(จบแล้ว) 90 วัน รัก ไสย ไสย (Yaoi)

ตอนที่ 2 : Day 1 : เรื่องเหนือธรรมชาติคือเรื่องธรรมชาติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 201 ครั้ง
    11 ส.ค. 61

Chapter 2

/Day 1/ เรื่องเหนือธรรมชาติคือเรื่องธรรมชาติ



        ผมลืมตาขึ้นมาพบเพดานสีขาว ตรงกลางถูกเจาะติดโคมไฟสีเหลืองนวลทรงกลม 

โอเค…ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ตื่นขึ้นมาที่อื่น แต่ที่ฉิบหายคือนี่เป็นครั้งแรกที่มือสองข้างดันถูกมัดไว้กับหัวเตียงนี่สิ


“ตื่นแล้วหรอ” เสียงไม่คุ้นหูดังขึ้นเมื่อเปิดประตูห้องเปิดออก ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำของผมเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเธอดูคุ้นๆ แต่ผมแน่ใจว่าไม่รู้จักเธอ


“เอ่อ…ช่วยแกะเชือกให้ทีได้มั้ยครับ?” เธอพยักหน้าพร้อมกับก้มตัวลง ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีม่วงแดงเผยรอยยิ้ม “ได้สิ ที่มัดไว้ก็แค่กลัวเธอตื่นแล้วจะผลุนผลันออกไป แต่ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นที่งานวันเกิดของทิว” ผมนิ่วหน้า ไล่ลำดับความคิดว่าสิ่งสุดท้ายที่ทำก่อนจะตื่นขึ้นมาคืออะไร


…วันเกิดทิว...พี่ขุน...บทสวด...แสงประหลาด...


“ที่นี่ที่ไหน?” หรือเมื่อคืนจะแดกมากเกินไปเลยฝันเยอะ หรือว่าผมเมามาก ว่าแต่ไอ้หมงอยู่ไหน ทำไมมันไม่ลากผมกลับบ้านด้วย 


ผู้หญิงตรงหน้าถอยไปยืนกอดอกอยู่ข้างเตียง บรรยากาศรอบตัวกดดันจนทำให้ผมรู้สึกแย่ “ทิวโทรเรียกฉันให้ไปรับขุนกับนายที่สภาพเหมือนศพเมื่อคืน เป็นนายสินะที่ไปขัดพิธี แล้วก็ดันถูกของเข้าแทน”


“ของเข้า?”


“ก็แบบว่าได้ยินเสียงหรือทักไปอะไรแปลกๆ เข้า” เธอบิดรอยยิ้ม “แล้วก็นอนสลบเป็นศพหมา” ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืด แต่่ก่อนที่สมองจะประมวลผลอะไรได้ใครอีกคนก็เดินเข้ามายืนพิงกรอบประตู ริมฝีปากที่เคยส่งยิ้มหวานให้สาวๆ เหยียดตรงแบบไร้อารมณ์และดวงตาที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนกับใครๆ กลับมองจ้องผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ


“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”



*****



ผมคนช้อนในชามข้าวต้มเป็นวงกลม สายตามองสบกับคนที่ไม่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะมานั่งกินข้าวที่บ้านเขา หัวโต๊ะคือจ้าวนารา พี่สาวของพี่ขุนสมุทร และดูเหมือนเธอจะเป็นคนเดียวที่กำลังอารมณ์ดีอยู่ตอนนี้


“เข้าเรื่องเลยแล้วกัน” พี่ขุนพูด วันนี้ความดูดีของหน้าตาลดลงไปสามสิบเปอร์เซ็นต์ หัวกระเซิงแบบเพิ่งตื่นนอน ใต้ตาคล้ำ เอาเป็นว่าหล่อน้อยแถมยังทำหน้าเหมือนที่กินอยู่ไม่ใช่ข้าวแต่เป็นขี้


“เมื่อวานเราเข้าไปขวางตอนพี่ทำพิธีถอนอาคมให้ทิว แต่กลายเป็นว่าเราโดนของเข้าแทน” พี่ขุนพูดเสียงเรียบเหมือนประโยคบอกเล่าธรรมดา แต่เดี๋ยว ผมน่าจะให้โอกาสพี่ขุนพูดใหม่นะ


“ฟังดูไม่น่าเชื่อใช่ไหม แต่ถ้าเราจำได้แสงที่เข้าไปจับไว้ตอนนั้นนั่นแหละ” ผมวางช้อนในมือลง กระแอมเสียงในคอ คิดตาม


…แล้วก็หัวเราะลั่น...


