เจ้าเลี้ยงลูก ข้าจะไปแก้แค้น

ตอนที่ 2 : ร่างใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    13 เม.ย. 63

 

" ถ้าหากท่านรับปาก ข้าจะยกร่างให้ท่าน "

เสียงหญิงสาว ดังมาจากอีกฝั่งของลำน้ำที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาจนมองไม่เห็นสิ่งใดเลย ได้ยินก็แต่เพียงเสียงของนางดังมาเท่านั้น!

"ตกลง ข้าขอให้คำสาบานแก่เจ้า "

ฝู่เหยียนหลี่ เอ่ยปากรับคำต่อนาง ที่ยืนอยู่ทางอีกฟากฝั่ง หลังจากที่ได้ครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก่อนจะตกปากรับคำซูหลิน ออกไปเช่นนั้น

“ข้าซูหลินหลิน ขอยกร่างของข้าให้แก่ท่าน ฝู่เหยียนหลี่แต่ท่านจงจดจำและรักษาคำสัตย์ที่มอบสัญญากับข้า ไว้ให้จงดี”

สิ้นเสียงจากทางฝั่งนู้น ทุกอย่างก็วูบดับไปโดยที่ฝู่เหยียนหลี่ยังไม่ทันรู้ตัว..

 

แงๆๆๆๆ

แง๊...

เสียงเด็กน้อยร้องไห้โยเยช่วยปลุกให้ฝู่เหยียนหลี่รู้สึกตัวได้ทันที

เมื่อได้ลืมตาขึ้น ดวงตากลมโตก็กวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง ด้วยความรู้สึกแปลกตาและไม่คุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ จึงเกิดเป็นความสับสนวุ่นวายในใจ จนงุนงงไปเสียหมด

พลางนึกคิดว่า.. นี่คือเรื่องจริง หรือนางกำลังฝัน ?

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ไม่ทันได้คิดหาคำตอบ เสียงร้องแหลมสูง ของเจ้าตัวน้อยที่อยู่ด้านล่างของเตียงนอนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

แง๊.....

"อย่าบอกนะ ว่าเจ้าคือลูกของนาง นี่คือเรื่องจริงหรือ"

สายตาของฝู่เหยียนหลี่จับจ้องเด็กชายตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าของนางด้วยความสงสัย และไม่อยากให้มันเป็นความจริงเลย นอกจากเขาจะไม่ตอบคำถามของนางแล้ว ยังเอาแต่ร้องดังขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

"หยุดร้องไห้ได้แล้ว ข้าไม่ชอบ มันน่ารำคาญ! "

น้ำเสียงนิ่งเรียบที่ดุดันของนางบอกเตือนกับเด็กชาย แต่ทว่ามันกลับยิ่งทำให้เขาร้องไห้ไม่หยุด จนนางรู้สึกหัวเสียมากเหลือเกิน และไม่สามารถจะอดทนต่อไปได้อีกแล้ว จึงตะเบ็งเสียงออกไปด้วยความหงุดหงิด

" ถ้าเจ้ายังไม่หยุด ข้าจะจับเจ้าโยนทิ้งออกไปนอกห้องซะ"

ทันทีที่นางพูดจบ เด็กน้อยก็กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง และนั่นกำลังทำให้นางรู้สึกหมดความอดทนแล้วจริง ๆ จนแทบจะจับเข้าโยนออกไปเดี๋ยวนี้ทันที แต่เมื่อนางเข้าไปจับร่างเล็กนั้นอุ้มขึ้นมา ไม่ทันจะได้โยนเขาออกไป เสียงเด็กชายก็หยุดลงทันที อีกทั้งมือน้อยของเขาก็ค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสที่ใบหน้าของนางอย่างเบา ๆ ก่อนจะซุกหัวเท่าฝ่ามือลงบนบ่าของนาง ท่าทางของเจ้าตัวเล็กในตอนนี้เหมือนกำลังแสดงความรักและยังออดอ้อนขอความเมตตาจากนางมากเสียเหลือเกิน จนทำให้อารมณ์ที่กำลังฉุนเฉียวของฝู่เหยียนหลี่สงบลงได้โดยไม่รู้ตัว...

