ฮูหยินของข้า (Romantic Publishing)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,117 ครั้ง
    16 ก.ย. 62

เป็นไปตามที่เฟิงชิงถิงได้คาดการณ์ไว้ แม้จะใช้เวลามากหน่อยเพราะขบวนรถสินค้ามักหยุดกลางทางหากมีคนสนใจซื้อของ แต่พวกนางก็ข้ามเข้าแดนต้าหลวนมาได้อย่างราบรื่น หลังจากเข้าต้าหลวนได้แล้วเฟิงชิงถิงก็สังเกตเห็นว่าด่านชายแดนต้าหลวนในยามนี้มีคนที่แต่งกายเป็นชาวยุทธ์มากกว่าตอนที่นางเดินทางข้ามแดนไปแคว้นเจิ้ง อีกทั้งพวกเขายังมองชายร่างใหญ่ทุกคนที่เดินผ่าน เป็นไปได้ว่าคนเหล่านั้นกำลังตามหาสือซานเหลียงอยู่

เฟิงชิงถิงแยกกับขบวนสินค้าที่หน้าตลาดแห่งหนึ่งในยามบ่ายคล้อยที่คนยังพลุกพล่าน ก่อนแยกนางยังซื้อหมวกสานสองใบให้สือซานเหลียงและตัวนางใส่ปิดบังใบหน้า ก่อนจะเดินทางไปหาโรงเตี๊ยมเพื่อค้างแรม

ที่เฟิงชิงถิงตั้งใจแยกที่หน้าตลาดเดินไปตามทางที่มีคนจำนวนมากเพราะต้องการให้นางและสือซานเหลียงกลมกลืนไปกับเหล่าชาวบ้านไม่ให้เหล่าชาวยุทธ์สังเกตเห็น แต่เพราะว่าคนพลุกพล่าน นางเกรงว่าจะพลัดหลงกับสือซานเหลียงจึงต้องคอยจับชายแขนเสื้อเอาไว้

สือซานเหลียงก้มมองมือที่จับชายเสื้อเขาด้วยคิ้วขมวดมุ่น ก่อนจะจับมือเล็กให้มาจับมือของเขาไว้ แล้วก้มมอง

แต่เพียงแค่นางจับมือของเขาอาการแปลกๆ ของสือซานเหลียงก็กำเริบอีกครั้ง เขามองมือเนียนบางที่จับมือของเขาแล้วก็เริ่มหัวเราะออกมา ตอนแรกเฟิงชิงถิงก็รู้สึกกระดากอายที่นางต้องจับมือบุรุษเดินต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่เมื่อเห็นว่าเขาหัวเราะแปลกๆ นางก็กระชับมือเขาแน่นแล้วบอกเขาอย่างจริงจัง

ข้าสัญญาว่าจะรีบรักษาอาการสติไม่ดีของท่านให้หายสนิทให้ได้

 

โรงเตี๊ยมที่เฟิงชิงถิงเลือกเข้านั้นเป็นโรงเตี๊ยมที่ไม่ได้ใหญ่โตนักเพื่อที่จะประหยัดค่าห้องพัก แต่กลายเป็นว่าไม่ว่าจะโรงเตี๊ยมเล็กหรือใหญ่ต่างมีชาวยุทธ์เข้ามาพักจนเต็ม ทำให้เฟิงชิงถิงต้องพาสือซานเหลียงไปหาโรงเตี๊ยมที่อื่น

ขณะเดินหาโรงเตี๊ยมเพื่อเข้าพักนางก็เห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังมุงดูเหตุการณ์บางอย่าง เฟิงชิงถิงไม่คิดจะเป็นจุดสนใจอยู่แล้วนางจึงเดินเลี่ยง

ขณะที่กำลังจะเดินห่างออกไปจากกลุ่มคนเหล่านั้น เสียงชายคนหนึ่งที่ตะโกนออกมาก็ทำให้เท้าที่ก้าวไปข้างหน้าหยุดชะงัก

วิญญาณร้ายต้องเข้าสิงเด็กคนนี้แน่ๆ อย่าเข้าใกล้นาง

ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นในความเป็นหมอที่ดีนางจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองคนกลุ่มนั้น

ดูสิเด็กคนนี้กระตุกใหญ่แล้ว ข้าเคยเห็นคนข้างบ้านข้าก็เป็นเช่นนี้ยามถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง ดวงตาของนางเหลือกน่ากลัวเหมือนคนข้างบ้านข้าไม่ผิดเพี้ยน อย่าไปมองนาง หากดวงตาของผีร้ายเหลือกไปมองผู้ใด ผีร้ายตนนั้นจะไปหลอกหลอนให้คนผู้นั้นเกิดแต่ความวิบัติชายอีกคนหนึ่งตะโกนบอก

เหล่าชาวบ้านที่มุงดูต่างถอยห่างออกมาด้วยความหวาดกลัว เฟิงชิงถิงจึงมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ร่างเล็กเกร็งไปทั้งร่างอีกทั้งยังกระตุกไม่หยุด ดวงตากลมโตเบิกค้าง ใบหน้ากลมแดงก่ำและเริ่มกลายเป็นสีม่วง

ตามหลักการแพทย์ที่นางได้ร่ำเรียนมา เด็กคนนี้ไม่ได้ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงแต่อย่างใด นี่คือโรคอีกชนิดหนึ่ง เด็กคนนี้เป็นโรคลมชัก แต่เพราะหมอมักจะตรวจหาสาเหตุการป่วยไม่เจอ อีกทั้งอาการชักที่ดูน่ากลัวที่ไม่ต่างกับผีเข้ายิ่งทำให้ชาวบ้านที่ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์คิดไปต่างๆ นานา แท้จริงแล้วอาการของเด็กคนนี้หากชักไม่นานก็จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่อาจจะมีอาการชักต่อไปอีกโดยไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอาการจะกำเริบเมื่อใด แต่จากใบหน้าที่แดงก่ำและกำลังจะเป็นสีม่วงนั้นบ่งบอกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างอุดอยู่ที่หลอดลมของเด็กน้อย สาเหตุนั้นต่างหากที่จะทำให้เด็กน้อยเสียชีวิต

