อาจารย์ ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก [ Yaoi ] (Deep Publishing)

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 แผนการร้ายของปีศาจจิ้งจอก (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,451
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 485 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

แม้ฤดูฝนกำลังจะผ่านพ้นไป แต่หยาดพิรุณยังคงโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าไม่ขาดสาย ต้นไม้ต่างชุ่มฉ่ำ ทว่าการค้าในตลาดเล็กๆ ของหมู่บ้านทะยานฟ้าไม่คึกคักเพราะฝนที่ตกลงมาไม่หยุดพร้อมกับเมฆสีเทาที่ยังคงก่อตัวหนา อากาศเช่นนี้ทำให้คนป่วยง่าย ยาแก้หวัดจึงขายดีกว่าปกติ

“อาจารย์ ข้ากลับมาแล้ว วันนี้ยาที่นำไปขาย ขายได้เกือบหมดเลยขอรับ”

เมื่อเนี่ยมู่ซิ่งได้ยินเสียงฟ่านจิ้ง เขาก็ขยับกายออกจากห้องปรุงยา แล้วเดินออกมาหาศิษย์เอก

“ทำไมท่านไม่พักผ่อน ท่านยังบาดเจ็บอยู่นะขอรับ” ฟ่านจิ้งรีบประคองเนี่ยมู่ซิ่งมานั่งที่โต๊ะกลางห้องโถงใหญ่ ซึ่งยามนี้นอกจากโต๊ะกับเก้าอี้กลมกลางห้องแล้ว ของใช้และของประดับมากมายที่เคยมีได้อันตรธานไปทีละชิ้นจากฝีมือเจ้าสำนักรุ่นที่สี่

“อาการไม่สาหัสมากแล้ว เจ้าไม่ต้องห่วง” เนี่ยมู่ซิ่งบอก

ฟ่านจิ้งวางล่วมยาลง รีบรินน้ำชาให้อาจารย์ ก่อนจะล้วงเอาเงินที่ขายยาได้วันนี้ออกมาให้อาจารย์ดู “วันนี้ขายได้มากเลยขอรับ” เขาล้วงของในล่วมยาอีกอย่างมาวางลงบนโต๊ะด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ

ของสิ่งนั้นถูกกระดาษน้ำมันห่ออยู่ เนี่ยมู่ซิ่งมองก่อนจะหันไปถามศิษย์ตัวน้อยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สิ่งนี้คืออะไร”

“ไก่ย่างขอรับ” ฟ่านจิ้งหลุบตาตอบ “ข้าเห็นช่วงนี้ท่านบาดเจ็บสาหัส แต่นอกจากยาที่ท่านสั่งให้ข้าต้มให้ดื่มก็ไม่ได้กินของบำรุงอะไรเลย ข้าจึงซื้อไก่ย่างมาให้ท่านครึ่งตัว”

“ไก่ย่างมีมันมาก กินไปก็ไม่ดีต่อร่างกาย อีกทั้งยังสิ้นเปลืองเงิน” เนี่ยมู่ซิ่งติง

“ยามที่ท่านไม่บาดเจ็บ มีเนื้อ ท่านก็ให้ข้ากินมากกว่า บอกว่าเด็กยังต้องเจริญเติบโต ยามนี้ท่านบาดเจ็บ ก็ควรจะต้องกินเนื้อสัตว์บำรุงนะขอรับ”

เนี่ยมู่ซิ่งยังไม่ทันได้ตอบ เสียงทุ้มเอื่อยๆ เสียงหนึ่งก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ข้าได้กลิ่นไก่ย่าง ไก่ย่างอยู่ที่ใด”

ผู้มาใหม่ทำให้ฟ่านจิ้งสะดุ้ง ผวาไปยืนอยู่ข้างอาจารย์ใกล้กว่าเดิม ส่วนเนี่ยมู่ซิ่งยังมีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนหยิบมีดสั้นที่เริ่มพกติดตัวไม่กี่วันมาวางไว้บนโต๊ะข้างห่อไก่ย่าง

ปีศาจจิ้งจอกเห็นว่าเจ้ามนุษย์ผู้นี้นำมีดสั้นมาวางไว้ข้างกระดาษน้ำมันห่อใหญ่ ก็คิดว่าอีกฝ่ายหวงของ จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก แต่ก็ยังแฝงแววยั่วเย้าออกมาด้วย

“นี่เจ้านักปราบปีศาจ เจ้าถึงขั้นงกกับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเจ้าเชียวหรือ จำไม่ได้หรือไรว่าเมื่อสี่วันก่อนใครเป็นผู้ช่วยชีวิตเจ้า”

นัยน์ตาเย็นชาของผู้ ถูกช่วยชีวิตตวัดไปมองปีศาจจิ้งจอก แต่เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใด กลับหันไปบอกฟ่านจิ้งด้วยน้ำเสียงดังเดิม

อาจารย์หุงข้าวไว้แล้ว คิดจะผัดผัก ในเมื่อวันนี้มีไก่ย่าง เช่นนั้นกินแค่ไก่ย่างก็พอ พรุ่งนี้เช้าค่อยกินผัดผัก”

“ขอรับ ข้าจะรีบไปยกข้าวมา” ฟ่านจิ้งพยักหน้ารับ แต่ขณะจะเดินไปยังห้องครัว เห็นว่าปีศาจจิ้งจอกยังคงยืนอยู่ก็ไม่ไว้ใจ เกรงว่าอาจารย์จะเป็นอันตราย

“ไม่ต้องห่วงอาจารย์ เจ้าไปเถิด”

ฟ่านจิ้งได้ยินอาจารย์สำทับจึงพยักหน้า แล้วรีบเข้าห้องครัวไปโดยเร็ว

“นี่ ข้าคุยกับเจ้าอยู่นะ!” ปีศาจจิ้งจอกที่ไม่เคยถูกผู้ใดละเลยส่งสายตาพิฆาตให้เนี่ยมู่ซิ่ง

