● รักข้างเดียว ● [ One-side love] (yaoi) [END]

ตอนที่ 34 : ● รักข้างเดียว ● Side 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    22 ก.พ. 58









รักข้างเดียว [ One-side love]




 -31-








         ปั้นรู้สึกประดักประเด่อตอนที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบ้านหลังใหญ่  ร่างบางก็พอจะรู้ว่าเจ้าฝุ่นแท้จริงแล้วมีบิดาร่ำรวยซ้ำฐานะทางฝ่ายบิดายังเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีดังนั้นบ้านหลังใหญ่ที่เห็นตรงหน้าคงจะไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายไปมากนัก

        แต่ถึงเจ้าฝุ่นจะมีฐานะต่างจากเมื่อก่อนมากนักเพราะเป็นถึงทายาทของธรากานต์ตระกูลผู้ดีเก่าแก่ แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปของคนตัวโตคือการที่เจ้าฝุ่นยังปฎิบัติตัวเช่นเดิม ลักษณะนิสัยก็ยังเหมือนเดิมไม่ต่างไปจากเมื่อก่อน อาจจะมีที่แปลกๆไปบ้างคือแววตากรุ้มกริ่มที่ชอบแสดงให้เห็นเวลาที่อยู่ด้วยกัน



       “ เข้าบ้านกันพี่ปั้น”

       ฝุ่นเดินไปแตะศอกรุ่นพี่ตัวเล็กที่ยืนเงะงะทำอะไรไม่ถูกจนอีกฝ่ายทำหน้างอใส่ ฝุ่นยิ้มกว้างๆก่อนจะโอบบ่าเล็กแล้วรุนหลังให้ก้าวไปเบื้องหน้า


       ปั้นชะงักกึกเมื่อเห็นภาพผู้อาวุโสในชุดผ้านุ่งยาวกรอมเท้า เสื้อที่ใส่เป็นผ้าไหมลายตองอ่อนขับให้ผิวขาวดูเด่น ใบหน้าที่มีริ้วรอยของกาลเวลาดูน่ามอง ผมบนศีรษะที่ขาวเกือบจะทั้งหัวถูกรวบเป็นมวยไว้เบื้องหลัง บุคลิกของคนตรงหน้าทำให้ปั้นหายใจติดขัดเพราะบ่งบอกถึงความเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว   มือขาวสะอาดกุมพัดที่มีพู่ตรงปลายพัดโบกไปมาเพื่อคลายความร้อน ทั้งนี้สายตายังหรี่มองท่อนแขนเจ้าฝุ่นที่โอบบ่าปั้นอยู่


      “ คุณย่า”

      เจ้าฝุ่นเป็นคนที่เอ่ยทักสตรีอาวุโสตรงหน้า จนปั้นแอบสะดุ้งรีบปัดมือหนาออกจากไหล่ด้วยเกรงว่าจะไม่เหมาะสมและทำให้สตรีมีสกุลเกิดไม่พอใจ


     “ สวัสดีครับคุณย่า”

     “ ไหว้พระเถอะลูก...” หม่อมหลวงนารีรัตน์อ้าแขนรับอ้อมแขนใหญ่โตของเจ้าฝุ่นแล้วหัวเราะน้อยๆ “...มากับแค่นี้รึ แล้วพี่ชายเราหล่ะ”


      “ ฝันไปให้กำลังใจพี่ภาสอ่านหนังสือครับ”


     “ อ่อ”

     หญิงชราเอาพัดปิดปากแล้วหัวเราะน้อยๆ “ เจ้าภาสคงอ่านหนังสือหนักสินะ” ท่านพูดยิ้มๆตอนที่เจ้าฝุ่นเดินเข้าไปโอบประคองผู้อาวุโสให้เดินนำเข้าไปในบ้าน


     “ ครับ...แต่เมื่อเช้าฝันทำสาคูไส้ปลาเลยฝากมาให้คุณย่าด้วย”


     “ งั้นรึ ดีจริง”

      ท่านหัวเราะถูกใจอีกครั้งจนปั้นอดยิ้มตามได้ คราวนี้ปั้นจึงได้มีโอกาสสบสายตากับฝุ่นตรงๆ


      “ มัวแต่คุยกัน นี่ไม่คิดจะแนะนำคนข้างๆให้ย่ารู้จักเลยรึไง” เจ้าฝุ่นยิ้มน้อยก่อนจะโอบบ่าปั้นเบาๆ ร่างบางสะดุ้งเฮือกรีบเบี่ยงกายหนีกับการทำรุ่มร่ามของเจ้าคนตัวโต


     “ พี่ปั้นนี่คุณย่าของฝุ่นเอง..” ฝุ่นแนะนำส่วนปั้นรีบประนมมือกราบสวัสดีอีกครั้ง  “ ส่วนคนนี้ ‘แฟน’ฝุ่นเองครับคุณย่า”


     ...ห่ะ...


