(Yaoi) 90วัน รัก ไสย ไสย (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,420 Views

  • 323 Comments

  • 751 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    189

    Overall
    14,420

ตอนที่ 9 : Day 39 : หรือเพราะใกล้ชิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    11 ส.ค. 61

Chapter 9


/Day 39/ หรือเพราะใกล้ชิด



หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็ต้องเลี่ยงคำถามของปังซ้ำไปซ้ำมา จนสุดท้ายไอ้รุ่นน้องหน้ากวนก็เลิกเซ้าซี้ว่าผมมีเรื่องอะไรจะคุย คงเพราะรำคาญตัวเองเหมือนกัน 


“เดี๋ยวกินข้าวตรงนี้เสร็จแล้วเข้าโกดังเลยป่ะ” ปังเปลี่ยนเรื่อง เราสองคนนั่งอยู่ร้านอาหารตามสั่งแถวๆ คอนโด คงต้องรีบไปจัดการเรื่องที่เหลืออยู่ให้เสร็จ พี่จ้าวโทรมาตั้งแต่ตอนเช้าเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูลภาษาจีนยาวเป็นพรืดถูกส่งมาทางอีเมลล์และมันทำให้เส้นเลือดที่ขมับปวดหนึบเมื่อรู้ว่าใครบางคนกำลังอยู่ที่ไทยเช่นกัน


มันประจวบเหมาะเกินไป เป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายอาจเกี่ยวกับเรื่องยักยอกสินค้าที่โกดัง แต่คงต้องหาหลักฐานเสียก่อน


“แล้วนี่ตำรวจได้ติดต่อมาว่าไงมั่งป่ะ เรื่องของที่หาย” ผมมองคนที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ ตรงหน้า ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ปังต้องมาเกี่ยวข้อง แค่สิ่งที่เป็นอยู่ก็ทำให้ผมเป็นห่วงอีกฝ่ายจะแย่อยู่แล้ว เรื่องที่จะบอกก็คือเรื่องครอบครัวตติยะฤกษ์และอีกหลายต่อหลายอย่างที่อีกฝ่ายอาจต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง


ผมห่วงว่าปังจะเป็นอันตราย ห่วงว่าเรื่องเลวร้ายแบบนั้นจะเกิดขึ้นซ้ำอีก


“เอ้าทำนิ่ง ถามก็ไม่ตอบ” แต่พอเห็นสีหน้ายียวนนั่นก็อดจะเห็นแก่ตัวไม่ได้ ผมไม่อยากให้ปังรู้อะไรแม้แต่อย่างเดียว อยากให้อีกฝ่ายสามารถยิ้มแย้มอยู่ข้างๆ แบบนี้ แบบที่ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น


“ยังไม่มีความคืบหน้าหรอก ที่แจ้งความไว้ก็ไม่ได้หวังอะไรหรอกนะ” คนฟังเบ้ปากพร้อมกับไหวไหล่แบบที่เข้าใจได้ว่าก็รู้ๆ กัน  “วันนี้เดี๋ยวแวะไปดูคนงานที่โรงพยาบาลก่อน แล้วค่อยไปโกดัง ดูกล้องวงจรปิดซ้ำกับเช็คของข้างใน” ปังพยักหน้า พอกินข้าวเสร็จก็มีหมาพันธุ์ทางตัวเล็กๆ น่าจะเป็นของป้าเจ้าของร้านเดินเข้ามาขอของกิน คนรักหมาหัวเราะขำจนตาหยีเมื่อเห็นขนหมาถูกมัดจุกติดโบว์


“มาทางนี้เลยไอ้จิ๋ว เดี๋ยวจะมีคนวิ่งหนีหมาไม่จ่ายค่าข้าวเอา” คนตรงหน้ายื่นมือไปลูบหัวเล็กๆ นั่น ผมเห็นภาพอีกคนซ้อนทับขึ้นมา



…ภาพความใจดีแบบนี้...ผมเคยเห็นมาก่อน...



  “ไปกันเถอะ” ผมลุกขึ้นจ่ายเงินตัดบทแล้วเดินนำขึ้นรถ ยิ่งรู้ว่าอังคารกลับมาที่นี่ยิ่งกังวล ช่วงก่อนหน้านี้เรื่องสินค้ามีปัญหามากทั้งพวกเกจิที่ไม่ทำสินค้าให้ตามสเป็คที่ต้องการแต่เปลี่ยนไปทำของไสยดำ ฉีกสัญญากันดื้อๆ หรือแม้แต่เหตุการณ์ประหลาดที่ทำให้งานที่ต้องไปตามเช็ดตามล้างเพิ่มมากขึ้นผิดปกติ


“เหม่ออะไรล่ะครับ ไม่ไปหรอโรงบาลอ่ะ” คนข้างๆ คาดเข็มขัดนิรภัยนั่งมองผมตาแป๋ว “พี่แมร่งแปลกๆ ว่ะ มีอะไรจะบอกก็บอกมาเหอะ เอาจริงคือไม่มีเรื่องไหนรับไม่ได้แล้ว ผีก็ไปเจอด้วยมาแล้วเนี่ย” ปังยิ้ม และรอยยิ้มนั่นทำให้ความตึงเครียดที่ขมับผมผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว


จะเป็นเพราะอาคมหรือเปล่า


“ไปก็ไป เดี๋ยวเสร็จงานเย็นนี้จะพาไปกินของอร่อยแล้วกัน” 


“ยะฮู้ สองวันนี้จะแดกให้ตัวแตก”


“แต่ขอเตือนว่างดเหล้านะ เดี๋ยวจะเป็นเรื่อง” ผมผุดรอยยิ้ม ดันคิดถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาเสียได้ “หรือถ้าจริงๆ อยากต่อจากเมื่อคืนก็ไม่ว่ากัน”


“โน แอล กอ ฮอล์!” ไอ้เด็กกวนพูดเน้นทีละคำเสียงดังฟังชัดแถมยังถลึงตาใส่ ผมหัวเราะ


หรือมันอาจจะไม่ใช่เพราะอาคมจริงๆ 



*****


***


**



ระหว่างที่พี่ขุนขึ้นไปเยี่ยมคนงานที่ห้องพักโรงพยาบาล ผมขอตัวรออยู่ที่ร้านกาแฟชั้นล่าง ไอ้หมงไลน์มากวนตีนว่าไปฮันนีมูนลืมเพื่อนลืมฝูงก็เลยนั่งพิมพ์ด่ากลับไป อยากจะบอกมันว่าฮันนีมูนป๊ามึงหรอกูต้องมานั่งฟังเรื่อนหลอนๆ ทั้งกลางวันกลางคืนเนี่ย ไม่รู้พี่ขุนโตมาแบบไหนถึงได้เคยชินกับเรื่องพรรนี้


จะว่าไปไอ้ที่เคยบอกว่าสื่อกับวิญญาณได้มาตั้งแต่เด็ก มาโรงพยาบาลแบบนี้ไม่เจอผีเต็มไปหมดเลยหรอวะ ผมคิดแล้วก็ขนลุกซู่ มันต้องมีหลายแบบแน่ๆ สภาพแบบประสบอุบัติเหตุ ป่วยด้วยโรคร้าย โดนยิงหัว...



