อาจารย์ ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก [ Yaoi ] (Deep Publishing)

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 ปีศาจแมงมุม (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 365 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

“พวกข้าขังนางไว้ที่นี่ แต่สาวใช้ของนางปล่อยให้นางหนีไป พวกข้าจึงขังสาวใช้ของนางไว้แทน” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยกับเนี่ยมู่ซิ่ง ก่อนพาเขาเดินไปยังเรือนคุมขังที่ยามนี้มีเหมยเหมย สาวใช้ของสุ่ยซวี่ถูกขังอยู่

ฟ่านจิ้งวิ่งนำหน้าไปก่อนด้วยความอยากรู้อยากเห็น เย่วไป๋หูมองไปรอบๆ บริเวณด้วยท่าทางคล้ายกับมาเดินเล่น แต่เมื่อเข้าใกล้เรือนคุมขัง นัยน์ตาของเขาก็เป็นประกายวาบ จากสีเทาเงินเปลี่ยนเป็นสีอำพันครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นสีเทาเงินดังเดิม เขาหันไปมองเนี่ยมู่ซิ่งที่มองบริเวณโดยรอบ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร

“ข้าต้องการเข้าไปดูสาวใช้ของนาง” เนี่ยมู่ซิ่งเอ่ยหลังจากสำรวจพื้นที่โดยรอบแล้ว

“ได้ขอรับ อาจารย์เนี่ยเชิญ” หัวหน้าหมู่บ้านเรียกชายฉกรรจ์มาอีกสี่ห้าคน ด้วยเกรงว่าสาวใช้ของสุ่ยซวี่จะคิดหนี ถึงแม้ยามนี้นางจะไม่ใช่ปีศาจ แต่นางเป็นคนปล่อยสุ่ยซวี่ที่เป็นปีศาจออกไป ไม่แน่ว่าพวกนางอาจจะรวมหัวกัน ทุกคนจึงป้องกันเอาไว้ก่อน

เนี่ยมู่ซิ่งเข้าไปในเรือนคุมขัง เห็นหญิงสาวนั่งกอดเข่าอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง นางเงยหน้าขึ้นแล้วรีบผวามานั่งใกล้ขาของเนี่ยมู่ซิ่ง

“นายท่าน ฮูหยินของข้าไม่ใช่ปีศาจนะเจ้าคะ นางไม่ใช่” เหมยเหมยรีบแก้ตัวแทนเจ้านายของนาง

“หากไม่ใช่แล้วเหตุใดจึงมีคนในหมู่บ้านตาย อีกทั้งสามีของนางก็ตาย มีคนเห็นทนโท่ว่านางเป็นคนกินสามีของตัวเอง เจ้าจะเอาอะไรมายืนยันว่านางไม่ใช่ปีศาจ นางเด็กโง่งม!” หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มเดือดดาล เพราะญาติสนิทของเขาก็ตายไปคนหนึ่งเหมือนกัน

เหมยเหมยอึกอัก น้ำตาไหลพราก สีหน้าบ่งบอกถึงความอัดอั้นตันใจ “แต่นางไม่ใช่ ไม่เช่นนั้นเหตุใดข้าจึงยังอยู่รอดมาได้เล่าเจ้าคะ พวกท่านเชื่อข้าเถิด”

“พวกเจ้าอาจจะเป็นพวกเดียวกันก็ได้ รอให้พวกข้าจับตัวสุ่ยซวี่มาได้ก่อน หากนางบอกว่าเจ้าเป็นพวกเดียวกัน ข้าจะให้อาจารย์เนี่ยปราบเจ้าพร้อมกับนาง”

“ไม่นะเจ้าคะ ข้าไม่ใช่ ฮูหยินก็ไม่ใช่ พวกข้าไม่ใช่ปีศาจ”

“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าว่านางแค่เป็นคนโง่โดนหลอกง่ายเฉยๆ นางโง่ขนาดนี้คงไม่ได้เป็นปีศาจเหมือนนางปีศาจตนนั้นหรอก” ชายคนหนึ่งเอ่ยด้วยความเห็นใจ

“ก็ไม่แน่ ไม่เช่นนั้นนางจะปล่อยนางปีศาจไปได้อย่างไร”

“ก็เพราะนางซื่ออย่างไรเล่า เท่าที่ข้าดูนาง นางทั้งซื่อทั้งโง่ หากข้าเป็นปีศาจ ข้าไม่รับนางไว้เป็นพวกหรอก กลัวทำให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองเป็นปีศาจ ปล่อยนางออกไปเถิด นางน่าสงสารออก คงเสียใจมากที่รู้ว่านายตัวเองเป็นปีศาจ” ชายอีกคนเสริม ชายอีกสามคนพยักหน้าเห็นด้วย

“รอให้สุ่ยซวี่ถูกจับได้ก่อน เรื่องปล่อยเหมยเหมยค่อยคุยกันอีกที” หัวหน้าหมู่บ้านตัดบท ก่อนจะหันไปถามความเห็นเนี่ยมู่ซิ่ง “อาจารย์เนี่ย ท่านคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง”

เนี่ยมู่ซิ่งมองดูเด็กสาวด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะหันไปบอกหัวหน้าหมู่บ้าน

“ข้าว่านางอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับปีศาจอย่างที่คนอื่นเอ่ยจริง แต่ถ้าท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่ไว้ใจ คืนนี้ก็ขังนางเอาไว้ที่นี่ ให้คนเฝ้านางไว้สักสองคน ตัวข้าจะออกไปตามหาปีศาจตนนั้นเอง”