      ปั้นกลืนน้ำลายรีบละล้ำปฎิเสธด้วยใบหน้าซีดเผือดยิ่งเห็นใบหน้านิ่งๆของผู้อาวุโสแล้วยิ่งทำอะไรไม่ถูก ต่างจากเจ้าฝุ่นที่ทำหัวเราะน้อยๆขัดกับสถานการณ์


     “ ไม่ใช่ ครับ คือ”


      “ คนนี้รึ” ย่าถามเสียงเรียบปั้นจึงก้มหน้านิ่งอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะประหลาดใจเมื่อมือเหี่ยวย่นดันปลายคางปั้นให้เงยขึ้น “ หน้าตาน่ารักจริงเชียว”


        ยอมรับว่าในตอนแรกที่รับรู้ว่าหลานทั้งสองมีคู่รักเป็นเพศเดียวกัน ท่านก็ไม่สามารถยอมรับได้ มันเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากจริงๆ แต่เมื่อลองคิดพิจารณาอีกครั้งก็ได้แต่ปลงตก เพราะครั้งหนึ่งนางเคยบังคับใจให้ลูกชายต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก สุดท้ายครอบครัวก็เกือบล่มสลาย ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็มีแต่เจ็บปวดไปตามๆกัน

 
        ลูกสะใภ้ที่นางเคยรักเคยเอ็นดูนักหนาได้กระทำเรื่องเลวร้ายขนาดหนักจนสุดท้ายผลกรรมทำให้กลายเป็นอัมพาตครึ่งซีกไม่สามารถขยับร่างกายส่วนล่างได้จึงได้แต่นอนนิ่งๆอยู่บนเตียงเป็นภาพที่อนาถใจยิ่งนัก และถึงว่าศรัยทิพย์จะร้ายกับสองพี่น้องมากแค่ไหนแต่พอเจ็บหนักถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อก็ได้เด็ก
 
         สองพี่น้องที่ผลัดกันมาดูแล ดังนั้นพอมาถึงเรื่องของบรรดาหลานๆท่านจึงได้แต่ปล่อยวางและทำใจ ขอเพียงให้หลานๆมีความสุขและพบกับความรักที่แท้จริง ขอให้พวกเค้าประคับประคองชีวิตให้อยู่อย่างมีความสุขเท่านั้นก็พอใจแล้วสำหรับหญิงชรา


      “ ชื่ออะไรหล่ะเรา”

      “ ปั้นครับ เออ คุณ” ร่างบางทำท่าไม่ถูกในการจะเรียกสรรพนามของอีกฝ่าย หญิงชราจึงเลื่อนมือไปลูบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ “ เรียกย่าสิ เรียกเหมือนเจ้าฝุ่นนั่นหล่ะ”


      “ ครับคุณย่า”

      รอยยิ้มเมตตาที่ส่งมาให้ทำให้ปั้นใจชื้นขึ้นมาอีกโข หญิงชราทำหน้ายิ้มแย้มกวักมือเรียกให้เข้าไปใกล้ๆ


      “ พาย่าเข้าไปข้างในหน่อยสิ”


      “ ครับ” เจ้าฝุ่นหัวเราะร่วนก่อนจะขยิบตาใส่รุ่นพี่หน้าสวย ปั้นจนยิ้มเขินๆก่อนจะตรงไปประคองผู้สูงอายุให้เดินเข้าไปในตัวบ้าน


      “ มากันแล้วเหรอ”


      “ ครับ”

      ภาพตรงหน้าคือบิดาของเจ้าฝุ่นกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางเด็กชายหญิงคู่หญิง และดูเหมือนว่าเด็กผู้ชายตัวขาวกำลังนั่งระบายสีอยู่กับกระดาษศิลปะเบื้องหน้าตัวเอง ส่วนเด็กผู้หญิงกำลังไล่โน็ตเปียโนเสียงสูงต่ำ


     “ สวัสดีครับ”

     “ สวัสดีลูก”

      คุณพ่อของเจ้าฝุ่นยกมือรับไหว้ตอนที่ปั้นประนมมือก้มศีรษะต่ำเพื่อทำความเคารพอีกฝ่าย ชายร่างสูงวัยกลางคนแต่มียังใบหน้าคมคายไม่ต่างจากบุคคลข้างกายมากนัก จะต่างก็แค่ริ้วรอยของกาลเวลาที่มีปรากฎให้เห็นบนใบหน้าแววตาคู่คมนั่นดูอ่อนโยนชวนให้รู้สึกอบอุ่นใจเวลาพบเห็น


     “ ตามสบายนะหนู” บิดาของเจ้าฝุ่นยิ้มอ่อนให้  “ พ่อฝากน้องๆไว้สักครู่นะ ได้เวลาพอดีเลย” เจ้าฝุ่นพยักหน้ารับคำพูดของบิดาก่อนจะตรงเข้าไปประคอง


      ฝุ่นหันมายิ้มให้ปั้นพร้อมกับพยักเพยิบไปยังเด็กสองคนที่กำลังมุ่งความสนใจอยู่กับงานอดิเรกตรงหน้า ก่อนที่เจ้าคนตัวโตจะขยับพาบิดาและผู้เป็นย่าเดินออกจากห้องไป “ พี่ปั้นฝุ่นพาคุณพ่อไปทำกายภาพก่อนนะ เดี๋ยวมา”


      “ ย่าก็ชักเวียนหัวแล้วยังไงขอตัวไปงีบสักหน่อยนะลูก”

       ปั้นพยักหน้ารับตอนที่มือเหี่ยวย่นลูบแขนเขาเบาๆ หลังจากนั้นผู้อาวุโสมีสกุลก็เดินขึ้นห้องไปโดยมีสาวใช้จับประคองเดินตามเจ้าฝุ่นและบิดาไปติดๆ