“เจ้าไม่ใช่ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตข้า แค่เจ้ากลัวว่าข้าตายแล้วเจ้าจะตายด้วยเท่านั้น” เนี่ยมู่ซิ่งนับเงินบนโต๊ะ และเริ่มคิดว่าจะจัดสรรอย่างไร ไม่สนใจปีศาจจิ้งจอกเก้าหางที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูสักนิด

ปีศาจจิ้งจอกยิ่งเห็นท่าทีเมินเฉยก็ยิ่งโมโห หากเขาไม่ใช้ปราณจิ้งจอกช่วยรักษาบาดแผลที่หน้าอกให้ ป่านนี้คนผู้นั้นคงไม่มีโอกาสมาทำท่าทียโสใส่เขา ถึงแม้จะช่วยเพราะเกรงว่าชีวิตตนเองจะจบสิ้นตามไปด้วยก็ตาม แต่ถึงอย่างไร... ช่วยชีวิตก็คือช่วยชีวิต อีกทั้งหลายพันปีมานี้เขาไม่เคยช่วยชีวิตผู้ใดมาก่อน แล้วจะไม่ให้ปีศาจจิ้งจอกผู้เกรียงไกรเดือดดาลได้อย่างไร คิดแล้วก็เดินเข้าไปคว่ำโต๊ะตรงหน้าเนี่ยมู่ซิ่งทันที

เนี่ยมู่ซิ่งที่เพิ่งเก็บเงินไว้ในอกเสื้อ เมื่อเห็นปีศาจจิ้งจอกล้มโต๊ะกลางห้อง ก็คว้ามาได้แค่ของใกล้ตัว นั่นคือมีดสั้นกับห่อกระดาษน้ำมัน

โครม!

แรงที่ปีศาจจิ้งจอกใช้ทำให้ขาโต๊ะหักไปขาหนึ่ง กาน้ำชากับถ้วยชากระเบื้องก็แตกเสียหาย ฟ่านจิ้งได้ยินเสียงก็วิ่งมาดู มือข้างหนึ่งถือทัพพี ส่วนมืออีกข้างถือถ้วยข้าวที่ยังตักไม่เสร็จ เมื่อเห็นโต๊ะกลางห้องที่เป็นสมบัติชิ้นเดียวถูกทำลาย ดวงตาก็ลุกเป็นไฟ เนี่ยมู่ซิ่งก็ไม่ต่างกัน แม้จะมีโทสะ แต่เขาก็ยังข่มไว้ ทว่าฟ่านจิ้งโมโหจนไม่สนแล้ว

“กล้าดีอย่างไรมาล้มโต๊ะสำนักข้า! รู้หรือไม่ว่ามันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายในห้องนี้แล้ว เจ้าต้องชดใช้มานะเจ้าปีศาจร้าย” เด็กน้อยเห็นชุดน้ำชาสุดรักของอาจารย์แตกไม่มีชิ้นดีก็เลือดขึ้นหน้า ใช้ทัพพีชี้หน้าปีศาจจิ้งจอกอย่างไม่เกรงกลัว “เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำชุดน้ำชาของท่านอาจารย์ข้าแตก ชุดน้ำชาชุดนี้ขายได้ราคา พวกข้ายังตัดใจขายไม่ลง แต่เจ้ากลับทำมันแตก เจ้าจะชดใช้อย่างไร!

ปีศาจจิ้งจอกกัดฟันกรอด เมื่อก่อนเขาเคยเกรียงไกรเพียงใด แม้เผาบ้านทำลายเมือง ก็ไม่เคยมีผู้ใดกล้าให้เขาชดใช้ แต่ยามนี้เพียงแค่โต๊ะเก่าๆ ขาหักไปหนึ่งขาและชุดน้ำชาชุดเดียว กลับมีผู้กล้าทวงให้เขาใช้คืน กินดีหมีหัวใจเสือมากี่ตัวกัน

มือเรียวขาวสะอาดกางออก กรงเล็บงอกยาวขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้างดงามที่ยามปกติเหมือนไม่ยี่หระสิ่งใด บัดนี้แค่บิดยิ้มเล็กน้อย ใบหน้านั้นก็ดูโหดเหี้ยมขึ้นทันตา พร้อมไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา

“คงไม่อยากโตแล้ว จึงอาจหาญใช้สิ่งนั้นชี้หน้าข้า อยากตายอย่างไรบอกข้ามา ข้าจะอนุเคราะห์ให้” น้ำเสียงปีศาจจิ้งจอกเยียบเย็นขึ้น

ไม่รอให้ฟ่านจิ้งตอบ ร่างสูงเพรียวของปีศาจจิ้งจอกก็พุ่งเข้าหาร่างเล็กป้อม หวังจะควักหัวใจของเด็กน้อยออกมาดูว่ามันทำด้วยอะไรถึงได้มีความกล้าเช่นนี้ แต่ขณะเดียวกัน คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ไม่ได้นั่งนิ่งอีกต่อไป เนี่ยมู่ซิ่งพุ่งตัวมาบังร่างเล็กป้อมของฟ่านจิ้งเอาไว้ ให้หน้าอกข้างซ้ายของตนเองตรงกับกรงเล็บแหลมคมนั้นอย่างไม่กลัวตาย

ปีศาจจิ้งจอกเห็นว่ากำลังจะฝังกรงเล็บเข้าไปในเนื้อของผู้ใด ก็ต้องชักมือกลับอย่างไม่พอใจ “ถอยไป ข้าจะฆ่ามัน!

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ฆ่าผู้คนตามอำเภอใจ หากเจ้าฆ่าคนแม้แต่คนเดียว ข้าจะแทงมีดสั้นเล่มนี้เข้าหัวใจของข้าทันที” เนี่ยมู่ซิ่งเอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ยกมีดสั้นขึ้นมาจ่อที่หน้าอกข้างซ้ายของตนเอง

นัยน์ตางดงามคมปราบตวัดมองเนี่ยมู่ซิ่งอย่างเดือดดาลสุดขีด “เจ้ากล้า!

