(Yaoi) 90วัน รัก ไสย ไสย (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,433 Views

  • 328 Comments

  • 751 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    202

    Overall
    14,433

ตอนที่ 11 : Day 42 : ใครจะหนีอดีตได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    11 ส.ค. 61

Chapter 11

/Day 42/  ใครจะหนีอดีตได้



“พี่ขุน!” ผมพุ่งตัวเข้าไปดึงคนที่ล้มอยู่กับพื้นลุกขึ้นโดยไม่สนใจไอ้เวรที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลัง พอเข้ามาใกล้ขนาดนี้ถึงได้เห็นรอยแดงขนาดใหญ่กลางหลังพี่ขุนกำลังค่อยๆ จางลง มันเป็นวงกลมขนาดใหญ่เกือบเต็มหลัง ข้างในเป็นรูปปลาตัวใหญ่ถูกเขียนล้อมรอบด้วยตัวอักษรบางอย่างซ้อนกันเป็นชั้นๆ แต่ไม่ทันได้มองให้ถนัดพี่ขุนก็คว้าเสื้อเชิ้ตที่หล่นอยู่ข้างๆ มาสวมทับ


และเมื่อสบตาก็เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม


“จ้าวนาราต่างหาก” พี่จ้าวที่ยืนอยู่ที่ประตูถอดหมวกแก๊ปปล่อยให้ผมที่มัดรวบไว้ทิ้งตัวลง ผมหันไปมองไอ้อังคารที่ยังยืนค้าง สักพักมันก็เหยียดยิ้มออกมาแล้วเอามือจับหน้าผากตัวเองหัวเราะลั่น


“ฮ่าๆๆ นั่นสินะ เธอนี่มันจริงๆ เลย” มันหันกลับไปพูดกับพี่จ้าว ไอ้เวรเอ๊ย นี่มึงเอาพี่ขุนของกูมาปู้ยี่ปู้ยำแล้วยังทำท่าสบายใจเฉิบอีก ผมพยุงพี่ขุนลุกขึ้นยืนจะลากพี่แกออกจากห้องแต่กลับถูกพี่ขุนดึงไว้แทน


“พาปังมาทำไม!” พี่ขุนตวาดลั่นใส่พี่จ้าว เอ้า! นี่คนมาช่วยนะเฮ้ย “บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าให้ปังต้องมายุ่ง”


“ผมเป็นคนบอกให้พี่จ้าวพามาเอง ก็ไอ้เวรนี่” ผมชี้หน้าไอ้อังคาร “บอกเองว่าต้องการตัวพี่”


“บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าติดต่อกับมันอีก!”


“แล้วมาหามันคนเดียวทำไมเล่า!”


“ก็เพราะเราโดนผีพรายตามอยู่ไม่ใช่หรือไง!”


“มาคนเดียวแล้วเมื่อกี้ไม่ใช่ว่าจะโดนฆ่าอยู่แล้วหรอ!”


“แต่พี่ไม่อยากให้ปังต้องเข้ามายุ่งเข้าใจมั้ย!”


…แปะ! แปะ! แปะ!…


“เอ้าๆๆ พอแค่นั้นแหละ” อังคารปรบมือเสียงดังพร้อมกับหัวเราะชอบใจ ผมจะพุ่งเข้าไปหามันแต่กลับโดนพี่ขุนดึงเสื้อไว้ “เป็นห่วงกันดีจังเลยนะ แบบนี้ถึงจะถอนอาคมคู่รักก็คงไม่หายแล้วล่ะมั้ง” มันยิ้มกริ่มแบบที่น่าเอาตีนไปขยี้ปากนัก ดวงตาสีฟ้าอ่อนหันกลับไปมองทางพี่จ้าว


“ไหนๆ ก็มากันครบแล้ว งั้นฉันก็ไม่เสียเวลาเลยแล้วกัน” มันเดินวนกลับไปนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน “ฉันมีข้อเสนอดีๆ มาให้”