เพียงแค่ก้าวขาออกไปครึ่งก้าวในหัวของนางบอกกับนางว่าหากยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเด็กคนนี้ ทหารแคว้นเจิ้งก็อาจจะแกะรอยจนเจอตัวนางได้ อีกทั้งยามนี้นางก็ไม่ได้สวมหน้ากากแปลงโฉม นั่นยิ่งทำให้ตัวตนที่แท้จริงของนางถูกเปิดโปงได้ง่ายขึ้น ความคิดนั้นทำให้ขาที่ก้าวออกไปชะงักค้าง ดวงตาคู่หวานมองไปรอบด้านเห็นคนที่แต่งกายเป็นชาวเจิ้งอยู่ไม่น้อย เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีทหารแคว้นเจิ้งแอบแฝงอยู่ เหตุผลเหล่านี้ทำให้นางลังเล

ดูใบหน้านางสิ กลายเป็นสีม่วงแล้ว นางกำลังถูกวิญญาณร้ายพาไปคนผู้หนึ่งตะโกนออกมา

คล้ายเท้าของนางถูกตรึงเอาไว้ไม่ให้ก้าวขาออกไปยังทางอื่น คุณธรรมในใจกับความเห็นแก่ตัวกำลังต่อสู้กันอยู่ในใจ ขณะนั้นเองมีสตรีนางหนึ่งแหวกฝูงชนเข้ามาตระกองกอดร่างเล็ก พร้อมกับร้องให้คนอื่นช่วยเด็กหญิงคนนั้นด้วยสีหน้าร้อนใจสุดขีด

ลี่เอ๋อร์ ลี่เอ๋อร์ของแม่ เจ้าเป็นอะไร ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยลูกของข้าด้วย ได้โปรดช่วยชีวิตลูกข้าด้วย

ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เฟิงชิงถิงก็รู้สึกผิดและก่นด่าตนเองอยู่ในใจ นี่นางยังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่ นางมีความรู้ความสามารถด้านการแพทย์ คนป่วยใกล้ตายนอนอยู่ตรงหน้ายังลังเลไม่ยอมรักษา นางช่างเป็นหมอที่ไร้จิตสำนึกอย่างแท้จริง หากท่านปู่ของนางรู้ ท่านปู่ต้องไม่พอใจนางมากแน่ๆ

เมื่อรับรู้ถึงจุดยืนของตนเองแล้วเฟิงชิงถิงก็ลากสือซานเหลียงฝ่ากลุ่มคนเข้าไปหาร่างเด็กหญิงผู้นั้นด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว เมื่อเดินไปถึงร่างเล็กนางก็ย่อกายนั่งลงถอดหมวกวางไว้ข้างตัวก่อนจะหันไปมองร่างของเด็กน้อยที่กระตุกชัก

แม่หนูอย่าเข้าไป เดี๋ยววิญญาณร้ายจะเอาตัวแม่หนูไปด้วยนะ พวกเจ้าออกมาเร็วๆสตรีสูงอายุคนหนึ่งเตือนด้วยความหวังดี

ลูกข้าไม่ได้ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงสตรีที่กอดร่างเล็กเอาไว้หันไปบอกกับสตรีสูงอายุด้วยแววตาที่รื้นไปด้วยน้ำตา

ห้ามกอดเด็กเช่นนั้น ให้ข้าดูเองเฟิงชิงถิงแย่งร่างเล็กออกมาจากอ้อมกอดของสตรีนางนั้น วางร่างเล็กลงบนพื้นอีกครั้ง

แม่นางระวังวิญญาณร้ายจะมาแก้แค้นเจ้าเอานะ

นางไม่สนใจคำเตือนของชาวบ้าน ยามนี้ร่างเล็กที่นอนอยู่บนพื้นเริ่มกระตุกลดน้อยลง ทำให้ร่างกายที่เกร็งเครียดนั้นผ่อนคลายลงบ้าง นางไม่แน่ใจว่าที่กระตุกน้อยลงเพราะเด็กน้อยกำลังจะขาดอากาศหายใจหรือไม่ หญิงสาวจับคางเล็กของเด็กน้อยให้อ้าปาก เมื่อมองเข้าไปในปากเล็กก็เป็นไปตามคาด นางเห็นว่ามีสิ่งหนึ่งคาอยู่ที่ลำคอจึงตัดสินใจใช้มือล้วงเข้าไป โชคดีที่ตอนนี้อาการกระตุกของเด็กน้อยผ่อนคลายลงมากแล้วทำให้สามารถเปิดปากเด็กให้อ้ากว้างได้ เพราะหากง้างปากในขณะที่มีการเกร็งกระตุกรุนแรงอาจจะทำให้กระดูกที่ถูกง้างหักได้

นางกำลังทำสิ่งใดชาวบ้านต่างมองการกระทำของเฟิงชิงถิงด้วยความอยากรู้ มารดาของเด็กน้อยก็เช่นกัน นางสะอื้นเงียบๆ อยู่ข้างเฟิงชิงถิง

ด้วยความสงสัย เหล่าคนที่มุงดูอยู่จึงไม่มีผู้ใดเอ่ยออกมา รอบข้างที่เงียบงันลงทำให้อาการเกร็งของเด็กหญิงผ่อนคลายขึ้นอย่างน่าประหลาด

เฟิงชิงถิงล้วงมือเขาไปในปากของเด็กน้อยเพื่อนำเอาสิ่งที่นางมองเห็นออกจากลำคอของเด็กน้อย แม้จะเจ็บเพราะถูกกัดนางก็ทน จนสุดท้ายนางก็นำสิ่งที่อยู่ในปากของเด็กน้อยออกไปได้สำเร็จ สิ่งนั้นคือน้ำตาลปั้นก้อนหนึ่งนั่นเอง

เมื่อนำน้ำตาลปั้นออกจากปากเด็กน้อยได้แล้ว นางก็จัดท่าให้เด็กน้อยนอนตะแคงซ้ายให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัว ไม่นานใบหน้าสีม่วงก็เริ่มจากกลายเป็นสีแดงก่อนจะกลับมาเป็นสีขาวอมชมพูพร้อมกับร่างเล็กที่เริ่มชักน้อยลงและหยุดชักในที่สุด

ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างมองเฟิงชิงถิงเป็นตาเดียว เด็กหญิงที่ร่างเกร็งกระตุกดวงตาเหลือกค้างยามนี้หยุดกระตุกแล้ว นางกะพริบตาสองสามครั้งก่อนจะถามเฟิงชิงถิงที่นั่งประคองร่างเล็กให้นอนตะแคงด้วยแววตาสงสัย หวาดกลัวและเหนื่อยหอบ

เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ

คำถามนั้นทำให้เหล่าคนที่มุงดูต่างสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่

วิญญาณปีศาจร้ายออกจากร่างเด็กคนนี้แล้วชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

แม่นางเจ้าทำได้อย่างไรทุกสายตาที่จับจ้องเด็กน้อยเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเฟิงชิงถิงทันที

ลี่เอ๋อร์ ลูกแม่แม่ของเด็กน้อยผวาเข้าหาร่างเล็กที่เฟิงชิงถิงประคองอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะจับที่ใดดี จึงได้แต่ละล้าละลัง

นางไม่เป็นไรแล้วเฟิงชิงถิงบอกประคองร่างเล็กให้ผู้เป็นแม่ประคองต่อ

ลี่เอ๋อร์สตรีนางนั้นกอดลูกสาวพร้อมกับร้องไห้ออกมา

ท่านแม่เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะเด็กน้อยในอ้อมกอดของมารดาเอ่ยถามด้วยความงงงวย

แต่ยามนี้ไม่มีผู้ใดสนใจสองแม่ลูกอีกต่อไปแล้ว ทุกคนต่างมองเฟิงชิงถิงเป็นตาเดียว คำถามก็มีเพียงคำถามเดียวที่พุ่งเป้ามา

แม่นางเจ้าทำได้อย่างไร

เมื่อครู่เพราะหน้าสิ่วหน้าขวานไม่ช่วยคนก็ถือว่าผิดต่อหลักการ แต่ยามนี้เล่า นางจะตอบคนเหล่านี้ว่าอย่างไร นางมองไปรอบๆ ก็เห็นว่ามีชาวเจิ้งรวมอยู่ในกลุ่มที่มามุงดูไม่น้อย พวกเขาเป็นทหารแคว้นเจิ้งปลอมตัวมาหรือไม่นางก็ไม่อาจคาดเดาได้

เฟิงชิงถิงสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะบอกคนเหล่านั้นด้วยเสียงอันดังแต่ก็ยังอึกอักเล็กน้อย

ข้าเป็นหมอ...เป็นหมอผี

คำตอบของนางทำเอาเหล่าคนมุงดูยิ่งขยับออกห่างไปอีกหนึ่งก้าว คล้ายกับกลัวสิ่งใดสักอย่าง เฟิงชิงถิงไม่ได้คิดจะสนใจท่าทีเหล่านั้นอยู่แล้ว แต่แล้วก็มีชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจปนเลื่อมใส

เมื่อครู่อย่างไรเล่า พวกเจ้าเห็นหรือไม่ นางร่ายคาถาสิ่งใดสักอย่างก่อนจะล้วงมือเข้าไปในปากของเด็กคนนี้ แล้วของบางอย่างก็หลุดออกมา วิญญาณร้ายนั่นเอง นางขับไล่วิญญาณร้ายให้เด็กคนนี้

จริงด้วย ข้าก็เห็น มันเป็นก้อนสีน้ำตาลน่ากลัว ต้องเป็นวิญญาณร้ายแน่ๆ แม่นาง อาคมของเจ้าแก่กล้ายิ่งนักชาวบ้านอีกคนเอ่ยเสริม

ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยแล้วมองเฟิงชิงถิงด้วยแววตาเลื่อมใสไปตามๆ กัน

เจี่ยลุ่ย เจ้าโชคดีเหลือเกินที่มีหมอผีเดินทางผ่านมาพอดี ไม่เช่นนั้นลูกสาวของเจ้าต้องถูกวิญญาณร้ายพาตัวไปแน่ๆชายคนหนึ่งที่คงจะรู้จักมารดาของเด็กน้อยเอ่ยขึ้น

ซย่าเจี่ยลุ่ย แม่ของเด็กหญิงมองเฟิงชิงถิงอย่างสำนึกในบุญคุณ ขอบคุณแม่นางมากที่ช่วยเหลือลี่เอ๋อร์ของข้า

นางเคยมีอาการเช่นนี้มาก่อนหรือไม่เพราะยังเป็นห่วงอาการของเด็กน้อย เฟิงชิงถิงจึงอดที่จะถามประวัติการป่วยไม่ได้

ซย่าเจี่ยลุ่ยมองเฟิงชิงถิงด้วยแววตาตกตะลึงก่อนจะตอบเสียงเบา เคยเป็นครั้งหนึ่งเจ้าค่ะ ตอนที่เป็นไข้

ไม่ได้การณ์แล้ว นั่นแสดงว่าลูกสาวของเจ้ามีวิญญาณร้ายตามรังควานนะสิชาวบ้านผู้หนึ่งเอ่ย

ลูกสาวข้าไม่ได้มีวิญญาณร้ายตามรังควานซย่าเจี่ยลุ่ยหันไปตวาดคนผู้นั้นทันควัน

เด็กคนนี้ มีอาการไข้สูงและต้องการพักผ่อน ข้าหมายถึงต้องดูให้แน่ใจก่อนไอชั่วร้ายหมดไปจากร่างเด็กหรือยังเฟิงชิงถิงขัดขึ้น นางไม่ต้องการเป็นเป้าสายตาของคนจำนวนมาก อีกทั้งยามนี้ก็มีเหล่าชาวยุทธ์มุงดูอยู่ไม่น้อย ดีที่สือซานเหลียงยังคงยืนนิ่งไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเขาจึงไม่เป็นจุดเด่นมากนัก นางคิดว่าช่วยเด็กคนนี้เสร็จแล้วค่อยหาทางแยกตัวออกไปอย่างเงียบๆ คงดีกว่า

บ้านข้าอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้แล้ว เช่นนั้นข้าจะพาท่านไปซยาเจี่ยลุ่ยบอก ร่างของนางดูบอบบางอ้อนแอ้นแต่สามารถอุ้มร่างเล็กของเด็กหญิงอายุประมาณสี่ขวบขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

