ลำนำดอกเหมย (จบแล้ว)

ตอนที่ 19 : ภาควังหลวง : 6 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    20 ก.ค. 61

วันนี้เมื่อหานหนิงเซียนกลับเข้ามายังบ้านของตนก็ต้องแปลกใจ ทุกครั้งที่เข้ามาจะได้ยินเสียงหมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์ร้องเรียกท่านพ่อๆ มาแต่ไกลก่อนจะกระโจนมากอดนาง เหตุใดวันนี้จึงไม่มีเล่า ลูกทั้งสองของนางหายไปที่ใด กลับเข้าไปในห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายถอดหน้ากากแปลงโฉมออกก็ไม่มีผู้ใดมากวนนางในห้อง ผิดวิสัยเสียแล้ว

หมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์เล่าหานหนิงเซียนเดินออกมาถามจิ้นติ้ง

ข้ากำลังจะเดินไปบอกเจ้าอยู่พอดีจิ้นติ้งนั้นสีหน้าก็ไม่ค่อยดีเช่นกัน

เกิดเรื่องใดกับหมิงเอ๋อร์เม่ยเอ๋อร์ พวกเขาไปใดกัน

พวกเขาไม่ได้ไปที่ใดแต่หลบอยู่ในห้องๆ หนึ่ง ซยาจือเฝ้าอยู่หน้าห้อง

ห้องใดนำข้าไปทีหานหนิงเซียนนั้นไม่ใช่สตรีที่มีสาวใช้คอยปรนนิบัติมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่เห็นซยาจือและอิงหลันสาวใช้ทั้งสองก็ไม่ได้คิดสิ่งใด แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน

พวกหมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์กลัวว่าเจ้าจะโกรธพวกเขาจิ้นติ้งเดินนำนางไป

โกรธเรื่องใด

จิ้นติ้งพาหานหนิงเซียนมาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง หันมาเอ่ยกับนางด้วยสีหน้าลำบากใจ วันนี้ข้าไปรับหมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์จากสถานศึกษา พวกเขาทั้งสองเสื้อผ้าสกปรกมอมแมมเลอะฝุ่นยับยู่ยี่และฉีกขาด ผมเฝ้าก็หลุดลุ่ย อีกทั้งตามเนื้อตัวก็เป็นแผล

เกิดสิ่งใดกับลูกข้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นหัวใจนางก็บีบรัด อยากจะเข้าไปหาลูกๆของนางเต็มที

ฟังข้าก่อนจิ้นติ้งรั้งมือนางเอาไว้รีบเอ่ยต่อ หมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์ไปมีเรื่องกับเด็กในสถานศึกษา พวกเขากลัวว่าเจ้าจะโกรธก็เลยไปแอบอยู่ในนั้น

ข้าจะโกรธพวกเขาด้วยเหตุใด

จำวันแรกที่เจ้าส่งพวกเขาที่หน้าสถานศึกษาได้หรือไม่

จำได้สิเหตุใดจะจำไม่ได้ในเมื่อมันเพิ่งจะผ่านมาไม่มีวันนี้เอง

เจ้าบอกกับหมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์ว่าอย่างไร

ข้าบอกกับพวกเขาว่าอย่าดื้ออย่าซน และอย่าไปมีเรื่องกับผู้ใด ให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน

เช่นนั้นอย่างไรเล่า หมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์จำคำของเจ้า แต่พวกเขาไปมีเรื่องกับเด็กที่สถานศึกษาพวกเขาเลยกลัวว่าเจ้าจะโกรธ ข้าถามสาเหตุพวกเขาก็ไม่ตอบ อาจารย์ที่สถานศึกษานั้นก็ดูจะไม่ค่อยพอใจหมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์ เพราะเพิ่งจะไปเข้าเรียนไม่กี่วันก็ไปมีเรื่องกับเด็กคนอื่นแล้ว

ข้าไม่โกรธเอ่ยจบก็รีบเดินไปหน้าห้องที่ซยาจือเดินวนไปวนมาอยู่

ฮูหยินซยาจื่อเมื่อเห็นหานหนิงเซียนก็ดีใจเพราะตนเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับคุณหนูดีเพราะคุณหนูและคุณชายทั้งสองไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมเปิดประตูให้นางเข้าไป ส่วนอิงหลันก็ไปที่ห้องครัวเพื่อช่วยป้าหม่าที่เพิ่งรับมาเป็นแม่ครัวทำอาหารมื้อเย็น

พวกเขาเป็นอย่างไรบ้างหานหนิงเซียนเอ่ยถามร้อนใจ

คุณหนูกับคุณชายไม่ยอมเปิดประตูให้บ่าวเจ้าค่ะ พอกลับมาถึงก็พากันวิ่งเข้าห้องนี้แล้วลงกลอนไม่ยอมออกมาเลยเจ้าค่ะ

ข้าบอกพวกเขาแล้วว่าข้าไม่ได้โกรธพวกเขา แต่พวกเขากลัวเจ้าโกรธจิ้นติ้งเอ่ย

หานหนิงเซียนตบประตูห้องด้วยความร้อนใจ หมิงเอ๋อร์เม่ยเอ๋อร์ ท่านแม่เองเปิดประตูให้ท่านแม่เร็ว

ไม่เปิด ท่านแม่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่โกรธพวกเราหานเย่วเม่ยตะโกนออกมา

แม่ไม่โกรธ เปิดประตูให้แม่เร็วเม่ยเอ๋อร์ มีแผลมากหรือไม่

ท่านแม่ไม่โกรธพวกข้าจริงๆนะหานเย่อหมิงตะโกนถาม

ไม่โกรธ แต่หากพวกเจ้าไม่เปิดประตูท่านแม่จะโกรธแล้วนะ

เมื่อเอ่ยจบนางก็ได้ยินเสียงกลอนประตูเลื่อนออกอย่างรวดเร็ว นางผลักบานประตูเปิดออกพร้อมกับหานเย่อหมิงและหานเย่วเม่ยที่เปิดประตูออกมา

พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้างให้ท่านแม่ดูหน่อยสินางกอดลูกแฝดทั้งสองคนมากอดไว้ทั้งสองข้างเพราะกลัวว่าพวกเขาจะวิ่งหนีไปมองซ้ายมองขวาสำรวจใบหน้าแขนขาของเด็กทั้งสอง

ท่านแม่ ฮือ...พวกข้าไม่ผิดนะ เปาเกอมาหาเรื่องข้าก่อนหมิงเอ๋อร์จึงมาช่วยปกป้องข้าเอาไว้ หลังจากนั้นเปาเกอก็ให้สหายของเขามารุมทำร้ายพวกเรา อือ พวกเขาไม่สนใจว่าข้าเป็นสตรีด้วยซ้ำ บอกว่าเป็นสตรีไม่ยอมอยู่บ้าน อือ...หานเยิ่วเหม่ยเอ่ยไปพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหานหนิงเซียนต้องรีบปาดน้ำตาลูกสาวตัวเล็กของนาง ประคองเด็กทั้งสองเข้าไปด้านในแล้วให้พวกเขานั่งที่เก้าอี้ตัวยาวตัวเดียวกับนาง

แม่รู้พวกเจ้าไม่หาเรื่องผู้ใดก่อนแน่ ไหนดูสิเป็นแผลตรงที่ใดบ้าง เจ็บมากหรือไม่เห็นลูกทั้งสองคงมีแผลถลอกที่ใบหน้านางก็ปวดใจ แขนก็มีรอยช้ำ หันไปหานเย่อหมิง หมิงเอ๋อร์เล่าให้แม่ฟังสิว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

หานเย่อหมิงที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ไม่ยอมร้อง เด็กน้อยพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้แล้วพยายามเอ่ย พวกเปาเกอไม่ชอบเราตั้งแต่แรก เพราะข้ากับเม่ยเอ๋อร์ท่องอักษรพันตัวได้แล้วแต่เขายังท่องไม่ได้ อีกทั้งเม่ยเอ๋อร์เป็นผู้หญิงคนเดียวในสำนำศึกษาแถมยังท่องพันตัวอักษรได้ทั้งที่เปาเกออายุหกขวบแล้วยังท่องไม่ได้ เปาเกอก็เลยมาแกล้งเม่ยเอ๋อร์ข้าเห็นเข้าก็เลยเข้าไปช่วย พอเปาเกอสู้เราสองคนไม่ไหวเขาก็เลยพาสหายมาอีกสามคนมาต่อยตีข้า ข้ากับเหม่ยเอ่อร์จึงต่อยตีเขากลับ

สองต่อสี่ อีกทั้งยังโตกว่าด้วยหานหนิงเซียนเบิกตากว้างหันไปมองจิ้นติ้งที่เดินมาด้านในห้องดวงตาเอาเรื่อง จิ้นติ้งยามที่เจ้าไปรับหมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์ เจอเด็กพวกนั้นหรือไม่ แล้วอาจารย์ที่สถานศึกษาว่าอย่างไร ข้าจะไปเอาเรื่องเด็กพวกนั้น

