เพียงสายตาและวาจา - เพียงสายตาและวาจา นิยาย เพียงสายตาและวาจา : Dek-D.com - Writer

    เพียงสายตาและวาจา

    ผู้ชายกับผู้หญิงมักมีมุมมองในเรื่องของความรักที่แตกต่างกัน ทำให้เรื่องวุ่นมักเกิดขึ้นในความรักของคุณอยู่เสมอ หากว่าคุณได้อ่านเรื่องราวของชายหญิงคู่นี้ บางทีสิ่งที่เคยคลางแคลงในใจอาจหมดไป

    ผู้เข้าชมรวม

    190

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    0

    ผู้เข้าชมรวม


    190

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  ซึ้งกินใจ
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  25 ก.ค. 49 / 18:56 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      เพียงสายตาและวาจา

                      เคยมีคนบอกชั้นว่าอย่าศรัทธากับความรักมากจนเกินไป เพราะเมื่อสิ่งที่คิดไม่เป็นอย่างที่ฝันและเมื่อความศรัทธาหมดไป ชีวิตเราจะไม่เหลืออะไรเลย

                      แพรดาวหญิงสาวที่กำลังผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นและย่างเข้าสู่ช่วงชีวิตแห่งความเป็นจริงเธอกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง อย่างเช่นเธอเพิ่งเริ่มงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เธอได้พบเพื่อนใหม่ ๆ และชีวิตจริงที่แตกต่างกับในรั้วมหาวิทยาลัย บางคนอาจรู้สึกสับสนหรือยังปรับตัวไม่ได้เมื่อต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงแบบนี้ แต่สำหรับแพรดาวด้วยความที่เธอเป็นคนร่าเริง เป็นมิตรกับทุกคนทำให้เธอเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน อย่างในวันนี้แพรดาวได้รับเชิญไปงานแต่งงานของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง และขอให้เธอไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว

                      แพรยังไม่กลับไปเตรียมตัวอีกเหรอพิมเพื่อนสนิทเดินเข้ามาถามขณะที่แพรกำลังวุ่นวายอยู่กับงานของเธอ

                      กำลังจะไปจ๊ะ แพรไม่อยากจะเสียสมาธิกับงานจึงไม่ได้พูดอะไรมาก และเหมือนว่าพิมเองก็เข้าใจจึงไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก

                      ฮาโหล...อามเหรอ แพรรับโทรศัพท์

                      อามกำลังจะไปรับนะ....รอแป๊บนึงนะ

                      โอเค...เร็วหน่อยนะเดี๋ยวแพรต้องไปแต่งตัวอีก แพรไม่วายกำชับแฟนหนุ่มอีกครั้ง ทั้งที่รู้ดีว่าอามเป็นไม่ชอบให้ใครมาเจ้ากี้เจ้าการ การคบกับอามทำให้แพรต้องเรียนรู้ข้อห้ามมากมาย ด้วยความที่อามเป็นคนที่เจ้าระเบียบ และหัวโบราณ เขาเป็นเจ้าแห่งเหตุผล และเป็นคนขี้หึงเอามาก ๆ ตรงนี้เองที่แพรเองรู้สึกลำบากใจและทำตัวไม่ถูก เพราะนิสัยขี้หึงของอามคือการไม่พูด ไม่แสดงอาการ ไม่บอกอะไรทั้งนั้น ทำให้บางครั้งแพรไม่อาจเดาได้ว่าอะไรที่อามไม่ชอบ กว่ารู้ได้ นั่นก็หมายถึงการเค้นถามความจริงจากอาม ซึ่งทำให้เธอและอามต้องทะเลาะกันทุกครั้ง

                      คุณยังไม่กลับอีกเหรอ...คุณต้องไปงานไม่ใช่เหรออธิตเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่เดินเข้ามาถาม

                  กำลังกลับค่ะ...แล้วคุณยังไม่ไปอีกเหรอคะ แพรทักตามมรรยาท

                      กำลังจะไป คุณจะไปกับผมไหมอธิตชวนแพรไปด้วยกัน คงเพราะเห็นว่ายังไงแพรก็ต้องไปงานเดียวกันอยู่แล้ว

                      ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยว.......แพรยังพูดไม่ทันจบ อธิตก็พูดขึ้นมาก่อน

                      แฟนคุณคงมารับละซิ...ยังไงก็เจอกันที่งานแล้วกันอธิตพูดจบก็เดินไปทันที บางครั้งแพรเองก็ไม่เข้าใจหนุ่มลึกลับคนนี้สักเท่าไหร่ ตอนเธอเข้ามทำงานที่นี่แรก ๆ เธอแทบจะเป็นคู่กัดกับอธิตทีเดียวเพราะเขาเป็นคนพูดจาขวานผ่าซาก ทำให้แพรไม่พอใจหลายครั้ง แต่ในความเป็นคนกระด้างของเขานั้นก็เคยช่วยแพรมาแล้วหลายครั้ง เมื่อเกิดปัญหาอะไรเกี่ยวกับงาน อธิตมักจะเป็นคนที่ช่วยเหลือเธอได้มากที่สุดคนหนึ่ง และที่สำคัญเขาจะเป็นคนแรกเสมอ ทำให้ระยะหลัง ๆ แพรกับอธิตไม่ได้ทะเลาะกันเหมือนเมื่อก่อน

                      แพรเองไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขามากนัก รู้เพียงว่า อธิตเป็นคนมีฐานะดี สังเกตได้จากรถเก๋งคนหรูที่เขามาทำงาน แต่เธอก็ไม่รู้ว่าอธิตมีแฟนหรือยังหรือบ้านอยู่ที่ไหน เพราะอธิตเป็นคนไม่ค่อยพูด และค่อนข้างจะปิดกั้นตัวเอง

