● รักข้างเดียว ● [ One-side love] (yaoi) [END]

ตอนที่ 33 : ● รักข้างเดียว ● Side 30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 289 ครั้ง
    22 ก.พ. 58










รักข้างเดียว [ One-side love]



 -30-







         ฝันปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างเงียบๆหลังจากที่ได้แต่มองสายเรียกเข้าทางโทรศัพท์ที่ดังติดๆกันมาเกือบยี่สิบสาย ใบหน้าหวานเหม่อมองไปไกลตามกระแสของน้ำในลำคลองเบื้องหน้า ท่าทางแบบนี้ทำให้เพื่อนสนิทตัวน้อยอดเห็นใจไม่ได้กิ่งไผ่จึงเอื้อมมือไปลูบบ่าเล็กเบาๆ นาทีที่รู้สึกได้ว่าความอบอุ่นกำลังโอบล้อมทั่วตัวนั่นฝันจึงอดไม่ได้ที่จะปล่อยน้ำตาให้ไหลเงียบๆ กิ่งไผ่จึงมีหน้าที่แค่โอบกอดเพื่อนรักเอาไว้ด้วยความรู้สึกเห็นใจ นี่ยังไงเขาถึงบอกว่าความรักมันเป็นได้ทุกอย่างไม่ว่าจะทำให้สุขเหลือล้น หรือทุกข์จนแสนสาหัส



       กิ่งไผ่รู้ดีว่าเพื่อนตัวน้อยไม่ได้โกรธอะไรแฟนหนุ่มนักหนาหรอก ดูได้จากสีหน้าตอนที่มีสายเรียกเข้าจากต่อซึ่งฝ่ายนั้นโทรเข้ามาแต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จะได้ยินก็แต่บทสนทนาระหว่างพี่ภาสกับเพื่อนชาย และพี่วิทย์ เรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความเข้าใจผิดทั้งนั้นและฟังจากน้ำเสียงพี่ภาสที่ทะลุปลายสายออกมาก็ดูร้อนรนเป็นห่วงเป็นใยฝันไม่น้อย



      ...แต่เหนือสิ่งอื่นใดสำหรับคนที่ถูกทำให้หมดความเชื่อใจ  ต่อให้พยายามจะเข้าใจมากแค่ไหน ยังไงมันก็ต้องใช้เวลาอยู่ดี...



       “  ฝัน..”


       “....”


       “ โกรธพี่ภาสมากเหรอ” ร่างน้อยๆที่ซุกอกกิ่งไผ่อยู่ส่ายหน้าไปมา ทั้งเสียงฟืดฟาดสูดน้ำมูกทำเอากิ่งไผ่ถอนใจเบาๆ


      “ ไม่โกรธแล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์พี่เขาหล่ะ”


       กิ่งไผ่มองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบเพราะมีเสียงเรียกเข้าอีกครั้ง เบอร์ที่ปรากฏขึ้นก็คือคนเดียวกับที่อยู่ในหัวข้อสนทนา


       “ ฝัน” กิ่งไผ่ประคองใบหน้าเพื่อนให้หันมามองตรงๆ นัยน์ตาคู่สวยของฝันแดงก่ำเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาอย่างน่าสงสาร “..ฝันก็ได้ยินนี่ว่าเรื่องมันเป็นยังไง พี่ภาสไม่ได้นอกใจฝัน”


      “....”


      “ คนรักกันหน่ะมันต้องหนักแน่นรู้มั้ย ต้องทำให้ให้เสียงของคนในดังกว่าเสียงคนรอบข้างนะ”


       “ ฮือ ไผ่ ฝัน ฮือ ฝันไม่แน่ใจ”


      “ ไม่แน่ใจหรือยังโกรธพี่เค้าอยู่กันแน่”


      “ ไม่เลย ฝันไม่เคยโกรธพี่ภาสเลย ไม่คิดเลยด้วยซ้ำ..” ฝันสะอื้นฮักๆ แม้ต่อให้เรื่องที่พี่ภาสกลับไปคบกับแฟนเก่าเป็นเรื่องจริง  ฝันก็จะไม่โกรธไม่เกลียดคนที่ตัวเองรักหรอก ฝันรู้ตัวดีว่าพี่ภาสมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุด ถึงแม้สิ่งนั้นจะไม่ใช่ฝันก็ตาม


       “ ไม่โกรธแล้วทำไม..”


       “ ฝันไม่โกรธ แต่ แต่ ฮือ แค่น้อยใจ น้อยใจว่าทำไมต้องโกหกกันด้วย ทำไมต้องกันให้ฝันอยู่ห่างๆในเวลาที่พี่ภาสกำลังลำบาก ไม่รู้รึไงว่าฝันห่วงมากแค่ไหน ไม่รู้รึไงฝันอยากอยู่ใกล้ๆ” ราวกับเขื่อนแตกเพราะคำพูดที่พรั่งพรูออกมาของเพื่อนตัวน้อยเสมือนการระบายความรู้สึกอัดอั้นที่กักเก็บมานาน กิ่งไผ่จึงได้แต่โอบบ่าเพื่อนไว้แล้วปล่อยให้คนตัวน้อยได้ระบายทุกสิ่งทุกอย่างออกมา


        “ ฝันเหมือนคนเห็นแก่ตัวที่ได้แต่รออยู่เงียบๆและทิ้งให้พี่ภาสสู้อยู่เพียงลำพัง”


        “ ทำไมถึงคิดแบบนั้น”


       “....”


