อาจารย์ ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก [ Yaoi ] (Deep Publishing)

ตอนที่ 10 : บทที่ 9 ปีศาจจิ้งจอกคิดกลับใจ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 308 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

พื้นที่โล่งแจ้งหลังสำนักทะยานฟ้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่คุมขังของเย่วไป๋หู สายลมแรงที่พัดผ่านจากด้านหลังเขาทำให้อาภรณ์และผมสีดำยาวของเย่วไป๋หูปลิวไหว

เขาเห็นเนี่ยมู่ซิ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าห่างประมาณหนึ่งจั้ง เมื่อเห็นว่าร่างที่ผอมสูงถูกสายลมโหมกระโชกแต่ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง ผิดกับคนเดิมที่คล้ายว่าจะปลิวไปตามลมได้ตลอดเวลา โทสะที่ปะทุขึ้นเมื่อครู่ก็เริ่มมลายลงช้าๆ

คนตรงหน้าเย่วไป๋หูไม่ใช่หมิงจื๋อ แต่เป็นศิษย์ของคนผู้นั้น ศิษย์ผู้ซื่อสัตย์ที่ยอมทำงานใช้หนี้ อีกทั้งยามนี้ยังสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้คุมขังเขา

วันแรกที่เจอเนี่ยมู่ซิ่ง เขาก็คิดจะฆ่าคนผู้นี้แล้ว แต่ที่จริงเขาก็คิดจะฆ่าทุกคนที่ได้เจอนั่นแหละ ทว่าเพราะคนผู้นี้ใช้โซ่ร้อยวิญญาณเสียก่อน เขาจึงไม่สามารถลงมือฆ่าใครได้

เย่วไป๋หูยังจำแววตามุ่งมั่นในยามนั้นของเนี่ยมู่ซิ่งได้ แววตาที่บอกว่าจะยอมตายดีกว่าปล่อยเขาไปฆ่าหรือทำร้ายคน อีกทั้งเดือนกว่าที่อยู่ร่วมกันมาเนี่ยมู่ซิ่งก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าใดนัก ยอมให้เขาดื่มเลือดอันแสนโอชะโดยไม่เคยปริปากบ่น แลกกับการที่เขาจะไม่ไปทำร้ายหรือกินมนุษย์ผู้อื่น ทำให้เย่วไป๋หูรู้สึกดีกับเนี่ยมู่ซิ่งอย่างประหลาด เรื่องที่จะคิดล่อลวงคนผู้นั้นเพื่อให้คลายอาคมโซ่ร้อยวิญญาณจึงถูกพับเก็บไปด้วยความคิดที่ว่า... อยู่แบบนี้ก็สบายดี

ช่วงหลังมานี้เย่วไป๋หูก็พยายามลดปริมาณเลือดที่ดื่มลง เพราะเมื่อเห็นว่าเนี่ยมู่ซิ่งมีอาการอ่อนเพลียทุกครั้งที่ถูกเขาดูดเลือด ในใจของเขาก็รู้สึกผิดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาไม่เคยรู้สึกผิดกับใครมาก่อน แม้จะเคยกินหรือควักหัวใจของมนุษย์มาแล้วเป็นหมื่นเป็นพันครั้ง แต่กับเนี่ยมู่ซิ่งกลับผิดกัน ยามที่ใบหน้าตอบนั้นซีดลง ก็ยิ่งทำให้ร่างผอมนั้นดูผอมมากขึ้น น่าแปลกที่เห็นเช่นนั้นแล้วหัวใจเขาเจ็บปวดอย่างประหลาด... เจ็บปวดจนคิดว่านั่นเป็นเพราะเขาดื่มเลือดเนี่ยมู่ซิ่งมากเกินไป ทำให้หัวใจของเนี่ยมู่ซิ่งทำงานผิดปกติจนเจ็บมาถึงหัวใจเขา แต่นอกจากท่าทางอ่อนแรง เนี่ยมู่ซิ่งก็ดูไม่มีท่าทีเจ็บปวดหัวใจแต่อย่างใด นั่นแปลว่ามันเกิดขึ้นกับหัวใจเย่วไป๋หูเพียงผู้เดียว นั่นยืนยันได้ว่าคนผู้นี้มีอำนาจต่อหัวใจเขาโดยไม่มีโซ่ร้อยวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วเนี่ยมู่ซิ่งเล่า... รู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่กับเขา

เย่วไป๋หูมองคนตรงหน้าด้วยแววตาค้นหา น้อยนักที่จะมองใครจริงๆ จังๆ เช่นนี้ เห็นสีหน้าเยือกเย็นที่พร้อมจะเข้าปะทะหรือจู่โจมตลอดเวลา เย่วไป๋หูก็อ่อนใจ ดูเหมือนการจะให้คนผู้นั้นมีความรู้สึกดีๆ กับเขาคงเป็นไปได้ยาก ก็เขาเป็นปีศาจจิ้งจอก จะมีมนุษย์คนใดมองปีศาจจิ้งจอกในแง่ดีบ้าง