ตื๊ดดดด ตื๊ดดด…



“เหวอ!” ผมสะดุ้งโหยงจนโต๊ะข้างๆ หันมาอมยิ้ม แค่โทรศัพท์สั่นยังสะดุ้งขนาดนี้ กูควรไปอุทิศส่วนกุศลให้ตัวเองบ้างจริงๆ พอมองชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอก็ต้องขมวดคิ้ว



ไอ้ดาวอังคาร



เกือบลืมเรื่องมันไปแล้วเชียว เห็นเงียบหายไปก็คิดว่าคงเลิกมายุ่มย่ามแล้ว ผมชั่งใจ แต่แล้วก็กดรับสาย


“มีอะไร” เพราะถ้าไม่ถามคงจะคาใจมากกว่า


‘ยังคิดไม่ตกอีกหรอว่าจะให้ฉันช่วยถอนอาคมให้หรือเปล่า’ ปลายสายพูดสบายๆ จะว่าไปผมคิดมาสักพักแล้วว่าสำเนียงมันแปลกๆ เหมือนอาแปะร้านทองแถวบ้าน 


“มึงไม่ต้องเสือก แล้วก็ไม่ต้องโทรมาอีก” ผมกดตัดสาย มีไม่กี่คนหรอกนะที่ผมจะหยาบคายด้วย แต่เพียงครู่เดียวมันก็โทรมาใหม่ ตื๊อจังเฮ้ย


“อะไรของมึง...”


‘ยังอยู่โชบุรีอยู่หรอ?’ ผมชะงัก และความเงียบคงทำให้มันเดาคำตอบได้ ‘นึกว่าขุนกลับกรุงเทพฯ แล้ว’


“โชบุรีพ่อมึงสิ ชลเว้ย” ไอ้เวรนี่พูดไม่ชัดจริงด้วย คนกำลังเครียดทำเอาเกือบขำ “แล้วมึงรู้ได้ยังไง”


‘จะบอกให้ว่านี่ก็วันที่…39 แล้วรึเปล่านะ เอาเป็นว่าฉันให้เวลานายอีก 7 วัน’ อังคารยังพูดต่อเหมือนไม่ได้สนใจคำถามของผมเลย ‘เพราะหลังจากนั้นต่อให้เป็นไสยดำถอนไสยดำ มันก็น่าจะยากแล้ว’



…ไสยดำ ถอน ไสยดำ...



ผมนึกถึงที่พี่ขุนพูดเมื่อวาน ความคิดที่ว่าไสยดำคือของชั่วฝังเข้าหัวไปแล้ว “มึงต้องการอะไร ทำไมต้องมายุ่งกับกู”
       

       “คิดว่าคนที่ฉันสนใจคือนายหรือไง’ ปลายสายติดจะหัวเราะอยู่หน่อยๆ ‘ความพิเศษของขุนสมุทรน่ะไม่ใช่จะหาใครมาแทนได้ง่ายๆ หรอกนะ’


‘ยอมให้ฉันถอนอาคมซะ’ มันพูดสรุป ผมเริ่มเข้าใจแล้ว หมอนี่กำลังคิดจะทำอะไรกับพี่ขุนสักอย่างและดูเหมือนผมกำลังเป็นตัวปัญหา


  หรือไม่อย่างนั้น...ผมเริ่มคิดอีกเหตุผลหนึ่งแบบโง่ๆ


“มึง…ชอบพี่ขุนหรอ?”


‘…’


  “…”


‘ฮ่าๆๆ นายนี่มันตลกดีแฮะ นี่อย่าบอกว่าหึงเพราะอาคมคู่รัก?’ อังคารระเบิดหัวเราะลั่นจนผมต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างหู พูดไปแล้วก็อยากเอาหัวโขกโต๊ะ ทั้งฉุนทั้งอาย ‘ถ้าอยากหยุดเรื่องนี้ก็รีบหน่อยแล้วกัน ก่อนที่ฉันจะต้องใช้วิธีอื่น’


“วิธีอะไรของมึงอีก!?” 



…ตรู๊ดดด…



โว๊ยย นึกจะโทรก็โทร จะวางก็วาง นี่มันได้สนใจฟังอะไรที่ผมพูดบ้างมั้ยเนี่ย ผมกดโทรกลับหามันอีกรอบเพราะอยากคุยให้รู้เรื่อง แต่ก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อถูกมือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่


“คุยกับใครเสียงดังไปถึงนู่นแน่ะ” พี่ขุนนั่งลงฝั่งตรงข้าม ผมวางโทรศัพท์ทันที ตั้งใจจะเล่าเรื่องไอ้อังคารเลยทันทีเพราะยังไงก็เกี่ยวกับพี่ขุนโดยตรงอยู่แล้ว ที่สำคัญยิ่งมันบอกว่าต้องกางให้พี่ขุนทำอะไรบางอย่างก็ยิ่งแปลว่าอันตรายอาจจะอยู่ใกล้พี่ขุนมากกว่าที่คิด


“พี่ขุน...ผม..”