       “ ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนกัน” กิ่งไผ่ส่ายหัวอ่อนใจในความคิดมากของเพื่อน

       “ ฝันรู้พี่ภาสเหนื่อย ฝันรู้ว่าพี่ภาสพยายามแค่ไหน แต่ฝันก็ช่วยอะไรไม่ได้ มันทำให้ฝันอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองเหมือนเป็นตัวถ่วง และฉุดรั้งชีวิตพี่เขาให้แย่ลง”


       “ ไม่จริงหรอก”


        คราวนี้ไม่ใช่เสียงปลอบประโลมจากเพื่อนสนิทแต่เป็นเสียงห้าวทุ้มที่จับใจฝัน และเป็นเสียงที่ฝันระลึกได้ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ฝันสะดุ้งเฮือกก่อนจะค่อยๆเอี้ยวตัวไปข้างหลังจึงเห็นร่างสูงใหญ่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ กิ่งไผ่คงจะเห็นเช่นเดียวกันจึงรีบผุดลุกขึ้นพร้อมกับทำไม้ทำมือเตรียมลุกออกไป แต่ติดที่ฝันคว้าแขนเพื่อนไว้เสียแน่น


       กิ่งไผ่มองโน้นทีคนนี้ทีก่อนจะตัดใจทำใจแข็งปลดมือบางที่เกาะแขนอยู่ออกเบาๆ “ ค่อยๆพูดค่อยๆคุยกันนะครับ” ประโยคนี้หันไปพูดกับพี่ภาสพร้อมกับรีบสาวเท้าหนีจากท่าน้ำมุ่งตรงไปยังเรือนไม้บ้านตัวเอง


       แต่ยังไม่ทันพ้นหัวมุมกอเฟื่องฟ้าที่ปลูกเป็นพุ่มใหญ่กิ่งไผ่ก็ถึงกับผงะเมื่อเนื้อตัวปะทะจังๆกับแผ่นอกกว้างของใครบางคน มันรุนแรงจนจมูกโด่งคมสันฝังตรงแก้มนุ่มทันที ราวกับเกิดไฟช็อตรุนแรงทั้งกิ่งไผ่และพี่แทนจึงชะงักไปด้วยกันทั้งคู่ ก่อนที่ร่างบางจะมีสติเบี่ยงตัวหนีพร้อมกับดันอกแกร่งออกอย่างแรง


       “ ปล่อย”  กิ่งไผ่รู้ว่าตัวเองเสียงสั่นแค่ไหน ตอนที่มองสบตาคู่คมที่ยกยิ้มมุมปาก หน้าขาวขึ้นสีสวยก่อนจะค้อนขวับแล้วเร่งเท้าเดินหนีไป


      ......



       “ จะหนีพี่ไปไหน”


       พอเห็นว่าไม่มีเพื่อนเป็นเกาะกำบังให้แล้วฝันจึงก้มหน้านิ่งก่อนจะเสเดินหลบไปอีกทาง แต่แรงรัดด้วยท่อนแขนแข็งแรงจากด้านหลังทำให้ร่างแน่งน้อยแทบจะหลุดเข้าไปในอ้อมแขนนั้นแต็มๆ ฝันอดน้ำตาไหลไม่ได้เมื่อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่


     “ ปล่อยครับ”


     “ ตอบพี่มาก่อนสิว่าจะหนีพี่ไปไหน” กระซิบถามข้างหูด้วยน้ำเสียงนุ่ม มันชวนจั๊กจี้จนฝันต้องเบือนหูหนี


     “.......”


       “ โกรธพี่มากเลยเหรอครับ” เห็นน้องนิ่งไปคนพี่จึงอดใจเสียไม่ได้ ยิ่งนึกภาพตอนร่างบางนี่น้ำตาอาบแก้มแค่คิดก็รู้สึกอยากจะตีอกชกหัวตัวเองแล้ว เพราะความละเลยไม่ใส่ใจทำให้คนรักต้องเสียน้ำตาแบบนี้


      “.......”


      “ ขอโทษครับ พี่ภาสขอโทษนะน้องฝัน พี่ขอโทษ..” พูดไปก็จูบซับตรงขมับบางเหมือนจะถ่ายทอดความรู้สึกให้อีกฝ่ายรับรู้ “..ขอโทษที่โกหกฝัน พี่ไม่แก้ตัวหรอกว่าจงใจปกปิดถึงแม้ไอ้วิทย์มันจะขอร้องอะไรก็ตาม พี่รู้พี่ผิดที่ปิดบังฝันจนทำให้ฝันต้องเข้าใจผิด  ขอโทษครับ สัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว จะไม่มีเรื่องปิดบังให้ฝันต้องคิดมากอีกแล้ว”


       “ พี่ภาส ฝันไม่..” พยายามจะหันมาพูดอะไรบางอย่าง แต่ภาสกรก็อยากอธิบายมากกว่าจึงเพิ่มแรงรัดร่างบางก่อนจะวางคางตัวเองไว้ตรงบ่าอีกฝ่าย


       “ ชูว์ฟังพี่ก่อนคนดี..” มือหนาเลื่อนไปกุมมือบางเอาไว้  “...พี่กับพลอยไม่มีอะไรกัน เราเป็นแค่อดีตของกันและกัน พี่ไม่มีทางหวนกลับไปเส้นทางเดิมอีกแล้ว ฝันสบายใจเถอะพี่จะมีแค่ฝันนี้คนเดียวตลอดไป”


        “ พี่ขอโทษที่ผลักไสให้ฝันต้องคิดมากอยู่เพียงลำพัง พี่ห่วงกลัวว่าฝันจะต้องมาเหนื่อยกับพี่ ที่ไหนได้ยิ่งทำให้ฝันห่างไปและทำให้เราไม่เข้าใจกันมากขึ้น ทั้งๆที่ก็ห่วงกันขนาดนี้ จริงมั้ย..”  ท้ายประโยคกระซิบฝันเบาๆจนร่างบางที่เช็ดน้ำตาป้อยๆอดพยักหน้าตามไม่ได้


       “ ต่อจากนี้ไปฝันต้องอยู่ใกล้ๆพี่ ให้กำลังใจพี่ให้มากๆนะ”


       คราวนี้ฝันผละจากอ้อมแขนที่ซ้อนหลังอยู่เพื่อหันมาเผชิญหน้ากับภาสกรตรงๆ มือบางลูบไล้ไปตามคางเรียวคมสัน


        “ พี่ภาสไม่โกรธฝันเหรอ” เสียงสั่นเป็นห้วงๆ


       “ ห่ะ” ภาสกรทำหน้าไม่เข้าใจ “ พี่จะโกรธฝันทำไม ฝันต่างหากที่สมควรโกรธพี่”


       “ ก็..” ใบหน้าหวานก้มลงจนแทบชิดคาง “...ฝัน ฝัน คิดมาก ไม่ฟังเหตุผลแบบนี้”


      “ ไม่หรอก” มือหนาดันปลายคางเรียวให้เงยขึ้น สายตาคนทั้งคู่สอดประสานกัน ภาสกรยิ้มนิดก่อนจะโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน  “ นานๆจะงอนที ก็น่ารักไปอีกแบบ”


      “ พี่ภาส อ่ะ..” ฝันยิ่งทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกจ้องด้วยสายตาแบบนี้ แววตาคมดูหวานเชื่อมจนคนมองแทบจะละลายลงไปกองกับพื้น


       “ ตกลงหายโกรธพี่แล้วใช่มั้ย”


       “ ....”