“ฮ่าๆๆ โอ้ย ไม่เห็นต้องล้อเล่นแบบนี้เลย”


“ปัง พี่พูดจริง”


“ยังไงผมขอกลับเลยนะ เมื่อคืนคงเมามากจริงๆ ว่ะพี่” ผมลุกจากเก้าอี้ในวินาทีเดียวกับที่พี่ขุนคว้าแขนผมไว้ ฉับพลันก็รู้สึกถึงกระแสประหลาดตรงที่ถูกสัมผัสจนสะดุ้งโหยง และถึงขอบตาจะดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า แต่สายตาดุๆ ของพี่ขุนก็ยังทำให้ผมชะงักอยู่ดี


“รู้สึกถึงอะไรมั้ยล่ะ?” แน่นอนว่าคำตอบคือความเงียบและหน้าควายๆ ของผมที่ยังยืนเอ๋อ “ปัง อาคมที่เราโดน มันไม่ได้เข้าเราคนเดียว แต่พี่เองก็โดนด้วย” พี่ขุนพูดเสียงเรียบ


“มันคืออาคมคู่รัก”


*****



ผมนอนเกาพุง พลิกตัวกลิ้งอยู่บนเตียงระหว่างรอคุณนายเรียกกินข้าวเย็น ในหัวยังคิดเรื่องที่พี่ขุนพูดเมื่อเช้าวนไปวนมาเป็นรอบที่หนึ่งร้อย นึกถึงหน้าหล่อๆ ของพี่ขุนสมุทรขวัญใจสาวๆ ที่โทรมแบบที่ไม่เคยเห็นแล้วก็ต้องแค่นหัวเราะ เออ…คนหล่อมันก็มีหลุดเหมือนกันนี่หว่า แถมนอกจากมาดหลุดดูท่าทางเหมือนจะสติหลุดอีกด้วย


เพราะคนสติดีที่ไหนจะมาพูดเรื่องไร้สาระแบบนั้น


‘มันคืออาคมคู่รัก พวกเราจะมีจิตผูกพันธ์กันเป็นเวลาเก้าสิบวัน’ นึกถึงน้ำเสียง แววตา และมือที่จับแขนผมไว้แล้วก็ขนลุกแปลกๆ  ผมไม่รู้ว่าพี่ขุนเล่นพิเรนทร์อะไรถึงมามุขนี้ หรือแมร่งเป็นเกย์จริงๆ วะ ยุ่งกับไอ้ทิวยังพอดูเข้าท่าแต่ถ้ามาเสือกยุ่งกับผมด้วย รุ่นพี่ก็รุ่นพี่เถอะผมจะฟาดก้านคอให้


‘เราต้องได้เจอกันทุกวัน ไม่งั้นพวกเราจะทรมาน เสียสติ...หรือไม่ก็ถึงตาย’ ใครเชื่อก็บ้า เมื่อเช้าผมลุกออกมาโดยไม่ต่อยหน้าพี่ขุนไปสักทีก็บุญแล้ว


“นอนเหม่ออะไร เรียกกินข้าวไม่ได้ยินหรอ” พี่เขียงเปิดประตูแบบไม่ขออนุญาต ผมทำหน้ายุ่งใส่มันก่อนเดินตามลงไปข้างล่างแต่โดยดี พอลงไปนั่งกินข้าวกับคุณนายผมก็ช่างแมร่งเรื่องพี่ขุน เมื่อวานผมอาจจะเมามากไปจริงๆ และไม่ว่าพี่ขุนจะพูดแบบนั้นกับผมเพราะอะไรก็ช่างหัวมัน ไม่เกี่ยวกับผมนี่หว่า เชิญบ้าไปคนเดียวแล้วกัน


…แล้วคืนนั้นผมก็ฝัน...


