ลำนำดอกเหมย (จบแล้ว)

ตอนที่ 18 : ภาควังหลวง : 5 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    20 ก.ค. 61


หลังจากเอ่ยเรื่องสำคัญกับเฟยหลงซ่างจบ ตงอิงเฮ่าก็ออกไปตำหนักองค์ไทเฮา เป็นโอกาสเหมาะของเฟยหลงซ่าง

หลิ่วเย่...เขาเอ่ยเรียกขันทีคู่กายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาทหลิ่วเย่โค้งคำนับก่อนจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเขา

เฟยหลงซ่างวางมือจากตะเกียบเงยหน้าขึ้นถาม เจ้ารับใช้ข้ามากี่ปีแล้ว

กระหม่อมเข้าวังมาตอนเก้าขวบ สิบเอ็ดขวบก็ได้เข้ามารับใช้ที่ตำหนักใหญ่ หลังจากที่เจากงกงเกษียณไปกระหม่อมก็เป็นคนดูแลฝ่าบาทตอนนั้นกระหม่อมอายุได้สิบสี่ปี ตอนนี้อายุยี่สิบสี่ปี ก็สิบปีพอดีพ่ะย่ะค่ะ

มีเรื่องใดที่เราทำให้เจ้าลำบากใจบ้างหรือไม่

เมื่อได้ยินคำถามหลิ่วเย่ก็คุกเข่าลงเอ่ยอย่างรวดเร็ว กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ

เช่นนั้นเราถามใหม่ ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เราดูแลเจ้าดีหรือไม่

ย่อมดีอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ เพราะฝ่าบาทกระหม่อมถึงได้กินดีอยู่ดีอยู่ทุกวันนี้

เช่นนั้นหรือดวงตาคมดั่งเหยี่ยวปรายตามาสบกับขันทีคู่ใจ

พ่ะย่ะค่ะหลิ่วเย่รู้สึกถึงแววตานั้น เขาจับความรู้สึกได้รางๆ ว่าน่าจะเกิดเรื่องไม่ดีแล้วจึงได้แต่หลุบตาต่ำ

เช่นนั้นเจ้าลองเล่าเรื่องเราถูกลอบทำร้ายเมื่อสี่ปีก่อนให้เราฟังหน่อยสิ

เรื่องนั้น...กระหม่อมเคยทูลฝ่าบาทไปแล้วนี่พ่ะย่ะค่ะ

แต่เราอยากฟังอีก

เมื่อเฟยหลงซ่างเอ่ยเช่นนั้นหลิ่วเย่จึงเริ่มเอ่ยเล่า ในตอนนั้นขณะที่ฝ่าบาทกำลังจะเสด็จกลับวังหลวง มีบุรุษชุดดำหลายคน--- “ยังเอ่ยไม่ทันไร โต๊ะเสวยก็ถูกตบดังปังพร้อมกับเสียงตวาดกร้าว

เราต้องการฟังความจริง!”

ได้ยินดังนั้นหลิ่วเย่ก็ยิ่งลนลานเข้าไปใหญ่ ฝ่าบาท กระหม่อมเอ่ยเรื่องจริง

อย่ามาโกหกเรา เจ้าคิดว่าเราโง่หรือไร แม้เราจะความจำเสื่อมแต่เราก็ไม่ได้โง่ เล่าเรื่องจริงมาให้หมดไม่เช่นนั้น ก็ไสหัวออกไปไม่ต้องมาเป็นขันทีรับใช้ข้า

ฝ่าบาทหลิ่วเย่คลานเข่าเข้าไปหาเฟยหลงซ่างด้วยอาการลนลาน กระหม่อมผิดไปแล้ว แต่เรื่องนี้กระหม่อมเอ่ยไม่ได้ องค์ไทเฮาทรงตรัสเอาไว้หากผู้ใดเอ่ยออกไปมีโทษสถานเดียวคือตาย

เฟยหลงซ่างก้มมองเอ่ยเสียงเย็นชา เช่นนั้นเจ้าก็เลือกเอาว่าจะตายเพื่อเราหรือจะตายเพราะเรา

แต่หากเอ่ยไปมันอาจจะทำร้ายฝ่าบาท กระหม่อมยอมตายดีกว่าจะทำให้พระวรกายของฝ่าบาทเป็นอะไรไป

เจ้าห่วงเรามากกว่าชีวิตตัวเองหรือ เจ้าก็น่าจะรู้หากไม่บอกเราเจ้าก็จะไม่มีหัวอยู่บนบ่าเช่นเดียวกัน

กระหม่อมยอมหัวหลุดจากบ่าดีกว่าฝ่าบาทเป็นอะไรไป ฝ่าบาทคือผู้ปกครองบ้านเมื่อพ่ะย่ะค่ะหลิ่วเย่เอ่ยด้วยสีหน้าแน่วแน่

เจ้านี่มันเฟยหลงซ่างลุกขึ้นสะบัดแขนเสื้อด้วยความไม่พอใจ แม้จะเอาโทษตายมาขู่แล้วหลิ่วเย่กลับไม่หวาดเกรง หันไปด้านหน้าประตูตะโกนเรียกไป๋เฉิงและชีซา

ครั้นเมื่อไป๋เฉิงและชีซามายืนอยู่ตรงหน้า เฟยหลงซ่างก็เอ่ยถามทันที

พวกเจ้าก็รู้เรื่องสาเหตุที่เราความจำเสื่อมและสาเหตุที่เรากระอักออกมาเป็นเลือดใช่หรือไม่

พวกกระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะไป๋เฉิงและชีซาเอ่ยพร้อมกัน

บัดซบ!” ฝ่ามือแกร่งกระแทกไปที่เสาตัวหนึ่งจนเห็นเป็นรอยบุ๋มของฝ่ามือ

ไป๋เฉิงและชีซาทิ้งเข่าลงบนพื้นทันที

เฟยหลงซ่างชี้ไปยังคนสนิททั้งสามด้วยอารมณ์กราดเกรี้ยว ดวงตาแดงก่ำ พวกเจ้าหลอกลวงเรา ทั้งๆที่พวกเจ้ารู้แต่ก็ยังรวมหัวกันหลอกลวงเรา" เอ่ยจบเฟยหลงซ่างก็ชักกระบี่ที่เอวของชีซาออกมาอย่างรวดเร็ว

ฝ่าบาท กระหม่อมสมควรตายพ่ะย่ะค่ะชีซาโขกศีรษะเสียงดังสนั่น

หลิ่วเย่และไป๋เฉิงเมื่อเห็นดังนั้นก็โขกศีรษะเรียกร้องหาความตายเช่นกัน

พวกเจ้าเงยหน้าขึ้น!” เฟยหลงซ่างเอ่ย

เมื่อคนทั้งสามที่โขกศีรษะกับพื้นอย่างไม่ลืมหูลืมตาเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องรีบเอ่ยร้องขอ