       ฝันพยักหน้าอย่างเขินๆ จริงๆแล้วฝันให้อภัยพี่ภาสตั้งแต่เห็นว่าคนตัวโตนี่มายืนอยู่ข้างหลังแล้ว  ภาสกรเห็นว่าคนรักยอมให้อภัยจึงถอนใจอย่างโล่งอกพร้อมกับบอกตัวเองว่าเขาจะไม่ยอมให้อะไรหรือใครมาทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องสั่นคลอนอีกแล้ว



       ...จุ๊บ...


      เหมือนเป็นปฎิกิริยาของร่างกายเวลาเห็นท่าทางแบบนี้ของคนรัก  คนตัวโตจึงอดจะยื่นใบหน้าไปจรดริมฝีปากกับกลีบปากที่เย้ายวนของอีกฝ่ายไม่ได้


       “ อื้ม พี่ภาส”


       ฝันเผลอก้าวเท้าถอยหลังไปเรื่อยๆโดนมีคนตัวโตที่ตามมาแนบริมฝีปากอย่างไม่เว้นช่องว่างจนแผ่นหลังบางไปปะทะกับเสาไม้ของศาลาริมน้ำ เมื่อนั้นคนตัวโตจึงยอมถอนริมฝีปากออกไปเพราะฝันเริ่มหอบหนัก


       “ ต่อไปนี้ห้ามคิดอีกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงสำหรับพี่ ห้ามคิดแบบนี้เด็ดขาด” พี่ภาสพูดชิดริมฝีปากฝัน “ ฝันไม่ใช่ตัวถ่วงของพี่ แต่ฝันเป็นคนรัก เป็นกำลังใจ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพี่ เข้าใจครับ”


       “ เข้าใจครับ อ่ะ อื้ม”


        ยังไม่ทันฝันจะพูดจนจบประโยคริมฝีปากหนาก็จู่โจมฝันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มันซาบซ่านและหนักหน่วงมากกว่าการจูบเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา  เพราะคนตัวโตไม่ใช่แค่ไล่เล็มเอาตามขอบปากแต่ครั้งนี้ลิ้นร้อนๆค่อยๆแทรกไปตามกลีบปากนุ่มเพื่อไล่กวาดต้อนลิ้นอีกฝ่ายที่กล้าๆกลัวๆ ฝันเบี่ยงหน้าหลบและตอบโต้ด้วยการจูบกลับอย่างไม่ประสีประสา ทำเอาคนชักนำการจูบแทบจะอดใจตัวเองไว้ไม่ทัน มือหนาจึงเลื่อนไปตามช่องว่างของกระดุมแต่ละเม็ดและไล่ปลายนิ้ววนไปทั่วหัวนมสีสวย ภาสกรสะกิดยอดอกหยอกเย้าแรงมือหนักสลับเบาจนฝันครางออกมาไม่เป็นภาษา สุดท้ายก็แทบจะทรงตัวไว้ไม่ไหวเอนซบอกกว้างโดยมีอ้อมแขนกว้างโอบกอดให้ความอบอุ่น


        ...ฝันเคยบอกรึยังว่าอ้อมแขนของพี่ภาสทั้งอบอุ่นและแข็งแรง...


       ...เป็นอ้อมแขนที่ฝันอยากจะฝากกายฝากใจให้อีกฝ่ายได้ปกป้องตลอดไป...






   ........

   ........




       พี่ภาสบอกว่าจะไม่ทำให้ฝันคิดมากและกังวลใจอีก


      พี่ภาสบอกว่าในเมื่อฝันอยากให้กำลังใจและอยากอยู่ใกล้ๆกัน


       ...ฉะนั้น...


       “ เอ่อ”


        ฝันยืนอึ้งอยู่กลางห้องนอนพี่ภาสหลังจากที่ปรับความเข้าใจกันแล้ว พี่ภาสก็ได้โอกาสพาฝันไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้านพร้อมกับขออนุญาตน้าอรให้ฝันมานอนด้วยคืนนี้ ซึ่งฝ่ายนั้นก็ราวกับเป็นใจรีบเก็บเสื้อผ้าพร้อมกับหนังสือเรียนใส่กระเป๋าให้ทันควัน เท่านั้นไม่พอเมื่อมาถึงบ้านพี่ภาส  คุณแม่เนตรดาวต้อนรับขับสู้เข้าครัวทำอาหารตั้งหลายเมนู

       ส่วนคุณพ่อพี่ภาสตอนที่นั่งทานข้าวร่วมโต๊ะกันท่านก็ไม่เห็นพูดอะไรเพียงแค่พูดคุยกับคุณแม่และพี่ภาสเป็นปกติ ถึงแม้บางจังหวะท่านจะมองจ้องฝันแต่มันก็ไม่ใช่สายตาที่กดดันหรือไม่พอใจ ตรงกันข้ามแววตาของคุณพ่อดูเอื้ออาทรถึงแม้ท่านจะไม่พูดแต่ฝันก็รู้ดีว่าภายใต้ท่าทางแข็งๆมันซ่อนความอ่อนโยนไว้อยู่


        “ อาบน้ำได้แล้วคนเก่ง”ฝันสะดุ้งเมื่อรู้ตัวว่าพี่ภาสมายืนซ้อนหลังอีกครั้งในห้องนอนส่วนตัว ฝันรีบหันขวับไปยังที่มาของเสียงและภาพตรงหน้านี่แหละที่ทำเอาฝันหน้าแดงแจ๋ทำอะไรไม่ถูก มือไม้ดูเกะกะไปหมดคล้ายกับอาการของคนจะเป็นลมเพราะร่างสูงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จมีหยดน้ำเกาะเต็มตัว ซ้ำแผ่นอกกว้างยังเปล่าเปลือยใส่เพียงกางเกงนอนที่หมิ่นเหม่อยู่ขอบสะโพก



      ...เซ็กซี่ชะมัด...