หลังจากที่ค่อย ๆ จัดการวางร่างน้อยของเด็กชายที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมอกของนาง ลงบนเตียงช้า ๆ อย่างระมัดระวังที่สุด เพราะกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาส่งเสียงร้องจนทำให้นางต้องโยนเขาออกไปจริง ๆ

เฮ้อ…

เสียงถอนหายใจยาวยืดของนาง บ่งบอกถึงความรู้สึกเหมือนได้หลุดพ้นจากภาระอันใหญ่หลวงได้เสียที

"กว่าจะหลับได้ เห็นเจ้าตัวเล็กแค่นี้ แต่พออุ้มนาน ๆ ก็ทำให้ข้าปวดเมื่อยอยู่เหมือนกันนะ "

ฝู่เหยียนหลี่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบากับเด็กเล็กตรงหน้า ด้วยเกรงว่าจะทำให้เขาตื่นขึ้นมา แล้วมาก่อกวนนางอีกครั้ง พูดจบจึงลุกออกไปจิบน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ อีกด้านของมุมห้องนอน เมื่อทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความเมื่อยล้า ความคิดของนางก็เริ่มทำงานทันที..

" ทั้งหมดนี้คือความจริงหรือ ? ข้าตายแล้ว…ข้าตายแล้วจริง ๆ "

หลังจากพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวในความทรงจำ นางก็แทบไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งหมดนี้ คือเรื่องจริง ไม่ได้เป็นแค่ความฝัน และนางก็ถูกฆ่าตายจนต้องมาอยู่ในร่างนี้ของซูหลิน

สวรรค์ ! นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ถ้าไม่เกิดกับตัวเอง นางคงไม่มีทางเชื่อแน่นอน...

เมื่อได้นั่งครุ่นคิดทบทวนเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่พักใหญ่ นางก็เริ่มเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบของห้องนี้ ที่นี่เป็นห้องนอนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ไม่มีสิ่งของที่มีมูลค่าประดับตกแต่ง ถ้าจะเทียบกับห้องเดิมของนางแล้ว มันก็เล็กกว่าเป็นเท่าตัว แต่อยู่แล้วก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรมากนัก ถึงแม้จะต่างจากห้องเดิมของนางมากโขก็ตาม

ฝู่เหยียนหลี่ยังคงเดินไปเดินมาอยู่ในห้อง แล้วจู่ ๆ เสียงฝีเท้าก็หยุดชะงักลง นางค่อย ๆ เหลือบหันไปมองเงาสะท้อนในกระจก สิ่งที่นางได้เห็นนั้น ถึงกับทำให้ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด

"ซูหลินหลิ๊น..."

ฝู่เหยียนหลี่ตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง

“ ข้า ๆ ข้าอยากจะฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้เลย เจ้าอยู่ที่ไหน ออกมานะ ”

เสียงพูดกระตุกกระตัก ปล่อยลมหายใจเข้าออกดังฮืดฮาด ด้วยอารมณ์ที่ปะทุดั่งไฟ ร่างอวบอ้วนนั้นเดินกระวนกระวายไปมา โดยไม่รู้จะทำเช่นไรดี

“ซูหลิน เจ้ากล้าหลอกข้า เจ้าหลอกข้า เจ้านี่มัน...ฮึ่ม”

ฝู่เหยียนหลี่พ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกอยากระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง จนต้องวิ่งออกไปด้านนอกห้องนอน ก้าวเลยผ่านห้องโถงใหญ่ ลงบันไดไปด้านล่างเป็นลานกว้าง นางจึงวิ่งไปหยุดอยู่ตรงกลางลานโล่ง ๆ ท่ามกลางแสงแดด ที่ดวงตะวันกำลังส่องตรงหัวพอดี นางพลันหมุนตัววนไปรอบด้าน สลับไปมาด้วยท่าทีกระสับกระส่ายวุ่นวายใจ เหมือนอกจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ตะโกนร้องเรียกหาซูหลินอย่างคลุ้มคลั่ง

"เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้ ออกมาหาข้า ซูหลินหลิน ข้าสั่งให้เจ้าออกมาไง เจ้าได้ยินไหม ออกมาเดี๋ยวนี้นะ "

ฝู่เหยียนหลี่เอาแต่โหวกเหวกเรียกอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด เมื่อความเดือดดาลที่พลุ่งพล่านได้ถูกระบายออกมาพักใหญ่แล้ว

ใจก็ค่อยเริ่มผ่อนคลายและเหมือนจะสงบลงได้ ก่อนที่สติจะกลับคืนมา นางก็เอาแต่โวยวายต่อว่าซูหลินอยู่นานสองนาน การทำเช่นนี้ของนางคงเหมือนได้ระบายความคับข้องใจมากมายภายในลึก ๆ ออกมาด้วย เพราะนอกจากนี้แล้ว นางก็ไม่รู้จะทำอะไรได้อีก

