อาจารย์ ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก [ Yaoi ] (Deep Publishing)

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 บางสิ่งที่เปลี่ยนไป (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,885
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 325 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63

ยามนี้พระอาทิตย์ลอยโด่งอยู่เหนือขอบฟ้า เรือนกายงดงามเปลือยเปล่ายังคงนอนหมดสภาพอยู่บนเตียงในห้องพัก ร่างของเย่วไป๋หูถูกผ้าห่มคลุมเอาไว้ แต่เพราะแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องทำให้ดวงตาดอกท้อขยับและเริ่มขยับกาย

สิ่งแรกที่เย่วไป๋หูรู้สึกคือปวดเมื่อยตามร่างกาย และเมื่อขยับกายมากขึ้น ส่วนที่เจ็บแปลบที่สุดก็ทำให้เขาเริ่มคิดจะก่นด่าบุคคลผู้หนึ่งที่เมื่อคืนไม่ออมแรงให้ อีกทั้งยังปู้ยี่ปู้ยำร่างกายเขาจนเกือบรุ่งสาง แต่เมื่อลุกขึ้นนั่งก็ต้องถอนหายใจ

เนี่ยมู่ซิ่งยามนี้สวมเพียงกางเกงตัวเดียวนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง สีหน้าของเขาไม่ได้เยือกเย็นสักนิด แต่กลับคล้ายกำลังคิดถึงเรื่องบางอย่างอย่างคิดไม่ตกและรู้สึกผิดไปพร้อมกัน

เห็นสีหน้าของเนี่ยมู่ซิ่งแล้ว เย่วไป๋หูก็ด่าไม่ลง จึงได้แต่ถามเสียงหยัน “เสียดายพรหมจรรย์หรืออย่างไร”

เนี่ยมู่ซิ่งสะดุ้ง หันมองเย่วไป๋หูด้วยสีหน้าคล้ายเพิ่งผ่านเหตุการณ์ฆ่าคนล้างหมู่บ้านมา เขามองเย่วไป๋หูนิ่ง แล้วก็เอ่ยออกมาในที่สุด

“ข้าขอโทษ”

“เจ้าจำเรื่องเมื่อคืนได้หรือไม่” เย่วไป๋หูเอ่ยถาม

เนี่ยมู่ซิ่งพยักหน้า ใบหน้าเริ่มสีเลือดฝาดขึ้นมา

เย่วไป๋หูเห็นสีหน้าสำนึกผิดของอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะเอาความโกรธเมื่อครู่มาใส่ใจ เพราะจะว่าไปแล้วนอกจากขัดยอกตามร่างกายและเจ็บแปลบแสบตรงบริเวณนั้น เมื่อคืนก็ถือว่าเนี่ยมู่ซิ่งสร้างความหฤหรรษ์ให้ปีศาจจิ้งจอกไม่น้อย อีกทั้งยังเป็นคนที่เขาพึงใจด้วย

เป็นชายไม่ควรใส่ใจเรื่องเล็กน้อย เขาช่างใจกว้างดีเหลือเกิน คาดว่าการเริ่มต้นเปลี่ยนตนเองเป็นปีศาจที่ดีคงจะเป็นผลบ้างแล้ว เย่วไป๋หูคิดแล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมา ก่อนขยับกายอย่างเกียจคร้านพลางบอกเนี่ยมู่ซิ่ง

“เอาเสื้อผ้ามาให้ข้าหน่อย ข้าเมื่อยตัวไปหมดแล้ว”

เนี่ยมู่ซิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ใบหน้าแดงซ่าน รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปหยิบเสื้อผ้าของเย่วไป๋หูอย่างเงอะงะแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วส่งให้เขา

เย่วไป๋หูรับเสื้อผ้ามาแล้วก็เริ่มสวม ปากก็เอ่ยต่อ “ครานี้ข้าจะไม่โทษเจ้าเพราะเห็นว่าเจ้าถูกพิษ ไม่ใช่ว่าข้าสู้แรงเจ้าไม่ได้ เข้าใจหรือไม่”

“อืม”

เนี่ยมู่ซิ่งพยักหน้าอย่างว่าง่าย พยายามไม่มองภาพเย่วไป๋หูสวมเสื้อผ้า แต่ก็ยังเห็นว่าแผ่นหลังขาวเนียนของอีกฝ่ายมีรอยกัดขบและรอยแดงอยู่เต็มไปหมด ทำให้ใบหน้าเนี่ยมู่ซิ่งร้อนผ่าว ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีภาพนั้น

เย่วไป๋หูที่กำลังสวมเสื้อผ้าและยังปวดแปลบตรงจุดอ่อนไหวไม่หายก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“ที่จริงเจ้าก็ควรจะอ่อนโยนกับผู้อื่นเสียบ้าง ไม่เคยมีผู้ใดเคยล่วงล้ำข้ามาก่อน ตอนนี้โดนเจ้าทำเสียเจ็บไปหมดแล้ว”

“อืม” เนี่ยมู่ซิ่งรับคำ ดวงตามีประกายวิบวาบพาดผ่านวูบหนึ่ง

“ถือเสียว่าเรื่องเมื่อคืนนี้ไม่เคยเกิดขึ้นรู้หรือไม่” เย่วไป๋หูจัดการเสื้อผ้าของตนเองเสร็จแล้วก็หันมาสั่งเนี่ยมู่ซิ่ง