“กูบอกแล้วว่าไม่รับข้อเสนออะไรของมึงทั้งนั้น!” ถึงผมจะตะโกนไปแบบนั้นแต่ไอ้ดาวมฤตยูกับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด มันยกขาขึ้นมาพาดบนโต๊ะ เอนหลังกับเบาะเก้าอี้ หยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ และหยิบปืนไฟแช็คที่อยู่ในลิ้นชักออกมาจุดก่อนจะวางไว้บนโต๊ะ


“Do you remember?” มันเอียงคอไปทางปืนไฟแช็คที่วางอยู่บนโต๊ะ ผมขมวดคิ้วไม่ตอบแต่แน่นอนว่าจำได้ไม่ลืมแน่ มันคือปืนไฟแช็คอันเดียวกับที่ผมเก็บไว้ให้มันวันที่มีเรื่องที่ตลาด


“แค่เก็บมันไว้คืนเดียว พรายที่ลงคาถาไว้กับวัตถุนี่ก็จะติดตามนายไปทุกที่”


“มึง…” พี่ขุนกัดฟันกรอด สีหน้าจะกินเลือดกินเนื้อเหมือนใกล้กลายร่างเป็นยักษ์เต็มที แล้วยักษ์ก็หันมาค้อนตาใส่ผมวงใหญ่ เฮ้ยเรื่องนี้ก็สารภาพไปแล้วไงเล่า


“ส่วนพรายที่ให้ตามดูตอนนี้...ก็อยู่ที่นี่แล้ว” อังคารพ่นควันบุหรี่อย่างสบายใจ แต่กลิ่นของบุหรี่กลับหอมแปลกๆ มันเหมือนกลิ่นของไม้หอม อังคารเหลือบมองผมแล้วชูบุหรี่ขึ้นเหมือนกำลังรู้ว่าผมคิดอะไร


“ของดีน่ะ แทบไม่มีบนโลกเชียวนะ” ดวงตาสีฟ้าอ่อนเป็นประกายวาววับเมื่อหันไปมองพี่จ้าว “ไหนๆ ขุนกับจ้าวก็มาที่นี่แล้ว ฉันเองก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องใช้พรายไปตามเรื่องพวกนายผ่านหมอนี่อีก” ผมขมวดค้ิวมุ่นกว่าเดิม แปลว่าที่มันให้พรายตามผม เพราะต้องการใช้ผมเป็นเครื่องมือสืบเรื่องบ้านพี่ขุนงั้นหรอ


“ฉันจะถอนพรายให้พร้อมกับแถมอาคมคู่รักเลยก็ได้ ไม่มีอะไรยากเลย” อังคารพูดเสียงเรียบ “แต่ก็อาจจะมีแค่ เอ่อ… Side effect นิดหน่อย”


“ผลข้างเคียงอะไร?” พี่จ้าวถามกลับเหมือนกำลังสนใจ อังคารไหวไหล่พร้อมส่ายหน้า


“ไม่รู้สิ แค่อาจจะมี”


“มึงหุบปากไปเลยดีกว่า แล้วก็รีบถอนผีพรายของมึงออกจากปังซะ” สาบานว่าผมไม่เคยเห็นพี่ขุนดูน่ากลัวแบบนี้ ที่สำคัญคือไม่รู้ว่าทำอีท่าไหนก่อนที่ผมกับพี่จ้าวจะเข้ามาถึงได้ถูกคร่อมอยู่แบบนั้น “อะไรที่มึงอยากจะพูด เก็บปากไว้พูดในนรกเถอะ”


“ฉันยังไม่ยอมไปนรกแน่ถ้ายังไม่เจอจอมนที”


“จอมตายไปแล้ว มึงไม่เข้าใจหรือไง!” พี่ขุนตวาดลั่น ใบหน้าแดงกร่ำและอาจเป็นเพราะมือที่จับกันอยู่ความรู้สึกถึงได้ส่งผ่านมายังผมโดยตรง