                      แพรดาวตื่นจากภวังค์ เมื่อมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา

                      แพร...อามรออยู่ที่ลานจอดรถนะ

                      แพรรีบเดินมาขึ้นรถทันที...เพราะว่ารีบร้อนทำให้เธอไม่ทันสังเกตว่ามีรถคันหนึ่งยังจอดอยู่ที่ลานจอด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรถของอามนั่นเอง

                      แพร...เดี๋ยวต้องไปทำผมอีกใช่ไหม...ยังไงเดี่ยวอามรอที่ร้านคอฟี่ชอฟใกล้ ๆ นะเสร็จแล้วก็มาหาละกัน อามพูดพลางจอดรถ

                      นานหน่อยนะอาม...เสร็จแล้วเดี๋ยวไปหานะ แพรลงจากรถยังไม่ทันจะเดินเข้าร้าน อามก็ขับรถออกไปทันที

                      โมโหอะไรอีกนะ สงสัยโมโหชุดนี้แหง ๆ ไม่เห็นโป๊เลย แพรรู้ว่าอามไม่ชอบให้เธอแต่งตัวในชุดแบบนี้จะว่าไปอามไม่ชอบให้เธอแต่งตัวเลยเสียด้วยซ้ำ นี่เป็นอีกข้อหนึ่งที่แพรรู้ดีเกี่ยวกับอารมณ์ขี้หึงของอาม

                      ผ่านไป 2 ชั่วโมง แพรแต่งตัวทำผมเสร็จเรียบร้อยเธอจึงไปหาอามที่ร้านคอฟี่ชอฟที่อยู่ใกล้ ๆ

                      แพรเสร็จแล้ว..ไปกันเถอะ อามพยักหน้า และทั้งสองก็เดินขึ้นรถไป

                      อามไม่ขึ้นไปนะแพร....เดี๋ยวจะรออยุ่ที่รถ...อามบอกกับแพร

                      ทำไมล่ะไปด้วยกันสิ...แพรจะได้แนะนำอามให้เพื่อนรู้จัก แพรอยากให้อามเข้าไปในงานด้วยจริง ๆ เธออยากให้อามได้เห็นได้รู้จักกับเพื่อนร่วมงาน เพราะอามจะได้ไม่คิดมาก หรือคิดไปเอง ในเรื่องต่าง ๆ อามมักชอบคิดว่าแพรทำตัวไม่เรียบร้อยเวลาอยู่ที่ทำงาน หรือไม่ก็คิดว่าเพื่อนของแพรต้องเป็นคนไม่ได้อะไรประมาณนี้ตลอดถ้าอามได้เห็นอาจจะสบายใจขึ้นก็ได้

                      ไม่เป็นไรอามรอที่นี่แหละ แพรไม่อยากเซ้าซี้มากเดี๋ยวจะทำให้อามไม่พอใจอีก เธอจึงลงจากรถและรีบเดินเข้างาน เป็นจังหวะเดียวกับที่อธิตมาถึงพอดี

                      เพิ่งมาเหรอคะ แพรทักทาย

                      ครับ...แล้วแฟนคุณล่ะไม่เข้ามาด้วยกันเหรอ อธิตถามแพร

                      พอดีเขาไปธุระแถวนี้น่ะค่ะ...แพรไม่อยากบอกความจริงเพราะเดี๋ยวจะเป็นการต่อความยาวสาวความยืด ซึ่งก็ได้ผลเพราะดูเหมือนอธิตจะไม่ได้ถามอีกอีก

                      แหมวันนี้แต่งตัวซะหล่อเลยนะแพรพูดเล่นเพื่อลดความเครียดและความเงียบระหว่างอยู่ในลิฟท์

                      คุณเองก็เหมือนกัน...ไม่คิดว่าแต่งตัวแล้วเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย...คุณเป็นเพื่อนเจ้าสาวใช่ไหม แพรรู้สึกดีใจที่มีคนชมเธอบ้าง เพราะอามไม่เคยชมเธอว่าแต่งตัวสวยเลย ยกเว้นก็แต่ตอนที่ใส่เสื้อแขนยาวกางเกงผ้าหลวม ๆ  อามจะชอบมาก ถ้าแพรแต่งตัวอย่างนี้แล้วจะหวังให้อามชมน่ะ...ถามไม่เป็นฝ่ายถามก็อย่าฝันว่าจะได้ยินคำชมเลย และถึงจะชมก็จะพูดเหมือนขอไปทีมากกว่า

                      อ้าวแพร..มาแล้วเหรอ นี่เจ้าสาวถามหาอยู่น่ะไปเถอะงานจะเริ่มแล้ว ทันทีที่แพรออกมาจากลิฟท์ พิมก็ดึงตัวเธอไปทันที อาจเพราะว่ารีบร้อนทำให้พิมไม่ได้ทันสังเกตว่า อธิตมาด้วยกันกับแพร ส่วนอธิตเองก็เหมือนจะรู้ดีว่าควรทำยังไง เขารีบเข้าไปทักเพื่อนทันที

                      งานเลี้ยงเป็นไปอย่างเรียบร้อยแลประทับใจแขกที่มีร่วมงานทุกคน แถมยังมีเสียงชมจากแขกในงานเพื่อนเจ้าสาวสวยมาก และต่างพากันถามว่าเธอคนนั้นเป็นใคร ไม่แปลกที่ไม่มีใครจำแพรได้ เพราะว่าเวลาอยู่บริษัทแพรจะใส่แว่น และรวบผมอย่างมิดชิด  มีหนุ่ม ๆ หลายคนเข้ามาทักทายเธอ แรพคิดในใจว่าถ้าอามมาด้วยคงจะไม่มีผู้ชายเจ้าชู้เข้ามาคุยกับเธอให้น่ารำคาญแบบนี้ และในขณะที่เธอกำลังตกที่นั่งลำบากนั่นเอง