ตื๊ดดดด ตื๊ดดด…


คราวนี้เป็นโทรศัพท์ของพี่ขุนที่สั่นขึ้นมา พอกดรับผมเลยรู้ว่าเป็นสายจากพี่จ้าวนารา พี่ขุนเดินเลี่ยงออกไปคุยที่มุมอื่น จนพักหนึ่งอีกฝ่ายกลับมานั่นแหละผมถึงได้เห็นว่าสีหน้าพี่ขุนซีดเซียวกว่าตอนที่มาถึงมาก


“พี่โอเคมั้ยเนี่ย?” พี่ขุนมองผมแล้วก็ฝืนยิ้มให้ พอเห็นแบบนั้นผมเลยชวนให้นั่งพักตรงนี้ก่อนแต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธแล้วรีบเดินนำผมออกจากร้านโรงพยาบาล 


พอขึ้นรถได้คุณชายหมอผีก็ถอนหายใจเฮือก “ปังคิดว่ายังไง วิญญาณกับโรงพยาบาลน่ะ” แม้เสียงที่พูดจะเบาหวิวแต่กลับทำให้ขนทั้งร่างลุกซู่ขึ้นมา ผมรู้ว่าพี่ขุนไม่ได้โกหก แค่เห็นสีหน้านั่นก็รู้เลยว่ากำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ สติสัมปชัญญะลดลงอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากตอนหมาไล่กัด เอ่อ…หรือไม่ก็แย่กว่า


“มันเป็นยังไง” ถามไปก็ต้องกลืนน้ำลายเอื้อกเมื่อเพิ่งสังเกตุเห็นเม็ดเหงื่อที่ซึมชื้นออกจากไรผมอีกฝ่าย เมื่อกี้ผมว่าในตึกก็แอร์เย็นดีนะ


“อย่างกับนรก” หวังว่านี่จะเป็นคำเปรียบเทียบไม่ใช่ว่าเคยไปมาจริงๆ หรอกนะ แต่ดูจากที่พี่แกเหยียบคันเร่งจนผมหลังติดเบาะออกจากโรงพยาบาลนี่บอกได้คำเดียวว่านี่คือคนขับตีน(หนี)ผีที่แท้จริง จนออกมาถึงถนนใหญ่ได้สักพักนั่นแหละพี่ขุนถึงดูผ่อนคลายลง 


ดวงตาสวยๆ นั่นเหลือบมองผม แล้วมือที่ทั้งชื้นทั้งเย็นก็เลื่อนมาแตะขาผมเบาๆ 


“เฮ้ยๆ ยังจะมีอารมณ์มา...” โวยยังไม่ทันจบคนขับก็ส่ายหน้าปฏิเสธไม่รับมุข


“แค่แปปเดียวนะ” พอเห็นสีหน้าล้าๆ นั่นก็รู้ว่าต้องทำยังไง ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายต้องการแต๊ะอั๋งอย่างที่ถูกแซว แต่เพราะที่เคยบอกว่าเวลาอยู่ใกล้ผมแล้วสัมผัสทางวิญญาณจะชัดเจนขึ้น พอนึกถึงสภาพหลังใช้พลังวิญญาณของพี่ขุนขึ้นมาก็พอจะเดาออกว่าตอนนี้เป็นยังไง


ผมวางมือทาบทับมือพี่ขุนอีกที


แม้พี่ขุนจะไม่ได้หันมาแต่ผมก็ทันเห็นรอยยิ้มเล็กๆ เพียงครู่เดียวที่มุมปากนั่นทัน



*****


***


**


พอกลับมาถึงโกดังพี่ขุนก็รีบร้อนเข้าไปคุยกับคนงานที่ห้องเดิม ผมเลือกที่จะเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก เอาตรงๆ คือไม่อยากเสือกเรื่องคุณไสยอะไรอีกแล้วน่ะแหละ พอดีเจอหมาอ้วนสองตัวก็เลยนั่งเล่นกับมัน ปลอกคอติดกระดิ่งซะด้วย สงสัยจะหมาคนงานนี่แหละ ครู่เดียวก็มีป้าแม่บ้านเอาข้าวกล่องกับน้ำอัดลมมาให้เป็นพระคุณเหลือหลาย กำลังหิวพอดี เกือบบ่ายสองแล้วยังไม่ได้กินข้าวเลย ไม่รู้พี่ขุนกินอะไรรึยัง


กินข้าวเสร็จระหว่างที่นั่งรอพี่ขุนก็ลำดับความคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปด้วยเพราะเอาเข้าจริงผมเองก็ไม่ได้นับว่าเรื่องระหว่างผมกับพี่ขุนมันเป็นวันที่เท่าไหร่แล้ว แล้วไอ้อังคารมันเป็นใครมาจากไหนวะถึงได้รู้ทุกเรื่องไปหมด ทั้งเรื่องอาคมคู่รัก เรื่องตอนนี้ผมกับพี่ขุนอยู่ที่ไหน


‘…กลุ่มคนที่ทำธุรกิจไสยศาสตร์ไม่ได้กว้าง ที่ไม่มีใครเข้ามายุ่มย่ามก็คงเพราะเป็นเรื่องของบ้านตติยะฤกษ์...’



สิ่งที่มันเคยพูดกับผมเมื่อคราวก่อนบอกชัดเจนว่าไอ้ธุรกิจเขย่าขวัญนี่ไม่ได้มีแค่บ้านพี่ขุนที่ทำแน่ๆ ผมไม่รู้หรอกนะว่าวงการนี้มันใหญ่โตแค่ไหน แต่ดูจากความรวยของพี่ขุนแล้วมันก็คงไม่ใช่เล่นๆ เหมือนกัน แถมไอ้ลูกครึ่งนั่นก็บอกเองว่ามันเป็นคนใช้ไสยดำ ยังไงก็ไม่พ้นขั้วตรงข้ามของพี่ขุนแน่...หรอ?


พี่ขุนบอกว่าตัวเองไม่ได้ใช้ไสยดำ แล้วมันไสยอะไรวะ ก.ไสยชมพู ข.ไสยเขียวสะท้อนแสง  ค.ไสยรุ้งยูนิคอร์น ง.ไสหัวไป?


“อยู่นี่เอง” เกือบสะดุ้งเพราะกำลังคิดอะไรเพลินๆ พี่ขุนแมร่งก็เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง “เดี๋ยวพี่จะเข้าไปเช็คของในโกดัง ปังจะเข้าไปด้วยกันมั้ย?” นิ่งสิครับ สารภาพว่านี่เป็นคำถามที่อยากปฏิเสธมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากชวนไปไล่ผี ชวนไปเช็คสินค้าอาคมนี่กูจะโดนของเข้าเพิ่มอีกมั้ย?