“ข้าเคยทำมาครั้งหนึ่งแล้ว ทำอีกครั้งก็ไม่แปลก” เนี่ยมู่ซิ่งตอบอย่างไร้ความกลัวเกรง แล้วกดมีดลงบนหน้าอก

ปีศาจจิ้งจอกเห็นแล้วก็ยิ่งเดือดดาลมากขึ้น แต่ทำได้เพียงคำราม ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อด้วยความไม่พอใจ ตอนแรกเขาคิดจะจับตัวนักปราบปีศาจไปทรมาน เพื่อให้คนผู้นี้ยอมคลายโซ่ร้อยวิญญาณออก แต่ดูท่าแล้วเนี่ยมู่ซิ่งคงใช้วิธีฆ่าตัวตายเป็นการตอบโต้ และชีวิตปีศาจจิ้งจอกที่เพิ่งเป็นอิสระก็คงจบเห่เช่นกัน คิดแล้วก็ต้องข่มกลั้นโทสะเอาไว้

เมื่อบรรยากาศการเข่นฆ่าเริ่มจางลง ฟ่านจิ้งที่ยืนหลบด้านหลังเนี่ยมู่ซิ่งก็ถามเสียงเบา “อาจารย์ แล้วเราจะนั่งกินข้าวที่ใดกันเล่า”

เนี่ยมู่ซิ่งยังบาดเจ็บอยู่ แต่เรื่องกินก็สำคัญ เขาเดินเข้าไปในห้องนอนของตน แล้วยกโต๊ะออกมาแทนโต๊ะตัวเดิมที่กองอยู่บนพื้นด้วยสภาพไม่สมประกอบ เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ก่อนจะบอกศิษย์ตัวน้อย “ใช้ตัวนี้ไปก่อน ไว้อาจารย์หายดีเมื่อใดค่อยซ่อม”

ปีศาจจิ้งจอกได้ยินก็ส่งเสียงฮึเย้ยหยัน “พวกเจ้าเป็นยาจกหรืออย่างไร โต๊ะพังก็ซื้อใหม่เสีย”

“เช่นนั้นเจ้าก็เอาเงินมาสิ คิดว่าเงินสมัยนี้หากันได้ง่ายๆ หรือไร” ฟ่านจิ้งพูดออกมาด้วยนิสัยคนปากไว

ได้ยินเจ้าเด็กปากกล้าหาเรื่อง ปีศาจจิ้งจอกก็เริ่มกางกรงเล็บอย่างอำมหิตอีกครั้ง

“กลับที่คุมขังของเจ้าไปเสีย” เนี่ยมู่ซิ่งพูดขึ้นอีกครั้ง

“กลับแล้วอย่างไร ยามนี้ศิลาแตกไปแล้ว ยันต์ก็ขาด เจ้ายังคิดว่าข้าจะกลับไปอีกหรือ” ปีศาจจิ้งจอกเดินไปนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทีเอ้อระเหยตามเคย

“แล้วจะเอาอย่างไร” เนี่ยมู่ซิ่งมองปีศาจจิ้งจอกด้วยแววตากดดัน

แววตาเอ้อระเหยแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ในทันที “ปล่อยข้าไปสิ แล้วหากเจ้าต้องการสิ่งใด ข้าจะให้เจ้าทุกอย่าง”

“ต้องการให้เจ้ากลับไปอยู่ใต้ศิลาดังเดิม”

ปีศาจจิ้งจอกเริ่มไม่พอใจอีกครั้ง เนี่ยมู่ซิ่งชอบสั่งให้เขากลับไปยังที่คุมขัง และขู่ว่าจะปลิดชีพตน มีอยู่แค่สองอย่าง เขาฟังจนเริ่มเบื่อแล้ว จิ้งจอกเจ้าเล่ห์เริ่มคิดเรื่องแผนการใหม่

“เอาเช่นนี้... ในเมื่อศิลาและยันต์ถูกทำลายไปแล้ว ข้าเองก็ถูกจองจำมาถึงสี่ร้อยปี ข้าขออยู่ร่วมกับพวกเจ้าก็แล้วกัน”

“หมายความว่าอย่างไร” เนี่ยมู่ซิ่งมองปีศาจจิ้งจอกด้วยแววตาไม่ไว้ใจ

“ก็แค่เปลี่ยนจากอยู่ใต้ศิลาเป็นอยู่ในสำนักปราบปีศาจของพวกเจ้าแทนอย่างไรเล่า ข้าสัญญาว่าจะทำตัวดีๆ ไม่ให้พวกเจ้าต้องเดือดร้อน จะไม่ออกไปที่ใด ไม่ฆ่าผู้ใดเด็ดขาด แค่นี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาไม่ใช่หรือ” ปีศาจเอ่ยพร้อมเผยรอยยิ้มที่ดูคล้ายว่าใสซื่อ

“ไม่ได้” เนี่ยมู่ซิ่งปฏิเสธทันที

“เจ้ากลัวสิ่งใดเล่า ในเมื่อเจ้าก็กำจุดตายของข้าเอาไว้ หากข้าหนีไป เจ้าก็คิดจะฆ่าตัวตาย หากข้าคิดจะฆ่าคน เจ้าก็คิดจะสังหารตนเอง ข้าไม่มีทางรอดอยู่แล้ว อีกทั้งยามที่ข้าถูกคุมขังอยู่มันทำให้ข้าคิดได้ ว่าข้าควรจะกลับตัวเป็นปีศาจที่ดี”

เนี่ยมู่ซิ่งนิ่งเงียบ ปีศาจจิ้งจอกจึงเอ่ยต่อ

“เช่นนั้นเอาอย่างนี้ ถือว่าเป็นการตกลงร่วมกัน จนกว่าเจ้าจะหาศิลาที่เหมาะสมได้ ข้าจะอยู่ในสำนักแห่งนี้ หากหาศิลาได้เมื่อใด ข้าจะกลับไปอยู่ใต้ศิลาดังเดิม ยอมกลับไปอยู่ในนั้น แม้จะไม่อยากกลับไปก็ตาม” ประโยคสุดท้ายนั้น สีหน้าปีศาจจิ้งจอกดูคล้ายไม่ได้รับความเป็นธรรมแม้แต่น้อย