เนี่ยมู่ซิ่งคล้ายกำลังจะพยักหน้ารับคำ แต่ก็กลายเป็นนิ่งงัน ไม่เอ่ยตอบ

“ว่าอย่างไรเล่า ข้าบอกว่า... ให้ถือว่าเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้นอย่างไรเล่า” หากมันจะเกิดขึ้นอีกต้องเป็นเขา... เย่วไป๋หูต่างหากอยู่เหนือร่างชายผู้นั้น เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเรื่องน่าอัปยศสิ้นดี หากเหล่าบริวารปีศาจของเขารู้ เขาคงเสียหน้าแย่

“แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ข้าก็ควรรับผิดชอบเจ้า” เนี่ยมู่ซิ่งค้าน

“รับผิดชอบอย่างไรเล่า ข้าก็เป็นบุรุษ มีศักดิ์เป็นถึงหนึ่งในสี่ราชาปีศาจ มีเรื่องใดให้เจ้ารับผิดชอบกัน”

“แต่ว่า...”

“ช่างเถิดๆ อย่างไรเจ้าก็คงไม่ถูกพิษพวกนี้เป็นคราที่สอง ถือว่าข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้ จำเอาไว้ว่าข้าคือผู้มีบุญคุณต่อเจ้า” เย่วไป๋หูเอือมที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเนี่ยมู่ซิ่ง

“อืม” เนี่ยมู่ซิ่งรับคำเบาๆ คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย

“เจ้าก็สวมเสื้อผ้าเสียเถิด ลงไปกินข้าว จะได้กลับหมู่บ้านกัน” เย่วไป๋หูสั่ง

เนี่ยมู่ซิ่งรับคำอีกครั้ง คล้ายว่ายามนี้เขาเป็นหุ่นกระบอกไปแล้ว

 

ระหว่างเดินทางกลับหมู่บ้าน เนี่ยมู่ซิ่งถามเย่วไป๋หู “เมื่อคืนเจ็บมากหรือไม่”

“ลองให้ข้าทำเจ้าดูหรือไม่ แล้วจะรู้ว่ารู้สึกอย่างไร” เย่วไป๋หูตอบอย่างมีโทสะ

ก็บอกแล้วว่าให้ทำเป็นไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ยังไม่พ้นชั่วยาม เจ้าอาจารย์หน้านิ่งกลับถามขึ้นมาเสียได้

“ข้าไม่แน่ใจ” เนี่ยมู่ซิ่งมีท่าทีลังเล

“ชิ! หากไม่แน่ใจก็ไม่ต้องมาถาม” เย่วไป๋หูรีบเดินให้ห่างเนี่ยมู่ซิ่ง คิดจะใช้ตบะรักษาตัว แต่ยังรวบรวมสมาธิไม่ได้จึงยังรักษาไม่ได้ คงจะต้องทนเจ็บไปอีกสักพัก

ขณะที่เย่วไป๋หูกำลังคิดอย่างหงุดหงิด คนที่เงียบมานานก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้าจะทำยาเตรียมเอาไว้ หากมีเรื่องเช่นนี้กับเจ้าอีก เจ้าจะได้ไม่เจ็บมาก”

“เจ้า!” เย่วไป๋หูหันกลับไปขึงตาใส่เนี่ยมู่ซิ่ง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ “ฟังไม่รู้เรื่องหรือไร ข้าบอกว่าให้ทำเป็นไม่มีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอย่างไรเล่า!

“ข้าไม่ได้เอ่ยเรื่องเมื่อคืนแล้ว แค่เกรงว่าเจ้าจะเจ็บหากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกเท่านั้น” ประโยคหลังเนี่ยมู่ซิ่งบอกเสียงเบาด้วยสีหน้านิ่งๆ

“...” เย่วไป๋หูพูดไม่ออก

ไม่ใช่ว่าซาบซึ้ง แต่โมโหจนอยากจะฆ่าคนต่างหากเล่า!

 

“อาจารย์กลับมาแล้ว!” ฟ่านจิ้งตะโกนอย่างดีใจเมื่อเห็นเนี่ยมู่ซิ่งเดินเข้ามาในสำนัก รีบวิ่งไปรับห่อผ้าจากเนี่ยมู่ซิ่งอย่างกระตือรือร้น

“วันนี้ไม่ได้ไปขายยาหรือ” เนี่ยมู่ซิ่งถาม

“ขายหมดแล้วขอรับ ก็เลยรีบกลับมา” ฟ่านจิ้งรีบยกน้ำชาให้เนี่ยมู่ซิ่งแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ เห็นเย่วไป๋หูที่เดินตามมาไม่นั่งลงจึงเอ่ยถาม “พี่เย่วเดินทางมาเหนื่อยๆ ไม่นั่งหรือไร”

“ไม่นั่ง” เย่วไป๋หูตอบเสียงห้วนจนฟ่านจิ้งแปลกใจ

“สุ่ยซวี่เล่า นางเป็นอย่างไรบ้าง” เนี่ยมู่ซิ่งถาม กำลังจะดื่มชา แต่ก็หันไปหาเย่วไป๋หูแล้วยื่นจอกน้ำชาให้ “ให้เจ้า”

เย่วไป๋หูรับจอกน้ำมาชาดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะวางจอกน้ำชาลงบนโต๊ะคล้ายไม่พอใจสิ่งใดสักอย่าง แล้วเดินเข้าห้องไป

“เขาเป็นอะไร” ฟ่านจิ้งรำพึงรำพันกับตัวเอง

“เขา...” เนี่ยมู่ซิ่งเอ่ยแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ใบหน้ามีสีแดงระเรื่อ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง “ว่าอย่างไรเล่า สุ่ยซวี่นางเป็นอย่างไรบ้าง”