“ดูหน้าก็รู้ละ งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งคอนโดก่อน เราไปรอห้องดีกว่าเพราะคงนาน”


“เฮ้ยไม่เป็นไร ไม่อยากกวน เดี๋ยวรอแถวนี้แหละ” มองพี่ขุนก็เห็นเหงื่อซึมชื้นจนเสื้อยืดสีขาวที่เจ้าตัวสวมอยู่เปียกแนบเนื้อ ก็เดินไปเดินมานี่เนอะ แดดมันก็ร้อน อืม…ไอ้ตรงที่ควรจะซ่อนอยู่ในเสื้อก็ดันแหลมโผล่ออกมาให้เห็นแบบแทบไม่ต้องจินตนาการ ภาพพี่ขุนตอนอาบน้ำด้วยกันเมื่อคราวก่อนผุดขึ้นมาในหัวทันที


“ได้ไง เราหน้าแดงแล้วเนี่ย ร้อนอ่ะดิมานั่งข้างนอก” ผมหัวเราะกลบเกลื่อน เบนสายตามองไปทางอื่นโดยอัตโนมัติ เชี่ยเอ๊ย...ไอ้อาคมเวรตะไลนี่ก็สัมแดงฤทธิ์ได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ พี่ขุนขยับเข้ามาใกล้แล้วย่อตัวลงจนเท่ากับผมที่นั่งอยู่ 


“อย่ามานั่งร้อนเลย เห็นหน้าเราแดงๆ แล้วพี่ใจไม่ค่อยดี” มันอาจจะฟังเหมือนความห่วงใยถ้าอีกฝ่ายไม่ยื่นหน้ามากระซิบเสียงกระเส่า  “…เห็นแล้วอยากจะพากลับห้องตอนนี้เลย...”


ไอ้พี่ขุนนน! งานมึงเครียดจะตายห่าอยู่แล้วยังจะมีอารมณ์มาหื่นอีก!


“เดี๋ยวไปรอในห้องแอร์!” ผมลุกพรวดแล้วเดินจ้ำตรงไปห้องพักคนงานเลย ได้ยินเสียงพี่ขุนหัวเราะตามหลัง พอไปนั่งรอในห้องผมก็เล่นมือถือไปเรื่อยเปื่อยจนป้าแม่บ้านแวะมาทำความสะอาดแถมเอาเฉาก๊วยใส่แก้วมาให้เลยมีเพื่อนคุย แกบอกว่าทำความสะอาดที่นี่มาสิบกว่าปีแล้ว 


“แล้ว…ป้าไม่กลัวหรอ?” ได้ยินคำถามแกก็หัวเราะชอบใจ ป้าบอกว่าผมน่ะไม่รู้อะไร


“จะไปกลัวอะไรที่นี่เขามีแต่ของดีๆ ป้านี่ถูกหวยแทบทุกงวดเลยนะ”


“แล้วน้องผู้หญิงผมยาวๆ ไปไหนแล้วล่ะ ป้าเอาเฉาก๊วยมาเผื่อ 2 แก้วเนี่ย” ได้ยินแกถามผมก็ขมวดคิ้ว นี่ผมนั่งอยู่คนเดียวมาตลอด แล้วคนงานที่เข้าๆ ออกๆ ห้องนี้ก็มีแต่ผู้ชาย “งั้นเอาวางไว้นี่แหละนะจ๊ะ” พยักหน้าเพราะไม่รู้เหมือนกันว่าแกหมายถึงใคร เหลือบมองนาฬิกาเห็นบ่ายสี่โมงกว่าแล้วก็หาวหวอด อิ่มๆ เบื่อๆ ผมนอนรอดีกว่า


จะบอกว่าหลับก็ไม่เชิงหลับ ตื่นก็ไม่เชิงตื่น มันไม่สบายเนื้อสบายตัวแต่ก็ง่วงจนไม่อยากเงยหน้าขึ้นมา ผมนั่งอยู่อย่างนั้นไม่รู้นานเท่าไหร่แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีท้องฟ้าเป็นสีส้มของเวลาผีตากผ้าอ้อม ภายในห้องมืดวังเวงเพราะไม่ได้เปิดไฟทิ้งเอาไว้ มีเพียงเสียงแอร์หึ่งๆ ลอยอยู่ในบรรยากาศ


มองไปทางไหนก็เงียบสงัด ไม่เห็นมีใครเลยสักคน


หางตาเหลือบเห็นคนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านนอกประตู


…ผมขนลุกซู่...


มือและเท้าชาวาบเมื่อเห็นเงาร่างตะคุ่มดำมืดนั้น เมื่อพยายามจะขยับกลับพบว่าร่างกายหนักอึ้งจนไม่สามารถแม้แต่จะกระดิกนิ้ว หัวใจเต้นรัวเร็วด้วยความตระหนกเมื่อสัมผัสได้ว่าเงานั้นก็จ้องมองผมอยู่และกำลังขยับเข้ามาใกล้


แต่ผมขยับไม่ได้!


“ปัง!” อยู่ๆ ก็เหมือนตัวลอยหวือจนลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ ผมหายใจหอบเหนื่อยเหมือนใช้แรงมาเป็นเวลานาน พี่ขุนซึ่งเป็นคนเรียกยืนอยู่ด้านหลัง หันกลับไปมองทางประตูกระจกก็พบเพียงความว่างเปล่า ไฟในห้องเปิดหมดทุกดวง ท้องฟ้ายังสว่างจากแสงแดดและเมื่อมองนาฬิกาบนผนังก็เห็นว่าผ่านไปจากตอนผมเริ่มนอนเพียงเกือบชั่วโมง 


…ฝันงั้นหรอ...


ผมนึกถึงอีกอย่าง อาการที่เคยได้ยินมาว่ามันเป็นแบบเมื่อครู่นี้...ผีอำ...


“พี่เรียกเราตั้งหลายที” พี่ขุนพูด “ง่วงหรอ จะนอนต่อไปก่อนมั้ย?”


ผมส่ายหน้าทันที “ไม่อ่ะ” มองไปบนโต๊ะก็เห็นเฉาก๊วยอีกแก้วที่ถูกวางทิ้งไว้จนละลาย ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืด “กลับเลยได้มั้ย กลับกรุงเทพฯ” 


พี่ขุนกวาดสายตามองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า “งั้นกลับคอนโดก่อนนะ เดี๋ยวเราค่อยว่ากัน” น้ำเสียงของพี่ขุนคลายความกังวลให้ได้ไม่น้อย ผมอาจจะเก็บเรื่องที่แม่บ้านพูดไปผสมกับเรื่องหลอนๆ ไปเอง เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากประตูรั้วโกดังถึงได้หายใจโล่งอก ผมนั่งเงียบ จนสักพักนั่นแหละที่คุณชายหมอผีพูดขึ้นมาว่างานที่นี่เรียบร้อยแล้ว


“แล้วพี่รู้ตัวคนร้ายยัง?” ผมถาม คนขับส่ายหน้าเม้มริมฝีปาก 


“แต่ที่ไปถามที่โรงบาลเมื่อเช้าก็ได้เรื่องเยอะอยู่”


