อาจารย์ ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก [ Yaoi ] (Deep Publishing)

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ปีศาจจิ้งจอกหลุดออกมาแล้ว! (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 661 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

ในยามดึกสงัดของคืนอันเงียบสงบ หยาดพิรุณช่วงปลายฤดูเริ่มพร่างพรมลงมาจากฟากฟ้าอันมืดมิดโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า น้ำหยดเล็กๆ นั้นนำพาความเย็นฉ่ำลงมาสู่ผืนดิน แต่ชวนให้เหงาอย่างน่าแปลก ทว่าเพียงไม่นาน หยาดพิรุณอันเบาบางก็แปรเปลี่ยนเป็นพายุโหมกระหน่ำ เสียงลมหวีดหวิวรุนแรง และพัดพาเอาพิรุณนั้นสาดซัดกระหน่ำจนน่ากลัว พร้อมกันนั้น แสงแวบวาบบนฟ้าที่ทำให้ผืนดินสว่างในพริบตาไม่ต่างกับตอนกลางวัน ก็พาเสียงอันทรงพลังดังกัมปนาทตามมาด้วย

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นการโหมโรงเท่านั้น เมื่อในเวลาไม่นานสายอัสนีก็ฟาดลงมาซ้ำๆ หลายครั้ง เสียงดังกัมปนาทจนแผ่นดินสะเทือน โชคดีที่เป็นเวลากลางคืน จึงไม่มีผู้เดือดร้อนใจนัก ชาวบ้านต่างหลับใหล ทั้งที่สายฟ้ายังคงฟาดลงมาไม่หยุด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว

เนี่ยมู่ซิ่ง... เจ้าสำนักทะยานฟ้ารุ่นที่ห้า นอนลืมตาอยู่ในห้องนอนพลางฟังเสียงอัสนีที่ไม่ต่างกับฟ้าพิโรธ มือเริ่มขยับจับยามสามตาด้วยความรู้สึกแปลกๆ แต่เมื่อไม่เจอสิ่งใด เขาก็ถอนใจอย่างโล่งอก เข้าใจว่าตนคิดมากไปเอง

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงตบประตูห้องนอนถี่ๆ นั้นทำให้เขาลุกขึ้นนั่งพลางเอ่ย เข้ามาเถิด

อาจารย์ ข้าขอนอนด้วยคนนะขอรับ ฟ้าผ่าเสียงดัง ข้ากลัวเหลือเกินฟ่านจิ้ง... ศิษย์เอกที่มีอายุเก้าขวบของเขารีบเปิดประตูเข้ามา แล้วปิดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนวิ่งหน้าตั้งมาปีนขึ้นบนเตียงของเนี่ยมู่ซิ่งโดยไม่รอคำอนุญาต

เนี่ยมู่ซิ่งมองศิษย์คนเดียวของเขาด้วยสายตาเย็นชา หากอาจารย์ไม่ให้เจ้านอนด้วยเล่า

เสียงสายฟ้าฟาดยังคงดังต่อเนื่อง แสงแวบวาบทำให้ฟ่านจิ้งเห็นว่าสีหน้าของอาจารย์เรียบเฉยและดูเย็นชาเพียงใด แต่เขาชินแล้ว อาจารย์เป็นบุรุษที่ภายนอกดูเย็นชา แต่ที่จริงแล้วเป็นคนใจดีมาก ฟ่านจิ้งฉีกยิ้มกว้าง วางหมอนไว้ข้างหมอนของอาจารย์แล้วตอบ

ข้ารู้ว่าท่านต้องอนุญาตเด็กน้อยตบหมอนสองทีแล้วล้มตัวลงนอน

มีศิษย์ที่ไหนนอนกับอาจารย์บ้างเนี่ยมู่ซิ่งมองลูกศิษย์อย่างอ่อนใจ

ตอนข้าห้าขวบ ท่านยังให้ข้านอนด้วยอยู่เลย แล้วจะถือสาไปทำไม

แต่นี่เจ้าเก้าขวบแล้ว

แต่ข้ากลัวเสียงฟ้าผ่านี่นา

เก็บยาไว้ดีหรือไม่ ถ้าเก็บไม่ดี ความชื้นจะเข้าไป ยาจะเสื่อม นำมาขายไม่ได้

อาจารย์ไม่ต้องกังวล ข้าเก็บไว้อย่างดี ฝนตกหนักกว่านี้พวกมันก็ไม่ชื้นฟ่านจิ้งยิ้มตอบ

เช่นนั้นก็ดีแล้ว พรุ่งนี้จะได้นำออกไปขาย อากาศเปลี่ยนเช่นนี้คงมีคนป่วยบ้าง

ขอรับอาจารย์ แต่ข้าว่าเราควรจะขึ้นราคายาหน่อยนะขอรับ ยาของเราดีกว่าที่ร้านขายยาเสียอีก

ถ้าราคาแพงคนก็จะไม่มีเงินซื้อ อย่าลืมสิว่าเราสำนักทะยานฟ้า...

ปณิธานคือ ปราบเหล่าผีร้ายและปีศาจ ช่วยเหลือคนยากผู้ตกทุกข์ฟ่านจิ้งต่อคำด้วยน้ำเสียงสดใส

เนี่ยมู่ซิ่งพยักหน้าพอใจ ห่มผ้าให้ศิษย์รัก ก่อนจะล้มตัวลงนอนบ้าง นอนเสีย

ฟ่านจิ้งพยักหน้าแล้วหลับตา แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้ง พูดเสียงอ่อย อาจารย์ ข้าวสารหมดอีกแล้ว

อือเนี่ยมู่ซิ่งหลับตา เอ่ยรับน้ำเสียงราบเรียบ พรุ่งนี้ขายยาได้ เราจะไปซื้อข้าวสารกัน ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว... หลับเสีย

ขอรับฟ่านจิ้งหลับตาลงอย่างว่าง่ายอีกครั้ง แต่ในใจเด็กน้อยกลับคิดว่าอาจารย์น่าจะขึ้นราคายาอีกสักหน่อย เพื่อให้พวกเขามีรายได้มากขึ้น

สามสี่ปีที่ผ่านมา สำนักปราบปีศาจแทบจะไม่มีคนมาเรียกให้ไปปราบผีหรือปีศาจ ทำให้ไม่มีรายได้เข้าสำนักมานานแล้ว ก่อนหน้านี้อาจารย์ยังไม่ได้ขึ้นเป็นเจ้าสำนัก ก็คิดหารายได้โดยการปรุงยาง่ายๆ นำไปขาย แต่เพราะราคาถูกทำให้ได้เงินมาเพียงหยิบมือ อีกทั้งยามนั้นอาจารย์ปู่หรือเจ้าสำนักรุ่นที่สี่ยังเอาแต่ร่ำสุราสังสรรค์กับเหล่าสหายจนติดหนี้ผู้อื่นไปทั่ว ทำให้ยามนี้สำนักทะยานฟ้าเหลือเพียงเปลือกกับหนี้สิน และเรื่องที่สาหัสกว่านั้นคือ เมื่ออาจารย์ปู่ถูกคนตามทวงหนี้มากๆ ก็ตัดช่องน้อยแต่พอตัว ตั้งอาจารย์เขาให้เป็นเจ้าสำนัก ส่วนตัวเองขึ้นไปเป็นเทพเซียนอยู่บนสวรรค์

ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย เท่าที่ฟ่านจิ้งจำความได้ เขาเห็นแต่อาจารย์ทำงานหาเงินเข้าสำนักตลอด ผิดกับอาจารย์ปู่ที่ไม่ทำอะไรนอกจากร่ำสุราเฮฮาไปวันๆ เหตุใดคนผู้นั้นจึงไปเป็นเทพเซียนได้ และเหตุใดอาจารย์ของเขาจึงต้องรับหนี้สินที่อาจารย์ปู่ทิ้งไว้ด้วย

คิดอะไร นอนได้แล้วเสียงกัดฟันของฟ่านจิ้งทำให้เนี่ยมู่ซิ่งเตือน

ขอรับ

เปรี้ยง!