“แล้วอาจารย์เนี่ยรู้หรือไม่ว่าสุ่ยซวี่อยู่ที่ใด” หัวหน้าหมู่บ้านถามต่อ

“คาดว่าอีกไม่นานปีศาจก็จะปรากฏตัวออกมา นี่ก็ค่ำแล้ว นำของสิ่งนี้ไปแปะที่หน้าประตูบ้านทุกหลัง ปิดประตูหน้าต่างให้หมด ห้ามใครออกมาจากบ้านจนกว่าข้าจะสั่ง”

“ได้ๆ” หัวหน้าหมู่บ้านรับยันต์จำนวนหลายแผ่นจากมือของเนี่ยมู่ซิ่ง แล้วแจกให้แก่ชายฉกรรจ์เพื่อนำไปแจกจ่ายอีกที หลังจากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็อาสาเฝ้าเหมยเหมยพร้อมกับบ่าวของเขาอีกหนึ่งคน

หลังจากชาวบ้านแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เนี่ยมู่ซิ่งจึงออกมาจากเรือนคุมขัง ปล่อยให้หัวหน้าหมู่บ้านและบ่าวของเขาเฝ้าเหมยเหมยเอาไว้

“เนี่ยมู่ซิ่ง ตกลงเจ้าเป็นนักปราบปีศาจแน่แล้วเหรอ” เย่วไป๋หูที่เดินเคียงข้างถามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความดูแคลน

เย่วไป๋หูไม่เรียกเนี่ยมู่ซิ่งว่าอาจารย์เนี่ยอีกต่อไป เพราะคิดว่าคนผู้นี้หาได้มีความสามารถไม่

“ทำไมพี่เย่วถามอาจารย์อย่างนั้นเล่า อย่างน้อยอาจารย์ข้าก็เคยปราบปีศาจได้นะ” ฟ่านจิ้งที่พยายามมองหาเบาะแสสตรีที่มีนามว่าสุ่ยซวี่หันมามองเย่วไป๋หูอย่างไม่พอใจ

“ปีศาจตนใดกันที่อาจารย์เจ้าเคยปราบได้ ข้าไม่เห็นสักตนเดียว นี่เป็นงานแรกไม่ใช่หรือไร เดาว่าสำนักทะยานฟ้าคงเหลือเพียงชื่อ ศิษย์คงมีแค่วิชางูๆ ปลาๆ ปาหี่ไปวันๆ”

แล้วฟ่านจิ้งก็ชี้ไปที่เย่วไป๋หู ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัด “ก็ท่านอย่างไรเล่า ปีศาจตนแรกที่อาจารย์ปราบได้ อาจารย์ข้าปราบปีศาจจิ้งจอกเก้าหางตบะหลายพันปีได้ นั่นแปลว่าอาจารย์ของข้าไม่ธรรมดา นอกเสียจากว่าที่แท้พี่เย่วไม่ได้เป็นราชาปีศาจตามคำเล่าลือ แต่เป็นแค่ปีศาจจิ้งจอกปลายแถว”

“เจ้า!” เย่วไป๋หูหน้าแดงก่ำ เขาไม่ได้ถูกนักปราบปีศาจผู้นั้นปราบเสียหน่อย แค่เสียท่าโซ่ร้อยวิญญาณเท่านั้น

แต่ถ้าผู้ใดรู้เข้าว่าเขาถูกนักปราบปีศาจปลายแถวกำราบได้ ชื่อเสียงของราชาปีศาจคงป่นปี้ไม่มีเหลือ

ไม่ได้ๆ อย่างน้อยคนที่กำราบเขาได้ต้องยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงสักนิดก็ยังดี เพื่อสมฐานะของเขาผู้เป็นถึงหนึ่งในสี่ราชาปีศาจ จะให้ผู้อื่นรู้ไม่ได้ว่าคนที่กำราบเขาได้เป็นแค่นักปราบปีศาจไร้ฝีมือ

“เนี่ยมู่ซิ่ง ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนนะ ข้านั้นมีชื่อเสียงที่ต้องปกป้อง หากแค่ปีศาจปลายแถวเจ้ายังปราบไม่ได้ ข้านี่แหละจะทำให้เจ้าอยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้ เพื่อล้างอายให้แก่ศักดิ์ศรีของข้าที่ดันถูกนักปราบปีศาจปลายแถวเช่นเจ้ากำราบได้”

เนี่ยมู่ซิ่งไม่ได้เอ่ยสิ่งใดกับเย่วไป๋หู เขาปรายตามองนิดเดียวเท่านั้นก็เลิกสนใจ เดินไปนั่งยองๆ หลบอยู่ที่หลังพุ่มไม้ เอ่ยกับฟ่านจิ้งเบาๆ

“เราเดินมาไกลพอสมควรแล้ว ที่เหลือก็แค่รอเวลา”

“ปีศาจจะผ่านมาทางนี้หรือขอรับอาจารย์” ฟ่านจิ้งรีบนั่งเคียงข้างอาจารย์

“คงไม่ต้องรอให้นางผ่าน เพราะเราจะเข้าไปปราบก่อนที่นางจะเดินผ่านมา ไม่เช่นนั้นหัวหน้าหมู่บ้านกับคนของเขาคงโดนปีศาจแมงมุมตนนั้นกินเสียก่อน”