“แล้วสรุปคนงานเขาดีขึ้นรึยัง? ที่บอกว่า...ประสาทหลอนไปเลยอ่ะ” เห็นพี่ขุนพยักหน้าแล้วไม่ได้เล่าอะไรผมก็เลยไม่ถามต่อ อยากรู้นะแต่ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว เพราะก็เพิ่งเจอเรื่องชวนประสาทหลอนที่โกดังไปเมื่อกี้เอง


จะว่าไปถ้าป้าแม่บ้านบอกที่นี่มีแต่ของดีๆ แล้วไอ้ที่ผมเจอมันคืออะไร ? แบบนั้นไม่น่าเรียกของดีแน่


“พี่ขุน ที่โกดังทำไมไม่เห็นมีศาลพระภูมิ” อีกฝ่ายเลิกคิ้วแปลกใจ ดวงตาเรียวสวยหันมามองผมแว่บหนึ่ง 


“ที่นี่ไม่ได้ใช้เจ้าที่หรอก ความเชื่อแต่ละศาสตร์ไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นศาลพระภูมิปกปักษ์รักษาสถานที่ก็ทำให้ไม่มีสิ่งอื่นเข้ามาอยู่อาศัยด้วยได้” พี่ขุนอธิบาย “แต่ที่โกดังเราจำเป็นต้องเอา ‘สิ่งอื่น’ มารวมกันไว้เต็มไปหมดไง” 


ผมฟังแล้วก็ร้องอ๋อในใจ “แล้วไอ้สิ่งอื่นที่ว่าเนี่ย ถ้าบ้านพี่ไม่ใช้ไสยดำก็ไม่มีของไม่ดีใช่มั้ย”


คราวนี้พี่ขุนกลับเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่ได้อธิบายคำตอบ 


“วันนี้ถามเยอะจังนะ เอ้า ถึงแล้ว” คนขับจอดรถตรงลานจอด พี่ขุนบอกว่าวันนี้เหนื่อยแล้วจะสั่งอาหารมากินที่ห้องแทน แถมยังหิ้วเบียร์มาจากร้านสะดวกซื้อเต็มสองมืออีกต่างหาก ไหนเมื่อเช้าใครบอกว่าโนแอลกอฮอล์วะ


“นี่ตั้งใจจะมอมกันป่ะเนี่ย?” ผมแซว ไมไ่ด้ขัดอะไรเพราะยังไงสั่งมาก็พร้อมกินอยู่แล้วล่ะ พี่ขุนหัวเราะเบาๆ ผมมองริมฝีปากที่ยกยิ้มนั่นแล้วยังจำสัมผัสของมันได้ชัดเจน 


อาคมคู่รักกำลังแสดงอาการอยู่ใช่มั้ย


ผมหวังว่าที่รู้สึกอยู่นั้น...จะไม่ใช่ความรู้สึกจากใจตัวเอง


เราทั้งคู่ทิ้งตัวลงบนโซฟา “จำได้ไหมเมื่อเช้าพี่บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเรา” จู่ๆ พี่ขุนก็เกริ่นขึ้นมา ผมเองก็เกือบลืมไปแล้ว “พี่อยากบอกเราเรื่องงานของที่บ้าน ตอนนี้เราก็เห็นมาพอสมควรแล้วว่ามันไม่ได้น่าดูชมอะไรนัก บางครั้งมันก็น่ากลัว บางครั้งก็อันตราย ดูอย่างคนงานที่ถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลวันนี้สิ”


ผมพยักหน้าตาม เมื่อพูดถึงตรงนี้สีหน้าที่ยังผ่อนคลายเมื่อครู่ก็สงบนิ่งขึ้น “แล้วมันก็ไม่ได้มีแต่บ้านพี่ ยังมีอีกหลายตระกูลที่ทำธุรกิจสินค้าไสยศาสตร์และอาคม บางตระกูลทำกันมาจนนับรุ่นไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้อยู่แค่ที่ไทยเท่านั้น มันเชื่อมโยงกันอย่างเงียบๆ จากซีกนี้ของโลกไปยังอีกซีกหนึ่ง ทับซ้อนกันจนวุ่นวาย”


“เวิลด์ไวด์เว่อร์” ผมเสริม เรียกมะเหงกจากพี่ขุนได้หนึ่งที เจ็บเหมือนกันนะเว้ย “พ่อกับแม่เลยอยู่ที่จีน แบ่งงานกันงี้หรอ”


“ก็ไม่เชิงอย่างนั้นหรอก” พี่ขุนยกแก้วเบียร์ขึ้นกระดก “พี่เองก็อยู่ที่จีนตั้งแต่สิบสอง เพิ่งจะกลับมาที่นี่เมื่อสองปีก่อน”


“เฮ้ยจริงดิ” ผมลุกขึ้นนั่งหลังตรง ต่อมเสือกทำงานขึ้นมาทันที “ไม่เห็นเคยรู้ งี้ก็พูดจีนได้อ่ะดิ” พี่ขุนพยักหน้า จะว่าไปผมเองก็เคยได้ยินพี่แป้งบอกว่าจู่ๆ พี่ขุนก็เข้ามาเรียนกลางเทอมตอนปีสอง คำถามผุดขึ้นในหัวทันที


“แล้วทำไมกลับมาอยู่นี่อ่ะ” คราวนี้คนถูกถามไม่ตอบ


“พี่แค่อยากให้ปังรู้ว่าตัวเองกำลังยุ่งเกี่ยวอยู่กับอะไร แล้วก็อยากให้ระวังตัวมากๆ” พี่ขุนวนกลับไปเรื่องเดิม


“แล้วมาบอกเอาซะป่านนี้เนี่ยนะ” ผมเลิกคิ้ว เอาจริงๆ ถึงพี่ขุนไม่บอกผมก็เริ่มเข้าใจตั้งแต่เห็นโกดังสินค้าบ้านพี่ขุนแล้วว่าไอ้ธุรกิจเขย่าขวัญนี่มันไม่ได้เล็กๆ 


“ก็เพราะก่อนหน้านี้พี่ไม่ได้สนใจเราขนาดนี้ไง แค่คิดว่าให้เก้าสิบวันนี้พ้นๆ ไปก็พอ” เสียงเรียบพูดสบายๆ “แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว” พี่ขุนยักคิ้วแล้วยกแก้วชวนดื่ม “ดื่มให้กับความสัมพันธ์”


เห็นท่าทางแบบนั้นผมกลับหน้าร้อนวูบ แล้วนี่กูจะหลบตามันทำไมวะเนี่ย 


“ไปอาบน้ำเลยไป๊” ได้ยินผมไล่แล้วยังจะมาหัวเราะชอบใจ สักพักพี่ขุนก็ผละเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำจริงๆ ผมเลยได้แต่พ่นลมหายใจเรียกสติให้ตัวเอง ใจเย็นๆ ไว้ไอ้ปัง ยุบหนอ พองหนอ อย่าไปยอมให้อาคมเวรตะไลนี่ควบคุมสิวะ คำพูดเมื่อครู่ของพี่ขุนยังดังอยู่ในหัว 


…ตอนนี้ไม่ใช่ความรู้สึกที่อยากให้มันจบๆ ไปอีกแล้ว...