เสียงดังสนั่นจนแผ่นดินสะเทือน ทำให้ฟ่านจิ้งผวากอดเนี่ยมู่ซิ่งด้วยความตกใจ อาจารย์!

อาจารย์ไม่ใช่หมอนเสียงนั้นยังคงราบเรียบเช่นเคย

แต่ข้ากลัว คืนนี้คืนเดียว แล้วข้าจะไม่รบกวนท่านอีกเลยฟ่านจิ้งกอดเนี่ยมู่ซิ่งแน่นขึ้น เพราะเกรงว่าอาจารย์ของเขาจะดันตัวออก แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ทำก็ตาม แต่เพื่อเป็นการทำเป็นไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วอาจารย์ใจดีเพียงใด จึงต้องทำทีหวาดกลัวเอาไว้

คืนนี้คืนเดียว

ได้ยินเช่นนั้นฟ่านจิ้งก็ยิ้มพร้อมกับกอดอาจารย์ที่รัก ก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว แม้ฟ้าผ่าเสียงดังก็ไม่ตื่น

เนี่ยมู่ซิ่งรับรู้ว่าศิษย์ของเขาหลับไปแล้วก็หลับตาลง แต่ในใจของเขามีความกระวนกระวายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังตกลงมาไม่หยุด เนี่ยมู่ซิ่งพยายามข่มใจให้สงบลงโดยไม่คิดสิ่งใดจนหลับไปในที่สุด

 

ด้านหลังสำนักทะยานฟ้า ไกลออกไปจนเกือบติดกับหลังเขา ศาลเจ้าที่ทนแดดทนฝนมาสี่ร้อยปียังคงตั้งตระหง่านไม่เสื่อมสลาย เพราะตัวศาลเจ้าทำจากไม้ชั้นดี แม้จะผ่านมาหลายร้อยปีก็ยังคงไม่ผุ แต่แม้ไม้เนื้อดีจะทนทานเท่าใด ก็สู้แรงอัสนีที่ฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่ได้

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฟ้ากำหนดหรือเหตุบังเอิญ เมื่อฝนที่ตกกระหน่ำเริ่มซาลง ทุกอย่างกำลังกลับสู่ความเงียบสงบ แต่ในเวลานั้นกลับมีสายฟ้าสายหนึ่งฟาดลงมายังศาลเจ้านั้นอย่างจัง พลังทำลายรุนแรงฟาดเปรี้ยงลงมาเพียงคราเดียว ศาลเจ้าก็มอดไหม้เป็นจุณ เผยให้เห็นศิลาก้อนใหญ่ที่ถูกบดบังเอาไว้

ศิลาก้อนใหญ่แม้จะถูกสายฟ้าฟาดอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มันยังคงสงบนิ่งอยู่ที่เดิม เช่นเดียวกับกระดาษแผ่นยาวสีเหลืองที่มีตัวอักษรสีแดงเขียนอย่างยุ่งเหยิงบนศิลานั้นที่สายฟ้านั้นไม่อาจทำสิ่งใดได้ ทั้งสองสิ่งยังคงแน่นิ่งและมีสภาพดั่งเมื่อสี่ร้อยปีที่ผ่านมาไม่มีผิด

สวรรค์รู้ว่าธรรมชาติไม่อาจทำสิ่งใดกับศิลาก้อนนี้ได้ แต่เพราะเวลาที่ผ่านไปและสวรรค์ก็มีเรื่องมากมาย จึงทำให้เริ่มลืมเลือนว่าเคยจองจำปีศาจตนหนึ่งไว้ใต้ศิลาก้อนนี้...

 

เหตุการณ์ฝนตกหนักผ่านไปสามวันแล้ว หลังจากเนี่ยมู่ซิ่งขายยาที่ตนปรุงให้แก่คนในหมู่บ้านที่สำนักตั้งอยู่จนหมด เขาเหลือเงินอีกเล็กน้อย หลังจากใช้หนี้แทนอาจารย์แล้วจึงซื้อหมั่นโถวให้ฟ่านจิ้ง และกลับไปยังสำนักอย่างทุกวันที่ทำเป็นประจำ

ทำไมวันนี้จึงกินหมั่นโถวได้เล่าฟ่านจิ้งถามอย่างแปลกใจ แต่ก็กินหมั่นโถวที่นานๆ ได้กินสักครั้งอย่างเอร็ดอร่อย

เดี๋ยวเราจะไปเก็บเห็ดป่าที่ท้ายสำนัก ฝนตกติดกันมาหลายวันแล้ว เห็ดป่าคงขึ้นมาก เก็บไว้เป็นอาหารส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเอาไปขายเนี่ยมู่ซิ่งเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม เห็นฟ่านจิ้งกินหมั่นโถวหมด ก็แบ่งส่วนของตนให้อีกครึ่งลูก แต่ฟ่านจิ้งไม่รับ

อาจารย์... ท่านผอมจะแย่อยู่แล้ว ตัวสูงกว่าข้าตั้งมาก กินแค่นี้จะพออะไร

เจ้ากำลังโต ต้องกินมากหน่อยเนี่ยมู่ซิ่งยัดหมั่นโถวครึ่งลูกให้ฟ่านจิ้งแล้วก้าวเดินต่อไป

อาจารย์...ฟ่านจิ้งน้ำตาคลอ ตั้งแต่ยังเล็กก็มีอาจารย์ดีต่อเขาที่สุด

ตอนที่ฟ่านจิ้งเข้ามาอยู่ในสำนักนั้น เขามีอายุเพียงแค่สี่ขวบเท่านั้น แม้จะยังเล็ก แต่เขาก็จำความได้ว่าตนเองป่วยหนัก พ่อกับแม่ไม่มีเงินรักษาจึงพาเขามาทิ้งไว้ที่สำนักปราบปีศาจแห่งนี้ แต่ที่พวกท่านไม่รู้คือ... ที่นี่มีแต่เปลือก ฟ่านจิ้งไม่โทษที่พ่อแม่ทิ้งเขา แต่โทษที่พวกท่านไม่สืบให้ดีว่าสำนักใดพอจะมีกินบ้าง เขาจะได้อยู่อย่างสุขสบายกว่านี้ ทว่าเมื่อคิดอีกที ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาได้เป็นศิษย์คนเดียวของอาจารย์ที่ภายนอกดูเย็นชาแต่แสนใจดี แม้จะยากจนไปบ้าง แต่เขาก็มีความสุขกับการดูแลเอาใจใส่ของอาจารย์

เพราะท่านดูแลเขาที่ป่วยจนหายดี หลังจากนั้นก็รับเป็นศิษย์เพราะไม่รู้ว่าบ้านเขาอยู่ที่ใด ส่วนเขาเองก็ไม่คิดจะกลับไปสร้างความลำบากให้แก่พ่อแม่ของตนเองอีก

ฟ่านจิ้งมองแผ่นหลังของอาจารย์ด้วยแววตานับถือและรักใคร่ แต่ก็ต้องถอนหายใจเมื่อเห็นว่าร่างที่ถูกลมพัดนั้นบางเพียงใด อาภรณ์สีทึมซีดมีรอยปะชุนทำให้ราศีของเจ้าสำนักหดหายไปจนแทบไม่เหลือ อาจารย์ของเขากินน้อยเพราะต้องเสียสละให้ลูกศิษย์จนตัวเองผอมซูบไปหมดแล้ว ใบหน้าที่เคยงดงามยามนี้ก็ซูบตอบจนดูไม่มีราศี หากทำได้... เขาจะหาเงินเยอะๆ เพื่อแบ่งเบาภาระของอาจารย์ คิดแล้วฟ่านจิ้งก็รีบวิ่งตามอาจารย์ไป

ยามนี้เนี่ยมู่ซิ่งยืนอยู่หน้าศาลเจ้าอายุสี่ร้อยปีพร้อมสีหน้าเคร่งขรึม นิ่งงันอยู่นาน สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะบอกศิษย์ที่ยืนตะลึงอยู่ข้างกาย