“ปีศาจแมงมุมตนนั้นจะแอบเข้าไปในเรือนคุมขังหรือขอรับ” ฟ่านจิ้งดวงตาเบิกกว้าง หันไปมองเรือนคุมขังที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนักด้วยอาการตื่นเต้น

“นางไม่ได้แอบเข้าไป แต่นางอยู่ในนั้นตั้งแต่แรกแล้ว” เนี่ยมู่ซิ่งมองดูเรือนคุมขังด้วยดางตาคมกริบมากกว่าเก่า

“ท่านจะบอกว่าสาวใช้นามว่าเหมยเหมยคือปีศาจหรือขอรับ”

“ถูกต้อง เพราะนางเป็นปีศาจปลายแถวจึงกลบกลิ่นสาบของตนเองไม่ได้ คนทั่วไปไม่รู้ว่านั่นคือกลิ่นสาบปีศาจ แต่สำหรับนักปราบปีศาจจะต้องได้กลิ่นแน่นอน แม่นางสุ่ยซวี่อาจจะไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นเหมยเหมยที่เป็นปีศาจ”

“แล้วเมื่อครู่เหตุใดท่านจึงบอกว่าแม่นางเหมยเหมยไม่ใช่ปีศาจเล่าขอรับ”

“เพราะอาจารย์ต้องการให้นางเปิดเผยตัวตนของนางให้ผู้อื่นรู้เอง” เห็นฟ่านจิ้งเอียงคอมองอย่างไม่เข้าใจ เนี่ยมู่ซิ่งจึงอธิบายต่อ “เมื่อครู่เจ้าก็ได้ยินว่าหลายคนต่างคิดว่านางไม่ได้เป็นปีศาจ และไม่ได้เป็นพวกของปีศาจเพราะว่านางโง่งมเกินไป ผู้ใดจะรู้ว่าทุกอย่างเป็นการแสร้งทำของนางเพื่อให้ผู้อื่นคิดว่านางเป็นเพียงสาวใช้ธรรมดา ไม่ใช่ปีศาจ หากอาจารย์เอ่ยไปอาจจะมีหลายคนไม่เชื่อ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือให้นางเผยร่างที่แท้จริงออกมา ทำเช่นนี้ไม่มีผู้ใดไม่เชื่อแน่ว่านางคือปีศาจแมงมุม”

“อาจารย์ ท่านยอดเยี่ยมจริงๆ” ดวงตาของฟ่านจิ้งมีประกายของความเลื่อมใสอยู่เต็มเปี่ยม

เย่วไป๋หูที่ได้ยินการสนทนาของศิษย์กับอาจารย์ก็หน้าม้านไป เขาคิดว่าเนี่ยมู่ซิ่งไม่ได้กลิ่นสาบปีศาจเสียอีก ส่วนเขานั้นได้กลิ่นตั้งแต่เดินเข้าไปใกล้เรือนคุมขังแล้ว เป็นดังที่เนี่ยมู่ซิ่งเอ่ย ปีศาจปลายแถวมักจะไม่สามารถปิดบังกลิ่นสาบปีศาจได้ ผิดกับปีศาจที่มีตบะแก่กล้าที่สามารถปกปิดกลิ่นสาบนั้นได้อย่างแนบเนียนอย่างเช่นตัวเขาเป็นต้น ถ้านักปราบปีศาจที่ไม่มีวิชาแก่กล้าจริง จะไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาคือปีศาจจิ้งจอกเก้าหางหากเขาไม่เปิดเผยตัวเอง

เมื่อรู้ว่าตัวเองคาดการณ์พลาดไป ยามนี้เย่วไป๋หูจึงทำได้เพียงกู้หน้ากลับมาบ้าง แม้จะเล็กน้อยก็ยังดี

เย่วไปหูขยับเข้ามานั่งยองๆ ข้างเนี่ยมู่ซิ่งอีกข้างหนึ่ง

“อาจารย์เนี่ยละก็ รู้แต่แรกแล้วก็ไม่บอก ข้าก็คิดว่าเจ้าจะไม่รู้ ดูซิ ทำให้ข้าเข้าใจผิดไปเสียได้” คำเรียกขานกลับมาเป็นอาจารย์เนี่ยเช่นเดิมอย่างไร้ยางอาย

“ฮึ!” เสียงนี้ไม่ได้มาจากเนี่ยมู่ซิ่ง แต่มาจากฟ่านจิ้งที่อยู่อีกข้างหนึ่งของเนี่ยมู่ซิ่ง “ข้าบอกแล้วว่าอาจารย์ข้าไม่ธรรมดา เป็นพี่เย่วที่มีตาแต่หามีแววไม่เท่านั้นเอง”

ข้าเชื่อแล้วเย่วไป๋หูบอกฟ่านจิ้ง ก่อนจะหันมายิ้มประจบเนี่ยมู่ซิ่ง อาจารย์เนี่ย เจ้าคงไม่ถือสาวาจาพล่อยๆ ที่ข้าเอ่ยไปเมื่อครู่ใช่หรือไม่

เนี่ยมู่ซิ่งปรายตามองเย่วไป๋หูอย่างเฉยชาแล้วหันกลับไป “เมื่อครู่นี้เจ้าเอ่ยสิ่งใด ข้าไม่ทันฟัง”

“...” มุมปากเย่วไป๋หูกระตุก

ไม่ทันฟังหรือ มารดามันเถอะ!