“เป็นปีศาจแล้วอย่างไร อาจารย์ปู่เคยบอกข้าว่า แม้เป็นปีศาจ แต่ปีศาจก็มีหัวใจ ดังนั้นหากไม่ได้ถูกความชั่วร้ายหรือจิตมารครอบงำ ปีศาจก็สามารถกลายเป็นปีศาจที่ดีได้”

เสียงเล็กเสียงหนึ่งดังเข้ามาในห้วงคำนึง คล้ายกับว่าเคยมีเด็กชายผู้หนึ่งบอกเขา แต่เพราะเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว เขาจึงลืมเลือนมันไป

เย่วไป๋หูถอนหายใจออกมา ก่อนจะนั่งลงบนพื้น สีหน้าที่เครียดขึงกลายเป็นเอ้อระเหยอีกครั้ง

เนี่ยมู่ซิ่งเห็นท่าทีของเย่วไป๋หูเปลี่ยนไป เขาจึงขมวดคิ้วมองด้วยความประหลาดใจ

“ตกลงเจ้าคิดจะสู้กับข้าจริงๆ หรือ”

“นั่นเพราะเจ้าคิดจะล้างแค้นอาจารย์ของข้า” เนี่ยมู่ซิ่งยังคงตอบอย่างจริงจัง ไม่ได้ผ่อนคลายเหมือนเย่วไป๋หู

“เรื่องนั้นเจ้าก็ต้องเข้าใจ เขาเป็นหนึ่งในคนที่จับตัวข้ามาคุมขัง จะไม่ให้ข้าแค้นเคืองเขาได้อย่างไร”

“แต่เรื่องที่เจ้าถูกคุมขังมันก็สมควรแล้ว”

“แต่ยามนี้ข้ากลับตัวแล้ว”

“แต่เจ้ากำลังคิดล้างแค้นอาจารย์ข้าอยู่” เนี่ยมู่ซิ่งหรี่ตามองอีกฝ่าย เพราะไม่รู้ว่าปีศาจจิ้งจอกคิดจะมาไม้ไหน

“ข้าไม่ใช่พระโพธิสัตย์ที่จะไม่รู้สึกรู้สา” เย่วไป๋หูไม่ยี่หระต่อสายตาไม่ไว้วางใจ “แต่ที่แน่ๆ ข้าไม่คิดจะทำร้ายเจ้าเพียงแค่ไม่พอใจอาจารย์ปู่และอาจารย์ของเจ้าแน่นอน”

“เพราะอะไร”

“ข้าว่าเจ้าอาจจะไม่อยากรู้ เหมือนกับเหตุผลที่ข้าคิดว่าจะลองเป็นปีศาจดีๆ อีกสักพัก”

คิ้วของเนี่ยมู่ซิ่งขมวดมุ่น แต่เห็นว่าเย่วไป๋หูไม่มีท่าทีจะต่อสู้จริงๆ น้ำเสียงของเขาก็เริ่มอ่อนลงกลายเป็นราบเรียบ

“หากข้าอยากจะรู้เล่า”

เย่วไป๋หูยิ้มก่อนจะลุกขึ้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเนี่ยมู่ซิ่ง รอยยิ้มของเย่วไป๋หูนั้นทั้งดูร้ายกาจและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน

“เพราะข้าอยากเป็นปีศาจดีๆ เพื่อเจ้าอย่างไรเล่า อยู่กับเจ้าก็ไม่เลวร้ายเท่าใดนัก” เย่วไป๋หูผละจากไป

เนี่ยมู่ซิ่งหันไปมองเย่วไป๋หูด้วยสายตาที่ยังคงคลางแคลง

ฟ่านจิ้งเห็นเหตุการณ์แต่ไกล เด็กน้อยวิ่งกระหืดกระหอบมาหาเย่วไป๋หู เพราะไม่เห็นอาจารย์ของตัวเองต่อสู้กับปีศาจจิ้งจอก จึงถามเย่วไป๋หูที่กำลังเดินกลับเข้าสำนัก

“พี่เย่ว สู้กันจบแล้วหรือ”

“ไม่สู้แล้ว” เย่วไป๋หูตอบอย่างเบื่อหน่าย

“เกิดอะไรขึ้น” ฟ่านจิ้งอดประหลาดใจไม่ได้

“ก็ไม่อะไร แต่ข้าคงจะปวดใจหากมีคนเจ็บตัว” เอ่ยจบเย่วไป๋หูก็เดินจากไปอย่างสบายใจ

ฟ่านจิ้งเกาศีรษะ เดินไปหาเนี่ยมู่ซิ่งที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เด็กชายเงยหน้าถามอาจารย์ “เกิดอะไรขึ้นขอรับอาจารย์ ยังไม่ได้สู้กันแล้วจะปวดใจได้อย่างไร”

เนี่ยมู่ซิ่งเม้มริมฝีปากแน่นอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่มีอะไรหรอก กลับไปดูสุ่ยซวี่กันเถิด”

“ขอรับ ไม่ตีกันก็ดีแล้ว ข้าละกังวลใจจริงๆ คิดว่าอาจารย์จะต้องบาดเจ็บสาหัสอีกแล้ว ดีแล้วขอรับที่ไม่ตีกัน” เด็กน้อยยินดี