                      แพรกลับหรือยัง อธิตเข้ามาทักทายเธอเพื่อให้พวกชายเจ้าชู้เหล่านั้นรู้ว่าเธอนั้นมากับเขา แพรเองโล่งใจอย่างมาก

                      กลับสิคะ...ขอตัวก่อนนะคะ แพรได้โอกาสและรีบปลีกตัวออกมาทันที

                      ขณะที่แพรรีบเดินอย่างรวดเร็วนั่นเองทำให้เธอเผลอเดินสะดุดชายกระโปรงตัวเองเกือบจะล้มลงไปดีว่าอธิตเข้ามาพยุงไว้ทัน

                      เป็นอะไรหรือเปล่า อธิตถามอย่างอ่อนโยน จนแพรแปลกใจเพราะเธอไม่เคยได้ยินเสียงเอื้ออาทรจากเขาอย่างนี้มาก่อน

                      ไม่เป็นไรค่ะขณะที่กำลังขอบอกขอบใจอธิตอยู่นั่นเอง อามก็เข้ามาพอดี แพรถึงกับถอดสีหน้าเพราะตกใจอย่างมาก เธอคิดว่าอามจะต้องคิดอะไรไปไกลแล้วแน่ ๆ เธอจึงรีบเดินไปหาอามทันที อธิตเองก็ดูท่าจะไม่สบายเหมือนกัน เพราะคิดว่าตัวเองต้องเป็นสาเหตุที่ทำให้แพรเดือดร้อน

                      ตลอดทางแพรอธิบายให้อามฟัง..ส่วนอามเองที่ดูเหมือนจะไม่โกรธแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเพียงแต่บอกว่าเขาไม่ได้คิดอะไร แพรรู้ว่าอามโกรธ แต่ถ้าเขาไม่พูดอะไรออกมาแบบนี้ เธอจะทำอะไรได้ นอกจากยืนยันให้อามเชื่อว่ามันเป็นอุบัติเหตุ อามจะเชื่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวของเขาเองเท่านั้น

                      ขับรถดี ๆ นะอาม

                      อามพยักหน้า...เขาไม่ได้พูดอะไร เขารีบออกรถอย่างรวดเร็ว

                      วันรุ่งขึ้นแพรมาทำงานตามปกติ ทั้งทีเมื่อคนนอนไม่หลับเลยเพราะมัวจะคิดถึงเรื่องอามตลอด เธอกับอามคบกันมาย่างเข้าปีที่สิบแล้ว อามเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมัธยม ทั้งสองเริ่มต้นจากความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง แพรรู้ว่าชีวิตของดามนั้นลำบากเขาต้องทำงานไปเรียนไปและต่อสู้ด้วยตัวเองมาตลอด

      แพรรู้ว่าภายใต้ความเงียบขรึมนั้นอามเป็นคนอ่อนไหว อามเป็นคนเก็บความรู้สึก ไม่ว่าจะทุกข์ใจแค่ไหนจะไม่ได้เห็นท่าทางทรมานใจจากอามเด็ดขาด เขาจะไม่ยอมให้ใครปลอบใจ ไม่เคยง้อใคร บางครั้งแพรเองก็สงสัยว่าเรื่องระหว่างเธอกับอามนั้นเธอเป็นฝ่ายเดียวที่คิดไปเองหรือเปล่า เธอจำครั้งสุดท้ายที่อามบอกรักเธอไม่ได้แล้ว ตั้งแต่ทำงานมาอามมักจะไม่พอใจเธอตลอด ไม่เรื่องนั้นก็เรื่องนี้ ระยะหลังอามแทบจะไม่ได้พาเธอไปเที่ยวเลย พอถูกทวงถาม อามก็จะตอบว่าเธอเองต่างหากที่ไม่มีเวลาให้เขา

      แพรเองคิดว่าอยากจะลากออกและใช้เวลาอยู่กับอามสักระยะหนึ่งเพื่อให้อามรู้สึกดีขึ้น จนกว่าเขาจะยอมรับอะไรได้บ้าง เพื่อนของแพรเคยยุให้แพรเลิกกับอาม แต่แพรก็บอกไปว่าอามเป็นคนดี และรักเธอ จนถึงวันนี้บางครั้งก็คิดว่าบางทีเธออาจคิดไปเองก็ได้

      แพรระวัง........ อธิตเข้ามาจับแขนเธอไว้เพราะเห็นว่าแพรกำลังจะโดนรถชน

      แพรเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อยไม่คิดว่าเธอจะใจลอยได้ขณะนี้  ขอบคุณมากค่ะ

      คุณเป็นอะไรหรือเปล่า อธิตถามแพรด้วยความเป็นห่วง

      เพียงเท่านั้นแพรเองที่ดูเหมือนต้องการคนเข้าใจและระบายความในใจอยู่แล้ว ก็ร้องไห้ออกมาทันที

      แพรอธิตดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้เพื่อปลอบโยนเธอ เขาพอจะรู้ว่าแพรเป็นอะไร

       

                      หลังจากร้องไห้อยู่นานแพรก็เริ่มสบายใจขึ้น อธิตพาเธอมานั่งอยู่ที่ท่าเรือแห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อทำให้เธอสบายใจขึ้น ในตอนนั้นก็สายมากแล้วก็ดูเหมือนว่าจะเลยเวลาเข้างานมาพักหนึ่งแล้วด้วย

      ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณต้องหยุดงานวันนี้ แพรพูดอย่างรู้สึกผิด

      ไม่เป็นไรแพรดาว อธิตเรียกชื่อเต็มของเธอ มันทำให้แพรแปลกใจมาก

      ผมอยากเรียกชื่อคุณเต็ม ๆ อย่างนี้มาตั้งนานแล้ว ..นี่คุณคงมีปัญหากับแฟนเพราะเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม

      คือเค้า ๆ ...............แพรเล่าพรางร้องไห้ เธอไม่รู้หรอกว่านานเท่าไรและมากเท่าไรกับเวลาและเรื่องราวที่เธออัดอั้นตันมาตลอดเวลาที่คบกับอามมา

      อธิตปลอบเธอ...เขาตั้งใจฟังเรื่องราวที่แพรเล่าอย่างตั้งใจ...ไม่มีท่าทางเบื่อหน่ายเลย

      คุณเป็นผู้ฟังที่ดีจัง...แพรอายจังเลยที่ร้องไห้ต่อหน้าคุณแบบนี้....แพรไปก่อนดีกว่าเมื่อเธอเริ่มได้สติคืนมาความอายก็เข้ามแทนที่ จนมีความรู้สึกว่าไม่อยากจะนั่งอยู่กับอธิตอีกต่อไป

      เดี๋ยวสิ...พอสบายใจแล้วก็จะทิ้งกันเลยนะ.... อธิตจับมือแพรไว้

      แพรไม่ได้พูดอะไร...เธอนั่งลงอย่างว่าง่าย แม้จะรู้ว่าอธิตเป็นคนดี และดูเหมือนเขาจะเป็นห่วงเธอมาก แต่แพรรู้ดีว่าตัวเธอยังรักอามอยู่เสมอ มันไม่มีทางเป็นอื่นไป อามเป็นคนดี และรักเธอมาก   ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดของเธอได้ แม้แพรจะมีความรู้สึกดี ๆต่ออธิตแต่มันไม่ใช่ความรัก และเธอไม่อยากจะใช้ประโยชน์จากอธิต เขาควรจะเจอคนที่ดีมากเธอ

      ขอบคุณมากนะที่ดีกับแพร แต่คุณก็รู้ใช่ไหม แพรพยายามอธิบาย

      ผมรู้..ผมถึงไม่เคยบอกคุณว่าผมรู้สึกอย่างไรกับคุณ คุณเดาไม่ออกหรอกว่าผมคิดอย่างไรกับคุณ  แต่อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนกัน 

      คำพูดของอธิตทำให้แพรโล่งใจและดีใจอย่างบอกไม่ถูก มันทำให้เธอรู้สึกว่า อธิตจะเป็นเพื่อนที่ดีตลอดไป

      ขอบคุณมาก แพร

      คุณรู้ไหมคุณ เอาแต่พูด ขอบคุณแล้วก็ขอบคุณตลอดเวลาเลย ...อธิตอดขำไม่ได้

      ก็แพรไม่รู้จะพูดอะไรนี่ คุณทำดีกับแพร ๆ ก็ต้องขอบคุณสิคะ เราแทบไม่เคยคุยกันเลย  แพรตอบอย่างเขิน ๆ

      คุณคิดว่าผมเป็นคนอื่นอยู่สินะ แพรดาว เรารู้จักกันมานานแล้ว คุณก็รู้ ตั้งแต่คุณเข้ามาทำงานที่นี่ ตั้งแต่คุยกันครั้งแรก จนถึงครั้งนี้ ถ้าคุณคิดว่าน้อยครั้งที่เราจะได้คุยกัน แล้วคุณนับได้ไหมว่าเราคุยกันกี่ครั้งแล้ว และใช้เวลารู้จักกันมากี่นาทีอธิตอธิบายอย่างจริงจังและเหมือนว่าเขาจะน้อยใจที่แพรคิดว่าเขาเป็นคนอื่น

      จริงอย่างที่อธิตพูด เหมือนว่าเธอแทบจะไม่รู้จักอธิต แต่ถ้าให้นับครั้งที่คุยกัน ให้นับนาทีทีรู้จักกันมันนับไม่ได้จริง ๆ ถ้าเธอยอมเปิดใจ อธิตจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สนิทของเธออีกคนหนึ่งที่ไม่ต่างจากเพื่อนผู้หญิงเช่นพิมเลย

       นี่ไหน ๆ วันนี้เราก็หยุดงานกันแล้ว คุณอยากไปเที่ยวหรือเปล่า ผมจะพาไป อธิตลุกขึ้นยืน

      ไปร้านร้านหนังสือดีไหม หรือว่าไปร้านคอมพิวเตอร์ดี ร้านขายอุปกรณ์กีฬา เธอคิดว่ามันเป็นสถานที่ ๆ ผู้ชายชอบไป และคิดว่ามันเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว

      แพรดาว...ผมหมายที่ ๆ คุณอยากไป ไม่ใช่ผมอยากไป เอาอย่างนี้ วันนี้ผมอยากให้คุณคิดว่าผมเป็นเพื่อนคุณ เพื่อนที่รู้จักกันมาสัก10 ปี เป็นเพื่อนผู้หญิง ผมอยากให้คุณทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง อยากให้คุณรับรู้ถึงความรู้สึกเวลาที่รับสิ่งดี ๆ จากใครสักคน เอาที่ ๆคุณอยากไป อธิอพยาพยามอธิบายเจตนาของเขาให้แพรฟัง

      แพรเงียบอยู่นาน แพรอยากไปประตูน้ำ อยากไปสำเพ็ง อยากไปจตุจักร แพรตอบตามความรู้สึกที่แท้จริง มันทำให้เธอได้รู้ว่าเวลาที่เราพูดถึงสิ่งที่เป็นตัวตนเราจริง ๆ มันเป็นยังไง เวลาที่อยู่กับอามเธอไม่ได้พูดหรือทำในสิ่งที่คิดสิ่งที่ตัวตน จนให้เธอแทบไม่รู้จักตัวเองเลย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้สวัสดีกับตัวเอง