       ฝันทำหน้าตื่นสลับกับหน้าขวยเขินจนอีกฝ่ายสังเกตได้


      “ มองขนาดนี้เก็บตังค์ดีมั้ยน้า”


      “ บ้า..” ฝันส่ายหน้ารัวๆ


      “ ไม่ได้มองซะหน่อย”


      “ มองเถอะ พี่อยากให้มอง ยิ่งมองนานๆพี่ยิ่งชอบ พี่รู้ว่าพี่หุ่นดี”


       “ หลงตัวเอง...หุ่นพี่ภาสก็งั้นๆแหละ” ฝันแอบแลบลิ้นใส่


        แหน่ะ รู้ได้ไงว่ามีพี่มีรูปร่างยังไงถ้าไม่ได้มอง”


       “...เปล่านะ ฝันเปล่ามองซะหน่อย”


       “ จริงอ่ะ”


       “ จริงๆ”


       “ มองหน่อยเถอะ พี่อยากให้ฝันมอง” พี่ภาสยืนหน้าเข้ามาใกล้ๆ “ หรืออยากเห็นแบบเอ็กซ์คูลซีฟเดี๋ยวจัดให้” ว่าแล้วก็เตรียมถอดกางเกงขายาวออกดีว่าฝันร้องอุทานอย่างตกใจ พร้อมกับซัดหนึ่งตุ๊บในอกแกร่งแรงๆ ก่อนจะวิ่งจู๊ดคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป ฝันทำหน้าดำหน้าแดงปากขมิบบ่นคนรักไปเรื่อยต่างจากภาสกรที่หัวเราะร่วน




        ......



        ฝันกำลังยืนมองภาพตรงหน้าแล้วอมยิ้มน้อยๆ ปกติพี่ภาสไม่ใช่คนสายตาสั้นอะไรเพราะที่โรงเรียนฝันไม่เคยเห็นคนตัวโตใส่แว่นเลยสักครั้งจะเห็นก็แต่ตอนอ่านหนังสือนี่แหละ แว่นกรอบใหญ่สีดำช่างเข้ากับใบหน้าคมคายจมูกโด่งเป็นสัน ขนตายาวจนเกือบจะชนกับเลนส์ มือหนาข้างหนึ่งพลิกกระดาษไปมาส่วนมืออีกข้างกำลังจดเพื่อทำความเข้าใจด้วยลายมือที่อ่านง่ายเป็นระเบียบ แสงไฟจากหลอดโคมไฟส่องกระทบใบหน้าด้านข้างเป็นภาพที่น่ามองและทำให้รู้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนพี่ภาสก็ยังดูดีชนิดที่มองแล้วต้องเหลียวหลัง


        นี่สินะที่ทำให้ผู้หญิงทั้งโรงเรียนเฝ้าคลั่งไคล้ไม่ต่างจากคนดังไม่ว่าจะเดินไปทางใดทุกสายตาจึงจับจ้องมอง เพิ่งจะมาซาๆลงก็ตอนที่เราคบกันยิ่งพี่ภาสไม่แคร์สายตาใคร ตอนเดินกับฝันราวกับจงใจเปิดเผยความสัมพันธ์ให้รับรู้กันโดยทั่ว พี่ภาสไม่ได้ป่าวประกาศว่าเราเป็นอะไรกันแต่หากใครถามคนตัวโตนี่ก็ตอบเสียเต็มปากเต็มคำว่าเราเป็น “แฟน” กัน


       ...แฟน..คำนี้ทำเอาฝันใจสั่นระรัวทุกครั้ง


       “ ฝัน”


      “....”


     “ ฝันครับ”


      “ หะ หะ” ฝันมีสติกลับมาตอนที่มือหนาวาดไปมาเบื้องหน้า พร้อมรอยยิ้มกว้างที่มองฝันอย่างเอ็นดู


      “ เหม่ออะไรครับ พี่เรียกตั้งนาน”


       เหม่อ เหม่ออะไรหล่ะ ถ้าไม่ใช่ลอบมองหน้าอีกฝ่ายอยู่ ฝันยิ้มแห้งๆใบหน้าขาวแดงก่ำอย่างเก็บอาการ


       “ ก็..”


       “ อย่างว่าแหละมีแฟนหล่อขนาดนี้ไม่มองก็แปลก” พี่ภาสพูดไปขำไปแววตานี่วิบวับดูชอบกล “...จริงมั้ยครับ”


       “ ไม่จริงซะหน่อย” ฝันทำหน้ายู่ “..คนหลงตัวเอง”


       “ ฝันพูดคำนี้กับพี่สองครั้งแล้วนะวันนี้  ว่าแต่แล้วฝันหลงพี่มั้ยหล่ะ”


        คราวนี้เดินเข้ามาประชิดพร้อมมือหนาโอบรัดเอวบางเอาไว้จนไม่สามารถดิ้นหนีไปทางใดได้ “ อือ พี่ภาส ไหนบอกว่าจะอ่านหนังสือไง” ฝันแกล้งเฉไฉทั้งๆที่หน้าสุกแทบไหม้


       “ เปลี่ยนเรื่องหล่ะสิตัวแสบ” ฝันถูกหอมหัวแรงๆทีนึงอย่างหมั่นเขี้ยว


       “ เปล่าน้า ฝันแค่เป็นห่วงกลัวพี่ภาสอ่านหนังสือไม่ทัน จริงๆนะ”


      “ งั้นเหรอ”

        ฝันพยักหน้าหงึกๆ ภาสกรจึงอดจุ๊บที่ริมฝีปากบางไปทีด้วยความเอ็นดู



      “ โอเคถือว่าพูดจามีเหตุผล” อ้อมแขนแข็งแรงเริ่มคลายออก แต่ริมฝีปากที่ขบเม้มอยู่ตรงใบหูกับขมับยังทำหน้าที่ได้ดี


       “ พี่ภาส”


       “ จ้า หยุดแล้ว”


       “ ถ้าฝันง่วงนอนเลยนะ” พี่ภาสซึ่งปล่อยฝันให้เป็นอิสระพูดยิ้มๆก่อนจะจูงมือไปไปที่เตียงซึ่งอยู่มุมห้องอีกด้าน “ ไม่ต้องรอพี่ วันนี้คงอ่านหนังสือดึกอีกตามเคย”


      “ พี่ภาส”


      “ ครับ”


      “ ทานนมร้อนๆมั้ย ฝันจะอุ่นให้จะได้ท้องไม่ว่างเวลาอ่านหนังสือดึกๆ”


      “ รบกวนฝันเปล่าๆ”


      “ ไม่เป็นไรครับ..” ฝันพูดไปยิ้มไป “...ฝันเต็มใจทำให้”

        พี่ภาสไม่พูดอะไรแต่รวบเอาร่างเล็กๆของฝันไปกอดไว้เต็มอ้อมแขน ฝันก็กอดรัดคนตัวโตตอบกลับไปไม่แพ้


      “ ขอบคุณครับ”


      “ ขอบคุณพี่ภาสเหมือนกัน”


   ......