เนี่ยมู่ซิ่งคิดชั่งใจ สุดท้ายก็พยักหน้า ใครจะเชื่อว่าปีศาจที่เพิ่งกางกรงเล็บใส่พวกเขาจะกลับใจเป็นปีศาจที่ดีได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่มีหนทางอื่น ยามนี้ไม่มีศิลาที่เหมาะสมเลย ศิลาที่เคยกักขังปีศาจจิ้งจอกตนนี้หาใช่ศิลาธรรมดา มันคือศิลาหมื่นปีใต้หุบเขาคุนหลุนที่เซียนชั้นฟ้าเป็นผู้ยกมาให้ เพราะหากเป็นศิลาธรรมดาจะไม่สามารถทำให้โพรงหินด้านในแข็งแรงจนกักตัวปีศาจตนนี้ได้ และปีศาจจิ้งจอกอาจทำลายโพรงหินแล้วหนีไปได้นั่นเอง

เขาต้องรอให้อาจารย์ลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อเยี่ยมสำนักดังเช่นที่ท่านเคยทำ แล้วให้อาจารย์ส่งข่าวแก่เซียนชั้นฟ้า ขอให้ยกศิลาจากเขาคุนหลุนมาให้อีกก้อน แต่จะเป็นเมื่อใดที่อาจารย์จะกลับมา เนี่ยมู่ซิ่งก็ไม่แน่ใจ เพราะอาจารย์เป็นผู้ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้

“เจ้ายินยอมแล้ว” เห็นเนี่ยมู่ซิ่งไม่ปฏิเสธ ปีศาจจิ้งจอกจึงสรุปเอาเอง เขายิ้มพร้อมดวงตาเป็นประกาย ทำให้ใบหน้างดงามยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้บุรุษตรงหน้ามีสีหน้าเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ปีศาจจิ้งจอกไม่ได้สนใจ เขายังกระตือรือร้นถามต่อ “แล้วจะให้ข้าอยู่ที่ห้องใดเล่า”

“ห้องพักแขกมีอยู่หลายห้อง ข้าให้เจ้าเข้าพักห้องหนึ่ง”

“อาจารย์ แต่ว่าปีศาจตนนี้...” ฟ่านจิ้งคิดจะท้วง แต่เสียงทุ้มกลับดังตัดบทขึ้นมาก่อน

“จำไว้ หากเขาควบคุมร่างกายของอาจารย์ ให้เจ้าแทงที่หัวใจอาจารย์ หากเขาคิดจะหนีออกจากสำนัก ก็ให้เจ้าแทงมีดสั้นมาที่หัวใจของอาจารย์ หากเขาฆ่าผู้อื่น เจ้าก็ต้องใช้มีดแทงที่หัวใจของอาจารย์เช่นกัน”

“ท่านอาจารย์...” ฟ่านจิ้งครางออกมาอย่างไม่เห็นด้วย

“คิดจะขัดคำสั่งอาจารย์?”

เห็นสีหน้าจริงจังของอาจารย์ ฟ่านจิ้งก็ไม่กล้าขัดอีกต่อไป เพราะรู้ว่านั่นคือเรื่องจริงจังและสำคัญมาก จึงทำได้แค่ขานรับเสียงอ่อย

“ขอรับอาจารย์”

“กินข้าวกันเถิด” สีหน้าของเนี่ยมู่ซิ่งกลับมาราบเรียบเช่นเดิม

ฟ่านจิ้งนั่งลงบนเก้าอี้ หยิบตะเกียบคีบไก่ย่างที่จัดใส่จานอย่างดีวางไว้บนถ้วยข้าวของอาจารย์ เนี่ยมู่ซิ่งเห็นเช่นนั้นก็คีบเนื้อไก่ให้ฟ่านจิ้งชิ้นหนึ่ง เด็กน้อยรับมากินแล้วพุ้ยข้าวเข้าปากคำโต เนี่ยมู่ซิ่งก็กินไก่ย่างกับข้าวอย่างผ่อนคลาย ไม่ได้สนใจบุคคลที่สามที่นั่งหัวโด่อยู่ในห้องนี้แม้แต่น้อย

“ข้าวข้าล่ะ” ปีศาจจิ้งจอกถาม

“ไม่มี” เนี่ยมู่ซิ่งตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม เพราะรู้ว่าข้าวทั้งหมดนั้นอยู่ในถ้วยของเขาและลูกศิษย์แล้ว เห็นสีหน้าไม่พอใจของปีศาจจิ้งจอก เขาจึงพูดต่อ “พรุ่งนี้ข้าจะให้ฟ่านจิ้งซื้อข้าวสารมาเพิ่มในส่วนของเจ้า”

ไอทะมึนที่เริ่มก่อตัวรอบกายปีศาจจิ้งจอกเมื่อครู่จางลงไปบ้าง แต่กลับทะมึนมากกว่าเดิมเมื่อเสียงทุ้มของเนี่ยมู่ซิ่งดังขึ้นอีกครั้ง

“แต่เจ้าต้องจ่ายค่าที่พักและค่าอาหารให้พวกข้าทุกวัน หากคิดจะอยู่รายวันก็จ่ายเป็นรายวัน หากคิดจะอยู่เป็นเดือนก็จ่ายมาเป็นรายเดือน แต่ถ้าไม่มีจ่ายก็กลับไปอยู่ในโพรงหินของเจ้าเช่นเดิม”

ฟ่านจิ้งได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็เป็นประกาย นับถืออาจารย์มากกว่าเดิม ไม่คิดว่าอาจารย์ของเขาจะฉลาดเช่นนี้ ที่ยอมให้ปีศาจจิ้งจอกตนนี้อยู่ร่วมสำนักด้วยเพราะต้องการเพิ่มรายได้นั่นเอง