“พี่สาวสบายดีขอรับ” ฟ่านจิ้งตอบยังไม่ทันจบ สุ่ยซวี่ก็ยกถาดขนมออกมาจากห้องครัวพร้อมยิ้มให้เนี่ยมู่ซิ่ง

“ข้าสบายดีเจ้าค่ะท่านอาจารย์เนี่ย ท่านไม่ต้องห่วง” นางวางถ้วยถั่วเขียวต้มน้ำตาลไว้บนโต๊ะตรงหน้าเนี่ยมู่ซิ่งแล้วถามเขา “แล้วพี่เย่วล่ะเจ้าคะ”

“คงอยู่ในห้อง” เนี่ยมู่ซิ่งตอบสั้นๆ

“เช่นนั้นถั่วเขียวต้มน้ำตาลถ้วยนี้ข้ากินได้หรือไม่” ฟ่านจิ้งมองถ้วยถั่วเขียวต้มน้ำตาลที่เดิมเป็นของเย่วไป๋หู

“ได้สิ ในครัวมีอีก” สุ่ยซวี่เลื่อนถ้วยให้เด็กชาย

ฟ่านจิ้งรีบรับมา เอ่ยขอบคุณแล้วตักกินอย่างเอร็ดอร่อย

เนี่ยมู่ซิ่งตักถั่วเขียวต้มน้ำตาลกินคำหนึ่ง สุ่ยซวี่ที่มองอยู่ก็ถามขึ้น

“หวานไปหรือไม่เจ้าคะ”

“กำลังดี” เนี่ยมู่ซิ่งตอบ “สุ่ยซวี่ เจ้ากำลังตั้งครรภ์ ไม่ต้องออกไปขายของก็ได้ ให้อาจิ้งกับข้าออกไปก็พอ เรื่องในสำนักก็เช่นกัน”

สุ่ยซวี่นั่งลงบนเก้าอี้แล้วคลี่ยิ้ม “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแค่ตั้งครรภ์อ่อนๆ เท่านั้น งานที่ข้าทำก็ไม่ได้หนักหนาอะไร ให้ข้าทำเถิดนะเจ้าคะ หากไม่ทำงานข้าก็คงจะคิดฟุ้งซ่านไปใหญ่”

“เช่นนั้นอย่าหักโหมก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ” สุ่ยซวี่พยักหน้ารับคำ แต่ในใจนั้นแสนจะยินดีเมื่อเนี่ยมู่ซิ่งห่วงใยนาง

“มู่ซิ่ง อาจารย์ไม่มาหาเจ้าไม่กี่ปี ไม่คาดว่ายามนี้เจ้ามีฮูหยินแล้ว” เสียงของผู้อาวุโสผู้หนึ่งดังอยู่หน้าประตูสำนัก

“อาจารย์”

“อาจารย์ปู่”

ทั้งเนี่ยมู่ซิ่งและฟ่านจิ้งต่างลุกขึ้นเดินไปที่ประตู หมิงจื๋อ... เจ้าสำนักทะยานฟ้ารุ่นที่สี่ก็เดินเข้ามาในสำนักด้วยท่าทีเบิกบาน

ฟ่านจิ้งวิ่งไปหาอาจารย์ปู่ ก่อนเอ่ยอย่างกระตือรือร้นเช่นเคย “อาจารย์ปู่เอาของวิเศษมาหรือไม่ ของวิเศษ”

“เจ้าเด็กนี่เจอหน้าไม่ทักทาย เอาแต่ถามหาของวิเศษ” หมิงจื๋อตบหน้าผากฟ่านจิ้งไม่แรงนัก

เด็กชายลูบหน้าผากทำหน้ายู่

“อาจารย์” เนี่ยมู่ซิ่งเดินมาหยุดตรงหน้าหมิงจื๋อแล้วประสานมือทำความเคารพเขา

“เร็ว มู่ซิ่ง พาภรรยาของเจ้ามาคารวะอาจารย์เร็ว” หมิงจื๋อยิ้มกว้างอย่างยินดี

“เอ่อ...” เนี่ยมู่ซิ่งยังไม่ทันได้เอ่ย สุ่ยซวี่ก็เดินมาแล้วรีบย่อกายคารวะหมิงจื๋อด้วยท่าทีนอบน้อม

“ข้าน้อยสุ่ยซวี่ คารวะอาจารย์ปู่”

“ผิดแล้วนังหนู เจ้าเป็นภรรยาของมู่ซิ่ง เจ้าต้องเรียกข้าว่าอาจารย์ต่างหากเล่า หน้าตางดงาม มู่ซิ่งเจ้าสายตาดีนัก” หมิงจื๋อหัวเราะอย่างชอบใจ

“อาจารย์ปู่ ข้าน้อยไม่ใช่ภรรยาของอาจารย์เนี่ยเจ้าค่ะ ชะตาข้าอาภัพนัก สามีตาย ท่านแม่สามีก็ไม่ชอบ ทางบ้านก็ตัดขาด อาจารย์เนี่ยสงสารข้าจึงรับเข้ามาอยู่ที่สำนักด้วยเจ้าค่ะ”

สุ่ยซวี่อธิบาย ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม

“ข้าคิดว่ามู่ซิ่งเขาจะมี...” หมิงจื๋อมีสีหน้าผิดหวัง

“ท่านอย่าหวังเลยอาจารย์ปู่ นอกจากเรื่องใช้หนี้ค่าสุราให้ท่าน อาจารย์ก็ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นแล้ว”