ขณะนั้นเสียงร้องตะโกนด้วยความตกใจก็ดังมาจากเรือนคุมขัง เนี่ยมู่ซิ่งกระชับกระบี่ในมือแน่น แล้วลุกขึ้นจากด้านหลังพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว

แต่เพราะเขาเสียเลือดไปมาก ร่างกายยังไม่แข็งแรงดี การลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เขาหน้ามืด คล้ายจะหมดสติไปตรงนั้น ฟ่านจิ้งที่คอยมองสำรวจโน่นนี่ตลอดเวลาเห็นอาจารย์ลุกขึ้นรวดเร็วคล้ายจะเซล้มก็ถามด้วยความตกใจ

“อาจารย์! ท่านเป็นอะไร” เด็กน้อยคิดจะประคองอาจารย์ แต่ก็ช้ากว่าเย่วไป๋หูที่อยู่อีกข้างหนึ่ง

ร่างที่ซวนเซคล้ายจะล้มถูกร่างเพรียวของเย่วไป๋หูประคองอย่างรวดเร็ว แผงอกของเนี่ยมู่ซิ่งปะทะกับแผงอกของเย่วไป๋หู เนี่ยมู่ซิ่งคิดจะผลักเขาออก แต่ตอนนี้ก็หามีแรงไม่

เย่วไป๋หูยิ้มพร้อมกับกระชับมือที่โอบเอวของเนี่ยมู่ซิ่งคล้ายจะตั้งใจและไม่ตั้งใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายขยับทำท่าจะผลักออก เย่วไป๋หูจึงยิ้มให้ “ข้าว่ายามนี้เจ้าคงไม่มีแรงปราบปีศาจเสียแล้ว”

“แต่ข้าต้องเข้าไป ไม่เช่นนั้นหัวหน้าหมู่บ้านกับคนของเขาอาจจะตายได้ ปล่อยข้า!

“แค่แรงจะยืนยังไม่มี คงไม่คิดจะไปรนหาที่ตายหรอกกระมัง หากอยากตายจริงก็คลายคาถาโซ่ร้อยวิญญาณให้ข้าก่อน เพราะข้าไม่อยากจะตายไปพร้อมกับเจ้า”

“ไม่!” ใบหน้าของเนี่ยมู่ซิ่งขาวซีดเพราะร่างกายที่อ่อนแรง

“อาจารย์ คนด้านในร้องโวยวายใหญ่แล้ว ท่าทางปีศาจแมงมุมคงคิดจะกินคนทั้งสองแล้ว” ฟ่านจิ้งหันรีหันขวาง อยากเข้าไปใกล้ๆ เพื่อเห็นเหตุการณ์ชัดๆ แต่อีกใจหนึ่งก็เป็นห่วงอาจารย์ เมื่อวานยังดีอยู่เลย แต่เหตุใดตื่นเช้ามาใบหน้าอาจารย์จึงซีดเซียวก็ไม่รู้ พอถามอาจารย์ก็ไม่ตอบ

“ไปดูซิว่าเกิดสิ่งใดขึ้น” เย่วไป๋หูสั่งฟ่านจิ้ง

“อาจิ้งอย่าไป อันตราย!” เนี่ยมู่ซิ่งขยับกายเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนของเย่วไป๋หู แต่เพราะเขาแทบจะไร้เรี่ยวแรง จึงได้แต่ขึงตาใส่ “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”

“ปล่อยให้เจ้าไปตายน่ะหรือ ฝันไปเถอะ ข้ายังรักชีวิตตัวเองอยู่”

ฟ่านจิ้งรีๆ รอๆ

เย่วไป๋หูผุดรอยยิ้มร้ายกาจ “ข้าช่วยให้เจ้าฟื้นพลังขึ้นมาได้นะ อยากให้ข้าช่วยหรือไม่”

“อย่างไร...”

“มีข้อแลกเปลี่ยน”

“ข้าไม่คลายโซ่ร้อยวิญญาณให้เจ้าแน่”

เย่วไป๋หูกลอกตา “เรื่องนั้นข้ารู้หรอกน่า”

“แล้วแลกเปลี่ยนอย่างไร”

“เรื่องนั้น...” นัยน์ตาสีเทาเงินมีประกายวาบขึ้นมา “ให้อาจิ้งไปถ่วงเวลาก่อน พอข้าฟื้นพลังให้เจ้าแล้วค่อยไปช่วยน่าจะทัน”

“เจ้าฟื้นพลังให้ข้าได้แน่นะ”

“ข้าเป็นถึงราชาปีศาจเชียวนะ เรื่องแค่นี้เหตุใดจะทำไม่ได้”

เมื่อได้รับคำยืนยัน เนี่ยมู่ซิ่งจึงหยิบยันต์แผ่นหนึ่งให้ฟ่านจิ้ง “ถ่วงเวลาเอาไว้แล้วอาจารย์จะรีบตามไป”

ฟ่านจิ้งรับยันต์แล้วพยักหน้ารัว ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปที่เรือนคุมขัง

เมื่อเห็นว่าฟ่านจิ้งวิ่งออกไปแล้ว เนี่ยมู่ซิ่งก็หันไปมองเย่วไป๋หูอย่างไม่พอใจ “หากต้องการจะกินเลือดข้าก็รอ... อุ๊บ!