เนี่ยมู่ซิ่งพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับสำนักไปพร้อมฟ่านจิ้ง

 

หลังจากรู้ว่าตนเองตั้งท้อง สุ่ยซวี่ก็รู้สึกคล้ายกับความสุขที่เพิ่งเกิดขึ้นในชีวิตของนางถูกกระชากออกไปอย่างทารุณ

ก่อนหน้านี้หญิงสาวถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อใช้หนี้ นั่นถือเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับนาง นางถูกคนที่เพิ่งเป็นสามีบังคับร่วมหอกับเขาอย่างไม่ยินยอม จึงไม่ต่างกับถูกขืนใจ แต่ก็โชคดีที่สามีผู้บังคับให้นางร่วมหอนั้นตายเพราะปีศาจแมงมุม แม่สามีก็ไม่ชอบใจนาง นางจึงได้กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง แต่ที่สุ่ยซวี่คิดไม่ถึงคือ นางมีลูกของคนผู้นั้นอยู่ในท้อง

หญิงสาวไม่ต้องการเด็กคนนี้... ไม่ต้องการลูกของคนที่บังคับขืนใจนาง และในที่สุดสุ่ยซวี่ก็ตัดสินใจว่าจะทำให้ก้อนเนื้อในท้องของนางหายสาบสูญไป แต่นางจะไม่ยอมให้เนี่ยมู่ซิ่งรู้เป็นอันขาดว่าตนจงใจทำลายเอง เพราะไม่อยากให้เขาคิดว่านางโหดร้าย

สุ่ยซวี่ยังคงทำตัวเป็นปกติเช่นทุกวัน หลังจากกินอาหารเช้าพร้อมหน้า ฟ่านจิ้งกับสุ่ยซวี่ก็ออกไปขายของ และเมื่อลูกค้าน้อยลงแล้ว หญิงสาวก็ฝากร้านไว้กับฟ่านจิ้ง แล้วไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วก็เก็บไว้ในอกเสื้ออย่างมิดชิด

กลางดึกคืนนั้น นางลุกขึ้นมาจากเตียงนอนและลอบเข้าไปในครัวอย่างเงียบเชียบ จุดไฟอีกครั้งก่อนจะต้มยาที่นางเพิ่งได้มา สุ่ยซวี่ซื้อมาสองชุดเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในตัวยา และมั่นใจว่าจะไม่มีสิ่งใดผิดพลาด

หลังจากต้มเสร็จ สุ่ยซวี่ก็เทยาสีเข้มฉุนใส่ชาม นางนั่งมองชามยานั้นครู่ใหญ่ ก่อนจะยื่นมือสั่นเทาไปประคองมันขึ้นมา ริมฝีปากที่กำลังจ่อปากชามสั่นระริก เบ้าตาปวดตุบๆ จนต้องหลับตาข่มอาการนั้นไว้ และเมื่อริมฝีปากสัมผัสของเหลวที่อุ่นจนเกือบร้อน น้ำตาหยดหนึ่งก็ร่วงลงไปในชาม ขณะที่นางกำลังจะอ้าปากดื่มยานั้นเข้าไป ชามที่ประคองอยู่ก็ถูกปัดออกไปอย่างรุนแรง

ชามร่วงลงพื้นแตกกระจายพร้อมยาที่กระเซ็นไปทั่วพื้น ดวงตาของสุ่ยซวี่เบิกกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดที่ปัดชามยาของนางทิ้ง

“เจ้ากำลังจะทำอะไร!

เนี่ยมู่ซิ่งจ้องสุ่ยซวี่เขม็ง ข้างกายเขามีเย่วไป๋หูที่ยืนกอดอกพิงประตูมองอยู่

“สุ่ยซวี่ เจ้ากำลังดื่มสิ่งใด” เนี่ยมู่ซิ่งถามอีกครั้ง

“ข้า... ข้ากำลังดื่มยาบำรุงครรภ์” สุ่ยซวี่อึกอัก แต่เมื่อตอบไปแล้วก็รู้ว่าตนทำพลาดไป เพราะนางไม่มีทางโกหกเนี่ยมู่ซิ่งได้ เขารู้เรื่องยาเป็นอย่างดี

เขาก้าวเร็วๆ ไปใกล้หม้อต้มยา ตรวจดูสมุนไพรในนั้นแล้วก็หันมาจ้องสุ่ยซวี่อย่างเงียบงัน

ในห้องครัวเงียบได้ไม่นาน ก็แว่วเสียงสะอึกสะอื้นของสุ่ยซวี่ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ นางร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ ราวกับคนไม่เหลือสิ่งใดที่ต้องปกปิด แต่ถึงจะร้องไห้มากเพียงใด นางก็ยังพยายามเอ่ยกับเนี่ยมู่ซิ่ง

“เด็กในท้องเป็นฝันร้ายของข้า ข้าไม่ได้เต็มใจ คนผู้นั้นบังคับข้า ข้าเกลียดเขา ข้าไม่อยากมีเลือดเนื้อของเขาอยู่ในตัวของข้า”