“เจ้าตั้งเงื่อนไขต่อรอง ให้ข้ายอมรับคำสาบานที่จะดูแลลูกของเจ้า ข้าอุตส่าห์ยอมตกลงรับปากเจ้าแล้ว แม้ตอนตื่นมา ข้าจะรู้สึกประหลาดใจ ที่เห็นลูกเจ้าเด็กกว่าที่ข้าคิดไว้มาก และข้าก็ไม่รู้จะเลี้ยงเขาอย่างไร แต่ข้าก็ยังรับได้ ไม่โกรธเจ้าสักนิด แล้วทำไมเจ้าไม่บอกข้าสักคำว่ารูปร่างหน้าตาเจ้าเป็นเช่นนี้ มิน่าล่ะ แบบนี้ใช่ไหม เจ้าถึงไม่ยอมให้ข้าเห็นเจ้า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วต่อไป ข้าจะมีหน้าไปพบใครได้อีก อย่าว่าแต่จะกลับไปแก้แค้นเลย แค่จะออกไปเจอผู้คน ข้ายังไม่มีความมั่นใจเลยแม้นิดเดียว”

เสียงบ่นต่อว่าด้วยความไม่พอใจและสิ้นหวัง ยังคงถูกปล่อยออกมาไม่หยุด ก็จะให้นางทำอย่างไรได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่นางจะยอมรับสภาพเช่นนี้ได้ เพราะเมื่อก่อน นางคือหญิงสาวรูปโฉมงดงามจนไม่มีผู้ใดจะสามารถเทียบนางได้ ฉายาจอมมารเจ้าเสน่ห์ ก็ไม่ได้ถูกเรียกกันขานเล่น ๆ แต่นั่นได้มาจากความงามอันเลื่องลือไปทั่วยุทธภพ ใครต่างก็รู้ดีว่า ฝู่เหยียนหลี่ ประมุขหญิงของสำนักผาดำ แห่งเขตแดนตะวันออก เป็นสตรีรูปงามราวดั่งหยกบริสุทธิ์ที่ล้ำค่าแห่งสรวงสวรรค์ ทั้งยังมีเสน่ห์เย้ายวนชวนต้องมนต์

ขึ้นชื่อว่าฝู่เหยียนหลี่ หากชายใดได้เจอนางหว่านเสน่ห์ยั่วยวนเข้าให้แล้วละก็ ไม่ตกหลุมพรางก็ไม่เคยมีเลยสักคน

แต่ฝู่เหยียนหลี่ในตอนนี้ กลับต้องมาอยู่ในร่างของหญิงม่ายลูกติด ถึงแม้ซูหลินจะดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับนาง แต่ความงามนั้นเมื่อจะเทียบกับนางแล้ว ไม่มีเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์มากถึงขนาดนี้ หญิงที่มีความงามจนสั่นสะเทือนไปทั้งใต้หล้าเช่นฝู่เหยียนหลี่ กลับมาเจอเรื่องแบบนี้ย่อมต้องสติแตกเป็นธรรมดา ไม่ต่างอะไรกับสตรีที่ต้องเสียโฉม ที่บางคนถึงขั้นรับไม่ได้จนต้องปลิดชีพตัวเอง

แต่นางเพิ่งจะสามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้ นางจะฆ่าตัวตายไม่ได้เด็ดขาด ถึงแม้ว่าจะรู้สึกอับอายจนอยากหายไปจากโลกนี้เลยก็ตาม จนถึงตอนนี้ไม่ว่านางจะคิดอย่างไร ก็คิดไม่ออก ต่อจากนี้ไปนางควรจะทำเช่นไรดี

เฮ้อ....

แล้วนางก็ทอดถอนใจอีกหลายครั้ง อย่างคนที่คิดไม่ตก

 

สิ้นแสงตะวันลับขอบฟ้าได้ไม่นาน ฝู่เหยียนหลี่ก็สามารถพาเจ้าตัวน้อยเข้านอนได้สำเร็จอีกรอบอย่างน้อยนางก็รู้สึกว่ายังโชคดีอยู่บ้าง ที่ว่าเด็กคนนี้เลี้ยงไม่ยากเท่าไหร่ มีก็แค่ เล่น กิน แล้วก็นอน นางคิดว่า ขอเพียงแค่เขาไม่ร้องไห้งอแง ก็คงพอจะดูแลเขาได้ ไม่น่ามีปัญหาอะไร

 

สีหน้าที่เรียบเฉยมองดูเด็กชายอายุราว ๆ 2 ขวบ กำลังนอนหลับ พลางคิดถึงใครบางคนในอดีต เขาคนนั้นก็เป็นเด็กผู้ชายน่ารักเช่นนี้เหมือนกัน ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ตอนนี้ ก็คงจะอายุได้ 21 ปีแล้ว นี่ก็อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้นางใจอ่อนกับลูกชายของซูหลิน เพราะเมื่อเห็นเขาแล้ว ก็อดที่จะทำให้นางนึกถึงน้องชายของตน เมื่อครั้งยังเป็นเด็กไม่ได้ ซึ่งนางก็เป็นคนที่รักและใส่ใจ ฝู่หยวนซี ผู้เป็นน้องชายคนเดียวของนางอย่างมาก ถ้านางไม่ซุกซนจนพาเขาไปเจอเหตุร้ายก็คงไม่ต้องสูญเสียเขาไป มันจึงเป็นบาดแผลที่ถูกฝั่งลึกอยู่ภายในใจ ที่นางยังคงกล่าวโทษตัวเองจนถึงทุกวันนี้