เนี่ยมู่ซิ่งคิดว่าปีศาจจิ้งจอกตนนี้คิดจะดื่มเลือดเขาเป็นการแลกเปลี่ยน แต่เขาคิดผิด ไม่คาดคิดว่าเย่วไป๋หูจะเอาปากมาประกบปากของเขา ดวงตาของเนี่ยมู่ซิ่งจึงเบิกกว้าง เพราะถูกขัดจังหวะการเอ่ยกลางคัน ปากของเขาอ้าไว้อยู่แล้วทำให้ลิ้นที่คล้ายอสรพิษร้ายฉกเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว เอวของเขาถูกลำแขนของเย่วไป๋หูกระชับแน่นขึ้น พร้อมกับลิ้นร้ายที่ซอกซอนอยู่ในโพรงปากของเขาอย่างอุกอาจ

“เจ้าทำบ้าอะไร!” เมื่อริมฝีปากที่ถูกเย่วไป๋หูครอบครองได้เป็นอิสระอีกครั้ง เนี่ยมู่ซิ่งก็ตวาดเขาพร้อมใบหน้าแดงก่ำ

เย่วไป๋หูไม่สนใจอาการเดือดดาลของเนี่ยมู่ซิ่งแม้แต่น้อย เขาขยับปากทำเสียงแจ๊บๆ คล้ายกำลังลิ้มลองรสชาติอาหารอยู่ สักพักจึงบอกเนี่ยมู่ซิ่งด้วยสีหน้าพอใจ “น้ำลายของเจ้ารสชาติหอมหวาน แม้ไม่เท่าเลือด แต่ยังพอได้”

“เจ้าชิมน้ำลายของข้า?” ใบหน้าแดงก่ำยามนี้แดงลามไปถึงใบหู

“ทดลองก่อนว่ารสชาติใช้ได้หรือไม่อย่างไรเล่า ถือว่าผ่าน มา... ข้าจะฟื้นพลังให้เจ้า” เย่วไป๋หูขยับใบหน้างดงามที่สามารถล่อลวงผู้คนเข้ามาใกล้ใบหน้าที่แดงเห่อของเนี่ยมู่ซิ่งอีกครั้ง

“เจ้าจะทำอะไร!” เนี่ยมู่ซิ่งเอนตัวหนี แต่ติดที่เอวของเขาถูกแขนเรียวของเย่วไป๋หูรั้งเอาไว้จึงขยับไม่ได้

“ก็ฟื้นพลังชีวิตให้เจ้าทางปากอย่างไรเล่า”

“ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ” ใบหน้าเนี่ยมู่ซิ่งแดงสลับขาว

“ไม่มีแล้ว จะเอาอย่างไร ตัดสินใจเร็วเข้า” เย่วไป๋หูถามอย่างรำคาญ

“อ๊าก!

ได้ยินเสียงคนร้องด้วยความเจ็บปวดดังมา เนี่ยมู่ซิ่งจึงตัดสินใจในที่สุด

“ได้ รีบทำให้เสร็จ ข้าจะได้รีบไปช่วยคน”

“ดี”

แล้วริมฝีปากของเย่วไป๋หูก็ประทับลงมาที่ริมฝีปากซีดของเนี่ยมู่ซิ่งอีกครั้ง อาการเกร็งแข็งทื่อแม้แต่กรามยังขบกันแน่นของเนี่ยมู่ซิ่งทำให้ปีศาจจิ้งจอกยิ้มออกมาอย่างลำพองใจ ก่อนจะเอ่ยทั้งที่ริมฝีปากยังคงแนบกันอยู่

“อ้าปาก ไม่เช่นนั้นข้าจะถ่ายทอดพลังให้เจ้าได้อย่างไร”

เพียงเท่านั้นคนที่แข็งทื่อก็อ้าปากออกตามคำสั่ง เย่วไป๋หูคลี่ยิ้มพอใจ กระชับวงแขนรัดเอวของคนตรงหน้าให้ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น แล้วแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากอีกฝ่าย ซอกซอนหาความหวานหอมชุ่มฉ่ำไปพร้อมกับถ่ายทอดพลังชีวิตให้เนี่ยมู่ซิ่งด้วยความเพลิดเพลินอย่างไม่เคยทำกับผู้ใดมาก่อน

เนี่ยมู่ซิ่งรับรู้ได้ถึงความสากอุ่นที่แทรกผ่านเข้ามาในโพรงปากของเขา เรียวลิ้นของเย่วไป๋หูสำรวจไปทั่วอุ้งปากเขา พร้อมกับกระแสอุ่นที่ไหลเข้าสู่โพรงปาก ก่อนจะไหลเวียนไปทั่วร่าง ชายหนุ่มกำมือแน่นเมื่อเรียวลิ้นของคนที่ถ่ายทอดพลังชีวิตนั้นกำลังหยอกล้ออยู่กับลิ้นของเขา เขารู้สึกถึงพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่าง และความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ถูกกระตุ้นเร้า ริมฝีปากของเขาถูกริมฝีปากของเย่วไป๋หูบดเบียดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เขาเริ่มจะต้านทานได้น้อยลงเรื่อยๆ

เมื่อเนี่ยมู่ซิ่งรู้สึกได้ว่าแขนข้างหนึ่งที่โอบเอวเขาไว้กระชับให้ร่างกายท่อนล่างของเขาขยับเข้าใกล้ท่อนล่างของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็ได้สติคืนมา และได้รับเรี่ยวแรงกลับมาพอสมควร ในที่สุดก็ผลักปีศาจที่ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายทอดพลังให้เขาออกจนได้