       แสงไฟที่สว่างจากห้องครัวในเวลาดึกดื่นป่านนี้เรียกความสนใจให้ฝันต้องหยุดชะงักปลายเท้าอยู่ตรงขอบประตู แผ่นหลังกว้างในชุดนอนสีทึมที่ฝันมองเห็นจากข้างหลังกำลังก้มเงยๆอุ่นอะไรสักอย่างพร้อมกับหยิบเอาซองเครื่องดื่มอย่างกาแฟมาไว้เพื่อเตรียมแกะ ฝันมองภาพนั้นด้วยความสงสัยก็พอดีกลับที่ใบหน้าเคร่งขรึมของประมุขของบ้านหันมาพอดี


       “ คุณลุง”


       “ ลงมาทำอะไรค่ำๆมืดๆ”


       เพราะเห็นท่าทางอึกอักของฝันนายตำรวจใหญ่ท่านนี้เลยถามขึ้นลอยๆดูจะไม่สนใจจะเอาคำตอบด้วยซ้ำเพราะถามเสร็จท่านก็หันกลับไปทำธุระของตัวเองต่อ


       “ เอ่อ”


      “......”


      “ คือ..” ฝันพยายามเรียบเรียงคำพูด “ มีอะไรให้ฝันช่วยมั้ยครับ”


       มือหนาที่กำลังจะฉีกซองกาแฟหยุดชะงักทันที


       “ แล้วเธอลงมาทำอะไรหล่ะ”


       “ ฝันมาอุ่นนมให้พี่ภาสครับ”


       “ อืม ”

        ประมุขของบ้านทำเสียงในลำคอก่อนจะหันกลับไปเหมือนเดิม  “ อยากทำอะไรก็ทำสิ” 



        ฝันลอบมองท่านเงียบๆบรรยากาศโดยรอบดูสบายขึ้นเพราะท่านก็ทำตัวปกติไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจ ทำให้ฝันกล้าที่จะหยิบจับเครื่องดื่มสีขาวบริสุทธิ์มาอุ่นเพื่อให้พี่ภาสรับประทาน ตอนที่เปิดเข้าไปในไมโครเวฟฝันต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นนมแก้วหนึ่งยังอุ่นจนร้อนอยู่เลยราวกับว่าก่อนหน้านี้มีใครมาอุ่นให้ ซึ่งคนๆนั้นคงไม่ใช่คนอื่นไกลเพราะดูจากไมโครเวฟที่ยังร้อนอยู่นี่คงมีใครใช้งานเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า  พอดีกับที่กาต้มน้ำร้อนดังขึ้นเพราะได้อุณหภูมิที่เหมาะสมแล้วฝันจึงเอี้ยวตัวให้ไปมองคุณพ่อพี่ภาสที่กำลังจะฉีดซองกาแกสำเร็จรูปอีกครั้ง


        “ คุณลุงจะทานกาแฟเหรอครับ”


        “ อืม รู้สึกไม่กระฉับกระเฉงยังไงไม่รู้” เป็นครั้งแรกที่ท่านพูดกับฝันด้วยประโยคยาวๆ


        “ ทานตอนนี้หน่ะเหรอครับ” ฝันเหลือบตามองนาฬิกาบนฝาผนังที่บอกเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว “...ทานกาแฟตอนดึกๆมันไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ พาลจะทำให้นอนไม่หลับและมีปัญหาสุขภาพในระยะยาวด้วย” ไม่รู้ว่าฝันเกิดใจกล้าอะไรขึ้นมาถึงเอ่ยออกไปแบบนั้น เรียกให้แววตาดุดันมองฝันนิ่งๆ นิ่งเสียใจฝันใจเสีย คุณพ่อพี่ภาสหยุดชะงักมือที่กำลังฉีกซองแล้วกอดอกมองฝันเงียบๆ


        “ ขอโทษครับ ฝันขอโทษที่ล่วงเกินคุณลุงแบบนี้ ฝันไม่ได้ตั้งใจ ฝันแค่ แค่ห่วง” ฝันประนมมือยกขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้า ใบหน้าหวานสลดลงริมฝีปากบางเม้มแน่น ฝันก้มศีรษะลงอย่างรู้สึกผิด


       “ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ”

       “ เอ่อ”

        ฝันถึงกับทำหน้าไม่ถูกนึกว่าจะถูกดุเสียแล้วแต่นอกจากประมุขของบ้านจะทำเฉยแล้วยังทำเหมือนว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น

        “ เอานมไปให้เจ้าภาสเสียซิ ”

        ท่านหันไปหยิบแก้วนมที่อุ่นอยู่ก่อนแล้วมายื่นให้ฝันจึงยิ้มกว้างก่อนจะประนมไหว้ตอนรับของ  คุณพ่อพี่ภาสทำหน้าประหลาดใจที่เห็นฝันวางแก้วนมในมือไว้ข้างๆตัว ก่อนจะเดินไปหยิบนมอีกแก้วซึ่งฝันเพิ่งเอาเข้าไมโครเวฟอุ่นแล้วมันก็ร้อนพอดี ฝันจึงค่อยๆประคองนมแก้วนั้นมายื่นให้คุณพ่อพี่ภาส


        “ ทานนมก่อนนอนจะทำให้หลับสบายครับ”

        ต้องเรียกว่าเป็นการวัดใจเพราะฝันเองก็อดลุ้นไม่ได้ว่าตอนที่ยืนนมแก้วนี้ให้ประมุขของบ้านแล้วถูกปฎิเสธ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆฝันคงทำอะไรไม่ถูก ดีว่าคุณพ่อพี่ภาสยื่นมือมารับไว้พร้อมกับพึมพำเสียงแผ่วแต่ฝันก็จับใจความได้ว่า “ ขอบใจนะ”

      ฝันยิ้มกว้างก่อนจะบอกราตรีสวัสดิ์ประมุขของบ้านแล้วประคองแก้วนมซึ่งวางไว้ก่อนหน้านี้แล้วเดินลับออกมา จึงไม่ทันได้สังเกตว่าใบคมคายของนายตำรวจใหญ่กำลังจุดรอยยิ้มตรงมุมปาก




                                **********************************************************




        ...เชี่ย...