อย่าไปเลยเซียนเอ๋อร์ เด็กทะเลาะกันข้าขอโทษท่านอาจารย์ไปแล้ว

เจ้าจะไปขอโทษเขาด้วยเหตุใด เด็กพวกนั้นรุมเม่ยเอ๋อร์และหมิงเอ๋อร์นะ อีกทั้งพวกเขาหาเรื่องก่อนด้วย

ครั้งแรกข้าก็โกรธเช่นเจ้านั่นแหละ แต่เมื่อเห็นเด็กทั้งสี่คนข้าก็โกรธไม่ลง แถมยังรอขอโทษพ่อแม่ของเขาอีก ไม่เช่นนั้นเขาคงจะมาเอาเรื่องหมิงเอ๋อร์และเม่ยเอ๋อร์ถึงบ้านเช่นกัน

เราไม่ผิดเหตุใดต้องขอโทษ

ลูกเจ้าแค่แผลถลอก แต่ลูกผู้อื่นนั้นเลือดออกหัวแตกเจ็บไปทั้งตัวจิ้นติ้งเอ่ย

หมายความว่าอย่างไรนางไม่เข้าใจ

ดูจากรอยแผลหากไม่ฟังความข้าก็คิดว่า เด็กโตสี่คนนั้นถูกเม่ยเอ๋อร์และหมิงเอ๋อร์รุมทำร้ายเสียมากกว่า

แต่เม่ยเอ๋อร์และหมิงเอ๋อร์ตัวเล็กกว่าอีกทั้งแค่สองคนจะสู่พวกเขาได้อย่างไร

ต้องถามพวกเขาเอง เพราะเด็กสี่คนยามที่ข้าไปถึงพวกเขายังร้องไห้ไม่เลิกเลย

พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง

น่าจะเป็นเด็กที่ชื่อเปาเกอหัวแตกมีผ้าพันเอาไว้แก้มข้างหนึ่งมีรอยเขียวคล้ำร้องไห้จนตาบวม อีกคนหนึ่งฟันหน้าหลุดไปสองซี่ดั้งจมูกเหมือนจะงุ้มเข้าไปเล็กน้อยมีรอยคล้ำและมีเลือด คนที่สามดีหน่อยไม่เป็นอะไรมากแต่ตาเป็นสีม่วงคล้ำมีรอยเลือดเกรอะอยู่ที่จมูก คนสุดท้ายนั้นมีรอยกัดอยู่เต็มใบหน้าและแขน รอยกัดบางที่น้ำเลือดซึมออกมาหน่อยๆ คงเป็นแผลไปอีกนาน

ได้ยินจิ้นติ้งเอ่ยหันกลับมามองลูกของตนเอง ลูกของนางนั้นมีแค่แผลถลอกมีรอยเลือดซิบอยู่บ้างแต่ไม่ได้น่ากลัวมากนักอีกไม่กี่วันแผลพวกนั้นก็ตกสะเก็ดออกหมดแล้ว นางมองใบหน้าป้อมของหานเย่วเม่ยที่มีคราบน้ำตาน่าสงสารดูเหมือนอ่อนแอ ส่วนหานเย่อหมิงนั้นมองนางอ้อนแต่มีน้ำตาคลอแต่ไม่หยดลงมาสักแหมะ เอ่ยถามคนทั้งสองอย่างไม่เชื่อคำพูดของจิ้นติ้ง

พวกเจ้าทำอย่างนั้นจริงๆหรือ ทำร้ายพวกเขาอย่างที่น้าจิ้นติ้งเล่าให้ฟังจริงๆ หรือ

เด็กน้อยทั้งสองคนตีหน้าน่าสงสารพยักหน้าพร้อมกัน นางไม่อยากจะเชื่อ จึงเอ่ยถามต่อ

ทำอย่างไร

หานเย่อหมิงก้มหน้าตอบเสียงอ่อย เปาเกอดึงผมเม่ยเอ๋อร์แถมยังตีหัวนางด้วย ข้าก็เลยเอาแท่งฝนหมึกไปตีหัวเขาบ้าง

นางอ้าปากค้างก่อนจะพยายามทำใจ เอ่ยถามต่อ แล้วอย่างไร

หลังจากนั้น เปาเกอก็พาสหายมาอีกสามคน หวังจะรุมทำร้ายหมิงเอ๋อร์ ข้าก็เลยเข้าไปช่วยเขาหานเย่วเม่ยตอบเสียงเบาเช่นกัน

ช่วยอย่างไร

ข้าทึ้งผมคนหนึ่งกัดเขาไปที่ใบหน้าแล้วก็แขนส่วนขาของเข้าก็รัดคออีกคนหนึ่งเอาไว้ เขากัดขาข้า ข้าก็เลยตอกเท้าใส่หน้าเขาดวงตาเขาเลยเป็นสีม่วงคล้ำและเลือดไหลออกทางจมูก

สวรรค์ นี่ใช่ลูกสาวที่น่ารักของนางหรือ เหตุใดดูโหดร้ายนัก

แล้วอีกสองคนเล่า

เปาเกอแม้จะหัวแตกก็ยังไม่ยอม ร้องไห้กลับมาหาเรื่องข้า ให้สหายที่ตัวใหญ่กว่ามาทำร้ายข้า ข้าตัวเล็กว่าสู้เข้าไม่ได้จึงเหวี่ยงหมัดใส่เปาเกอหมัดไปโดนแก้มของเขา เปาเกอหน้าหันล้มลงไปแล้วร้องไห้ต่อ ส่วนคนที่ตัวใหญ่ที่สุดนั้นข้ากระโดดให้หัวโหม่งเขาที่ใบหน้า ฟันหน้าของเขาจึงหักไปสองซี่จมูกก็คงโดนศีรษะข้าเช่นกัน

ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะกลัวนางโกรธ เหตุใดลูกที่น่ารักของนางถึงมือหนักกันเพียงนี้ อายุเพียงสามปีต่อยตีกับผู้อื่นแถมยังเป็นเด็กอายุมากกว่า นางไม่รู้จะภูมิใจลูกทั้งสองที่รักใคร่ปกป้องกันดีหรือควรจะดุพวกเขาดีที่ลงไม้ลงมือแรงเกินไป

พวกเขายังเด็ก ยังไม่รู้จักผ่อนแรง เซียนเอ๋อร์อย่าโกรธพวกเขาเลยจิ้นติ้งเอ่ยเพราะรู้ว่าหานหนิงเซียนคิดเช่นไร

เห็นท่านแม่ไม่ได้เอ่ยอะไรเด็กน้อยทั้งสองเริ่มจะร้อนใจ ท่านแม่อย่าโกรธพวกเราเลยนะเจ้าคะเป็นเปาเกอหาเรื่องก่อน ถ้าเขาไม่มาหาเรื่องเรามันก็ไม่เกิดเรื่องเช่นนั้นหานเย่วเม่ยกระตุกแขนเสื้อนางถี่ๆ

ท่านแม่...หานเย่อหมิงเอ่ยเสียงออดอ้อน

นางถอนหายใจในที่สุด ต่อไปไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นพวกเจ้าต้องรู้จักอดทนอดกลั้นรู้หรือไม่

อดกลั้นคือสิ่งใดเจ้าคะหานเย่วหมิงเอ่ยถาม

แม่หมายถึงหากมีผู้ใดมารังแกเจ้า เจ้าก็ต้องทนและไม่ไปยุ่งกับผู้นั้นเพื่อจะได้ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างไรเล่า

เช่นนั้นเหตุใดเราต้องอดทนอดกลั้นด้วย พวกเขามาหาเรื่องเราก่อนหากเราอดทนอดกลั้นพวกเขาก็ยิ่งกลั่นแกล้งพวกเราหานเย่อหมิงเอ่ย

แม่รู้ คนที่ชอบหาเรื่องแกล้งผู้อื่นอย่างไรก็หาเรื่องแกล้งผู้อื่นอยู่วันยังค่ำ แต่เขาแกล้งเม่ยเอ๋อร์แค่ดึงผมและตีหัว แต่หมิงเอ๋อร์ใช้แท่งฝนหมึกไปตีหัวเขาจนหัวแตก แม่คิดว่าเป็นการเอาคืนที่รุนแรงเกินไป หากหมิงเอ๋อร์ของแม่มือหนักตีหัวเปาเกอจนตายขึ้นมาแล้วแม่จะทำอย่างไร พวกเจ้าไม่คิดหรือว่าแม่จะปวดใจเพียงใดหากลูกของแม่ทำคนตาย

ก็ข้าไม่รู้ว่าหัวเขาจะบางนี่ท่านแม่ ท่านแม่อย่าโกรธข้านะ พรุ่งนี้ข้าจะไปขอโทษพวกเปาเกอ หลังจากนั้นพวกเขาแกล้งสิ่งใดเม่ยเอ๋อร์ข้าจะให้เขาแกล้งข้าแทน ท่านแม่อย่าโกรธข้าเลย

แม่ไม่ได้โกรธ แต่แม่เพียงคิดว่าเหตุใดลูกของแม่จึงตอบโต้ผู้อื่นได้โหดร้ายเพียงนี้ เข้าใจว่าผู้อื่นร้ายมาต้องร้ายกลับ แต่เขาร้ายกับพวกเจ้าเพียงผิวเผิน แต่พวกเจ้ากลับตอบโต้เขาถึงเลือดถึงเนื้อ แม่ไม่อยากให้ลูกโตขึ้นแล้วกลายเป็นคนที่ทำร้ายผู้อื่นได้อย่างหน้าตาเฉยเช่นนี้