*****


***


**


“ว่าไง หน้าเครียดแต่เช้าเชียวมึง” ไอ้หมงทักพร้อมวางกระเป๋าเป้ลงแหมะข้างๆ โต๊ะแลคเชอร์ผม 


“ยังมีหน้ามาพูด เมื่อคืนวันศุกร์มึงทิ้งกูไว้ แล้วเมื่อวานเป็นเหี้ยอะไรไม่รับโทรศัพท์”


“โอ้โห เปิดฉากมาก็หมาใส่กูเลย มึงนั่นแหละที่หนีกลับก่อนกู ห่า ยังมีหน้ามาด่า” ไอ้หมงทิ้งตัวนั่งแหมะ “กูมองหามึงอีกทีก็แมร่งหายไปไหนแล้วไม่รู้ พี่แป้งยังมาถามว่ามึงไปไหน”


“…”


“อ่ะๆ ทำเงียบ ส่วนเมื่อวานกูแบตหมด จบนะครับ” ผมไม่รู้จะตอบอะไรมันเลยพยักหน้าไปเฉยๆ  ไอ้หมงฉีกยิ้ม ยิ่งเห็นรอยยิ้มตาหยีกับเหล็กดัดฟันสีชมพูของมันผมยิ่งหงุดหงิด


“แล้วนี่เป็นไร ทำหน้าเหม็นส้นตีนแต่เช้า”


“กู…” ผมชะงัก “ช่างเหอะ มึงมาก็ดีละ กูยังไม่ได้ทำงานวิชาจารย์เอเลยว่ะ”


“เรื่องนี้นี่เอง โถ่เพื่อนจะไปยากอะไร” ไอ้หมงชูสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมา แน่นอนว่ามันเป็นสมุดงานของเพื่อนคนหนึ่งที่ทำเสร็จแล้วเพื่อมาให้พวกผมลอก ไอ้หมงชวนผมคุยเรื่องอื่นเลยทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นบ้าง แต่ไม่รู้เป็นอะไรตลอดช่วงเช้าผมก็ยังหงุดหงิดอยู่เนืองๆ  ไอ้หมงปากหมาเลยด่าว่าเมนส์ไม่มาหรือไง ได้ผลเป็นฝ่ามือที่ปัดเกรียนมันไปทีนึง


และผมก็หงุดหงิดไปจนถึงตอนเย็น และมันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ


รวมถึงในหัวที่มีแต่เรื่องพี่ขุนเต็มไปหมด


“สัสเอ๊ย!” เสียงสบถของผมทำให้ไอ้หมงสะดุ้งโหยง


“เฮ้ย วันนี้มึงเป็นเชี่ยไรเนี่ย”


“ไม่รู้ว่ะ ทำไมกูคิดแต่เรื่องพี่ขุ..” ผมชะงัก “สงสัยนอนไม่พอ กูโดดกลับก่อนแล้วกัน” ผมผละจากไอ้หมง ได้ยินเสียงมันเรียกชื่อไล่หลังแต่ไม่ได้ตามมา ทุกอย่างมันแปลก แปลกไปหมด ทั้งความคิดและความรู้สึกแมร่งวนเวียนอยู่แต่เรื่องพี่ขุนมาตั้งแต่ผมตื่นขึ้นจากความฝันเมื่อวันก่อน ความฝันซึ่งทำให้ผมต้องสบถด่าคนในฝันอีกครั้ง


“บัดซบเอ๊ย ไอ้เชี่ยพี่ขุน” 


…ฝันเปียก...


วินาทีนี้คงไม่ต้องให้บอกนะครับว่าคนในฝันเมื่อคืนเป็นใคร เล่าให้ใครฟังก็ไม่ได้ หงุดหงิดจนไม่รู้จะทำยังไงแล้วโว้ย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคนที่มักอยู่ในห้วงความคิดอยู่ตลอดแต่วันนี้บอกตรงๆ ว่าเธอชิดซ้ายไอ้รุ่นพี่เวรนั่นไปเลย


“ฮัลโหลพี่แป้ง ออกมาเจอกันหน่อยได้ไหมครับ อืม โอเค งั้นปังรอที่่ร้านเดิมนะ” เสียงหวานๆ ของพี่แป้งช่วยให้อารมณ์เย็นลง ยิ่งเธอตอบรับนัดอย่างรวดเร็วยิ่งทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นอีกหน่อย ไม่นานผมก็มานั่งแหมะที่ร้านน้ำปั่นร้านเดิมที่เคยมากับพี่แป้ง ดูดโกโก้ไปได้สองสามจ๊วบพี่แป้งก็เดินเข้ามา


“ว่าไง” พี่แป้งวางกระเป๋าลงข้างๆ  “พี่ว่าจะโทรหาเราอยู่ เมื่อวันศุกร์จู่ๆ พี่ก็หาเราไม่เจอ หายไปไหนหืม”