“พวกเจ้าเป็นนักเลงที่คอยรีดไถเงินผู้อื่นหรืออย่างไร ข้าเพิ่งขึ้นมาสูดอากาศบนโลกภายนอกไม่นานก็เรียกเก็บเงินกับข้า” ปีศาจจิ้งจอกไม่พอใจ

แต่คนถูกกล่าวหาว่าเป็นนักเลงแค่ปรายตามอง “เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าหากข้าอยากได้สิ่งใดก็หาให้ได้ เพียงแค่เงินค่าอาหารและค่าที่พักไม่เท่าใดก็หาไม่ได้แล้วหรือ สงสัยคงเป็นแค่ราคาคุย”

เขา... หนึ่งในสี่ราชาปีศาจ ถูกมนุษย์ต่ำต้อยผู้นี้สบประมาทอยู่หรือ ศิษย์อาจารย์คู่นี้สมควรถูกเขาฆ่ามาหลายรอบแล้ว หากไม่ติดว่ามีโซ่ร้อยวิญญาณที่ยังหาทางปลดออกไม่ได้

ปีศาจจิ้งจอกได้แต่กำหมัดข่มกลั้นโทสะที่แล่นเป็นริ้วๆ ขึ้นมาให้ไหลกลับลงไปอย่างรวดเร็ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงประจบที่หลายพันปีจะทำสักครั้ง

“ย่อมมีอยู่แล้ว ท่านเจ้าสำนักรุ่นที่ห้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าไม่ใช่ลูกค้าที่มาแล้วชักดาบเสียหน่อย” เขาเคยควักกระเป๋าจ่ายที่ไหนกันเล่า!

“เช่นนั้นวันนี้ข้าจะไม่คิดเงิน เพราะเห็นว่าเจ้าไม่ได้กินอาหาร แต่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้าต้องจ่ายข้าทุกวัน”

เมื่อได้ยินจำนวนเงินที่ปีศาจจิ้งจอกต้องจ่ายในแต่ละวัน ฟ่านจิ้งก็ท้วงขึ้นมาทันที

“อาจารย์...” น้อยไป! คำหลังฟ่านจิ้งเอ่ยทางสายตา

“อย่าโลภ” เนี่ยมู่ซิ่งบอกศิษย์รัก ก่อนจะใช้สายตาสื่อให้รู้กันสองคน ห้องพักที่มีแค่เตียงแข็งๆ กับอาหารตามมีตามเกิด เจ้ายังจะกล้าคิดราคามากกว่านี้อีกหรือ

ฟ่านจิ้งพยักหน้าเห็นพ้อง อาจารย์ของเขาคิดคำนวณได้ถูกต้องแล้ว

“พวกเจ้ากำลังคุยสิ่งใดกัน” ปีศาจจิ้งจอกเห็นว่าศิษย์กับอาจารย์คู่นี้ส่งสายตาแปลกๆ จึงถามขึ้น

“เปล่า” เนี่ยมู่ซิ่งมีสีหน้าราบเรียบเช่นเดิม เขาวางตะเกียบแล้วจะดื่มน้ำชา แต่เพิ่งนึกได้ว่าชุดน้ำชาของเขาถูกทำลายไปเสียแล้ว จึงหันไปบอกปีศาจจิ้งจอกอย่างไม่ไว้หน้า “โต๊ะ หากเจ้าซ่อมมันได้ ข้าจะไม่คิดเงิน แต่ค่าชุดน้ำชาเจ้าต้องชดใช้”

มุมปากปีศาจจิ้งจอกกระตุก แต่ยังคงใช้วาจาคล้อยตาม “ได้ โต๊ะนี้ข้าจะซ่อมให้ ส่วนชุดน้ำชาข้าจะจ่ายคืนเป็นเงิน”

เนี่ยมู่ซิ่งพยักหน้าพอใจ

“อาจารย์ ข้าเก็บเอง ท่านพักผ่อนเถิด” ฟ่านจิ้งเก็บถ้วยข้าวและจานเศษกระดูกไก่ไปล้าง เหลือเพียงเนี่ยมู่ซิ่งกับปีศาจจิ้งจอกอยู่ในห้องนี้ตามลำพังอีกครั้ง

“ข้ามีนามว่าไป๋หู เย่วไป๋หู เจ้าเล่า... มีนามว่าอะไร” ปีศาจจิ้งจอกเริ่มสร้างสัมพันธไมตรีก่อน

เนี่ยมู่ซิ่งมองใบหน้าใสซื่อของอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลงอย่างไม่สนใจ “เนี่ยมู่ซิ่ง”

“เนี่ยมู่ซิ่ง... เช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าพี่เนี่ยได้หรือไม่” โบราณนานปีเคยกล่าวไว้ มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ แต่มีโซ่ร้อยวิญญาณอยากให้เรียกอย่างไรก็ให้เรียกไปเถิด

“แล้วแต่เจ้า”

“นี่เจ้า! ข้าอุตส่าห์ละทิ้งตบะหมื่นปีมานับเจ้าเป็นพี่แล้วนะ จะเอาอย่างไรกันแน่”

“เจ้าก็อยู่ส่วนเจ้า ข้าก็อยู่ส่วนข้า” เนี่ยมู่ซิ่งลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางไม่ค่อยดีเท่าใดนักเพราะแผลยังไม่หายดี “ข้าจะพาเจ้าไปดูห้องพัก”

เย่วไป๋หูหรือปีศาจจิ้งจอกได้แต่ข่มโทสะแล้วเดินตามเนี่ยมู่ซิ่งไป ไม่รู้เป็นเพราะปีศาจจิ้งจอกเช่นเขาชินกับโพรงหินที่ถูกจองจำเป็นเวลานาน หรือเพราะห้องนี้ดูไม่น่าอยู่จริงๆ เมื่อเห็นสภาพห้องเขาก็เริ่มคิดถึงโพรงหินที่อยู่มาสี่ร้อยปีว่าน่าอยู่กว่าที่นี่เป็นไหนๆ หากไม่เห็นว่าโพรงหินเป็นที่คุมขัง เขาคงกลับไปนอนที่นั่นเป็นแน่