คงถูกฟ้าผ่าเมื่อสามวันก่อน เห็นทีเราต้องหาเงินมาสร้างศาลเจ้าใหม่เสียแล้ว

เขาตั้งใจมาเก็บเห็ดป่าเพื่อนำไปทำเป็นอาหารและแบ่งบางส่วนไปขาย กลับกลายเป็นว่าต้องมาพบกับเรื่องที่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายเข้าจนได้ ยามไม่เห็นก็ไม่เป็นไร แต่เห็นแล้วจะนิ่งดูดายก็ไม่ได้

ยามนี้ศาลเจ้าตรงหน้าแทบไม่เหลือเค้าเดิม ไม้เนื้อดีไหม้เป็นตอตะโก แม้แต่พระพุทธรูปแกะสลักก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน มีเพียงศิลาก้อนใหญ่ที่ด้านบนยังคงแปะยันต์เอาไว้

ไม่ต้องซ่อมได้ไหมขอรับ ไหนๆ ศาลเจ้านี้ก็ไม่มีคนมาสักการะอยู่แล้วฟ่านจิ้งหาทางลดค่าใช้จ่าย

เนี่ยมู่ซิ่งส่ายหน้า ที่นี่เป็นสถานที่จองจำปีศาจจิ้งจอกที่อาจารย์ปู่และอาจารย์ทวดของเจ้าร่วมกับเซียนทั้งสี่ช่วยกันกำราบ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งจึงต้องสร้างศาลเจ้าปิดบังเอาไว้เขาพูดตามที่หมิงจื๋ออาจารย์ของตนเคยบอกเอาไว้

ข้าว่าอาจารย์ปู่คุยโวไปเองฟ่านจิ้งแบะปาก

ตอนที่อาจารย์ปู่ยังอยู่ ก็เอาแต่เล่าเรื่องที่ตัวเองไปช่วยอาจารย์ทวดปราบราชาปีศาจทั้งสี่ตน บอกว่าสู้กันอยู่เก้าวันเก้าคืน สุดท้ายราชาปีศาจก็สิ้นท่า ปีศาจหนึ่งตนถูกจองจำอยู่ใต้ศาลเจ้าหลังสำนัก ตอนแรกเขาก็เชื่อ แต่เมื่อยิ่งโตก็ยิ่งไม่เชื่อ เพราะตั้งแต่เขาอยู่ในสำนักมา ไม่เคยเห็นอาจารย์ปู่ออกไปปราบปีศาจหรือปราบผีปราบมารสักครั้ง มีแต่อาจารย์เนี่ยของเขาที่ออกไปปราบ เป็นไปได้มากว่าอาจารย์ปู่อาจจะคุยโว ส่วนศาลเจ้าที่พูดถึงก็อาจเป็นเพียงแค่การทำให้สำนักดูน่าเชื่อถือขึ้นเท่านั้นเอง

อย่าลบหลู่อาจารย์ปู่ของเจ้า เรื่องนี้เป็นความจริง ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องหาเงินมาสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ใหม่จนได้น้ำเสียงของเนี่ยมู่ซิ่งเคร่งเครียดขึ้น เขากำลังคิดว่าในสำนักยังพอมีของใช้ชิ้นใดที่จะนำไปจำนำได้บ้าง เรื่องนี้เร่งด่วนเกินกว่าที่จะใช้เวลาเก็บรวบรวมเงินได้ อีกทั้งค่าสร้างศาลเจ้าก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ

ฟ่านจิ้งรับคำเสียงอ่อย รู้ว่ายามนี้อาจารย์ต้องคิดเรื่องเงินที่จะนำมาสร้างศาลเจ้าเป็นแน่ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร ทั้งสองต่างเลิกสนใจศาลเจ้าที่กลายเป็นตอตะโกตรงหน้า แล้วเริ่มเก็บเห็ดป่าตามที่คิดกันไว้ตั้งแต่แรก

 

หลังจากช่วยกันเก็บเห็ดป่าที่เนินเขาด้านหลังสำนักจนเต็มตะกร้า เนี่ยมู่ซิ่งก็สั่งให้ฟ่านจิ้งแยกเห็ดป่าเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเขานำกลับไปทำเป็นอาหารเย็น อีกส่วนหนึ่งแบ่งไว้ขายในวันพรุ่งนี้

“อาจารย์ ท่านกลับไปก่อนเถิด ข้าจะเก็บเห็ดอีกหน่อย ด้านโน้นยังมีดอกที่ไม่บานอยู่เต็มไปหมด” ฟ่านจิ้งชี้ไปยังขอนไม้ที่มีเห็ดขึ้นอยู่มากมาย

เนี่ยมู่ซิ่งพยักหน้า “แล้วรีบกลับมาล่ะ ระวังตัวด้วย”

ฟ่านจิ้งพยักหน้ารับแล้วเริ่มเก็บเห็ดต่อ ส่วนอาจารย์ของเขานั้นกลับไปที่สำนักเพื่อนำเห็ดไปทำอาหารเย็น

เมื่อเก็บเห็ดที่ยังไม่บานจนเต็มตะกร้าอีกครั้ง ขณะจะเดินกลับ สายตาของฟ่านจิ้งก็สะดุดกับซากศาลเจ้าเก่าแก่อีกครั้ง เด็กน้อยเดินไปทางศาลเจ้าที่ยามนี้เหลือเพียงตอไม้ไหม้ มองซากไม้ที่มอดไหม้ตรงหน้าไม่ต่างกับเป็นศัตรูผู้ฆ่าพ่อ เขาเตะเสาไม้ที่กลายเป็นตอตะโก ก่อนจะตะโกนด่าด้วยความไม่พอใจ

“ทำไมเจ้าต้องมาถูกฟ้าผ่าเอาตอนที่สำนักย่ำแย่ขนาดนี้ด้วย แค่นี้อาจารย์ของข้าก็เหน็ดเหนื่อยมากพออยู่แล้ว!” เด็กน้อยแหงนหน้าขึ้นฟ้า ตะโกนเสียงดังขึ้น “แค่หนี้สินที่ท่านอาจารย์ปู่ทิ้งไว้ก็มากมายเกินกว่าที่อาจารย์ข้าจะใช้ไหวแล้ว เจ้ายังมาเพิ่มหนี้สินให้อาจารย์ข้าอีก ช่างไม่เห็นใจกันเสียบ้าง!

ตะโกนด่าจบก็เริ่มคลายโทสะลงบ้าง หากไม่ทำแบบนี้เขาคงไม่สามารถปั้นหน้ายิ้มกับอาจารย์ได้ ยามนี้พอจะยิ้มได้ก็หันหลังให้แก่ศาลเจ้าเพื่อจะเดินกลับ แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว กลับได้ยินเสียงทุ้มเสียงหนึ่งลอยมา

“เจ้าต้องการเงินหรือ หากเจ้าต้องการ ข้าหาให้เจ้าได้”

ฟ่านจิ้งสะดุ้ง เหลียวซ้ายมองขวาหาต้นเสียง แม้เขาจะเป็นศิษย์สำนักปราบปีศาจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่กลัวผีกลัวมารเสียหน่อย เขาเพิ่งเก้าขวบเองนะ วิชาที่เรียนก็ยังไม่มาก

“จะเงินหรือทองข้าก็บันดาลให้เจ้าได้ เพียงแค่เจ้าดึงยันต์ที่อยู่บนศิลาออกเท่านั้น เจ้าจะได้ในทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ”

คำพูดนี้ทำให้ฟ่านจิ้งหันกลับไปมองศิลาก้อนใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางซากไหม้

“ไม่อยากได้เงินไปใช้หนี้หรือ”

ฟ่านจิ้งผงะถอยหลังจนสะดุดล้ม เมื่อแน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินมาจากใต้ศิลาก้อนใหญ่

“จะ...เจ้าคือ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางที่อาจารย์ปู่เล่าให้ฟัง”

“ไม่ผิด”