“เอ่อ มีธุระอ่ะพี่แป้ง โทษทีครับ ว่าแต่งานเมื่อวันศุกร์มัน...ไม่มีอะไรแปลกๆ ใช่มั้ยพี่” ผมไม่กล้าถามไอ้หมง กลัวมันจะซักไซ้ถามให้เป็นเรื่องเป็นราวอีก คนฟังเอียงคอทำหน้าคิดตาม


“หมายความว่าไง งานก็สนุกดีนะ” พี่แป้งตอบ


“เปล่าๆ  ผมแค่หมายถึง...” จะเรียบเรียงยังไงดี ผมเกาหัว “เอาเป็นว่าพี่แป้งกลับบ้านเรียบร้อยดีนะ” คนฟังยิ้มทันที


“เป็นห่วงก็พูดมาตรงๆ แค่เนี้ยะ” ผมหัวเราะแหะๆ  พี่แป้งเข้าใจว่าแบบนั้นก็ดีไป พวกเราสองคนสั่งขนมมากินอีกนิดหน่อยฟ้าก็เริ่มครึ้มพี่แป้งจึงขอตัวกลับ และทั้งๆ ที่ได้นั่งคุยกับพี่แป้งอยู่นานสองนานขนาดนี้ ในหัวก็ยังไม่วายผุดเรื่องพี่ขุนขึ้นมาเป็นระยะจนนึกรำคาญตัวเอง แถมยังรู้สึกแน่นหน้าอกแปลกๆ อีกด้วย


“ปังโอเคนะ สีหน้าไม่ค่อยดีเลย” ผมพยักหน้า แม้จะรู้ว่าตัวเองเริ่มไม่ปกติแล้วก็ตาม 


“วันนี้พี่ขุนมาเรียนป่ะพี่” พี่แป้งคนสวยส่ายหน้า “ไม่มานะ มีอะไรรึเปล่า เมื่อคราวก่อนก็ถามเรื่องขุน”


“พอดีผมยืมชีทเรียนพี่ขุนมา ไม่มีอะไร” พูดแล้วก็อยากเอาหัวโขกโต๊ะ เนียนซะไม่มีล่ะไอ้ปัง ผมกับพี่ขุนเรียนคนละเอก แถมไม่ได้สนิทอะไรกันสักนิดเดียวจะไปยืมชีทเรียนแป๊ะอะไรล่ะ พี่แป้งไม่ถามอะไรแต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา


“เอาเบอร์ขุนไปสิ 083-553-35xx” เธอยิ้ม “แล้วก็รีบกลับล่ะ ดูเหมือนฝนใกล้จะตกแล้ว” แล้วพี่แป้งก็ออกจากร้านไป ทิ้งผมไว้กับเบอร์โทรศัพท์ที่เพิ่งเมมลงเครื่องไป


*****



ฝนตกตั้งแต่ตอนสี่โมงกว่าๆ จนตอนนี้หกโมงแล้วก็ยังไม่มีทีท่าจะซาลง ผมนั่งเฝ้าบ้านอยู่หน้าทีวี พี่เขียงออกไปรับคุณนายแจ่มฟ้าที่ติดฝนอยู่บ้านป้าชื่นเพื่อนซี้ของแก นอกจากเสียงทีวีกับเสียงฝนในบ้านก็ไม่มีเสียงอื่นๆ อีก


ถึงอย่างนั้นในหัวก็ยังวุ่นวาย


ผมกดปิดทีวี เอาหน้าซุกหมอนอิง มือถือยังโชว์เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่กล้าโทร ไม่รู้จะโทรไปทำไม โทรไปแล้วจะช่วยอะไรได้ไหม ในเมื่อผมไม่เชื่อเรื่องที่เขาพูดสักนิดเลย


แต่ความรู้สึกที่มีอยู่ตอนนี้...มันยิ่งกว่าความคิดถึงเสียอีก


เปรี้ยง! เหมือนฟ้าผ่า แต่ไม่ใช่ข้างนอกหรอก ผ่าลงกลางสมองกลวงๆ ของผมนี่แหละ ตายห่า! นี่ผมคิดอะไรออกไปวะเมื่อกี้ ฉิบหายแล้ว คิดถึงหรอ จะเป็นไปได้ยังไง แต่ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกนี่มันแย่ชะมัด หรือผมควรจะไปหาหมอดี


