ลำนำดอกเหมย (จบแล้ว)

ตอนที่ 5 : ภาคยุทธภพ : 3 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    14 ก.ค. 61

หานหนิงเซียนเดินลึกเข้าไปในป่า ได้ยินเสียงน้ำไหลพร้อมกับกลิ่นอายความสดชื่น ฤดูเหมันต์ใกล้เข้ามาแล้วป่าใกล้ลำธารจึงเย็นกว่าปกติ แม้อยากจะอาบน้ำที่ลำธารเพียงใดเจอความหนาวเย็นเช่นนี้คงทำเพียงแค่วักน้ำล้างเนื้อล้างตัว แต่ที่นางไม่เชื่อสายตาคือ อากาศเย็นเช่นนี้ศิษย์พี่อิงเอ๋อร์กลับแช่น้ำอยู่ในลำธาร เห็นเพียงใบหน้าและหัวไหล่ขาวมนเท่านั้นที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา

สวรรค์! นางไม่หนาวหรือไร อยากจะเป็นไข้อย่างนั้นหรือ กำลังจะอ้าปากตะโกนถามก็เห็นหลิ่วเย่แอบอยู่หลังหินก้อนใหญ่

จะว่าเขาแอบดูศิษย์พี่ก็ไม่ใช่ เพราะเขานั่งพิงหินก้อนใหญ่หลับตาปี๋ มือก็พนมปากก็ท่องบทสวดมนต์บทใดอยู่สักบทได้ยินไม่ชัด เห็นดังนั้นนางจึงย่องเข้าไปพิงอยู่หลังหินก้อนใหญ่ก้อนเดียวกับหลิ่วเย่ สะกิดเขาเบาๆ

หลิ่วเย่ที่ท่องบทสวดมนต์อยู่สะดุ้งดวงตาเบิกกว้างหันมามองนางด้วยความตกใจ

เห็นเขากำลังจะตะโกนร้องเพราะตกใจนางจึงปิดปากเขาเอ่ยถามเสียงเบา ท่านมานั่งทำสิ่งใดอยู่ตรงนี้

เลยไปตรงลำธารได้ยินเสียงฮัมเพลงของเหยาอิงเอ๋อร์พร้อมกับเสียงวักน้ำเล่นของนาง หลิ่วเย่ก็แทบจะกลั้นใจตาย เขาตายแน่แล้วครั้งวนี้ เอ่ยอย่างร้อนใจเมื่อถูกศิษย์น้องของเหยาอิงเอ๋อร์เอ่ยถาม

ข้าไม่ได้ตั้งใจแอบดูนางอาบน้ำ ข้าตักน้ำอยู่ดีๆ ไม่รู้ว่านางมาตั้งแต่เมื่อใดด้วยซ้ำ ข้าไม่ได้ยินเสียงนาง นางก็คงไม่เห็นข้า มาถึงนางก็เปลื้องผ้าแล้วก็ลงอาบน้ำอย่างที่เจ้าเห็น ข้าเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นนางเริ่มเปลื้องผ้าแล้ว คิดสิ่งใดไม่ออกจึงมานั่งหลบอยู่ที่หลังหินก้อนนี้

แล้วไยท่านไม่หลบออกไป

ข้ากลัวนางจะเห็นว่าข้าอยู่ตรงนี้ หากนางรู้ว่ามีบุรุษอยู่นางคงตกใจ แล้วคิดว่าข้าเป็นผู้ทำให้นางเสื่อมเสียเขายอมเอ่ยความจริงเพราะไม่เห็นท่าทางคาดคั้นหรือการจ้องใส่ความจากหานหนิงเซียน

ไม่หรอก...ศิษย์พี่ของนางก็ไม่ต่างจากนางเท่าใดนัก แค่ผู้อื่นเห็นเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีทางจะรู้สึกเสื่อมเสียแน่นอน หากโกรธมากอาจจะควักตาคนผู้นั้นบอดแต่ไม่มีทางให้คนผู้นั้นมารับผิดชอบอย่างแน่นอน

เอ่ยไม่ทันขาดคำเสียงกระจ่างใสไม่ต่างกับกระดิ่งเงินก็เอ่ยมาจากลำธาร

ผู้ใดอยู่ตรงนั้น

คนทั้งคู่ที่กำลังสนทนากันอยู่สะดุ้งพร้อมกัน

ข้าถามว่าผู้ใดอยู่ตรงนั้น นายท่านหลิ่วใช่หรือไม่เหยาอิงเอ๋อร์เอ่ยถามอีกครั้ง

หลิ่วเย่ทำท่าจะร่ำไห้ เขาจะทำอย่างไรดี เหตุใดเขาจึงโชคร้ายเช่นนี้ มาเห็นหญิงงามอาบน้ำ หากนางให้เขารับผิดชอบเขาจะรับไหวหรือ หากรับไหวแต่เขาก็คงผิดต่อนางแล้ว...

ไม่เป็นไร ศิษย์พี่ของข้าไม่ถือสาเพียงเรื่องแค่นี้ หากท่านเอ่ยเรื่องสัตย์จริงต่อนางนางกระซิบตบบ่าหลิ่วเย่ให้กำลังใจ

แต่เอ่ยไม่นานกลับได้ยินเสียงสะอื้นไห้มาจากทางเหยาอิงเอ๋อร์ ก่อนจะเอ่ยคร่ำครวญ แย่แล้ว หากเป็นเช่นนี้ แล้วข้าจะกล้าไปเจอหน้าผู้คนได้อย่างไร ชื่อเสียงของข้าคงป่นปี้ไม่เหลือแล้ว เหตุใดท่านจึงต้องแอบมาดูข้าอาบน้ำเช่นนี้

แทบจะไม่เชื่อหู หานหนิงเซียนโผล่หน้าออกจากก้อนหิน เห็นศิษย์พี่ของนางนั่งหันหลังร้องไห้กระซิกอยู่ นางไม่อยากจะเชื่อสายตา ศิษย์พี่ของนางนั่งร่ำไห้ดั่งสตรีอ่อนแอ นางต้องตาฝาดไปแน่ๆ ไม่เช่นนั้น ศิษย์พี่ของนางต้องมีแผนอะไรสักอย่าง

ข้ารับผิดชอบนางไม่ไหวหลิ่วเย่ครางออกมาในที่สุด

นี่ต้องเป็นวิธีรวบหัวรวบหางนายหลิ่วเย่แน่นอน ศิษย์พี่คิดว่าหลิ่วเย่คือผู้ครอบครองป้ายสำนักจึงจงใจให้หลิ่วเย่เห็นนางเปลื้องผ้าอาบน้ำเพื่อให้เขารับผิดชอบ ดังเช่นเมื่อไม่กี่วันก่อนที่นางถูกนายท่านหลงเห็น เขาก็บอกว่าจะรับผิดชอบนางเช่นกัน โชคดีเหลือเกินที่นางเรียนรู้ไว

ยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่หากศิษย์พี่รู้ว่าหลิ่วเย่นั้นเป็นผู้ครอบครองป้ายหยกตัวปลอม หลิ่วเย่คงต้องโดนศิษย์พี่ฆ่าทิ้งแน่ๆ หานหนิงเซียนลอบใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว

ท่านคลานหนีไป แล้วข้าจะช่วยท่านเองหานหนิงเซียนรีบกระซิบ

แม่นาง...หลิ่วเย่ตาเป็นประกายด้วยความซาบซึ้ง ไม่คิดว่าแม่นางน้อยผู้เป็นศิษย์น้องของเหยาอิงเอ๋อร์จะช่วยเขา แต่ตอนนี้มัวคิดมากไม่ได้เสียแล้ว จะแผนหรือสิ่งใดก็ช่างเถิดเขาต้องหลบไปจากที่นี่ก่อน

รีบไปเร็ว ตอนนี้ศิษย์พี่หันหลังให้อยู่ ท่านรีบไป

ได้ยินดังนั้นหลิ่วเย่ก็ไม่รีรอ รีบคลานออกห่างจากก้อนหินไม่ต่างกับสุนัขแต่ยามนั้นเขาไม่สนใจแล้วยอมเป็นสุนัขดีกว่าเป็นผู้ตกที่นั่งลำบาก และเมื่อห่างไปอีกหน่อยก็ลุกขึ้นวิ่งแนบหายไปจากลำธารอย่างรวดเร็ว

นายท่านหลิ่ว ท่านเห็นเรือนร่างข้าแล้ว ท่านจะไม่รับผิดชอบอย่างนั้นหรือ หากท่านทำเช่นนี้แล้วข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด ต่อไปคงไม่มีหน้าไปพบผู้คนแล้ว เห็นทีคงต้องผูกคอตายเพื่อลบล้างความอับอายในครั้งนี้เหยาอิงเอ๋อร์เอ่ยเสียงสั่นเครือน่าสงสาร

ได้ยินเสียงขยับเขยื้อนเสียงดังตรงหลังก้อนหิน เหยาอิงเอ๋อร์ที่ตัวสั่นเทาด้วยความหนาวก็เผยรอยยิ้มพอใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงอ้อนอีกครั้ง ท่านยอมรับผิดชอบข้าแล้วใช่หรือไม่เอ่ยจบก็หันกลับไปทางก้อนหิน รอยยิ้มที่คาอยู่กลายเป็นยิ้มค้างในทันที เสียงหวานที่หลุดออกไปกลายเป็นเสียงห้วน เจ้ามาทำอะไรที่นี่

หานหนิงเซียนยิ้มให้ทำเหมือนไม่ได้รับรู้สิ่งใดทั้งสิ้น ทั้งที่ในใจของนางแทบจะเหมือนฝันร้ายเมื่อได้ยินคำกล่าวของศิษย์พี่ คำกล่าวของศิษย์พี่ของนางช่างน่ากลัวยิ่งนัก นางไม่เคยได้ยินศิษย์พี่เอ่ยวาจาอ่อนแอเช่นนี้มาก่อน

ข้ามาตักน้ำ ว่าแต่ท่านเถิด อากาศเย็นเช่นนี้ศิษย์พี่ยังอาบน้ำได้อย่างสบายใจ ท่านช่างเป็นคนรักความสะอาดมากกว่าที่ข้าคิดไว้อีก แล้วเมื่อครู่ท่านกำลังเอ่ยกับผู้ใดหรือเห็นเหยาอิงเอ๋อร์ที่ไม่ได้สนใจ มองไปทางด้านหลังก้อนหินนางจึงเอ่ยต่อ ท่านเอ่ยให้ใครมารับผิดชอบท่านหรือ ว่าแต่หากสตรีเปลือยกายต่อหน้าบุรุษนั้นสตรีนางนั้นต้องตกเป็นของบุรุษผู้นั้นเหรอ แต่ไยเมื่อปีกลายข้าได้ยินศิษย์น้องเล่าให้ข้าฟังว่าศิษย์พี่ควักลูกตาคนสำนักมารผู้หนึ่งที่ลอบมาแอบมองท่านอาบน้ำเล่า

อย่าได้ถามมาก นายท่านหลิ่วล่ะ เจ้าเห็นหรือไม่เหยาอิงเอ๋อร์เอ่ยถามอย่างหงุดหงิด

ข้ามาอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว ไม่เห็นมีผู้ใด

เมื่อได้ยินดังนั้น เหยาอิงเอ๋อร์ก็ผุดลุกขึ้นจากน้ำ รีบกลับขึ้นไปที่โขดหินที่วางเสื้อผ้าเอาไว้สวมใส่อย่างรวดเร็ว

เห็นนางไม่ตอบจึงเอ่ยถามต่อ ท่านคิดว่านายท่านหลิ่วอยู่ตรงนี้หรือ ท่านต้องการให้นายท่านหลิ่วรับผิดชอบท่าน แล้วจะรับผิดชอบอย่างไร

เจ้านี่ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย รับผิดชอบก็ย่อมรับข้าเป็นภรรยาน่ะสินางกระแทกเสียง

แต่เราเป็นชาวยุทธ หาได้ถือเรื่องเล็กน้อย

นั่นมันเจ้า และข้าขอเตือน อย่ามาขัดขวางข้า เจ้าก็รู้ว่าที่ข้าทำเช่นนี้เพราะสิ่งใดเหยาอิงเอ๋อร์เอ่ยก่อนจะรีบเดินกลับไปทางเก่าที่นางเดินมา

ศิษย์พี่ถุงน้ำนางเอ่ยเรียกเมื่อเหยาอิงเอ๋อร์ไม่ได้เอาถุงน้ำกลับไป

เจ้าก็ตักแล้วเอากลับไปด้วย ข้าจะไปเดินลมปราณหนาวจะตายอยู่แล้ว

ศิษย์พี่ของนางช่างมีความทะเยอทะยานเหลือเกิน ดีที่นางไม่ได้อยากคิดเป็นเจ้าสำนัก ไม่เช่นนั้นต้องแข่งกับศิษย์พี่นางคงเหนื่อยตาย แต่จะบอกกับศิษย์พี่อย่างไรดีกว่าหลิ่วเย่ไม่ใช่ผู้ครอบครองป้ายหยกตัวจริง นางสัญญาไว้กับนายท่านหลงแล้วเสียด้วย