ฝ่าบาทอย่าทำเช่นนี้ โปรดรักษาพระวรกายด้วยหลิ่วเย่เอ่ยก่อนรีบคลานเข่าเข้าไปหา

เฟยหลงซ่างถอยหนีพร้อมกับจ่อกระบี่ที่ลำคอของตนเอง

ฝ่าบาทชีซาและไป๋เฉิงหมายจะไปแย่งกระบี่คืน

เฟยหลงซ่างยิ้มเย็น พวกเจ้าก็รู้ว่าสู้เราไม่ได้ หากวันนี้เราไม่ได้รู้ความจริงก็มาตายพร้อมกันเสียเลยในเมื่อขู่เอาชีวิตผู้อื่นแล้วผู้อื่นไม่กลัว เขาจึงต้องใช้ชีวิตของตนเองเป็นเดิมพัน กระชับกระบี่แน่นจ่อคมกระบี่เข้าหาลำคอจนเลือดเริ่มรินไหลออกมา

ฝ่าบาท!” คนทั้งสามเอ่ยเรียกพร้อมกันด้วยความตกใจ

ฝ่าบาทอย่าพ่ะย่ะค่ะ โปรดยั้งมือ หากต้องการตายให้ชีวิตอันไร้ค่าของหลิ่วเย่ผู้นี้ตายไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ

หากพวกเจ้าไม่เอ่ยเรื่องจริงว่าเมื่อสี่ปีก่อนเกิดสิ่งใดขึ้น เจ้าก็ไปตามเราที่ยมโลกก็แล้วกัน

เห็นเฟยหลงซ่างขยับกระบี่อีกครั้ง หลิ่วเย่ก็ลนลานไปกอดขาด้วยน้ำตานองใบหน้า กระหม่อมทูลแล้ว ขอฝ่าบาทอย่าเพิ่งทรงหุนหัน ทิ้งกระบี่ลงมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ

เจ้ามั่นใจว่าจะเล่าความจริงให้เราฟัง

พ่ะย่ะค่ะ หลิ่วเย่ผู้นี้สาบานว่าจะเอ่ยแต่ความจริงพ่ะย่ะค่ะ

เคล้ง! เสียงกระบี่ถูกโยนลงพื้น ชีซานั้นรีบเก็บกระบี่กลับในทันใด

ผู้ใดอยู่ข้างนอกบ้างตามหมอหลวงมาทีหลิ่วเย่ตะโกนเอ่ย

ไม่ต้องตามเฟยหลงซ่างสั่ง

ตามมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระศอของฝ่าบาทโลหิตไหลใหญ่แล้วหลิ่วเย่ไม่สนใจหันไปเอ่ยกับขันทีหนุ่มที่เพิ่งจะวิ่งเข้ามาให้ไปตามหมอหลวงมาดูอาการคอของเฟยหลงซ่าง

หลังจากที่หมอหลวงกลับไปแล้ว หลิ่วเย่ก็ยังคงมองพระศอของฝ่าบาทด้วยแววตาเจ็บปวด

พวกเจ้าเล่ามาได้แล้วเฟยหลงซ่างเอ่ย

หลังจากทำแผลอยู่ที่ห้องโถงกว้าง เฟยหลงซ่างก็ให้คนทั้งสามคุกเข่าอยู่ตรงหน้าตั่งตัวยาว เฟยหลงซ่างนั่งอยู่บนตั่งมองคนทั้งสามเรียงกันไป

คนทั้งสามเกี่ยงกันไปมา จนเฟยหลงซ่างทนไม่ไหว

หลิ่วเย่ เจ้าเป็นคนเล่า

พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาทไม่คิดว่าลูกเต๋าแห่งความโชคร้ายจะตกมาที่เขาแต่หลิ่วเย่ก็เอ่ยออกมาจนได้

ทูลฝ่าบาท เรื่องนี้มันเกิดขึ้นหลังจากที่ฝ่าบาทและพวกกระหม่อมเสด็จกลับมายังวังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ หลังจากเสด็จกลับมาฝ่าบาทก็ทรงรับสั่งให้กรมพิธีการเตรียมการเรื่องสถาปนาฮองเฮา พระสนมชิวรั่วหลันที่ฝ่าบาททรงเมตตามาตลอดรู้ข่าว กระหม่อมคาดว่าตอนแรกพระสนมคงคิดว่าคงเป็นพระสนมเองที่จะได้สถาปนาเป็นขึ้นฮองเฮาเพราะฝ่าบาทดูโปรดปรานและเมตตานางที่สุด แต่สุดท้ายเมื่อฝ่าบาทไปทูลเรื่องนี้กับองค์ไทเฮาว่าจะไปรับสตรีนอกวังเพื่อสถาปนาสตรีนางนั้นเป็นฮองเฮา พระสนมชิวรั่วหลันก็เสียใจมาก ผ่านไปสองวันหลังจากเสด็จกลับมากรมพิธีการก็เตรียมการอย่างเร่งร้อน ยามนั้นคนของสำนักวิหคสวรรค์ที่ทำหน้าที่อารักขาฝ่าบาทยังคงอยู่ในวัง เพราะว่าสตรีที่ฝ่าบาทต้องการสถาปนาเป็นฮองเฮานั้นเป็นศิษย์สำนักวิหคสวรรค์ ฝ่าบาทจึงตั้งใจให้คนของกรมพิธีการนั้นเดินทางกลับไปพร้อมกับพวกเขา

แต่วันนั้น ขณะที่ฝ่าบาทปรึกษาราชกิจกับท่านเสนาเฉินหลันเทียน พระสนมก็มาขอเข้าเฝ้า พระสนมทรงนำน้ำแกงบำรุงร่างกายมาให้ฝ่าบาทเสวย เพราะพระสนมเคยนำน้ำแกงบำรุงมาให้ฝ่าบาทอยู่บ่อยๆ อีกทั้งในยามนั้นง่วงอยู่กับการสะสางราชกิจให้เสร็จก่อนพิธีสถาปนาฮองเฮา ฝ่าบาทจึงไม่ได้ระเเวงสิ่งใด อีกทั้งเข็มเงินที่ใช้ทดลองพิษก็ไม่เป็นสีดำ ฝ่าบาทจึงเสวยน้ำแกงนั้น และหลังจากนั้นเพียงไม่นานฝ่าบาทก็เริ่มกระอักพระโลหิตออกมาระลอกใหญ่พ่ะย่ะค่ะ

เฟยหลงซ่างฟังไปครุ่นคิดไป เขาจำสิ่งใดไม่ได้เลย แต่ที่เขาไม่คาดคิดคือสนมชิวรั่วหลันจะวางยาเขา นางทั้งอ่อนเยาว์และไร้เดียงสา เขาเมตตานางแต่ไม่ได้โปรดปราน เพราะสนม ชายา ในวังไม่มีสตรีนางใดที่เขาโปรดปรานแม้สักนางเดียว

แล้วอย่างไรต่อ

ในตอนแรกไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเป็นเพราะน้ำแกงของพระสนมที่มียาพิษพ่ะย่ะค่ะ แต่เมื่อพระสนมเห็นฝ่าบาททรงกระอักพระโลหิตออกมาไม่หยุด พระสนมจึงมีสีหน้าแตกตื่นพร้อมกับเอ่ยว่าไม่จริงตลอดเวลา ในตอนนั้นเองฝ่าบาทจึงเป็นคนเอ่ยถามพระสนมว่านำสิ่งใดให้ฝ่าบาททรงเสวย พระสนมจึงบอกว่าเป็นยาลืมรักพ่ะย่ะค่ะ

ยาลืมรัก...