"แม่ของเจ้าไม่ได้บอกชื่อของเจ้าไว้ งั้นข้าจะตั้งชื่อให้เจ้าใหม่เอง ต่อไปนี้เจ้าจะมีนามว่า เหยียนชิง เจ้าชอบชื่อนี้หรือไม่ แต่ไม่ว่า เจ้าจะชอบหรือไม่ชอบ ข้าก็จะเรียกเจ้าว่า อาเหยียน ตกลงเอาตามนี้นะ"

ฝู่เหยียนหลี่บอกกับเด็กน้อยที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่นางก็ได้สรุปทุกอย่างตามใจตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะส่งยิ้มจาง ๆ ผ่านสายตา ให้อาเหยียนแล้วลุกออกจากเตียงไป

หลังจากทำภารกิจหน้าที่แม่จำเป็นของวันนี้เสร็จสิ้น ก็ได้เวลาวางแผนกับชีวิตตัวเองแล้ว ต่อไปจะเอาอย่างไรดี เมื่อได้คิดหาทางมาแล้วตลอดทั้งวัน นางจึงตัดสินใจแน่วแน่ที่จะต้องกลับไปแก้แค้นคนที่ฆ่าตนและจะต้องทวงทุกสิ่งกลับคืนมาให้ได้ ก็นางไม่ได้ตั้งใจกลับมาเพื่อมีชีวิตเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้านไปวัน ๆ แบบนี้ นางไม่ใช่คนรักตัวกลัวตาย ที่อยากจะมีชีวิตอยู่รอดเพียงเท่านั้น แต่ที่นางยอมรับเงื่อนไขเพื่อใช้ร่างของซูหลิน ก็เพราะจะกลับมาเป็นฝู่เหยียนหลี่ ประมุขแห่งสำนักผาดำที่ยิ่งใหญ่ นางจะต้องทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเอง แล้วล้างแค้นคนที่ทำร้ายนางให้ได้ ใครที่กล้าทรยศหักหลังนางต้องไม่มีวันได้ตายดี แต่ตอนนี้ นางต้องเริ่มหาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้เสียก่อน

พอคิดแล้วก็ท้อใจเมื่อมาอยู่กลางป่ากลางเขาเช่นนี้จะไปหาคนที่ไหนได้ ใครกันที่จะมาช่วยทำงานให้นาง แถมคนผู้นี้ยังจะต้องเลี้ยงเด็กเป็นอีกด้วย

เพราะนางได้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องเก็บตัวเพื่อฝึกวรยุทธ์ แม้เมื่อก่อนนางจะมีฝีมือสูงส่งสักเพียงใด แต่ร่างกายที่นางอยู่ในตอนนี้ ไม่เคยได้รับการฝึกอะไรมาก่อนเลยลมปราณแม้สักนิดก็ไม่มี ทั้งยังรูปร่างใหญ่เทอะทะ จนทำอะไรก็ไม่คล่องตัว ถึงนางจะรู้เคล็ดลับวิชามากมายขนาดไหน ก็ต้องมีพลังจากกำลังภายในที่แข็งแกร่งด้วย ไม่เช่นนั้นทุกอย่างก็คงไร้ประโยชน์

และอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือนางต้องการจะชุบตัวเองแล้วแปลงโฉมร่างของซูหลินหลินให้ดูดีขึ้น เพราะคนรักสวยรักงามเช่นนาง จะไม่มีทางยอมเป็นเช่นนี้ตลอดไปเด็ดขาด!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #1 cvin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 07:30
    ที่รับไม่ได้คือ ไม่สวยชิมิ
    #1
    5
    • #1-1 ฉันรักตัวเอง(จากตอนที่ 2)
      6 มีนาคม 2563 / 16:03
      ใช่ๆๆๆๆๆ ไม่สวยแล้วยังอ้วนอีก เคยเป็นคนงามยืนหนึ่ง ตื่นมาเจอตัวเองเป็นอ้วนตุบแบบนี้ คงจะคลั่งเลย 😂
      #1-1
    • #1-3 ฉันรักตัวเอง(จากตอนที่ 2)
      6 มีนาคม 2563 / 16:08
      ฮ่าๆ จะหาได้มั้ยน๊า....
      #1-3