ถอนหายใจด้วยความลำบากใจ คงมีทางเดียวคือต้องขัดขวางนางทุกวิถีทาง ไม่เช่นนั้นหากศิษย์มารู้ทีหลังว่านางรู้ว่าหลิ่วเย่เป็นตัวปลอม ศิษย์พี่ต้องมาชำระแค้นกับนางแน่ๆ

หานหนิงเซียนเดินไปหยิบถุงหนังมากรอกน้ำ สายน้ำเย็นมากจริงๆ คิดถึงความหนักแน่นของศิษย์พี่แล้วนางนับถือจริงๆ กรอกน้ำเต็มถุง นางก็อยากทำความสะอาดร่างกายตัวเองบ้างเพราะไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้ว หน้าของนางก็แปลงโฉมไว้ตลอด ไม่มีโอกาสถอดหน้ากากหนังออกเลย ขอล้างเนื้อล้างตัวล้างหน้าเสียหน่อยก็แล้วกัน คงไม่มีใครมาแล้ว

นางเริ่มวักน้ำมาทำความสะอาดแขนขา ความเย็นของน้ำทำให้นางกระปรี้กระเปร่าจนหายเหนื่อยล้าเลยทีเดียว ลอกหน้ากากออกช้าๆ เอามาผึ่งอากาศ ล้างหน้าตนเองแล้วนั่งพักสักครู่เพื่อให้ใบหน้าและหน้ากากได้หายใจ

นางนั่งเหยียดขาอยู่ข้างลำธารตรงที่มีเพียงกรวดหินแห้ง เท้าแขนไว้ด้านหลังแหงนหน้าหลับตาให้ใบหน้าได้รับลมและแสงอาทิตย์ยามอัสดงอย่างผ่อนคลาย อากาศแม้จะเย็นแต่เพราะมีสายธารหลั่งรินอยู่ใกล้ๆ ใบไม้สีเขียวขจีที่ยังพอหลงเหลือจึงทำให้อากาศสดชื่น สุดท้ายนางก็ทนไม่ไหวเอนกายนอกราบและผล็อยหลับไปที่ข้างลำธาร

ในขณะที่นางเผลอหลับไปนั้น ไม่ได้รู้สึกตัวว่าตอนนี้มีบุรุษผู้หนึ่งเหินลงมาจากต้นไม้สูงมายืนอยู่ห่างนางไม่ไกล เขาใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนกายเข้าใกล้ ขยับมานั่งอยู่ข้างๆ นางก่อนจะนอนตะแคงมองใบหน้าของนางในยามหลับใหลด้วยแววตา อบอุ่นและลุ่มหลง

เป็นนางจริงๆ ... เขาลอบมองนางตั้งแต่นางมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว เห็นตั้งแต่ตอนที่นางเอ่ยถามหลิ่วเย่ว่าทำสิ่งใด และเหตุการณ์หลังจากนั้น เขาเฝ้าดูนางเพราะต้องการรู้ว่านางใช่สตรีที่เขามอบหยกมันแพะตามที่เขาคาดเดาหรือไม่ และก็เป็นตามที่เขาคาดเดานางคือสตรีนางนั้น

เฟยหลงซ่างพิศใบหน้างดงามปานเทพธิดาด้วยไม่อาจละสายตาไปไหน เขาจำไม่ได้แล้วว่าเขามองใบหน้าของสตรีจริงจังครั้งสุดท้ายเมื่อใดกัน แม้สตรีที่งดงามปานล่มเมืองเขาก็เห็นเป็นแค่สิ่งสวยงามสิ่งหนึ่ง แต่ไม่ได้ตราตรึงใจเช่นนางขนาดนี้ คิดถึงแววตาของนางยามดื้อรั้นดึงดันพยายามจะช่วยคู่สามีภรรยาที่ต้องการห้องพัก เพียงแค่ประกายดวงตาของนางก็ไม่อาจทำให้เขาละสายตาไปที่ใดได้ ยิ่งมาพบว่าแท้จริงแล้วนางงามปานเทพธิดานั่นก็ยิ่งจะทำให้เขายากจะปล่อยนางไป

เขาวาดมือกลางอากาศที่กรอบใบหน้ารูปไข่โดยไม่สัมผัสโดนนาง พยายามจำขนตางามงอนของนางที่แม้แต่ยามหลับมันก็ต้องคงดกและงอนยาว จมูกเล็กรั้นขึ้นมาน้อยๆ และริมฝีปากอวบอิ่มสีกลีบปากไม่ต่างกับดอกเหมยยามคลี่บาน อยากจะลิ้มรสสัมผัสอีกครั้งแต่หากทำเช่นนั้นนางจะต้องตื่นแน่ๆ จึงทำได้แค่เพียงเฝ้ามองนาง มองอย่างหวงแหน นางคือสมบัติอันล้ำค่าของเขา เขาจะทะนุถนอมสิ่งล้ำค่าสิ่งนี้ไว้ในอุ้งมือไม่ให้มันแตกสลายหรือตกไปอยู่ในมือของผู้ใด

 

นางหลับไปนานเท่าใดกัน...

หานหนิงเซียนคิดก่อนจะขยับกายยืดแขนจนสุดเพื่อคลายกล้ามเนื้อในร่างแล้วลุกขึ้นมานั่งด้วยท่าทางเกียจคร้าน แต่เมื่อคิดถึงหน้ากากแปลงโฉมที่วางผึ่งลมเอาไว้ก็ตกใจรีบหันกลับไปมอง

ยังอยู่ที่เดิม...

นางพรูลมหายใจด้วยความโล่งใจ หยิบหน้ากากขึ้นมาสวมไว้เช่นเดิม นางกลัวว่าหน้ากากจะถูกลมพัดปลิวหาย หากให้ทำขึ้นมาใหม่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรอีกทั้งอาจจะมีสิ่งของที่จำเป็นในการทำหน้ากากไม่ครบ

ทำอะไรอยู่หรือ แม่นางหานเสียงทุ้มเอ่ยเนิบนาบพร้อมกับเสียงเหยียบก้อนกรวดดังเข้ามาใกล้

หานหนิงเซียนตกใจ ที่จริงนางควรจะได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาแต่ไกล แต่ไยนางไม่ได้ยิน ได้ยินอีกครั้งก็ใกล้จนเกินไปแล้ว นางรีบหันหลังให้เสียงทันทีเพราะยังสวมหน้ากากไม่เสร็จ

ได้โปรดอย่าเข้ามา ข้าแต่งตัวไม่เรียบร้อย หากท่านเข้ามาข้าอาจจะเสื่อมเสียได้นางเลียนแบบศิษย์พี่ของนาง