พ่ะย่ะค่ะ พระสนมเอ่ยว่า ยานี้ได้มาจากคนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นหว่านล้อมพระสนมว่าฝ่าบาทต้องทรงรักสตรีที่จะสถาปนาขึ้นมาฮองเฮาอย่างแน่นอน แต่พระสนมไม่เชื่อว่าฝ่าบาทจะทรงมีความรักกับสตรีนางใดนางจึงเป็นคนนำยานี้มาให้ฝ่าบาททรงเสวยพ่ะย่ะค่ะ นางบอกว่าหากฝ่าบาททรงคิดถึงสตรีผู้นั้นเมื่อใดก็จะกระอักพระโลหิตออกมาเป็นพักๆ หากไม่ทรงหยุดคิดถึงสตรีนางนั้นก็จะกระอักพระโลหิตออกมาจนตายพ่ะย่ะค่ะ

มียาเช่นนี้อยู่ด้วยหรือเฟยหลงซ่างเอ่ยถามสีหน้ายังคงเคร่งขรึม เขาไม่อยากเชื่อว่ามียาประเภทนี้อยู่จริง แม้ตนเองจะกระอักเลือดออกมาแต่เขาก็คิดว่าเป็นสาเหตุอื่น อีกทั้งความจำเสื่อมของเขานั้นแม้แต่ตนเองก็ยังรู้สึกแปลกๆ ดังนั้นจึงต้องซักไซ้เอาจากคนของตนเอง แต่เมื่อรู้ความจริงแล้วก็ยากที่จะเชื่อเช่นกัน

ตามที่หมอหลวงหวังเอ่ยไว้ ยาประเภทนี้ไม่ได้อยู่ในตำรายาหรือตำราพิษพ่ะย่ะค่ะ นอกจากฟังจากคำสารภาพของพระสนมหมอหลวงหวังแทบจะไม่รู้สิ่งใดเกี่ยวกับยาตัวนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ

แล้วข้าความจำเสื่อมได้อย่างไร

เรื่องนั้น...หลิ่วเย่เอ่ยตะกุกตะกัก

เล่ามาเถิดเราไม่เอาเรื่องผู้ใดทั้งสิ้น

ได้ยินดังนั้นหลิ่วเย่จึงเอ่ยต่อ หลังจากนั้นฝ่าบาทก็ยังคงกระอักพระโลหิตไม่หยุดพ่ะย่ะค่ะ แม้จะมีการสกัดจุดฝังเข็มแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อาการกระอักพระโลหิตของฝ่าบาทหยุดลง แม้จะปิดเรื่องนี้เป็นความลับ แต่เมื่อองค์ไทเฮาทรงทราบเรื่องก็ปรึกษาหารือกับท่านหมอหลวงหวังว่าควรทำเช่นใดดี หมอหลวงหวังจึงเสนอเรื่องฝังเข็มกดความทรงจำพ่ะย่ะค่ะ

ฝังเข็มกดความทรงจำ

พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้ยินว่าเป็นการฝังเข็มเพื่อกดความทรงจำเอาไว้ ซึ่งยามนั้นหมอหลวงหวังก็ยังไม่กล้ายืนยันว่ากดความทรงจำเพื่อให้ฝ่าบาทลืมสตรีที่ฝ่าบาทรักไปแล้วจะหายจากอาการกระอักพระโลหิตหรือไม่ แต่องค์ไทเฮาทรงให้ลองดูพ่ะย่ะค่ะ เพราะในตอนนั้นฝ่าบาทกระอักพระโลหิตออกมามาก อีกทั้งคนที่วางแผนให้พระสนมชิวรั่วหลันนั้นคงจะรู้ข่าวจึงได้นำคนมาลอบปลงพระชนม์แต่ดีที่ยามนั้นมีทั้งตงอิงเฮ่า ชีซาและไป๋เฉิงอยู่ฝ่าบาทจึงปลอดภัย องค์ไทเฮานั้นตัดสินพระทัยเด็ดขาด เพราะแม้จะมีคนคุ้มครองฝ่าบาทจนปลอดภัย แต่หากไม่หยุดกระอักพระโลหิตฝ่าบาทก็จะทรง...

แล้วอย่างไรต่อเฟยหลงซ่างตัดบท

หลังจากที่องค์ไทเฮาบอกว่าจะกดความทรงจำของฝ่าบาท ฝ่าบาททรงไม่ยินยอมพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรก็ไม่ยินยอม สุดท้ายองค์ไทเฮาจึงสั่งให้ตงอิงเฮ่าและเสนาเฉินที่มีวรยุทธใกล้เคียงกับฝ่าบาทสกัดจุดฝ่าบาทและบังคับถวายการฝังเข็มพ่ะย่ะค่ะหลิ่วเย่ก้มหน้าตอบเสียงเบา

มือหนาของเฟยหลงซ่างกำเป็นหมัด แต่สีหน้ายังคงราบเรียบ

แล้วอย่างไรต่อไป

หลังจากทรงฟื้นขึ้นมาก็ทรงไม่กระอักพระโลหิตอีกเลย"

สนมชิวรั่วหลันที่บอกว่าป่วยตาย...

ถูกประทานยาพิษพ่ะย่ะค่ะ

ไม่ต้องเอ่ยถามว่าผู้ใดเป็นคนประทานยาพิษให้ หากไม่ใช่พระนางหนิงจิ้งแล้วจะเป็นผู้ใด

สตรีที่ข้าจะสถาปนาเป็นฮองเฮาเล่า

ระหว่างที่ฝังเข็มก่อนที่ทรงจะหมดสติไป ทรงเรียกท่านเสนาเฉินเข้าไปตรัสเรื่องบางอย่างพ่ะย่ะค่ะ หลังจากนั้นท่านเสนาเฉินจึงนำเรื่องที่ฝ่าบาทตรัสมาแจ้งกับพวกกระหม่อมทราบ

เราเอ่ยเรื่องใด

เอ่ยว่าให้ปิดเรื่องแม่นางหานหนิงเซียนสตรีผู้ที่ฝ่าบาทจะทรงสถาปนาเป็นฮองเฮาไว้เป็นความลับพ่ะย่ะค่ะ และรีบส่งข่าวให้แม่นางหานรู้ว่าเกิดเหตุอันใดแต่ต้องทำอย่างลับๆ เพราะหากว่าองค์ไทเฮาจะทรงทราบแล้วแม่นางหานอาจจะไม่ปลอดภัย

เฟยหลงซ่างพยักหน้า หากเขารักสตรีนางนั้นจริงเขาก็จะทำเช่นนั้น บอกข่าวให้นางรู้อย่างลับๆ เพราะหากเสด็จแม่ของเขารู้ นางคงจะไม่มีชีวิตรอด

เฟยหลงซ่างรู้ดีว่าพระนางหนิงจิ้งนั้นเห็นการปกครองบ้านเมืองนั้นสำคัญที่สุด หากมีสตรีนางใดที่ทำให้เขาสูญเสียความควบคุม หรือทำให้ตำแหน่งของเขาสั่นไหวโยกคลอน เสด็จแม่ของเขาก็จะกำจัดสิ่งโยกคลอนนั้นให้สิ้นซาก หานหนิงเซียนสตรีผู้นี้ก็เช่นกัน เสด็จแม่คงคิดว่าหากเขาเจอนางอาการกระอักเลือดนั้นอาจจะกำเริบ สิ่งที่ดีที่สุดคือฆ่านางเสียอย่าให้นางได้มีโอกาสมาเจอเขาอีก เพียงแค่นี้อาการของเขาก็จะไม่กำเริบ และเขาก็จะไม่สงสัยกับเรื่องที่ทุกคนหลอกลวงเขามาตลอดเกือบสี่ปี แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าเขากลับอาการกำเริบเพราะบุรุษผู้หนึ่งเล่า หากเสด็จแม่รู้บุรุษผู้นั้นก็คงไม่รอดเช่นกัน