      งั้นเราไปกันเลย อธิตคล้องคอแพรทำเหมือนว่าเป็นเพื่อนกันที่คบกันมา 10 ปี จริง ๆ

      แพรยิ้มรับและก้าวเดินไปพร้อมกับอธิต

      ทั้งสองไปเที่ยวกันหลายที่ แพรรู้สึกสบายใจมาก รู้สึกเหมือนไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องทำตัวเรียบร้อย ไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่อยากได้ ไม่อยากซื้อ หรือทำเป็นไม่ชอบในสิ่งที่ชอบ อธิตเป็นเพื่อนที่ดีจริง ๆ เขาไม่ได้ทำตัวว่าเป็นชายหนุ่มที่พาหญิงสาวเดินเที่ยว  หรือออกเดท

      วันนี้สนุกมาก ขอบคุณนะ อธิต แพรหัวเราะแก้เขินเมื่อรู้ว่าขอบคุณเขาไปอีกแล้ว

      งั้นผมกลับก่อนนะมันดึกแล้ว และเดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะเพื่อน อธิตตบไหล่แพรอย่างที่เพื่อนทำกับเพื่อน

      อธิตขับรถออกไป หลังจากยืนส่งอธิตอยู่นั้น

      แพร...ทำไมทำแบบนี้อามยืนอยู่ในมุมมืดของต้นไม้ทำให้แพรไม่ทันสังเกตเห็น

      อามแพรตกใจ เธอพูดอะไรไม่ถูก

      อามคงไม่ดีพอใช่ไหม...ที่แพรเคยบอกว่ารักอามมันไม่จริงใช่ไหม อามวิ่งหนีไป

      อามฟังแพรก่อน...มันไม่ใช่อย่างที่อามคิดแพรวิ่งไปกอดอามไว้

      มีอะไรที่อามยังไม่รู้อีก.........แพรทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า แพรไม่เคยรักอามเลยใช่ไหม ..อามคิดอยู่แล้วถ้าแพรเรียนจบทำงานเมื่อไหร่ แพรก็จะไม่เห็นหัวอาม แพรก็ไปชอบผู้ชายทีมันดีกว่าอามใช่ไหม อามมันแค่ผู้ชายกระจอก ๆ คนหนึ่ง พอเถอะแพรอย่าพูดอะไรอีกเลยอามไม่อยากฟัง ให้ดามรู้สึก ๆ ที่อามมีต่อไปแพรหลงเหลือไว้บ้างเถอะ อามเดินจากไปไม่หันมามองแพรอีก

      ทำไมล่ะอาม......ไม่ว่าจะยังไงอามก็จะไม่พูดคำว่ารักกับแพรเลยใช่ไหม แม้ในนาทีสุดท้ายที่เราจากกันแพรยืนร้องไห้อยู่อย่างนั้นท่ามกลางความมืดในคืนไร้จันทร์

       

      เช้าวันรุ่งขึ้นแพรไม่ไปทำงาน....เธอเสียใจมากจนอะไรไม่ถูก ไม่กะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น เธอเก็บตัวอยู่ในห้อง ดูรูปที่เธอเคยถ่ายคู่กับอามตั้งแต่คบกันใหม่ ๆ ดูไปพลางร้องไห้ไปพลาง

      ขอโทษนะอาม เธอเฝ้าขอโทษอามอยู่อย่างนั้นตั้งแต่เมื่อคืน

      แพรเป็นอะไรไป........หนิงเพื่อสนิทของแพรตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมด้วยกันมาเยี่ยมที่บ้าน

      พอแพรเห็นหน้าเพื่อนเธอก็ร้องไห้อย่างหนัก เธอเล่าเรื่องทุกอย่างด้วยน้ำตา นิงสงสารเพื่อนแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

      แพรไม่ผิดหรอกนะ...แกเป็นคนเสมอเลยนะ ดีกับทุกคน...ดีเกินไปหนิงปลอบใจเพื่อนไปตามเรื่องตามราว

      ชั้นไม่ได้ชอบคุณอธิตนะ....แต่ก่อนชั้นยอมรับว่าชั้นหวั่นไหวไปกับความดีของเขา แต่ในท้ายที่สุดชั้นไม่เคยเลิกเชื่อมั่นในความรักของชั้นกับอามเลย ชั้นไม่ได้ตอบรับความรู้สึกของคุณอธิต ไม่เคยชั้นผิดเองที่ไม่ทำทุกอย่างให้ชัดเจน ชั้นผิดเอง

      แกไม่ผิด คนเราเมื่อรักใครก็อยากที่ทำสิ่งดี ๆ ให้คนที่เรารัก ถ้าคุณอธิตเขารักแก เขาย่อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้แกมีความสุข เมื่อมีคนมาทำดีกับเรา เราจะร้ายกับได้ลงคอเชียวเหรอ แกเป็นเพื่อนที่ดีกับคุณอธิตไม่ได้หมายความว่าแกจะรักเขา....ถ้าจะมีคนผิดในเรื่องนี้ไม่ใช่แกคนเดียว.... หนิงพยายามปลอบใจเพื่อนเท่าที่จะทำได้แล้วก็ลากลับไป

      แพรคิดว่าความรักของเธอกับอามมันคงจะจบลงแล้ว คงไม่มีทางคืนดีกันได้อีกเพราะอามเป็นคนฝังใจและทิฐิสูง ไม่ว่ายังไงเธอคิดว่าการอธิบายและบอกความรู้สึกที่เธอมีต่ออามเป็นครั้งสุดท้ายน่าจะช่วยให้ความรักครั้งนี้จบให้ทุกฝ่ายเจ็บปวดน้อยที่สุด ให้เลิกแล้วต่อกันอย่างมีความรู้สึกดี ๆ คงเหลืออยู่มากเท่าที่ทำได้

      แพรเดินทางไปบ้านอามทันที

      ……….แพรหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านของอามเธอไม่กล้าเข้าไป..แม้ว่าจะทำใจมาอย่างดีแล้วก็ตาม หลังจากยืนอยู่นานและรวบรวมความกล้าอย่างดีเธอจึงก้าวเท้าเข้าไป