ฟ่านจิ้งทำหน้าไม่พอใจนักเมื่อคิดถึงเรื่องค่าหนี้สุรา ที่เขาทวงของวิเศษก็เพื่อจะนำไปขายช่วยแบ่งเบาภาระอาจารย์ต่างหาก แต่อาจารย์ปู่ผู้เป็นคนสร้างหนี้กลับไม่สนใจจะหาหนทางใช้คืนสักนิด

“อาจารย์เชิญนั่งขอรับ” เนี่ยมู่ซิ่งไม่สนใจคำตัดพ้อของฟ่านจิ้ง และเชิญหมิงจื๋อไปนั่ง

“เช่นนั้นสุ่ยซวี่จะไปตักถั่วเขียวต้มน้ำตาลมาให้นะเจ้าคะ เห็นฟ่านจิ้งบอกว่าอาจารย์ปู่เป็นเซียน ไม่รู้ว่าท่านจะกินถั่วเขียวต้มน้ำตาลของข้าได้หรือไม่”

“ทำไมจะไม่ได้เล่านังหนู ไปๆ ไปตักมา เมื่อก่อนข้าชอบกินถั่วเขียวต้มน้ำตาลมาก ไม่ได้กินมานานแล้ว”

สุ่ยซวี่รับคำแล้วรีบกลับเข้าไปในห้องครัว

เนี่ยมู่ซิ่งนั่งลงข้างหมิงจื๋อแล้วรินน้ำชาให้ หมิงจื๋อรับจอกน้ำชามา ขณะกำลังจะดื่มก็ชะงัก หันไปมองยังทางเข้าห้องโถง ก่อนลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าดุดันแล้วเอ่ยเรียกผู้มาใหม่

“เจ้า!

“ผู้นี้คือใคร” เย่วไป๋หูเพิ่งใช้ตบะรักษาร่างกายเสร็จอารมณ์จึงเริ่มกลับมาดี เขาถามเนี่ยมู่ซิ่งพลางมองบุรุษอาวุโสชุดขาวซึ่งมีผมยาวสีดอกเลาอย่างพิจารณา

ชายอาวุโสผู้นี้แม้จะดูชรา แต่ท่าทางยังแข็งแรงไม่น้อย ใบหน้านั้นแม้จะมีร่องรอยแห่งกาลเวลา แต่ก็ยังมีผิวเต่งตึง แก้มแดง จมูกแดง ดวงตาเล็กหยีแต่เยิ้มฉ่ำคล้ายคนเมามายยังไม่สร่าง ชายแปลกหน้าจ้องมองเขาด้วยแววตาระวังระไว... แต่แววตานี้คุ้นตายิ่งนัก

เนี่ยมู่ซิ่งเห็นเย่วไป๋หูดูอารมณ์ดีขึ้นแล้วจึงเรียกให้เข้าไปหา “ไป๋หู อาจารย์ของข้าอย่างไรเล่า มาเร็ว มาคารวะอาจารย์”

เย่วไป๋หูได้ยินว่าชายชราแปลกหน้าเป็นอาจารย์ของเนี่ยมู่ซิ่งก็จำได้ว่าคือผู้ใด อารมณ์ที่เริ่มดีขึ้นยามนี้ถูกโหมด้วยไฟโทสะอีกครั้ง เขาชี้หน้าต้นเหตุแห่งไฟนั้นอย่างเดือดดาล “เป็นเจ้า!

“มู่ซิ่ง ปีศาจตนนี้หลุดออกมาตั้งแต่เมื่อใด” น้ำเสียงของหมิงจื๋อเคร่งเครียด มองปีศาจจิ้งจอกไม่วางตา

“เดือนกว่าแล้วขอรับ” เนี่ยมู่ซิ่งลุกขึ้นแล้วขยับมายืนอยู่ตรงกลางระหว่างเย่วไป๋หูกับหมิงจื๋ออย่างแนบเนียน

เย่วไป๋หูหันไปชี้หน้าเอาเรื่องเนี่ยมู่ซิ่งต่อ “รู้ว่าคนผู้นี้คือผู้ใด แล้วยังคิดจะให้ข้าคารวะมันอีกหรือ”

“แต่อาจารย์คืออาจารย์ข้า” เนี่ยมู่ซิ่งตอบเสียงเรียบ

“ฝันไปเถิด! อาจารย์เจ้าแล้วอย่างไร อยู่มาเป็นหมื่นปี ข้าผู้นี้ไม่เคยคารวะผู้ใด อีกทั้งอาจารย์เจ้าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่จับข้าคุมขังเอาไว้ นอกจากไม่คารวะแล้ว ข้ายังจะลงมือสังหารมันด้วย!