…ติ๊ง…ติ๊ง…ติ๊ง…


เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำเอาสะดุ้ง เบอร์แปลกโชว์อยู่หน้าจอ “สวัสดีครับ”


‘ไง วันนี้ยังอยู่รอดปลอดภัยมั้ย?’ เสียงผู้หญิงปลายสายฟังดูคุ้นๆ  และผมก็นึกออกแทบจะในวินาทีถัดมา


“พี่จ้าว?” ไม่ผิดแน่ เสียงอารมณ์ดีจนน่าขนลุกขนาดนี้คงมีแต่พี่จ้าว พี่สาวของพี่ขุน ปลายสายพ่นลมหายใจเหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์


‘ก็จะใครล่ะ แล้วหลังจากวันก่อนเป็นยังไง มีอะไรผิดปกติรึเปล่า?’ ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเธอเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว 


“อึดอัด” ผมตอบ


‘ร่างกายหรือจิตใจล่ะ’


“ทั้งสองอย่าง”


‘…’ ปลายสายเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจ ‘ถ้าไม่อยากเป็นอย่างนี้ก็มาที่บ้านฉันตอนนี้ เดี๋ยวจะส่งที่อยู่ให้ จำทางมาได้นะ แค่นี้แหละ’


“เดี๋ยว”


พี่จ้าวตัดสายทันทีที่พูดจบ เพียงครู่เดียวข้อความบอกที่อยู่ก็ถูกส่งมา ผมโทรกลับหาอีกฝ่ายแต่กลายเป็นว่าเธอปิดเครื่องหนีไปแล้ว บ้าเอ๊ย! ทำไมผมต้องวิ่งเต้นกับเรื่องที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรด้วยวะ!


“พี่มะลิ ผมไปข้างนอกนะ” ผมตะโกนบอกพี่แม่บ้านที่กำลังง่วนอยู่ในครัว พี่มะลิชะโงกหน้าขาวๆ ที่พอกแป้งทานาคาเหลืองอ๋อยอยู่บนแก้มออกมาแทบจะทันที


“อ้าว ละไม่กินข้าวเย็นหรอคะ เดี๋ยวคุณนายก็มาแล้ว” ผมชอบสำเนียงไม่ชัดๆ ของพี่มะลินะ แมร่งน่าฟังกว่าเสียงทุ้มนุ่มแต่เนื้อหาสับสนฉิบหายแบบที่พี่ขุนพูดกับผมตั้งเยอะ


“ไปบ้านเพื่อนอ่ะ ฝากบอกแม่ด้วย อาจจะกลับดึก”


“จ้า”


ผมใส่รองเท้าแตะ คว้าร่ม แล้วเดินออกไปเรียกแท็กซี่หน้าตลาด ฝนตก รถติด หิวข้าว ผมเผลอหลับไปบนรถและถึงจะหลับเพียงครู่เดียวก็ยังฝันถึงพี่ขุนซ้ำอีก กว่าจะมาถึงที่หมายก็เกือบสองทุ่ม ฝนยังคงตกปรอยๆ  เมื่อกดกริ่งที่หน้าประตูบ้านหลังใหญ่เพียงครู่เดียวพี่คนงานก็วิ่งออกมาเปิดประตูเหมือนรออยู่ ผมเดินผ่านบริเวณสวนไปที่ตัวบ้าน ถึงตอนนี้ความรู้สึกอึดอัดในอกยิ่งเพิ่มมากขึ้นพร้อมกับความรู้สึกอยากเจอพี่ขุนสักทีด้วย


“มาแล้วหรอ กินข้าวด้วยกันก่อนนะ” 


พี่จ้าวทักขึ้น วันนีี้ผมพยักหน้า อย่าว่าหน้าด้านเลยครับจะสองทุ่มแล้วยังไม่ได้กินข้าวมัวเกรงใจก็เดี๋ยวจะไปลมไปเสียก่อน ป้าแม่บ้านตักข้าวให้ผม บนโต๊ะมีกับข้าวสามอย่าง


พี่จ้าวมองผมพร้อมกับกินข้าวไปด้วย “เหมือนมีน้องชายมากินข้าวด้วยเลยแฮะ” ผมเงยหน้าทันที


“แล้วปกติกับพี่ขุน?” จะว่าไปตั้งแต่เดินเข้ามาผมยังไม่เห็นพี่ขุนเลย


“ขุนอยู่คอนโด เขาไม่ชอบบ้านนี้เท่าไหร่หรอก ฉันอยู่คนเดียว” อือหือ ปัญหาครอบครัว ผมพยักหน้าไม่ถามอะไรต่อ แปลว่าที่มาวันนี้ผมเองก็จะไม่ได้เจอพี่ขุนสินะ


…ทั้งๆ ที่รู้สึกอยากเจอขนาดนี้...