“แต่เด็กไม่ผิด” เนี่ยมู่ซิ่งบอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“ข้ารู้ แต่ข้าทนไม่ได้ ไม่อาจที่จะทนเลี้ยงเลือดเนื้อของคนผู้นั้นได้” สุ่ยซวี่สะอื้นไห้

“แต่นี่คือยาขับเลือดที่มีความเข้มข้นมากกว่าปกติ หากเจ้าดื่มเข้าไป เจ้าอาจจะตกเลือดตายได้ นอกจากเจ้าจะฆ่าเด็กในท้องแล้ว เจ้ายังจะฆ่าตัวเองด้วย”

“ข้า...” สุ่ยซวี่พูดไม่ออก นางไม่รู้ว่าหากดื่มยามากเกินไปจะได้รับอันตราย แต่นางยินดีเสี่ยง “อาจารย์เนี่ย ยอมให้ข้าเอาเด็กคนนี้ออกเถิด ข้าไม่อาจทนที่จะเห็นหน้าเด็กผู้นี้ได้จริงๆ”

“อันที่จริงมันก็เป็นสิทธิ์ของเจ้าละนะ” เย่วไป๋หูเดินเข้ามาในห้องครัว มองสุ่ยซวี่แล้วเอ่ยต่อ “เจ้าจะเอาก้อนเนื้อก้อนนี้ออกหรือจะเก็บไว้ มันก็ไม่ใช่สิทธิ์ของผู้ใดนอกจากเจ้า แต่อาจารย์เนี่ยย่อมไม่ชอบใจ อย่าลืมว่ายามนี้เจ้าอยู่ในสำนักทะยานฟ้า สำนักฝ่ายธรรมที่ไม่ต่างกับผู้ทรงศีล หากเจ้าคิดจะเอาก้อนเนื้อนี้ออกไปจริงๆ เห็นทีอาจารย์เนี่ยก็ไม่อาจให้อยู่ที่นี่ได้ ใช่หรือไม่อาจารย์เนี่ย” เย่วไป๋หูหันไปถามเนี่ยมู่ซิ่งที่ยังมองสุ่ยซวี่ไม่วางตา

เนี่ยมู่ซิ่งไม่ตอบ แต่สุ่ยซวี่เห็นแววตาที่มองมาก็รู้ว่าวาจาของเย่วไป๋หูคงไม่เกินไปนัก

“ข้าไม่มีทางเลือก” นางบอกอย่างอัดอั้นตันใจ น้ำตายังคงไหลพราก

“เอาเด็กให้ข้า” เนี่ยมู่ซิ่งตัดสินใจในที่สุด

สุ่ยซวี่ดวงตาเบิกโพลงด้วยไม่เชื่อหูตัวเอง แต่นางก็ยังไม่เข้าใจความหมายของวาจาเขา

“แม่นางสุ่ยซวี่ก็แค่อุ้มท้องเด็กคนนี้เอาไว้ หากเด็กคลอดเมื่อใด ก็ให้อาจารย์เนี่ยเป็นผู้เลี้ยงดู ความหมายของเจ้าคือเช่นนี้ใช่หรือไม่” เย่วไป๋หูหันไปถามเนี่ยมู่ซิ่งต่อ

เนี่ยมู่ซิ่งพยักหน้า “ได้หรือไม่ เก็บเด็กไว้ เด็กคลอดเมื่อใด ข้าจะรับผิดชอบเด็กคนนี้เอง”

“แต่...”

“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่บอกว่าเจ้าคือแม่ของเขา ไม่ว่ายามนั้นเจ้าจะยังอยู่ที่นี่หรือไม่อยู่ก็ตาม ข้าไม่อยากให้เจ้าทำบาป” เนี่ยมู่ซิ่งหว่านล้อม

“ข้าไม่จำเป็นต้องเป็นแม่ของเขาหรือเจ้าคะ”

“ไม่จำเป็น ขอแค่เจ้าไม่คิดจะทำลายเด็กคนนี้ก็พอ”

สุ่ยซวี่กลั้นสะอื้น ใจจริงนางก็ไม่อยากทำแบบนี้ แต่นางทนไม่ได้ที่จะเลี้ยงลูกของคนผู้นั้นจริงๆ ยามนี้มีทางออกแล้ว หญิงสาวพยักหน้าในที่สุด

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว อย่าคิดจะทำเรื่องนี้อีก ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจจะรู้สึกผิดไปจนตาย ไปเถิด ข้าจะพาเจ้าไปนอน” เนี่ยมู่ซิ่งประคองร่างบอบบางสั่นเทาลุกขึ้นเพื่อพานางไปนอน

สุ่ยซวี่หลับไปหลังจากเนี่ยมู่ซิ่งพานางไปนอนไม่นาน

“ขอบใจเจ้ามาก” เนี่ยมู่ซิ่งบอกเย่วไป๋หูหลังออกมาจากห้องของสุ่ยซวี่

“ก็ข้าบอกแล้วว่าข้าจะเป็นปีศาจดีๆ สักพัก” เย่วไป๋หูที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องสุ่ยซวี่ตอบพร้อมรอยยิ้ม