       ...นี่คือวันซวย แม่ง วันนี้มันวันวินาศสันตะโร...


       ...วันห่วยแตกที่สุดในชีวิตลูกผู้ชายที่ชื่อวิทย์...


       เพราะมัน


      เพราะมันคนเดียว ไอ้เด็กนรกนั่น เกลียดแม่ง โอ้ยกูเกลียดมึง

     กูเกลียดมึงได้ยินมั้ยไอ้เหี้ยต่อ

     หึ


       นอกจากมันจะทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ว่าผมกำลังเข่นเคี้ยวด่ามันอย่างเอาเป็นเอาตายในใจแล้ว มันยังแสดงสีหน้าราวกับสุขเสียเต็มประดา หึ มึงอย่าให้ถึงทีกูบ้างนะ แม่ง

      “ หึ” อยู่ๆมันก็หัวเราะร่วนชวนให้ปลายส้นเท้าของรุ่นพี่หนุ่มเส้นกระตุกอยากจะเอาส้นเท้าประเคนใส่หน้ามันจริงๆ

     “ ขำเหี้ยไรนักหนา”

     “ เปล่านะพี่ ผมเปล่าขำเลย แค่อารมณ์ที่จะได้ดูโชว์ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น”

      “ มึง มึง โอ้ย”

        วิทย์ทึ้งหัวตัวเองราวหับว่าโลกจะแตกกับเรื่องที่กำลังเผชิญอยู่ ก็จะไม่ให้กลุ้มยังไงไหวในเมื่อเขาแพ้พนันไอ้เด็กนี่ เขาแพ้มันจริงๆ แม่งเอ้ย ยอดชายนายวิทย์ต้องสิ้นชื่อก็คราวนี้แหละ มึงนะมึงไม่น่าไปตบปากรับคำท้ามันเลยสุดท้ายมันเล่นตุกติกจนเขาแพ้ในที่สุด จะไม่แพ้ยังไงไหวเมื่อเราพนันกันว่าวันที่น้องฝันงอนไอ้ภาสนั่น ไอ้ภาสง้อแฟนตัวน้อยมันสำเร็จมั้ยและที่สำคัญคำท้าคือว่าวันนั้นไอ้ภาสจะได้จูบน้องฝันกี่ที  แม่งใครจะไปรู้วะ เห็นน้องฝันตะบึงตะบอนน้ำตานองหน้าออกไปถ้าไอ้ภาสไปง้อคงไม่แคล้วโดนตบก่อนได้จูบเป็นแน่

         เขาเลยดันเสือกบอกว่ายังไงไอ้ภาสก็ได้ดูดปากน้องฝันแน่เพราะถึงยังไงคนที่โกรธอยู่คงไม่มีทางคืนดีง่ายๆ  ส่วนมันดันเสือกยิ้มๆแล้วพูดว่ายังไงไอ้ภาสต้องได้ฟาด เอ้ย ได้จูจุ๊บน้องฝันแน่นอน หึ พวกมันสองตัวแอบล็อบบี้กันชัวร์ ยิ่งตอนที่โทรหาไปหาไอ้ภาสแล้วได้คำตอบนี่เขาถึงกับหน้าคะมำแน่นอนว่ามันตอบว่าได้ดูดปากน้องมากกว่าสอง และเกือบมีโอกาสได้ซั่มทั้งคืน ชิบหาย ฮือ ทำไมน้องฝันใจง่ายอย่างนี้ ฮือ น้องไม่ไว้หน้าพี่เลย

         พี่อุตส่าห์มองภาพน้องเป็นเด็กน้อยหอยสังข์โลกสวย รักนวลสงวนตัว อย่างว่าแหละจะให้รอดจากมือปลาหมึกของไอ้ภาสมาอย่างปลอดภัยก็แปลกแล้ว แม่ง ยิ่งคิดยิ่งแค้น มันสองตัวคือไอ้ภาสกับไอ้ต่อต้องร่วมมือกันแน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ ฮือ เพราะก่อนที่ไอ้ภาสจะวิ่งตามไปง้อน้องฝันไอ้ต่อมันดันเสือกดึงไว้แล้วกระซิบกระซาบอะไรไม่รู้ที่หูไอ้ภาส แม่ง ต้องใช่ ต้องใช่แน่ๆ


        มึงโกงกูไอ้เด็กเลว


        “ เอายังเนี่ยพี่ ผมอยากดูแล้วนะ” พูดไม่พอยังกระทำการต่ำทรามใช้ปลายนิ้วเท้าที่กระดิกยิกๆชี้ไปยังกองเสื้อผ้าโคตรอุบาทว์นั่น


        “ อยากดูมากก็มาเต้นเองสิวะ” เพราะแพ้ไงเลยดวงซวยต้องมาเต้นท่าต้นฉบับศิลปินเกริ์ลกรุ๊ปของญี่ปุ่นเนี่ย ยิ่งคิดยิ่งแค้น โว้ย มึงหยุดทำหน้าเหนือกว่าได้มั้ย เออ กูรู้กูแพ้ เออ เชิญเหยียบย่ำกูเลยแม่ง


       “ ไม่เอาอ่ะ ผมอยากเห็นพี่เต้นมากกว่า นี่เตรียมอัดคลิปเลยนะครับ”


       “ เหี้ย หยุดเลย หยุดความคิดชั่วๆนั่นเลย ถ้ามึงจะดูห้ามถ่ายคลิปเด็ดขาดไม่งั้นถือว่าโมฆะ”


       “ โหมีกฏงี้ด้วย”

       “ เออ”

       “ เสียดาย พี่ภาส พี่แทนและพวกน้องๆชมรมบอลอดดูเลยดิ”


       “ ไอ้เด็กเปรต”


       “ ฮ่าๆ ผมล้อเล่น”


       “ มึงนะมึง” ผมใช้โอกาสที่มันเผลอนี่แหละแกล้งสะบัดหน้าใส่มันก่อนจะเดินเนียนถอยหลังเตรียมเผ่น เสียแต่ว่าแม่งเสือกรู้ทันซะได้


        “ อ่ะๆ จะไปไหนพี่ เอาชุดไปเปลี่ยนครับ”


        “ เออ”


