

อาเหลียงท่านทำสิ่งใด รู้หรือไม่ว่าการกระทำเมื่อครู่นี้เสียมารยาทมากเพียงใดเฟิงชิงถิงต่อว่าเขาด้วยความโมโห

แต่สือซานเหลียงนั้นก็ดูเหมือนจะโมโหเช่นกัน เขาหันไปมองบานประตูที่ปิดลงก่อนจะมองมาที่นางด้วยสายตาที่เรียกได้ว่าโยนความผิดให้นางเต็มๆ

ท่านมองข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรหลังจากนางถาม สายตาสือซานเหลียงที่มองใบหน้าของนางก็เลื่อนต่ำลงไป และหยุดนิ่งอยู่บนร่างของนาง ส่วนที่เขาหยุดมองอยู่นานนั้นคือส่วนที่นูนออกมาจากหน้าอก

เฟิงชิงถิงถอยหลังกอดอกปกป้องไม่ให้เขามองส่วนนั้นของนางทันที ท่านหมายความว่าอะไร

หมั่นโถว

นางรู้ว่าเขาเรียกหน้าอกนางว่าหมั่นโถวเช่นเดียวกับที่เขาเรียกนาง แต่เขาต้องการอะไร แล้วแววตาไม่พอใจนั่นคืออะไร!?

หมั่นโถวเขาชี้ไปที่ประตูที่เมื่อครู่เปิดกว้าง สายตานั้นยังคงมองหาเรื่องนางไม่เลิก

เสียงหวีดร้องของหูเม่ยเมื่อครู่นี้ทำให้เหล่านักปักผ้าในห้องข้างๆ ต่างรีบออกมาดู แต่เมื่อเห็นว่ายามนี้อาเหลียงกำลังทะเลาะกับแม่หนูเลี่ยง ทุกคนก็ต่างแอบมองอยู่เงียบๆ เพราะไม่เข้าใจว่าพวกเขาทะเลาะเรื่องใดกัน

หมั่นโถวของข้าสือซานเหลียงเริ่มคำรามอย่างไม่พอใจ มือใหญ่ชี้ไปที่หน้าอกของเฟิงชิงถิง

นี่เป็นของข้าไม่ใช่ของท่าน

หมั่นโถวกินได้!” เขาบอกพร้อมกับใบหน้าที่เดือดดาลมากกว่าเก่า

นี่คงเป็นคำที่ยาวที่สุดเท่าที่เขาคุยกับนาง แต่มันเป็นคำที่นางไม่อยากให้ออกจากปากของคนผู้นี้มากที่สุด

มันกินไม่ได้เฟิงชิงถิงหน้าแดงก่ำกอดอกตนเองแน่นกว่าเก่าเช่นกัน

หมั่นโถวกินได้ หมั่นโถว!” เขาเถียงด้วยใบหน้าแดงก่ำ พร้อมกับชี้ไปในห้องที่ปิดอยู่

เฟิงชิงถิงคิดจะอ้าปากเถียง แล้วนางก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อครู่ที่เขาเปิดประตูเข้าไปเพราะอาจจะสงสัย แต่ที่เขารั้งประตูและมองภาพแม่ให้นมลูกอยู่นานนั้นเพราะว่าเขาเห็นว่าสิ่งที่เขาเข้าใจว่าเป็นหมั่นโถวนั้น แท้จริงแล้วมันกินได้!

เห็นนางไม่ตอบสือซานเหลียงจึงเอ่ยต่อ กินหมั่นโถว

มันกินไม่ได้ฟิงชิงถิงตอบเสียงอ่อนนางอยากจะร่ำไห้

จะกินหมั่วโถวสือซานเหลียงยื่นคำขาด มองสิ่งที่นางกอดปกป้องด้วยแววตาจริงจัง

เหล่าสตรีที่แอบมองต่างกลั้นหัวเราะไปตามๆ กัน แต่สุดท้ายก็มีคนหนึ่งกลั้นเอาไว้ไม่ไหว นางหัวเราะพรืดเสียงดังออกมาทำให้คนอื่นๆ ระเบิดหัวเราะออกมาตามๆ กัน

เฟิงชิงถิงเห็นว่ามีพยานในความอับอายของนางมากมาย ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าวจนแทบไหม้ กอดอกไม่ยอมปล่อยตะโกนบอกเขาอีกครั้งว่า มันกินไม่ได้!แล้ววิ่งหนีไป

คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจสุดขีด ขณะที่ร่างใหญ่เคลื่อนตามร่างบางที่วิ่งหายออกไป สตรีนางหนึ่งก็เดินมาประกบข้างของเขาอย่างไม่กลัวตาย

อาเหลียง เห็นแก่เจ้าที่เอาแต่มองแม่หนูเลี่ยงตลอด อีกทั้งยังรักนางไม่เสื่อมคลาย ข้าจะบอกเคล็ดลับอะไรให้ หากอยากกินหมั่นโถวของนาง ต้องเลิกเรียกนางว่าหมั่นโถว แล้วเรียกนางว่าฮูหยินแทน เข้าใจหรือไม่

หมั่นโถวสือซานเหลียงเอ่ยอย่างเหม่อลอย

ดวงตาที่เหม่อลอยเมื่อครู่ก้มลงจ้องสตรีสูงอายุนางนั้นนิ่ง สตรีนางนั้นเห็นเขาจ้องก็ยิ้มให้แล้วเอ่ยซ้ำอีกครั้ง อยากกินหมั่นโถวของนางต้องเรียกนางว่าฮูหยิน จำเอาไว้ ฮูหยิน

ฮูหยิน...เขาเอ่ยคล้ายกับคนถูกสะกดจิต

ถูกต้อง จะกินหมั่นโถวต้องให้นางเป็นฮูหยิน

ฮูหยิน ฮูหยิน หมั่นโถวสือซานเหลียงเอ่ยสองคำนี้สลับกันไปมาก่อนจะเดินตามทางที่เฟิงชิงถิงเพิ่งจะวิ่งออกไป

ดูเหมือนสือซานเหลียงจะถูกปลูกฝังในเรื่องที่ไม่ถูกต้องไปเสียแล้ว หรือว่ามันคือเรื่องที่สมควรแล้วกันแน่?