“ข้าก็ไม่ต้องการให้ปีศาจตนนั้นมาคารวะข้าเช่นกัน” สีหน้าของหมิงจื๋อเครียดขึง บรรยากาศยามนี้เต็มไปด้วยไอสังหารรุนแรง แต่ไม่นานก็ถูกฟ่านจิ้งทำลายลงอย่างง่ายดาย

“ว่าแต่เหตุใดอาจารย์ต้องให้พี่เย่วคารวะอาจารย์ปู่ด้วยเล่า พี่เย่วไม่ใช่ศิษย์ของท่านอาจารย์เสียหน่อย อีกทั้งยังไม่ใช่อาจารย์หญิงด้วย”

เนี่ยมู่ซิ่งชะงัก ใบหน้าเรียบนิ่งแดงระเรื่อขึ้นมาเพราะคำพูดของฟ่านจิ้ง

“เอ? อาจารย์เหตุใดท่านจึงหน้าแดงเล่า”

หมิงจื๋อขยับมามองหน้าศิษย์รัก เมื่อเห็นเนี่ยมู่ซิ่งไม่พูดสิ่งใด เอาแต่หน้าแดง เขาก็เริ่มเข้าใจได้รางๆ ยามแรกแค่ไม่ไว้ใจและระแวง แต่ตอนนี้ไอสังหารที่เพิ่งจางหายกลับมารุนแรงอีกครั้งพร้อมเสียงตวาดของหมิงจื๋อดังขึ้น

“เจ้าปีศาจจิ้งจอก เจ้าล่อลวงศิษย์ข้า!

เมื่อเย่วไป๋หูถูกหมิงจื๋อชี้หน้าด้วยมือสั่นเทา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห เขาก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาอีกครั้ง

“มู่ซิ่งบอกอาจารย์มา เจ้าถูกปีศาจจิ้งจอกล่อลวงแล้วใช่หรือไม่” หมิงจื๋อถามศิษย์รัก

“อาจิ้ง กลับเข้าห้อง” เนี่ยมู่ซิ่งไม่ตอบอาจารย์ แต่สั่งเด็กชายแทน

“แต่ว่า...”

“อาจิ้งกลับห้อง!

“ขอรับ” เมื่อถูกอาจารย์สั่งเสียงเข้ม ฟ่านจิ้งก็ได้แต่ก้มหน้ารับคำ และเดินคอตกออกจากห้องโถงไป

“ตอบข้ามา มู่ซิ่ง เจ้าถูกปีศาจจิ้งจอกตนนี้ล่อลวงเข้าแล้วใช่หรือไม่” เมื่อฟ่านจิ้งออกไปแล้ว หมิงจื๋อก็คาดคั้นเนี่ยมู่ซิ่งทันที

“ใช่แล้วอย่างไรเล่า” เย่วไป๋หูก้าวเข้าใกล้หมิงจื๋อด้วยท่าทีมาดมั่น ก่อนจะไล้นิ้วไปบนแก้มสากของเนี่ยมู่ซิ่งคราหนึ่ง แล้วหันมายิ้มให้หมิงจื๋อพร้อมมองด้วยแววตาร้ายกาจ “ข้าล่อลวงศิษย์เจ้า แล้วมีอะไร”

“เจ้า! เจ้า... กล้ามาล่อลวงศิษย์รักข้า” หมิงจื๋อพูดกับเย่วไป๋หูแล้วหันขวับไปหาเนี่ยมู่ซิ่งอีกครั้ง “มู่ซิ่ง บอกอาจารย์มาว่าเจ้ายังไม่ถูกปีศาจจิ้งจอกตนนี้กิน”

“อาจารย์ ที่จริงแล้วเป็นข้าที่...”

เนี่ยมู่ซิ่งกำลังจะตอบตามความจริง แต่กลับถูกเย่วไป๋หูขัดขึ้นมาก่อน

“ใช่แล้ว เนี่ยมู่ซิ่งถูกข้ากินเข้าท้องไปจนเกลี้ยงแล้ว ทีนี้เจ้าพอใจหรือยัง”

“เจ้า... เจ้า!” หมิงจื๋อเอ่ยไม่ออก เอาแต่ชี้หน้าคนนั้นคนนี้ ก่อนตั้งท่าจะโจมตีเย่วไป๋หู “ปีศาจจิ้งจอก วันนี้ข้าจะจัดการเจ้าเสีย!

เย่วไป๋หูอารมณ์ดีขึ้นจึงหัวเราะให้แก่ท่าทางของหมิงจื๋อ และบอกด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “หมิงจื๋อเอ๋ยหมิงจื๋อ ไม่ได้เจอกันสี่ร้อยปี ไม่คิดว่าเจ้าจะแก่เช่นนี้ เห็นแก่ที่เจ้าชรา ข้าจะไม่ลงมือกับเจ้า”

“แก่แล้วอย่างไร แก่แต่ก็ยังสามารถต่อกรกับเจ้าได้!” หมิงจื๋อเดือดดาลหนักกว่าเดิม

ตอนเปิดศึกกับราชาปีศาจทั้งสี่ตน หมิงจื๋อยังหนุ่มแน่น แต่ผ่านมาสี่ร้อยปีสังขารก็ย่อมร่วงโรยเป็นธรรมดา ยามขึ้นเป็นเซียนก็บรรลุตอนแก่แล้ว อย่างไรก็ไม่อาจคงความหนุ่มแน่นได้ เมื่อถูกปีศาจจิ้งจอกเอาเรื่องนี้มาเยาะเย้ยกัน หมิงจื๋อก็เดือดดาลไม่น้อย

“เจ้าอย่าลืมว่ากาลก่อนพวกเจ้าต้องร่วมมือกันกี่คนถึงจะจัดการกับข้าได้ หรือยามนี้เจ้าคิดว่าเจ้าเก่งกาจกว่าข้า”

“ข้าไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น เจ้าล่อลวงมู่ซิ่งอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของข้า หมดกัน... หมดกันแล้ว วันนี้ข้าจะใช้ตบะเซียนทั้งหมดที่มีแลกชีวิตกับเจ้า”

เย่วไป๋หูมุมปากกระตุกยามได้ยินถ้อยคำของหมิงจื๋อ... มู่ซิ่งอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง

เจ้านั่นเสียความบริสุทธิ์ผู้เดียวที่ใดกันเล่า เมื่อครู่หากเขาไม่ใช้ตบะรักษา ยามนี้เขาก็คงจะยังนั่งไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงข่มใจปั้นสีหน้าระรื่นต่อไป

“ก็ลองสิ” เย่วไป๋หูนั่งลงจิบน้ำชาคล้ายไม่มีเรื่องใดต้องใส่ใจ “หากข้าตาย ศิษย์รักของเจ้าก็ตายไปด้วย อยากจะฆ่าศิษย์ตนเองก็ตามใจ”

“เจ้าใช้โซ่ร้อยวิญญาณกับเขา?” หมิงจื๋อหันไปถามเนี่ยมู่ซิ่งคล้ายเดาเรื่องราวได้

“ขอรับ” เนี่ยมู่ซิ่งตอบรับสั้นๆ

“ส่วนเจ้า... คิดจะล่อลวงเขาเพื่อให้มู่ซิ่งปลดโซ่ร้อยวิญญาณ?” หมิงจื๋อหันไปชี้หน้าเย่วไป๋หู

“หากไม่ใช่เพื่อสิ่งนั้นแล้วจะเพื่ออะไร ลูกศิษย์ของเจ้ามีอะไรดีนักหนา หน้าก็ตาย หุ่นก็ผอมแห้ง” เพราะต้องการยั่วให้หมิงจื๋อกระอักเลือดตาย เย่วไป๋หูจึงเอ่ยวาจาร้ายกาจเช่นนั้นออกมา โดยไม่เห็นเนี่ยมู่ซิ่งอยู่ในสายตาสักนิด

“มู่ซิ่ง เจ้าเห็นหรือไม่ว่าปีศาจจิ้งจอกตนนี้เป็นอย่างไร เจ้ายังจะลุ่มหลงมันอีกหรือ โธ่... หากอาจารย์ปู่ของเจ้ารู้ว่าต้องมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ท่านต้องไม่ละสังขารแน่” หมิงจื๋อเริ่มโอดครวญ ก่อนเปลี่ยนท่าทีเป็นขึงขังเอาจริงอีกครั้ง “ไม่ได้ ข้าจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง อาจารย์วางใจให้ข้าดูแลเจ้ามาเกือบสามร้อยปะ... เอ่อ... เกือบสามสิบปี อย่างไรเสียข้าก็ไม่ยอมให้เจ้าไปคบค้ากับเหล่าปีศาจเด็ดขาด”

“คบค้ากับปีศาจแล้วอย่างไร ไม่รู้หรือไรว่าข้าช่วยชีวิตเขาไปแล้วกี่ครั้ง เพราะเจ้าสอนสั่งไม่ดีจึงต้องให้ข้ายื่นมือเข้าช่วยเสมอ” เย่วไป๋หูเริ่มไม่พอใจอีกครั้ง

ได้ยินแล้วหมิงจื๋อก็ยืดอกอย่างลำพองใจ

“เฮอะ ไม่รู้อะไรเสียแล้ว ศิษย์ข้าไม่ต้องให้เจ้าช่วยก็สามารถดูแลตนเองได้ ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะว่า อย่าคิดว่าจะใช้ยาสั่งกับเขาได้ มู่ซิ่งของข้าไม่ว่าพิษอะไรในใต้หล้าก็ไม่สามารถทำร้ายเขาให้ถึงตายได้ ไม่ว่าจะเป็นพิษจากสมุนไพรหรือพิษจากปีศาจและสัตว์ร้าย เรื่องปีศาจก็เช่นกัน ศิษย์ข้าอย่างไรก็ไม่มีวันพ่ายแพ้ต่อปีศาจอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่ถูกเขาใช้โซ่ร้อยวิญญาณรัดไว้อย่างที่เป็นอยู่เช่นนี้”

เย่วไป๋หูเอ่ยวาจาไม่ออก ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ เขาหันไปมองเนี่ยมู่ซิ่งแล้วเอ่ยถาม “เจ้าไม่ได้ถูกพิษหอมหวนจากนางปีศาจงูหรือไร”

“พิษปีศาจงู? เจ้าไปโดนอย่างไร” หมิงจื๋อถามเนี่ยมู่ซิ่ง

“เขาโดนนางปีศาจงูข่วนที่หลังมือ ทำให้หลงนางปีศาจงูไปชั่วครู่”

“แค่ถูกข่วน” หมิงจื๋อกลอกตา “ถูกข่วนแค่นั้นพิษหอมหวนไม่สามารถทำสิ่งใดศิษย์ข้าได้แน่นอน”

“จริงหรือ ข้าเห็นชัดๆ ว่าเจ้าหลงนาง” เย่วไป๋หูพูดกับเนี่ยมู่ซิ่ง

“ข้าไม่ได้หลงนาง ข้าแค่รู้สึกสงสารนาง แต่ไม่ได้หลงนางแม้แต่นิดเดียว” เนี่ยมู่ซิ่งตอบ

“แล้วพิษหมื่น” เย่วไป๋หูเอ่ยไม่ทันจบก็ปิดปากตัวเองฉับ เมื่อเห็นหมิงจื๋อมองมาอย่างจับสังเกต

“เรื่องพิษหมื่น” เนี่ยมู่ซิ่งกำลังจะอธิบาย แต่เย่วไป๋หูกลับรีบขัด

“เรื่องคืนนั้นห้ามเอ่ย!