       ปั้นยิ้มอ่อนๆให้เด็กสาวที่ละมือจากเปียโนแล้วยิ้มอายๆให้ ส่วนเด็กหนุ่มอีกคนยังไม่รู้สิ่งใดๆนอกจากจดจ่ออยู่กับการลากเส้นให้คมชัดเป็นภาพที่สวยงามเกินกว่าเด็กวัยเดียวกันจะทำได้และคงจะเป็นพรสวรรค์เฉพาะตัวทดแทนความผิดปกติของร่างกายซึ่งคนตัวโตนั่นเคยเล่าให้ฟัง


      “ ทำอะไรกันอยู่ครับ”


       เด็กสาวยิ้มตอบ “...พี่ปั้นมาเล่นเปียโนด้วยกันมั้ยค่ะ” น้องสาวของเจ้าฝุ่นยิ้มหวานให้ดูน่ารักน่ามองทีเดียว ปั้นเห็นภาพนั้นแล้วยิ่งนึกเอ็นดู ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสาวจะรู้จักเขาคงเป็นเพราะเจ้าฝุ่นเล่าให้ฟังละมั้ง ปั้นสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆชะโงกดูโน็ตเพลงแล้วค่อยๆวางนิ้วและเริ่มเล่นเพลงง่ายๆ เรียกใบหน้าเต้นตื่นของเด็กสาวที่เบิกกว้างนัยน์ตาเป็นประกาย


       “ เก่งจังค่ะ..” เด็กสาวเขย่ามือปั้นเบาๆ “...พี่ปั้นเล่นเปียโนเก่งจัง สอนลูกแก้วบ้างสิคะ”


      ปั้นวางมือบนศีรษะอีกฝ่ายแล้วลูบอย่างแผ่วเบาพร้อมกับนึกรักดวงตาใสซื่อที่เข้าแล้ว “ เอางั้นเหรอ จริงๆพี่ไม่ได้จับเปียโนมานานแล้ว แต่ถ้าน้องลูกแก้วอยากเรียนพี่จะสอนแบบง่ายๆให้แล้วกันเนอะ”

      เด็กสาวพุ่งเข้ากอดร่างบางจนแทบตั้งตัวไม่ทัน ปั้นจนอดหัวเราะไม่ได้จึงลูบศีรษะทุยสวยอย่างเอ็นดู

 
      “ กอดด้วยสิ”

     เสียงหนึ่งที่นั่งทำงานของตัวเองเงียบๆดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง เด็กหนุ่มหันมาพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลมใสชวนให้นึกเอ็นดู


     “ มาสิครับ”

      ร่างที่กำลังเติบโตเข้าสู่วัยหนุ่มแต่ยังเล็กแกรนอยู่บ้างเดินดุ๊กๆโผเข้ามาในอ้อมกอดที่ปั้นอ้าแขนรอ


     “ อุ่นจัง”

     “ คิกคิก”

      น้องชายเจ้าฝุ่นซุกซบอยู่ในซอกคอของปั้นจนกลุ่มผมสีดำใกล้กับจมูก ปั้นจึงได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆของเด็กโชยมา ลูกแก้วกลั้นยิ้มก่อนจะโอบเอวปั้นเหมือนลูกลิง ดังนั้นในตอนนี้ปั้นจึงเหมือนมีลูกลิงน่ารักสองตัวกำลังเกาะแกะอยู่


     “ ขี้อ้อนจริงนะ”


       ลูกขวัญจ้องหน้าปั้นแววตากลมโตมีประกาย ริมฝีปากบางเฉียบสีเรื่อกำลังแย้มยิ้ม ใบหน้าน้อยๆขาวใสแก้มเนียนน่าจับจนปั้นอดเกลี่ยแก้มน้องไม่ได้ เด็กหนุ่มคนนี้น่ารักมากเกินกว่าเพศสภาพที่เป็นอยู่จริงๆ ปั้นคิดๆราวกับว่ากำลังจะมีน้องน้อยเพิ่มขึ้นอีกสองคน


       “ อ้าวไหงนั่งกอดกันกลมอย่างนั้น”

      เจ้าฝุ่นซึ่งยืนพิงขอบประตูห้องนั่งเล่นถามขำๆ ปั้นยิ้มรับมือทั้งสองข้างลูบหลังน้องทั้งคู่ด้วยความเอ็นดู

      “ สนิทกันเร็วจริงนะ”

      “ ธรรมดา..” ร่างบางยักไหล่กวนๆ “...คนมันอัธยาศัยดี”

เจ้าฝุ่นส่ายหัวไปมาก่อนจะเดินมาทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ

      “ คุณพ่อทำกายภาพเสร็จแล้วเหรอฝุ่น”


      “ กำลังทำครับ พอดีมีนักกายภาพดูแลคุณพ่ออยู่ ผมเลยลงมาดูซะหน่อยเลยได้เห็นเด็กขี้อ้อน” เจ้าฝุ่นทำหน้าหมั่นเขี้ยวก่อนจะแกล้งบิดจมูกน้องทั้งสอง จนเด็กๆปัดมือและทำหน้ายู่เป็นพัลวัน