ขณะที่เฟิงชิงถิงเดินตามซย่าเจี่ยลุ่ยไป สตรีในอาภรณ์หรูหรานางหนึ่งก็รีบเดินเข้ามาขวาง ยิ้มให้นางด้วยท่าทางนอบน้อม

ท่านแม่หมอ ที่บ้านข้า แม่สามีของข้าเพิ่งจะเสียไปไม่นาน นางไม่ค่อยชอบข้าเท่าใดนัก อีกทั้งก่อนตายยังบอกอีกว่าหากนางตายนางจะมาหลอกหลอนข้า ท่านแม่หมอ ท่านจะช่วยไปดูที่บ้านข้าหน่อยได้หรือไม่ว่าท่านแม่สามียังอยู่ที่บ้านหรือไม่ หากอยู่ ข้าก็อยากให้ท่านช่วยทำพิธีส่งวิญญาณให้นางไปอยู่ในภพภูมิที่ดีด้วยเถิด เรื่องเงินทำบุญข้าจ่ายไม่อั้น

ท่านก็เห็นอยู่ว่าข้ายังทำกิจไม่เสร็จเฟิงชิงถิงนำหมวกกลับมาสวม

แล้วท่านจะทำกิจเสร็จเมื่อใดเล่าสตรีนางนั้นยังไม่เลิกล้มความคิดที่จะเชิญเฟิงชิงถิงไปที่บ้าน

ข้ายังไม่แน่ใจเอ่ยแล้วนางก็รีบจับชายแขนเสื้อของสือซานเหลียงให้เขาเดินตามนางไปติดๆ

แม่หมอ ท่านอยู่สำนักใด หากเสร็จกิจจะมาช่วยดูวิญญาณของแม่สามีให้ข้าได้หรือไม่

ขออภัยข้าไม่มีสำนักเฟิงชิงถิงเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ รีบพาสือซานเหลียงก้าวเดินเร็วกว่าเดิม

บ้านของซย่าเจี่ยลุ่ยอยู่ไม่ไกลเช่นที่นางบอก ระหว่างทางที่เดินไปนางก็เอาแต่พร่ำขอบคุณเฟิงชิงถิงเป็นการใหญ่ เมื่อพาเด็กน้อยกลับไปถึงบ้าน เฟิงชิงถิงก็ตรวจอาการของเด็กหญิงอีกครั้ง นางให้ซย่าเจียลุ่ยเช็ดตัวให้เด็กหญิงเพื่อลดความร้อนในร่างกายอีกทั้งยังเตือนเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็น ไม่นานเด็กคนนั้นก็หลับไป

หากเด็กมีอาการไข้สูง ท่านควรเช็ดตัวลดความร้อนให้แก่นาง พักผ่อนมากๆ และอย่าให้นางเลือกกินแต่อาหารที่ชอบเพียงอย่างเดียว เพราะหากกินอาหารซ้ำๆ จะทำให้ร่างกายนางของนางเจริญเติบโตได้ไม่ดีและป่วยง่าย

แล้วนางจะเป็นอีกหรือไม่ซย่าเจี่ยลุ่ยถามอย่างกังวลใจ

ท่านบอกว่าเคยเป็นตอนมีไข้สูง ครั้งนี้นางก็มีไข้สูงเช่นกัน คาดว่าหากมีครั้งต่อไปก็อาจจะเป็นตอนที่นางมีไข้สูง ดังนั้นตอนที่นางมีไข้ท่านต้องดูแลนางให้ดี ห้ามให้นางออกไปเล่นข้างนอกเช่นครั้งนี้

เป็นความผิดของบ่าวเองเจ้าค่ะ ทั้งที่รู้ว่าคุณหนูไม่สบายอยากกินน้ำตาลปั้น บ่าวรับปากกับคุณหนูว่าจะออกไปซื้อให้หลังจากทำงานอย่างอื่นเสร็จ แต่ไม่คิดว่าตอนที่บ่าวออกไปทำงานอย่างอื่นคุณหนูจะแอบหนีออกไปสาวใช้ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ เอ่ยเบาๆ อย่างสำนึกผิด

ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกไฉ่เอ๋อร์ เป็นข้าเองที่เอาแต่สนใจเรื่องในโรงปัก รู้ว่าลี่เอ๋อร์ไม่สบายก็ยังทิ้งนางไปซย่าเจี่ยลุ่ยมองเด็กน้อยที่หายใจอย่างสม่ำเสมออยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกผิดเช่นกัน

หมั่นโถวเสียงทุ้มที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจดังขึ้นมา ทำเอานายบ่าวสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ

เฟิงชิงถิงรีบลุกจากเก้าอี้เดินไปทางสือซานเหลียงที่มุมห้องอย่างรวดเร็ว ตอนแรกที่พาสือซานเหลียงมานางก็บอกเขาให้รอนาง สือซานเหลียงไม่ตอบนางแต่เขาก็ยืนนิ่งไม่เอ่ยสิ่งใด ยามนี้เอ่ยออกมาคำเดียวว่าหมั่นโถว จะเป็นอะไรไปได้เล่าหากไม่ใช่เขาหิวจนจะทนไม่ไหวแล้ว

เห็นสายตาดุดันที่มองมา เฟิงชิงถิงก็รู้แล้วว่าเห็นท่าจะไม่ดีหากไม่หาสิ่งใดให้เขากินโดยเร็ว นางหันกลับไปทางสองนายบ่าวอีกครั้ง หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้าขอตัว

พวกท่านจะไปที่ใดซย่าเจี่ยลุ่ยลุกจากเตียงแล้วเดินตามมา

ยังไม่ทันที่เฟิงชิงถิงจะตอบ เสียงท้องร้องดังโครกครากก็ดังขึ้นจากร่างใหญ่ ซย่าเจี่ยลุ่ยได้ยินชัดเจน นางคลี่ยิ้มให้เฟิงชิงถิงแล้วเอ่ยว่า แม่นางโปรดรอสักครู่