เฟิงชิงถิงแทบจะเป็นบ้า เมื่อนางถูกสือซานเหลียงกวนใจเรื่องหมั่นโถวทั้งวัน เขาเอาแต่เดินตามนางเอ่ยถึงหมั่นโถวไม่เลิก บางครั้งก็เรียกนางว่าฮูหยิน เขาไม่สนใจว่าตอนที่เขาพูดนั้นมีคนนอกอยู่ด้วยหรือไม่ ยามที่นางกลับไปฝังเข็มให้ซินฝู นางต้องขอโทษซินฝูและลูกสาวของซินฝูอยู่หลายครั้ง แต่ถึงกระนั้นสือซานเหลียงก็ยังตามมาบอกว่าจะกินหมั่นโถวไม่เลิก เขาไม่อายแต่นางอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี อีกทั้งสายตาที่เขามองนางนั้นเหมือนต้องการจะเอาผิดที่นางโกหก นางไม่ได้โกหกแต่เขาไม่เข้าใจเองต่างหาก

ทั้งที่ยามนี้เขาเองก็ไม่หิวเสียหน่อยเหตุใดจึงคิดแต่จะกินหมั่นโถวของนางท่าเดียว!

คืนต่อมาซึ่งเป็นคืนที่คนพรรคโลหิตอัคคีนัดหมายว่าจะมารับ หลังจากเก็บของต่างๆ เข้าในห่อผ้า เฟิงชิงถิงก็กลับมานั่งรอเวลาอยู่ที่เตียง อีกสองเค่อจะถึงเวลาที่คนพรรคโลหิตอัคคีนัดนางไว้ ยามนี้ถือว่าค่ำมากแล้ว เพื่อไม่ให้ผิดวิสัยนางจึงดับตะเกียงแล้วนั่งเงียบๆ อยู่ในความมืด

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า พร้อมกับความคิดของเฟิงชิงถิงที่ลอยไปไกล นางนั่งเหม่อมองร่างใหญ่ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้องก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

อีกไม่นานท่านก็จะได้เจอคนพรรคของท่านแล้ว ท่านดีใจหรือไม่

ทั้งที่รู้ว่านางคงไม่ได้คำตอบแต่นางก็ยังคงเอ่ยถามกับเขา แล้วตัวนางเองเล่าดีใจหรือไม่ที่อีกไม่นานจะต้องแยกจากเขาแล้ว ในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

ยังไม่ทันที่นางจะได้คำตอบจากตนเอง หญิงสาวก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินหน้าห้อง เวลากลางคืนเงียบกว่าเวลากลางวัน จึงทำให้นางได้ยินเสียงฝีเท้านั้นได้ชัดเจน

ขณะที่นางคิดว่าคนพรรคโลหิตอัคคีอาจจะมาเร็วกว่าเวลานัด พวกเขาจึงมารับนางถึงห้อง นางก็เห็นเงาดำสองสายที่พาดอยู่ที่หน้าต่าง เงานั้นแม้จะไม่ชัดเจนแต่เฟิงชิงถิงก็เดาได้ว่าเป็นเงาของบุรุษทั้งสองคน เงามือข้างหนึ่งของคนทั้งสองถือบางสิ่งบางอย่างอยู่ สิ่งที่พวกเขาถืออยู่นั่นคือดาบเล่มใหญ่ สัญชาตญาณบอกกับนางว่าให้ระวังตัว

เฟิงชิงถิงควานมือในห่อผ้าหยิบขวดกระเบื้องออกมาใบหนึ่งแล้วย่องไปอยู่ที่ข้างหน้าต่างที่คนลึกลับด้านนอกทั้งสองยืนอยู่

จะดีหรือที่เรามาก่อนเวลานัดรวมพลชาวยุทธ์ชายหนึ่งในสองกระซิบ

ย่อมดีอยู่แล้ว คิดดูสิว่าหากเรากำจัดสือซานเหลียงได้ ทุกคนในยุทธภพก็จะยกย่องนับถือเรา ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะยกตำแหน่งเจ้ายุทธภพให้เราเลยก็ได้ชายอีกคนกระซิบบอก

เจ้าสืบมาแล้วว่าเขาอยู่ในห้องนี้จริงหรือ

จริง อีกทั้งยังบาดเจ็บอยู่ด้วย เป็นโอกาสของเราที่จะกำจัดเขาได้ง่ายดายขึ้น ส่วนเรื่องเขาบาดเจ็บมีคนรู้ไม่มาก ใช้โอกาสนี้หลอกผู้อื่นว่าเรากำจัดเขาอย่างยากเย็นสร้างชื่อเสียงให้ตนเองได้อีกไม่น้อย