หากไม่ได้เย่วไป๋หูพูดเรื่องสุ่ยซวี่ต้มยาขับเลือด เนี่ยมู่ซิ่งคงจะมาห้ามนางไม่ทัน และไม่แน่ว่าพรุ่งนี้เช้าสุ่ยซวี่คงนอนตายอยู่บนเตียงเพราะเสียเลือดมาก เป็นความดีของเย่วไป๋หูที่ได้กลิ่นยาตั้งแต่หญิงสาวกลับมาจากขายของ

“แล้วข้าค่อยให้เจ้าดื่มเลือดเป็นรางวัลก็แล้วกัน” เนี่ยมู่ซิ่งเดินกลับไปยังห้องของตนเอง

“หากข้าบอกว่าไม่ต้องการเลือดของเจ้า แต่เป็นเรือนร่างเจ้าที่ข้าต้องการเล่า เจ้าจะยอมหรือไม่” แววตาของคนถามมีประกายยั่วเย้าปนจริงจังอยู่ในที

เนี่ยมู่ซิ่งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง เย่วไป๋หูเดินตามไปแล้วปิดประตู จากนั้นก็ถามอีกครั้ง

“อย่างไรเล่า?”

“ต้องการเรือนร่างข้าไปทำสิ่งใด”

เย่วไป๋หูหัวเราะอย่างมีเลศนัย “เจ้าไม่รู้จริงหรือแสร้งไม่รู้กัน”

“หากเจ้าเอ่ยกับสตรีข้ายังพอเข้าใจ แต่ข้าหาใช่สตรีไม่” เนี่ยมู่ซิ่งมีสีหน้าเย็นชา กลับไปนอนบนเตียงดังเดิม

“ข้าไม่เคยบอกเจ้าแล้วหรือ ว่าหากข้าถูกใจ จะสตรีหรือบุรุษข้าก็ไม่เกี่ยง” เย่วไป๋หูขยับไปนอนบนเตียง ก่อนจะตะแคงมองใบหน้าเย็นชาของคนที่นอนหงายอยู่

“เช่นนั้นเจ้าคงผ่านบุรุษและสตรีมามาก”

“สตรีผ่านมามาก แต่บุรุษข้าต้องการเพียงเจ้า” เย่วไป๋หูเกี่ยวปอยผมของเนี่ยมู่ซิ่งเล่น

เนี่ยมู่ซิ่งหลับตา ไม่ยอมให้ใบหน้าของปีศาจจิ้งจอกอยู่ในครรลองสายตาของเขา

“คิดรางวัลเป็นอย่างอื่นเถิด”

“เพราะอะไร”

“เพราะข้าไม่คิดว่าตนเองจะมีความชอบเช่นนั้น”

“แต่เจ้าชอบเรือนร่างข้า ชอบจูบของข้า ชอบสัมผัสตัวข้า หรือเจ้าไม่ยอมรับ” เย่วไป๋หูบอกด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

“ข้าไม่ได้ชอบ แค่ไม่อยากให้เจ้าไปเข่นฆ่าผู้อื่นเท่านั้น เลิกซักไซ้ได้แล้ว ข้าจะนอน” เนี่ยมู่ซิ่งพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้เย่วไป๋หู

“ได้ๆๆ ข้าไม่กวนเจ้าก็ได้” เย่วไป๋หูไต่นิ้วไปบนต้นแขนเนี่ยมู่ซิ่ง “แต่ข้าจะรอจนกว่าเจ้าจะเต็มใจ”

“อย่าแม้แต่จะฝัน”

“เช่นนั้นคืนนี้ข้าฝันหวานไปก่อนก็ได้ เพราะในฝันของข้า... เจ้าช่างเร่าร้อนยิ่งนัก” เย่วไป๋หูเปลี่ยนเป็นนอนหงาย

ตุ้บ! หมอนถูกเหวี่ยงใส่หน้าเย่วไป่หูพอดี แต่ดีที่เขามีปฏิกิริยารวดเร็วจึงยกมือรับไว้ได้

“เจ้าเริ่มเร่าร้อนอีกแล้ว” เย่วไป๋หูหัวเราะ เอาหมอนมากอดไว้ ก่อนหอมกลิ่นเนี่ยมู่ซิ่งที่ติดมาจางๆ

“หากไม่นอน เช่นนั้นก็ออกไปเสีย”

เมื่อถูกตัดรอนด้วยน้ำเสียงจริงจัง เย่วไป๋หูก็ยิ้ม ก่อนจะหลับตาลง คิดว่าเขามีเวลานานพอที่จะอยู่ข้างกายคนผู้นี้ อีกทั้งยามนี้สุ่ยซวี่ก็กำลังตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องคู่แข่ง แค่ใจเย็นอีกนิด ทนอีกหน่อย อย่างไรของอร่อยก็ไม่หายไปไหน

แต่จะเป็นชะตาฟ้าหรือก็ไม่แน่ใจ เพราะสุดท้ายสิ่งที่เย่วไป๋หูคิดว่าจะต้องทนอีกหน่อย ใจเย็นอีกนิด แล้วค่อยกินก็ยังไม่สายนั้น ของอร่อยก็วิ่งมาให้เขากินอย่างเหนือความคาดหมาย แต่จะบอกว่าเย่วไป๋หูเป็นผู้ได้กินสมใจนั้น... อาจจะสรุปเร็วเกินไป