ซย่าเจี่ยลุ่ยก็เดินออกไปนอกห้อง ไม่นานนางก็กลับเข้ามาบอกกับเฟิงชิงถิงอีกครั้ง

หากไม่รังเกียจ ขอให้ข้าได้เลี้ยงอาหารตอบแทนพวกท่านสักมื้อเถิด เมื่อครู่ข้าให้คนไปเตรียมอาหารไว้ให้พวกท่านแล้ว ตอนนี้พวกเขาคงเตรียมของว่างเสร็จแล้ว ไปที่ห้องอาหารกันเถิด

เอ่ยจบซย่าเจี่ยลุ่ยก็บอกให้สาวใช้คอยดูแลลี่เอ๋อร์ ส่วนนางก็หันไปเชิญแขกทั้งสองอีกครั้งก่อนจะเดินนำไป

ตอนแรกเฟิงชิงถิงยังลังเล แต่เมื่อเห็นแววตาดุร้ายน่ากลัวที่กำลังมองร่างของนางอยู่ เฟิงชิงถิงก็เลิกคิดจะปฏิเสธ เดินตามซย่าเจี่ยลุ่ยโดยที่ในใจคิดว่า ขอให้ถึงห้องอาหารโดยไว และขอให้อาหารนำมาส่งให้ไวที่สุด ไม่เช่นนั้นนางอาจจะกลายเป็นอาหารเสียเอง

เฟิงชิงถิงรู้สึกเกรงใจซย่าเจี่ยลุ่ยไม่น้อย เพราะอาหารที่ถูกลำเลียงมาส่งล้วนเป็นอาหารชั้นดีทั้งสิ้น อีกทั้งสือซานเหลียงก็กินเอากินเอาเหมือนคนไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน ทั้งที่เขากินอาหารอยู่ทุกวัน แต่เพียงแค่จำกัดอาหารเท่านั้นเอง แต่สือซานเหลียงก็ไม่ลืมที่จะคีบอาหารให้เฟิงชิงถิงจนเต็มชามของนางเช่นกัน

จานเปล่าจานแล้วจานเล่าถูกยกออกไปพร้อมกับอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จจานใหม่ยกมาแทนที่ ซย่าเจี่ยลุ่ยทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีกับคนทั้งสอง นางแนะนำตัวว่านางแซ่ซย่านามว่าเจี่ยลุ่ย เป็นแม่หม้ายสามีตาย ลูกสาวของนางมีนามว่าลี่เอ๋อร์ ส่วนเฟิงชิงถิงก็แนะนำตัวกับซย่าเจี่ยลุ่ยว่านางแซ่เลี่ยง มีนามว่าเฟิง  ส่วนสือซานเหลียงนางก็เรียกเขาว่าอาเหลียง เดินทางมาที่ด่านชายแดนต้าหลวนเพราะต้องการมาตามหาญาติ 

ตั้งแต่สามีของข้าจากไป ลี่เอ๋อร์ก็เป็นสิ่งมีค่าสิ่งเดียวที่ข้ามี นางเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของข้า หากนางเป็นอะไรข้าคงไม่กล้าไปสู้หน้าสามีที่จากไปแล้ว และก็คงจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีลี่เอ๋อร์ซย่าเจี่ยลุ่ยสีหน้าเศร้าสลดลงหลังจากเอ่ยถึงสามีของนาง แต่ก็เพียงไม่นานใบหน้างดงามก็กลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง ดังนั้นหากมีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยได้ ขอให้แม่นางเลี่ยงบอกกับข้า ข้ายินดีช่วยเหลือพวกท่านทุกอย่าง ต่อให้แลกด้วยชีวิตข้าก็ยินดี

ข้าเพียงไม่สามารถเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาได้เท่านั้น เป็นฮูหยินที่พอจะช่วยผู้อื่นได้ก็คงยื่นมือเข้าช่วยเหลือเช่นกัน ดังนั้นโปรดอย่าเห็นเป็นบุญคุณใดเลยเฟิงชิงถิงบอก

แม่นางเลี่ยงช่างจิตใจดีงามนัก นี่ก็ใกล้จะค่ำแล้ว พวกท่านเป็นคนต่างถิ่น ยามนี้หาโรงเตี๊ยมเข้าพักคงลำบากเพราะมีชาวยุทธ์เดินทางมามาก โรงเตี๊ยมทุกแห่งแทบจะไม่มีห้องว่างเหลือ หากแม่นางเลี่ยงไม่ถือสาที่บ้านข้าคับแคบไม่สะดวกสบาย ข้าจะยินดีอย่างยิ่งหากพวกท่านให้เกียรติพักที่บ้านของข้า จนกว่าจะตามหาญาติของแม่นางเลี่ยงพบ

บ้านของซย่าเจี่ยลุ่ยห่างไกลจากคำว่าคับแคบและไม่สะดวกสบายไปมาก แม้จะไม่ได้ใหญ่โตเทียบเท่าคฤหาสน์ของคหบดี แต่ก็ถือว่าใหญ่โตพอสมควรสำหรับชาวบ้านธรรมดา แต่จะให้นางผู้ถูกทหารแคว้นเจิ้งต้องการตัวกับสือซานเหลียงผู้ถูกเหล่าชาวยุทธ์ตามล่าเข้ามาอยู่ เห็นทีจะเป็นเรื่องสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นมากกว่า

เกรงว่าหากพักที่บ้านของท่านแล้วจะนำความเดือดร้อนมาให้ท่านเสียมากกว่า ดังนั้นความหวังดีของแม่นางซย่าข้าขอรับไว้ด้วยใจเฟิงชิงถิงบอกตามตรง

ความเดือดร้อนหรือซย่าเจี่ยลุ่ยมีสีหน้างงงวยแต่ไม่ได้ถามต่อ นางนิ่งไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยกับเฟิงชิงถิงอีกครั้ง เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ที่จริงข้ามีโรงผ้าปักอยู่แห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้เท่าใดนัก ที่นั่นมีห้องพักคนงาน แต่เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกคนงานเป็นคนในพื้นที่ห้องพักจึงไม่มีผู้ใดพัก หากแม่นางเลี่ยงไม่สะดวกใจจะพักที่บ้านนี้ ท่านก็สามารถไปพักที่โรงผ้าปักของข้าได้ ที่นั่นมีเพียงท่านป้าซินที่ทำหน้าที่ดูแลเรือนพักและโรงผ้าปักเท่านั้น