เด็กทั้งสองคนใบหน้าหงอยลงทันตา เห็นแล้วนางก็ได้แต่อ่อนใจ

เอาเถิด ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว ไปอาบน้ำกันก่อนแล้วมากินข้าวเย็นกัน พรุ่งนี้แม่จะพาพวกเจ้าไปสถานศึกษาแล้วขอโทษพวกของเปาเกอ

ขอรับท่านแม่/เจ้าค่ะท่านแม่เด็กทั้งสองตอบเสียงอ่อย สีหน้าไม่พอใจนางจึงเอ่ยต่อ ลูบแก้มเด็กทั้งสอง

แม่ไม่ได้คิดว่าพวกเจ้าผิดจึงให้ไปขอโทษพวกเปาเกอหรอกนะ แต่ที่แม่ให้พวกเจ้าไปขอโทษพวกเปาเกอเพราะลูกทั้งสองทำรุนแรงกับพวกเปาเกอมากเกินไป เปาเกอก็ผิดที่หาเรื่องเม่ยเอ๋อร์ของแม่ก่อน

เด็กทั้งสองเงยหน้าขึ้นมาดวงตาเป็นประกายอีกครั้ง จริงเจ้าค่ะท่านแม่พวกเปาเกอผิดที่มาหาเรื่องข้าก่อน

แม่รู้...ดังนั้นแม่จึงไม่โกรธพวกเจ้าอย่างไรเล่า ไปเถิดไปอาบน้ำแล้วเราจะได้กินข้าวเย็นกัน ใช้แรงไปมากคงหิวกันไม่น้อย

อื้อๆ ข้าหิวจะแย่อยู่แล้วหานเย่อหมิงกระโดดลงจากเก้าอี้ยาวสีหน้าร่าเริงเหมือนเก่า

ข้าก็หิวหานเย่วหมิงกระโดดตาม

ซยาจือ พาคุณหนูกับคุณชายไปอาบน้ำทีหานหนิงเซียนเรียกซยาจือที่ยืนรออยู่หน้าห้อง

เจ้าค่ะซยาจือรีบเดินเข้ามาและพาเด็กทั้งสองออกจากห้องไป

เมื่อเด็กทั้งสองออกไปแล้วหานหนิงเซียนก็ได้แต่โคลงศีรษะถอนหายใจ

กลุ้มใจเรื่องใดจิ้นติ้งเดินมานั่งข้างๆ นาง

ข้าคิดว่าคงต้องหาสถานศึกษาแห่งใหม่ให้พวกเขาแล้ว

กังวลเรื่องนี้เอง ไม่ต้องกังวลช่วงนี้ข้ายังว่างอยู่ข้าสอนพวกเขาได้จิ้นติ้งยืดอก

แต่เจ้าก็มีสิ่งอื่นต้องทำ อีกอย่างข้าเองก็ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือไม่ที่ให้เม่ยเอ๋อร์ไปเรียนที่สถานศึกษา แทนที่จะเรียนการเรือนอยู่บ้าน

แล้วเจ้าสอนการเรือนเม่ยเอ๋อร์ได้หรือไร

ได้ยินเช่นนั้นหานหนิงเซียนก็ขึงตาใส่ เจ้าก็รู้ว่าข้อด้อยเรื่องพวกนั้นเพียงใด แค่คิดจะหาอาจารย์มาสอนที่บ้านเท่านั้นเอง แต่ข้าก็เกรงว่าการที่เม่ยเอ๋อร์อยู่แต่ในบ้านจะทำให้นางกลายเป็นกบในกะลาเอ่ยจบก็ถอนใจอีกครั้ง

จิ้นติ้งนั้นรู้ดีว่าสิ่งที่นางเอ่ยหมายถึงสิ่งใด นางฝังใจกับเรื่องบางอย่างจนเกรงว่าบุตรของนางทั้งสองคนจะตามผู้อื่นไม่ทัน สอนให้ร่ำเรียนตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสามขวบ แต่โชคดีที่เด็กทั้งสองนั้นแม้จะซนไปบ้างแต่ก็ชอบการเรียน บางครั้งเขาก็คิดว่าเด็กทั้งสองคนนี้มีสมองที่ไม่ธรรมดา สามารถร่ำเรียนและก้าวหน้าไวกว่าผู้อื่นมาก จึงไม่อยากให้นางนั้นกังวลมากไป

อย่าได้คิดมากเลย ลูกทั้งสองของเจ้าฉลาดล้ำเลิศ ดูอย่างเช่นวันนี้สิ มีเด็กสามขวบที่ใดบ้างชนะเด็กห้า-หกขวบทีเดียวสองคนจิ้นติ้งนั้นไม่อยากจะคิด แต่ก็อดคิดไม่ได้นิสัยแบบนี้ไม่ใช่นิสัยของหานหนิงเซียนผู้เป็นแม่ คาดว่าคงเป็นนิสัยของผู้อื่นมากกว่า

            ข้าก็คิดเช่นนั้น เอาเถิดไว้ข้าจะหาสถานศึกษาที่เหมาะกับพวกเขา หากหาไม่ได้คงต้องหาอาจารย์มาสอนที่บ้าน ตอนนี้ข้าก็พอจะมีรายได้อยู่พอสมควรเรื่องอนาคตของเม่ยเอ๋อร์และหมิงเอ๋อร์ก็สำคัญข้าจะตระหนี่กับเรื่องพวกนี้ไม่ได้

พูดเหมือนเจ้าต้องรับผิดชอบแต่ผู้เดียว ข้าบอกเจ้าหลายครั้งแล้วว่านอกจากตัวเจ้าเองแล้วยังมีข้า ข้าหาเงินไม่ได้หรืออย่างไร วันๆ อยู่แต่บ้านยังมีเงินเข้ามากองให้เจ้าได้ แล้วจะตระหนี่ถี่เหนียวเรื่องเงินไปเพราะเหตุใดกัน

           ข้าไม่อยากใช้เงินของเจ้า เก็บไว้เป็นสินสอดไปขอบุตรสาวผู้อื่นเถิด

จิ้นติ้งได้ยินจากใบหน้าที่คลี่ยิ้มก็เริ่มบึ้งตึงอีกครั้ง หากข้าต้องการสินสอด คนที่ขอก็จะเป็นคนบ้านนี้เท่านั้นเอ่ยจบเขาก็ลุกไป หานหนิงเซียนได้แต่ส่ายหน้าถอนใจ นางไม่รู้จะทำอย่างไรกับคนผู้นี้จริงๆ

 

เหตุใดวันนี้เจ้ามีสีหน้าดูกังวลเล่าเฮ่อย่งฉีเอ่ยถามเมื่อเห็นหานชุนนั้นใบหน้าไม่ได้ร่าเริงเช่นทุกวัน

พี่ฉีหานหนิงเซียนเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาทักคือผู้ใด

วันนี้ตอนเช้านางและจิ้นติ้งพาหานเย่อหมิงและหานเย่วเม่ยไปสถานศึกษา ให้เด็กทั้งสองขอโทษเด็กโตกว่าอีกสี่คนเพราะเด็กทั้งสองนั้นทำรุนแรงเกินไป แต่นางก็ยังบอกกับอาจารย์ที่สถานศึกษาอยู่ดีว่าเด็กทั้งสี่คนนั้นหาเรื่องลูกของนางก่อน ดังนั้นจะโทษลูกของนางไม่ได้ อีกทั้งวันนี้พ่อแม่ของเด็กพวกนั้นก็มาเช่นกัน แม้จะโกรธแต่เมื่อเห็นว่าเด็กที่เด็กทั้งสี่หาเรื่องนั้นเป็นเพียงเด็กแฝดสามขวบที่ตัวเล็กกว่าอีกทั้งสี่รุมหนึ่งอีกต่างหากพวกเขาจึงไม่สามารถเอาความสิ่งใดได้ ต่างฝ่ายต่างขอโทษ

เมื่อไกล่เกลี่ยปัญหาจบนางเอ่ยกับอาจารย์สถานศึกษาให้เด็กทั้งสองคนลาออกและให้จิ้นติ้งพาเด็กทั้งสองคนกลับบ้านไป แม้จิ้นติ้งจะบอกว่าดูแลได้แต่นางไม่อยากให้เป็นภาระแก่เขา

ว่าอย่างไรเฮ่อย่งฉีที่เห็นหานชุนมีสีหน้าคร่ำเคร่งจึงเอ่ยถามอีกครั้ง

ท่านพอจะรู้จักสถานศึกษาสำหรับเด็กเล็กหรือไม่

สถานศึกษาหรือ เจ้าจะพาผู้ใดไปสมัครกัน

ลูกของข้าเอง พวกเขาอายุสามปีแต่ฉลาดเรียนรู้เร็ว แต่ติดที่ว่าเขาอายุน้อยเกินไปจึงทำให้ถูกเด็กโตกว่ารังแกนางไม่อาจจะเล่าหมดได้ว่าเมื่อลูกของนางถูกรังแกแล้วเป็นอย่างไรต่อไป