ได้ยินนางกล่าวเขาอยากจะหัวเราะเสียงดัง นางเริ่มเรียนรู้แล้ว ตอนที่อยู่โรงเตี๊ยมหมื่นลี้ เขาเห็นนางจนหมดไม่เหลือนางแทบจะไม่ได้สนใจ สีหน้าไม่เปลี่ยนลมหายใจไม่ติดขัด แต่ครั้งนี้นางเอาเรื่องนี้มาอ้างทั้งที่นางยังสวมเสื้อผ้าครบ

ข้าก็ไม่เห็นแม่นางหานจะไม่เรียบร้อยตรงที่ใดเขาขยับเดินเข้าไปอีกก้าว เห็นนางก้มหน้ากำลังสวมหน้ากากแปลงโฉมกลับเข้าไปอย่างรีบร้อนจึงไม่ก้าวเข้าไป

ด้านหานหนิงเซียนหลังจากสวมหน้ากากกลับไปอย่างรีบร้อน จับใบหน้าจนแน่ใจว่าแผ่นหนังแนบสนิทใบหน้ากับลำคอแล้วจึงหันกลับมาเผชิญหน้าเขา

ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด

สักพักใหญ่เขายิ้มตอบมองดวงตาคู่งามของนาง

เมื่อครู่ศิษย์พี่ของข้ามาอาบน้ำที่นี่หรือท่านมาแอบดูศิษย์พี่ของข้าอาบน้ำนางเอ่ยถามแววตาจับผิด ไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่ของนางนานเพียงใดเพราะนางบังเอิญหลับไป

หากเขายอมรับนางจะยัดเยียดศิษย์พี่ให้เขาในทันที เพราะอย่างแรกนางจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดกับสัญญาที่เขาทำไว้กับนาง ถึงแม้ตอนนี้เขาจะไม่รู้ก็ตามว่าเป็นนาง อย่างที่สองคือ นางเดาว่าเขาคือผู้ครอบครองป้ายหยกของสำนักที่แท้จริงนั่นคือความต้องการของศิษย์พี่ ยิ่งธนูดอกเดียวได้นกสองตัวประเสริฐยิ่ง

แม่นางเหยามาอาบน้ำที่นี่เหรอ น่าเสียดายที่ข้ามาไม่ทันเขาทำหน้าเสียดายเล็กน้อย

เขามาทันแล้วอย่างไร เห็นนางเปลือยกายแล้วอย่างไร เขาไม่รับนางแล้วจะทำไม! ใครบังคับเขาได้ เขาไม่ได้อยากมองเสียหน่อยเป็นเหยาอิงเอ๋อร์เองต่างหากที่ใจไร้คุณธรรมของสตรีที่ดี เปลือยกายต่อหน้าบุรุษ แม้แต่หลิ่วเย่เองยังไม่อยากดู แล้วเขาจะอยากดูได้อย่างไรกัน

เห็นหานหนิงเซียนทำหน้าตาเสียดาย เขาก็เริ่มไม่พอใจ นางอยากให้เขาดูสตรีนางอื่นเปลือยกายหรือ นางอยากให้เขารับสตรีนางอื่นเป็นภรรยาเหรอ ไม่มีทาง!

อันที่จริงตอนที่อยู่โรงเตี๊ยมหมื่นลี้ ข้าเห็นสตรีนางหนึ่งเปลือยกายตรงหน้า ดังนั้นข้าคงรับสตรีนางอื่นมาเป็นภรรยาไม่ได้เสียแล้ว

หากรับนางแล้วไยท่านยังอยู่ที่นี่เล่า ไยไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ข้าไม่อยากบังคับฝืนใจนาง

เช่นนั้นท่านก็พลาดเสียแล้ว หากนางไม่เต็มใจยามนี้นางคงหนีไปไกลแล้ว

ไม่สิ่งใดหนีไปจากข้าได้หากข้าไม่ได้เป็นคนปล่อยไป

ท่านมั่นใจตัวเองเกินไป ทุกคนล้วนมีความคิดมีอิสระเป็นของตนเอง

เรื่องนั้นไม่ผิด เพราะตอนนี้ข้ายังให้อิสระกับนางได้ทุกอย่าง สิ่งเดียวที่นางเป็นอิสระไม่ได้คือหัวใจของนาง ข้าให้คำมั่นสัญญากับนางแล้ว สัญญานั้นจะมัดหัวใจของนางจนไม่สามารถหนีไปจากข้าได้ แล้วนางจะมีข้าอยู่ในใจเพิ่มขึ้นๆ จนสุดท้ายนางก็ไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองได้

ท่านพูดจาเหลวไหลใด ข้าไม่เข้าใจ ค่ำแล้วข้าของตัวกลับที่พักก่อนนางเอ่ยอย่างหงุดหงิด

ที่เจ้าหงุดหงิดเช่นนี้อย่าบอกนะว่า...เจ้าเกิดต้องใจหลงใหลข้าเข้าเสียแล้วเฟยหลงซ่างหรี่ตามถาม

นางเบิ่งตากว้าง...ต้องใจหลงใหล!

สวรรค์...บุรุษผู้นี้สติเลอะเลือนไปแล้วหรือไร นางนะหรือต้องใจหลงใหล นางเอ่ยอะไรไม่ออกคำพูดต่างๆนานา ติดอยู่ที่ลำคอ ขณะกำลังจะหาคำพูดมาเอ่ยตอบ เฟยหลงซ่างกลับเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

ที่จริงเจ้าต้องใจข้าตั้งแต่ครั้งแรกที่พบแล้ว ข้าดูแววตาของเจ้าออก

ท่านเอ่ยวาจาเหลวไหลนางไม่เคยสนใจเขาสักนิด เขามีความดีอะไรให้นางสนใจเขา คนแซ่เฉินยังน่าสนใจมากกว่า

เจ้าไม่ต้องกังวลไป เพราะสุดท้ายแล้วข้าก็มีสตรีที่หมั้นหมายเอาไว้แล้ว แต่เพื่อไม่ให้เจ้าลำบากใจ ต่อแต่นี้ข้าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและดูแลเจ้าเพื่อเป็นการตอบแทนที่เจ้ารู้สึกดีๆ แก่ข้า

ข้าไม่ได้นางกำลังปฏิเสธแต่ถูกเขาเอ่ยขัด

เจ้าไม่ต้องลำบากใจ ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าไม่เปิดเผยความลับของเจ้าคว้าถุงน้ำในมือของนางมาสองถุง ข้าช่วยถือ

ท่าน!”