…หัวใจ มันเจ็บปวด…


“แล้วถ้าฉันพิสูจน์ได้ว่าเขายังไม่ตาย นายจะยอมตกลงใช้ตัวเองเป็นยันต์เชื่อมต่อรึเปล่า?” น้ำเสียงที่มักพูดทีเล่นทีจริงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ดวงตาสีฟ้าอ่อนจับจ้องพี่ขุนเหมือนจะตรึงเอาไว้ 


“จะใช้ยันต์ของนายตามหาจอมให้ฉันหรือเปล่า?” อังคารใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หลังตัวเอง 


ผมเหลือบมองพี่ขุน หรือว่ายันต์ที่มันพูดถึงจะเป็นรอยแปลกๆ ที่ผมเห็นที่หลังพี่ขุนเมื่อครู่ มือที่จับกันอยู่สั่นเทาจนรู้สึกได้ ถึงจะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพูดเรื่องอะไรแต่มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ พี่จ้าวขยับเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ 


“อย่ามาพูดลอยๆ แบบนี้นะ!”


“ฉันไม่เหมือนเธอจ้าวนารา” คราวนี้อังคารกลับกัดฟันกรอด “ต่อให้จอมเป็นหรือตาย เธอก็ไม่สนใจอะไรอยู่แล้วนี่” จู่ๆ อังคารก็หยิบปืนไฟแช็คฟาดโต๊ะอย่างแรงกระแทกเสียงดัง มันบ่นพึมพำบางอย่างแต่ผมกลับไม่ได้ยิน อันที่จริงก็หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินอะไรเลยมากกว่า หูทั้งสองข้างดับสนิท ขาอ่อนแรงจนยืนไม่ไหว 


ปัง!


เหมือนจะอ่านริมฝีปากของพี่ขุนที่ร้องเรียกตรงหน้าได้ว่าอย่างนั้นก่อนที่เปลือกตามันจะหนักอึ้งจนลืมต่อไม่ไหว


แล้วทั้งหมดก็กลายเป็นสีดำ


****


***


**


ผมลืมตาขึ้นมาพบเพดานสีขาว ตรงกลางถูกเจาะติดโคมไฟสีเหลืองนวลทรงกลม 


โอเค…ประโยคข้างบนมันคุ้นเหมือนโดนก็อปปี้เพลสสินะ ผมจำได้ว่านี่คือห้องในบ้านพี่จ้าว สถานที่ที่ผมตื่นขึ้นมาครั้งแรกหลังจากโดนอาคมคู่รัก ถึงแม้ภาพทุกอย่างจะคล้ายเดิมแต่คราวนี้ผมไม่ได้โดนมัด พี่จ้าวไม่ไดทาลิปสติกสีม่วงยิ้มยะเยือกอยู่ข้างเตียงและพี่ขุนก็ไม่ได้ยืนทำหน้ามู่ทู่อยู่ตรงประตูเหมือนคราวนั้น


แต่กลับมานอนหลับสนิทจนได้ยินเสียงหายใจเบาๆ อยู่ข้างๆ 


ผมมองใบหน้าที่อยู่ห่างไปนิดเดียว คนอะไรหลับแล้วยังขมวดคิ้ว ถึงจะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่อย่างน้อยพี่ขุนก็ปลอดภัยดี ผมค่อยๆ ขยับตัวลุกจากเตียงอย่างระวังไม่ให้อีกฝ่ายตื่น เห็นกระเป๋าตัวเองวางอยู่บนเก้าอี้ก็ล้วงหาโทรศัพท์ออกมาดูเวลา


“…ฉิบหาย…” นึกอะไรไม่ออกนอกจากคำนี้เมื่อเห็นสายที่ไม่รับ 12 สายจากพี่เขียง ผมกลืนน้ำลายเอื้อก จะบอกว่ายังไงดีวะ ไปช่วยพี่ขุนจากหมอผีฝ่ายมนต์ดำมาครับ มันมีผีพรายใช้เหมือนโปเกมอน ปิกัจจูฉันเลือกนาย