ลูกเจ้าหรอกหรือ เช่นนั้นก็ไม่ต้องกังวลใจไป ในวังหลวงนี้ก็มีสถานศึกษาเช่นกัน เป็นสถานศึกษาสำหรับลูกขุนนางและเชื้อพระวงศ์ หากเจ้าสนใจข้าจะพาไปดู

ลูกข้าก็สามารถร่ำเรียนที่สถานศึกษาเช่นนั้นได้หรือ ลูกข้าไม่ใช่ลูกขุนนาง

เหตุใดจะไม่ได้เล่า เจ้าเป็นถึงมือปราบหลวงหากเทียบชั้นก็อยู่ในระดับหก ถือว่ายศไม่เล็กไม่ใหญ่สามารถพาบุตรธิดามาเข้าเรียนได้ อีกทั้งก่อนเข้าเรียนนั้นจะมีการสอบวัดผลเพื่อที่จะดูความรู้ของเด็กและส่งให้ไปเรียนในกลุ่มที่เหมาะสม ไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเพราะเด็กพวกนั้นถูกบุพการีสั่งสอนให้ตั้งใจเรียนเพื่อโตขึ้นจะได้เป็นขุนนางสืบไป

เช่นนั้นก็ดีเลย ท่านพาข้าไปดูหน่อยเถิดหานหนิงเซียนกระตือรือร้นขึ้นมาในทันใด

ได้ๆ สถานศึกษาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ข้าจะพาไปดูวันนี้เช่นกัน เช่นนั้นเราไป ข้าจะพาเดินดูวังหลวงอีกครึ่งหนึ่งแล้วพาเจ้าไปดูสถานศึกษา

ขอบคุณท่านพี่ฉี

เกรงใจไปไย แค่แนะนำสถานศึกษาให้ ไปดูก่อนเถิดหากถูกใจเจ้าก็ไปคุยกับอาจารย์ที่สถานศึกษาแห่งนั้น

ได้หานหนิงเซียนยิ้มกว้าง คิดว่าหากลูกแฝดทั้งสองของนางได้เรียนที่นี่บางทีอาจจะดีกว่าเรียนที่สถานศึกษาด้านนอก แต่เมื่อคิดอีกทีจึงเอ่ยถาม ท่านพี่ฉี ข้าขอถามสักเรื่อง สถานศึกษาแห่งนี้ฮ่องเต้ทรงเสด็จไปเยี่ยมชมบ่อยหรือไม่

เหตุใดจึงถามเช่นนั้นเล่าเฮ่อย่งฉีแปลกใจ แต่ถึงกระนั้นก็เอ่ยออกไป ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเท่าใด หากไม่มีงานที่สถานศึกษาส่งหนังสือไปกราบทูลฝ่าบาทก็แทบจะไม่ได้เสด็จไปเยี่ยมเลย

เช่นนั้นก็ดีๆนางพึมพำเบาๆ แม้จะรู้ว่าเขาลืมนางไปแล้วแต่นางก็ไม่อยากให้เขาระแคะระคายเรื่องลูกของนาง

ในที่สุดหานหนิงเซียนก็หาสถานศึกษาให้แต่ลูกแฝดของนางได้ เย็นวันนั้นนางบอกข่าวดีให้แก่ลูกๆฟัง เด็กทั้งสองดีใจมากที่รู้ว่าได้เรียนใกล้ๆกับที่ทำงานของนาง นางเองก็ดีใจเช่นกัน เพราะหากนางมีเวลาว่างก็สามารถไปหาลูกของนางได้ ได้ไปส่งลูกทุกเช้า วันใดที่กลับเร็วก็สามารถไปรับลูกของนางได้ หลังจากบอกข่าวดีแก่เด็กๆ เสร็จแล้วตอนดึกนางก็ต้องกลับเข้าไปวังหลวงอีกครั้ง

เพราะเฮ่อย่งฉีบอกว่าเดือนก่อนเคยเห็นคนร้ายลอบออกมาจากวังหลวงในช่วงเวลานี้ ซึ่งนั่นแปลว่ามันแอบแฝงอยู่ในวัง เฮ่อย่งฉีจึงคิดว่าเดือนนี้มันก็อาจจะออกมาเช่นกัน

นางและเฮ่อย่งฉีแอบอยู่บนหลังคาตำหนักจันทร์กระจ่าง ตำหนักจันทร์กระจ่างเป็นตำหนักที่สูงเกือบที่สุดในเหล่าตำหนักทั้งหมดยกเว้นตำหนักใหญ่ของเฟยหลงซ่าง ตำหนักนี้ผู้ที่จะมาอยู่ได้นั้นต้องเป็นสตรีที่ดำรงตำแหน่งฮองเฮาเท่านั้น แต่เนื่องจากรัชสมัยของฮ่องเต้เฟยหลงซ่างนั้น ยังหาฮองเฮาแม้แต่คนเดียวไม่ได้ ตำหนักจันทร์กระจ่างจึงไม่ต่างกับตำหนักร้าง มีเพียงขันทีและทหารยามเดินผ่านไปมานานๆ ครั้งเท่านั้น

ท่านว่าพวกมันจะมาจากทางใดหานหนิงเซียนที่นั่งอยู่บนหลังคาตำหนักเอ่ยถาม เข้าเหมันต์แล้วลมเย็นที่โชยพัดมาทำเอาบาดหน้านางจนแสบอยู่เหมือนกัน

ข้าไม่แน่ใจเห็นเพียงแค่มาจากทิศตะวันตกเฮ่อย่งฉีกอดอกมองไปทางทิศตะวันตก นางจึงมองไปทางทิศตะวันตกบ้าง บางครั้งก็มองไปทางทิศอื่นเผื่ออาจจะเห็นสิ่งผิดปกติ

ลูกเจ้าอายุเท่าใดเฮ่อย่งฉีเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดทำ

สามปีกับอีกสองเดือนเมื่อเอ่ยถึงลูกแฝดดวงตาของนางก็เป็นประกายขึ้นมา เป็นลูกแฝดน่ารักน่าเอ็นดูไม่ต่างกับข้าตอนยังเล็ก ผู้ใดเห็นก็ต้องรักใคร่

หลังจากนั้นคนทั้งสองก็คุยเรื่องลูกแฝดของหานหนิงเซียน ขณะที่คุยกันจนเพลิน หานหนิงเซียนเอ่ยทอดสายตามองไปไกลนางก็เห็นเงาตะคุ่มสีดำกำลังกระโดดไปมาอยู่บนหลังคาของตำหนักด้านทิศตะวันตก ด้วยกลัวคลาดสายตานางจึงไม่ได้หันไปมองเฮ่อย่งฉี เพียงแค่ตบบ่าเขาแรงๆ พี่ฉี เห็นหรือไม่คนชุดดำ

เฮ่อย่งฉีที่นั่งคุยจนเพลินหันไปทางทิศเดิม เมื่อเห็นดังนั้นก็รีบสะอึกกายขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตามไป อย่าให้คลาดสายตาแล้วคนทั้งสองก็รีบติดตามคนชุดดำผู้นั้นออกไปอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อตามคนชุดดำไปอย่างรวดเร็ว คนชุดดำกลับไหวตัวทัน สะกิดปลายเท้าเร่งความเร็วมากกว่าเก่า

มันกำลังจะหนีจับมันให้ได้เฮ่อย่งฉีเอ่ยพร้อมกับรีบตามคนชุดดำผู้นั้น

ทั้งนางและเฮ่อย่งฉีต่างไปถึงตัวคนชุดดำพร้อมกัน พยายามสกัดจับเอาไว้ คนชุดดำนั้นทั้งหลบหลีกและโจมตีในเวลาเดียวกัน เพราะต่อสู้กันในระยะประชิดตัวจึงไม่มีผู้ใดชักกระบี่ออกจากฝัก ทั้งสามต่างออกหมัดแตะต่อยและพยายามจับคนชุดดำผู้นั้นอยู่กลางอากาศ แต่คนชุดดำผู้นั้นมีความรวดเร็วในการหลบหลีก ทั้งหลบทั้งจู่โจมพร้อมกัน แม้บางครั้งเกือบจะเสียท่าให้หานหนิงเซียนและเฮ่อย่งฉีแต่ก็กลับหลุดรอดได้ตลอด

ทั้งสามคนยังคงต่อสู้จนมาถึงสระบัวในอุทยานหลวงเฮ่อย่งฉีซัดฝ่ามือไปที่ลำตัวของคนชุดดำเขาหลบอย่างว่องไวแต่สุดท้ายหัวไหล่ด้านซ้ายก็ยังคงไม่พ้นฝ่ามือของเฮ่อย่งฉีอยู่ดี คนชุดดำถูกแรงฝ่ามือซัดจนทำให้ร่างเซถลันไปด้านหลังหลายเซี๊ยะ เป็นโอกาสดีของหานหนิงเซียน นางรีบทะยานเข้าไปหมายจะจับตัวคนชุดดำเอาไว้ แต่เพราะคนชุดดำเบี่ยงหลบทำให้แทนที่นางจะจับแขนคนผู้นั้นได้กลับกลายเป็นจับโดนที่หน้าอกของคนชุดดำ