เพราะเขาไม่ฟังสิ่งใดนางเลย สุดท้ายนางจึงได้แต่ขึงตาใส่เขาก่อนจะเดินนำไป

เฟยหลงซ่างเห็นท่าทางขัดใจของนางเขาเพียงแค่ยกยิ้มแล้วเดินตามไป

สายลมยามค่ำพัดผ่านร่างบางของหญิงสาว กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวของนางทำให้เขาเผลอสูดอากาศกลิ่นของนางเข้าไปอย่างห้ามไม่อยู่ กลิ่นนี้ของนางทำให้หัวสมองของเขาปลอดโปร่งและผ่อนคลาย ไม่เคยคิดว่าต้องเดินตามสตรีนางใด แต่คืนนี้กลับเดินตามสตรีผู้นี้ด้วยความเต็มใจและยินดี

ภายใต้ม่านราตรี ภาพหญิงสาวเดินนำชายร่างสูงสง่าผ่าเผย สายลมเย็นในยามราตรีทำให้ผมยาวสลวยของคนทั้งสองพลิ้วไปตามแรงลม ทั้งที่อากาศเริ่มหนาวเย็นแต่ภาพนั้นกลับทำให้องครักษ์ที่ได้มาพบเห็นรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

 

เพียงครั้งเดียวที่หานหนิงเซียนช่วยเหลือหลิ่วเย่พ้นจากวิกฤติเหยาอิงเอ๋อร์ ทำให้หลิ่วเย่สนิทสนมและเชื่อใจหานหนิงเซียนได้อย่างรวดเร็ว ในครั้งแรกหานหนิงเซียนก็ไม่ค่อยชอบนัก แต่เมื่อได้สนทนากันแล้วนางเพิ่งจะรู้ว่าหลิ่วเย่นั้นเป็นผู้ที่รู้ขนบธรรมเนียมและการใช้ชีวิตของคนธรรมดาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทำให้นางเปิดหูเปิดตามากกว่าเดิมหลายเท่านัก

อย่างเช่นวันนี้ ระหว่างขี่ม้าเดินทางกันมาอย่างไม่รีบร้อน นางจึงถือโอกาสสอบถามถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำของสตรี ได้คำตอบกลับมาอย่างเป็นงานเป็นการจากหลิ่วเย่ว่า

สตรีนั้นแม้จะมีรูปร่างหน้าตาสะสวยเพียงไร แต่สิ่งที่สำคัญและได้รับการยกย่องเสียยิ่งกว่าความงามภายนอกก็คือหญิงสาวผู้ทรงไว้ซึ่ง สามเชื่อฟัง สี่คุณธรรม...สามเชื่อฟังก็ได้แก่ ก่อนแต่งให้เชื่อฟังบิดา หลังแต่งให้เชื่อฟังสามี และเมื่อสามีตายจากก็ให้เชื่อฟังลูกชาย

เอ่ยยังไม่ถึงสี่คุณธรรมนางก็ค้านเสียแล้ว เชื่อฟังบิดาข้ายังพอเข้าใจ แต่ไยต้องเชื่อฟังสามี แม้แต่บุตรที่อายุน้อยกว่าเหตุใดพวกนางยังต้องเชื่อฟัง ไยนางจึงมีความคิดเป็นของนางเองไม่ได้

นั่นเป็นเพราะเหล่าสตรีนั้นเป็นเพศที่เสียสละอย่างไรเล่า พวกนางล้วนเกิดมาเพื่อทำเพื่อผู้อื่น อยู่เพื่อผู้อื่นครั้งนี้เป็นเฉินหลันเทียนที่ฟังการสนทนาของคนทั้งสองแล้วนึกสนุกเข้าไปร่วมวงด้วย เขากระตุ้นม้าให้ไปเดินขนาบข้างหานหนิงเซียน

หากพวกนางเสียสละกันปานนั้นแล้วไยไม่มีใครตามใจพวกนางบ้างเล่า

หากเป็นผู้อื่นคงนึกรำคาญแม่นางท่านนี้แล้ว แต่บังเอิญทั้งเฉินหลันเทียนและหลิ่วเย่นั้นเป็นบุคคลที่มีความอดทนสูงทั้งคู่ คนหนึ่งอดทนสูงเพราะต้องรับใช้ผู้ที่เรื่องมากกว่าใครในใต้หล้า ส่วนอีกคนหนึ่งอดทนสูงเพราะเป็นนิสัยของเขา

ข้าว่านะพวกนางก็คงมีคนตามใจบ้าง แต่คงไม่มีผู้ใดออกมาเปิดเผยเท่านั้นเองเฉินหลงเทียนเอ่ย

เป็นภรรยาของผู้อื่นล้วนเรื่องมาก เป็นมารดาของผู้อื่นยิ่งเรื่องมากเข้าไปใหญ่ โชคดีเหลือเกินที่ข้าไม่คิดจะเป็นภรรยาหรือเป็นมารดาของผู้ใด

มารดามันเถอะ! แม้นางอยากจะไปมารดาให้ผู้ใดเขาก็ไม่ยอมเด็ดขาด ยิ่งแล้วใหญ่หากนางคิดจะไปเป็นภรรยาของผู้อื่นเขายิ่งไม่ยอม จะตามไปฉีกร่างชายผู้นั้นจนนางตามหาศพมาประกอบร่างไม่เจอเลยทีเดียว

เฟยหลงซ่างที่แอบฟังอยู่คิดในใจ

แล้วสี่คุณธรรม เป็นเช่นไรนางหันไปเอ่ยถามหลิ่วเย่ต่อ แม้จะเห็นสายตาไม่พอใจของเหยาอิงเอ๋อร์ที่ขี่ม้าขนาบหลิ่วเย่อยู่อีกข้าง นางก็ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ใช่จะถามผู้ใดก็ได้ ที่แน่ๆ นางรู้ว่าเหยาอิงเอ๋อร์นางก็สนใจฟังเช่นกัน

สี่คุณธรรมนั้นได้แก่ รูปร่างหน้าตาต้องสะอาดสะอ้าน กิริยามารยาทเพียบพร้อม กล่าวมธุรสวาจา การบ้านการเรือนไม่ขาดตกบกพร่องนั่นเอง

นางคำนวณในใจนอกจากหน้าตาสะอาดสะอ้านเป็นบางครั้ง นอกนั้นนางไม่มีเลย สี่คุณธรรมของนางได้เพียงหนึ่งคุณธรรมเท่านั้นแถมยังเป็นบางวันอีกต่างหาก