ในห้องมีแต่หยากไย่และฝุ่นเกาะเต็มไปหมด มีเตียงเล็กเพียงหลังเดียว เก้าอี้ในมุมห้องอีกตัวหนึ่ง และตู้เสื้อผ้าเล็กเก่าคร่ำคร่า นอกจากนั้นก็ไม่มีสิ่งใดอยู่ในห้องอีกแล้ว

“ผ้าปูเตียง หมอน และผ้าห่มอยู่ในตู้ ข้าบาดเจ็บไม่สามารถช่วยเจ้าได้ เจ้าจัดการเองก็แล้วกัน” เนี่ยมู่ซิ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องพักที่ยามนี้กลายเป็นห้องของปีศาจจิ้งจอก

“เจ้าให้ข้านอนห้องนี้หรือ”

“ห้องนี้ดีที่สุดเท่าที่มี หากไม่ต้องการก็กลับไปอยู่ที่โพรงหินของเจ้า” เนี่ยมู่ซิ่งเอ่ยเสียงทุ้มอย่างไร้อารมณ์

แม้จะไม่พอใจ แต่เย่วไป๋หูก็ยังคงมีรอยยิ้มงดงาม “จะไม่พอใจได้อย่างไร ห้องนี้ย่อมดีกว่าในโพรงหินนั่น ขอบคุณเจ้ามากที่ไม่ไร้น้ำใจ” ปากบอกเช่นนั้น แต่ในใจอยากจะฝังกรงเล็บลงบนหัวใจคนผู้นี้อีกสักหลายร้อยรอบ

“เช่นนั้นก็พักผ่อนเสีย พรุ่งนี้ข้าจะให้อาจิ้งออกไปซื้อข้าวส่วนของเจ้ามาแต่เช้า และหวังว่าเจ้าคงไม่คิดโกงค่าอาหารและที่พัก”

“ข้าไม่โกงหรอกน่า” เย่วไป๋หูแทบจะข่มอารมณ์ไว้ไม่ไหว ขมับทั้งสองข้างเต้นตุบๆ ด้วยความโมโห เพราะไม่เคยมีผู้ใดมาทวงค่าอาหารและที่พักกับเขา หากให้เอ่ยตามจริง ผู้ใดกล้าทวง ผู้นั้นต้องไปนอนรอเขาที่ปรโลกหมดแล้ว ไม่มายืนรอให้เขาจ่ายหรอก

“เช่นนั้นราตรีสวัสดิ์”

“ราตรีสวัสดิ์” เย่วไป๋หูคลี่ยิ้มงดงาม แต่กลับถูกปิดประตูห้องใส่หน้า จึงได้แต่ยิ้มค้าง เขากางกรงเล็บกรีดอากาศจนผนังห้องเป็นรอยข่วนยาว สีหน้ายิ้มแย้มกลายเป็นโกรธจัด “สารเลว! หากไม่เห็นว่ามีโซ่ร้อยวิญญาณควบคุมอยู่ ข้าจะบิดกระดูกเจ้าให้หักเลยทีเดียว”

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็รู้ว่าเป็นฟ่านจิ้ง เย่วไป๋หูจึงรีบเปิดประตูเรียก

“เจ้าลูกศิษย์มานี่ซิ”

ฟ่านจิ้งที่จะเดินไปยังห้องนอนของอาจารย์ ถูกเย่วไป๋หูเรียกก็รีบถอยกลับอย่างระแวดระวัง “ต้องการสิ่งใด”

“เข้ามาในห้องข้าหน่อย” เย่วไป๋หูเอ่ยแล้วก็กลับเข้ามาในห้องของตน เมื่อเห็นฟ่านจิ้งเอามือกุมอกตนเองเอาไว้พร้อมทำสีหน้าหวาดระแวง เขาก็บอกอย่างรำคาญเต็มที “ข้าไม่กินเจ้าหรอกน่า แค่จะให้เจ้าจัดเตียงให้เท่านั้น รีบๆ หน่อย”

ฟ่านจิ้งได้ยินก็โล่งใจ ขณะจะเดินเข้าไปในห้องพักของเย่วไป๋หูก็ชะงัก “ทำไมข้าต้องเข้าไปจัดเตียงให้เจ้า”

“มีโรงเตี๊ยมที่ไหนบ้างให้ลูกค้าจัดเตียงเอง”

“นั่นสินะ” เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายพูดมีเหตุผล ฟ่านจิ้งจึงเข้าไปในห้องพักของอีกฝ่าย

ฟ่านจิ้งเริ่มจัดเตียงและปัดกวาดห้องอย่างลวกๆ เย่วไป๋หูจึงถือโอกาสหาข้อมูลของนักปราบปีศาจไปด้วย

“ที่สำนักยามนี้มีแค่สองคนหรือ”

“อือ” ฟ่านจิ้งตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“แล้วฮูหยินเจ้าสำนักล่ะ มีหรือไม่”

“ไม่มีหรอก อาจารย์สนใจแต่เรื่องใช้หนี้ และทำอย่างไรให้สำนักอยู่ต่อไปได้ ไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องอาจารย์หญิงหรอก” น้ำเสียงเด็กน้อยเศร้าลง ก่อนหน้านี้ไม่มีใครให้เขาระบาย ยามนี้มีคนถามจึงพูดออกมาอย่างไม่ปกปิด

“แล้วสตรีที่อาจารย์เจ้าสนใจไม่มีหรือ” ดวงตางดงามคมปราบหรี่ลง

เด็กน้อยส่ายหน้า “ยามนี้สิ่งที่อาจารย์สนใจมีเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องเงิน”

ฟ่านจิ้งถอนหายใจ คิดว่าทั้งชีวิตของอาจารย์ต้องเป็นหนี้โดยที่ตัวเองไม่ได้ก่อ อนาคตของเขาก็คงไม่ต่างกัน

“ไม่มีหรือ” น้ำเสียงของเย่วไป๋หูเปลี่ยนแปร่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มพอใจ