“ตื่นแล้วหรอ” น้ำเสียงงัวเงียจากข้างหลังบอกให้รู้ว่าที่ค่อยๆ ย่องกลัวอีกคนจะตื่นนั้นไม่ได้ผล ผมกลับไปนั่งข้างคนที่ยังนอนเอามือนวดหัวตัวเองอยู่ พี่ขุนสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สงสารว่ะ คนอะไรขนาดหลับยังดูเหมือนเหนื่อย 


เมื่อผมชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ อีกฝ่ายก็คลี่ยิ้มออกมา


“หน้าตาสดใสเชียว” ไม่ว่าเปล่าไอ้หมอผียังถือวิสาสะดึงแก้มผมอีกด้วย “ไม่มีวิญญาณอะไรตามเราแล้วนะ” ผมเบิกตากว้าง “ไม่มีแล้ว” พี่ขุนพูดย้ำอีกทีก่อนหลังมือหนาจะไล้ไปตามโครงหน้าของผม สายตาที่มองไล่ตามมือตัวเองทำให้ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านในอก ผมจับมือพี่ขุนที่หยุดอยู่ที่ปลายคางไว้


“เกิดอะไรขึ้น?” 


แทนที่จะได้รับคำตอบ ริมฝีปากหยุ่นนุ่มกลับแนบลงมาแทน สัมผัสของมันเย็นเฉียบอย่างกับไร้ชีวิต เมื่อพี่ขุนผละออกผมถึงได้เห็นเต็มตาว่าหน้าพี่ขุนซีดยิ่งกว่าผีพรายที่ผมเห็นในฝันเสียอีก “แล้วเรื่องอาคมคู่รัก...” ความรู้สึกที่ยังเต็มตื้นอยู่ในอกบอกผมว่ามันไม่ได้หายไปแน่ๆ


“พี่ไม่ยอมให้มันใช้ไสยดำกับเราหรอก แค่ให้ถอนพรายของมันออกไปก็แค่นั้น”


“แล้วมันทำอะไรพี่?” เป็นผมที่ยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าอีกฝ่ายบ้าง แก้มเย็นโน้มลงแนบบนมืออย่างว่าง่าย พี่ขุนส่ายหน้าเป็นเชิงปฎิเสธ แต่ผมจำได้ว่าสิ่งที่ผมเห็นคืออังคารทำอะไรสักอย่างกับพี่ขุนแน่ๆ


…ผมเห็นรอยสักน้ำมันรูปปลาที่กลางหลังพี่ขุน…


…ไหนจะเรื่องคนที่ชื่อจอมนทีอีก…


“ขนาดนี้แล้ว ยังไม่ไว้ใจกันอีกหรือไง” แม้แต่ตัวเองก็ไม่คิดว่าเสียงที่พูดออกมาจะฟังดูน้อยใจได้ขนาดนั้น ผมเม้มปาก ถ้าพี่ขุนไม่เล่าอะไรเลยก็คงคาใจอยู่อย่างนี้ อีกฝ่ายมองสบตาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวจนหน้าผากพิงลงบนไหล่ผม ต้นแขนทั้งสองข้างถูกพี่ขุนจับเอาไว้ ท่ามกลางความเงียบมีเพียงเสียงลมหายใจ 


ตั้งแต่ติดอยู่ในอาคมคู่รักด้วยกันมันก็มีแต่ปัญหา แต่ทุกครั้งที่ผ่านมาการพูดคุยกันอย่างไม่ปิดบังต่างหากที่จะแก้ไขสิ่งต่างๆ ได้ ถ้าใครคนหนึ่งเก็บงำเรื่องของตัวเองเอาไว้เพียงเพราะแค่อยากให้อีกฝ่ายสบายใจ แบบนั้นต่างหากที่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง


“ให้ผมช่วยนะ” ผมพูดเสียงเบา ในเวลานี้พี่ขุนกลับดูเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็น มือที่กำรอบต้นแขนทั้งสองข้างบีบแรงขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าคมจะเงยกลับขึ้นมา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองจ้องเหมือนจะอ่านทะลุลงไปข้างใน เสี้ยววินาทีหนึ่งผมกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนถามแต่เป็นฝ่ายถูกมองหาคำตอบ


“สัญญาก่อนสิ” เสียงที่ถามกระซิบเบา “สัญญาว่าถ้าฟังทั้งหมดแล้ว เราจะไม่หนีไป” ผมรู้สึกถึงจังหวะที่เต้นตุบในอก หัวใจบีบตัวแรงอย่างที่เป็นยามอาคมคู่รักทำหน้าที่ของมัน


****


***


**


จ้าวนารามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นรถของน้องชายขับออกไปและแน่นอนว่าขุนสมุทรคงจะพาใครอีกคนไปด้วย มันมักจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่ต้องทำตามคำสั่งขุนสมุทรไม่เคยแม้แต่จะอยู่บ้านหลังนี้ต่ออีกแม้แต่วันเดียว มีเพียงเวลาฉุกเฉินหรือถูกตามตัวเท่านั้นที่อีกฝ่ายจะมาที่นี่ 


ตั้งแต่ย้ายกลับมาจากจีน บ้านที่ทุกคนโตมาด้วยกันในวัยเด็กกลับเงียบเหงาต่างจากในความทรงจำลิบลับ ในวัย 30 ปี เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองแก่กว่าอายุจริงไปไกล เรื่องเมื่อสามปีก่อนยังเป็นแผลสดเกินกว่าที่ใครหน้าไหนจะช่วยสมานได้ คงมีเพียงเธอเท่านั้นที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง


หญิงสาวหยิบกุญแจใต้แจกันดอกไม้ไขเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างหน้าต่างที่ไม่ได้เปิดมานานจนฝืด ภายในลิ้นชักมีเพียงภาพถ่ายใบเดียวนอนแน่นิ่งอยู่ด้านใน นัยน์ตาที่เหมือนน้องชายเหลือบมองสิ่งนั้นเพียงครู่ก่อนจะดันลิ้นชักปิดอีกครั้งโดยไม่ได้แตะต้องมันแม้แต่นิดเดียว


…ภาพถ่ายวัยเด็กของทั้งสามคน จ้าวนารา จอมนที ขุนสมุทร…


…รอยยิ้มแบบในภาพนั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้ว…นับตั้งแต่ใครคนหนึ่งจากไปตลอดกาล...


****


***


**


สายที่ไม่ได้รับกว่าสิบสายจากพี่เขียงทำให้เมื่อสร่างขี้ตาเต็มที่พี่ขุนก็ขับรถมาส่งผมที่หน้าตลาด อันที่จริงผมอยากให้พี่ขุนอยู่ต่อด้วยเพราะอีกฝ่ายดูท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถึงจะคุยกันอยู่นานเกือบชั่วโมงแต่เรื่องที่ค้างคาใจก็ยังมีอยู่เต็มไปหมด


สิ่งที่ได้ยินจากปากพี่ขุนวันนี้ ทำให้เรื่องผีพรายของไอ้ดาวมฤตยูเป็นเรื่องเล็กเท่าหำมดไปทันที


แต่เรื่องไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ผมต้องจัดการก่อนไปครุ่นคิดเรื่องอื่นก็คุณนายแจ่มฟ้าที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่หน้าบ้าน ในมือถือสายจูงไอ้โจ๊กเกอร์ไว้เหมือนกำลังจะพาไปเดินเล่นแต่ดันเจอผมพอดี


“แม่…” ผมเสียงเบา สังเกตระดับความโมโหแล้วอาจพอเอาตัวรอดได้ “ปังขอโทษที่ไม่ได้โทร...”