“สีหน้าผิดหวังแบบนี้ คงอยากเจอขุนล่ะสิ”


“เปล่า!”


“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร มันเป็นเพราะอาคมที่นายโดน” พี่จ้าววางช้อน “ที่นายมาก็เพราะสงสัยเรื่องนี้ไม่ใช่หรอ” ผมตักต้มจืดเข้าปากเป็นคำสุดท้ายแล้วรวบช้อน กระดกน้ำเปล่าตามอีกหลายอึก โอเค ผมว่าผมพร้อมแล้ว


“พี่พูดมาเลยดีกว่า ผมโดนอะไรกันแน่ เอาตรงๆ นะผมไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้เลย”


พี่จ้าวยิ้ม “โลกนี้ยังมีเรื่องลึกลับอีกมาก” เธอตอบขณะป้าแม่บ้านเข้ามาเก็บจานอาหารบนโต๊ะเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา  “เคยรู้รึเปล่าว่าครอบครัวของขุนสมทุรรุ่นพี่ของเธอทำอาชีพอะไร” ผมส่ายหน้า บอกตามตรงว่าแทบไม่เคยคิดว่าจะต้องสนใจเรื่องพี่ขุนขนาดนี้ด้วยซ้ำ


“ธุรกิจส่วนตัว” รอยยิ้มบนใบหน้าพี่จ้าวชวนขนลุกชะมัด “ส่งออกสินค้าไสยศาสตร์และอาคม”


“เชี่ย…” ผมโพล่งออกมาทันที ขนลุกซู่ทั้งตัวแบบที่รู้แล้วว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงน่ากลัวนัก “ไม่ได้โกหกแน่นะ”


“มาถึงขนาดนี้แล้วนายเองก็ฟังให้จบๆ แล้วก็ไปจัดการเรื่องของตัวเองซะ ฉันจะไม่ยุ่งเลยถ้าคนที่โดนอาคมร่วมกับนายไม่ใช่น้องชายฉัน” ดวงตาของพี่จ้าวเรียวสวย แต่แววตาข้างในทำให้เธอดูน่าเชื่อถือกว่าอายุที่ถ้าให้เดาคงไม่ห่างจากพี่เขียงสักเท่าไหร่


“จำเรื่องที่บอกเมื่อวันก่อนได้ใช่ไหม เรื่องอาคมคู่รัก” ผมพยักหน้ารับ “ทิวโดนอาคมนี้เมื่อสามเดือนก่อน ฉันขอไม่พูดถึงกรณีนี้มากก็เแล้วกันเพราะเป็นความลับของลูกค้า เอาเป็นว่าตอนที่ขุนทำพิธีถอนอาคม กลับทำผิดพลาดจนตัวเองกับนายโดนของเข้าแทน”


ผมกลืนน้ำลายเหนียดหนืด ความทรงจำอันน้อยนิดในสมองของผมบอกว่าไม่ใช่เพราะพี่ขุนพลาด แต่เป็นเพราะผมเข้าไปยุ่งไม่เข้าเรื่องต่างหาก


“มีเสียงบทสวด พระจันทร์เต็มดวง แล้วก็มีแสงลอยออกมาจากปากทิว” ผมไล่ทวนทีละอย่างที่จำได้ พี่จ้าวพยักหน้าก่อนพูดแทน


“อย่างนั้นนายคงจะรู้อยู่แล้ว ว่ามันไม่ใช่เรื่องโกหก”


“ผมนึกว่าตัวเองเมา”


“เรื่องพิธีกรรมที่เกิดขึ้นฉันขอข้ามไปก็แล้วกัน สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือนายต้องรู้ว่าอาคมนี้จะทำให้คิดถึงคนที่จิตถูกผูกติดเอาไว้ด้วย ซึ่งนั่นก็คือน้องชายฉัน แน่นอนว่าอาการอะไรก็ตามที่เราเป็นอยู่ตอนนี้น่ะไม่ได้เป็นอยู่คนเดียวแน่ๆ ” พี่จ้าวอธิบายช้าๆ  แต่ผมรู้สึกว่าสมองผมยังประมวลช้ากว่าที่เธอพูดอยู่ดี


“ขุนเองก็กำลังรู้สึกอย่างเดียวกัน”


…รู้สึกอย่างเดียวกัน...