“ข้าจัดการเสร็จแล้ว ห้องนี้เป็นห้องที่ดีที่สุดแล้ว เชิญท่านพักตามสบาย”

“ช้าก่อน”

ฟ่านจิ้งชะงักเท้า หันกลับมาอย่างไม่ไว้ใจ

“เจ้ามีนามว่าอะไร”

“ฟ่านจิ้ง แซ่ฟ่าน นามว่าจิ้ง”

“อือ เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าอาจิ้งก็แล้วกัน”

“เจ้าจะไม่กินข้าใช่หรือไม่” ฟ่านจิ้งยังคงระแวงไม่หาย

เย่วไป๋หูคลี่ยิ้มงดงาม เดินมาคว้ามือของฟ่านจิ้งจนเด็กน้อยสะดุ้งแล้วชักมือกลับ แต่ก็ถูกมือเรียวขาวของปีศาจตรงหน้าจับแน่น

“ไม่กินอยู่แล้ว ยามนี้ชีวิตข้าอยู่ในกำมือของอาจารย์เจ้า แล้วข้าจะกล้ากินหรือทำร้ายเจ้าได้อย่างไร วางใจเถิด ไม่มีเรื่องนั้นแน่นอน”

“แน่นะ”

“ย่อมแน่นอน อย่างไรเราก็ต้องอยู่ร่วมกัน เช่นนั้นก็มาญาติดีกันไว้เถิด”

“หากเจ้าไม่คิดจะกินข้า ก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว”

“เช่นนั้นเรียกข้าว่าท่านเย่วก็แล้วกัน”

“ท่าน...”

“พี่เย่ว” เย่วไป๋หูยอมลดฐานะอันยิ่งใหญ่ของตนเองเพราะต้องการตีสนิทกับเด็กน้อย

“อ้อ ได้ พี่เย่ว ข้าจัดเตียงให้ท่านเรียบร้อยแล้ว เช่นนั้นข้าไปก่อนนะ” เด็กน้อยดึงมือออกจากมือเรียวของเย่วไป๋หู

มือเด็กนั้นแสนจะนุ่ม เนื้อก็คงนุ่มด้วย แต่ไม่ได้ ข้าจะกินมันตอนนี้ไม่ได้ เช่นนั้นจะเสียแผน เย่วไป๋หูคิด

ในที่สุดเย่วไป๋หูก็ยอมปล่อยมือ โบกมือลาด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ปล่อยให้เหยื่อที่คาดว่ารสชาติคงโอชะออกจากห้องไป ส่วนเขาก็เดินไปนั่งบนเตียงนอนพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ยามนี้ในเมื่อชีวิตเขาตกอยู่ในกำมือของนักปราบมารหน้าตายผู้นั้น จึงทำได้เพียงประนีประนอมเอาไว้ก่อน หลังจากนั้นค่อยหาโอกาสกล่อมให้คนผู้นั้นยอมคลายคาถาโซ่ร้อยวิญญาณ ทำอย่างไรน่ะหรือ ก็แค่หาสตรีหน้าตาพอใช้ได้มาสักคน คอยชักใยให้นางหว่านเสน่ห์นิดหน่อย ให้เนี่ยมู่ซิ่งหลงสตรีนางนั้นจนโงหัวไม่ขึ้น ยอมนางทุกอย่าง ยามนั้นค่อยให้นางสั่งเนี่ยมู่ซิ่งให้ปลดโซ่ร้อยวิญญาณ แผนการช่างง่ายดายเหลือเกิน คาดว่าไม่ถึงเดือนเขาก็คงเป็นอิสระแล้ว

เย่วไป๋หูหัวเราะออกมาด้วยความพอใจ แผนวีรบุรุษกล้าพ่ายสาวงามไม่เคยมีครั้งไหนไม่สำเร็จ ช่วงนี้แค่ทำตัวดีนิดหน่อยไปก่อนก็พอ และคืนนี้ปีศาจจิ้งจอกเช่นเขาก็นอนได้อย่างสบายใจแล้ว

 

แต่การทำตัวดีนั้นไม่เป็นดังใจนึก เพราะปีศาจจิ้งจอกที่ไม่เคยต้องควบคุมอารมณ์ เมื่อเห็นอาหารเช้า เขาก็อยากจะล้มโต๊ะสักร้อยรอบ

“นี่มันอะไรกัน โจ๊กเปล่ากับผักดอง ไม่มีเนื้อ!” เย่วไป๋หูชี้ชามโจ๊กน้ำใสแจ๋วกับผักกาดดองไม่กี่ชิ้น

เนี่ยมู่ซิ่งที่กินโจ๊กเงียบๆ เหลือบตาขึ้นมอง ก่อนซดโจ๊กอีกคำใหญ่แล้วเอ่ย “เงินค่าอาหารและที่พักเล่า”

“ข้าย่อมมี!” เย่วไป๋หูเอ่ยจบ ของบางอย่างก็ถูกกระแทกลงบนโต๊ะดังปัง

สิ่งนั้นคือทองก้อนหนึ่ง ฟ่านจิ้งเห็นก็รีบหยิบขึ้นมากัด เมื่อกัดเสร็จดวงตาก็เบิกกว้าง

“อาจารย์ ทองแท้!