ความนุ่มหยุ่นที่มือนางสัมผัสทำให้หานหนิงเซียนตะลึงงัน คนชุดดำผู้นี้เป็นสตรี

สตรีในชุดดำเมื่อเห็นว่าฝ่ามือของบุรุษที่ต้องการจับตัวนางอยู่ที่ใดไอสังหารของนางก็แผ่ออกมารุนแรงพร้อมกับซัดฝ่ามือกลับมายังบุรุษผู้นั้น

หานหนิงเซียนอยู่ในอารามตกใจเพราะไม่คิดว่าคนที่อยู่ในชุดดำนั้นจะเป็นสตรี เมื่อถูกซัดฝ่ามือเข้าให้นางก็หลบได้แต่ก็ไม่พ้น นางถูกฝ่ามือซัดจนตกสระบัว เสียงน้ำดังตูมตามมาด้วยเสียงน้ำกระเซ็นกระสาย

อาชุน!” เฮ่อย่งฉีเห็นว่าหานชุนตกลงไปในน้ำก็เป็นห่วงแต่เขาต้องจับตัวคนชุดดำผู้นี้มาให้ได้ รีบเพ่งสมาธิไปยังคนชุดดำหมายจะจับตัวเอาไว้

เป็นขณะเดียวกันที่ขบวนเสด็จของเฟยหลงซ่างผ่านมาพอดี สตรีในชุดดำเมื่อเห็นว่าผู้ใดผ่านมานางก็คิดแผนการได้อย่างรวดเร็ว ซัดเข็มพิษออกไปทางขบวนเสด็จ และรีบรุดหนีไป

เฮ่อย่งฉีคิดจะยับยั้งเข็มพิษที่พุ่งไปยังเฟยหลงซ่าง จึงทำให้เขาละล้าละลังหันไปทางเฟยหลงซ่างปล่อยให้คนชุดดำหนีห่างออกไป แต่เมื่อเห็นหานชุนพุ่งขึ้นมาจากสระบัวชักกระบี่ออกมาสกัดเข็มพิษเอาไว้ได้ก็โล่งใจ รีบตะโกนสั่งพร้อมกับสะกิดปลายเท้าอยู่บนอากาศตามคนชุดดำไปอีกครั้ง

หานชุน คุ้มครองฝ่าบาท!”

หานหนิงเซียนที่กำลังจะพุ่งทะยานตามเฮ่อย่งฉีไปได้ยินดังนั้นก็ชะงักฝีเท้าทันที หันกลับไปก็เห็นขบวนเสด็จอยู่ด้านหลัง เหล่าสนมและนางกำนัลดูแตกตื่น หานหนิงเซียนคุกเข่าวางกระบี่ถวายบังคมเขาในทันใด

ถวายพระพรฝ่าบาทขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น หมื่นปี

ลุกขึ้นเถิดเฟยหลงซ่างเอ่ยเนิบนาบมองดูร่างบุรุษตรงหน้าที่เปียกปอนไปทั้งตัว แล้วเอ่ยถาม เราเห็นคนชุดดำซัดฝ่ามือใส่เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง

ในตอนแรกนางไม่ได้คิดถึง แต่เมื่อเฟยหลงซ่างเอ่ยไหล่ซ้ายของนางก็ปวดแปลบขึ้นมาทันที แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องทำท่าทางเข้มแข็งเข้าไว้ บุรุษผู้ใดเล่าจะบาดเจ็บเพียงโดนฝ่ามือเดียว ลุกขึ้นยืนเก็บกระบี่เข้าฝักเอ่ยเสียงหนักแน่น กระหม่อมไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นกระหม่อมทูลลา

ช้าก่อน...เฟยหลงซ่างยังคงไม่ละสายตาจากบุรุษตรงหน้า พิจารณาแล้วพิจารณาเล่า เอ่ยเนิบนาบกับหลิ่วเย่โดยไม่ได้หันไปมอง หลิ่วเย่

พ่ะย่ะค่ะหลิ่วเย่รีบเดินมาค้อมกายอยู่ด้านข้าง

ให้ครัวหลวงต้มน้ำขิงแล้วนำไปให้ข้าที่ตำหนักใหญ่

พ่ะย่ะค่ะหลิ่วเย่โค้งอีกรอบก่อนจะถอยออกไป

ส่วนเจ้าตามข้ามาเฟยหลงซ่างเอ่ยแล้วเดินนำไป

หานหนิงเซียนนั้นด้วยรู้ว่าไม่สามารถขัดขืนรับสั่งได้จึงได้แต่ยอมเดินตามเขากลับไปที่ตำหนักใหญ่ แต่ในใจอดคิดไม่ได้ว่าดึกดื่นค่ำคืนคนผู้นี้ถึงเพิ่งจะกลับตำหนักใหญ่ เขาไปที่ใดมา แต่เมื่อได้คำตอบแล้วนางก็ต้องรีบสลัดความคิดนั้นออกไป

เขาจะไปที่ใดก็เรื่องของเขา ในวังแห่งนี้ทุกที่เป็นของเขา

เมื่อมาถึงตำหนักใหญ่ เฟยหลงซ่างเดินไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักฝังมุกในห้องโถง ส่วนหานหนิงเซียนนั้นยืนนิ่งก้มหน้าอยู่กลางห้องโถง เขาสั่งให้หลิ่วเย่จัดหาชุดมาให้หานชุนเปลี่ยน และเมื่อจัดหามาได้แล้วก็เอ่ยเสียงเนิบนาบกับหลิ่วเย่

ออกไปก่อน

พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทหลิ่วเย่ค้อมกายถอยออกไป นางกำนัลและขันทีอื่นล่าถอยออกไปพร้อมกัน เมื่อประตูห้องโถงถูกปิดสนิทลง จิตใจของหานหนิงเซียนก็เริ่มไม่สงบ

นางไม่ชอบที่จะอยู่กับคนผู้นี้เพียงลำพัง ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นใจของนางก็สั่นไหวทุกครั้งยามที่สบตาเขา

ร่างผึ่งผายที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบชุดที่หลิ่วเย่นำมาถวาย เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้านางและยื่นชุดให้ เจ้าเนื้อตัวเปียกปอนไปทั้งตัวเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่เสียจะได้ไม่เป็นไข้

ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตานางคุกเข่า สองมือชูขึ้นเพื่อรับชุดที่เฟยหลงซ่างประทานมาให้ เมื่อรับไปเฟยหลงซ่างก็ถอยออกมาหนึ่งก้าว

หานหนิงเซียนลุกขึ้นมองซ้ายมองขวาแล้วหันไปเอ่ยกับเขา กระหม่อมขออนุญาตไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนพ่ะย่ะค่ะขณะที่จะหมุนตัวออกจากห้องโถงเสียงทุ้มกลับเอ่ยเนิบนาบออกมาอีกครา

ช้าก่อน...

พ่ะย่ะค่ะนางหันไปขานรับ

ดวงตาคู่คมของเขามีประกายวาบผ่านชั่วครู่ เฟยหลงซ่างมองไปยังพื้นตรงที่หานชุนยืนอยู่ เมื่อเห็นเขามองนางจึงมองตาม บนพื้นที่นางยืนอยู่นั้นมีหยดน้ำและคราบรอยโคลนดินเต็มไปหมด เหลียวหลังกลับไปก็เห็นรอยรองเท้าที่ตนย่ำเข้ามาพร้อมกับคราบหยดน้ำที่ยังไหลเป็นทาง ยังไม่ทันจะเอ่ยสิ่งใด เสียงเนิบนาบนั้นกลับเอ่ยขึ้นมาก่อน

ไม่เห็นหรือว่าชุดที่เปียกปอนของเจ้าทำตำหนักของเราเปียกไปหมดแล้ว หากเจ้าย่ำไปที่อื่นตำหนักของเราก็เลอะอีก เปลี่ยนมันเสียที่นี่ ตำหนักของเราจะได้เลอะเพียงห้องเดียว

นางเงยหน้ามองเขาด้วยท่าทางตกใจก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติก้มหน้ามือประสาน น้อมส่งเสด็จนางคิดว่าหากเขาให้นางเปลี่ยนชุดที่นี่เขาก็ต้องออกไปนอกห้องเช่นนั้นจึงจะถูก นางเข้าใจถูกแล้ว

แต่หาไม่...เพราะเสียงเนิบนาบกลับตอบมาอย่างอารมณ์ดี

เราจะยังไม่เสด็จไปที่ใด เพราะเราจะช่วยเจ้าเปลี่ยนอาภรณ์

กินเต้าหู้แล้ว! คนผู้นี้กำลังกินเต้าหู้นางชัดๆ หรือเขาคิดจะสานต่อจากเรื่องครั้งก่อนกัน เขาตัดแขนเสื้อจริงๆหรือ คิดได้ก็จับสาบเสื้อเนื้อแน่น วางอาภรณ์ชุดแห้งไว้ที่กี๋ตัวเล็ก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ

กระหม่อมต่ำต้อยมิอาจหาญถึงขั้นให้ฝ่าบาทมาเปลี่ยนอาภรณ์ให้ ขอฝ่าบาทโปรดถอนรับสั่งด้วยเถิด

แต่เมื่อครู่เจ้าเพิ่งจะช่วยคุ้มครองเราจนบาดเจ็บน่าจะที่หัวไหล่ข้างขวาเกรงว่าจะถอดเสื้อผ้าไม่ถนัด เราเองนั้นก็ใช่คนไม่รู้บุญคุณคน อย่าได้คิดเป็นอื่นเราไม่ได้คิดจะทำอะไรกับเจ้าแน่นอน เชื่อข้ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ

แต่แววตาที่นางเห็นนั้นไม่ใช่ เดินเข้ามาใกล้จนเกือบชิดมือหนาของเขาเลื่อนมาจับสาบเสื้อของนางทำให้นางต้องดันมือเขาออกแต่ถูกเขาขืนเอาไว้

ฝ่าบาท อย่าได้ทำเช่นนี้ ฝ่าบาทจะเสียพระเกียรติได้

เจ้าหวังดีกับเราดีเหลือเกิน ยิ่งหวังดีกับเรามากเพียงใดเราก็รู้สึกอยากตอบแทนความหวังดีของเจ้า มาเราถอดเสื้อให้เจ้าเขายิ้มพร้อมกับจับที่ปมเสื้อหมายจะกระตุกแต่นางมือไวจับปมเสื้อไว้ได้ทันขืนยิ้มให้เขาเอ่ยต่อ

ยิ่งฝ่าบาทดีกับกระหม่อมมากเท่าใด กระหม่อมก็ยิ่งซาบซึ้งในน้ำพระทัย แต่เกรงว่าจะรับน้ำพระทัยของฝ่าบาทไว้ไม่ไหว ฝ่าบาทได้โปรดเก็บน้ำใจที่เปี่ยมล้นดั่งมหาสมุทรกลับไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ

"มหาสมุทรก็ไม่ต่างกับสายน้ำ หากไหลออกไปแล้วไม่มีวันไหลกลับ หากเจ้าไม่รับไว้เสีย มีแต่จะทำให้มหาสมุทรพิโรธ" คำเอ่ยเหมือนวาจาข่มขู่แต่ดวงตากลับยังคงมีแววเจ้าเล่ห์

แล้วการประมือในระยะประชิดตัวก็เริ่มขึ้น นางผลักมือเขาออกเขาหลบก่อนจะจับสาบเสื้อและปมเสื้อของนางใหม่ เมื่อนางเบี่ยงตัวหลบเขาก็เอาตัวเข้าขวาง มือของเขารวดเร็วจนนางต้องตามมือเขาให้ทัน สี่มือพัวพันกันพัลวันจนสุดท้ายปมเสื้อของนางก็ถูกมือหนากระตุกออกจนได้ สาบเสื้อถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วในขณะเดียวกัน

ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ น้ำขิงมาแล้วจะให้หม่อมฉันนำเข้าไปเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะเพราะเสียงของหลิ่วเย่ทำให้เฟยหลงซ่างที่เพิ่งจะเปิดสาบเสื้อของหานหนิงเซียนออกยังไม่ทันได้มองก็รีบทบเข้าไปปิดทันใด เขาเกรงว่าผู้อื่นจะมาเห็นเรือนร่างของคนผู้นี้

รออยู่ด้านนอกก่อนเฟยหลงซ่างเอ่ยตอบ ขณะที่กำลังจะเปิดสาบเสื้อออกอีกครั้ง เขาก็ต้องเซไปด้านหลังพร้อมกับริมฝีปากที่ถูกริมฝีปากนุ่มนิ่มนั้นจู่โจมอย่างรวดเร็ว

ในครั้งแรกหานหนิงเซียนนั้นใจหายวาบคิดว่าเรื่องตนเองเป็นสตรีนั้นจะต้องถูกเขาจับได้แน่แล้วเพราะเขาเปิดสาบเสื้อนางได้สำเร็จ แต่โชคดีเหลือเกินที่เขาไม่ได้ก้มลงมองเพราะเสียงของหลิ่วเย่ทำลายสมาธิเขา สุดท้ายเพราะรู้ว่าสู้ฝีมือของเขาไม่ได้นางจึงจำเป็นต้องใช้ไม้ตาย อย่างน้อยก็สามารถเบี่ยงเบนสมาธิเข้าได้ อีกทั้งก็ยังทำให้เขาไม่สามารถก้มลงมองหรือเปิดสาบเสื้อนางได้ ตัดสินใจดังนั้นจึงเขย่งปลายเท้าจุมพิตไปที่ริมฝีปากได้รูปของเขา

แม้นางจะหวาดเกรงว่าเขาจะซัดฝ่ามือกลับมาเพียงใด แต่ก็ยังดีกว่าที่เขาจะล่วงรู้ว่านางเป็นสตรี

เฟยหลงซ่างเมื่อถูกริมฝีปากนุ่มนิ่มจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวดวงตาเขาก็เบิกกว้าง เขาไม่เคยถูกสตรีนางใดถูกจู่โจมมาก่อน วันนี้กลับถูกบุรุษตนเองยังไม่รู้แน่ชัดว่ารู้สึกเช่นไรจู่โจม

ใจเขาอยากผลักบุรุษผู้นี้ออกรู้ว่าไม่ควรถลำลึกไปกว่านี้ อีกทั้งเขาก็ยังหาความจริงไม่พบว่าคนที่จุมพิตเขาอยู่นี้ที่แท้คือสตรีคนที่เขาตามหาหรือไม่ แม้ใจจะคิดเช่นนั้น แต่ร่างกายนั้นกลับตรงกันข้าม เมื่อได้สัมผัสกับริมฝีปากนี้ลิ้มรสความอุ่นนุ่มและหอมหวาน ร่างกายของเขาก็ถูกชักจูงให้หลงอยู่ในวังวนของความหอมหวานได้อย่างง่ายดาย มือหนาที่ตั้งใจจะผลักกับรวบร่างเพรียวเข้ามาแนบชิด กอดรัดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้พร้อมกับเสนอจุมพิตที่ร้อนแรงกว่าให้แก่คนผู้นั้น

เพราะความโมโหตนเองที่ไม่อาจจะห้ามใจจุมพิตกลับได้ เฟยหลงซ่างจึงเอาความโมโหนั้นลงไปที่จุมพิตนั้นจนหมด เขาบดขยี้กลีบปากนุ่มนิ่มอย่างรุนแรง แทรกชิวหาเข้าไปในโพรงปากอุ่นกระหวัดเกี่ยวควานหาความชุ่มชื่นดั่งคนที่กระหายมาแสนนาน แต่แล้วกลิ่นหอมและสัมผัสหวานล้ำก็ทำให้ร่างกายเขาปั่นป่วน

หานหนิงเซียนไม่คาดว่าเขาจะมีปฏิกิริยารุนแรงกับนางเช่นนี้จากเป็นฝ่ายจู่โจมเขากลับต้องเป็นฝ่ายถูกจู่โจมเสียเอง นางก็พยายามรวบรวมสติที่กำลังจะหลุดปลิวเพราะจุมพิตอันเร่าร้อนและรุนแรงของเขา จับสาบเสื้อไว้แน่นส่วนมืออีกข้างเตรียมพร้อมเพื่อใช้กำลังภายในผลักเขาออกในยามที่เขาเผลอ แต่สุดท้ายนางกลับหลงอยู่กับสัมผัสนั้นไม่สามารถผลักเขาออกได้ ในขณะที่นางเคลิบเคลิ้มนั่นเอง เฟยหลงซ่างกลับเป็นฝ่ายผลักนางออกอย่างแรง

สายตาสองคู่สบประสานต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไร นางหายใจหอบ เขาก็หายใจหอบ นางกำสาบเสื้อ ส่วนเขานั้นมือกุมหน้าอกแล้วไม่นานเขาก็กระอักเลือดออกมา

ภาพตรงหน้าทำให้นางทำสิ่งใดไม่ถูก เหตุใดเขาจึงกระอักเลือดเหมือนเช่นครั้งก่อนไม่มีผิด

ฝ่าบาททรงถูกพิษหรือพ่ะย่ะค่ะคิดได้อย่างเดียวคือเขาถูกพิษ นางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง จะรีบเข้าไปประคองร่างที่โงนเงนนั้นแต่เขากลับตรงตัวยืนนิ่งซับคราบเลือดที่ริมฝีปาก เอ่ยเสียงราบเรียบถอยห่างออกมา

เราไม่เป็นอะไรหากหานชุนเข้ามาใกล้อีกเพียงนิดด้วยกลิ่นหอมและรสสัมผัสนี้หากไม่หยุดยั้งไว้เขาคงได้กระอักออกมาอีกรอบ

แต่...