เฟิงชิงถิงคิดว่าก็ดีเหมือนกัน หากเป็นโรงผ้าปัก ผู้คนเข้าออกมากมายหากนางจะเข้าออกก็คงไม่สะดุดตาเท่าใดนัก ตัวนางเองก็มีเงินเหลือติดตัวไม่มากแล้ว หากพักที่โรงเตี๊ยมค่าใช้จ่ายก็คงพอดู อีกทั้งแม้โรงเตี๊ยมจะมีผู้คนพลุกพล่านแต่ก็สามารถตรวจสอบคนเข้าพักง่ายกว่าโรงผ้าปักแน่นอน คิดเช่นนั้นเฟิงชิงถิงจึงตัดสินใจ

หากเป็นเช่นนั้นก็ขอรบกวนแล้ว

ซย่าเจี่ยลุ่ยได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างด้วยความยินดี ให้คนเตรียมรถม้าเพื่อพาเฟิงชิงถิงและสือซานเหลียงที่อิ่มแปร้ไปยังโรงผ้าปักในทันที

จวนใกล้ค่ำแล้ว โรงผ้าปักจึงเหลือเพียงซินฝูหรือป้าซินที่เป็นผู้เฝ้าเรือนพักเพียงคนเดียว สตรีวัยเกือบห้าสิบออกมาต้อนรับซย่าเจี่ยลุ่ยอย่างกระตือรือร้น ส่วนซย่าเจี่ยลุ่ยก็เอ่ยกับนางอย่างเป็นกันเอง

ท่านป้าพวกเขาทั้งสองคือแขกคนสำคัญของข้า ท่านโปรดดูแลพวกเขาแทนข้าด้วย ส่วนห้องพักที่ข้าให้คนมาเตรียมการไว้เรียบร้อยดีหรือไม่

เรียบร้อยดีเจ้าค่ะฮูหยิน ปัดกวาดเรียบร้อยแล้ว เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดและสะอาดที่สุดเจ้าค่ะซินฝูเอ่ยพลางมองแขกของฮูหยิน

สตรีนางนั้นไม่เท่าใด แต่เจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยังคงสวมหมวกอยู่เหตุใดจึงมีท่าทางดุดันน่ากลัว ขนาดสตรีอายุมากอย่างนางยังไม่อยากเข้าใกล้

นี่คือแม่นางเลี่ยงเฟิง นางเป็นหมอ เอ่อหมอผี ส่วนท่านผู้นี้มีนามว่าท่านเหลียง ญาติของแม่นางเลี่ยงแม้แต่ซย่าเจี่ยลุ่ยเองก็หวาดกลัวชายร่างใหญ่ผู้นี้เช่นกัน แต่เห็นว่าเขาเป็นคนที่แม่นางเลี่ยงพามาด้วย อย่างไรก็คงไม่ใช่คนไม่ดี

พวกท่านอย่าได้ถือสาเขาเลย เขาอาจจะดูดุดันแต่เขาไม่ทำร้ายผู้ใดเฟิงชิงถิงบอกกับสตรีต่างวัยทั้งสอง

เช่นนั้นก็เชิญทางนี้เถิด ข้าจะพาพวกท่านไปที่ห้องพักซินฝูเอ่ยก่อนจะเดินนำไปที่ห้องพัก

ห้องพักที่ซย่าเจียลุ่ยสั่งให้คนมาปัดกวาดเป็นห้องที่กว้างที่สุดในบรรดาห้องพักที่มี หลังจากบอกสถานที่จำเป็นต่างๆ ให้เฟิงชิงถิงฟัง อย่างเช่นห้องสุขาอยู่ทางใด บ่อน้ำอยู่ที่ใด ซย่าเจี่ยลุ่ยก็ลากลับไป แต่ก่อนกลับซย่าเจี่ยลุ่ยยังคงย้ำกับเฟิงชิงถิงอีกครั้งว่า

แม่นางเลี่ยงเชิญพักอยู่ตามสบายจนกว่าจะตามหาญาติของพวกท่านเจอ ส่วนเรื่องญาติของท่านเป็นหน้าที่ให้ข้าช่วยตามหาอีกแรง

ขอบคุณท่านมาก แต่เรื่องที่ข้ามาพักที่นี่ขอให้ปิดเป็นความลับได้หรือไม่ ข้าเกรงว่าจะมีคนมาเชิญให้ข้าปราบวิญญาณร้าย ที่จริงแล้วความสามารถของข้าไม่ได้เก่งกาจถึงเพียงนั้น คนอื่นรู้ก็ขายหน้าเขาเปล่าๆ เฟิงชิงถิงอ้างเรื่องปราบวิญญาณร้าย

ข้าจะกำชับคนที่นี่ให้ปิดเป็นความลับ แม่นางเลี่ยงไม่ต้องกังวล

ได้ยินเช่นนั้นเฟิงชิงถิงก็สบายใจ นางรู้สึกว่าช่างเป็นโชคดีเสียเหลือเกิน หากไม่ได้ซย่าเจี่ยลุ่ยให้ที่พักแก่นาง นางอาจจะต้องไปค้างที่วัดร้างหรือศาลเจ้าร้าง แต่ที่นั่นคงไม่ใช่นางคนเดียวที่ไปค้างแรม เพราะคงมีชาวยุทธ์อีกไม่น้อยที่ไม่มีที่พัก วัดร้างและศาลเจ้าร้างก็คงเป็นสถานที่เดียวที่พวกเขาคิดได้เช่นกัน แล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้นหากพวกเขาจำสือซานเหลียงได้

ก่อนเข้านอนเฟิงชิงถิงก็ไม่ลืมตรวจอาการและฝังเข็มให้สือซานเหลียงโดยสางผมให้เขาไปพลางฝังเข็มไป แต่ระหว่างที่ฝังเข็มนางก็ครุ่นคิดไปถึงอาการที่นางเพิ่งจะตรวจเสร็จ ทุกอย่างไม่ได้บอกว่าอาการลมปราณตีกลับของสือซานเหลียงแย่ลงแต่อย่างใด แต่เหตุใดอาการสติไม่ดีของเขาจึงดูเพิ่มขึ้นเล่า เฟิงชิงถิงพยายามหาคำตอบแต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้จนถึงเวลานอน