      “ แกล้ง” เด็กชายลูกขวัญเบ้หน้าแววตาคู่สวยเจิดจ้าหน่อยๆ ใบหน้านั้นจึงแอบสะบัดใส่จนปั้นกับฝุ่นพร้อมใจกันขำพรืด


      “ ขี้งอน”


     เจ้าฝุ่นแกล้งเอานิ้วจิ้มแก้มใสๆของน้องชายจนเด็กชายตาเขียวใส่เด็กน้อยจึงแกล้งกลับด้วยการงับนิ้วเจ้าฝุ่นแรงๆ น้องสาวซึ่งกอดเอวปั้นอยู่จึงหัวเราะน้อยๆจนแก้มขาวแดงก่ำน่ารักจริงเชียว


     สุดท้ายพวกเราทั้งสี่จึงนัวเนียกันอยู่อย่างนั้นจนเหนื่อย เจ้าฝุ่นนอนแผ่หลาหมดแรงโดนมีลูกขวัญทับอยู่บนอก ส่วนเด็กสาวนั่นหัวเราะคิดคักอยู่ข้างๆ ภาพความสนิทสนมของพี่น้องทั้งสามทำเอาปั้นอดยิ้มตามไม่ได้ มันน่าประทับใจ มันเป็นเส้นใยบางๆที่ยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว


     เป็นภาพที่อบอุ่น


      ปั้นอมยิ้มมองภาพตรงหน้าแล้วนึกถึงครอบครัวตัวเอง ถึงจะไม่อบอุ่นเท่ากับที่เห็นตรงหน้าแต่ฝุ่นก็เชื่อว่ามันกำลังจะดีขึ้น หลังจากที่พี่ปุ่นออกจากโรงพยาบาลก็พอดีกับพ่อและแม่กลับจากดูงานต่างประเทศ ปั้นจึงแอบไปสารภาพกับพ่อแม่ถึงสาเหตุที่พี่ปุ่นเข้าโรงพยาบาล  ในตอนแรกบุพการีทั้งคู่ตกใจมากถึงขนาดที่แม่เป็นลมพับไปพอตื่นขึ้นมาก็สะอื้นไห้โทษตัวเองไม่ต่างจากบิดาซึ่งเสียใจจนน้ำตาคลอ และนี่เป็นครั้งแรกที่ปั้นเห็นพ่อร้องไห้

      พวกเราสามคนตกลงกันว่าจะปิดเรื่องที่รู้ว่าพี่ปุ่นไปเจอกับอะไรมา และพวกเราต่างตัดสินใจที่เริ่มต้นกันใหม่และพยายามจะดูแลพี่ปุ่นให้ดีที่สุด พี่ปุ่นก็ดูเกร็งๆกับการดูแลเอาใจใส่ของพวกเราแต่ปั้นรู้ว่าเส้นใยบางๆของครอบครัวมันกำลังเกิดขึ้นแล้ว บรรยากาศรอบตัวเรามันดีขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนแล้ว และที่สำคัญแววตาของพี่ปุ่นเวลามองกันทำให้ปั้นรู้แล้วว่า...ครอบครัวของพวกเรากำลังจะกลับมา...



      “ ยิ้มอะไร” เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เจ้าฝุ่นขยับมาใกล้ขนาดนี้มือหนาเกลี่ยแก้มปั้นอย่างแผ่วเบา


      “ ก็..” ปั้นเบือนหน้าหลบ “...คิดเรื่องอะไรดีๆหน่ะ ก็เลยยิ้ม”


      “ คิดเรื่องฝุ่นอยู่รึเปล่า”


     “ ....”


      “ ใช่จริงๆใช่มั้ย..” เจ้าฝุ่นแกล้งกระซิบข้างใบหู “...ใช่มั้ย” คราวนี้แกล้งเอาริมฝีปากหนาสัมผัสแผ่วเบาที่แก้มนวลจนคนตัวบางสะดุ้งทำหน้าเลิ่กลั่กกลัวว่าเด็กทั้งสองซึ่งนั่งเล่นอยู่ใกล้ๆจะเห็น


      “ ฝุ่น”


      “ ครับ”

      “ อย่า..” ปุ่นเอ็ดเสียงแผ่ว พยายามแกะมือหนาออกจากเอว “...น้องอยู่ อย่าฝุ่น” เสียงร้องห้ามเหมือนแมวครางยิ่งทำให้คนขี้แกล้งอยากจะแกล้งให้อายม้วน


      “ ไม่เห็นหรอก นะน้า”


      “ ไม่ อุ๊บ”


       ไม่ทันแล้ว


       เจ้าฝุ่นใช้โอกาสที่ร่างบางเผลอและน้องๆกำลังสนใจกับภาพวาดตรงหน้า บดริมฝีปากร่างบางอย่างหนักหน่วง มันไม่ใช่แค่จูบแผ่วเบาภายนอก เพราะตอนนี้คนเจ้าเล่ห์กำลังไล่ขบขอบปากเพื่อให้ปั้นเปิดรอยแยกปากสวย ลิ้นร้อนๆเกี่ยวกระหวัดหยอกเอินจะหนีจะหลบไปทางใดลิ้นนั้นก็ตามไปเกี่ยวรัดจนแทบหายใจไม่ออก ปั้นพยายามดันแผ่นอกอีกฝ่ายออกแต่ยิ่งทำยิ่งเพิ่มแรงจูบให้หนักหน่วง จนสุดท้ายต้องอ้าปากกว้างให้อีกฝ่ายกวาดต้อนชิมรสความหวานจนกว่าจะพอใจ


      “ นิสัยไม่ดี”

      ปั้นกับเจ้าฝุ่นสะดุ้งโหยงผละออกจากกันแทบไม่ทัน



       ...ตุ๊บ ตุ๊บ...