 

สองวันต่อมา เนี่ยมู่ซิ่งต้องไปเก็บเงินและส่งยาให้แก่หมู่บ้านข้างๆ ซึ่งไม่ต่างจากทุกครั้ง นั่นคือเย่วไป๋หูได้ร่วมเดินทางไปด้วย โดยข้ออ้างที่เย่วไป๋หูบอกทุกคนในสำนักคือ

ก็อาจารย์เนี่ยขาดข้าไม่ได้เสียแล้วอย่างไรเล่า

ฟ่านจิ้งได้ยินก็เกาศีรษะแกรกๆ รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมา ส่วนสุ่ยซวี่นั้น ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ นางก็ไม่กล้าคิดกับเนี่ยมู่ซิ่งไปไกลอีกต่อไป

เนี่ยมู่ซิ่งออกจากหมู่บ้านทะยานฟ้าตั้งแต่ยังไม่สาง ไปถึงหมู่บ้านข้างๆ ในเวลาใกล้เที่ยง เขารับเงินแล้วนำยาชุดใหม่ให้แก่เถ้าแก่ร้านขายยา เมื่อออกจากร้านก็คิดจะกลับหมู่บ้านทะยานฟ้า แต่เย่วไป๋หูกลับลากเนี่ยมู่ซิ่งไปยังบริเวณที่มีกลุ่มคนมุงดูสิ่งใดสักอย่างอยู่ข้างทางด้วยความอยากรู้อยากเห็น

แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้แล้ว เนี่ยมู่ซิ่งที่ไม่คิดอยากจะดูตั้งแต่แรกกลับขมวดคิ้วแน่น เขาอ่านข้อความบนกระดาษที่วางอยู่บนพื้นข้างศพของชายแก่คนหนึ่งที่ถูกเสื่อขาดๆ คลุมเอาไว้ได้ความว่า

ขายตัวซื้อโลงศพและป้ายวิญญาณให้บิดา

“ดูใบหน้านางสิ งดงามเช่นนี้ หากว่าข้าไม่มีฮูหยินดุยิ่งกว่าเสือ ข้าคงซื้อตัวนางไปตัว” ชายวัยกลางคนเอ่ยกับสหายของเขา

“หากเจ้ากลัว ข้าจะซื้อนางเอง ให้นางเป็นสาวใช้ไว้คอยอุ่นเตียงคงดีไม่น้อย” สหายเอ่ย

เนี่ยมู่ซิ่งมองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าซับน้ำตา บางครั้งนางก็เงยหน้าที่เต็มไปด้วยแววเศร้าโศกขึ้นกวาดตามองเหล่าคนที่มองมายังตน ใบหน้าที่สะสวยนั้นทำให้สตรีที่รายล้อมมองดูด้วยความไม่ชอบใจ แต่บุรุษทั้งหลายต่างมองนางตาเป็นประกาย

“ข้าไม่ซื้อตัวนางแน่นอน ดูก็รู้ว่าเป็นหญิงแพศยา ข้าไม่นำนางไปให้สามีข้าย่องเข้าห้องแน่นอน” สตรีอ้วนพูดอย่างไม่พอใจ

เนี่ยมู่ซิ่งกำถุงเงินแน่น เงินนี้เขาเพิ่งได้รับมาจากร้านขายยา คิดว่าหากรวมกับเงินที่นำติดตัวมาด้วยอาจจะเพียงพอสำหรับค่าโลงศพและป้ายวิญญาณ

“แม่นาง เจ้ามากับข้าเถิด ข้าจะช่วยเจ้าจัดการเรื่องศพของบิดาเจ้าเอง” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น แววตานั้นทั้งเจ้าเล่ห์และหื่นกระหาย

“ขอบคุณนายท่านที่ช่วยเหลือ” หญิงสาวที่นั่งคุกเข่าได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง ก่อนจะโขกศีรษะขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ

“เจ้ามาอยู่บ้านข้าดีกว่า ข้าให้เงินเจ้าได้มากกว่านั้น และจะใช้ไม้อย่างดีต่อโลงศพกับป้ายวิญญาณให้พ่อเจ้าเอง” ชายหนุ่มที่ดูมั่งมีคนหนึ่งเอ่ย

“ได้อย่างไร ข้าบอกว่าจะช่วยนางก่อน” ชายวัยกลางคนเอ่ยท้วง

“แต่ข้าให้เงินนางได้มากกว่า นางต้องไปบ้านข้า มาเถิด” ชายหนุ่มผู้มั่งมีพยุงร่างบอบบางของหญิงสาวให้ลุกขึ้น หันไปสั่งบ่าวที่ตามมาให้จัดการกับศพบิดาของนาง

“ไม่ได้! นางต้องไปกับข้า!” ชายวัยกลางคนไม่ยอม รีบคว้าแขนสตรีนางนั้นเอาไว้

“ไม่ได้! นางต้องไปกับข้า!” ชายหนุ่มไม่ยอม คว้าแขนนางเอาไว้เช่นกัน

“ไม่ได้!