เสด็จแม่หานางเจอหรือไม่ นางรู้ข่าวจากเราหรือไม่เขาหายไปจากชีวิตนางเป็นเวลาเกือบสี่ปีช่างยาวนานสำหรับคนรอเสียเหลือเกิน

กระหม่อมคาดว่าองค์ไทเฮาคงหาแม่นางหานไม่เจอพ่ะย่ะค่ะ เพราะตอนที่ฝ่าบาททูลไทเฮาเรื่องสถาปนาฮองเฮานั้นฝ่าบาทเอ่ยเพียงแค่ว่าเป็นสตรีนอกวังหลวงไม่ได้เอ่ยว่าเป็นผู้ใด องค์ไทเฮาจึงหาเบาะแสอะไรไม่ได้ และหลังจากนั้นฝ่าบาทฟื้นขึ้นมา แม้องค์ไทเฮาจะต้องการรู้เพียงใดว่าสตรีนางนั้นเป็นผู้ใดก็เค้นเอาจากพวกเราไม่ได้ เพราะเกรงว่าฝ่าบาทจะสงสัย พวกเราจึงอยู่รอดมาจนทุกวันนี้เอ่ยถึงตรงนี้หลิวเย่ก็มีสีหน้าจนใจ

ส่วนเรื่องส่งข่าวให้แม่นางหานนั้น ในช่วงปีแรกองค์ไทเฮาทรงส่งคนตามติดพวกกระหม่อมทุกฝีก้าวพ่ะย่ะค่ะ แม้แต่เสนาบดีเฉินก็เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดสามารถส่งข่าวไปแจ้งให้กับแม่นางหานผู้นั้นได้ ปีต่อมาท่านเสนาบดีเฉินจึงใช้วิธีขอลางานกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด แต่ที่จริงแล้วเขาเดินทางไปส่งข่าวให้หานหนิงเซียน แต่เมื่อไปก็ไม่พบแม่นางหานแล้ว คนในสำนักต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่นางหานนั้นถูกขับออกจากสำนัก แต่ท่านเสนาบดีเฉินก็ไม่ได้ลดละส่งคนออกตามหาแต่กลับหาแม่นางหานผู้นั้นไม่เจอเหมือนนางไม่เคยมีตัวตนอย่างไรอย่างนั้นพ่ะย่ะค่ะ

เฟยหลงซ่างหัวใจหนักอึ้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความกระวนกระวายใจบางอย่างทำให้เขารู้สึกวิงเวียน แล้วความหวานก็ขึ้นมายังคอจนกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

ฝ่าบาท!” ทั้งสามคนที่คุกเข่าตรงหน้าต่างสะดุ้ง จะขยับมาใกล้แต่เฟยหลงซ่างกลับโบกมือห้าม

เขารวบรวมลมปราณเพื่อข่มพิษเอาไว้เช็ดเลือดที่มุมปาก เอ่ยเสียงเยียบเย็น จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดเจอนาง

พ่ะย่ะค่ะ ท่านเสนาบดีเฉินใช้การลากลับบ้านเกิดทุกปีคอยส่งคนตามหาแต่ก็ไม่พบพ่ะย่ะค่ะ

แสดงว่าที่เฉินหลันเทียนกลับบ้านไปเมื่อกลางเดินที่แล้วก็เพื่อสืบเรื่องนี้เช่นกัน

พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ไม่แน่ปีนี้อาจจะมีข่าวดีก็ได้พ่ะย่ะค่ะหลิ่วเย่เอ่ย

ใบหน้าของนางเป็นเช่นไรเขาเอ่ยถามเพราะแม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าสตรีนางนั้นใบหน้าเป็นเช่นไร...เขาจำไม่ได้

ใบหน้าของนางพวกกระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ เสนาบดีเฉินเคยบอกพวกกระหม่อมว่าแม่นางหานผู้นั้นแปลงโฉม มีฝ่าบาทเพียงคนเดียวที่ทรงเคยเห็นหน้านาง

เฟยหลงซ่างสีหน้ายังคงไม่ดีนัก นิ่งเงียบพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกมา จำไว้พวกเจ้าห้ามบอกผู้ใดว่าเรารู้เรื่องนี้แล้ว แม้แต่ตงอิงเฮ่าอย่าให้เขาระแคะระคาย เขาเป็นคนของเสด็จแม่หากรู้ว่าข้ารู้เรื่องนี้ เสด็จแม่คงจะไม่วางมือให้คนออกตามหานางเป็นแน่

รับทราบพ่ะย่ะค่ะคนทั้งสามเอ่ยพร้อมกัน

หลังจากนั้นเฟยหลงซ่างจึงให้คนทั้งสามออกไป ไป๋เฉิงนั้นไม่ได้ออกไปในทันที ยืนอยู่เพียงครู่แล้วเอ่ยถาม

ฝ่าบาทเรื่องที่ให้กระหม่อมไปสืบมา...

เฟยหลงซ่างนิ่งเงียบอยู่พักใหญ่สุดท้ายก็ผินมองไปทางอื่นเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ เอาไว้ก่อน

ไป๋เฉิงทำท่าจะเอ่ยสิ่งใดต่อ แต่เห็นใบหน้าที่อิดโรยของฝ่าบาทเขาจึงยั้งปากเอาไว้ คำนับให้หนึ่งครั้งแล้วเดินออกไป

เจ้ามีเรื่องอันใดเมื่อกลับมายืนอยู่เฝ้าหน้าห้องชีซาที่มองเห็นอาการของไป๋เฉิงก็อดเอ่ยถามไม่ได้

ฝ่าบาทให้ข้าไปสืบเรื่องหานชุน แต่ข้ากลับพบเด็กหนุ่มผู้นั้น

พบผู้ใด

ข้าไม่แน่ใจเพราะมันนานแล้วอีกทั้งก็เจอกันเพียงไม่นาน แต่ข้าคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นน่าจะเป็นคนที่แม่นางหานรับไว้เป็นน้องชายบุญธรรม

ชีซาหันไปมองหน้าไป๋เฉิง เด็กหนุ่มที่มีนามว่า...นามว่าอย่างไรนะ

ข้าก็จำไม่ได้เช่นกัน แต่ข้ามั่นใจว่าต้องใช่เด็กหนุ่มผู้นั้น คิดจะทูลกับฝ่าบาทแต่เห็นเป็นเช่นนี้ข้าจึงคิดว่ารอให้ท่านเสนาบดีเฉินกลับมาก่อนแล้วปรึกษาท่านเสนาบดีเฉินคงดีกว่า

อืม ดีเหมือนกันปรึกษาท่านเสนาบดีเฉินก่อน อย่างน้อยเพื่อไม่ให้ฝ่าบาทอาการกำเริบองครักษ์ทั้งสองพยักหน้าให้กัน

 

หลายวันผ่านไป...