ห้องที่ถูกเตรียมไว้ให้มีสองเตียงนางจึงเลือกเตียงเล็กและให้สือซานเหลียงนอนเตียงใหญ่ เพราะเฟิงชิงถิงเคยชินกับการนอนห้องเดียวกับสือซานเหลียงไปแล้ว นางจึงไม่ค่อยรู้สึกแปลกอะไร หากไม่รวมเหตุการณ์ตอนเช้าที่เกิดขึ้นในถ้ำ ทุกวันเขามักจะตื่นก่อนนางแต่จะไม่ลุกไปไหน เพียงแต่นั่งเหม่อ จนเมื่อนางตื่นเขาจึงจะหันมามองนางและทักทายนางด้วยคำที่เคยชินว่า หมั่นโถว ดังนั้นคืนนี้จึงไม่ต่างกัน คิดว่าเขาอิ่มแล้วคงจะไม่คิดทำสิ่งใดกับนาง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็เตรียมเข็มเอาไว้พร้อมเสมอ

เฟิงชิงถิงนอนไปพร้อมกับลอบฟังเสียงของคนที่อยู่บนเตียงอีกฟาก ไม่ได้ยินเสียงเขาเคลื่อนไหว นางก็หลับลงอย่างสบายใจ ไม่ได้ล่วงรู้ว่าหลังจากที่นางหลับไปแล้ว ร่างใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่อีกเตียงจะลุกขึ้นมา

ในม่านราตรีอันเงียบสงัด ร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเตียงหลังเล็ก แหวกม่านที่กั้นเตียงให้แยกออก แสงจันทร์สีเงินยวงที่สาดส่องเข้ามาอาบไล้ร่างบางที่หลับสนิทเป็นประกายขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ร่างที่ทอประกายนั้นทำให้คนมองคิดว่านางคือนางฟ้าที่กำลังหลับใหลอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า ขณะที่ร่างใหญ่ขยับเข้าไปใกล้แสงวาววับบางอย่างทำให้ร่างนั้้นชะงักนิ่งก่อนจะคำรามหึ่มในลำคอด้วยความไม่พอใจ สิ่งที่สะท้อนเข้ามาในตาของสือซานเหลียงก็คือประกายของเข็มเล่มเล็กในมือของเฟิงชิงถิงนั่นเอง

ดวงตาคู่ดุดันมองเข็มเล่มจิ๋วคล้ายกับมันเป็นศัตรูตัวฉกาจ ใช้มือใหญ่คีบเข็มเล่มนั้นออกจากมือเล็กช้าๆ เป็นเพราะเฟิงชิงถิงหลับไปแล้วมือของนางจึงคลายออก เข็มที่ใช้ป้องกันตัวถูกดึงออกไปจึงไม่รู้เรื่อง อาวุธหลักของหญิงสาวถูกโยนส่งๆ ออกไป และเมื่อมันหายไปในความมืด เสียงทุ้มก็หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ

ในที่สุดคนผู้นั้นก็ขยับขึ้นไปบนเตียงอย่างแผ่วเบา นอนตะแคงมองร่างบางที่หลับใหล ขยับเข้าใกล้แต่ไม่สัมผัสโดนนาง และเมื่อได้ที่เหมาะแล้วเขาก็สูดกลิ่นหอมที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาวหลับตาลงด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ไม่นานลมหายใจของร่างใหญ่ก็ประสานกับลมหายใจของร่างเล็กอย่างเป็นธรรมชาติคล้ายกับว่าร่างของคนทั้งสองได้หลอมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็ไม่ปาน...

--------------------------------------------

วันนี้อากาศไม่ค่อยร้อนก็เลยมาไวได้ค่ะ

สงสารคอมมากกลัวมันเจ๊ง 555

---------------------

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...


https://web.facebook.com/Writer.SummerNight/


กดแฟนเพจตรงนี้จ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.117K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,452 ความคิดเห็น

  1. #2332 pornrak98 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 01:11
    เอ็นดู..หมั่นโถว555
    #2,332
    1
    • #2332-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 10)
      30 กันยายน 2562 / 11:08
      ใครๆก็ชอบ
      #2332-1
  2. วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 01:12
    ขอถามอย่างนึงนะ..นางเอกไม่มีบ้านที่เป็นหลักแหล่งเกรอ..คือต้องกระแตงกันไปแบบนี้ตลอดจริงดิ..ดูเหมือนไม่มีจุดหมายปลายทางเลยอ่ะ..คิดแต่จะหาสำนักของพระเอกแต่ไม่คิดหาที่อยู่ใว้ซ้อนตัวซักพักแล้วรักษาพระเอกแบบจริงจังเลย..คิดว่าจะรอดไปได้ตลอดจริงดิ
    #1,897
    1
    • #1897-1 (จากตอนที่ 10)
      11 กรกฎาคม 2562 / 06:18
      อันที่จริงเราก็มีเหตุผลไว้ให้แล้วนะคเ กับเรื่องพวกนี้ ออกมาแนวนี้คืออ่านข้ามไม่อย่างนั้นก็คือไม่เข้าใจค่ะ
      #1897-1
  3. #1453 Jellydolphin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 22:06
    เอ็นดูชอบดมหมั่นโถวก็ไม่บอก
    #1,453
    1
    • #1453-1 (จากตอนที่ 10)
      20 มิถุนายน 2562 / 23:04
      เยี่ยงนั้นแลค่ะ
      #1453-1
  4. #1450 pommy4813 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 10:18

    เริ่มหายแล้วมั้ง...