ทั้งสองยื้อยุดกัน ไม่สนใจชาวบ้านที่มองอยู่ อีกทั้งยังไม่สนใจหญิงสาวที่ถูกดึงไปดึงมาอีกด้วย

“งิ้วช่างน่าสนุกนัก” เย่วไป๋หูยิ้ม มองดูเหตุการณ์นั้นก็เห็นเป็นเรื่องสนุก ผิดกับเนี่ยมู่ซิ่งที่ก้าวมาด้านหน้า เพราะเห็นว่าชายต่างวัยทั้งสองยื้อยุดหญิงสาวจนนางแทบจะถูกแยกออกเป็นสองร่าง

“เจ้าปล่อยนางเสีย!” ชายวัยกลางคนสั่ง

“ไม่ปล่อย! เจ้านั่นแหละที่ต้องปล่อย” ชายหนุ่มไม่ยินยอม

“เจ้าแก่! หากไม่ปล่อยนาง ข้าเอาเจ้าตายแน่!” หญิงวัยกลางคนเดินแหวกกลุ่มคนเข้ามา พร้อมตวาดชายวัยกลางคนที่กำลังแย่งคนอยู่

ชายวัยกลางคนเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็ตกใจ ปล่อยมือหญิงสาวทันที

สาวงามที่ถูกยื้อแย่งกัน อยู่ดีๆ ก็ถูกมือข้างหนึ่งปล่อย ทำให้คนอีกข้างหนึ่งที่ดึงรั้งเอาไว้เสียหลัก ชายหนุ่มกับหญิงสาวผู้อาภัพเซเจียนจะล้มทับกัน แต่หญิงสาวโชคดีกว่าเพราะขณะที่นางกำลังจะล้มนั้น นางเห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ จึงคว้าร่างนั้นเพื่อพยุงตนเองไม่ให้ล้ม ส่วนชายหนุ่มคนนั้นล้มลงไปกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า

“เจ้าแก่ คิดจะมีเมียน้อยหรือ ตามข้ากลับบ้าน!” หญิงวัยกลางคนที่มาใหม่มีสีหน้าดุดัน เข้ามาถึงก็บิดหูชายวัยกลางคนอย่างแรงแล้วลากเขาออกไป

“ฮูหยิน ข้าแค่สงสารนาง”

“สงสารแล้วไยต้องแย่งคน เห็นกันอยู่ว่านางมีคนช่วยอยู่แล้ว ตามข้ากลับไป วันนี้เจ้าตายแน่!

“ฮูหยิน...”

เสียงสองสามีภรรยาห่างออกไป เนี่ยมู่ซิ่งประคองหญิงสาวที่ไม่มีทีท่าว่าจะผละออกจากอกของเขา เขาคิดว่านางยังคงตกใจอยู่

“แม่นาง เจ้าไม่เป็นไรแล้ว”

หญิงสาวที่นิ่งอยู่ในอ้อมอกของเนี่ยมู่ซิ่งสะดุ้ง ก่อนจะรีบผละออก ใบหน้านางแดงซ่าน

“เช่นนั้นเจ้าก็ไปกับข้าได้แล้ว” ชายหนุ่มที่ล้มไม่เป็นท่าลุกขึ้นมาบอกหญิงสาวด้วยความดีใจ

“ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ” หญิงสาวย่อกายคารวะด้วยท่วงท่างดงามให้แก่เนี่ยมู่ซิ่ง

เนี่ยมู่ซิ่งเพียงแค่พยักหน้า

“ไปกันได้แล้ว ข้าจะจัดการศพของพ่อเจ้าอย่างดี” ชายหนุ่มผู้นั้นรีบประคองหญิงสาวออกห่างจากเนี่ยมู่ซิ่ง

“หากไม่มีสิ่งใดก็ไปกันเถิด” เย่วไป๋หูบอก ใช้ร่างตนเองบังเนี่ยมู่ซิ่งจากสายตาของสตรีนางนั้น

“อืม” เนี่ยมู่ซิ่งรับคำ หมุนกายจากไป

เนี่ยมู่ซิ่งเดินจากไปแล้ว แต่หญิงสาวยังมองตามแผ่นหลังของเขาอย่างไม่ละสายตา


-------------------

#อาจารย์ปีศาจจิ้งจอกตนนั้นบอกว่าท่านน่ากินนัก

づく...