ยังไม่เพียงเท่านั้น สตรีต้องมีความสามารถ ทั้งดนตรี หมากรุก เขียนพู่กัน วาดเขียน งานเย็บปักด้วยจึงจะเพียบพร้อมเฉินหลันเทียนกล่าวเสริม

เป็นสตรีสมัยนี้ช่างเรื่องมากเหลือเกิน ข้าขอแก่เป็นยายตายอยู่บนเขาไท่หย่งซานดีกว่านางเอ่ยออกมาในที่สุด ทั้งคณะที่ได้ยินต่างหัวเราะอย่างสนุกสนาน

อวิ๋นมู่มองดูศิษย์น้อง นานแล้วที่นางไม่ค่อยได้สุงสิงกับผู้อื่นเช่นนี้ เพราะใบหน้าที่งดงามของนางทำให้นางหลบหนีผู้คน นางไม่ชอบถูกใครมอง นางไม่ชอบให้ผู้อื่นมองนางแค่ภายนอกแต่ต้องการให้มองนางจากด้านใน การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นการดีต่อหานหนิงเซียนมาก อย่างแรกเพื่อนางได้เปิดหูเปิดตาไม่ได้อยู่แค่บนเขาอย่างเดียว อย่างที่สองคือนางได้พบปะกับผู้คนมากหน้าทำให้นางสามารถวิเคราะห์นิสัยผู้คนได้มากยิ่งขึ้น แต่เพราะนางเป็นหญิงสาวที่มองโลกในแง่ดี นางจึงมองผู้อื่นไม่ค่อยออกสักเท่ามดว่าเขามาดีหรือมาร้าย

หันไปทางเหยาอิงเอ๋อร์ศิษย์น้องอีกคน ศิษย์น้องคนนี้ก็มีความทะเยอทะยานจนบางครั้งความทะเยอทะยานของนางทำให้นางริษยาผู้ที่ได้ดีกว่า อย่างเช่นยามนี้เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างคุยกับหานหนิงเซียนอย่างเป็นกันเอง เหยาอิงเอ๋อร์กลับมีสีหน้าไม่พอใจและส่งสายตาริษยาไปทางหานหนิงเซียน

มีขบวนม้าควบมาทางนี้!” ไป่หลางเอ่ยเสียงดังเมื่อได้ยินเสียงกลุ่มคนควบม้ามาแต่ไกล

มีประมาณเท่าใดเฟยหลงซ่างเอ่ยถาม คณะเดินทางทั้งคณะต่างรั้งบังเหียนให้ม้าหยุดเดินทันที

ไป๋เฉิงรวดเร็วกว่าผู้ใดพลิกตัวลงจากม้า ย่อกายทรุดตัวลงแนบหูลงบนพื้น ทุกคนจ้องมองด้วยใบหน้าเคร่งขรึมเขาลุกขึ้น หันไปตอบเฟยหลงซ่าง น่าจะมากกว่ายี่สิบขอรับ ควบมารวดเร็วอยู่ห่างไม่กี่ลี้แล้ว

อาจจะเป็นพวกม้าเร็วของสำนักคุ้มภัย แต่เพื่อความปลอดภัย เรารีบจูงม้าไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้รอพวกเขาผ่านไปก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อดีกว่า

ไป่หลางเอ่ยรวดเร็วทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ต่างจูงม้าเข้าไปอยู่หลังพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่ข้างทางเพื่อหลบกลุ่มม้าที่กำลังควบมา หลิ่วเย่จูงม้าไปหลบอยู่ทางซ้ายของถนนสายเล็ก ไป่หลาง อวิ๋นมู่ เหยาอินเอ๋อร์รีบจูงม้าตามไป หน้าที่ป้องกันนายท่านหลิ่วคืองานของพวกเขา หานหนิงเซียนกำลังจะจูงม้าตามศิษย์พี่ไป สายบังเหียนกลับถูกเฟยหลงซ่างดึงเอาไว้

เจ้ามาอยู่ตรงนี้เขาเอ่ยให้นางมาหลบอยู่ที่ต้นไม้ใกล้เขา อยู่อีกฝั่งของพวกหลิ่วเย่ ข้างเขามีเฉินหลันเทียน ไป๋เฉิงและชิงซา

แต่ข้าต้องคุ้มครองนายท่านหลิ่วนางแย้งกำลังจูงม้าตามศิษย์พี่ไป

อวิ๋นมู่เห็นว่าหานหนิงเซียนกำลังจะข้ามมาทางด้านเขาแต่เพราะเสียงควบม้านั้นใกล้เข้ามาแล้วจึงส่งสัญญาณให้นางอยู่ที่เดิม ได้ยินเสียงนกบินแตกฮือมาแต่ไกลพร้อมกับฝุ่นควันที่ลอยตลบ หนทางเส้นนี้ไม่ได้กว้างมากนักทำให้ม้าที่ควบทะยานมาวิ่งตามกันมาเป็นสาย เสียงกีบเท้าม้าที่ย่ำลงบนพื้นทำให้พื้นดินบริเวณนั้นสั่นสะเทือนไม่ต่างกับแผ่นดินไหว ทุกคนต่างเห็นว่าม้าที่วิ่งผ่านมานั้นมีเหล่าชายแต่งชุดรัดกุมสีดำควบม้าอย่างคล่องแคล่ว ที่เอวของคนเหล่านั้นมีกระบี่เหน็บอยู่บ้างดาบสะพายหลังบ้าง

ไม่ใช่คนของสำนักคุ้มภัย สำนักคุ้มภัยไม่แต่งชุดดำ หากเป็นโจรภูเขาก็ไม่แน่...ไป่หลางคำนวณในใจ

แต่ในขณะที่ไป่หลางคำนวณอยู่นั้น คณะของเฟยหลงซ่างต่างรู้ดีว่าไม่ใช่โจรภูเขา โจรภูเขาไม่แต่งชุดดำรัดกุมเช่นนี้ และม้าของพวกโจรภูเขาก็ไม่พ่วงพีดูมีสง่าราศีเช่นนี้ ชายชุดดำพวกนี้เป็นนักฆ่าที่ถูกฝึกมา แต่ถูกฝึกมาจากที่ใดหารู้ไม่

ขบวนม้าควบผ่านไปหมดแล้ว ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ชีซากลับเริ่มให้สัญญาณกับไป๋เฉิง ทั้งคู่มัดม้าเอาที่โคนต้นไม้ชักกระบี่ออกมาจากฝัก เห็นดังนั้นทุกคนจึงทำตาม และไม่นานพวกเขาก็ได้ยินเสียงม้าควบกลับมา