นั่งคิดอะไรไปเรื่อยระหว่างรออาหารมาส่ง สักพักพี่ขุนก็อาบน้ำเสร็จออกมาในสภาพเดียวกับที่ผมคลับคล้ายคลับคลาว่าเมื่อวานก็เป็นแบบนี้ แบบที่พันผ้าเช็ดตัวออกมาผืนเดียว หยดน้ำเต็มตัวไปหมด


ไอ้เวรพี่ขุน! นี่ไม่ได้เห็นใจกันเลยใช่มั้ย!?


“หิวยัง?” เหมือนจะถามถึงอาหารแต่สายตากรุ้มกริ่มนั่นบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายก็กำลังถามถึงอย่างอื่นอยู่ “จะกินเลยไหม? หรือปังจะอาบน้ำก่อน”


“เชี่ยพี่ขุน!” ผมตวาด รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านเต็มหน้า...รวมไปถึงส่วนอื่นด้วย


“ฮ่าๆๆ โอเคๆ ไม่แกล้งแล้ว เราไปอาบน้ำก่อนไป เดี๋ยวอาหารก็คงมา” พี่ขุนยกมือขึ้นสองข้างทำท่ายอมจำนน ผมชี้หน้าคาดโทษอีกฝ่ายไว้แล้วตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไปเลย ได้! คิดว่าตัวเองแกล้งคนอื่นเป็นอยู่คนเดียวใช่มั้ย


ผมออกมาจากห้องน้ำในสภาพเดียวกันกับพี่ขุน...ยกเว้นแต่ว่า...ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวมันโหลดต่ำกว่าที่อีกฝ่ายพันเมื่อกี้เสียอีก


“ปัง!” กลายเป็นไอ้คุณชายที่คว้าชุดนอนมาปาให้ผมใส่ ฮ่าๆๆ พี่ขุนแมร่งตลกฉิบหายเลย 


“นี่ไม่อยากอยู่รอดถึงเก้าสิบวันแล้วใช่มั้ย” พี่ขุนพูดเสียงเบาทั้งที่คิดว่าจะถูกโวยวายใส่ ผมที่กำลังหัวเราะอยู่ถึงกับชะงักพอหันกลับไปมองคนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอนอยู่ด้านหลัง ถึงได้เห็นว่าสายตาอีกฝ่ายเป็นยังไง พี่ขุนสาวเท้าเข้ามาใกล้ 


“เฮ้ย เมื่อกี้พี่แกล้งก่อนเองนะ นี่ไงใส่เสื้อแล้วเนี่ย” ผมโบ้ยความผิด แต่เมื่อพี่ขุนเข้ามายืนอยู่แทบชิดเลยเห็นได้ชัดว่าดวงตาคู่นั้นเหมือนอยากจะหลอมผมเข้าไปจริงๆ


“…ที่ยื่นให้ใส่ ก็เพราะพี่จะถอดเอง…”


ทั้งที่อีกฝ่ายก็เพิ่งอาบน้ำแต่มือที่ยื่นมาจับหน้าผมกลับอุ่นจัดพอๆ กับริมฝีปากที่แนบลงมาอย่างกระทันหัน ลมหายใจร้อนผ่าวกรุ่นอยู่ทั่วใบหน้า ชั่วขณะที่แลกรับสัมผัสกันนั้นเหมือนเวลาถูกหยุดลงชั่วคราว 


กริ๊งงงง!



จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น ผมผละออกจากพี่ขุนโดยอัตโนมัติ และเมื่ออีกฝ่ายยังทำสายตาละห้อยเลยต้องแยกเขี้ยวใส่ พี่ขุนส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเหมือนขัดใจ


“ครับ เดี๋ยวลงไปรับ” โชคช่วยที่อาหารมาส่งพอดี นึกว่าจะต้องกินไส้กรอกอุ่นแล้วกู ผมทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงเหมือนขาอ่อน เมื่อกี้มันอะไรกันวะ ไอ้ความร้อนวูบวาบที่แล่นไปทั่วร่างขนาดนั้น จูบแรกกับแฟนตอนมัธยมยังไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย แบบหื่นสุดๆ หื่นกระหายน้ำลายยืด เอาจริงๆ ตอนนี้ส่วนอื่นก็เริ่มยืดนำหน้าไปแล้วด้วย


พี่ขุนลงไปรับอาหารข้างล่างครู่เดียวก็กลับขึ้นมา 


พอเปิดประตูกลับเข้ามาสายตาเจ้าเล่ห์มองผมที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม ผมยื่นนิ้วกลางให้เป็นคำตอบแล้วลุกไปใส่กางเกงให้เรียบร้อย สูดลมหายใจเข้าออกเรียกสติ สมาธิ ปัญญา กลับมาที่ห้องรับแขกอีกทีก็เห็นคนที่ควรจะเหนื่อยเพราะเจอผีในโรงพยาบาลกำลังแกะกล่องอาหารญี่ปุ่นใส่จานพร้อมฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เรียกได้ว่าน่าหมั่นไส้สุดๆ


ผมรินเบียร์ใส่แก้ว ประจำที่บนโซฟา แล้วเริ่มลงมือจัดการซูชิตรงหน้า


“โหย ปลาดิบสดดีอ่ะ” กลิ่นแซลมอนหอมลงไปในคอ พี่ขุนมองผมแล้วก็นั่งลงข้างๆ เราจัดการมือค่ำพลางเปิดทีวีดูบอลไปด้วย คุยกันสัพเพเหระแต่พี่ขุนก็ไม่ได้เล่าเรื่องที่บ้านให้ฟังมากไปกว่าก่อนหน้านี้ ไม่ว่าผมจะถามอะไรคำตอบก็จะเปลี่ยนไปเรื่องอื่นจนน่าสงสัย


ในเลเวลความขี้เสือกของผมก็ยังมีความเกรงใจอยู่บ้าง เลยไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อจากนั้น


จนกินเสร็จก็ยังนั่งกินเบียร์กันต่อ ขวดที่หนึ่ง ขวดที่สอง ขวดที่สาม ขวดที่สี่...