คำตอบนี้ทำให้ฟ่านจิ้งยิ่งตะกายลุกจากพื้นด้วยท่าทางลนลาน วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งมาได้ครึ่งทางก็ไม่ได้ยินเสียงทุ้มเสียงนั้น ฟ่านจิ้งจึงหยุดวิ่ง และเมื่อคิดดีๆ ก็จำได้ว่าปีศาจจิ้งจอกตนนั้นจะไม่สามารถออกมาได้ หากยันต์ที่อยู่บนศิลาไม่ถูกดึงออก

เด็กน้อยคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินกลับไปหยิบตะกร้าและเก็บเห็ดที่ตกกระจายเต็มพื้นขึ้นมาใหม่ อย่างไรก็ยังขายได้ ปีศาจตนนั้นออกมาไม่ได้ ยุคนี้ความจนน่ากลัวกว่าปีศาจ ดังนั้นต่อให้เก็บเห็ดไประแวงปีศาจไป ฟ่านจิ้งก็ยอมทำ

“จะมัวแต่เก็บเห็ดอยู่ทำไม แค่ปล่อยข้า เจ้าก็จะได้ทองจำนวนมากกว่าจำนวนเห็ดที่เจ้าเก็บได้เสียอีก” เสียงทุ้มยังคงลอยมาเข้าหูฟ่านจิ้ง

“มะ...ไม่ต้องมาหว่านล้อมข้า อาจารย์ปู่บอกว่าปีศาจจิ้งจอกกินคน ข้าไม่ปล่อยเจ้าออกมากินคนหรอก ข้าไม่ได้โง่นะ” ฟ่านจิ้งรีบเก็บเห็ดเร็วขึ้น

เสียงหัวเราะดังมาจากใต้ก้อนศิลา ก่อนอีกฝ่ายจะเอ่ยต่ออย่างไม่ร้อนใจ “ช่างเป็นคำเล่าขานที่น่ากลัวนัก ที่จริงแล้วข้าไม่ได้เป็นปีศาจกินคน ข้าแค่ทำผิดกฎสวรรค์จึงถูกจองจำ ท่าทางอาจารย์ปู่ของเจ้าจะปั้นเรื่องเกินไปหน่อยแล้ว”

นึกแล้ว... ว่าอาจารย์ปู่ต้องคุยโว... ฟ่านจิ้งคิดเหน็บแนมอาจารย์ปู่อยู่ในใจ

“ทีนี้จะช่วยข้าได้หรือยัง”

“ทำผิดกฎสวรรค์เรื่องอะไร” ฟ่านจิ้งเริ่มสนใจข้อเสนอของปีศาจจิ้งจอก

“ก็แค่... ไปขโมยทองจากสวรรค์แล้วหลบหนีมาเท่านั้นเอง รู้หรือไม่ ทองบนสวรรค์นั้นออกลูกได้ด้วยนะ ก่อนถูกจับตัวมา ข้าเอาทองไปซ่อนไว้ ผ่านมาหลายปีแล้ว ยามนี้มันคงออกลูกออกหลานจนแน่นถ้ำที่ข้าเอามันไปซ่อนไว้แล้ว”

“ทองออกลูกได้!” ฟ่านจิ้งตาวาว วางตะกร้าเห็ดแล้วเดินเข้าหาศิลาก้อนใหญ่ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

“ถูกต้อง เพียงแค่เจ้ายอมปล่อยข้า เราจะแบ่งทอง... ไม่สิ เจ้าเอาไปหมดเลยก็ได้ เหลือไว้ให้ข้าแค่แม่ทองก้อนเดียวก็พอ เพราะอย่างไรมันก็ออกลูกออกหลานมาใหม่อยู่ดี”

ทองออกลูกได้... ไม่เท่ากับว่าใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมดหรอกหรือ

“อย่ามัวคิดมากเลย หากไม่รีบแล้วมีผู้อื่นผ่านมา ข้าก็จะให้ทองแก่คนผู้นั้นแทน”

ถูกข่มขู่แบบนี้ ฟ่านจิ้งผู้อ่อนต่อโลกก็เริ่มหวั่นไหว ความคิดที่จะช่วยอาจารย์แบ่งเบาภาระอยู่ตรงหน้า แต่อาจารย์บอกว่านี่เป็นศาลเจ้าที่กักขังปีศาจร้ายกินคนนี่นา

“จะเอาสิ่งใดเป็นประกันว่าเจ้าไม่ใช่ปีศาจกินคน”

“เอาทองเป็นประกันอย่างไรเล่า”

ฟ่านจิ้งเดินไปหยุดอยู่ใกล้ๆ ซากศาลเจ้า มองเห็นยันต์ที่แค่เอื้อมมือไปก็ถึง เขายื่นมือไปจับยันต์แผ่นนั้น แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งของอาจารย์ที่บอกว่าอย่างไรก็ห้ามยุ่งกับยันต์บนศิลาก้อนนี้ มือนั้นก็หยุดนิ่ง ขณะที่จะถอนมือกลับ เสียงนกกระพือปีกอย่างแตกตื่นตรงเนินเขาก็ทำให้ฟ่านจิ้งสะดุ้งด้วยความตกใจ มือที่จับยันต์เอาไว้กระตุกทำให้ยันต์ที่ติดอยู่กับศิลาหลุดคามือมา ยังไม่ทันที่ฟ่านจิ้งจะแปะยันต์กลับไป ร่างเล็กก็ถูกแรงมหาศาลกระแทกจนกระเด็นออกไป

หลังจากนั้นเด็กน้อยก็รีบตะกายลุกขึ้นมา แต่ลุกยังไม่ทันขึ้น เสียงดังตูม! ก็ทำให้ฟ่านจิ้งหันไปมองด้วยใบหน้าขาวซีด ศิลากลายเป็นเศษหินก้อนเล็กๆ กระจุยกระจายตกเกลื่อนพื้น พร้อมกับร่างสูงเพรียวร่างหนึ่งลอยขึ้นมาเหนือโพรงที่ศิลาก้อนใหญ่เคยทับไว้

ใบหน้าของคนผู้นั้นงดงามเย้ายวน ซึ่งสามารถล่อลวงได้ทั้งบุรุษและสตรี สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความไม่ยี่หระต่อสิ่งใด ดวงตาดอกท้อเรียวยาว หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย รับกับเรียวคิ้วได้รูป นัยน์ตาของเขาเป็นสีเทาเงินตัดกับเส้นผมสีดำขลับที่ยาวสลวย อาภรณ์สีม่วงเข้มยิ่งขับให้เขาดูงดงามอย่างไร้ที่ติ ด้านหลังคนผู้นั้นมีบางอย่างงอกออกมา ซึ่งหากมองดีๆ ก็จะเห็นเป็นหางฟูฟ่องสีขาวบริสุทธิ์ไม่ต่างกับหิมะ แต่หางนั้นไม่ได้มีเพียงหางเดียว กลับมีถึงเก้าหาง คนผู้นั้น... ไม่ใช่ ปีศาจตนนั้นมองฟ่านจิ้งด้วยแววตาเยียบเย็น ก่อนลอยข้ามเศษซากศิลาเข้ามาหาเด็กน้อย ลางสังหรณ์บอกฟ่านจิ้งว่าปีศาจตนนี้ไม่ได้คิดจะมอบทองให้ ดูจากมือที่มีเล็บยาวแหลมคมที่งอกออกมา น่าจะมอบความตายให้เสียมากกว่า

“ไหนเจ้าบอกว่าหากข้าปล่อยเจ้าแล้ว เจ้าจะมอบทองให้อย่างไรเล่า”

ผู้มีใบหน้างดงามเย้ายวนที่มองไม่ออกว่าเป็นบุรุษหรือสตรียิ้มให้ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ส่งผ่านไปถึงดวงตาที่มีประกายอำมหิตพาดผ่านแม้แต่น้อย ยิ่งสร้างความสะพรึงกลัวให้แก่เด็กน้อยอย่างมหาศาล

“ข้าลืมบอกเจ้าไปว่า ทองที่ข้าเก็บไว้นั้นอยู่ที่ปรโลก ดังนั้น... มีหนทางเดียวที่จะทำให้เจ้าสมหวังได้คือฆ่าเจ้าเสีย!” เอ่ยจบ มือข้างหนึ่งก็กางกรงเล็บออก แล้วยื่นไปตรงหน้าฟ่านจิ้งด้วยความรวดเร็ว

ฟ่านจิ้งทั้งตกใจทั้งหวาดผวา ยามนั้นคิดสิ่งใดไม่ออก คิดได้เพียงอย่างเดียวคืออาจารย์ จึงหลับตาปี๋ ร้องตะโกนเรียกอาจารย์สุดเสียง

ก่อนที่กรงเล็บคมทั้งห้าจะสัมผัสหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจของเด็กน้อย กระบี่เล่มหนึ่งก็พุ่งมาสกัดไว้ได้อย่างฉิวเฉียด

หลังจากขวางกรงเล็บของปีศาจจิ้งจอกได้ เนี่ยมู่ซิ่งก็รีบประคองฟ่านจิ้งให้ลุกขึ้น สายตายังคงไม่ละไปจากปีศาจจิ้งจอกเก้าหางตรงหน้า เมื่อฟ่านจิ้งลุกขึ้นมาได้ เขาก็ผลักลูกศิษย์ไปด้านหลัง

“ถอยไป!