เช่นนั้นก็ตามนั้นเสียงนั้นบ่งบอกว่าตัดสินใจเด็ดขาด

ชาวยุทธ์สองคนที่มาแอบยืนคุยอยู่หน้าห้องพักของนางคงเป็นหน้าใหม่เพิ่งเข้ามาในยุทธภพไม่นาน หวังแต่จะสร้างชื่อเสียง แต่ก็เป็นพวกตื้นเขิน ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาคงไม่มาปรึกษากันตรงหน้าห้องเป้าหมายเป็นแน่

แต่ถือเป็นโชคดีของเฟิงชิงถิง เพราะหากไม่มีชาวยุทธ์สองคนนี้นางก็คงไม่รู้ว่ายามนี้ชาวยุทธ์กำลังรวมพลกันเพื่อล้อมจับสือซานเหลียง

เฟิงชิงถิงเปิดฝาจุกกระเบื้องพร้อมกับขยับร่างมาอยู่ข้างประตู มองเงาร่างสองสายที่กำลังเปิดประตูเข้ามา และเมื่อประตูเปิดออกร่างสูงใหญ่สองร่างพุ่งเข้ามาเฟิงชิงถิงก็สาดผงยาสลบของนางใส่หน้าเขาพวกทันที ร่างสูงใหญ่ยังไม่ทันจะได้ทำสิ่งใดก็ตาเหลือกก่อนจะล้มตึงไปทั้งคู่

เกิดสิ่งใดขึ้นซินฝูที่อยู่ห่างออกไปสองห้องได้ยินเสียงแปลกๆ จึงถือตะเกียงออกมาดู เมื่อเห็นว่ามีชายร่างใหญ่สองคนล้มคาอยู่หน้าประตูห้องของเฟิงชิงถิงก็ร้องด้วยความตกใจ ยิ่งเห็นว่าในมือของทั้งสองมีดาบเล่มใหญ่ก็ยิ่งแตกตื่น นี่มันคือสิ่งใด โจรปล้นหรือ ไม่ได้การ ข้าต้องรีบไปแจ้งทางการ

เฟิงชิงถิงรู้ว่าอีกไม่นานชาวยุทธ์จะมาล้อมเรือนปักผ้าแห่งนี้เอาไว้ เพื่อความปลอดภัยนางควรให้ซินฝูไปอยู่ที่อื่น จึงรีบรั้งเอาไว้

ท่านป้า คืนนี้ท่านพาลูกสาวและหลานของท่านไปที่บ้านของฮูหยินเถิด เรื่องชายสองคนนี้ข้าจัดการเอง

แต่เราควรจะเรียกมือปราบเจ้าคะซินฝูค้าน

เชื่อข้า ท่านรีบพาพวกนางไปจะปลอดภัยกว่า ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะดีที่สุดเฟิงชิงถิงจ้องซินฝูด้วยแววตาจริงจัง หากชาวยุทธ์รวมกลุ่มกันจริงๆ มือปราบแค่หยิบมือจะช่วยสิ่งใดได้

ได้เจ้าค่ะซินฝูยอมเชื่อในที่สุด

เมื่อซินฝูพาลูกและหลานออกไปแล้ว เฟิงชิงถิงก็จัดการแปลงโฉมชาวยุทธ์ที่นอนหมดสติอยู่ให้มีใบหน้าเหมือนสือซานเหลียง

ยาสลบตัวนี้ของนางออกฤทธิ์แรงก็จริง หากผู้ใดสูดเข้าไปจะหมดสติไปทันที แต่ข้อดีของมันคือเค่อกว่าพวกเขาก็จะฟื้นขึ้นมา

หลังจากเฟิงชิงถิงหายจากอาการบาดเจ็บ นางก็เอาเวลาส่วนหนึ่งไปทำหน้ากากให้สือซานเหลียง เพราะรู้ว่าเขามีรูปร่างสูงใหญ่และมีจุดเด่นที่ผู้อื่นสามารถพบเจอง่ายซึ่งเป็นเรื่องยากต่อการหลบหนี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลี่ยงในการเป็นจุดสนใจไม่ได้ เพื่อให้คนที่ต้องการตัวสือซานเหลียงสับสน ก็คือทำให้มีสือซานเหลียงหลายๆ คนก็สิ้นเรื่อง จากการพุ่งเป้าเพียงคนแค่คนเดียวก็จะกลายเป็นแบ่งเป้าหมายแยกกันออกไป คนที่ติดตามสือซานเหลียงตัวจริงก็จะน้อยลง

นางคิดเรื่องนี้ได้แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะได้นำมาใช้จริงๆ

หลังจากแปลงโฉมชาวยุทธ์สองคนเสร็จ เฟิงชิงถิงก็รีบดับเทียนและตะเกียงจนหมด รีบพาสือซานเหลียงไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้หนาใกล้ประตูหลังของเรือนปักผ้า

หลบได้ไม่นานนางก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างรอบกาย มือเล็กจับมือใหญ่แน่นเมื่อเห็นว่าภายใต้แสงจันทร์กระจ่าง ร่างของชาวยุทธ์ปรากฏอยู่รอบบริเวณเรือนปักผ้าทีละคน พื้นที่ที่เคยกว้างขวางยามนี้แน่นขนัดไปด้วยเหล่าชาวยุทธ์ ไม่เว้นแม้แต่หลังคาเรือนปักผ้า เรือนพัก เรือนครัว ทุกที่ต่างมีชาวยุทธ์ทั้งหญิงและชายถืออาวุธประจำกาย พร้อมที่จะลงมือจู่โจมคู่ต่อสู้ได้ตลอดเวลา