เนี่ยมู่ซิ่งหุบปากฉับ

“เรื่องใดกัน มีเรื่องใดกัน เจ้าโดนพิษใดมู่ซิ่ง”

“ฮ้าว... วันนี้ข้าเพลียมากแล้ว ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับเซียนแก่ เช่นนั้นพวกเจ้าคุยกันไปก็แล้วกัน” เย่วไป๋หูยามนี้สมองเริ่มไม่แล่น เพราะมีเรื่องบางอย่างให้ต้องครุ่นคิด เขาจึงทิ้งโอกาสล้างแค้นหมิงจื๋อไป

“เดี๋ยวสิ เจ้าบอกว่าถูกพิษใดอีก” หมิงจื๋อยังคงถามไม่เลิก

“อันที่จริงวันนี้ท่านมาก็ดีแล้ว ศิษย์มีเรื่องจะขอร้องท่านอาจารย์เกี่ยวกับศิลาที่ใช้ปิดปากโพรงคุมขังไป๋หู เราไปที่ห้องหนังสือกันเถิด” เนี่ยมู่ซิ่งเปลี่ยนเรื่อง รีบผายมือเชิญหมิงจื๋อไปที่ห้องหนังสือ “เชิญอาจารย์”

เมื่อเห็นศิษย์รักคล้ายจะมีเรื่องลำบากใจ สุดท้ายผู้เป็นอาจารย์ก็ได้แต่ทำเป็นหลับตาข้างลืมตาข้าง ยอมเดินนำไปที่ห้องหนังสือ

“เจ้ากลับไปพักผ่อนที่ห้องเถิด” เนี่ยมู่ซิ่งหันไปบอกเย่วไป๋หูเบาๆ

“กลัวข้าจะลงมือสังหารอาจารย์เจ้าหรือไร” เย่วไป๋หูถามเสียงหยัน

“ข้าคิดว่าเจ้าควรจะได้พักผ่อนต่างหาก วันนี้ก็เดินทางทั้งวัน ส่วนเมื่อคืน... เจ้าก็ไม่ได้นอน หรือจะอาบน้ำก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปพักผ่อน” น้ำเสียงของเนี่ยมู่ซิ่งอ่อนโยนอยู่หลายส่วน

เย่วไป๋หูไม่คิดว่าเนี่ยมู่ซิ่งจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้ อีกทั้งยังเอ่ยคลุมเครือเรื่องเมื่อคืน ก็ได้... เขาจะยอมไป แต่ยังวางหน้าไม่ถูก “รู้แล้วน่า เจ้าไปคุยกับเจ้าแก่นั่นเถิด”

“อาจารย์ข้าก็คืออาจารย์เจ้า” เนี่ยมู่ซิ่งเอ่ยเสียงเรียบ แต่คิ้วขมวดเล็กน้อย

“เทียบอายุกันอย่างไรข้าก็อาวุโสกว่า”

“มู่ซิ่ง”

เมื่อได้ยินอาจารย์ที่เดินออกจากห้องโถงตะโกนเรียก เนี่ยมู่ซิ่งก็รีบเอ่ยกับเย่วไป๋หู “ให้สุ่ยซวี่ยกของหวานไปให้ท่านอาจารย์ที่ห้องหนังสือที”

“เจ้าก็ไปบอกเองสิ” เย่วไป๋หูเชิดหน้า

“แล้วคืนนี้ข้าจะให้เจ้ากินเลือด” เนี่ยมู่ซิ่งบอกก่อนจะรีบเดินไป

“นี่เจ้าอย่าเห็นว่าข้าเห็นแก่กินนะ!

เย่วไป๋หูเอ่ยอย่างเดือดดาล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจจะไปยังห้องครัว เพื่อบอกให้สุ่ยซวี่นำของหวานไปให้เจ้าแก่นั่นเพื่อแลกกับเลือดอันหอมหวาน

ว่าแต่... เมื่อคืนเนี่ยมู่ซิ่งถูกพิษหมื่นสวาทเล่นงานก็เห็นอยู่ แต่เหตุใดหมิงจื๋อจึงบอกว่าไม่มีพิษใดทำร้ายชายหนุ่มได้ หากเป็นเช่นที่หมิงจื๋อพูดจริง เหตุใดเขายังถูกใช้เป็นยาถอนพิษเล่า

เย่วไป๋หูครุ่นคิดพลางเดินไปยังห้องครัว


-------------------

#อาจารย์ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก

づく...

--------------------------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 325 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

994 ความคิดเห็น

  1. #937 Neko4869 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:02
    เรื่องนี้มีปมมม
    #937
    1
    • #937-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:43
      นิดนึงจ้า
      #937-1
  2. #649 thewitch_rainny (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 16:22
    ความพีคคือไม่ได้โดนพิษนี่แหละ
    #649
    1
    • #649-1 (จากตอนที่ 12)
      13 มกราคม 2562 / 23:35
      นั่นแหละค่ะ 555
      #649-1
  3. #586 minggg- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 02:38

    เหตุผลที่ถามหาของวิเศษคือเอาไปขายใช้หนี้???