      อาม.......แพรตกใจมากรู้สึกเหมือนกับว่าบาปกรรมที่ทำไว้กับอามเมื่อวานมันตอบสนองเธออย่างรวดเร็ว ร่างกายเธอไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว ต่อสิ่ง กลิ่นรส สัมผัสใด ๆ น้ำตาที่เคยมีมากมายกลับแห้งเหือดความทุกข์ทรมานที่มากมายในใจกลับหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น ผู้ชายที่อยู่ข้างหน้าราวกลับคนแปลกหน้า

      ไม่จริง .....ชั้นไม่เคยรู้จักคน ๆ นี้ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ชั้นรัก.ทุกสิ่งที่เคยหนักอึ้งบัดนี้กลับไร้น้ำหนักราวกลับขนนกหรือหมอกควันที่พร้อมที่พัดปลิวไปตามกระแสลม

                      มันไม่ใช่อย่างที่แพรคิดนะอามพยายามจะอธิบาย

                      อย่าเข้ามานะ...แพรไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน สาแก่ใจแล้วสิ......เราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว แพรวิ่งออกจากบ้าน เธอไม่ทันดูรถที่วิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว อามวิ่งตามมาติด ๆ พยายามจะอธิบายเรื่อวราวที่เกิดขึ้น อยากจะอธิบายผู้หญิงที่เขาจูบเมื่อกี้ อยากอธิบายเรื่องราวมากมายให้แพรฟัง แต่เขาไม่มีโอกาส เธอไม่ให้โอกาสเขาเหมือนที่เขาไม่ให้โอกาสเธอ

                      แพร..ระวังอามวิ่งเขาไปช่วยแพรให้พ้นทางรถคันนั้น แต่มันสายเกินไป

       

      ณ...โรงพยาบาลเกษมพัฒนา

                      คุณไข้อยู่ในอาการโคม่าครับ....ขอให้คุณทำใจไว้บ้าง ตอนนี้เราต้องรอปฏิหารอย่างเดียวเท่านั้น

      แพร....อามขอโทษ อย่าทิ้งอามไปเลย..ให้โอกาสอามอีกครั้ง ให้โอกาสผมได้รักคุณอีกครั้ง

      อามเฝ้าดูอาการแพรอยู่หน้าห้องฉุกเฉินทั้งคืนจนหลับไปไม่รู้ตัว แต่ในที่สุดเขาก็ตื่นด้วยอะไรบางอย่างที่มากระทบใบหน้าเขา

      นายทำอะไรแพร....ทั้งที่แพรรักนายมาก..แต่นายยังทำร้ายได้ทั้งร่างกายและจิตใจ..นายนี่มันเลวจริง ๆ

      หนิงเป็นคนแรกที่เดินทางมาเยี่ยมแพรในวันรุ่งขึ้น

                      ผมเสียใจ ...ผมขอโทษอามไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้ดีกว่านี้อีกแล้ว

                      เก็บคำนั้นไว้พูดกับแพรดีกว่านะ...ถึงนายจะพูดกับชั้นร้อยครั้งพันครั้ง..ชั้นก็ไม่อภัยให้นายหนิงคาดโทษอามอย่างเด็ดขาด

                      นายเอาแต่ว่าแพร...ทั้งที่แพรไม่เคยนอกใจนาย..นายต่างหากที่ทรยศเธอ ผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอที่นายเลือกน่ะ ...หนิงมองไปที่หญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเธอมากนัก

                      มันไม่ใช่อย่างนั้นนะหนิง...ฟังอามก่อนอามพยายามจะอธิบายแต่หนิงไม่ให้โอกาสเขาเลย

                      ชั้นไม่ฟังนาย...นายจะได้รู้ว่าเวลาที่ไม่มีใครฟังเราอธิบายน่ะมันเป็นยังไง หนิงจากไปทันที

                      เดี๋ยวค่ะ....คุณหญิงสาวคนนั้นวิ่งตามหนิงมา

                      ชั้นชื่อ..นิสาค่ะ... นิสาแนะนำตัวกับหนิงอย่างกล้า ๆ กลัว

                      หนิงมองนิสาตั้งแต่หัวจดเท้า ท่าทางของหนิงแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่ได้อยากจะสนทนากับนิสาเลย

                      เรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดนะคะ..พี่อามไม่ได้เป็นฝ่ายผิดนิสาพยายามอธิบาย

                      อ๋อ..นี่สนิทกันขนาดออกหน้ารับแทนกันเลยเหรอ..หนิงไม่ฟังและกำลังจะเดินเข้าลิฟท์ไปแต่นิสาก็คว้าแขนเธอไว้

                      ขอร้องนะคะ..ฟังก่อน..ถ้าคุณไม่ฟังเรื่องนี้...คุณจะเสียใจไปตลอดชีวิตนิสาใช้ไม้ตายสุดท้ายเพื่อสร้างโอกาสที่จะอธิบายเรื่องราวทุกอย่าง

                      เธอเล่าให้หนิงฟังว่าความจริงแล้ว เธอกับพี่อามนั้นรู้จักกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พี่อามเข้ามาช่วยเธอจากการถูกลวนลามที่ลานจอดรถ เธอประทับพี่อามมาก และพยายามติดต่อกับเขามาตลอดมา ทั้งที่พี่อามพยายามปฎิเสธและขอให้เราเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกัน...