ทุกคนต่างแลกสายตากันเหมือนว่าพวกเขารู้ว่าเมื่อมาถึงแล้วจะต้องทำอย่างไร กลุ่มหนึ่งพยักหน้าให้กันก่อนจะพุ่งไปยังเรือนพักที่เฟิงชิงถิงพักอาศัยอยู่ ไม่นานก็มีเสียงร้องโวยวายด้วยความตกใจ

พวกเจ้าคิดจะทำร้ายข้าเพราะเหตุ

เจ้า เจ้าคือสือซานเหลียง ข้าจะจัดการกับเจ้าด้วยมือของข้าเอง

เจ้าต่างหากคือสือซานเหลียง

ข้าไม่ใช่สือซานเหลียง เจ้าจำคนผิดแล้ว คนผู้นั้นต่างหากคือสือซานเหลียง

หลังจากถกเถียงกันเสร็จเสียงการต่อสู้เริ่มขึ้น ไม่นานก็มีคนตะโกนว่า สือซานเหลียงมีสองคน จับตัวพวกเขาเอาไว้!”

เฟิงชิงถิงมองลอดพุ่มไม้เห็นมีเงาสองสายหนีออกจากเรือนพักไปคนละทิศ มีชาวยุทธ์อีกหลายคนแบ่งกลุ่มออกเป็นสองทางตามเงาร่างสองสายนั้นไป

แม้จะมีคนติดกับเรื่องสือซานเหลียงตัวปลอม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะติดกับแผนการเช่นนี้ทุกคน

ศิษย์พี่ ข้าว่ามันแปลกๆ นะขอรับ

ข้าก็คิดเช่นนั้น จึงไม่ให้เหล่าศิษย์น้องตามไปอย่างไรเล่า

เสียงสนทนานั้นดังแว่วมาทำให้เฟิงชิงถิงมองไปตามเสียง เพราะวันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง เมื่อมองลอดพุ่มไม้ออกไปหาต้นตอของเสียง เฟิงชิงถิงก็เห็นชายในชุดสีฟ้าอ่อนใบหน้าคุ้นตา นางจำได้ว่าคนผู้นี้คือไป๋มู่ศิษย์สำนักเมฆาขาวนั่นเอง ส่วนคนที่เขาคุยด้วยนั่นก็คือหยวนถังศิษย์พี่ของเขา ด้านหลังนั้นเป็นกลุ่มศิษย์สำนักเมฆาขาวอีกหลายคน

เฟิงชิงถิงได้ยินเสียงคนเหล่านั้น นั่นก็แปลว่าสือซานเหลียงย่อมได้ยินเช่นกัน เสียงของคนเหล่านั้นทำให้สือซานเหลียงที่นั่งเหม่อหันไปตามเสียงและคำรามในลำคออย่างดุดัน เขาจำได้ว่าคนเหล่านั้นคือกลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายเขา

ฮื่ม

เฟิงชิงถิงได้ยินก็รีบปิดปากสือซานเหลียงเพื่อไม่ให้เสียงของเขาลอดออกมา

ศิษย์พี่ได้ยินเสียงใดหรือไม่

เสียงใดหยวนถังเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจกับคำถามของไป๋มู่เท่าใดนัก เพราะกำลังคิดถึงเรื่องสือซานเหลียงมีสองคนอยู่

เฟิงชิงถิงและสือซานเหลียงนั้นอยู่ห่างจากกลุ่มของศิษย์สำนักเมฆาขาวไกลพอสมควร แต่แววตาคมกริบของไป๋มู่ที่หันมามองพุ่มไม้ที่พวกนางหลบซ่อนอยู่ก็เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมา นี่ก็จวนใกล้เวลาที่คนพรรคโลหิตอัคคีนัดเอาไว้แล้ว นางจะหลบหนีจากพวกนี้ไปได้อย่างไร

ฮื่ม...สือซานเหลียงคำรามอีกครั้งคิดจะลุกขึ้น

เฟิงชิงถิงรีบดึงแขนเขาไว้ปิดปากเขาแน่นพร้อมกับส่ายหน้ารัว เป็นเชิงบอกให้เขาอย่าปรากฏตัวหรือส่งเสียง สือซานเหลียงเห็นท่าทีของนางก็จ้องนางนิ่ง ไม่คำรามและไม่ลุกขึ้น จับมือเล็กที่ปิดปากมาสำรวจดูคล้ายกับว่ามันเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุด

เห็นเขาเลิกสนใจคนสำนักเมฆาขาวเฟิงชิงถิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ยามนี้ก็แค่รอเวลาเท่านั้น นางมองประตูหลังที่อยู่ห่างไม่ไกล คิดคำนวณว่าหากนางพาสือซานเหลียงย่องออกไป จะมีคนสังเกตเห็นหรือไม่ นอกจากกลุ่มของคนสำนักเมฆาขาวแล้วก็ยังมีชาวยุทธ์อีกหลายกลุ่ม

ในที่สุดนางก็ตัดสินใจ โยนก้อนหินก้อนใหญ่ไปทางเรือนปักผ้า เสียงนั้นทำให้หลายคนหันไปมอง

ข้าว่าต้องมีคนแอบอยู่ในนั้นแน่ๆจอมยุทธ์สาวที่แต่งกายคล้ายแม่ชีบอก ดูท่าว่าคงจะเป็นคนสำนักง้อไบ๊