      น้องชายเจ้าฝุ่นระดมทุบบ่าพี่ชายตัวเองแรงๆ ปากก็พร่ำบ่นว่าไปเรื่อยจนปั้นสะดุ้งโหยง ร่างบางหน้าแดงซ่านเมื่อเห็นว่าน้องทั้งสองของเจ้าฝุ่นเห็นภาพเหตุการณ์เมื่อกี้


      “ กัดปากเค้าทำไม” ลูกขวัญทำหน้าไม่พอใจเจ้าฝุ่น ก่อนจะเอื้อมมือน้อยๆมาประคองใบหน้าปั้นอย่างเบา “ เจ็บมั้ย โดนกัดเจ็บมั้ย”


     ฉ่า

    เอ่อ


       ปั้นหน้าร้อนผ่าวเผลอเม้มที่ถูกบดจูบไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนาทีแล้วหลุบตามองต่ำ ก่อนจะฝืนยิ้มให้น้องซึ่งแสดงสีหน้าห่วงใย ปั้นอยากจะร้องแต่ร้องไม่ออก อยากจะหัวเราะแต่ก็ขำไม่ลง เมื่อความเข้าใจของน้องคือเจ้าฝุ่นกำลังทำร้ายเขาด้วยการกัดริมฝีปาก


      “ เอ่อ ไม่เจ็บครับ”


      น้องทั้งสองมองปั้นตาแป๊วก่อนจะทำเหมือนเป่าปากให้ปั้นหายเจ็บไวๆ ส่วนตัวต้นเหตุถึงกับกุมท้องหัวเราะร่วนยิ่งทำให้ร่างบางจากที่หน้าแดงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งแดงก่ำราวกับมีเตามาตั้งอยู่บนหน้า ปั้นทั้งเคืองทั้งอายเจ้าฝุ่นแต่ทำอะไรคนตัวโตไม่ได้เลยนอกจากบ่นพึมพำเรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวโตให้ดังขึ้นอีก


      “ เจ้าฝุ่น เจ้าเด็กบ้า”




    .......

    .......



       ฝันยิ้มอ่อนๆเมื่อเห็นรุ่นพี่หนุ่มทั้งสามกำลังเดินมาทางนี้ โดยมีหนึ่งในนั้นที่ทะเล้นเกินใครกำลังโบกมือหยอยๆทักฝัน ส่วนอีกคนแค่ยิ้มน้อยๆตามสไตส์ แต่คนที่ฝันนึกถึงทุกลมหายใจนี่สิกำลังยิ้มกว้างพร้อมกับทำตาแพรวพราวล้อเลียนฝัน


      “ รอนานมั้ย”


       พี่ภาสถามก่อนจะเอื้อมมือมาคว้ากระเป๋านักเรียนฝันไปถือ เรียกเสียงโหแซวจากพี่วิทย์อีกตามเคย ส่วนพี่แทนทำตาโตก่อนจะหัวเราะน้อยๆเมื่อเห็นว่าพี่ภาสกำลังเทคแคร์ฝัน


      “ มะ ไม่นานครับ”

      คนขี้อายก็ยังเป็นคนขี้อายอยู่วันยังค่ำ เพราะถูกล้อแค่นี้ใบหน้าหวานก็แดงก่ำแล้ว



      “ ไม่นานหรอกเนอะน้องฝัน รอทั้งชีวิตก็รอได้เพื่อพี่ภาสเนอะฝันเนอะ ฮิ้วๆๆ” พี่วิทย์เป่าปากร้องแซวอีกครั้งเลยโดนพี่ภาสสะกิดหัวไม่เบานักแต่ทำเอาฝ่ายนั้นค้อนประหลับประเหลือก


     “ พอๆ” พี่แทนเป็นคนเอ่ยห้าม “ มึงก็แซวน้องเขาอยู่ได้ ถ้าถูกแซวคืนบ้างจะโดนไม่ใช่น้อยนะ”


     “ อะไรๆ กูไม่มีเรื่องอะไรให้แซวทั้งนั้น”


     “ เหรอ...” พี่ภาสหรี่ตามองเพื่อนตัวเองแล้วกดยิ้มชวนสะดุ้ง “...ได้ข่าวว่าเมื่อเดือนก่อนไปเที่ยวกับรุ่นน้องไม่ใช่เหรอ”


     “ กูเปล่า”


     “ เอาความจริง” พี่แทนกอดอกทำเสียงนิ่มๆเค้นคอ ฝันเลยได้แต่มองคนโน้นทีคนนี้ทีสลับไปมาด้วยความสนใจ


      “กูถูกบังคับเหอะ”


      “ บังคับให้เข้าผับด้วยกันเนี่ยนะ” พี่ภาสทำเสียงสูง “...ว่าแต่เข้าไปทำอะไรกันดึกๆดื่นๆวะ”


      “ นั่นสิ”