หลิ่วเย่นำน้ำขิงเข้ามา

พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท

ดื่มน้ำขิงแล้วไปเสีย

แม้จะโล่งใจที่เรื่องนางเป็นสตรีไม่ได้ถูกเปิดเผย แต่นางไม่เข้าใจเหตุใดอยู่ดีๆเขาจึงไล่นางไป อีกทั้งเหตุใดเขาจึงกระอักเลือดออกมาเป็นครั้งที่สองแล้ว

หลิ่วเย่นำชามน้ำขิงเข้ามายื่นให้หานชุน เมื่อเห็นริมฝีปากของหานชุนแล้วก็ต้องรีบหลุบตาหนีเพราะไม่กล้าคิดว่าเหตุใดริมฝีปากของหานชุนนั้นจึงบวมเจ่อเช่นนี้ เขาไม่อยากคิดเป็นอื่นไปเลย...

ดื่มเสีย หลังจากนั้นก็เปลี่ยนอาภรณ์ที่ห้องข้างๆ แล้วจงกลับไปเถิด

แต่กระหม่อมต้องรอมือปราบเฮ่อ

เดี๋ยวเขาจะมารายงานแก่เราเอง เจ้ากลับไปเถิด

เห็นเขาเอ่ยด้วยท่าทางเย็นชาเช่นเดิม นางจึงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ รับชามน้ำขิงมาดื่มก่อนจะหยิบอาภรณ์นั้นไปเปลี่ยนที่ห้องด้านข้าง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเดินไปอีกห้องหนึ่ง

เหตุใดยามที่ฝ่าบาทถูกเข็มพิษของคนชุดดำไยท่านไม่ช่วยเล่าหานหนิงเซียนเดินเข้าไปยังห้องที่ตงอิงเฮ่าหลบอยู่

ด้วยฝีมือเช่นเขา เข็มพิษนั้นไปไม่ถึงตัวเขาหรอกตงอิงเฮ่าเอ่ยเสียงเกียจคร้าน นอนเล่นอยู่บนตั่งด้วยท่าทางสบายใจ ปิดปากหาวก่อนจะเอ่ยถาม เจ้าไม่ยอมให้คนผู้นั้นเปลี่ยนอาภรณ์ให้แล้วจะให้ข้าเปลี่ยนให้หรืออย่างไร

หานหนิงเซียนร้อนผ่าวที่ใบหน้า นางรู้อยู่แล้วว่าตงอิงเฮ่าต้องได้ยินเรื่องเมื่อครู่นี้ทั้งหมดรวมถึงเรื่องที่เขาและนางจุมพิตกัน ทำเป็นไม่สนใจเอ่ยถามประเด็นที่นางสนใจแทน

ฝ่าบาททรงกระอักพระโลหิต ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด

ตงอิงเฮ่าขยับมานั่งมองบุรุษสูงเพรียวตรงหน้า ดูเหมือนว่าเจ้าจะห่วงใยคนผู้นั้นเสียเหลือเกิน ทั้งที่ข้าเคยเตือนเจ้าแล้วว่าให้อยู่ห่างๆ คนผู้นั้น หรือเจ้าเองก็หลงเสน่ห์คนผู้นั้นให้แล้ว

“...” หานหนิงเซียนไม่รู้จะเอ่ยเช่นไร นางไม่รู้ว่านางหลงเสน่ห์เขาอีกครั้งหรือไม่ แต่ภาพที่เขากระอักเลือดออกมานั้นนางไม่สามารถลบออกจากใจได้

ตงอิงเฮ่าเมื่อไม่เห็นหานชุนเอ่ยตอบก็ได้แต่ทอดถอนใจ ข้าบอกเจ้าด้วยความหวังดีนะอาชุน ยามนี้เจ้าอาจจะคิดว่าคนผู้นั้นรักเจ้าหลงใหลในตัวเจ้า ยอมแม้กระทั่งเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่ที่จริงแล้วบุรุษผู้นั้นมีสตรีนางอื่นอยู่ในใจแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าคงมีบางอย่างที่เหมือนกับนาง ดังนั้นอย่าได้หลงผิดและถลำตัวลึกไปมากกว่านี้

แม้จะรู้อยู่แก่ใจมาหลายปีแล้วว่าบุรุษผู้นั้นลืมนางไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินตงอิงเฮ่าเอ่ย คำพูดของตงอิงเฮ่านั้นไม่ต่างกับมีดที่มาสะกิดแผลเดิมของนาง ดวงใจของนางบีดรัดและทรมานขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เห็นหานชุนมีสีหน้าเคร่งขรึมตงอิงเฮ่าจึงเอ่ยต่อ เรื่องที่เขากระอักเลือดนั้นอย่างที่เจ้าคาดการไว้นั่นถูกแล้ว เขาถูกพิษ

หากเป็นเรื่องพิษข้าก็พอเรียนรู้มาอยู่บ้าง ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเขาถูกพิษใด

ข้าว่าเรื่องนี้เจ้าอย่ายุ่งเลยดีกว่า เรื่องพิษนั้นมีคนจัดการให้เขาอยู่แล้ว ยิ่งเจ้ายุ่งเรื่องของคนผู้นั้นมากเท่าใดก็มีแต่จะยิ่งเสียใจมากเท่านั้น ยิ่งหากเขาสลายพิษในร่างไปจนหมดถึงตอนนั้นเจ้าอาจจะยิ่งเจ็บปวด หากเจ้ามีใจให้คนผู้นั้นตงอิงเฮ่าเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เพราะเหตุใด

เพราะหากเขาขจัดพิษในร่างออกหมด เขาก็จะจดจำสตรีผู้ที่เขาเคยลืมเลือนไปเมื่อสี่ปีก่อนได้ ถึงตอนนั้นเจ้าก็เป็นเพียงบุรุษธรรมดาที่คนผู้นั้นเลิกใส่ใจ

จดจำสตรีผู้ที่เขาเคยลืมเลือน...หัวสมองของนางอื้ออึงไปหมด เขาลืมเลือนสตรีนางใด จะใช่นางหรือไม่ เหตุใดยาพิษนั้นจึงต้องมีความเกี่ยวข้องกับสตรีนางหนึ่งด้วย หานหนิงเซียนมึนงงไปหมดแล้ว

ข้าเอ่ยกับเจ้ามามากเกินไปแล้ว แต่ที่เอ่ยเพราะหวังดีต่อเจ้าจริงๆ เจ้าเองก็มีครอบครัวอยู่แล้ว อย่างได้คิดหลงผิดไปเพราะบุรุษผู้นั้นอีกเลยอาชุน

ได้ เช่นนั้นข้าไปก่อนเอ่ยเช่นนั้นแต่นางฟังสิ่งใดไม่รู้เรื่องอีกแล้ว หมุนตัวเดินออกจากห้องไปด้วยแววตาเลื่อนลอย

ตงอิงเฮ่ามองหานชุนเดินออกไปด้วยท่าทางไม่ต่างกับท่อนไม้แล้วเขาก็ต้องถอนใจอีกครั้ง เขารู้ว่าไม่ควรเอ่ยเรื่องนี้ แต่หานชุนนั้นก็ไม่ผิด เพราะหานชุนนั้นไม่รู้เรื่องสิ่งใดเลยแต่ต้องเข้ามาพัวพันเพราะมีบางอย่างที่คล้ายกับสตรีนางนั้นแต่ตงอิงเฮ่าก็ไม่รู้ว่าคล้ายด้วยส่วนใด

หลังจากที่หานหนิงเซียนออกจากตำหนักไปไม่นานเฮ่อย่งฉีก็กลับมามือเปล่า

กระหม่อมไร้ความสามารถไม่สามารถจับคนชุดดำได้พ่ะย่ะค่ะเฮ่อย่งฉีก้มหน้าเอ่ยเสียงหนัก

รู้หรือไม่ว่าเป็นคนของตำหนักใดเฟยหลงซ่างนั่งอยู่บนตั่งยาวเอ่ยถาม

ยังสืบไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ แต่เป็นตำหนักทางตะวันตกแน่นอน เพราะกระหม่อมเห็นคนผู้นั้นมาจากทางนั้นสองครั้งแล้ว

ฝั่งตะวันตก...เฟยหลงซ่างครุ่นคิด ทบทวนดูว่าฝั่งตะวันตกมีตำหนักของผู้ใดบ้าง

ฝ่าบาททรงได้รับบาดเจ็บที่ตรงไหนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ

ไม่ ขอบใจที่ดูแลเราอย่างดี หากเราไม่ได้เดินเข้าไปอุทยานหลวง พวกเจ้าอาจจะจับคนผู้นั้นได้ก็ได้ ต้องโทษตัวเราเองที่ไม่ยอมดูให้ดี

หามิได้พ่ะย่ะค่ะ คนชุดดำผู้นั้นฝีมือเก่งกาจวิชาตัวเบาไม่เป็นสอง กระหม่อมเองที่ประมาทพ่ะย่ะค่ะ

อย่างได้โทษตนเองเลย วันนี้คงเหนื่อยมากแล้วท่านกลับไปเถิด หากมีสิ่งใดคืบหน้าก็มาแจ้งแก่เรา

ขอบพระทัยฝ่าบาท

เฮ่อย่งฉีเอ่ยจบก็ทูลลาออกไป หลังจากเฮ่อย่งฉีออกไปเพียงไม่นาน เฟยหลงซ่างคิดสิ่งใดเพียงครู่ก็ต้องกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง โชคดีที่ช่วงนี้เขาเริ่มจะคุมพิษได้บ้างแล้วเลือดที่กระอักออกมาจึงไม่มากนัก หลิ่วเย่รีบถวายผ้าเช็ดปากให้