พวกเราไปดูกันศิษย์ง้อไบ๊อีกคนเสนอ แล้วกลุ่มของพวกนางก็เดินไปทางนั้น ยังมีชาวยุทธ์อีกหลายคนเดินตาม

หยวนถังที่เห็นกลุ่มคนสำนักง้อไบ๊เดินไปสำรวจเรือนปักผ้าจึงหันไปสั่งศิษย์น้องของเขาบ้าง เช่นนั้นพวกเราก็แยกกันหา เผื่ออาจจะพบเบาะแส

ศิษย์น้องต่างแยกย้ายกันไปรวมถึงไป๋มู่และหยวนถังด้วย

เฟิงชิงถิงเห็นคนเหล่านั้นต่างเดินแยกย้ายกันไปคนละทางไม่มีผู้ใดสนใจสนใจพุ่มไม้ของนาง อีกทั้งประตูหลังก็ปลอดคน จึงเป็นโอกาสให้นางพาสือซานเหลียงย่องไปที่ประตู นางดึงมือที่เต็มไปด้วยเหงื่อขึ้นออกจากมือใหญ่ แล้วตลบไปจับมือเขาแทน ส่วนมืออีกข้างก็กำห่อสัมภาระไว้แน่นด้วยท่าทางเตรียมพร้อม

นางต้องออกไปเจอคนพรรคโลหิตอัคคี นางไม่ต้องการให้มีการปะทะกัน เพราะหากมีการปะทะกันเมื่อใดเหล่าชาวยุทธ์ก็จะมารวมตัวกันอีกครั้ง นางไม่รู้ว่าพรรคโลหิตอัคคีมีมากเท่าใด แต่การมารับตัวสือซานเหลียงในยามวิกาลเช่นนี้พวกเขาคงไม่ขนคนเป็นโขยงมาแน่ๆ ดังนั้นทางที่ดีนางควรจะไปรออยู่ด้านนอกและเมื่อคนพรรคโลหิตอัคคีมาเมื่อใดนางก็จะรีบให้พวกเขาพานางหลบหนีไปทันที

แต่ไม่คิดว่าขณะที่นางพาสือซานเหลียงไปถึงประตู เท้ากลับเหยียบกิ่งไม้เล็กๆ กิ่งหนึ่ง

เปาะ

เสียงกิ่งไม้ที่หักนั้นไม่ได้ดัง แต่ก็ไม่ได้เบามากนัก นางสะดุ้งสุดตัวหันกลับไปหากลุ่มคนที่เพิ่งเดินห่างออกไป

พวกท่านมาจากสำนักใดไป๋มู่ที่อยู่ห่างออกไปได้ยินเสียงหันกลับมา

ข้าไม่มีสำนักเฟิงชิงถิงพยายามดัดเสียงให้ดุดันและเฉียบขาดขึ้น โชคดีที่อยู่ใต้ซุ้มประตูทำให้แสงจันทร์ส่องมาไม่ถึงเฟิงชิงถิงและสือซานเหลียง นางใช้เงามืดนั้นพรางใบหน้าและตัวตนเอาไว้ มือข้างหนึ่งยังกุมมือสือซานเหลียงไว้แน่นเพราะกลัวเขาจะตรงเข้าไปหาเรื่องไป๋มู่ หากสือซานเหลียงเผยตัวในตอนนี้ คาดว่าเขาคงไม่รอดแน่

แล้วพวกท่านกำลังจะไปที่ใดเสียงนั้นคล้ายมีความแคลงใจบางอย่างพร้อมกับเดินเข้าหา

พวกข้าคิดจะออกไปดูด้านนอกเสียหน่อยนางเปิดประตูหลังด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ

ศิษย์พี่ด้านนั้นมีควันไฟ อีกทั้งยังมีคนเห็นคนรูปร่างคล้ายๆ สือซานเหลียงหลบออกไปขอรับเสียงศิษย์สำนักเมฆาขาวตะโกนบอกไป๋มู่

ได้ข้าจะไปดูเดี๋ยวนี้ไปมู่ตะโกนตอบ ก่อนจะหันไปทางเฟิงชิงถิง พวกเจ้าก็มาดูด้วยกันสิ

ได้เฟิงชิงถิงพยักหน้า แต่เพียงแค่เห็นไป๋มู่หันกลับตรงไปยังจุดที่มีกลุ่มควันเฟิงชิงถิงก็รีบดึงตัวสือซานเหลียงวิ่งออกจากประตูอย่างรวดเร็ว

พวกเจ้า หยุดนะ!”

เฟิงชิงถิงไม่ได้สนใจเสียงที่ไล่ตามมา นางรู้แค่ว่าต้องหนีไปจากตรงนี้ ขอแค่เจอคนพรรคโลหิตอัคคี นางและสือซานเหลียงก็จะปลอดภัย แต่เท้าที่ซอยถี่ก็ต้องชะงักกลางคัน เมื่อเงาหลายสายมาปรากฎอยู่ตรงหน้า

แม่นางพวกท่านคือใครกันแน่ไป๋มู่ที่ใช้วิชาตัวเบาเหินร่างตนเองมาดักหน้าเอ่ยถาม เพราะยามที่เจอกับไป๋มู่เฟิงชิงถิงมีหน้ากากแปลงโฉมปลอมตัวไว้ตลอดเขาจึงจำนางไม่ได้ วันนี้ที่นางไม่ได้แปลงโฉมเพราะเกรงว่าจะทำให้คนพรรคโลหิตอัคคีสับสน เขามองใบหน้านางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเลื่อนสายตาไปจับที่ใบหน้าของชายร่างใหญ่ข้างนางก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงคาดไม่ถึง สือซานเหลียง...