--------------------------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความเวิ่นเว้อของเราค่ะ 

....Welcome to my WorlD...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 308 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

994 ความคิดเห็น

  1. #991 Wiawan_FON (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 15:16
    เสน่ห์แรงจริงๆนะคะอาจารย์เนี่ย อยากให้พี่เยว่จับกดสักยกจัง 😹😹😹😹
    #991
    1
    • #991-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 10)
      2 ตุลาคม 2563 / 17:21
      ต้องอ่านต่อไปค่ะจะได้รู้ อิอิ
      #991-1
  2. #895 PPruedee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:56
    ข้าจะไม่บอกว่าเจ้าคือแม่ของเจ้า อย่าลืมแก้น้าาาา
    #895
    1
    • #895-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 10)
      14 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:11
      ได้จ้า ขอบคุณนะคะที่บอก แล้วจะรีบไปแก้ในต้นฉบับเลย
      #895-1
  3. #802 黒猫 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:49
    เราเชี่ยให้อาจารย์เนี่ยโดนเยว่เยว่กดนะ
    #802
    1
    • #802-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 10)
      3 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:04
      555 เกือบค่ะ
      #802-1
  4. #584 minggg- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 02:18

    โอ๊ยย สงสารชะนีหนึ่งงง

    แล้วก็มีชะนีรันทดมาอีกแล้วว

    ท่านอาจารย์ดูดแต่หยิงสาวน่าสงสารนะเนี่ยยย

    “นอกจาก” ท่าทีอ่อนแรง

    “มุง” ดู

    #584
    1
    • #584-1 (จากตอนที่ 10)
      7 มกราคม 2562 / 22:14
      นั่นจิเนาะ ดูดแต่สาว 555
      #584-1
  5. #497 เห็ดนักอ่าน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:18
    ชื่ออาจารย์​เนี่ยอ่านยังไงก็ไม่ชินสักทีอ้ากกกก.ความไม้เอกทั้งสามพยางค์นี้....ข้ามๆ.ตอนเเรกคิดว่าจารเนี่ยจะต้องหึงนุ้งจิ้งจอกบ้างเเต่ที่อ่านนี่โอ้โห.ขนาดจารย์เนี่ยผอมเเบบขาดสารอาหาร​.ไม่ค่อยดูเเลตัวเองยังเนื้อหอมขนาดนี้.ถถถถ.เอาเถอะ.นุ้งจิ้งจอกก็ทำหน้าที่ภรรยาคอยหวงดูเเลสัมมีที่ดีนะ.จารย์เริ่มหวั่นไหวเเล้ว.55
    #497
    1
    • #497-1 (จากตอนที่ 10)
      31 ธันวาคม 2561 / 16:17
      เพิ่งจะเข้าในไม้เอกสามพยางค์ 555 ขออภัยที่ทำให้ยาก
      #497-1
  6. #406 Fujiwara no Fushiki (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 20:30

    รู้สึกร้อนทั้งตอนเลย..

    พี่เย่วยังไงพี่ก็ชนะฟานจิ้งอยู่แล้วชนะคนละแบบนะ555

    #406
    1
    • #406-1 (จากตอนที่ 10)
      24 ธันวาคม 2561 / 18:05
      เยี่ยงนั้นหรือจ๊ะ
      #406-1
  7. #224 lills (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 14:44
    เนื้อหอมเกินไปแล้ว
    #224
    1
    • #224-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 10)
      8 ธันวาคม 2561 / 23:58
      ตามลุ้นกันจ้า
      #224-1
  8. #204 TamanegiJa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 10:12
    ท่านอาจารย์เนื้อหอม~
    #204
    1
  9. #65 GokuH@y@ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 07:17

    จะได้กินรึเปล่าน้ออออ

    #65
    1
    • #65-1 (จากตอนที่ 10)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 22:47
      นั่นจิ อิอิ
      #65-1
  10. #64 อาริน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 01:35

    เรื่องนี้ชะนีขัดใจเยอะจริงงงงงงง//น้องจิ้งยอกลากไปเชือดนางเงียบๆเลยค่ะ!! อาจารย์นี่ก็อีกคน!!หว่านเสน่ห์ไปทั่ว!!!

    หว่านได้แต่เราอนุญาติให้หว่านได้แต่กับผู้ชายเท่านั้---แค่กๆ

    #64
    1
    • #64-1 (จากตอนที่ 10)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 22:47
      นางไม่ได้เป็นชะนีนะ 555
      #64-1
  11. #63 khunpatt0624 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 23:40
    มารคอหอยน้องจิ้ง โผล่มาอีกแล้วววว
    #63
    1
    • #63-1 (จากตอนที่ 10)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 22:47
      นางไม่ใช่มาร นางเป็นปีศาจอิอิ
      #63-1
  12. #62 khunpatt0624 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 23:18
    อื้อหือ ได้ทีรุกใหญ่เลยนะ
    #62
    0
  13. #61 khunpatt0624 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 23:18
    อื้อหือ ได้ทีรุกใหญ่เลยนะ
    #61
    1
    • #61-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 10)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 23:03
      แน่นวล อิอิ
      #61-1
  14. #60 pinkysherbet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 15:24
    น้องรุกตลอดดด อาจารย์รีบเก็บเลเวลมารุกบ้างนะอย่ายอม
    #60
    1
  15. #58 GokuH@y@ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 20:32

    ยอมค่ะ-----

    #58
    1
    • #58-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 10)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 23:04
      555 ยอมกันเร็วจิง
      #58-1
  16. #56 Green-Orange (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 19:26
    อือหือ จิ้งจอกรุกไปอีกจร้า อาจารย์เนี่ยทำตัวไม่ถูกแล้วม๊างงง
    #56
    1
    • #56-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 10)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 23:05
      ถูกทำตัวไม่ถูกเลย
      #56-1