    โถๆๆ

    ว่าแต่ เหมือนแม่ผัวกับลูกสะใภ้กำลังทะเลาะกันเลยยตอนนี้

    จิ้งจอกก็เลยเปลี่ยนจุดประสงค์จากฆ่าท่านอาจารยปู่เป็นยั่วโมโหแทนสินะ

    ว่าแต่ว่าท่านอาจารย์จริงๆ เป็นตัวอะไร

    จิ้งจอกเอ๋ยย พูดไม่มองหน้าสามีเลย คืนนี้มีเรื่องแน่

    “เปลือย” เปล่า

    “โพรง” คุมขัง

    #586
    1
    • #586-1 (จากตอนที่ 12)
      7 มกราคม 2562 / 22:15
      555 ประมาณแม่ผัวลูกสะใภ้แหละค่ะ
      #586-1
  4. #499 เห็ดนักอ่าน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 09:22
    สามร้อยปี...เนี่ยต้องเป็นคนนั้นเเน่นวล.ปกปิดทำไมอ่ะ
    #499
    1
    • #499-1 (จากตอนที่ 12)
      31 ธันวาคม 2561 / 16:18
      มาดูกันจ้า
      #499-1
  5. #267 Chalamekhuan Choyim (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 02:04
    เริ่มจับปมได้แล้ว เด็กชายที่บอกเรื่องปีศาจก็เป็นคนดีได้กับไป่หูเมื่อหลายร้อยปีก่อนก็คือพี่เนี่ย ท่านอาจารย์ก็หลุดปากว่าดูเเลพี่เนี่ยมาสามร้อยกว่าปี
    #267
    1
    • #267-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      14 ธันวาคม 2561 / 21:39
      มาลุ้นกันต่อนะคะ ^^
      #267-1
  6. #226 lills (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 15:32
    55555555แหมมมอาจารย์
    #226
    1
    • #226-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      8 ธันวาคม 2561 / 23:59
      อะไรเหรอ 555
      #226-1
  7. #105 Midories (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 00:52

    โถวว น้องงงง ยังงัยก็แพ้ทางพี่เนี่ยเค้าล่ะนะ หวังว่าอ.ที่ลงมาจะไม่ทำสำนักปั่นป่วนอีกนะคะ
    #105
    1
    • #105-1 (จากตอนที่ 12)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 18:37
      นั่นจิ มาลุ้นกันนะคะ
      #105-1
  8. #96 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 20:37

    เย่วไป่หูเป็นเคะที่น่ารักมาก

    #96
    1
    • #96-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      23 พฤศจิกายน 2561 / 18:06
      โล่งอก 555
      #96-1
  9. #95 9peony (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 12:10
    ขำอะ ขำกับความสาวของน้องไป๋ ....
    #95
    1
  10. #94 Green-Orange (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 23:56
    เค้ามีแต่พ่อบ้านใจกล้า บ้านนี้มีภรรยาใจกล้าอ่ะ พี่เนี่ยดูจะเป็นใหญ่ในบ้าน รอดูในอนาคตจะพลิกล็อคมั๊ย 555
    #94
    1
    • #94-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      23 พฤศจิกายน 2561 / 18:06
      ถ้าอย่างนั้นก็มาลุ้นๆ กันจ้า
      #94-1
  11. #93 pinkysherbet (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 00:09
    แหมม อาจารย์คนซึน
    #93
    1
  12. #92 Green-Orange (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 23:17
    พี่ไป่หูมีมาดราชินีสุดๆอ่ะ 5555
    #92
    1
    • #92-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      20 พฤศจิกายน 2561 / 23:31
      จริงเหรอ
      #92-1
  13. #91 duochninss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 19:24

    เนียนนะพี่เนี่ย

    #91
    1
  14. #90 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 18:59

    ท่านอาจารย์เนียนนะคะ เรียกภรรยาหมาดๆมาเคารพอาจารย์ตัวเองhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-04.png

    #90
    1
    • #90-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      20 พฤศจิกายน 2561 / 23:30
      อิอิ เนี่ยน
      #90-1
  15. #89 •.★*[[ToNNaM]]*★.• (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 23:23
    พี่เนี่ยติดใจล่ะสิ 55555
    #89
    1
    • #89-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 18:46
      แหม่ แหม่
      #89-1
  16. #88 9peony (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 23:15
    โถ ก็คนเค้าอุตส่าห์ เป็นห่วง 😁😁😁😁😁
    #88
    1
  17. #85 pkaewchoosang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 14:35
    เขาอุตสาห์หวังดีทำยาไว้ให้เพราะมันจะไม่ได้มีแค่รอบเดี๋ยวไงน้องงงงทำไมเข้าใจอยากจังลูก ###พบพวกเดียวกับพี่วั่งจีอีกแล้ว พวกหน้าม่านคุณธรรมหลังม่านร้อนแรง????????????????????????
    #85
    1
    • #85-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 18:46
      นั่นจิ หน้าม่านคุณธรรม 555
      #85-1
  18. #84 Aonan Woraporn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 14:14
    ไรท์พังเรือเราเราจาร้องงงงง แต่เราก็ชอบที่จะได้อ่านต่อ ฮือออออ
    #84
    1
    • #84-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 18:45
      เนาะๆ ไม่เป็นไรเนาะ
      #84-1
  19. #83 khunpatt0624 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 14:01
    รออออออ มารอเฝ้าคนจะเอาคืน อิอิ
    #83
    2
    • #83-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 12)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 18:45
      จะได้เอาคืนหรอ
      #83-1
    • #83-2 khunpatt0624(จากตอนที่ 12)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 19:15
      มาเอาใจช่วยให้กับความพยายามของน้องจิ้งละกัน อิอิ ว่าแต่อาจารย์เนี่ย นี่เอะอะเขิน เอะอะหน้าแดง ถูกใจเค้าแล้วล่ะสิ
      #83-2