                      พี่อามคงรักใครสักคนอยู่มากแน่ ๆ เมื่อวานนิสาเลยไปหาพี่อามที่บ้านเพื่อเคลียเรื่องราวทุกอย่าง พี่อามบอกนิสาว่าเขามีคนรักแล้วและกำลังจะขอเธอแต่งงานในไม่ช้านี้ นิสาเล่าต่อไป

                      นิสาเลยขอพี่อามว่าขอให้จูบลา นิสาเป็นครั้งสุดท้าย นิสาอยากให้มันเป็นความทรงจำที่ดีของนิสาตลอดไป..นิสารู้ดีว่าถึงจะยื้อเวลาต่อไป ก็ไม่มีทางชนะใครที่อยู่ในใจของพี่อาม..พี่อามรักคุณแพรดาวมากจริง ๆ นะคะ แววตาตอนที่พี่อามเล่าเรื่องคุณแพรดาวให้ฟัง มันช่างงดงามและเปี่ยมไปด้วยความรัก...แม้ว่านิสาจะรู้จักกับพี่อามได้ไม่นาน แต่ก็พอจะรู้ว่าพี่อามเป็นคนที่แสดงความรู้สึกไม่เก่ง ซึ่งนั่นอาจทำให้คุณแพรดาวเข้าใจผิดก็เป็นได้ นิสาเล่าเรื่องทุกอย่างให้หนิงฟังจบแล้ว เธอก็ลุกขึ้น และกำลังเดินเข้าลิฟท์ไป

                      แล้ว..แพรถูกรถชนได้ยังไง หนิงเริ่มสนใจและเชื่อว่าเรื่องที่นิสาเล่าอาจเป็นความจริงก็ได้..แต่สิ่งที่ยังไม่เข้าใจคืออุบัติเหตุครั้งนี้

                      นิสาไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองตั้งแต่แรกหรอกนะคะ แต่พอนิสาตามออกมา นิสาเห็นคุณแพรดาวเข้ามาช่วยพี่อามไม่ได้โดนรถชน เธอจึงถูกรถคันนั้นชนเสียเอง นิสาพยายามถามพี่อามตลอดทางที่พาคุณแพรดาวมาส่งโรงพยาบาลว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้นแต่ พี่อามก็ไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังเลย เขาพร่ำพูดแต่คำว่าขอโทษ พี่อามคงจะเสียใจจริง ๆ นิสาไปก่อนนะคะ นิสาเดินเข้าลิฟท์ไปแล้ว หนิงเองยังยืนอยู่ตรงนั้น

                      จนถึงที่สุดแกก็ยังทำเพื่อเขาอยู่อีกสินะหนิงเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ..แต่คนที่ตัดสินใจไม่ใช่เธอ มีเพียงแพรดาวเท่านั้น ที่รู้ว่าควรทำยังไง

       

      หน้าห้องฉุกเฉิน

                      คุณมาทำไม อามถามอธิตอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นอธิตเดินเข้ามา

                      ผมมาเยี่ยมคุณแพรดาว...คุณยังไม่ได้พักเลยใช่ไหม...คุณกลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวผมจะเฝ้าคุณแพรดาวแทนก่อน อธิตพูดอย่างสุภาพ

                      คุณคงสนิทกับแพรมาก...

                      ไม่มากเท่าคุณอธิตตอบ

                      แพรคิดถูกที่เลือกคุณอามสังเกตท่าทางและการแต่งตัวของอธิตก็พอจะรู้ว่าอธิตต้องเป็นคนดี มันทำให้เขายิ่งเศร้าและรู้สึกผิดต่อแพรมายิ่งขึ้น

                      นี่คุณจะเข้าใจผิดไปถึงเมื่อไหร่...ผมจะบอกให้นะ ผมกับแพรเราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น..คุณเห็นแค่นั้นก็เอาไปตีความผิด ๆ ..ทำไมไม่ลองถามตัวเองว่าคุณทำอะไรลงไป..ทำไมคุณเอาแต่โทษคุณแพร ทั้งที่เธอไม่ได้ผิดอะไรเลย...ท่าคุณฟังเธอเรื่องราวคงไม่เป็นแบบนี้อธิตพูดออกมาอย่างเหลืออด

                      ผมรู้ว่าคุณรักเธอมาก แต่ถ้าคุณไม่พูด คุณแพรเขาก็ไม่เข้าใจหรอกนะ.....เธอมีเพียงความเชื่อที่ว่าคุณรักเธอแต่เธอไม่เคยเห็นการกระทำใดเลยที่จะยืนยันว่าคุณรักเธอเลย.......ถ้าผมเป็นคนที่คุณแพรรักได้..ผมจะทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข ผมจะไม่มาเสียเวลาพูดอะไรให้คนที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลยฟังหรอกอธิตทนมองหน้าอามไม่ได้จึงไม่อยากพูดอะไรอีก

                      แต่สุดท้ายแพรก็เลือกคุณแล้วไม่ใช่เหรอ...อามพูดอย่างน้อยใจ

                      นี่คุณมัน....อธิตเดินเข้ามากระชากคอเสื้อของอามอย่างเหลืออด เตรียมง้างหมัดจะชกอาม

                      ผมกับคุณแพรเราไม่ได้มีอะไรกัน วันนั้นคุณแพรเธอเกือบถูกรถชนเพราะเดินใจลอยคิดถึงเรื่องคุณ เราสองคนเคลียเรื่องทุกอย่างกันแล้วและสัญญาว่าจะเป็นแค่เพื่อนกันตลอดไป ผมพาเธอไปส่งบ้าน แล้วคุณก็ตีความอะไรไปเอง..ถามจริง ๆ เถอะคุณได้ฟังเธออธิบายบ้างหรือเปล่า..ผมพนันว่าคุณไม่ได้ฟัง อธิตพลักอามออกมาอย่างแรงจนหลังจนกำแพง และเขาก็เดินจากไปไม่หันกลับมามองอามอีกเลย

                      เมื่ออามได้ฟังเรื่องราวทุกอย่าง มันทำให้เขาเข้าใจสิ่งที่เคยสงสัยมาตลอด...แต่มันอาจสายเกินไปแล้ว เขาจะแก้ไขอะไรได้ ถ้าแพรต้องจากเขาไปตลอดกาล..เขาคงไม่โอกาสแม้จะบอกรักเธอ บอกขอโทษเธอ...