“ไปเอาจากที่ใดมา” เนี่ยมู่ซิ่งหรี่ตาถาม

“ข้ามีติดตัวมานานแล้ว อันที่จริง... ที่วังของข้ามีเป็นพะเรอเกวียน หากเจ้าปล่อยข้าไป ข้าสามารถนำมันกลับมาได้ อยากได้เท่าใดข้าก็ให้ได้” จากท่าทีโมโหจนแทบล้มโต๊ะ ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหวานเอาใจอีกฝ่ายอีกครั้ง

เนี่ยมู่ซิ่งเมินวาจาตอนท้ายของเย่วไป๋หู รับก้อนทองที่ฟ่านจิ้งส่งมาให้แล้วเก็บเข้าอกเสื้อ “ตอนเช้าไม่มีอาหารเป็นเนื้อ แต่ตอนเที่ยงมี” เขาเอ่ยจบก็ยกชามโจ๊กของตนเองเข้าไปยังห้องครัวด้านหลังเรือนพัก

ฟ่านจิ้งเห็นเช่นนั้นก็รีบซดโจ๊กจนหมดชาม แล้วถือชาม เปล่าตามไป “ท่านอาจารย์ ข้าล้างเอง”

บนโต๊ะเหลือชามโจ๊กใบหนึ่งกับผักกาดดอกชิ้นเล็กๆ สามชิ้น ตั้งแต่เกิดมาเป็นปีศาจจิ้งจอก ไม่เคยมีอาหารมื้อใดทำให้เย่วไป๋หูรู้สึกว่าช่างตกต่ำเช่นนี้มาก่อน นี่มันอาหารคนทั่วไปหรือของยาจกกันแน่ ปีศาจบ้านไหนกินเจกัน!

“เย็นไว้... เย็นไว้” เย่วไป๋หูหลับตาสูดลมหายใจไม่ให้ตนเองกางกรงเล็บแล้วพุ่งไปกรีดร่างหนึ่งในสองคนนั้นมาเป็นอาหารเช้าแทนอาหารบนโต๊ะ

ในที่สุด... หนึ่งในสี่ราชาปีศาจก็มีวันที่ต้องกล้ำกลืนอาหารเช้าที่ไม่คิดว่าจะกินลงจนหมดชามจนได้


つづく.

--------------------------------------------

#อาจารย์ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก

-------------------------------------


ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 485 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

994 ความคิดเห็น

  1. #577 minggg- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:16

    ไม่รู้จะขำหรือจะสงสารอาจารย์กับศิษย์ทีหายใจเข้าออกเป็นเงินเป็นทอง

    แล้วที่พีคคือส่งสายตาคำนวนรายการค่าใช้จ่ายเนี่ยแหละ

    ถูกไป กับของไม่ดี 55555


    ต้องหันมากินเจแล้วสิคะ พี่จิ้งจอกกก


    เจอที่ผิดนะคะ

    บาดเจ็บ "ไม่" สามารถช่วยเจ้า

    "ผัก" ดอง

    ผักกาด "ดอง" ชิ้นเล็กๆ

    #577
    2
    • #577-1 minggg-(จากตอนที่ 3)
      6 มกราคม 2562 / 01:17
      ปล. สงสารศิษย์น้อยที่นั่งสลดว่าเป็นหนี้จังงง 55555555555555
      #577-1
    • #577-2 (จากตอนที่ 3)
      7 มกราคม 2562 / 22:12
      555 นิดนึงค่ะ
      #577-2
  2. #461 เห็ดนักอ่าน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 15:46
    เราเป็นจิ้งจอกจะขู่ฆ่าเจ้าหนูฟ่านจิ้ง.เเล้วทำไงก็ได้จับพ่อเนี่ยพันธนาการตัดลิ้นให้เเม้เเต่ฆ่าตัวเองก็ทำไม่ได้.หายาบำรุ​ง.หาหมอให้.ยาโอสถ.ดูเเลภายใต้พันธนาการนั้นเเหละ.หึๆ.เเต่เเบบนี้ดีเเล้วน่ารักดี55
    #461
    5
    • #461-3 (จากตอนที่ 3)
      30 ธันวาคม 2561 / 22:23
      แต่เรื่องนี้แอบโหดนะ ต่ำกว่าสิบแปดห้ามอ่าน!!!
      #461-3
    • #461-5 (จากตอนที่ 3)
      30 ธันวาคม 2561 / 22:35
      จิจิจิ (555)
      #461-5
  3. #318 DHmoon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 00:39
    อนาถแท้พ่อจิ้งจอก
    #318
    1
    • #318-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 3)
      18 ธันวาคม 2561 / 18:27
      นิดนึงค่ะ
      #318-1
  4. #315 ;เซฮาน △ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 23:55
    โอ่ย วงวารปีศาจเลยอะ 55555
    #315
    1
    • #315-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 3)
      18 ธันวาคม 2561 / 18:26
      นิดนึงค่ะ 555
      #315-1
  5. #217 lills (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 22:58
    สงสาร55555555
    #217
    1
  6. #161 El Dorado Bz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 05:53
    น่าสงสาร555
    #161
    1
  7. #159 Eartheth_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 00:39

    555555สงสาร55555
    #159
    1
  8. #119 Mizza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 21:34
    คุณปีศาจตกอับ 555
    #119
    1
    • #119-1 (จากตอนที่ 3)
      28 พฤศจิกายน 2561 / 15:30
      นั่นแหละ555
      #119-1
  9. #100 heizz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 15:33
    เอ็นดูฟ่านจิ้ง555555
    #100
    1
    • #100-1 (จากตอนที่ 3)
      25 พฤศจิกายน 2561 / 16:13
      ิอาจิ้งน่ารัก อิอิ
      #100-1
  10. #14 secret (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:44
    อืออออ มันไม่ง่ายอย่างนายคิดหรอก ปีศาจจิ้งจอก...=_=
    #14
    1
  11. #13 Mintraraya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 09:14

    เป็นปิศาจจิ้งจอกใจดีมั้ง ถ้าโหดเ-้ยมคงจับพันธนาการเพื่อไม่ให้แทงตัวเองตายแล้ว

    #13
    1
    • #13-1 (จากตอนที่ 3)
      23 ตุลาคม 2561 / 17:22
      อาจารย์เนี่ยของเราคงหาทางชิงตายไปก่อน 555
      #13-1
  12. #12 มะมะหม๊าววว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 19:05
    นางน่าจะเสเเสร้งแกล้งสำนึก เมื่อกี้ยังพังของ ตอนนี้สำนึกได้?... มารยาจิ้งจอกชัดๆ
    #12
    1
    • #12-1 (จากตอนที่ 3)
      23 ตุลาคม 2561 / 17:19
      ถูก มารยาเห็นๆ
      #12-1