สือซานเหลียงเองก็รู้สึกถึงไอคุกคาม ยามนี้เขาไม่ได้เหม่อนิ่งอีกต่อไป เคลื่อนกายมาบังร่างเล็กเอาไว้ก่อนจะกวาดตามองเหล่าชาวยุทธ์ที่เริ่มเข้ามารายล้อมด้วยสายตาดุร้าย

ไม่ได้นะอาเหลียงเฟิงชิงถิงกุมมือของสือซานเหลียงแน่น

ไม่ได้ หากสือซานเหลียงต่อสู้กับคนมีวรยุทธ์สุดท้ายสัญชาตญาณของเขาก็ต้องทำให้เขาแค้นลมปราณออกมาใช้เป็นแน่ และหากเขาโคจรลมปราณเขาก็จะบาดเจ็บ

เจอสือซานเหลียงแล้วคนผู้หนึ่งตะโกนบอก ก่อนจะพุ่งร่างเข้าหาโดยไม่สนใจอาวุธไร้ตาจะทำร้ายสตรีตัวน้อยที่จับจูงกันอยู่แม้แต่น้อย

ดาบเล่มใหญ่สะท้อนแสงจันทร์พร้อมกับประกายวาบที่สาดส่องมายังร่างใหญ่ สือซานเหลียงใช้ความว่องไวยกขาถีบมือที่จับด้ามดาบทำให้ดาบที่พุ่งเป้าเข้ามาหาถูกเปลี่ยนทิศไปทางอื่น แรงถีบนั้นทำให้ร่างของเจ้าของดาบเล่มใหญ่เปลี่ยนทิศเช่นกัน

เฟิงชิงถิงเห็นว่าคนผู้นั้นกำลังเสียหลักนางก็สาดผงในขวดกระเบื้องเข้าใส่ ผลปรากฏว่าคนผู้นั้นโยนดาบในมือทิ้งเลิกสนใจสือซานเหลียงแล้วเปลี่ยนมาเกาตามร่างกายแทน

เหตุใดข้าจึงคันเช่นนี้เขาเกาไปพร้อมกับแปลกใจ

ผงคันสินะ เฟิงชิงถิงคิดในใจ

ในห่อผ้าที่นางใส่ขวดยาเอาไว้แบ่งออกเป็นสองช่อง ช่องหนึ่งสำหรับใส่ขวดยารักษา ส่วนอีกช่องหนึ่งใส่ยาที่ไว้สำหรับป้องกันตนเอง เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็ว เฟิงชิงถิงไม่สามารถมาคิดหรือเลือกได้ว่านางควรสาดยาชนิดใดใส่เขา หยิบสิ่งใดได้ก็สาดใส่เข้าไปทันที

เมื่อครู่แม่นางสาดสิ่งใดใส่เขาไป๋มู่ที่ยืนดูเหตุการณ์มาโดยตลอดหรี่ตามองเฟิงชิงถิงคล้ายกำลังประเมินนางใหม่

แค่ผงคัน แต่หากยิ่งเกาจะยิ่งคันเฟิงชิงถิงตอบมองคนที่เริ่มรายล้อมมากขึ้น คิดว่าแค่ผงคันคงไม่สามารถหลุดพ้นจากวงล้อมนี้ได้

ชายคนนั้นเกาตามใบหน้าและลำตัวไปพร้อมกับชี้หน้าเฟิงชิงถิง นางมาร เจ้าลงมือได้โหดเหี้ยมยิ่งนัก ผิดที่ข้าประมาทเจ้าเกินไป

ท่านมีสิทธิ์ใดมาเรียกข้าว่านางมารก่อนนี้เคยมีแต่คนเรียกนางว่าหมอเทวดาตัวน้อย แต่นั่นนางต้องผ่านการรักษาคนจำนวนเป็นร้อยเป็นพันคน แต่ยามนี้นางแค่สาดผงคันใส่คนที่เรียกว่าชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะแค่คนเดียว นางก็กลายเป็นนางมารแล้วหรือ น่าขันยิ่งนัก

หากไม่ใช่นางมารแล้วจะเป็นผู้ใด สตรีดีๆ ไม่มีผู้ใดจับมือกับบุรุษต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้ ไร้ยางอายยิ่งนักสตรีที่เป็นศิษย์สำนักง้อไบ๊ ก้าวออกมาหนึ่งก้าวกล่าวหานางด้วยสายตาเย้ยหยัน

วาจานั้นทำให้เฟิงชิงถิงก้มมองมือตนเองและมันก็เป็นจริงตามที่ศิษย์สำนักง้อไบ๊เอ่ย เพราะตั้งแต่เมื่อครู่นางก็จับมือสือซานเหลียงมาโดยตลอด แต่ไม่รู้ว่ายามนี้เหตุใดจึงกลายเป็นสือซานเหลียงเป็นฝ่ายจับมือนางเอาไว้

ครั้งนี้เฟิงชิงถิงไม่ได้รู้สึกอับอายแม้แต่น้อยที่นางและเขากำลังจับมือกันอยู่ต่อหน้าผู้อื่น นางมีเหตุผลของนางเอง เหตุผลที่ว่า นางต้องการปกป้องเขาจากเหล่าคนที่เรียกตัวเองว่าชาวยุทธ์ฝ่ายคุณธรรม