เพราะกำลังเผลอกับรสชาติหวานล้ำและความเพลิดเพลินในการถ่ายทอดพลังแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เย่วไป๋หูติดใจจนไม่ได้ระวังตัว จึงถูกเนี่ยมู่ซิ่งผลักออกอย่างง่ายดาย เขาได้แต่นึกเสียดาย มองริมฝีปากของคนตรงหน้าที่ยามนี้บวมขึ้นมาเล็กน้อยด้วยดวงตาที่แปรเปลี่ยนเป็นสีอำพันเข้ม

“ข้าว่าพลังแค่นี้พอแล้ว ข้าจะไปช่วยคน” เนี่ยมู่ซิ่งเอ่ยทั้งที่ยังหายใจหอบอยู่ เห็นเย่วไป๋หูจ้องริมฝีปากของเขา ก็ได้แต่ใช้แขนเสื้อเช็ดริมฝีปากที่ยังมีความชื้นจากน้ำลายของทั้งสองติดอยู่ แล้วรีบหันกายกลับไปทางเรือนคุมขังอย่างรวดเร็ว

เย่วไป๋หูมองชายร่างสูงที่เดินห่างออกไป ก่อนจะถอนใจออกมาอย่างเสียดาย “ไม่คาดคิดว่าคนผู้นี้จะอร่อยถึงเพียงนี้ อีกทั้งรสสัมผัสยังดีอีกต่างหาก แม้การตอบสนองจะยังเงอะงะ แต่ก็น่าสนใจยิ่งนัก” เขาเดินตามเนี่ยมู่ซิ่งไปด้วยอารมณ์ที่ปลอดโปร่ง ลืมเรื่องขุ่นข้องใจที่ถูกคนผู้นั้นเมินเป็นปลิงทิ้ง

 

ในเรือนที่ขังเหมยเหมยเอาไว้ ยามนี้หัวหน้าหมู่บ้านและบ่าวคนสนิทของเขาต่างร้องโวยวายซุกตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของเรือน

เมื่อครู่เหมยเหมยเพียงแค่สะกิดโซ่ตรวนที่คล้องลูกกรงเพียงครั้งเดียว กุญแจที่คล้องลูกกรงก็หลุดออกอย่างง่ายดาย ยามนี้สาวใช้นางนี้ไม่ได้เป็นสาวน้อยอีกต่อไป เส้นผมสีดำขลับของนางกลายเป็นสีเทาเข้ม ใบหน้าและร่างกายกลายเป็นสีม่วง นิ้วมือมีกรงเล็บยาวแหลมคมงอกออกมา นัยน์ตากลายเป็นสีเหลืองซึ่งดูอย่างไรก็ไม่เหมือนแววตาของมนุษย์

“เจ้าเป็นปีศาจ” บ่าวของหัวหน้าหมู่บ้านชี้ไปที่เหมยเหมยซึ่งแปรเปลี่ยนสภาพอย่างน่าตกใจ

“ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว เป็นอย่างไรเล่า” หัวหน้าหมู่บ้านพูดทั้งที่ตัวสั่นงันงก เบียดอยู่กับบ่าวของตนเอง

“รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว เพราะอย่างไรเจ้าก็ไม่มีวันได้ไปบอกเรื่องนี้กับผู้อื่นอีกต่อไป”

“เจ้าจะทำอะไรพวกข้า”

“จะทำอะไรเดี๋ยวพวกเจ้าก็รู้เอง” ปีศาจแมงมุมอ้าปากพ่นใยแมงมุมออกมาพันร่างหัวหน้าหมู่บ้านและบ่าวของเขาจนคนทั้งสองไม่อาจหลบหนีไปได้ และเมื่อใช้ใยพันจนพอดีแล้ว นางก็ดึงใยแมงมุมที่หุ้มร่างคนทั้งสองเพื่อจะเคลื่อนย้ายพาไปที่อื่น

“หยุดนะ ปีศาจแมงมุม!” เสียงร้องตะโกนของฟ่านจิ้งทำให้ปีศาจแมงมุมชะงัก หันไปมองตามเสียง

“ศิษย์สำนักปราบปีศาจรึ เด็กก็ดี รสชาติคงอร่อย” ปีศาจแมงมุมแสยะยิ้ม ปล่อยมือจากใยแมงมุมที่หุ้มร่างหัวหน้าหมู่บ้านและบ่าวของเขา พุ่งเป้าไปหาฟ่านจิ้งที่มาใหม่แทน

“อย่า... อย่าเข้ามานะ ข้ามีนี่” ฟ่านจิ้งชูยันต์ขึ้น

ปีศาจแมงมุมเห็นยันต์ปราบปีศาจก็ผงะถอยหลัง

ฟ่านจิ้งเห็นเช่นนั้นก็กระหยิ่มยิ้มย่อง ชูยันต์พร้อมกับเดินเข้าหาอย่างไม่กลัวตาย

“มาสิ... มาสิ ยันต์ของอาจารย์ข้าเป็นอย่างไรเล่า”

“เจ้าเด็กโอหัง!” ปีศาจแมงมุมก็อ้าปากพ่นใยสีขาวออกมา ใยนั้นพุ่งใส่ยันต์แผ่นเล็กแล้วหุ้มไว้จนกลายเป็นก้อนกลมติดมือฟ่านจิ้งอย่างรวดเร็ว