หานหนิงเซียนนั้นในตอนแรกก็ไม่คิดจะกลับมาทำงานที่วังหลวง แต่เมื่อตงอิงเฮ่ามาแจ้งข่าวว่านางได้ย้ายตำแหน่งไปเป็นมือปราบหลวงนางก็ลังเล เพราะตงอิงเฮ่าบอกว่าเฮ่อย่งฉีหัวหน้ากองนั้นบอกว่าหากรับหานชุนเข้าไปจะให้หานชุนช่วยสืบเรื่องคนร้ายที่ลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท

เพราะเหตุการณ์ปลงพระชนม์ในวันนั้นยังมีเรื่องให้หานหนิงเซียนติดใจอยู่ เหตุใดคนชุดดำผู้หนึ่งจึงใช้วรยุทธของสำนักวิหคสวรรค์ คำถามนี้ยังติดอยู่ในใจของนาง สุดท้ายจึงไปปรึกษากับจิ้นติ้ง

ในเมื่อตอนนี้กิจการร้านของข้าสาขาที่นี่ก็ยังเปิดไม่ได้ เจ้าก็ไปทำงานเป็นมือปราบหลวงก่อนก็ได้ ข้ารู้ว่าเจ้าอยากไป ไว้กิจการข้าเปิดแล้วเจ้าอยากทำก็มาทำ มาช่วยกันทำจิ้นติ้งเอ่ยออกมา เขาไม่เคยจะขัดใจนางสักอย่างเขาสนับสนุนนางทุกเรื่อง

หานหนิงเซียนได้แต่ยิ้มให้เขาไม่เคยคาดคิดว่าการช่วยเหลือเขาเพียงครั้งเดียวในครั้งนั้นจะทำให้นางมีเพื่อนคู่คิดและน้องชายที่แสนดีเช่นนี้

ข้าดีใจเหลือเกินที่มีเจ้าเป็นน้อง

ข้าเสียใจเหลือเกินที่เจ้าไม่เลิกเรียกข้าว่าน้องเสียทีเขาทำหน้าโอดครวญ นางเห็นแล้วก็ได้แต่หัวเราะ แล้วจึงเปลี่ยนเรื่องคุย

 

คุ้นชินกับหน้าที่ใหม่แล้วหรือยังเฮ่อย่งฉีเอ่ยถามหานชุนที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับเอกสารคำให้การต่างๆ

หานหนิงเซียนในคราบของหานชุนเงยหน้าขึ้นตอบพร้อมกับยิ้ม พอจะคุ้นชินบ้างแล้วแต่ต้องมีอีกหลายเรื่องที่ข้าต้องให้ผู้อื่นชี้แนะ

มีสิ่งใดต้องการให้ข้าชี้แนะก็บอกมาได้

ขอบคุณท่านย่งฉีนางประสานมือขอบคุณเขา

ต่อไปเรียกข้าว่าพี่ฉีก็พอ ในหน่วยกองปราบหลวงนี้ทุกคนก็เรียกช้าเช่นนั้น เราอยู่กันอย่างพี่น้อง

ขอรับพี่ฉีหานหนิงเซียนรับคำอย่างง่ายดาย

เฮ่อย่งฉีพอใจกับท่าทีของหานชุน ไป ข้าจะพาเจ้าเดินดูให้รอบวังหลวงเสียก่อน แล้วจะเล่าเบาะแสบางอย่างให้เจ้าฟังด้วยได้ยินเช่นนั้นหานหนิงเซียนก็ปิดเอกสารคำให้การลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น

เฮ่อย่งฉีนั้นชอบผู้ที่มีความกระตือรือร้นอยู่แล้วอีกทั้งเขายังหัวไวเข้ากับผู้อื่นง่ายจึงให้ความสนิทสนมแก่เขาอย่างง่ายดาย

ทั้งสองเดินไปพลางคุยไปพลาง เฮ่อย่งฉีชี้ให้รู้ว่าตำหนักใดเป็นตำหนักใด หานหนิงเซียนนั้นก็มีสมุดเล่มเล็กคอยจดสิ่งที่เฮ่อย่งฉีกล่าวเอาไว้เพื่อจะได้ไม่ต้องถามเขาในครั้งต่อไป เดินได้ครึ่งวันเพิ่งจะดูได้เพียงครึ่งวังหลวง สุดท้ายมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูท้องพระโรงซึ่งถือว่าเป็นจุดใจกลางของวังหลวง

เจ้าคงหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันก่อน แล้วข้าค่อยพาเจ้าไปเดินต่อ มีอยู่ที่หนึ่งที่ข้าเคยเห็นบุรุษชุดดำผ่านแต่ในตอนนั้นมันมืดมากและข้าเห็นเพียงไกลๆเท่านั้นมันไหวตัวทันจึงตามมันไม่ได้

วิชาตัวเบาของคนพวกนั้นร้ายกาจมากหรือหากเอ่ยถึงวิชาตัวเบาคนสำนักวิหคสวรรค์ถือเป็นหนึ่งในใต้หล้า เพราะไปมาไร้ร่องรอย จึงหายากที่จะมีผู้ตามทัน เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นคนของสำนักวิหคสวรรค์

วิชาตัวเบาของคนชุดดำผู้นั้นร้ายกาจจริงๆ ดังนั้นจึงทำให้การสืบหาเบาะแสของมือปราบหลวงไม่ค่อยจะคืบหน้าเท่าใดนักเพราะไม่ค่อยเห็นแม้แต่ร่องรอย

ข้าจะพยายามหานหนิงเซียนเอ่ยออกมาในที่สุด

เฮ่อย่งฉีได้ยินเช่นนั้นก็ตบบ่าหานชุนแรงๆ ใช่ว่าเจ้าต้องพยายามผู้เดียวที่ใดกัน ข้าก็ต้องพยายามด้วยทุกคนในหน่วยก็ต้องพยายาม อย่าได้คิดว่าต้องทำงานผู้เดียวตอนนี้เจ้ามีพวกพ้องแล้ว

ข้าลืมไป ขออภัยๆเพราะเคยแต่ทำงานคนเดียวจึงเผลอคิดว่าต้องหาตัวคนร้ายให้ได้ ไม่ได้คิดว่าผู้อื่นก็มีความคิดเช่นเดียวกับนางดีที่เฮ่อย่งฉีเป็นคนไม่คิดมากจึงไม่ได้มองคำพูดของนางเป็นอื่น

เ           ฮ่อย่งฉีหัวเราะเสียงดังตามประสาคนเปิดเผย ไม่ได้เห็นว่าตรงหน้าท้องพระโรงนั้นมีผู้ใดยืนจ้องอยู่

ด้านหน้าท้องพระโรงกลุ่มคนกลุ่มใหญ่เพิ่งจะเดินออกมา ผู้ที่อยู่ด้านหน้าคือบุรุษในชุดมังกรสีเหลืองอร่าม เขาชะงักปลายเท้าเมื่อเห็นว่าผู้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากประตูท้องพระโรงนั้นคือผู้ใด