เฟยหลงซ่างเช็ดคราบเลือดที่มุมปากพร้อมกับรอยยิ้ม หลิ่วเย่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดฝ่าบาททรงกระอักพระโลหิตแต่กลับยิ้มออกมาได้ แต่เฟยหลงซ่างนั้นรู้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงกระอักเลือด

ความคิดที่ทำให้เขากระอักเลือดออกมานั้นก็คือหานชุน เมื่อครู่นี้แม้เฟยหลงซ่างจะไม่เห็นยามที่เปิดสาบเสื้อของหานชุน แต่เขามั่นใจอยู่หลายส่วนว่าหานชุนนั้นเป็นสตรี ยามโอบกอดร่างกายนุ่มนิ่ม ริมฝีปากนั้นและกลิ่นนั้นก็เช่นกัน เป็นไปไม่ได้ว่าคนที่เขาโอบกอดอยู่เป็นบุรุษ แม้ร่างกายของหานชุนจะดูสูงเพรียวแต่ก็ยังเตี้ยกว่าบุรุษทั่วไปเล็กน้อย ทุกส่วนขอร่างกายคนผู้นั้นมีกล้ามเนื้อแต่ก็ไม่มาก ยามที่โอบกอดเอาไว้ไม่ต่างกับโอบกอดสตรี อีกเขายังรู้สึกชอบที่จะโอบกอดไว้นานๆ ด้วย ไม่แน่ว่าหานชุนคนนั้นอาจจะเป็นหานหนิงเซียนสตรีที่เขาหลงลืมไปแล้วก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงแม้จะกระอักเลือดอีกกี่ครั้งเขาก็จะต้องทำให้นางกลับมาเป็นของเขาให้จงได้ แม้จะมั่นใจอยู่หลายส่วนแต่เขาก็ยังรอให้เฉินหลันเทียนตรวจสอบ อีกไม่ช้าก็ได้รู้กันว่าหานชุนนั้นคือบุรุษหรือสตรี



------------------



อิอิ มหาสมุทรเต้าหู้ ...



ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์นะคะ^^



---


ส่วนใหญ่จะแจ้งข่าวสารทางเพจ ฝากกดถูกใจไว้ด้วยนะคะ
กดแฟนเพจตรงนี้จ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,060 ความคิดเห็น

  1. #361 jaoh77 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 11:20
    รีบมาต่อด่วนเลย
    #361
    1
    • #361-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:41
      มาแล้วจ้าาาา
      #361-1
  2. #359 sutisajaritrum (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:10
    ค้างงงงงงงงงงงอย่างแรง
    #359
    1
    • #359-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:41
      มาแล้วๆ
      #359-1
  3. #358 V1trur1an (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 22:33
    มหาสมุทรเต้าหู้ นี่มัน.......เต้าฮวยชัดๆ 555 ลุ้นอ่ะไรท พ่อลูกเค้าใกล้เจอกันเหลือเกิน กระดึ๊บเข้ามาถึงในรั้วเดียวกันละ ตามต่อไปปปปป 😘😘
    #358
    1
    • #358-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:41
      บุรุษเต้าฮวย 555 กระดึ๊บกันต่อไปค่ะ
      #358-1
  4. #357 MozartTx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 20:03
    ถอดเสร็จก็จับกดไปเลย กินเต้าหู้ไม่อิ่มหรอก มื้อใหญ่ไปเลย
    #357
    1
    • #357-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:41
      ได้ก็ดีอิอิ จบไวดี 555
      #357-1
  5. #356 nawa-apo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 19:23
    นานละ รีบคลี่คลายซะแล้วหาลงแบบสวยๆ ดีกว่า ยื้อนานไปก็ขาดความเข้มข้น
    #356
    1
    • #356-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 19:58
      ตัวไรท์เองเป็นคนเวิ่นเว้อตามชื่อแหละค่ะ ไม่รู้จะหาทางลงแบบสวยๆได้มั้ยนะคะ แต่ถ้ามีคนมาเร่งจะหาทางลงไม่ได้ค่ะ เพราะเป็นคนเวิ่นเว้ออย่างที่บอกแหละค่ะ ดังนั้นไปกันเรื่อยๆก็แล้วกันนะคะ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2560 / 20:02
      #356-1
  6. #355 Angiemammy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 19:21
    มาต่อไวๆๆน้าาา
    เดี๋ยวมโนต่อจากไรท์ไปก่อน55
    #355
    1
    • #355-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:40
      ไรท์มโนต่อ
      #355-1
  7. #354 Khwan23 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 18:35
    ค้างๆๆๆๆๆ
    รอไร้ท กลับมาค่ะ
    #354
    1
    • #354-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:40
      กลับมาแย้ววว
      #354-1
  8. #353 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 18:29
    ฟินนน เด่วไรท์หักมุมชัวป๊าบบบบ
    #353
    1
    • #353-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:40
      ไม่หักมากหรอกน่า
      #353-1
  9. #352 151119 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 18:16
    😂😂😂😂จะแก้เกมส์ยังไงล่ะทีนี้ 
    #352
    1
    • #352-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:40
      แก้ไม่เป็นแก้ผ้าง่ายกว่า อิอิ
      #352-1
  10. #351 LowSugarPink (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 18:15
    ไรท์ ใจร้าย ตัดแบบ ค้างงๆ จะถอดๆ กันไหม 5555 ไม่หื่นเลย////
    #351
    1
    • #351-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:40
      ไม่ค้างแล้วๆ
      #351-1
  11. #350 wannaps (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 17:58
    มาต่อไวๆๆนะคะสู้ๆๆ
    #350
    1
    • #350-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:40
      ชอบคุณจ้า
      #350-1
  12. #349 OuWate (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 17:47
    อร้ายยยย ตัดได้ค้างมากฮ่ะ รอๆๆๆ
    #349
    1
    • #349-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:40
      ไม่ค้างแล้วเนาะ
      #349-1
  13. #348 เหมยน้ำเเข็ง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 17:37
    ว้ายยยยย กรี้ดดดดดด
    #348
    1
    • #348-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:39
      กรี๊ดดดดด
      #348-1
  14. #347 phasi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 17:28
    เอาแล้วจะช่วยเขาเปลื่องอีก เนียนดีจริง
    #347
    1
    • #347-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:39
      มึนดีอิอิ
      #347-1
  15. #346 tookno1 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 17:27
    มาให้ไว
    #346
    1
    • #346-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:39
      มาแล้วจ้า
      #346-1
  16. #345 konen2014pare (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 17:24
    รอดมั้ย55
    #345
    1
    • #345-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:39
      รอดมั้ย รอดมั้ย
      #345-1
  17. #344 MeaniE_18 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 17:12
    หน้าเหมือนฮ่องเต้มั้ยนะ เอาแบบเจอปุ๊บรู้ปั๊บงี้ อิอิ
    #344
    1
    • #344-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:39
      อิอิ ยังไม่รู้เลย
      #344-1
  18. #343 aranyaorchid (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 17:12
    จะได้กินเต้าหู้รึไม่ท่านไรท์ ข้ารีดน้อยรออยู่เจ้าค่ะ
    #343
    1
    • #343-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 11:39
      ได้กินมั้ยๆ
      #343-1
  19. #341 ปลายฝน ต้นหนาว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 15:05
    รอๆๆๆๆค่ะ มโนไปไกลแล้ว
    #341
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #341-2 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 17:27
      มาแล้วจ้า
      #341-2
  20. #340 Minaon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 15:02
    หากท่านพ่อเจอลูกๆ แล้วกระอักเลือด...จะคิดว่าตัวเองโลลิคอนป่าว 5555++
    #340
    2
    • #340-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 17:27
      อันนี้เอาฮา 555
      #340-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  21. #339 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 13:59
    อยากใหพ่อ้เจอลุก
    #339
    1
    • #339-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 16:57
      รอก่อนนาจา
      #339-1
  22. #338 LowSugarPink (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 11:46
    มาเรียนที่นี่ อาจได้เจอตาฮ่องก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นลูกตัวเอง อาจเอ็นดู ที่เห็นเด็กเพราะฉลาด ( รี๊ด มโน เป็นฉากๆ เลยไรท์) 5555
    #338
    1
    • #338-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 16:57
      ต้องลองดูกันค่ะว่าจะเป็นดั่งมโนหรือไม่
      #338-1
  23. #337 phasi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 11:43
    พ่อลูกจะได้เจอกันแล้ว แต่กลัวเจอย่านี้สิ
    #337
    1
    • #337-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 16:57
      จะเจอกันแล้วววว
      #337-1
  24. #336 sutisajaritrum (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 11:17
    เจอกันเร็วน่ะ...เชียรอยุ่
    #336
    1
    • #336-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 16:57
      เจอกันเมื่อไหร่น้า
      #336-1
  25. #335 natpapat5665 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 11:16
    สนุกมากค่ะมารอไรท์ทุกวันเลย
    #335
    1
    • #335-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 19)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 16:56
      ขอบคุณจ้า มาแล้ว
      #335-1