“อยากเจอ คิดถึง โหยหา และมันจะมากขึ้นเรื่อยๆ จนนายคาดไม่ถึง รวมถึงอาการผิดปกติของร่างกายถ้านายต่อต้านความรู้สึกที่เกิดขึ้นพวกนี้” ผมเหงื่อตก ถึงจะไม่อยากยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ 


“นี่เป็นอาคมที่รุนแรง ทิวยังไม่ยอมบอกว่าคู่อาคมของทิวเป็นใครเราจึงยังหาต้นตอของมันไม่ได้ แต่มันจะรุนแรงอยู่เพียงเก้าสิบวันเท่านั้น ถึงตอนนั้นเราจะสามารถทำพิธีถอนอาคมได้ เหมือนที่ขุนทำให้ทิว” พี่จ้าวพูด


“เก้าสิบวัน นี่ผมต้องเป็นอย่างนี้อยู่อีกสามเดือนเลยงั้นหรอ” ตลกแล้ว! ใครจะไปทนไหวกัน แค่ที่อึดอัดในอกนี่มันก็ทรมานจะแย่

“ขุนบอกนายแล้ว พวกนายต้องเจอกันทุกวัน เพื่อไม่ให้อาการรุนแรง” พี่จ้าวพูดต่อ “ยิ่งปล่อยไว้จะยิ่งทรมาน และมันก็อาจทำให้ใครสักคนถึงตาย” ผมกลืนน้ำลายเอื้อก เทียบส่ิงที่เกิดขึ้นกับตัวเองกับเหล้าฟรีที่กินในงานวันเกิดไอ้ทิวแล้วไม่เห็นจะคุ้มสักนิดเดียว พี่จ้าวมองผม ผมมองพี่จ้าว เธอถอนหายใจ


“ไปหาขุนซะฉันจะให้คนไปส่ง”


*****


***


**


ราวสี่ทุ่ม ฝนตกปรอยๆ อีกครั้ง


ผมอยู่บนรถพร้อมกับคนขับรถของพี่จ้าวที่กำลังควบคุมพาหนะเคลื่อนตัวไปบนถนน คุณนายแจ่มฟ้าโทรมาหลังออกจากบ้านพี่จ้าวไม่นาน บ่นหูชาว่าเที่ยวดึกดื่นอีกแล้ว โดนสิครับผม แต่พอแก้ตัวว่าไปหาไอ้หมงแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่บอกให้กลับเร็วหน่อยไม่ก็ค้างบ้านมันไปเลย ส่วนไอ้หมงผมก็โทรไปเตี๊ยมกับมันเรียบร้อยโดยเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนมาซักไซ้ว่าจริงๆ  แล้วผมอยู่ที่ไหน


ไอ้เวรนี่บทจะถามมากก็มากจนน่ารำคาญ บางครั้งผมนึกว่าตัวเองมีเพื่อนเป็นแม่คนที่สอง


‘บอกมาดีๆ  อย่าให้มากความ ไม่งั้นกูฟ้องแม่มึงแน่’


“นี่มึงอายุห้าขวบหรอ ปล่อยๆ กูไปบ้าง ช่วยเพื่อนแค่นี้”


‘ปัง มึงไม่ปกติเลย” น้ำเสียงจริงจังจากปลายสายทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ  “ถ้ามึงเป็นอะไรไปกูนี่แหละที่จะรู้สึกผิดที่โกหกแม่มึง’ ไอ้หมงพูดต่อ ผมเงียบ ก็จริงของมัน


“กูจะไปหาพี่ขุน คอนโดแถวทองหล่อ”


‘พี่ขุนเนี่ยนะ?’