ดวงตาหวานที่เริ่มมีประกายโทสะมองไปยังศิษย์สำนักง้อไบ๊ผู้นั้นยิ้มเย็นให้ ก่อนจะปล่อยวาจาเชือดเฉือนออกมา น่าขันยิ่งนัก สตรีเช่นข้าจับมือกับบุรุษก็ถูกเรียกเป็นนางมาร แล้วสตรีเช่นพวกเจ้าเล่า ยามวิกาลเช่นนี้กลับทำตัวไม่สมเป็นสตรีในห้องหอ ไม่ฝึกเย็บปัก ไม่ต่อโคลงกลอน แต่กลับเอาเวลามาจับดาบถือกระบี่คอยตามบุรุษ ดูก็รู้ว่าอย่างพวกเจ้านั้นหาได้มีสามเชื่อฟังสี่คุณธรรมติดตัวแม้แต่น้อย คุณสมบัติเช่นนี้ยังมีหน้ามากล่าวหาข้าอีกหรือ

เจ้า!” ศิษย์สำนักง้อไบ๊แทบจะเต้นผาง แต่เพราะเกรงว่าจะเสียจริตพวกนางจึงได้แต่มองเฟิงชิงถิงด้วยแววตาชิงชัง ทุกคนต่างชี้ปลายกระบี่มาทางนางอย่างไม่ได้นัดหมาย นั่นเพราะพวกเราต้องการกำจัดภัยของยุทธภพต่างหาก

เห็นใบหน้าศิษย์สำนักง้อไบ๊หน้าแดงสลับคล้ำเฟิงชิงถิงก็เริ่มคลายโมโหลงไปบ้าง

ดูนางต่อปากต่อคำก็รู้แล้วว่าเป็นพวกชอบทำผิดจารีต ไร้ศีลธรรม หากเป็นเช่นนั้นพวกเราคงไม่ต้องออมมือ จัดการชายโฉดหญิงแพศยาคู่นี้ให้เสร็จไปในคราเดียวชาวยุทธ์อีกคนหนึ่งตะโกนบอก ตั้งท่าโจมตีใส่สือซานเหลียงกับเฟิงชิงถิงเต็มที่

สือซานเหลียงเห็นเช่นนั้นก็คำรามเสียงดังตั้งท่าจะพุ่งเข้าใส่เหล่าชาวยุทธ์เช่นกัน แต่ดีที่นางกระชับมือเขาไว้เขาจึงยังอยู่ข้างนางไม่ได้โจมตีผู้ใด

เช่นนั้นพวกข้าจะสั่งสอนนางมารผู้นี้เอง นางจะได้ไม่ไปสร้างความเสื่อมเสียให้กับสตรีเช่นพวกเราศิษย์ง้อไบ๊อีกนางหนึ่งก้าวขึ้นมาสองก้าวใช้กระบี่ชี้หน้าเฟิงชิงถิงด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม

เฟิงชิงถิงเลือดขึ้นหน้า ตั้งแต่เกิดไม่เคยมีผู้ใดเรียกนางว่าหญิงแพศยามาก่อน แค่นางอยู่ข้างคนพรรคมารนางก็กลายเป็นทั้งนางมารและแพศยาในคราเดียว ช่างไร้เหตุผลเหลือเกิน

หากพวกเจ้าเข้ามาอย่าหาว่าข้าไร้น้ำใจก็แล้วกันเฟิงชิงถิงหยิบขวดกระเบื้องในห่อผ้าที่มีรอยตะปุ่มตะป่ำ คิดว่าหากเหล่าศิษย์สำนักง้อไบ๊บุกเข้ามา นางจะใช้ผงอัปลักษณ์นี้สาดใส่หน้าพวกนาง ให้พวกนางเสียโฉมไปสักหลายวันหน่อยเพื่อคลายโทสะที่ถูกเหยียดหยาม

แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ใช้ผงอัปลักษณ์ ทุกคนก็ถูกเสียงฝีเท้าม้าที่ดังฝ่าความมืดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หันเหความสนใจ ไม่นานอาชาตัวใหญ่สามสิบกว่าตัวก็ปรากฏขึ้น อาชาเหล่านั้นควบวิ่งมาโดยไม่ชะลอความเร็ว ทำให้เหล่าชาวยุทธ์ต่างกระโดดหลบจ้าละหวั่น เมื่อมันวิ่งเข้ามาใกล้เฟิงชิงถิงและสือซานเหลียง มันก็เบี่ยงทิศไปเล็กน้อยชะลอความเร็วและหยุดเลยจากนางไปไม่ไกล ส่วนสิ่งที่อยู่ตรงหน้านางยามนี้คือรถม้าคันใหญ่คันหนึ่งมีม้าแปดตัวเทียมอยู่

--------------------------------------------

ต่อกันไปจ้า

ช่วงนี้อู้ต้องขออภัย

------

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...


https://web.facebook.com/Writer.SummerNight/


กดแฟนเพจตรงนี้จ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.298K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,452 ความคิดเห็น

  1. #1886 ก้านปีบ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 20:37
    เกียดสำนักง้อไบ้ตั้งแต่ มังกรหยกล่ะนะ มาตอนนี้ยิ่งหนัก
    #1,886
    2
    • #1886-1 (จากตอนที่ 15)
      11 กรกฎาคม 2562 / 00:09
      ใจเย็นๆ นะคะ 555
      #1886-1
    • #1886-2 puk3005(จากตอนที่ 15)
      16 ตุลาคม 2562 / 10:41
      รีบๆหาหลัวให้พวกนางเถอะ
      #1886-2
  2. #1459 Jellydolphin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 19:40
    อยากกินหมั่นโถวต้องอดทนนะ
    #1,459
    1
    • #1459-1 (จากตอนที่ 15)
      20 มิถุนายน 2562 / 23:05
      ถูกต้องค่ะ
      #1459-1
  3. #1425 อิอิ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:41