“อะไรเนี่ย!” ฟ่านจิ้งพยายามสะบัดมือที่ถูกใยแมงมุมหุ้มเอาไว้อย่างลนลาน แต่ทำอย่างไรก็สะบัดออกไม่ได้

“เข้ามาสิ” ครานี้เป็นนางปีศาจแมงมุมบ้างที่เดินเข้าหาเด็กน้อย

ฟ่านจิ้งถอยออกห่างด้วยสีหน้าหวาดหวั่น

“อย่าเข้ามานะ!” เด็กน้อยถอยหนี

ปีศาจแมงมุงเดินเข้ามาประชิดตัวเขา นางกางกรงเล็บอีกครั้ง เป้าหมายคือลำคอของเด็กชาย แต่ขณะที่จะคว้าคอของเด็กน้อย กระบี่เหล็กกล้าที่ผ่านการหลอมจากเตาฟืนไม้ท้อก็พุ่งเข้ามาขัดขวางนางเสียก่อน

“อาจารย์!

“อาจารย์เนี่ย ช่วยพวกข้าด้วย!

ทั้งหัวหน้าหมู่บ้าน บ่าวของเขา และฟ่านจิ้งเห็นว่าเนี่ยมู่ซิ่งเข้ามาได้ทันเวลา ต่างก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ ฟ่านจิ้งวิ่งไปหลบหลังเนี่ยมู่ซิ่ง ส่วนหัวหน้าหมู่บ้านและคนของเขาก็พยายามกระดึ๊บไปหาเนี่ยมู่ซิ่งไม่ต่างกับหนอนตัวใหญ่

“อาจารย์... มือของข้า” ฟ่านจิ้งชูมือที่ถูกใยแมงมุมเหนียวหุ้มอยู่ ซึ่งทำอย่างไรก็แกะออกไม่ได้

“ข้าจัดการเอง เจ้าจัดการปีศาจแมงมุมเถอะ” เย่วไป๋หูที่ตามเข้ามาบอกอย่างอารมณ์ดี

“ฝากเจ้าดูแลพวกเขาด้วย” เนี่ยมู่ซิ่งเอ่ยจบก็พุ่งปลายกระบี่ที่หักเหลือครึ่งเล่มไปยังปีศาจแมงมุม

ปีศาจแมงมุมถูกจู่โจมก็รีบหลบหลีกอย่างรวดเร็ว ถอยหลังเพื่อตั้งหลัก “เป็นแค่นักปราบปีศาจปลายแถว คิดจะมาต่อกรกับข้า เช่นนั้นก็รอเป็นอาหารมื้อต่อไปของข้าได้เลย”

“อย่าได้หวัง ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่” เนี่ยมู่ซิ่งพุ่งปลายกระบี่เข้าใส่ปีศาจแมงมุมอีกครั้ง

“เช่นนั้นก็ลองดู” ปีศาจแมงมุมเอ่ยจบก็อ้าปากปล่อยใยออกมาพันกระบี่เอาไว้ ส่วนสองมือก็ปล่อยใยออกมาเพื่อรัดร่างนักปราบปีศาจ

เนี่ยมู่ซิ่งตวัดกระบี่เกี่ยวใยแมงมุมทั้งสามสายมารวมไว้ด้วยกัน ขยับปากไม่กี่คำก็มีเปลวไฟอาบกระบี่ปราบมารแล้วเผาใยแมงมุมจนไหม้ลามกลับไปถึงปีศาจแมงมุม

เมื่อเห็นว่ามีไฟไหม้ลามมาถึงตัว ปีศาจแมงมุมก็ทิ้งใยและถอยหนี ก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่เนี่ยมู่ซิ่งพร้อมกางกรงเล็บ

เนี่ยมู่ซิ่งตวัดกระบี่ใส่แขนปีศาจแมงมุมข้างที่ยื่นมาใกล้เขาจนขาดร่วงลงสู่พื้น กลิ่นสาบปีศาจกระจายออกมาพร้อมกับเลือดสีเขียวข้น

“กรี๊ด!” ปีศาจแมงมุมกุมหัวไหล่ข้างที่แขนถูกตัดขาดพลางร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ดวงตาที่จ้องกลับไปยังเนี่ยมู่ซิ่งมีแต่แววอาฆาตแค้น “บังอาจตัดแขนข้า เจ้าต้องตาย!

นางปล่อยใยแมงมุมกลุ่มหนาใส่เนี่ยมู่ซิ่งกับหัวหน้าหมู่บ้าน ก่อนจะดึงร่างหัวหน้าหมู่บ้านที่ถูกใยแมงมุมพันแล้วหนีออกไป

“อาจารย์เนี่ย ช่วยข้าด้วย!” หัวหน้าหมู่บ้านร้องเสียงหลงขณะที่ถูกปีศาจแมงมุมพาตัวหนีไป

“อาจารย์! นางหนีไปแล้ว!” ฟ่านจิ้งที่ดูเหตุการณ์อยู่ตะโกนด้วยความตกใจ

“ไม่ต้องห่วง” เนี่ยมู่ซิ่งจัดการกับใยแมงมุมอย่างใจเย็น

“อาจารย์เนี่ย นายท่านของข้า ท่านต้องช่วยนายท่านของข้านะขอรับ”

เนี่ยมู่ซิ่งยังไม่ทันจะตอบบ่าวคนนั้น เย่วไป๋หูก็เอ่ยขึ้นมาแทน “ไม่ต้องกลัวหรอก ข้าว่าอาจารย์เนี่ยคงจะมีแผนการของเขา ใช่หรือไม่อาจารย์เนี่ย”