    #1,450
    1
    • #1450-1 (จากตอนที่ 10)
      20 มิถุนายน 2562 / 23:03
      ยางงงง
      #1450-1
  5. #1081 pemipond (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 19:08
    หายแล้วมั้ง
    #1,081
    1
    • #1081-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 10)
      7 มิถุนายน 2562 / 18:09
      ดูกันว่าหายไปมั้ย
      #1081-1
  6. #950 poppy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 21:52

    คนบ้าเอ๊ยยยย..เมื่อไหร่จะหายบ้านะนี่

    #950
    1
    • #950-1 (จากตอนที่ 10)
      5 มิถุนายน 2562 / 00:39
      สักพักค่ะ
      #950-1
  7. #861 Bonefitty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 18:48
    บ้าจริงๆ หรือ แกล้งทำ
    #861
    1
    • #861-1 (จากตอนที่ 10)
      3 มิถุนายน 2562 / 00:33
      บ้าจริง อิอิ
      #861-1
  8. #846 DAEDUKDIK (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 20:29
    ไม่ได้กลิ่น หมั่นโถว ถึงกลับนอนไม่หลับเลยนะ
    #846
    1
    • #846-1 (จากตอนที่ 10)
      3 มิถุนายน 2562 / 00:30
      ถูกค่ะ
      #846-1
  9. #781 Fayrious (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 11:01

    ชอบมากค่ะ น่ารักดี

    #781
    1
    • #781-1 (จากตอนที่ 10)
      1 มิถุนายน 2562 / 00:27
      ขอบคุณจ้า
      #781-1
  10. #331 Beaw12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 23:29
    เฮียหายบ้าแล้วใช่ไหม?
    #331
    1
    • #331-1 (จากตอนที่ 10)
      12 พฤษภาคม 2562 / 16:02
      ยังค่ะ
      #331-1
  11. #230 sorachang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 21:36

    อ่านมาหลายตอนล่ะสงสัยอย่างเดียวพระเอกกินเยอะขนาดนี้ไม่ปวดท้องอึบ้างรึหรือว่าการขับถ่ายสลายไปกับเหงื่อ?5555
    #230
    1
    • #230-1 (จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2562 / 20:55
      ละไว้ในฐานที่เดากันเองค่ะ 555
      #230-1
  12. #187 nuchii675 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 12:26

    ชอบๆๆๆๆเฮียสือกะหมั่นโถวเวอร์ชั่นนี้อย่างแรง ไรท์มาอัพรัวๆเถิด


    อ้อรีดอยากอ่านเรื่องของพ่อหมาป่าด้วย ไรท์แต่งยังอ่ะ


    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-08.png

    #187
    1
    • #187-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:41
      แล้วจะรีบปั่นนะคะ ส่วนเรื่องพ่อหมายังไม่ได้เริ่มเลยค่ะ คิดเรื่องนี้ออกก่อนก็เลยเขียนเรื่องนี้ก่อนค่ะ
      #187-1
  13. #186 Nannygt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 12:04

    น่ารักกกกกกกกก
    #186
    1
    • #186-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:41
      มาดูกันต่อค่ะ
      #186-1
  14. #185 Oiljang89 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:43
    มาต่อเร็วๆนะ
    #185
    1
    • #185-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:41
      กำลังมาแล้วค่ะ
      #185-1
  15. #184 นู๋ฝ้าย จร๊าาาาา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 06:32
    เป็นคนบ้านี่มันดีจริงๆนะค่ะ
    #184
    1
    • #184-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:41
      แน่นอนค่ะ
      #184-1
  16. #183 Datarin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 01:39

    พี่ใหญ่สือ >////< ท่านก็น่าเอ็นดูเนอะ


    #183
    1
    • #183-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:40
      ชอบเค้า เราก็ดีใจ
      #183-1
  17. #182 usaonly (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 00:28

    พี่เหลียวเดี๋ยวนี้กินอาหารรู้จักตักให้น้องด้วยแฮะ แสดงว่าอาหรดีขึ้นแล้ว นี่แอบมานอนกับน้องอีกแล้ว คงจะเคยชินและชอบกลิ่นหอมจากตัวนางนั่นเอง หวังว่าคงจะเจอญาติโดยเร็ววันนะ ขอบคุณค่ะ

    #182
    1
    • #182-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:40
      มาช่วยกันลุ้นค่ะ ว่าจะยังไงต่อ
      #182-1
  18. #181 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 23:45

    ใครจะรู้อาจเป็นคนบ้าเจ้าเล่ห์ก็ได้ 5555

    #181
    1
    • #181-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:40
      ได้ทุกอย่างค่ะ
      #181-1
  19. #180 nunuvsop (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 23:27

    เดาว่าพี่ใหญ่ถึงจะหายบ้า จะยังคงแกล้งมืน หลอกกินเต้าหู้ชิงถิงไปเรื่อยๆ

    #180
    1
    • #180-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:40
      คิดอย่างนั้นหรือคะ อิอิ
      #180-1
  20. #179 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:01
    เฮียแกติดน้องไปแล้ว

    ต้องได้กลิ่นไอตัวน้องถึงจะสงบจิตใจนอนหลับได้

    ต่อไปต้องกลายเป็นทาสน้องแน่น.
    #179
    1
    • #179-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:40
      555 มาลุ้นกันต่อค่ะ
      #179-1
  21. #178 carapanda (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 21:33
    รอตอนต่อไปจ้า
    #178
    1
    • #178-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:39
      กำลังมาแล้วค่ะ
      #178-1
  22. #174 13942 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 20:46

    ละมุนจริง....พี่ท่านหายบ้าแล้วหรือเปล่านะ?? ไม่รู้กำลังฟิน (คุยกับใคร)
    #174
    1
    • #174-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:39
      5555 บ้าบวกฟิน
      #174-1
  23. #173 ปัญญาพร จงรักสิทธิ์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 20:39

    รอค่ะ ทุกวันเลย

    #173
    1
    • #173-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:39
      ขอบคุณที่รอจ้า
      #173-1
  24. #172 indymoi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 19:57
    ละมุนสวนทางกับภาพลักษณ์พี่ใหญ่มาก~
    ไรท์ขายใน meb เลยได้มั้ยจะลงแดงแล้ววววว
    #172
    1
    • #172-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:39
      ยังแต่งไม่จบเลยค่ะ ขอปั่นก่อนนะคะ
      #172-1
  25. #171 llnaphatll (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 18:47
    ฮั่นแหน่มีความอยากอยู่ใกล้ รอต่อนะคะอัพบ่อยๆนะค้าาาขอบคุณค่ะ
    #171
    1
    • #171-1 (จากตอนที่ 10)
      27 เมษายน 2562 / 15:38
      จะพยายามมานะคะ แต่เพราะช่วงนี้ร้อนเหลือเกิน คิดไม่ออกด้วย 555
      #171-1