“โอย ไม่ไหวละ” เหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า ลุกไปเข้าห้องน้ำอีกรอบกะว่าล้างหน้าแปรงฟันเตรียมนอน พอจัดการตัวเองเสร็จออกมาก็เจออีกคนที่ยังนั่งอยู่ท่าเดิมแต่หลับตาพริ้มไปแล้ว เลยรู้ความสามารถพิเศษของไอ้หมอผีอีกอย่าง เออ นั่งหลับก็ได้เว้ย


“พี่ขุน” ผมเอาตีนเขี่ยๆ ขาพี่ขุน พอดูท่าจะไม่ตื่นเลยจะเข้าไปจับแต่กลับถูกคว้าแขนดึงเข้าไปอย่างรวดเร็ว


ผมนั่งทับพี่ขุนอยู่บนโซฟา ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ดวงตาแวววาวคู่ที่จ้องผมอยู่ไม่ได้คล้ายคนง่วงนอนแม้แต่นิดเดียว ไม่มีคำพูดใดจากพี่ขุนนอกจากแรงมือที่ดึงใบหน้าผมให้ลดต่ำลง ริมฝีปากของเราแนบชิด ปลายจมูกคลอเคลียที่ผิวแก้มกันและกัน ลมหายใจร้อนจัดที่เต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมปนเปจนไม่รู้ว่าเป็นของใคร ยิ่งสัมผัสยิ่งถลำลึก ในอกวูบไหวเหมือนความกล้าทั้งหมดมาจุกตัวรวมกันจนไม่กลัวอะไรแล้ว


มือร้อนล้วงเข้าไปในเสื้อของผมเร็วพอๆ กับที่มือผมแกะกระดุมเสื้อนอนตรงหน้า ริมฝีปากของเราผละออกจากกันเพื่อหายใจตะกรุบตระกรามเพียงเสี้ยววิก่อนจะแนบกันอีกเหมือนมีแรงดึงดูด พี่ขุนยกตัวขึ้นแล้วดันผมล้มลงอยู่ข้างใต้ทำให้มือปลาหมึกยิ่งทำงานได้ถนัดถนี่ กางเกงผมถูกถกลงไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีเนื้อตัวก็เหลือแต่กางเกงชั้นในที่ไม่มากพอจะต้านทางแรงบีบคลึงของฝ่ามือร้อนผ่าวได้


“…พี่ขุน...” ได้ยินเสียงตัวเองแล้วก็ต้องกัดปาก เวรเอ๊ย...ควรเชื่อคำตัวเองตั้งแต่แรกว่าอย่าดื่ม ผมโทษขวดสีขุ่นบนโต๊ะ โทษเสียงกระซิบเรียกชื่อผมเบาๆ ที่ข้างหู โทษริมฝีปากสีเชอร์รี่ที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่าง โทษสัมผัสจากมือที่ช่ำชองจนน่าโมโหนั่น ไม่รู้ว่าเคยทำแบบนี้ให้ใครมาบ้างแล้ว และเมื่อมันเลื่อนเข้าไปใต้เนื้อผ้าความอดทนของผมก็ถึงขีดสุด


“..อะ..อื้อ..” ผมหลับตาแน่น รู้สึกถึงจังหวะที่เต้นหนึบไปทั่วร่าง มือทั้งสองข้างดึงเสื้อนอนคนที่คร่อมทับเอาไว้แน่น เชี่ยเอ๊ย...หมดแล้ว หมดกันความบริสุทธิ์ผุดผ่องของกู ริมฝีปากหนาที่ลอยอยู่ตรงหน้าแนบลงมาประทับบนหน้าผากก่อนจะคลี่ยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มเจ้าเสน่ห์นั่น ทั้งตัวรู้สึกสะท้านอีกครั้งเมื่อสัมผัสของมือคู่นั้นเริ่มขยับไหวอีกครั้ง พี่ขุนเอื้อมตัวไปคว้ากระเป๋าสตางค์ข้างโต๊ะก่อนจะล้วงหยิบห่อสีเงินเล็กๆ ออกมา


“ปัง พี่ขอนะ” เวรเอ๊ยยยยยยย.... ทำไมต้องมาทำเสียงแหบพร่าพร้อมกับนัยน์ตาเจ้าเล่ห์แบบนั้นด้วยวะ จังหวะในอกเต้นตุบจนนึกว่ามันจะทะลุออกมา ผมส่ายหน้า ยังคงกำเสื้อชุดนอนพี่ขุนไว้แน่น  “ถ้าไม่พูด ถือว่าอนุญาตนะ” ไม่ว่าเปล่า พี่ขุนเริ่มปลดกระดุมเสื้อเม็ดที่เหลือของตัวเองออกแล้วโยนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ แววตาคุกคามตรงหน้าบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายเอาจริง 


แต่แล้วพี่ขุนก็หยุดชะงัก


นัยน์ตาคู่นั้นมองเลยผ่านผมไปยังประตูกระจกห้องนอนด้านหลัง พี่ขุนหน้าถอดสี ความกรุ้มกริ่มเมื่อครู่หายวับกลายเป็นสีหน้าตกใจและผละออกจากผมแทบจะทันที


“…ปัง…” เมื่อเห็นสีหน้าแบบนั้นผมก็รีบลุกพรวดหันไปมองตามแต่ที่เห็นก็เป็นเพียงความว่างเปล่า แล้วจู่ๆ ก็ถูกพี่ขุนดึงแขนอย่างแรง 


ดวงตาใต้แสงไฟสลัววาวโรจน์ คิ้วเรียวขมวดคิ้วมุ่นและเสียงที่รอดไรฟันออกมาเหมือนพยายามสะกดกลั้นความโกรธเกรี้ยวไว้เต็มที่


“…ทำไมพรายของอังคารถึงอยู่กับเรา...”