    อยากสั่งสอนชาวยุทธ​ มั่นหน้า

    #1,425
    1
    • #1425-1 (จากตอนที่ 15)
      20 มิถุนายน 2562 / 22:54
      ใจเย็นๆ จ้า
      #1425-1
  4. #1373 tigerdog (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 20:46
    มารับทันแล้วววว
    #1,373
    1
    • #1373-1 (จากตอนที่ 15)
      15 มิถุนายน 2562 / 23:40
      มาลุ้นกัน
      #1373-1
  5. #941 bangtanna (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 17:58
    5555ทำไมน่ารักชอบตอนอาเหลียงเถียงว่า หมั่นโถ่กินได้!! นึกภาพเด็กเถียงแบบน่ารักๆเลย งื้ออ
    #941
    1
    • #941-1 (จากตอนที่ 15)
      5 มิถุนายน 2562 / 00:37
      555 ชอบๆ ด้วยคน
      #941-1
  6. #784 Fayrious (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 11:24

    ตื่นเต้น!!!


    #784
    1
    • #784-1 (จากตอนที่ 15)
      1 มิถุนายน 2562 / 00:27
      มาลุ้นๆ
      #784-1
  7. #533 numayza555 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 22:09
    โคตรสนุกเลย
    #533
    1
    • #533-1 (จากตอนที่ 15)
      22 พฤษภาคม 2562 / 15:47
      ขอบคุณจ้า
      #533-1
  8. #485 K-OeiOei (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:14
    มาเร็วๆน๊าไรต์ ชอบบบบ
    #485
    1
    • #485-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:02
      มาแล้วๆ
      #485-1
  9. #484 นางฟ้ารักโลกกก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 12:14
    เปิดขายเลยได้มั้ย55555
    #484
    1
    • #484-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:01
      ยังเขียนไม่จบจ้า
      #484-1
  10. #483 นางฟ้ารักโลกกก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 12:14
    สนุกมากกกก
    #483
    1
    • #483-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:01
      ขอบคุณจ้า
      #483-1
  11. #482 นิดาพา วงศ์แสงคำ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 09:00
    ชาวยุทธช่างหน้าขำ หาเรื่องคนอื่นแบบไม่มีเหตุผล
    #482
    1
    • #482-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:01
      ถูก ๆ หูเบา
      #482-1
  12. #481 _jh408 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:41
    กว่าสติจะกลับมานางเอกเราเสียหายหลายล้านแน่นอน5555
    #481
    1
    • #481-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:01
      5555 คงจะจริง
      #481-1
  13. #480 Onausa3854 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 21:10
    ค้างงงงงงงงงงงงงง
    #480
    1
    • #480-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:01
      มาแล้วๆ
      #480-1
  14. #478 eye_cookie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 16:31
    ค้างงงงที่สุดดด
    #478
    1
    • #478-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:01
      มาแล้วๆ
      #478-1
  15. #477 นู๋ฝ้าย จร๊าาาาา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 10:17
    ยิ่งใหญ่จริงๆ 5555555
    #477
    1
    • #477-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:01
      แน่นวล
      #477-1
  16. #476 Nannygt (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 08:26

    ค้างงงงงงงงงมากจ้าาาาาาาา
    #476
    1
    • #476-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:01
      มาแล้วๆ
      #476-1
  17. #475 chuumnart (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 06:57
    พี่ใหญ่กลับบ้านแบบอลังการ ต่อเลยนะคะ รีบมา
    #475
    1
    • #475-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:00
      กำลังมา
      #475-1
  18. #474 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 01:09

    ค้าง......รีบมาต่อด่วนๆๆๆ
    #474
    1
    • #474-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:00
      มาแล้วๆ
      #474-1
  19. #473 ArthitThipmanee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 01:07
    รอนานมาก เอาอีกๆมาต่ออีก ใจจิขาดแร้ววว
    #473
    1
    • #473-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:00
      มาแล้วจ้า
      #473-1
  20. #472 Beaw12 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 00:29
    มาต่อเร็วๆๆๆๆๆ
    #472
    1
    • #472-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:00
      กำลังค่ะ
      #472-1
  21. #471 lhunsal (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 23:29

    ขอบคุณนะคะ

    #471
    1
    • #471-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:00
      จ้าาาา
      #471-1
  22. #470 parkpatcha (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:59

    รอนะค้าบบบบ
    #470
    1
    • #470-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:00
      จ้าาาา
      #470-1
  23. #469 Glassofwine (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:38
    ไรรรรรรรรรรรรทททททททททท์ ค้างมากกกกกกกกกกกกก ต่อเร็วๆนะคะ แงงงงง ปล.ขอบคุณสำหรับตอนนี้ค่า
    #469
    1
    • #469-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:00
      มาแล้วค่ะ
      #469-1
  24. #468 Fabien (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:36
    กรี๊ดดดด ใช่ ใช่ไหมมมม อลังอีกแล้วววว
    #468
    1
    • #468-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:00
      อะไรใช่ อิอิ
      #468-1
  25. #467 ลิมทะเลสาบ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:02
    ตอนต่อไป
    #467
    1
    • #467-1 (จากตอนที่ 15)
      20 พฤษภาคม 2562 / 17:00
      กำลังมาจ้า
      #467-1