“อาจารย์ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ฮือ...” ฟ่านจิ้งร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เสียงของเด็กน้อยสะอื้นปนสั่น

“ไม่ใช่เวลาจะมาเอ่ย ถอยออกไป!

ได้ยินเสียงดุดันของอาจารย์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ฟ่านจิ้งก็รู้ตัวว่าทำเรื่องร้ายแรงเข้าให้แล้ว

“กี่ปีแล้วนะ ที่ข้าไม่ได้ออกมาสูดอากาศภายนอก กลิ่นช่างรื่นรมย์นัก” สีหน้าของปีศาจจิ้งจอกเก้าหางผ่อนคลายลงยามที่สูดอากาศเข้าปอด

“ปีศาจจิ้งจอก กลับเข้าไปเสีย ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าไม่ข้าเตือน”

ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางได้ยินก็หัวเราะหยัน “แค่เจ้าน่ะหรือจะทำอะไรได้ จิ้วหมิงกับหมิงจื๋อไปอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ หรือว่ายามนี้ไม่มีเซียนอยู่ด้วยจึงกลายเป็นเต่าหดหัวไปแล้ว แค่เพียงข้าออกมาคนเดียวก็ไม่กล้าออกมาสู้”

“ห้ามลบหลู่อาจารย์ข้ากับอาจารย์ปู่ของข้า” สีหน้าของเนี่ยมู่ซิ่งแม้จะเรียบเฉย แต่น้ำเสียงดุดันนั้นบ่งบอกว่าโกรธเพียงใด

“แล้วเหตุใดจึงไม่ออกมาเล่า” ปีศาจจิ้งจอกยังคงยิ้มอย่างสบายใจ แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบไล้ให้ใบหน้านั้นยิ่งดูงดงามชวนมอง แต่เพียงแค่คลี่ยิ้มเท่านั้น ใบหน้าชวนหลงใหลก็ดูร้ายกาจและโหดเหี้ยมอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า ยามนี้ข้าคือเจ้าสำนักทะยานฟ้ารุ่นที่ห้า หน้าที่ผู้คุมปีศาจจิ้งจอกเป็นหน้าที่ของข้า!

นัยน์ตาหวานแต่หางตาคมกริบมองประเมินชายหนุ่มที่ถือกระบี่ปราบมารตรงหน้าแล้วก็อดหยันไม่ได้ “เจ้าหนู ดูก็รู้ว่าเจ้ายังอายุไม่ถึงสามสิบปีด้วยซ้ำ พลังตบะยังเทียบไม่ได้กับตบะของลูกกระจ๊อกของข้าด้วยซ้ำ แล้วจะรับมือข้าได้อย่างไร”

“ได้ไม่ได้ ไม่นานก็รู้เอง”

“ได้ ไม่ได้กินเนื้อมนุษย์มานาน วันนี้ข้าจะกินเจ้ากับเจ้าเด็กนั่นก่อนเป็นการประเดิม” ปีศาจจิ้งจอกลูบนิ้วไปบนริมฝีปากสีสดด้วยท่าทางกระหาย

“กลับไปอยู่ในหอประกายธรรม หากอาจารย์ไม่เรียก ไม่ต้องออกมา”

“แต่ว่าอาจารย์...”

“ไป!

เสียงตวาดนั้นทำให้ฟ่านจิ้งต้องวิ่งกลับไปที่หอประกายธรรมตามที่อาจารย์สั่ง วิ่งไปพร้อมกับร้องไห้ไปไม่ต่างกับคนขี้แพ้ ก่อนจะหันมาตะโกนอีกครั้ง

“อาจารย์ ข้าจะรอท่านนะ!

หมดกังวลเรื่องฟ่านจิ้ง เนี่ยมู่ซิ่งก็ไม่กังวลสิ่งใดอีกต่อไป นี่คงเป็นชะตาของเขา ชายหนุ่มมั่นใจว่าหากเขาตายวันนี้ ฟ่านจิ้งก็จะมีชีวิตรอดไปได้ หอประกายธรรมนั้นเป็นศาลาที่เจ้าสำนักทะยานฟ้ารุ่นที่สองสร้างเอาไว้ มีเขตอาคมแข็งกล้า หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าสำนัก ก็ไม่มีผู้ใดเข้าไปได้ ดังนั้น... หากเขาตาย ปีศาจตนนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรฟ่านจิ้งได้ และเนี่ยมู่ซิ่งก็มั่นใจว่าแม้ไม่มีเขา ลูกศิษย์ก็จะเติบโตเป็นคนดีอย่างที่เขาหวังไว้ได้

“เป็นแค่นักปราบปีศาจปลายแถว... ว่ามา จะเอาสิ่งใดมาสู้กับข้า” ปีศาจจิ้งจอกถามพลางมองบุรุษตรงหน้าอย่างพิจารณาอีกครั้ง

คนผู้นี้รูปร่างสูงแต่ผอม กลิ่นอายเต็มไปด้วยคุณธรรม สีหน้าราบเรียบ ไม่แสดงออกถึงความหวาดกลัวใดๆ ใบหน้าซูบตอบมีไรหนวดขึ้นเป็นตอคล้ายกับคนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าใดนัก เขายืดกายที่ผอมแห้งจนแผ่นหลังตรงแน่ว ท่าทางผึ่งผายขัดกับรูปร่างผอมจนแทบจะทานลมไม่ได้ แต่ตาสีดำสนิทนั้นมีแววแน่วแน่และมุ่งมั่น มือกระชับกระบี่แน่นตั้งท่าเตรียมพร้อมตลอดเวลา หรือจะมีของดี...

“ข้า... ในฐานะเจ้าสำนักทะยานฟ้าผู้สืบทอดหน้าที่ผู้คุมขัง ขอสั่งให้เจ้ากลับเข้าไปยังที่คุมขังของเจ้า หาไม่แล้วก็จงมอบความตายเป็นการปลดปล่อยแทน”

ปีศาจจิ้งจอกได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ราวกับได้ยินเรื่องน่าขันในรอบหลายร้อยปี จนเขาต้องกรีดน้ำตาที่เล็ดออกมาจากหางตาเพราะหัวเราะมากไป ผิดกับนักปราบปีศาจตรงหน้าที่ยังมีสีหน้าราบเรียบ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

“ใช้ความตายเป็นการปลดปล่อยแทน? ฮ่าๆๆ เจ้าช่างเป็นนักเล่าเรื่องน่าขันที่หน้าตายที่สุดที่ข้าเคยเจอ” เสียงหัวเราะนั้นเงียบลง กลายเป็นเสียงของปีศาจจิ้งจอกที่กดต่ำ ไอสังหารแผ่ออกมาอย่างรุนแรง “ไม่เคยมีผู้ใดเอ่ยเรื่องความตายกับข้าแล้วจะรอดไปได้! จะทำอะไรก็รีบทำ แต่ข้าไม่กลับเข้าไปแน่ และอย่างที่บอก ข้าจะกินเจ้าเป็นคนแรกเพื่อฉลองให้แก่อิสระของข้า”

“เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกต่อไป แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าออกไปก่อกรรมทำเข็ญแน่!