“จากเมื่อครู่ที่ปีศาจตนนั้นพันร่างพวกท่านเอาไว้ไม่ยอมกิน ข้าคาดว่านางกำลังทำเรื่องบางอย่าง ข้าจึงปล่อยนางไปเพื่อตามนางไปยังที่กบดาน”

“เช่นนั้นก็รีบตามไปเถิดขอรับ” บ่าวของหัวหน้าหมู่บ้านรีบบอก

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะพาหัวหน้าหมู่บ้านกลับมาเอง ท่านไปแจ้งคนในครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านเถิด อาจิ้ง คืนนี้เจ้าอยู่ที่นี่ แล้วอาจารย์จะรีบกลับมารับเจ้า” ประโยคหลังเนี่ยมู่ซิ่งหันไปสั่งฟ่านจิ้ง

เมื่อเห็นศิษย์รักพยักหน้า เนี่ยมู่ซิ่งก็ลูบศีรษะทุยของฟ่านจิ้งครั้งหนึ่ง ก่อนจะพุ่งตัวตามกลิ่นเลือดของปีศาจแมงมุมไป

หลังจากเนี่ยมู่ซิ่งเหินร่างจากไป เย่วไป๋หูก็เหินร่างตามไปติดๆ เห็นเพียงเงาดำๆ สองสายที่เคียงคู่กันไปในม่านราตรีอันมืดมิด


つづく.

--------------------------------------------

#อาจารย์ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก

-------------------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 365 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

994 ความคิดเห็น

  1. #580 minggg- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:43

    กรี๊ดดด ท่านอาจารย์ ปีศาจจิ้งจอกมันร้ายย

    ท่านอาจารย์ตะตามทันกลลลเดียวเหรอคะ


    ชาย “ฉกรรจ์”

    “ท่าน” อาจารย์ปราบได้

    “นาง” คือปีศาจแมงมุม

    อย่าง “ไร้” ยางอาย

    “ใย” แมงมุม (ทุกที่เลยค่า)

    กบดาน

    #580
    1
    • #580-1 (จากตอนที่ 6)
      7 มกราคม 2562 / 22:13
      ท่านอาจารย์อ่อนต่อโลก 555
      #580-1
  2. #349 nanee2539 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 13:47
    โอ้ยย เเซ่บขนาดนี้ ถึงตอนที่ท่านอาจารย์เอาเมื่อไหร่ อย่ามาร้องให้หยุดทีหลังน้าาา
    #349
    1
  3. #220 lills (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 12:49
    โอ้ยยยแซ่บอะๆยัยจิ้งจอกก
    #220
    1
    • #220-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 6)
      8 ธันวาคม 2561 / 23:58
      นิดนึงนะคะ
      #220-1
  4. #35 winanya19 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 01:34
    แซบลืมโลกเลยชิมิท่านจอมปีศาจ
    #35
    1
    • #35-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 6)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 18:14
      อร่อย อิอิ
      #35-1
  5. #34 pinkysherbet (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 21:57
    น้องจิ้งจอกแซ่บค่า อาจารย์ต้องฝึกอีกเยอะ5555
    #34
    1
    • #34-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 6)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 18:14
      นิดนึงค่ะ รอนางเรียนรู้ก่อน
      #34-1
  6. #33 secret (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 20:16
    อือหือ จูบถ่ายพลัง-////-
    #33
    1
  7. #32 i-saii26 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 19:36

    นานๆ ที ให้จิ้งจอกรุกบ้างก็ได้นะ

    น่าหนุกดีค่าาาา
    #32
    2
    • #32-1 i-saii26(จากตอนที่ 6)
      5 พฤศจิกายน 2561 / 19:39

      หมายถึง yaoi เวลา เป็น จิ้งจอกกะมนุษย์ ไม่ค่อยมี ฝ่ายจิ้งจอกเป็นฝ่ายรุก มากนัก ส่วนมาก น้องเค้าเป็นเคะ กันซะส่วนใหญ่
      #32-1
    • #32-2 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 6)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 18:13
      ด้วยนิสัยนางเป็นรุกค่ะ แต่ยังไงก็คงรุกแค่ช่วงแรกค่ะ 555
      #32-2
  8. #31 khunpatt0624 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 16:05
    งู้ยยยย เริ่มงงแล้วว ใครเมะ ใครเคะ 5555
    #31
    3
    • #31-2 khunpatt0624(จากตอนที่ 6)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 23:22
      อ๊อยยยย
      #31-2
    • #31-3 (จากตอนที่ 6)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 18:13
      555
      #31-3
  9. #30 064263360 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:40

    ใครรับใครรุกคะ?
    #30
    2
    • #30-1 i-saii26(จากตอนที่ 6)
      5 พฤศจิกายน 2561 / 10:17

      เห็นด้วยที่สุด

      อยากรู้เหมือนกัน
      #30-1
    • #30-2 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 6)
      5 พฤศจิกายน 2561 / 15:46
      นั่นจิ ทำใจไม่ถูก
      #30-2
  10. #29 nekolover (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 18:55
    โอโห สมกับที่เป็นจิ้งจอก55555
    #29
    1
  11. #28 stoneiswinner (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 18:47

    มะไหวววววว
    #28
    1
    • #28-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 6)
      5 พฤศจิกายน 2561 / 15:46
      นิดเดียวเอง
      #28-1