หลายวันมานี้เฟยหลงซ่างพยายามไม่คิดฟุ้งซ่านเรื่องหานชุน เขาคิดว่าการห่างกันนั้นคงจะทำให้เขาเลิกคิดฟุ้งซ่านได้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เขายังเก็บเรื่องหานชุนมาคิดคำนึงสลับกับสตรีอีกนางหนึ่งที่เขาจำสิ่งใดไม่ได้เลย บางครั้งเขาคิดถึงหานชุนมากกว่าสตรีผู้ที่เขาจำไม่ได้เสียอีก

และสิ่งนี้มันทำให้เขารู้สึกผิดทั้งสตรีนางนั้น...หานหนิงเซียนสตรีที่เขาจะรับนางมาเป็นฮองเฮา สุดท้ายก็ทำไม่ได้

ยามนี้ไม่ได้เห็นหน้าหานชุนหลายวัน เมื่อมาเห็นเขายืนคุยกับผู้อื่นอย่างสนุกสนานหัวใจของฮ่องเต้หนุ่มกลับรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกสิ่งใดบีบรัดให้มันเต้นไม่สะดวก

ครั้นเมื่อรู้สึกหวานในลำคอ เขาก็ต้องรีบผินหน้ามองไปทางอื่นพร้อมกับเร่งฝีเท้าก้าวเดินออกไป

เฮ่อย่งฉีที่กำลังจะพาหานชุนไปกินข้าวเห็นว่ามีขบวนเสด็จผ่านมาเขาจึงรีบหลบพร้อมกับทำความเคารพ ตลอดเวลาเฮ่อย่งฉีก้มหน้าไม่ได้เเหงนมองผู้ใด

เฮ่อย่งฉีไม่เห็นแต่หานหนิงเซียนเห็น เพราะนางไม่ได้เห็นเขามาหลายวันแล้ว ไม่รู้เพราะเหตุใดนางห้ามตนเองที่จะมองคนผู้นั้น แม้จะรู้ว่าไม่ควรแต่ขณะที่เขาจะเดินผ่านนาง นางก็เงยหน้าน้อยๆ แล้วมองเขา แต่แล้วนางก็ต้องทำสิ่งใดไม่ถูก เพราะสายตาคู่คมนั้นจ้องนางไม่วางตา เมื่อสองสายตาประสบหัวใจของนางก็เต้นไม่เป็นจังหวะสายตาของเขาตรึงสายตาของนางเอาไว้ไม่อาจจะหลบหนีไปที่ใดได้ รู้สึกว่าสายตาคู่นั้นที่มองนางมันมีความอาลัยอาวรณ์พาดผ่าน แต่เพียงครู่สั้นๆ นั้นเขาก็เมินนางแล้วรีบเดินจากไป

การถูกผู้อื่นเมินมันเป็นเช่นนี้นี่เอง แต่ก็ดีแล้วมิใช่หรือ นางไม่ต้องการจะคิดอะไรกับคนผู้นั้นแล้ว ดังนั้นการถูกเมินนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แล้วนางจะผิดหวังจากการที่ถูกเมินด้วยเหตุใด นางยิ้มหยันให้กับตนเอง กลุ่มคนกลุ่มใหญ่เดินผ่านไปจนสุดขบวน

เฟยหลงซ่างเมื่อเดินออกมาไกลแล้วเขาก็ให้เหล่าขุนนางแยกย้ายออกไปเหลือเพียงเสนาบดีเฉินหรือเฉินหลันเทียนเท่านั้นที่ยังรั้งอยู่ ฮ่องเต้หนุ่มเดินเข้าไปในอุทยานหลวง สั่งให้ขันทีและนางกำนัลรออยู่ด้านนอก เหลือไว้เพียงหลิ่วเย่และเฉินหลันเทียนที่ตามเสด็จเข้าไป หลังจากเดินเข้าไปไม่ไกลฮ่องเต้หนุ่มก็กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

ฝ่าบาทหลิ่วเย่รีบนำผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมเอาไว้สำหรับเฟยหลงซ่างก้มหน้ายื่นให้เขา เฟยหลงซ่างรับมาซับปากเอง

คนผู้นั้นคือหานชุนเฉินหลันเทียนเอ่ยถามกับหลิ่วเย่

ขอรับ บุรุษร่างสูงเพรียวที่ยืนข้างมือปราบเฮ่อย่งฉีคือหานชุนขอรับ

ไม่คาดคิดว่าบุรุษหนุ่มผู้นั้นจะทำให้ฝ่าบาททรงกระอักพระโลหิตออกมาได้เฉินหลันเทียนหลังจากกลับมาจากลาหยุดเพื่อไปเยี่ยมบ้านเกิด แต่จริงๆ แล้วออกไปตามหาหานหนิงเซียน

เมื่อรู้เรื่องว่าฝ่าบาทรู้เรื่องราวต่างๆ แล้วก็รีบรุดเข้าเฝ้าในทันที แม้จะรู้ว่าในยามนี้ฝ่าบาทกระอักเลือดนั้นมีสองสาเหตุคือสาเหตุแรกจากแม่นางหาน ส่วนหาเหตุที่สองเป็นบุรุษชื่อหานชุน แต่ใครจะไปเชื่อว่าฝ่าบาทจะทรงกระอักเลือดเพราะบุรุษ เอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ

เฟยหลงซ่างซับเลือดที่กระอักออกมา แม้จะไม่มากแต่เพราะช่วงนี้เขากระอักเลือดออกมาบ่อยเกินไปจึงทำให้เขารู้สึกเพลียอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงเอ่ยออกมาด้วยท่าทางปกติ

ข้าก็ไม่คาดคิดว่าการมากด้วยประสบการณ์ของข้านั้นจะทำให้ข้ามากรักด้วย

ฝ่าบาททรงตัดแขนเสื้อแล้วเหรอไรเฉินหลันเทียนเอ่ยถามเขาตรงๆ

ข้าไม่ได้ตัดชายแขนตนเอง แต่ข้ากระตุกชายเสื้อบุรุษผู้นั้นเอ่ยจบก็ยืดตัวตรงเดินผ่านเฉินหลันเทียนที่มองตาค้างด้วยท่าทางปกติเช่นเดิม

เฉินหลันเทียนหันไปมองหลิ่วเย่ หลิ่วเย่จึงพยักหน้าในเชิงว่าฝ่าบาททรงไม่ได้เอ่ยโกหก วันนั้นเขาเห็นยิ่งกว่ากระตุกชายเสื้อด้วยซ้ำ

แล้วฝ่าบาทจะทรงทำเช่นไรต่อไปเฉินหลันเทียนเอ่ยถามหลังจากที่เฟยหลงซ่างบ้วนปากแล้วมานั่งอยู่ในห้องเสวย

เรารู้สึกว่าตัวของหานชุนนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนลืมบางสิ่งบางอย่างไป แต่เกรงว่าหากยิ่งเข้าใกล้เขาแล้วเราจะยิ่งถลำลึก

ฝ่าบาทอาจจะทรงลืมไปแล้วว่าหานหนิงเซียนผู้นั้นแปลงโฉมได้ อีกทั้งไม่แปลกหรือไรว่าคนผู้นั้นแซ่หาน แม่นางหานก็แซ่หาน ไม่แน่ว่าคนทั้งสองอาจจะเป็นคนคนเดียวกัน

เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้น

เพราะไป๋เฉิงบอกกับกระหม่อมว่า เขาเจอเด็กหนุ่มที่หานหนิงเซียนเคยรับไว้เป็นน้องบุญธรรมอยู่ที่บ้านของหานชุน

เด็กหนุ่ม...

ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ ระหว่างทางกลับมาวังหลวงแม่นางหานรับเด็กหนุ่มผู้นั้นเอาไว้เป็นน้องบุญธรรม ตอนแรกฝ่าบาททรงรับสั่งให้ฆ่าเด็กหนุ่มผู้นั้นเสีย ดีเหลือเกินที่ไป๋เฉิงและชีซาไม่ได้ฆ่าเขา ไม่เช่นนั้นเราคงไม่มีเบาะแสอื่นแน่ที่เอ่ยเช่นนี้เพราะเฉินหลันเทียนเองแม้จะพยายามค้นหาหานหนิงเซียนแทบพลิกแผ่นดินเขาก็หานางไม่เจอ ลืมคิดไปเสียสนิทว่านางรับน้องบุญธรรมมาผู้หนึ่งได้ข่าวว่าเขาหนีลงเขาไท่หย่งซานมาหลังจากหานหนิงเซียนหายตัวไปประมาณครึ่งปีกว่า ไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นจะมาอยู่เพียงแค่ใต้จมูก ไม่แน่ว่าครั้งนี้โชคอาจจะเข้าข้างฝ่าบาทแล้วก็ได้

ถ้าเช่นนั้นก็จงไปสืบมา ว่าหานชุนนั้นเป็นบุรุษหรือสตรีหัวใจของเฟยหลงซ่างเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องสะกดกลั้นเอาไว้ เพราะหากคิดมากไปถึงเรื่องหานหนิงเซียน หรือหานชุน ร่างกายของเขาก็จะมีอาการกระอักเลือดออกมาอย่างไร้เหตุผล

พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทเฉินหลันเทียนยิ้มรับคำ

ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ พระสนมฉางผินขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะขันทีที่อยู่ด้านนอกตำหนักเอ่ยออกมา

ให้เข้ามาเฟยหลงซ่างเอ่ยเนิบนาบ

ให้เข้ามาได้หลิ่วเย่ตะโกนบอกขันทีด้านนอก

เฉินหลันเทียนถอยไปอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง ไม่นานร่างอรชรของสนมฉางผินก็นวยนาดเข้ามา ย่อกายถอนสายบัวพร้อมกับเอ่ยถวายบังคมเสียงหวาน

หม่อมฉันฉางผิน ถวายพระพรฝ่าบาทของพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปีเพคะ

ไม่ต้องมากพิธี ฉางผินของข้าเฟยหลงซ่างยิ้ม

หม่อมฉันมากวนเวลาเสวย แต่ได้ยินจากเหล่ากำนัลและขันทีว่าช่วงนี้ฝ่าบาทเสวยไม่ค่อยได้หม่อมฉันจึงตุ๋นน้ำแกงที่ช่วยให้เจริญอาหารมาถวายเพคะใบหน้าหวานเอ่ยด้วยท่าทางเหนียมอาย สั่งนางกำนัลที่ยกโถน้ำแกงให้ส่งโถน้ำแกงให้หลิ่วเย่

เท่าที่จำได้ฉางผินนั้นเป็นสนมที่เสด็จแม่ทรงหามาให้เขา เขาประทานตำแหน่งผินให้ก็เพื่อไว้หน้าเสด็จแม่ ฉางผินนั้นเข้ามาอยู่ในวังหลวงเมื่อสามปีก่อน ช่วงนั้นเขารู้สึกว่าตนเองนั้นไม่มีอารมณ์มองสตรีนางใด ดังนั้นในคืนแรกของนางจึงกลายเป็นคืนที่น่าอดสูอย่างสูงสุดสำหรับสตรีที่ได้ตำแหน่งสนมในวังหลวง ข่าวคืนแรกของเขาและสนมฉางผินแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วทำให้สนมฉางผินถูกสนมนางอื่นเยาะหยันอยู่ไม่น้อย เพื่อเป็นการไม่ทำให้สนมนางอื่นเยาะหยันนางมากเกินไปเขาจึงให้ความโปรดปรานนางอยู่ในที แต่ใครจะรู้ว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นเพียงเพราะเอาใจไทเฮาเท่านั้น

ทรงลองเสวยดูนะเพคะ หม่อมฉันลงมือทำด้วยตนเองเพื่อฝ่าบาทนางเอ่ยหลังจากหลิ่วเย่นำโถน้ำแกงนั้นมาวางตรงหน้าเขา

ขอบใจมากฉางผิน แล้วเราจะบอกว่าถูกปากหรือไม่ ตอนนี้เราหารืองานกับเสนาบดีเฉินอยู่คงเอ่ยชวนเจ้าร่วมโต๊ะเสวยไม่ได้

เอ่ยจบเฉินหลันเทียนจึงเอ่ยพร้อมคำนับ ถวายพระพรพระสนมฉางผิน

ฉางผินที่ตลอดเวลามองแต่เฟยหลงซ่างเพียงผู้เดียวไหนเลยจะรู้ว่ามีผู้อื่นอยู่ด้วย นางหันไปทางเฉินหลันเทียนด้วยใบหน้าแดงซ่าน ก่อนจะหันมาทางเฟยหลงซ่างด้วยสีหน้าสำนึกผิด ฉางผินขออภัยฝ่าบาท ฉางผินเข้ามาไม่ได้มองผู้ใด สายตานั้นไซร้มองเพียงแต่ฝ่าบาท ทำให้ฝ่าบาทขายหน้าแล้วเพคะ

เอาเถิดเราเป็นคนให้สนมฉางผินเข้ามาเอง เช่นนั้นวันนี้สนมรักกลับไปก่อนเถิด แล้วเราจะหาโอกาสไปที่ตำหนักของสนมรัก

ได้ยินว่าฝ่าบาทจะทรงเสด็จไปที่ตำหนักสนมฉางผินยิ้มด้วยใบหน้าแดงระเรื่อถอนสายบัวด้วยท่วงท่าอ่อนหวาน เอ่ยออกมา เช่นนั้นวันนี้ฉางผินทูลลาเพคะ ขอพระองค์โปรดรักษาพระวรกายด้วยเพคะ

สนมรักก็เช่นกัน

สนมฉางผินออกไปเฟยหลงซ่างก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

สนมรักของฝ่าบาทช่างมีเยอะเสียเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ

เพราะทุกนางคือสนมรักของเรา

แต่ฝ่าบาททรงไม่กระอักพระโลหิต

แล้วสนมรักนั้นต้องแปลว่าเรารักนางด้วยหรือ พวกนางเองนั้นเข้าหาเราแค่ต้องการความโปรดปรานเพื่ออยู่รอดในวังหลวงแห่งนี้และอำนาจจากคนที่สนับสนุนพวกนางอยู่ ที่พวกนางทำไปนั้นเราเองยังไม่รู้ว่าพวกนางนั้นจริงใจกับเราเพียงใดหรือเพียงแค่หลอกใช้เราไปวันๆ

 กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ

หลิ่วเย่ เอาน้ำแกงไปทิ้ง

ฝ่าบาท พระสนมหลิ่วเย่เอ่ยท้วง

เจ้าคิดว่าเราจะกล้ากินของจากสนมรักอีกหรือหลังจากที่รู้ว่าเรากระอักเลือดเพราะกินของที่สนมรักนำมากให้