      ฝันแอบเห็นพี่ภาสกับพี่แทนยักคิ้วให้กันเหมือนว่ากำลังร่วมมือกันบีบให้พี่วิทย์คลายความลับอะไรบางอย่าง


      “ ก็ เอ่อ กูแพ้พนันมัน แม่งก็เลยได้โอกาสบังคับกูให้ทำตามที่มันสั่งอะดิ”

     “ พนันอะไรวะ”


      “ ก็..” พี่วิทย์หรี่ตามองฝันแล้วยิ้มเย็น จนร่างบางรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ “ ก็พนันว่าวันที่น้องฝันโกรธมึง มึงจะง้อสำเร็จรึเปล่า แล้วน้องฝันจะเสียจูบให้มึงมั้ย”



      ตรง

      ตรงประเด็นมาก


     เสียจูบให้มึงมั้ย...เสียสิ เสียอยู่หลายทีด้วย...


       ฝันหน้าเหวอ ปากสั่น ใบหน้าร้อนวูบวาบแดงตั้งแต่หน้าลามมาถึงคอ ส่วนพี่ภาสสถบด่าเสียงดังลั่นและวิ่งไล่เตะพี่วิทย์ไปไกล โดยมีพี่แทนหัวเราะขำๆก่อนจะตามไปแยกคนทั้งคู่





                                      *************************************************




        “ ไปไหนครับ”


        เมื่อขึ้นมาบนรถแล้วพี่ภาสซึ่งวิ่งไล่เตะพี่วิทย์จนพอใจแล้ว คนตัวโตก็คว้าแขนฝันเดินยิ้มกริ่มออกมาโดยที่มีร่างบางเดินตามต้อยๆ หลังจากนั้นพี่ภาสก็ขับรถคันหรูพาฝันออกมาแถบชานเมือง


       “ กลัวพี่พาไปขายเหรอครับ”


       “ บ้าพี่ภาสก็..” ฝันบ่นงึมงำ “...ก็มันจะค่ำแล้วนิครับ แล้ววันนี้ยังเป็นวันสำคัญด้วย”


       ใช่วันสำคัญ

       สำคัญสำหรับพี่ภาสมาก

        ภาสกรหันไปยิ้มอ่อนๆให้คนน่ารักก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเกลี่ยแก้มอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาคู่คมดูหมองลงพร้อมกับถอนหายใจซึ่งกิริยาแบบนั้นทำเอาฝันใจเสีย

      หมายความว่ายังไง พี่ภาสถอนหายใจแบบนี้หมายถึงอะไรกันแน่

      มันเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อวันนี้เป็นวันสำคัญ



      พี่ภาสตบไฟเลี้ยวก่อนจะค่อยๆเหยียบเบรกจอดรถที่ข้างทาง ใบหน้าคมคายเหม่อมองไปไกล นัยน์ตาคู่คมดูเป็นกังวล ริมฝีปากหนาเรียบเป็นเส้นตรง ฝันใจเสีย หัวใจของฝันเต้นแรงสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัว


       “ ฝัน”

       “.....”

       “ ฝันเคยคิดมั้ยว่า..” พี่ภาสถอนหายใจแรงๆ “..ถ้าวันหนึ่งพี่ไม่สามารถทำตามขอเสนอของคุณพ่อได้”


      ฝันหายใจแรงๆปากหวานกำลังสั่นระริก “ หมายความว่ายังไงครับพี่ภาส”


        “ พี่ภาสจะบอกอะไรฝัน”


        “ คือ...” พี่ภาสทำหน้ากลัดกลุ้มก่อนจะดึงตัวฝันไปโอบกอดอย่างเต็มแรง และแรงรัดนั้นทำเอาฝันเหมือนจะจมหายไปในอ้อมกอดที่อบอุ่น “ พี่อยากจะโอบกอดฝันอย่างนี้ให้นานที่สุด อยากจะเก็บความรักความสุขของสองเราให้ยืนยาว”


       ฝันน้ำตาร่วงมือบางขยุ้มชายเสื้อพี่ภาส


        “ ฮึก ฮือ ผลสอบออกแล้วใช่มั้ยครับ”



         ใช่วันนี้ วันสำคัญ วันประกาศผลสอบตรงเข้าแพทย์ของคนตัวโต


        เป็นวันที่ฝันใจจดจ่อมาตลอด เพราะฝันรู้ว่าพี่ภาสพยายามทุ่มแรงกายแรงใจมากแค่ไหน ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาคนตัวโตนี่แสดงให้เห็นเสมอว่าพี่ภาสทั้งต้องพยายามเพื่อตัวเองและดูแลคนรักอย่างฝัน


      แต่


      “...พี่ต้องสอบติดหมอให้ได้เพื่อแลกกับการได้คบฝัน”


       ต้องสอบให้ติด

      และถ้าสอบไม่ติดหล่ะ

      ถ้าไม่ติด...อนาคตของเรา



       “ ฮึก ฮือ” ฝันสะอื้นเสียงสั่นปล่อยโฮให้น้ำตาไหลซึมเสื้อนักเรียนตัวขาวของพี่ภาส ฝันร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลพรากโดยมีคนตัวโตลูบแผ่นหลังอย่างปลอบประโลม


      “ อย่าร้องนะคนดีของพี่...อย่าร้อง”


      “.....”