ชายร่างผอมสูงกระชับกระบี่แน่น ก่อนจะทะยานเข้าหาปีศาจจิ้งจอก มืออีกข้างก็ล้วงเอายันต์หลายแผ่นออกมาจากอกเสื้อ แล้วซัดมันใส่ปีศาจจิ้งจอก เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันที่ยันต์จะพุ่งไปถึง ก็ลุกเป็นไฟเหลือเพียงเศษขี้เถ้าตกลงสู่พื้นดิน

เนี่ยมู่ซิ่งไม่หวั่นไหว เขาแทงกระบี่ปราบมารใส่ปีศาจจิ้งจอกโดยไม่ลังเล แต่ปีศาจตนนั้นกลับหลบได้อย่างง่ายดาย เขาพยายามอยู่อีกหลายครั้งก็ไม่เป็นผล ในขณะที่จะพยายามอีกครั้ง กรงเล็บของปีศาจจิ้งจอกก็ตวัดมาตรงหน้า เขาถอยฉากออกมาอย่างฉิวเฉียด แต่เมื่อก้มลงมองก็เห็นว่าหน้าท้องของตนมีรอยเล็บกรีดอาภรณ์จนขาด และยามนี้มีเลือดซึมออกมา

เนี่ยมู่ซิ่งไม่สนใจบาดแผล เขานำเชือกปราบมารออกมาร่ายอาคมเพียงครู่ ก่อนจะสั่งให้เชือกนี้พุ่งไปยังปีศาจจิ้งจอกตัวนั้น

ในที่สุดก็ได้ผล!

เชือกปราบมารคล้องร่างปีศาจจิ้งจอกตนนั้นได้พอดี แต่ยังไม่ทันที่เขาจะยินดี อีกฝ่ายก็ยิ้มเย็นพร้อมกับเชือกที่เมื่อครู่มีแสงสีขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม ก่อนจะกลายเป็นสีแดงและเริ่มลุกไหม้

“ของเล่นพวกนี้ใช้กับข้าไม่ได้หรอก” ปีศาจจิ้งจอกเอ่ยพร้อมพุ่งเข้าหานักปราบปีศาจหนุ่มอย่างรวดเร็ว เชือกปราบมารมอดไหม้ลงในพริบตา

กรงเล็บคมพุ่งไปตรงหน้าของเนี่ยมู่ซิ่ง มันเร็วมากจนเขาหลบไม่ทัน รู้ตัวอีกครั้งก็เจ็บปนชาที่หน้าอก เมื่อก้มมองก็เห็นว่าเล็บคมของปีศาจจิ้งจอกกรีดเนื้อเขาลึกอีกสามแนว เลือดไหลย้อมชุดสีทึมจนกลายเป็นสีดำ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ พยายามใช้กระบี่ปราบมารแทงไปยังร่างตรงหน้า ทว่าไม่เป็นผลตามคาด

ปีศาจจิ้งจอกหลบกระบี่พร้อมใช้หางหนึ่งในเก้าหางของตนตวัดมาด้านหน้า แล้วรัดร่างนักปราบปีศาจเอาไว้จนเขาไม่สามารถขยับได้ตามต้องการ

ปีศาจจิ้งจอกยกร่างของเนี่ยมู่ซิ่งขึ้นบนอากาศ เลียเล็บที่มีเลือดติดจนสะอาด ก่อนจะหลับตาพริ้มด้วยสีหน้าอิ่มเอม เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที ดวงตาสีเทาเงินก็แปรเปลี่ยนเป็นสีอำพันเข้มเรืองรองประหลาด “เลือดของเจ้าอร่อยมาก หรือเป็นเพราะข้าไม่ได้กินเลือดคนมานาน ทั้งหอมและหวาน”

“จงกินเลือดข้าให้พอใจ แต่อย่าหวังจะได้กินเลือดของผู้ใดอีก อ๊อก!” หางจิ้งจอกรัดร่างของเนี่ยมู่ซิ่งแน่นขึ้นจนได้ยินเสียงกระดูกซี่โครงหัก กระบี่ปราบมารร่วงหล่นลงพื้น แขนทั้งสองข้างของเขาตกลู่

“จะตายอยู่แล้วยังปากกล้า แต่ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์เสนอเอง ข้าก็จะสนองตามที่เจ้าหวังละนะ” ปีศาจจิ้งจอกพาร่างของเนี่ยมู่ซิ่งมาอยู่ตรงหน้า เขี้ยวแหลมคมงอกออกมาจากปากสีสด แต่เนี่ยมู่ซิ่งหาได้หวั่นเกรง แม้จะหายใจลำบาก แต่ก็ยังพยายามเอ่ยออกมา

“ไม่คิดจะกินหัวใจข้าหรือ เห็นว่าปีศาจชอบกินเลือดกับหัวใจ”

“เจ้ามีแผนใดกันแน่” ปีศาจจิ้งจอกหรี่ตามองอีกฝ่าย

“หรือเจ้ากลัวแม้แต่นักปราบปีศาจปลายแถวอย่างข้า” เนี่ยมู่ซิ่งยิ้มหยัน ก่อนจะกระอักเลือดออกมาด้วยแรงรัดของจิ้งจอกที่กำลังโกรธจัดหลังจากถูกหยามหยัน

“ได้ ข้าจะกินหัวใจเจ้า ก่อนที่มันจะหยุดเต้น คงจะหวานอร่อยกรุบกรอบไม่น้อย” นัยน์ตาสีอำพันเข้มขึ้น กางกรงเล็บไปตรงหน้าเนี่ยมู่ซิ่ง

กรงเล็บของปีศาจจิ้งจอกเลื่อนมาจ่อตรงหน้าอกข้างซ้ายของเนี่ยมู่ซิ่ง และกดลงช้าๆ ปลายเล็บกดเข้าไปในเนื้อหน้าอกของชายหนุ่ม ขณะที่แววตาของอีกฝ่ายลิงโลด เมื่อคิดว่าจะได้กินอาหารอันโอชะตั้งแต่มื้อแรกที่ไม่ได้กินมานาน เลือดซึมออกมาจากรอยเล็บทั้งห้าที่กดทะลุผิวหนังของเนี่ยมู่ซิ่งแผ่เป็นสีดำ ชุ่มอาภรณ์เนื้อหยาบ และยามที่ปีศาจจิ้งจอกกำลังรู้สึกถึงแรงสั่นของก้อนเนื้อในร่างของเหยื่อตรงหน้า ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้าง ด้วยไม่คาดคิดกับเหตุการณ์ยามนี้

มือผอมๆ ที่ปูดโปนไปด้วยกระดูกข้างหนึ่งจับที่ข้อมือของปีศาจจิ้งจอกข้างที่กำลังจะควักหัวใจของเหยื่อออกมา และเมื่อเห็นว่าปากของอีกฝ่ายเหมือนจะบริกรรมอะไรสักอย่าง ปีศาจจิ้งจอกก็คิดจะชักมือกลับ แต่กลายเป็นว่ามือข้างนั้นกลับจับมือเขาไว้แน่น ปีศาจจิ้งจอกมองมนุษย์ตรงหน้าด้วยแววตาตื่นตะลึง ยิ่งเห็นว่าแววตาของคนตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาก็ยิ่งประหลาดใจ

เป็นไปได้อย่างไร คนผู้นี้ไม่น่าจะสู้แรงเขาได้ แต่ยามนี้เขากลับขยับแขนข้างนี้ไม่ได้ เพียงเพราะถูกจับด้วยมือข้างเดียวของคนตรงหน้า และเขายิ่งตื่นตะลึงเข้าไปใหญ่ เมื่อเห็นว่าข้อมือของนักปราบปีศาจปลายแถวนั้นมีโซ่เส้นเล็กเส้นหนึ่งรัดอยู่ โซ่นั้นเริ่มเรืองแสงเป็นสีทอง ก่อนจะเลื้อยจากข้อมือนั้นมาที่ข้อมือของเขา ปีศาจจิ้งจอกขยับมือแรงขึ้น แต่กลับสู้แรงของมนุษย์อ่อนแอผู้นี้ไม่ได้ สุดท้ายโซ่เส้นนั้นก็พันรอบข้อมือของเขา สีทองสว่างวาบก่อนจะจางหาย โซ่นั้นกลายเป็นเพียงโซ่ธรรมดาเส้นหนึ่งที่พันข้อมือของเขา และอีกเส้นพันข้อมือของคนตรงหน้า