        วิทย์กระแทกเสียงใส่ก่อนจะเดินตึงตังมาคว้าเอาเสื้อผ้าด้วยใบหน้าบึ้งตึงแล้วสะบัดหน้าพรืดไปทางห้องน้ำ หึ เอาวะ ลูกผู้ชายนายวิทย์พูดคำไหนคำนั้นโว้ย กล้าพูดกล้าทำ...งั้นเหรอ เฮ้ย คิดแล้วก็กลุ้มนั่งทึ้งหัวตัวเองในห้องน้ำ ไอ้เด็กต่อนี่ก็บ้ามันดันอุตริปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งในคลับสำหรับเราสองคนโดยเฉพาะ ไม่ใช่มันเก่งอะไรนักหรอกแต่มันดันเสือกรวย พ่อเป็นเจ้าของสถานบังเทิงชื่อดัง แบบเป็นคลับหรูสำหรับคนมีตังค์ไม่ใช่ไม่ใช่ร้านเล็กๆแบบคาราโอเกะหมูกระทะ แต่มันใหญ่มาก หรูมากเหมาะสำหรับคนมีอันจะกินถึงมาเที่ยวได้

         ที่สำคัญระบบรักษาความปลอดภัยช่างยอดเยี่ยมสมราคาเพราะมันดีขนาดที่ว่าเขาหาทางหลบเลี่ยงไม่ได้จนต้องมานั่งกลุ้มแบบนี้ เหอะ สมเป็นสถานบังเทิงชื่อดังในภูมิภาคนี้เชียวแหละ แต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งชื่นชมความร่ำรวยหรือความเก่งกาจของอีกฝ่าย เพราะความซวยกำลังจะมายืนผมในไม่ช้า


      ทุเรศ

      ดูยังไงก็ทุเรศ


       วิทย์ถอนหายใจปลงๆตัวเองที่อยู่ในสภาพไม่ต่างจากพวกโคโยตี้เลย เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่ไม่มีกระดุมสองเม็ดบนจนเผยเห็นแผ่นอกขาวผ่องชวนน้ำลายไหลสำหรับพวกที่ชื่นชอบแนวนี้ ไหนจะกางเกงหนังรัดรูปสีดำสนิทที่สั้นเสมอ เอ่อ นั่นแหละมันสั้นเสียจนเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่ใส่อยู่ปิดกางเกงเสียสนิทจนนึกว่าใส่เสื้อตัวเดียว เหอะ ทุเรศสุดๆ


       วิทย์มองส่องตัวเองในกระจกครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ด้วยความลำบากใจ เมื่อไม่หนาไม่บางวักน้ำใส่หน้าเพื่อเรียกความสดชื่นและเรียกกำลังใจให้ตัวเอง และคงเป็นการให้กำลังใจตัวเองที่นานเกินไปไอ้เด็กบ้านั่นถึงได้เปิดพรวดเข้ามาในห้องน้ำทันที


       เหี้ย


      ไม่มีมารยาท ถ้ากูแก้ผ้าอยู่มึงได้เป็นตากุ้งยิงแน่

       วิทย์หันไปแยกเขี้ยวใส่ แต่ต้องนึกประหลาดใจเมื่อเห็นท่าทางชะงักค้างไปของไอ้ต่อ



        หนุ่มรุ่นน้องมองภาพตรงหน้าแล้วนิ่งอึ้ง จริงๆพี่วิทย์ไม่ใช่คนรูปร่างสูงโปร่งอะไรออกจะเตี้ยด้วยซ้ำ มีดีหน่อยคือผิวภายใต้ร่มผ้าที่ขาวผ่องผิดกับผิวภายนอกที่มีสีคล้ำเพราะเล่นกีฬากลางแจ้ง ขาเรียวที่น้อยครั้งจะได้เห็นเพราะปกติถึงจะใส่กางเกางขาสั้นแต่ก็สั้นเสมอเข่าไม่ใช่สั้นจนจะแนบติดกับสะโพกแบบนี้ 
         ยิ่งกางเกงฟิตรัดรูปทำให้ก้นกลมสองข้างเด่นนูนขึ้น ให้ตายเถอะ  ทำไม ต่อถึงคิดว่าคนตรงหน้าในสภาพแบบนี้มันน่ามองขนาดนี้


        ไม่ใช่แค่น่ามอง แต่ยิ่งมองยิ่งไม่อยากถอนสายตา

        และท่าทางมองเหมือนจะกลืนกินแบบนี้ทำเอาวิทย์หายใจติดขัด หน้าร้อนซู่ไปหมด


       “ มองเหี้ยไร”

        รีบคว้าเอาคอเสื้อซึ่งเปิดเผยจนเกินไปมารวบไว้แล้วผลักอกไอ้เด็กนี่ให้ถอยห่าง


       “ หึ”


       “ รีบไปไหนหล่ะพี่”

       “ ไปเต้นให้แม่งเสร็จๆไง กูง่วงจะรีบกลับบ้าน”


       “ ไม่ต้องเต้นแล้ว”


       “ อะไร”


       วิทย์ตะเบงเสียงถาม หน้าเริ่มนิ่วคิ้วขมวดไม่พอใจ อะไรวะก่อนแต่งตัวก็เร่งยิกๆ พอแต่งตัวเสร็จมันมาบอกว่าไม่ต้องเต้นแล้ว อะไรกัน นี่มึงจงใจแกล้งกูเหรอ วิทย์ทำหน้าหงุดหงิดถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างเอาเรื่อง


      “ มึงจะเอายังไง”

      “ ก็ไม่ต้องเต้นแล้ว...” มันพูดยิ้มๆ “ แต่เป็นเด็กนั่งดริ้งค์ชงเหล้าให้น่อย”


        “ กูไม่ทำ”


       “ แพ้แล้วพาลเหรอพี่”


       “ มึง” วิทย์ฮึดฮัดอยากจะตั้นหน้าอีกฝ่าย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่จึงกัดฟันเดินกระแทกไหล่มันเข้าไปในข้างใน


       “ จะเอายังไงว่ามา”


      “ ชงเหล้า”

      “ เออ”


      วิทย์มองอุปกรณ์บนโต๊ะซึ่งประกอบไปด้วยถังน้ำแข็ง เหล้ามียี่ห้อที่ยังไม่ได้เปิดฝา โซดา พร้อมแก้วเปล่าอีกหลายใบวางคว่ำอยู่ เขาจึงจำใจชงเหล้าด้วยกิริยากระแทกกระทั้นพร้อมกับยื่นแก้วแทบจะกระแทกหน้าอีกฝ่าย