หลิ่วเย่เอ่ยสิ่งใดไม่ออก ได้แต่โค้งกายก่อนจะหยิบโถน้ำแกงที่น่าสงสารออกจากโต๊ะเครื่องเสวย

หากไม่มีสิ่งใดแล้ว เช่นนั้นกระหม่อมทูลลา

ขอบใจเจ้ามากหลันเทียนเฟยหลงซ่างเอ่ยออกมาในที่สุด

มิได้ฝ่าบาทเฉินหลันเทียนค้อมกายก่อนจะถอยหลังออกไป


------------------



ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์นะคะ^^



---


ส่วนใหญ่จะแจ้งข่าวสารทางเพจ ฝากกดถูกใจไว้ด้วยนะคะ
กดแฟนเพจตรงนี้จ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,060 ความคิดเห็น

  1. #436 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 03:04
    สนุกๆๆๆๆๆ
    #436
    1
    • #436-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 12:18
      ขอบคุณจ้า
      #436-1
  2. #322 sdeiei (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 18:19
    รอไรท์ที่ทางช้างเผือก
    #322
    1
    • #322-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 11:02
      ไรท์ไปหาโกโบริก่อนอิอิ
      #322-1
  3. #319 ผู้หญิงชอบอ่าน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 17:20
    ใจนึงก็อยากให้ความจริงเปิดเผยแต่อีกใจก็ไม่อยาก ยังไม่ทันไรก็มีสนมรักโผล่มาละ โดยส่วนตัวเราเกลียดฮ่องเต้ที่เรียกสนมตัวเองว่าสนมรัก ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกอะไร เอาใจฃ่วยนางเอกดีกว่า ใจนึงก็รักอีกใจนึงก็เจ็บ55555 ยืมเพลงเค้ามา
    #319
    1
    • #319-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 17:34
      เจ็บด้วยคน แบบว่าเลือกไม่ถูกว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี
      #319-1
  4. #318 ueamporn2518 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 16:09
    รอ....ค่ะสนุกมากเลย

    #318
    1
    • #318-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 17:34
      ขอบคุณนะคะ
      #318-1
  5. #317 LowSugarPink (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 14:39
    ความจริงมีเพียง 1 เดียว ///
    ลุ้นทุกฉากเลย ไรท์ คนงาม
    #317
    1
    • #317-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 17:34
      โคนันย้อนอดีตมาเหรอ อิอิ
      #317-1
  6. #316 Angiemammy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 14:32
    รีบมาต่อน้าาาา
    ท่านเสนาชนะเลิศ ฉลาดถูกใจรีดจริงๆ
    #316
    1
    • #316-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 17:34
      ตบมือรัว
      #316-1
  7. #315 munongmu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 14:09
    ใกล้ความจริงเข้ามาละ
    #315
    1
    • #315-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 17:33
      ใกล้แล้วๆ
      #315-1
  8. #314 minrescal (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 12:26
    รอออออออออออ
    #314
    1
    • #314-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 17:33
      มาแล้วววว
      #314-1
  9. #313 MeaniE_18 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 12:24
    อยู่กับฮ่องเต้นี่แลดูเรื่องวุ่นวายจะตามมามากมาย ตกลงปลงใจกับติ้งติ้งเถิด อิอิ
    #313
    1
    • #313-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 17:33
      เนาะติ้งๆเนาะ
      #313-1
  10. #312 sutisajaritrum (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 11:59
    อยากให้รุ้ความจริงเร็วจัง
    #312
    1
    • #312-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 17:33
      จะได้รู้มั้ยน้าาาา
      #312-1
  11. #311 Prisana13082554 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 11:43
    มาไวๆน่ะค่ะ
    #311
    1
  12. #310 มาตา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 10:25
    สนุกค่ะ รออ่านต่อ
    #310
    1
    • #310-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:47
      ขอบคุณค่ะ
      #310-1
  13. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 07:00
    ขอบคุณค่ะ :)
    #309
    1
  14. #308 0901144559 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 03:20
    อยากอ่านต่อรออออออออ
    #308
    1
    • #308-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:47
      มาแล้วจ้า
      #308-1
  15. #307 Nekuta (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 01:29
    ขอเชียร์ ฮ่องเต้ละกัน รู้สึกว่าฮ่องเต้น่าจะชนะ คนเขียนก็สู้ๆนะคะ
    #307
    1
    • #307-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:47
      ป้ายไฟพร้อม
      #307-1
  16. #306 ladysiam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 00:22
    โถยาแก้พิษก็ไม่มี. สงสารพระเอกจัง แต่สงสารนางเอกมากกว่า. เทพระเอกทิ้งเลือกจินติ้งดีกว่า
    #306
    1
  17. #305 ผู้หญิงชอบอ่าน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 21:42
    อ้อ!!!!! ที่แท้เรื่องมันเป็นยังงี้นี่เอง งั้นเอาใจช่วยอิเต้ก็ได้ น่าสงสารทั้งพ่อแม่ลูก ใครก็ได้เอาไทเฮาไปเก็บหน่อย ว่าแต่ยานี่มันสวดยวดเลยจร้า
    #305
    1
    • #305-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:48
      มีจริงก็สวดยอดเลยอิอิ
      #305-1
  18. #304 konen2014pare (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 20:58
    โอ้ไม่นะ
    #304
    1
    • #304-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:46
      ม่ายยยยย
      #304-1
  19. #303 sutisajaritrum (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 20:00
    อัพเร็วๆน่ะค่ะ...อิอิ
    #303
    1
    • #303-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:46
      จ้ามาแล้ว
      #303-1
  20. #302 ueamporn2518 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 19:50
    อ๋อ....เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้นั้นเอง...เฮอ..ยาลืมรัก...ในโลกนี้มีหรือไม่
    #302
    1
    • #302-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:46
      เยี่ยงนี้แลท่านเอ๋ย
      #302-1
  21. #301 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 19:42
    รู้อ่ะนะว่ารัก แต่จำไม่ใด้คงให้อภัยเนอะ
    #301
    1
    • #301-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:46
      ต้องดูต่อไป
      #301-1
  22. #300 Angiemammy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 19:20
    กรีดร้องงงงง
    เฮียตามหาเมียพ่วงลูกเร็วๆ เข้า
    จะโดอยู่แล้วหาวิธีรักษาโดยด่วน
    #300
    1
    • #300-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:46
      กรี๊ดดดด ทำยังไงดี
      #300-1
  23. #299 LowSugarPink (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 19:07
    โอ๊ยยย อย่าลืมรัก //// ) เจ็บกว่าไม่รักคือ รักแต่จำไม่ได้ โอ๊ยๆ พูดแล้วกะอักเลือด ..
    /::มาเป็นระยะ นะไรท์ คนงาม เค้า รอเตง ตลอด
    #299
    1
    • #299-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:46
      จ้า มาตลอดเหมือนกัน
      #299-1
  24. #298 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 19:02
    ขอคนมาว่งยาไทเฮาให้ตายไปสะ
    #298
    1
  25. #297 Minaon (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 18:51
    เจ็บกว่าความจำเสื่อมอีก...ฮองเต้ต้องผ่านกี่ด่านเนี่ย T^T
    #297
    1
    • #297-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 18)
      23 พฤศจิกายน 2560 / 10:45
      ไม่รู้กี่ด่าน
      #297-1