เมื่อเห็นว่าโซ่เส้นนั้นพันธนาการข้อมือของปีศาจจิ้งจอกได้แล้ว เนี่ยมู่ซิ่งก็เลิกพยายามทำสิ่งใดต่อ แขนสองข้างตกลู่ลงอีกครั้ง ลมหายใจเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ เขาเหนื่อยล้าเพราะเสียเลือดมาก

“เจ้า!” ดวงตารียาวของปีศาจจิ้งจอกเบิกกว้างอีกครั้ง ไม่คิดว่านักปราบปีศาจปลายแถวจะมีของสิ่งนี้

“ฆ่าข้าเสียสิ กินหัวใจข้าเสีย เจ้าจะได้ตายไปพร้อมกับข้า” เนี่ยมู่ซิ่งยิ้มอย่างผ่อนคลาย

ขมับของปีศาจจิ้งจอกเต้นตุบๆ ด้วยความโมโห เขาชักกรงเล็บกลับในทันใด สิ่งที่พันธนาการเขาอยู่คือโซ่ร้อยวิญญาณ

โซ่ร้อยวิญญาณนี้หากร้อยอยู่กับคู่ใด ไม่ว่าจะเป็นคนหรือปีศาจ และแม้จะอยู่ไกลเพียงใด ผลก็จะไม่ต่างกันคือ หากคนหนึ่งคนใดตาย อีกฝ่ายที่มีโซ่ร้อยวิญญาณคู่เดียวกันคล้องอยู่ก็จะตายตามในทันที เพราะวิญญาณของทั้งสองถูกรัดรึงเอาไว้ และจะเป็นอิสระก็ต่อเมื่อผู้ที่เป็นคนร่ายคาถาคล้องโซ่เป็นผู้ร่ายคาถาปลดออกเอง ดังนั้น... ผู้ที่ถูกคาถาโซ่ร้อยวิญญาณคล้องเอาไว้จึงต้องเชื่อฟังคำสั่งผู้ที่เป็นคนร่ายอาคม... ไม่ต่างกับถูกล่ามเป็นสัตว์เลี้ยง

 

ยามนี้โซ่ร้อยวิญญาณคล้องอยู่ที่ข้อมือของปีศาจจิ้งจอกกับนักปราบปีศาจผู้นี้ นั่นหมายความว่าหากมีผู้หนึ่งตาย อีกคนต้องตายตาม ไม่มีวิธีใดจะปลดโซ่ออก มีเพียงชายหนุ่มตรงหน้าเขาเท่านั้นที่จะทำได้

ออกมาสูดอากาศได้ไม่นาน จะยอมตายได้อย่างไร เขายังไม่อยากตาย เห็นทีคงจะกินเจ้านักปราบปีศาจคนนี้ไม่ได้แล้ว เลือดมันหอมอร่อยเสียด้วย... ปีศาจจิ้งจอกคิดอย่างเสียดาย แต่จะให้ปีศาจจิ้งจอกหมื่นปีมาถูกโซ่ร้อยวิญญาณล่ามเอาไว้เนี่ยนะ! ถ้าปีศาจตนอื่นรู้เข้า หนึ่งในสี่ราชาปีศาจเช่นเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด

 

“ถือว่าเป็นโชคดีของเจ้าก็แล้วกัน” ปีศาจจิ้งจอกคิดว่าไม่กินคนผู้นี้ก็ไม่เป็นไร ด้านนอกยังมีมนุษย์อีกมากมายรอเขาอยู่ เขายิ้มกริ่ม “วันนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน” รอให้คิดหาวิธีคลายโซ่เส้นนี้ให้ได้เสียก่อน เขาจะกินคนผู้นี้ให้เรียบ ไม่ให้เหลือซาก

เอ่ยจบ... ปีศาจจิ้งจอกก็หมุนกายคิดจะจากไป แต่เนี่ยมู่ซิ่งที่ยามนี้นั่งอยู่บนพื้นด้วยอาการหายใจรวยรินก็ตวาดกร้าวขึ้นมา

“หากเจ้าออกไปจากเขตสำนักปราบปีศาจนี่เมื่อใด ข้าจะปลิดหัวใจตนเอง!

“เจ้าไม่กล้าหรอก” ปีศาจจิ้งจอกยิ้มหยัน มีผู้ใดบ้างไม่กลัวตาย อย่าคิดหลอกเขาให้ยาก

“เช่นนั้นก็ลองดู” มือข้างหนึ่งของเนี่ยมู่ซิ่งเลื่อนมากำด้ามกระบี่แน่น

แม้จะเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวนั้น แต่ปีศาจจิ้งจอกก็คิดว่ามันเป็นเพียงการแสดงละครให้เขาหวาดกลัวเท่านั้น เขายิ้มหยันให้นักปราบปีศาจอีกครา ก่อนหมุนตัวจะทะยานจากไป แต่สัญชาตญาณก็ทำให้เขาต้องหมุนตัวกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว

เส้นเลือดบนขมับของปีศาจจิ้งจอกเต้นตุบๆ เมื่อเห็นว่ายามนี้นักปราบปีศาจที่นั่งอยู่บนพื้นกำลังแทงกระบี่ลงที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง

“บัดซบ!” ปีศาจจิ้งจอกสบถออกมา ก่อนจะดีดนิ้วส่งพลังไปยังกระบี่ที่เนี่ยมู่ซิ่งใช้อยู่ ทำให้กระบี่เล่มนั้นหัก ก่อนจะรีบเข้าไปแย่งกระบี่ออกจากมือของเนี่ยมู่ซิ่ง ที่ยามนี้หายใจรวยรินขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่หน้าอกข้างซ้ายยังมีกระบี่อีกครึ่งหนึ่งปักคาอยู่ แต่ใบหน้าที่เคยราบเรียบยามนี้กลับเผยรอยยิ้มบางๆ

กระบี่แทงเข้าไปถึงหัวใจของเนี่ยมู่ซิ่ง เขาคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อกำจัดปีศาจจิ้งจอกจริงๆ เพราะการใช้กระบี่แทงหัวใจตนเองก็ไม่ต่างกับแทงไปถึงหัวใจของปีศาจจิ้งจอก แต่ร่างกายปีศาจไม่ได้อ่อนแอเช่นนั้น จึงยังคงยืนอยู่ได้

ปีศาจจิ้งจอกดึงกระบี่ที่หักออกจากอกของเนี่ยมู่ซิ่งอย่างไม่ปรานี จนร่างผอมกะหร่องนั้นสะท้านเฮือก หงายหลังล้มตึงลงไปนอนอยู่บนพื้น ปีศาจจิ้งจอกทิ้งกระบี่หัก แล้วทาบฝ่ามือลงไปที่แผลบนหน้าอกข้างซ้ายของเนี่ยมู่ซิ่ง ซึ่งแทบจะเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก

“เจ้าอยากตายมากก็ตายไป แต่ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่” ปีศาจจิ้งจอกเอ่ยเสียงกดต่ำอย่างไม่พอใจ แผลที่อยู่ใต้ฝ่ามือของเขามีแสงเรืองรองขึ้นมา ก่อนที่แสงนั้นจะจางลงในที่สุด

ปีศาจจิ้งจอกที่ร้อยปีหมื่นปีไม่เคยต้องช่วยเหลือผู้ใด ยามนี้กลับต้องมารักษาแผลให้มนุษย์ผู้อ่อนแอผู้หนึ่ง คิดแล้วก็สมเพชตนเองเหลือเกิน กินไม่ได้แล้วยังต้องมาช่วยรักษาแผลอีก