       “ แดกซะ แดกให้แม่งตายไปข้างหนึ่งเลย”


       “ ป้อนด้วยดิ” นึกภาพมันนั่งพิงโซฟาวางแขนวาดไปตามความยาวของโซฟา หน้ายิ้มระรื่นมองมาราวกับพวกเสี่ยกระเป๋าหนักช่างเหมาะสมกับการเป็นลูกชายเจ้าของสถานบันเทิงเสียจริง


       “ มากไปละ”


       “ ขอแค่แก้วนี้แก้วเดียว” ต่อพูดยิ้มๆ “...เสร็จแล้วพี่ไปเปลี่ยนเสื้อได้เลย ผมจะไปส่งบ้าน”


       “ ไม่ต้องกูกลับเองได้”

       “ ไม่เป็นไรผมไปส่ง”

        “ เชี่ย” วิทย์สถบอีกครั้ง และยิ่งตาขวางเมื่อได้เด็กเปรตมันกระตุกแขนเบาๆแล้วชี้ไปยังแก้วที่ชงเสร็จแล้ว


        “ ทีใครทีมันนะมึง” ว่าแล้ววิทย์ก็ยื่นแก้วไปตรงหน้าอีกฝ่าย “ จะแดกมั้ย ถ้าแดกก็อ้าปาก” ท่าจะบ้ามันกินไปยิ้มไปราวกับคนบ้าทั้งๆที่วิทย์จงใจป้อนผิดป้อนถูก


       “ หมดแก้วแล้วกูกลับละนะ” วิทย์วางแก้มลงเตรียมตัวผละหนี


       “ ผมไปส่ง” ไอ้เด็กเวรมันยืนขึ้นเต็มความสูง วิทย์หันขวับมองพร้อมกับกอดอกหรี่ตามองสำรวจอีกฝ่าย

         " ทำไมติดใจกูรึไง”

        คำถามนี่แหละทำเอาต่อชะงักกึกแต่ก็เพียงไม่นาน ใบหน้าคมคายของรุ่นน้องก็ยกยิ้มมุมปาก


       “ ถ้าใช่หล่ะ” นอกจากไม่ปฏิเสธแล้วยังยืดอกรับอย่างมั่นใจเสียจนวิทย์แอบเบ้หน้า

       “ จะจีบกูว่างั้น”


       “ แล้วพี่ว่าไง”

       “ มึงชอบกูรึไงถึงจะจีบหน่ะ”


       “ อืม”


        “ ว่าไงนะ” วิทย์ตาค้างยืนอึ้งยิ่งเห็นสายตามันตอนนี้แล้วยิ่งขนหัวลุก แม่งเอาจริงเหรอวะ ปกติเขากับมันก็ชอบล้อเล่นและตีฝีปากกันกันแนวนี้ประจำ ไหงวันนี้มาแปลก คำพูดก็แปลก สีหน้าก็แปลก และยังท่าทางแปลกๆอีก


       “ ผมพูดจริง”


      “ มึงล้อกูเล่น”


       “ผมพูดจริง”


       ครั้งนี้วิทย์ตบกระบาลตัวเองแรงๆเพื่อเรียกสติให้กลับบ้านมา กูว่ามึงล้อเล่นแรงไปหน่อยมั้ยไอ้เด็กนี่ วิทย์ทำหน้ายุ่งเหยิง ส่วนต่อยืนมองภาพตรงหน้านิ่งๆ บอกตรงๆว่านอกจากเพื่อนตัวน้อยอย่างฝันที่ทำเอาใจเต้นแรงก็มีรุ่นพี่เกรียนแตกตรงหน้านี่แหล่ะที่ทำเอาเขาใจสั่นระรัวไม่เป็นตัวของตัวเอง ต้องพยายามเก็กหน้าขรึมเพื่อสรรหาถ้อยคำมาตีฝีปากกัน ใครจะไปยอมกันในเมื่ออีกฝ่ายเกรียนมาแล้วลูกชายเจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังจะไม่เกรียนกลับได้อย่างไร


      “ วันนี้มันอะไรนักหนาวะ กูมึนไปหมดแล้วเนี่ย” นี่ก็แปลกกำลังถูกบอกว่าชอบ แต่เจ้าตัวดันทำหน้ามึนคลึงขมับราวกับเจอเรื่องประหลาด


       “ หึ พี่ควรจะทำหน้าตื่นเต้นนะที่ถูกบอกชอบเนี่ย ไม่ใช่ตีมึนแบบนี้”


      “ .....”


        “ มึงชอบกูที่ตรงไหน”


       “ ก็ พี่ขาสวยดี” พูดไม่พอยังมองจ้องขาเนียนที่โผล่พ้นร่มผ้าน้อยชิ้นซึ่งปิดบังกึ่งกลางลำตัว แล้วมืออ่ะ มือมันยังเนียนลูบขาเขาอีก มันคงไม่เป็นอะไรใช่มั้ยถ้าวิทย์จะตีเข่าใส่กลางลำตัวมันพร้อมกับสถบเสียงดังลั่น

 
          “ เหี้ย”

 




*** ไม่รู้มีคนติดตามอยู่รึเปล่า หายไปนาน แหะๆ 

 

                            
                                           สนใจพูดคุยและทำความรู้จักกันได้ที่นี่นะจ๊ะ

                                                 KARNSAII-NOVEL

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 289 ครั้ง

879 ความคิดเห็น

  1. #858 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 08:06
    เราโทษภาสนะ ภาสงี่เง่า เคยทำตัวติดฝันตลอด แล้วตัวเองทำตัวออกห่างน้อง. จะไม่ให้น้องคิดมากได้ไง

    ตัวงี่เง่าเลยพี่ภาส
    #858
    0
  2. #833 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 21:19
    คู่นี้
    #833
    0
  3. #788 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 08:32
    พี่วิทย์เสร็จต่อแน่55555
    #788
    0
  4. #708 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 20:39
    ต่อเว้ยยย 5555555
    #708
    0
  5. #446 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 03:34
    เหมือนพ่อพี่ภาสแก้แค้นลูกเลย ขัดใจที่คบกับผู้ชายเลยขัดขวางไม่ให้เรียนอย่างที่ตั้งใจ คือมันใส่เหรอลุง อนาคตของลูกเลยป้ะ
    #446
    0