                      อามขอโทษนะแพร.....อามเสียใจ...ให้โอกาสอามนะ...อามรักแพร...อามนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉินไม่ยอมไปไหน..ได้แต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้นเหมือนคนเสียสติ มันคงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกเหมือนต้องสูญเสียสิ่งที่รักไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย

       

      2 เดือนผ่านไป

                      หมอบอกว่าบางที่แพรอาจจะนอนหลับอย่างนี้ตลอดไปอามพูดขึ้นขณะที่ยืนมองแพรดาวนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง

                      ถ้าแพรรู้ว่าเรา 2 คน ยืนคุยกันอย่างนี้ เธอคงแปลกใจ....อธิต

                      ผมรักเธอมาก แต่ผมผิดที่เชื่อมาตลอดว่าแพรเข้าใจผม รับรู้ถึงความรักที่ผมมี...อาม

                      สำหรับผู้ชายการแสดงออกถึงความรู้สึกมันเป็นเรื่องยาก....ผู้หญิงมักคิดว่าสิ่งที่พูดออกมาคือความจริงทั้งหมด แต่สำหรับเรา การกระทำและสายตาต่างหากที่สำคัญกว่าสิ่งใดอธิตเข้าใจความรู้สึกของอามดี เพราะตั้งแต่แพรได้รับอุบัติเหตุ เขาและ อามมักจะพบกันบ่อย ๆ เวลาที่ทั้งคู่มาเยี่ยมแพร จากคนที่เคยเป็นศัตรูกันก็กลายเป็นเพื่อนกันได้ 

                      ผมคิดทบทวนมาตลอด 2 เดือน ในที่สุดผมก็คิดได้ว่าผมควรทำยังไง ........ผมฝากแพรด้วย ดูแลเธอให้ดีอาม

                      คุณหมายความว่ายังไง..อธิตสงสัย

                      ผมต้องทำอะไรบางอย่าง..ทำเพื่อเธอ...มันคือสิ่งเดียวที่ผมควรทำมาตั้งนานแล้ว หากว่าผมกลับมาไม่ทันวันแพรลืมตา..หรือถ้าแพรเลือกคุณแทนผม....ลาก่อนอามเดินจากไปทิ้งไว้แต่ความสงสัยให้กับอธิต ที่ไม่เข้าใจว่าอามต้องการทำอะไรกันแน่

                      2 อาทิตย์ต่อมา

                      แพรครับ...ผมดีใจมากนะที่คุณฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง...ตอนเกิดเรื่องผมคิดว่าต้องสูญเสียเพื่อนดี ๆ คนหนึ่งไปซะแล้ว อธิตพูดอย่างอารมณ์ดีเพราะวันนี้แพรกำลังจะเดินทางออกจากโรงพยาบาล

                      ใช่ชั้นน่ะเป็นห่วงแกมากนะ...เพื่อน ๆ ที่บริษัทแกน่ะมาเยี่ยมแกเกือบทุกวันเลย..ทุกคนคงจะรักแกมากหนิงกล่าวเสริมขึ้นมา

                      แล้วอามล่ะ..เขาเคยมาเยี่ยมแพรบ้างหรือเปล่า...เขาคงโกรธแพรมากแพรทำท่าจะร้องไห้ขึ้นมาอีก

                      แพรชั้นกับคุณอธิตอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้พี่อามฟังหมดแล้ว และแกก็ได้ยินเรื่องวันนั้นจากปากคุณนิสาแล้วไม่ใช่เหรอ แกทำใจให้สบายดีกว่านะ..พี่อามต้องกลับมาหาแกแน่ ๆ หนิงปลอบใจเพื่อน

       

                      แพรกำลังก้าวขึ้นรถของอธิต..แต่อยู่ก็มีมือของใครบางคนกอดเธอไว้

                      แพร...อามคิดถึงแพรมากนะ...อามรักแพร..รักมาตลอดไม่เคยเปลี่ยนจากนี้และตลอดไปอาม

                      แพรแทบไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง มันอาจเป็นเพียงความฝันเท่านั้น..แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้ว่ามันไม่ใช่ความฝันนั่นคือไออุ่นจากตัวของคนที่เธอรักมากที่สุด อาม.....

                      แพรก็รักอาม....แพรกับคุณอธิต.......แพรยังพูดไม่จบอามก็เอามือปิดปากแพรไว้และพูดว่า

                      อามเข้าใจเรื่องทุกอย่างหมดแล้ว....อามอยากได้ยินเพียงว่าแพรรักอามหรือเปล่า..ในเมื่อแพรรักอามก็ไม่มีสิ่งไหนสำคัญกว่านี้อีกแล้ว

                  เราแต่งงานกันนะแพร..ขอโทษที่ผมหายหน้าไป.คือผมได้ใช้เวลาเหล่านั้นเพื่อสร้างสิ้งนี้ให้คุณอามส่งรูปถ่ายบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งแพรก็สามารถเข้าใจดีว่ามันหมายความว่าอย่างไร

                      อามบรรจงสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของแพรทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข ท่ามกลางความดีใจของเพื่อน ๆ

       

                      ณ โรงแรมมารีน่า

                      แพรไปก่อนนะอาม.....แพรก้าวลงจากรถ แต่อามดึงมือเธอไว้

                      ไปด้วยกันสิ..อามจะไม่ทิ้งให้แพรเดียวดายต่อไปอีกแล้ว เราจะไปด้วยกันอามอยู่ในชุดสูท เขาบอกกับแพรมาจะเข้าไปในงานกับเธอ

                      ขอบคุณมากนะอาม แพรตื้นตันจนน้ำตาไหล

                      อามรักแพรนะอามประคองแพรลงจากรถทั้งคู่เดินเข้าไปในงานเลี้ยงด้วยกัน .........

       

       

      The End

                     

       

       

                     

       

       

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×