“เออไว้กูเล่าให้ฟังทีหลัง มึงช่วยกูก่อนแล้วกัน” ผมตัดบท ได้ยินเสียงงึมงำของไอ้หมาโง่หัวเกรียนปลายสายอีกสองสามประโยคก่อนไอ้หมงจะยอมวางสาย


“ข้างหน้านี่แหละครับ ผมจะโทรบอกคุณขุนกับคุณจ้าวนะครับ ว่าคุณมาแล้ว” ผมตอบรับพี่คนขับก่อนลงจากรถ คอนโดหรูฉิบหายเลย แต่พอคิดว่าบ้านพี่แกรวยเพราะธุรกิจอะไรก็ขนลุกแล้ว


นอกจากพนักงานที่เคาน์เตอร์ บริเวณล็อบบี้ด้านล่างของคอนโดก็มีคนเข้าออกไม่มากนัก โซฟานุ่มนิ่มสบายตูดแบบที่นั่งแล้วแทบจะจมยวบลงไป ผมมองจ้องประตูกระจกบานที่ต้องมีคีย์การ์ดถึงจะเข้าได้ และเพียงไม่นานคนที่ผมรออยู่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่อีกฝั่งของประตู


ในอก....มันเต้นแรง


ผมลุกขึ้นยืนมองหน้าพี่ขุนที่เพิ่งออกมาพ้นประตู ใบหน้าของคนที่ไม่ได้เห็นกันแค่สองวันกลับชวนคิดถึงอย่างน่าประหลาด ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว จมูก ริมฝีปาก และแค่ใส่เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงนอนขายาวก็เสือกดูดีได้


“ปัง” อีกฝ่ายหันมาเห็นผมยืนอยู่อีกมุมหนึ่งก็เรียกชื่อผมทันที พี่ขุนหน้าเครียดจ้ำเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว เชี่ย! ถึงกับจะต่อยกันเลยหรอวะ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเรื่องแบบนี้เหมือนกันนะโว้ย


และทันทีที่อยู่ห่างกันไม่กี่ก้าว แขนยาวๆ นั่นก็เอื้อมมา ผมหลับตาปี๋ ตั้งการ์ดข้างหนึ่งขึ้นกั้นรับโดยอัตโนมัติ ตั้งใจว่ารับหมัดนี้ได้จะสวนกลับสักหมัด แต่สัมผัสที่ได้รับทำเอาตัวแข็งทื่อ 


ผมถูกกอด


“พี่…คิดถึงเรา”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 201 ครั้ง

384 ความคิดเห็น

  1. #360 Baeklittle (@nanoriza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 17:02

    แง๊ความคิดถึงของพี่ขุนนิรุนแรงกว่าน้องปังอีก????????

    #360
    0
  2. #325 Rmuay Jirasatitkul (@muayyyyyy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 13:31
    แง้ เพราะอาคมๆๆๆท่องไว้
    #325
    0
  3. วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:22

    ฌเฮ๊ยยยย มันดีอ่ะ

    ช๊อตสุดท้ายคือดาเมจมาก

    ชอบเรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้

    เขียนบรรยายได้นะค่ะ

    แต่ไม่ต้องย้ำเรื่องขี้ๆ บ่อยก็ได้ แห่ะๆ

    #276
    1
    • #276-1 saisaisaisai14 (@saisaisaisai14) (จากตอนที่ 2)
      3 พฤษภาคม 2562 / 22:26
      อยากโดนของกับพี่ขุนเลยจ๊ะแม่
      #276-1
  4. #264 >haruhi (@kirarijang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 19:14
    คนอ่านนี่ตายไปเลยจ้า
    #264
    0
  5. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:35
    ดาเมจแรงมากแม่
    #262
    0
  6. #248 Midories (@Midories) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:37
    อั้ยย่ะ น้องงงมาหาพี่เค้าถึงที่ อาคงอาคมก็มากั้นความฟินเลามั่ยดั้ย!!
    #248
    0
  7. #225 Prawpak (@prawpak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 23:22
    เอาแล้ววว
    #225
    0
  8. #107 alf_yakusa (@alf_yakusa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 21:53
    โฮกกกกก เขินนนน
    #107
    0
  9. #25 Lingbahh สนพ.นาบู (@nabu-palace) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 13:19
    ทิว ชั้นว่าแกไม่ได้คิดถึงพี่ขุน ชั้นคิดว่าแกเพ้อและควรไปนอนนะลูกนะ ถถถถถ
    #25
    0
  10. #18 'mamba  (@Ujiwa-Madara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 23:52
    จะพยายามมองข้ามอาคมไป555555555
    #18
    0
  11. วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 17:10
    โอ้ยยย ทำไมยิ้ม -////A////-
    #5
    0