      “ พี่ภาส ฮือ” ฝันสะอื้นฮักๆ “...เรา ฮึก ต้องเลิกกันใช่มั้ยครับ”


      “ ฝันไม่อยากเลิกกับพี่ใช่มั้ย”


       “ ไม่อยาก ไม่อยากเลิก” ร่างบางโผเข้ากอดภาสกรเสียแน่น “...ฝัน ฮึก ฝันรักพี่ภาส”


       “ พี่ก็รักฝัน”

       “ ฮึก ฝันยอม ยอมทุกอย่าง”

       “ จริงเหรอ” ร่างสูงกระซิบถาม “ ยอมทุกอย่างเพื่อพี่จริงๆเหรอ”

       “ ครับ ฝันรักพี่ภาส”



      “.....”

      เงียบ


      มีแต่ความเงียบพร้อมกับลมหายใจที่หนักหน่วงของพี่ภาส และอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบประคอง พี่ภาสปล่อยให้ฝันร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนพอใจแล้วบรรจงเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะออกรถโดยมีมือข้างหนึ่งกุมมือฝันอยู่

      ฝันมองเสี้ยวหน้าของพี่ภาสที่เครียดขมึง ดวงตาเต็มไปด้วยประกายเจิดจ้า

      ฝันกำลังทำให้พี่ภาสลำบากอีกแล้วใช่มั้ย

      ฝันก้มหน้าร้องไห้เงียบๆ โดยไม่ทันได้สังเกตมุมปากของชายหนุ่มที่ยกยิ้ม




    .......

    .......



       สุดท้ายแล้วรถคันหรูของพี่ภาสก็มาจอดสงบนิ่งอยู่หน้าบ้านคนตัวโต พี่ภาสกุมมือให้ก้าวเดินเข้าไปในตัวบ้านฝันยังคงสะอื้นไห้ส่วนพี่ภาสทำหน้าเคร่งขรึม


      ...เปรี๊ยะ...



        เสียงเหมือนประทัดแต่เป็นเปเปอร์ชู้ตซึ่งเป็นพลุกระดาษสีสันต่างๆแตกกระจายไปทั่วราวกับต้อนรับคนทั้งคู่ ฝันทำหน้ามึนงงปาดน้ำตาป้อยๆ


        “ ยินดีด้วยนะภาส”

         เสียงคุณแม่และบรรดาแม่บ้านอีกสองสามคนส่งเสียงกันเซ็งแซ่ ฝันทำหน้างงไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นยิ่งเห็นคนตัวโตหัวเราะน้อยๆฝันยิ่งงงหนัก


       หมายความว่ายังไง



       ฝันปาดน้ำตาลวกๆสบสายตากับพี่ภาสจึงทันได้เห็นแววตาขี้เล่น ก่อนที่มือหนาจะลูบแก้มฝันเบาๆเท่านั้นแหละความเข้าใจของฝันกระจ่างชัดทันทีเลย ฝันเบ้หน้าและปล่อยโฮอย่างหนักพาเอาคุณแม่และคนอื่นๆต่างตกอกตกใจ


        “ ฮือ ขี้แกล้ง พี่ภาสขี้แกล้ง” ฝันระดมทุบอกแกร่งอีกฝ่ายด้วยความโมโห พี่ภาสจึงรวบตัวฝันแล้วโยกตัวไปมาเบาๆอย่างปลอบประโลม



        “ โอ๋ๆ อย่าร้องนะคนดี..” น้ำเสียงนุ่มกระซิบบอกพร้อมปากหนาที่บดจูบขมับ แต่ฝันยังดึงดันตัวเองจากอ้อมอกอีกฝ่ายจึงเหมือนว่าทั้งคู่กำลังยื้อแย่งกันไปมา


       “ ตายแล้วภาส น้องฝันที่มันอะไรลูก ร้องไห้ทำไมกัน” คุณแม่รีบเข้ามาห้าม


       “ เอ่อ” ภาสกรทำหน้าเหยก่อนจะทำหน้าลุแก่โทษส่งให้คนตัวเล็กซึ่งวิ่งไปกอดเอวคุณแม่ไม่ยอมสบตากันเลย “..น้องฝันเข้าใจผิด เอ่อ เข้าใจว่าผมสอบไม่ติดแล้วต้องเลิกกัน”



       “ หา” คุณแม่ตบอกตกใจรีบกอดบ่าฝันแล้วลูบเบาๆ “..ทำไมถึงคิดอย่างนั้นหล่ะลูก”

        น้องฝันไม่ตอบแต่ตวัดสายตามองภาสกรอย่างโกรธๆ



        “ เป็นความผิดของผมเองครับ”

       “ นี่มันเรื่องอะไรกัน”

         เสียงห้วนห้าวเอ่ยขึ้นดังลั่นมาจากประมุขของบ้านในชุดสีกากี



        “ว่ายังไง”

        หลังจากที่ทุกคนมานั่งพร้อมหน้ากันอยู่ในห้องรับแขกโดยมีฝันน้องติดกับคุณแม่ ประมุขของบ้านกวาดสายตามองไปทั่วก่อนจะสบตากับลูกชายเพียงคนเดียวที่ยิ้มเจือนๆ


      “ ว่ายังไงภาส”

       ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะค่อยๆเล่าอธิบายตั้งแต่ต้นโดยมีคุณแม่นั่งโอบบ่าน้องฝันซึ่งร้องไห้อยู่เงียบๆ พอเล่าจบนั่นแหละบิดานายตำรวจจึงถอนหายใจเหยียดยาวก่อนจะจ้องมองใบหน้าภาสกรเขม็ง


       “ เจ้าภาสครั้งนี้แกเล่นแรงไปรึเปล่า”


       “.....”