เมื่อรักษาแผลเสร็จ และเห็นว่านักปราบปีศาจผู้นี้หมดสติ หายใจอ่อนแต่คาดว่าคงไม่ตาย เขาก็คิดจะหลบหนีไป แต่ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น เสียงทุ้มอ่อนแรงกลับดังขึ้นมา

“เจ้าออกจากอาณาเขตสำนักปราบปีศาจไปเมื่อใด ข้าก็จะปลิดชีวิตตัวเองเมื่อนั้น และหากเจ้าคร่าชีวิตมนุษย์เมื่อใด ข้าก็จะปลิดชีวิตตัวเองตามมนุษย์ที่เจ้าฆ่า โดยที่ยมทูตหน้าวัวยังไม่ทันได้รับวิญญาณของคนผู้นั้นไปด้วยซ้ำ เชื่อเถิดว่าข้าไม่ได้โกหก”

ใบหน้าขาวของปีศาจจิ้งจอกคล้ำลงในทันใด แปลว่าถึงอย่างไร... คนผู้นี้ก็จะฆ่าตัวตายเช่นนั้นหรือ

ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห และไอสังหารก็ยิ่งแผ่กระจายเป็นวงกว้าง แต่หามนุษย์สักคนมาให้ระบายโทสะไม่ได้ นอกจากคนที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้า

“เจ้ากล้าขู่ข้าผู้เป็นหนึ่งในสี่ราชาปีศาจ ระวังจะไม่ได้ตายดี หากข้าหาวิธีปลดโซ่ร้อยวิญญาณนี้ออกได้ ข้าจะกินเจ้าทีละส่วนโดยที่เจ้ายังหายใจ ดูซิว่าจะทรมานเพียงใด หากเจ้ายังรู้ที่ต่ำที่สูง ก็จงปล่อยข้าไปเสีย”

“...”

ไม่มีเสียงตอบรับจากเนี่ยมู่ซิง เพราะยามนี้เขาหมดสติไปแล้ว แม้บาดแผลที่หัวใจและหน้าอกจะหายดี แต่บาดแผลจุดอื่นที่ถูกกรงเล็บของปีศาจจิ้งจอกยังคงทำให้เขาเสียเลือดมากจนสลบไปนั่นเอง

ปีศาจจิ้งจอกใบหน้าคล้ำลงกว่าเก่า “สารเลวยิ่งนัก ไม่เคยมีใครปล่อยให้ข้าคุยคนเดียวเช่นเจ้า!

“ฮูก...” นกฮูกส่งเสียงมาจากด้านหลังภูเขา

“หุบปากเสีย!” ปีศาจจิ้งจอกหันไปตวาดกร้าวกับภูเขาด้านหลังสำนักปราบปีศาจเพื่อระบายโทสะ เสียงนั้นเต็มไปด้วยไอสังหาร คาดว่ายามนี้เหล่าสัตว์ที่อยู่บนเขาใกล้สำนักคงล้มตายไปแล้วกว่าครึ่งเพราะความตกใจ


つづく.

--------------------------------------------

#อาจารย์ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก

-------------------------------------


ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 661 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

994 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มกราคม 2562 / 01:13
    ว๊ายยย น่าสงสารรร 55555
    #686
    1
  2. #576 minggg- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:04

    ยันต์ เสื้อผ้า ไหนจะเชือกปราบมาร

    กรี๊ดดด สิ่งแรกที่ต้องทำคือให้คุณพี่จิ้งจอกเอาเงินมาคินก่อนดีไหมมม

    5555555

    เจอที่ผิดนะคะ

    แขนสอง "ข้าง"

    #576
    1
    • #576-1 (จากตอนที่ 2)
      7 มกราคม 2562 / 22:12
      555 ขอบคุณนะคะ แล้วจะไปแก้จ้า
      #576-1
  3. #572 thedarksun1986 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 23:55
    น่าฉงฉาน5555
    #572
    1
    • #572-1 (จากตอนที่ 2)
      7 มกราคม 2562 / 22:11
      สงสารอะไร 555
      #572-1
  4. #348 nanee2539 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 12:33
    อุต้ะ! หนีไม่ได้ หนีไม่ได้
    #348
    1
    • #348-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 2)
      19 ธันวาคม 2561 / 22:57
      ไม่ได้ค่ะ
      #348-1
  5. #317 DHmoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 00:29
    นกฮูกอ๊ากตรูผิดอันใด
    #317
    2
  6. #312 ;เซฮาน △ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 23:17
    หนีไปไหนไม่ได้แล้วว 55555
    #312
    1
  7. #251 Surawatari Komiko (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 11:50
    โถ่ววว เก้วกาดจังเลย จะทำอะไรเค้าก็ฆ่าตัวตาย 55555555
    #251
    1
  8. #216 lills (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 22:33
    5555555555สนุก
    #216
    1
  9. #160 El Dorado Bz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 00:54
    โซ่ทองคล้องใจ
    #160
    1
    • #160-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 2)
      3 ธันวาคม 2561 / 18:53
      น่าจะใช่อิอิ
      #160-1
  10. #158 Eartheth_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 00:24

    วงวารน้อง55555
    #158
    1
  11. #120 BLKPeaRL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 00:03
    ปีศาจจิ้งจอกคือไม่รู้โชคร้ายหรือโชคดี5555
    #120
    1
    • #120-1 (จากตอนที่ 2)
      28 พฤศจิกายน 2561 / 15:31
      นั่นสินะ โชคดีมั้ง อิอิ
      #120-1
  12. #108 MaoGown (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 06:42
    น้องเอ๊ย กำลังหนีออกมาไม่ทันไร ที่บ้านก็ตามกลับซะแล้ว น่าสงสารจริงๆ
    #108
    1
    • #108-1 (จากตอนที่ 2)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 18:37
      ถูก ที่บ้านเรียกตลอด 555
      #108-1
  13. #15 เมมฟิส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 12:37

    ต่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่อไปขอให้ปีศาจหลงรักมู่ซิงแบบหัวปักหัวปำ

    #15
    1
    • #15-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 2)
      25 ตุลาคม 2561 / 18:17
      ต้องลุ้นกัน
      #15-1
  14. #11 secret (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 15:25
    เพิ่งออกมา ก็เจอของดีซะแล้ว555555555 หนีไม่รอด
    #11
    1
    • #11-1 (จากตอนที่ 2)
      22 ตุลาคม 2561 / 16:36
      ไม่รอดค่ะ
      #11-1
  15. #10 มะมะหม๊าววว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 14:08
    เก้วกาดอะไรเบอร์นี้... แค่นกฮูกร้องเองนะ 5555555
    #10
    1
    • #10-1 (จากตอนที่ 2)
      22 ตุลาคม 2561 / 16:36
      เกรี้ยวกาจเก่งค่ะ อิอิ
      #10-1
  16. #9 secret (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 19:01
    สนุกมากๆ คือมันดีอ่ะ เราเพิ่งได้มาอ่าน ลุ้นต่อไปแล้วๆๆ
    #9
    1
    • #9-1 (จากตอนที่ 2)
      21 ตุลาคม 2561 / 11:32
      ขอบคุณจ้า มาลุ้นกันนะคะ
      #9-1
  17. #8 มะมะหม๊าววว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 18:00
    สนุกมากกกกกกกกก รีบมาต่อนะไรท์
    #8
    1
    • #8-1 (จากตอนที่ 2)
      21 ตุลาคม 2561 / 11:32
      จะพยายามมาต่อบ่อยๆ นะคะ
      #8-1
  18. #6 BLACKAlone_II (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 14:52

    รอออออออออออออออออออออออออออ. อยากอ่านอ่ะ
    #6
    1
    • #6-1 (จากตอนที่ 2)
      18 ตุลาคม 2561 / 21:55
      รออีกหน่อยนะคะ
      #6-1
  19. #5 Solien (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 14:16

    ชอบอะ รอตอนต่อไปน้าาาา
    #5
    1
    • #5-1 (จากตอนที่ 2)
      18 ตุลาคม 2561 / 21:54
      จ้า รอหน่อยนะคะ
      #5-1