@@@@@@@




วี๊ดดดดด T_T ทำไมผีต้องมาโผล่ตอนเน้! (/กระต่ายดำกระโดดหลบข้าวของจากพี่ขุน) แล้วพรายของอังคารนี่มันอะไรกันอีกหืมมม นอกจากจะโดนพี่ขุนขย้ำแล้วยังอาจโดนคนอ่านที่น่ารักขย้ำอีกด้วย 


แค่วันที่ 39 สองหนุ่มของเราก็มาไกลกันถึงขั้นนี้ ตอนนี้ฝากคำสาปแช่งไว้ให้ได้ที่คอมเม้นแอนด์โหวตเช่นเคย (55555) ชวนคุยกันได้ เรื่องนี้เวลาเขียนจะเพลินมากแต่ช่วงนี้สมาธิสั้นไปหน่อยเลยเขียนได้ไม่ค่อยต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเรามาเข้าสู่วงโคจรค่อยๆ เขียน ค่อยๆ อ่านกันนะคะ ( T_T )

Blackbunny



 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #303 saisaisaisai14 (@saisaisaisai14) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:22
    ผีเวรมาขีดทำไมกี้ดดดด
    #303
    1
  2. วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 17:26

    นนั่นไง

    ไม่ดีจริงๆด้วย

    ปังก็ไม่รีบๆบอกอ่ะ

    มาขัดจังหวะจริงวุ่ย

    #283
    0
  3. #266 >haruhi (@kirarijang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 22:24
    โอ้ยยยย อิตาอังคารนี่ยังไงนะ มารความสุขจริงๆเลย
    #266
    0
  4. #232 Prawpak (@prawpak) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 23:42
    งานเข้าแล้ว ปังก็ไม่ได้พี่ขุนซักทีด้วย
    #232
    0
  5. #209 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 03:09
    เอาแล้วงายยยย
    #209
    0
  6. #185 emmykorapin (@emmykorapin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 14:02
    เกือบไปแล้ววว
    #185
    0
  7. #130 relis (@relis) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 11:24
    ลงไปแดดิ้น
    #130
    0
  8. #79 ` l ♔ ßrietta™ (@nanaya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 00:40
    เหมือนกำลังจะกินของโปรดตรงหน้าแล้วโดนใครที่ไหนไม่รู้มาแย่งไปจากมืออะ ฮืออออออเข้าใจฟิลพี่ขุนเลย5555555
    #79
    1
  9. #69 ·[PIERO]· (@Aed05102002) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 03:06
    พรายเป็นสาววายใช่ปะ ป่ะ! เดียวจะหาที่ๆเนียนกว่านี้!! 555
    #69
    0
  10. #68 pd_72 (@DD_Ten) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 21:56
    โอ๊ยย อิอังคาร อิมารความสุข อิมารคอหอยยยยย
    แอบชอบพี่ขุนใช่ไหมบอกมา!
    #68
    0
  11. #67 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 18:23
    พรายบอก กุไม่น่าเลยยย น่าจะแอบเนียนกว่านี้ เสียดายอดดู หุหุ
    #67
    0
  12. #66 Ms.Bean (@chelle_tmj) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 16:18
    พรายเป็นสาวกวายใช่มั้ย!
    #66
    0
  13. #65 qangzter (@sweet-smile) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 21:01
    ฮืออออ กะลังจะฟินๆ พอตอนสุดท้ายนี่กลายเป็นขนลุกเลยอะฮือออออ กัวแล้วววว แงงง
    #65
    0
  14. #64 Kyumingming (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 23:42
    แอร๊ยยยย อีตาคุณดาวอังคารมารขัดขวางความสุขจริงๆ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ รอเสมอ
    #64
    1
    • #64-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2560 / 19:30
      อยากจะเหวี่ยงมันกลับวงโคจรนัก!
      #64-1
  15. #63 BLKPeaRL (@pearllady) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 23:36
    แงงงง พี่ขุนไล่ไปเลย ชิ่ว ๆ มาขัดจังหวะทำไม๊ น้องปังเขากำลังสมยอม หรือพี่ขุนต้องมีความหน้าด้านกว่านี้ ปล่อยให้พรายมันยืนดูไปเลยค่ะ
    #63
    1
    • #63-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2560 / 19:32
      เดี๋ยวๆ ชิ่วๆนี่ไล่เป็นหมาแล้วว 55555
      +1 กับการปล่อยให้มันดูไป อยากดูนักเดี๋ยวจัดให้
      #63-1
  16. #62 mizagi nago (@mizagi97) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 21:18
    ก็ว่าละะะะ ทำไมถึงให้ล่วงเกินได้ง่ายขนาดนั้น ชั่งใจอยู่นานว่าจะอ่านดีหรือไม่อ่านดี เพราะรู้ว่าคุณกระต่ายดำต้องไม่ใช้น้องปังโดนกินง่ายแน่ๆ และสุดท้ายก็อ่าน......ฮื้ออ !!! คุณกระต่ายด๊ามมมมมม ใจรั้ยอะใจรั้ยยยยยยย ใจร้ายที่สุดดดด ฮื้ออออ ค้างมากค่าาา อยากอ่านต่อแล้ว แง่
    #62
    1
    • #62-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2560 / 19:32
      ใจร้ายนี่ ผีพรายใช่มั้ยยย
      #62-1
  17. #61 clEaiI_VIP (@ygvip) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 21:18
    -อังคาร แก๊!!!! กลับรูหนอนไปดาวอังคารเลยไป๊! เอาพรายแกไปด้วย!!

    พี่ขุนสับสวิทเปลี่ยนโหมดอย่างไวเลย น้องปังก็ยังดูงงงวยกับเหตุการณ์แถมยังอดกินไส้กรอกอุ่นอีก

    ถถถถถถ.. น่าสงสารจุง
    สงสารตัวเองเนี่ย วืดเลยยย 55555
    #61
    1
    • #61-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2560 / 19:34
      ฮืออ งงแทนปัง อะไรของพี่ขุนมัน น้องยังไม่ทันอิ่มเลย (หืมม???)
      #61-1
  18. วันที่ 9 กันยายน 2560 / 20:18
    ดาวอังคาร!มารขัดขว้างจริงๆ!!!!!! ฉันอยากให้เขา........
    #60
    1
    • #60-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2560 / 19:35
      มือวางอันดับ 1 ด้านการขัดจังหวะ...
      #60-1
  19. #59 Power (@akin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 20:10
    ค้างมากเลยยยย มาต่อไวๆนะคะ;-;!!
    #59
    1
    • #59-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2560 / 19:36
      <3 <3 <3
      #59-1
  20. #58 Inn1427 (@Inn1427) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 19:24
    *เขย่าคออีตาอังคารรรรร* แกนะแก!!
    #58
    1
    • #58-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2560 / 19:37
      อังคารหัวสั่นหัวคลอนแล้ววว
      #58-1