พวกมันต้องการฆ่าพวกเรา ระวังตัวด้วยเฉินหลันเทียนเอ่ยขณะที่เสียงม้าเคลื่อนเข้ามาใกล้อีกครั้ง มือของเขาสะบัดพัดคู่กายให้คลี่ออก

หานหนิงเซียนชักกระบี่ที่เอวออกมาด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว สายตามองไปทางกลุ่มฝุ่นควันที่เริ่มตลบอบอวลที่เข้ามาใกล้อีกครั้ง

อยู่ด้านหลังข้าเฟยหลงซ่างกระซิบกับนาง

นางมองเขาครั้งหนึ่งแล้วเมินไป สิ่งนั้นยั่วโทสะเขาได้ดีเหลือเกิน เขารู้ว่าคนพวกนั้นต้องการมาเอาชีวิตเขา แต่เขาไม่ต้องการหลบอยู่ด้านหลังสตรี และสาเหตุเป็นเพราะเขา เขาจึงไม่อยากให้นางได้รับบาดเจ็บจึงต้องการปกป้องนาง แต่นางกลับเมินเขา ช่างเป็นสตรีที่น่าส่งไปวังเย็นเสียจริงๆ แม้กระนั้นเขาก็ดึงนางไปอยู่ด้านหลังจนได้

ขบวนม้าหยุดอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มของพวกเขา เดาว่าพวกมันคงรู้ว่าขบวนของเขาหลบซ่อนอยู่แถวนี้ เพียงไม่นานทุกอย่างในป่าก็เงียบกริบไม่ต่างกับป่าช้าทั้งที่เป็นเวลากลางวันแสกๆ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงนกร้องกลิ่นอายการเข่นฆ่าเริ่มรุนแรงขึ้น บนต้นไม้ที่เคยเขียวชอุ่ม ยามนี้กลับมีเงาดำเคลื่อนไหวมากมายไปหมด

ฆ่ามันให้หมด!” เสียงคำรามของบุรุษชุดดำผู้หนึ่ง

ทุกคนรักษาตัวด้วยไป่หลางเอ่ยเสียงดัง และนั่นเป็นสัญญาณของการต่อสู้ที่เริ่มขึ้น

เหล่าชายชุดดำที่ใช้วิชาตัวเบากระโดดไปพลางตัวอยู่บนต้นไม้ต่างพุ่งดิ่งลงมาหาคณะเดินทางที่อยู่บนพื้น แสงสีเงินวาบไหวไปทั่วป่าบริเวณนั้นพร้อมกับแสงสว่างวาบยามกระบี่ด้ามยาวสะท้อนแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบไปทั่วผืนป่า

กลุ่มบุรุษชุดดำมีประมาณสามสิบคน ทุกคนถูกฝึกมาอย่างดี เมื่อได้ยินคำสั่งต่างก็พุ่งดิ่งลงมาเหมือนลูกบอลก้อนใหญ่โดยพร้อมเพรียง เฉินหลันเทียนและอวิ๋นมู่ซัดอาวุธลับออกไป อาวุธลับที่ถูกซัดออกไปโดนกลุ่มบุรุษชุดดำมากกว่าครึ่ง

อาวุธลับของเฉินหลันเทียนคือเข็มพิษที่อยู่ในพัดประจำกายของเขา คนที่โดนล้วนชาไปทั้งตัวเคลื่อนไหวช้าลงควบคุมตัวเองไม่ได้ทำให้ง่ายต่อการจัดการ ส่วนอวิ๋นมู่นั้นเป็นลูกดอกที่อาบพิษจากผึ้งสายพันธุ์พิเศษความร้ายแรงของมันไม่ไม่ได้น้อยหน้ากว่าพิษของตัวต่อ อีกทั้งยังรุนแรงกว่าด้วยเพราะผู้ที่โดนลูกดอกของอวิ๋นมู่ต่างร่วงลงพื้นน้ำลายฟูมปากชักกระตุกและขาดใจตายในทันที

แม้สำนักวิหคสวรรค์จะเป็นสำนักคุณธรรมแต่ไม่ได้หมายความว่าคนสำนักวิหคสวรรค์จะไม่ใช่อาวุธลับ เพราะรู้ว่าคนที่ต่อกรด้วยนั้นเป็นผู้ใดจึงไม่สามารถอ่อนข้อให้ได้แม้แต่น้อย

หลังจากชายชุดดำล้มตายไปกว่าครึ่งก็ง่ายที่พวกเฟยหลงซ่างและไป่หลางจะจัดการ เหล่าศิษย์สำนักวิหคสวรรค์ต่างคุ้มครองหลิ่วเย่ที่เป็นบุรุษเพียงผู้เดียวที่ไม่รู้วรยุทธ ยกเว้นหานหนิงเซียนที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรนางก็มักจะถูกเฟยหลงซ่างรั้งกลับมาอยู่ข้างกายเขา

ถอยไปนะ ข้าจะไปทำภารกิจของข้าหานหนิงเซียนเอ่ยอีกครั้งเมื่อถูกแผ่นหลังของเฟยหลงซ่างขยับเข้ามาบังกายไม่ให้นางพุ่งไปคุ้มครองหลิ่วเย่

เฟยหลงซ่างตวัดกระบี่อีกครั้งชายชุดดำตรงหน้าขาดเป็นสองท่อนเลือดสาดกระจายกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง หันกลับมาหานางด้วยแววตาดุดัน ข้าสั่งให้เจ้าอยู่ข้างหลังข้า หลิ่วเย่มีศิษย์พี่ของเจ้าสามคนดูแลก็เพียงพอแล้ว เจ้าจะหาเรื่องไปไยเอ่ยจบก็เบี่ยงกายหลบดาบที่พุ่งมาจากด้านหลัง รั้งตัวนางเข้ามากอดแล้วพลิกตัวหลบไปพร้อมกัน

นายท่านขอรับ พวกเราจัดการเอง

ไป๋เฉิงเข้ามาขวางชายชุดดำที่พุ่งเป้ามาที่เฟยหลงซ่าน ชีซายืนป้องกันเฟยหลงซ่างอยู่ด้านหน้าเขา

ข้าไม่ได้ลงเขามาเพื่อให้ผู้ใดปกป้องนะหานหนิงเซียนเอ่ย ขยับออกจากอ้อมอกของเฟยหลงซ่างที่ใช้มือข้างหนึ่งกอดนางเอาไว้แนบอก