       “ ภาสนี่ก็เหลือเกินแกล้งน้องจนร้องไห้แบบนี้ได้ไง..” มารดาเขาเอ็ดเบาๆก่อนจะฟาดแขนคนตัวโตหลายเพี๊ยะ “ เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง”


       “ ผมก็แค่...”


       “ พอๆแม่ไม่อยากฟัง” มารดาปัดมือไปมา “...น้องฝันไม่ต้องเสียใจนะลูก ไปทานข้าวกันดีกว่า วันนี้แม่ทำอาหารตั้งหลายอย่าง”


       “ ผมอยากกลับบ้านครับ” ฝันพูดเสียงแผ่วก้มหน้านิ่งจนมารดาเขาตวัดตาใส่ภาสกรด้วยความขึงโกรธ


        “ อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ ถ้ากินเสร็จแล้วฝันอยากกลับบ้านพ่อจะไปส่ง” ประมุขของบ้านเอ่ยขึ้นในที่สุด แต่ทำเอาทุกคนแอบสะดุ้งมองสบตากัน เพราะคำว่า “ พ่อ” ที่นายตำรวจใหญ่ใช้แทนตัวกับน้องฝัน แสดงให้เห็นถึงปรากฏกราณ์ที่ดี


        “.....” ฝันพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ตอนที่มือหนาของบิดาลูบไล้เส้นผมอย่างปลอบประโลม


       “ พ่อครับ”

      “ ว่าไง”

      “ เรื่องสัญญา...” คนตัวโตทวงสัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “...เรื่องผมกับน้องฝัน”


        “ ฉันไม่เคยพูดว่าถ้าแกสอบไม่ติดจะไม่ให้คบกันต่อ...” นายตำรวจใหญ่พูดเสียงเรียบ “...ฉันพูดแค่ว่าถ้าแกสอบติดหมอจะยอมรับเรื่องที่พวกแกคบกันเฉยๆ”


        “ งั้นแสดงว่า..” ภาสกรน้ำเสียงตื่นเต้นไม่ต่างจากมารดาที่โอบบ่าน้องฝันเขย่าแรงๆเป็นการแสดงความยินดี ส่วนคนตัวเล็กเพียงแค่ยิ้มแหยๆ


        ภาสกรดีใจรีบคว้ามือน้องมากุมไว้แต่อีกฝ่ายพยายามแกะมือออกพร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น


        “ ฝันไปช่วยป้าแม่บ้านจัดโต๊ะนะครับ”

        แล้วก็ลุกเดินหนี


        “ เรียนผูกก็เรียนแก้เองแล้วกัน” บิดาส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะลุกหนีไปรอที่โต๊ะอาหาร โดยมีมารดาของเขาเดินตามไปติดๆแต่ก่อนไปก็ไม่วายหยิกต้นแขนเขาแรงๆ


        “ ไปง้อเองละกัน งานนี้แม่ขอไม่ยุ่ง”


        ภาสกรจึงได้แต่ถอนหายใจแล้วมองไปยังห้องอาหารที่ร่างบางกำลังจัดโต๊ะอยู่ เขายิ้มๆอ่อนให้ใบหน้าหวานที่เบือนสายตามองทางนี้พอดี แต่เมื่อเห็นว่าเขายิ้มรอท่าอยู่น้องก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

       บทจะงอนนี้เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย แต่ยังไงก็ยังน่ารักสำหรับเขาเหมือนเดิม

       ภาสกรยิ้มเอ็นดู

 




**** ตอนหน้ามีฉากที่ลงในนี้ไม่ได้นะ 5555 เดี๋ยวยังไงมาแจ้งอีกทีจ้า 

                        


                                            สนใจพูดคุยและทำความรู้จักกันได้ที่นี่นะจ๊ะ

                                         
                                                       KARNSAII-NOVEL

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

879 ความคิดเห็น

  1. #859 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 10:04
    ฝันนี่ก็อ่อนแอบบอบบางเกินไปนะ ร้องไห้อยู่ได้น่ารำคาน

    ทำตัวอย่างกับผู้หญิง

    แกเป็นผู้ชายมีเจี้ยวนะ
    #859
    0
  2. #834 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 11:29
    ขี้แกล้งง
    #834
    0
  3. #733 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:05
    เนี่ยชอบแกล้งงงง
    #733
    0
  4. #709 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 10:52
    แกล้งน้องงง
    #709
    0
  5. #657 bingso (@bingso) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 15:26
    มีงอน ก็ต้องง้อ
    #657
    0
  6. #519 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 22:44
    โอ๊ยยย ขี้งอน
    #519
    0
  7. #365 Kob Surincity (@pattrick1990) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:21
    ใกล้จบยัง?สงสัยต้องบอกให้อัพซะแล้ว...
    #365
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #362 cute warlock (@greenpixiedevil) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:02
    พี่ฝันงอนซะละ
    #362
    0