งั้นก็จงชินเอาไว้ซะ เพราะข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าข้าจะตอบแทนน้ำใจของเจ้าด้วยการดูแลและปกป้องเจ้าเฟยหลงซ่างเอ่ย กระชับนางไว้แน่นมองดูการต่อสู้ข้างหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ข้ามอบน้ำใจใดให้ท่านนางเอ่ยอย่างโกรธเคือง นานๆนางจะได้ยืดเส้นยืดสายสักที แม้จะไม่ชอบเลือดแต่น้อยครั้งนักที่นางจะได้ใช้วรยุทธที่ล่ำเรียนมาอย่างจริงจัง อีกทั้งเขายังเอ่ยเรื่องอะไรนางไม่เข้าใจ

ก็เรื่องที่เจ้าตกหลุมรักข้าอย่างไรเล่า

ไป๋เฉิงและชีซาได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยจากด้านหลังแทบจะเสียกระบวนท่า นายท่านของเขาผู้นี้นะหรือตอบแทนน้ำใจสตรีที่ตกหลุมรักเขา ไก่คงเบ่งลูกออกมาเป็นสุกรได้แล้ว เพราะตั้งแต่รับใช้นายท่านมาพวกเขาไม่เคยเห็นนายท่านจะตอบแทนความรักจากสตรีนางใดเลย

ข้าเปล่า...นางปฏิเสธอย่างฉุนเฉียว เหตุใดเขาจึงคิดว่านางตกหลุมรักเขากัน

เจ้าเก็บแรงไว้เถิด กลุ่มคนที่คิดจะสังหารข้ายังมีอีกมากแม้เสียงจะราบเรียบไม่ได้ดูร้อนใจ

พวกเขาต้องการชีวิตท่านหรือนางเอ่ยถามมองหน้าเขา

เขาพยักหน้า

ก็เป็นไปได้ ในเมื่อเขาคือผู้ครอบครองป้ายหยกของสำนักวิหคสวรรค์ แต่ไยเขาจึงให้หลิ่วเย่ครอบครองไปล่ะ แล้วเหตุใดท่านจึงให้หลิ่วเย่ครอบครองเล่า

เพราะเขาไม่มีวรยุทธ ข้าไม่ไว้ใจบางครั้งอาจจะทำให้เขาเป็นภัยได้นั่นคือสิ่งที่เขาคิดจริงๆ แต่อีกเหตุผลหนึ่งเขาไม่ได้บอกนาง

เห็นทีนางจะต้องมองเขาใหม่แล้ว เพราะตั้งแต่ที่รู้จักเขา นางคิดว่าเขาเป็นคนเลือดเย็นเห็นแก่ตัวเสียอีก เพราะเขาปฏิเสธสละห้องพักให้หญิงสาวท้องแก่อย่างไม่ไยดี แต่อย่างน้อยเขาก็มีข้อดีที่ปกป้องคนใต้อาณัติ ที่เขาคิดจะปกป้องนางก็คงไม่ต่างกัน หารู้ไม่ว่าที่เขาปกป้องนางนั้นไม่เหมือนกัน


------------------



มาอัพให้เพิ่มเพราะจะบอกว่าพรุ่งนี้งดอัพนิยายนะคะ

แล้วเจอกันวันมะรืนค่ะ

ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ 




---


ส่วนใหญ่จะแจ้งข่าวสารทางเพจ ฝากกดถูกใจไว้ด้วยนะคะ
กดแฟนเพจตรงนี้จ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,060 ความคิดเห็น

  1. #2048 whansb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:02
    สนุกคะ
    #2,048
    1
    • #2048-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:23
      ขอบคุณค่ะ
      #2048-1
  2. #1540 fahnatee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 22:49
    5555 นายท่านคนเขารู้ทันหรอก
    #1,540
    1
    • #1540-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      23 ธันวาคม 2560 / 11:57
      รู้ทันไรเหยอ
      #1540-1
  3. #83 ' MR.lEE3. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 01:00
    ฮ่องเต้เรื่องนี้ตลก5555
    มีคำผิดและพิมพ์ตกอยู่บ้าง
    บรรยายไม่ละเอียดเท่าไหร่
    แต่แต่งได้ดีค่ะชอบพล็อตเป็นกำลังใจให้ค่ะอย่าหายไปนะ
    #83
    1
    • #83-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      30 ตุลาคม 2560 / 11:09
      ขอบคุณสำหรับคำติชมนะคะ จะพยายามปรับปรุงกันต่อไปค่ะ
      #83-1
  4. #32 อ้อเเอ้ ☂ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 14:08
    ไก่เบ่งลูกเป็นสุกร55555555หยุดขำไม่ได้เลยสนุกมากค่ะ
    #32
    1
    • #32-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      27 ตุลาคม 2560 / 14:16
      ดีใจที่สนุกและขำค่ะ
      #32-1
  5. #31 plum123 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 22:40
    ไก่จะเบ่งลูกเป็นสุกรแล้ว5555
    #31
    1
  6. #30 love-novel-pp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 21:49
    ชอบมากค่ะ รอนะคะ
    ขอบคุณค่ะ
    #30
    1
    • #30-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      27 ตุลาคม 2560 / 14:15
      ขอบคุณค่ะ ฝากด้วยเน้อ
      #30-1
  7. #29 YamParis (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:38
    เฮ้ออออ เราเริ่มจะไม่ค่อยพอใจนางคนนั้นเท่าไรนัก..สู้ๆนะคะไรท์
    #29
    1
    • #29-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      25 ตุลาคม 2560 / 21:40
      ตั้งใจไม่ให้ชอบค่ะ อิิอิ
      #29-1
  8. #28 HOZIP (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 15:49
    กาละมัง(กำลังมัน)555 รอต่ะจ้า
    #28
    1
    • #28-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      25 ตุลาคม 2560 / 19:11
      มาต่อให้แล้วจ้า
      #28-1
  9. #27 wannaps (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 15:40
    ชอบค่ะสนุกอ่านเพลินค่ะ
    #27
    1
  10. #26 ueamporn2518 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 14:46
    รอ.......รอค่ะ
    #26
    1
    • #26-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      25 ตุลาคม 2560 / 19:11
      จ้า เดี๋ยวมาแน่
      #26-1
  11. #25 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 12:03
    เมื่อไหร่จะออก ebookคะ
    #25
    2
    • #25-2 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      25 ตุลาคม 2560 / 19:10
      ถ้าออกแล้วจะบอกนะคะ ดีใจที่ชอบค่ะ ^^
      #25-2
  12. #24 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 23:14
    เพลียกะวิถีจับหลัวของนาง
    #24
    1
    • #24-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 5)
      25 ตุลาคม 2560 / 11:58
      555 หาหลัวนั้นยากยิ่ง
      #24-1
  13. #23 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 18:51
    ขอบคุณคะ
    #23
    1
  14. #22 ueamporn2518 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 17:59
    รอ...........ค่ะ......สนุกดีอ่านเพลิน
    #22
    1