“กินอะไรมาหรือยัง?” คำถามของคุณนายแจ่มฟ้าทำให้ผมชะงัก “แม่ให้มะลิทำหมูทอดไว้อยู่ในครัว 

เอ้า...อะไรเนี่ย” ไม่รู้ทำไมผมถึงได้อยากกอดแม่นัก ตัวนิ่มๆ อุ่นๆ ของผู้หญิงที่อยู่อ้อมกอดของผมมีกลิ่นหมาอยู่ด้วย อืม สงสัยอันนี้ไม่ใช่กลิ่นแม่ แต่เป็นไอ้โจ๊กเกอร์ที่เริ่มปีนขาผมแล้วกระดึ๊บตัวด้วยความหื่นกาม 


ไอ้หมาเวร! คนเขาจะซึ้งกับแม่ซะหน่อย


“ไปอาบน้ำกินข้าวไป วันนี้มีเรียนหรือเปล่า” ผมส่ายหน้า จริงๆ มีนัดส่งงานแต่โชคดีที่ผมทำเสร็จแล้วไอ้หมงเอาไปลอกตั้งแต่อาทิตย์ก่อน งานเลยยังอยู่กับมัน 


“แล้วจะออกไปไหนรึเปล่า?” ผมส่ายหน้าอีกรอบ “ดีละ อยู่กินข้าวด้วยกันหน่อย ไอ้เขียงมันบ่นอยู่นั่นแหละว่าน้องมันหายหัว” พอผมฉีกยิ้มรับคำคุณนายแจ่มฟ้าก็จูงไอ้โจ๊กเกอร์ออกไป ผมเข้าไปในครัวก็เจอหมูทอดอยู่ในฝาชีตามที่แม่บอก และถึงจะมีกับข้าวแค่อย่างเดียวแต่มันก็อร่อยกว่าข้าวจานไหนๆ เมื่อกินที่บ้าน


ถึงผมจะมีแค่แม่กับพี่เขียง มีตลาดเป็นบ้าน ไม่รวย ไม่จน แต่ก็ไม่เดือดร้อน โดนรุมกระทืบบ้างตอนเด็กๆ แต่โตมาก็พอจะมีเพื่อนกับเขาอยู่นิดหน่อย ชีวิตไม่ได้มีอะไรน่าสงสาร อาจจะน่าเบื่อไปบ้างแต่ก็มีความสุขดี


ในใจผมนึกถึงพี่ขุนขึ้นมา


ครอบครัวของพี่ขุนที่เหมือนจะสมบูรณ์พร้อม ร่ำรวย มีพ่อ แม่ พี่ชาย พี่สาว …ใช่ พี่ขุนมีพี่ชายอีกคนหนึ่งที่ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน พี่ชายคนที่จะเป็นคนสืบทอดกิจการของบ้านตติยะฤกษ์ ถ้าเขาไม่ตายไปเสียก่อน


…จอมนที…เหตุผลที่อังคารมาที่นี่ เพราะหมอนั่นเชื่อว่าพี่จอมยังไม่ตาย


ผมรู้มาก่อนแล้วว่าพี่ขุนไปอยู่จีนตั้งแต่อายุสิบสอง แต่เพิ่งได้รู้ว่าเรื่องที่ทำให้พี่ขุนกลับมาอยู่ไทยนั่นเป็นเพราะเรื่องของพี่จอม ฝาแฝดของพี่จ้าวหายสาบสูญไปในแม่น้ำหมินเจียงเมื่อสามปีก่อนขณะที่ทำภารกิจ แน่นอนว่าการตามหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องทั้งโดยมนุษย์ธรรมดา หมอผีและวิญญาณภูตผีรับใช้ แต่ก็ไร้ร่องรอยของพี่จอมจนแม้แต่ตระกูลหมอผียังหมดหนทาง


‘ไม่เจอศพและสัมผัสไม่ได้ถึงพลังชีวิต ทุกคนสรุปว่าเขาตาย’


เมื่ออาคมคู่รักทำให้ความรู้สึกของเราผูกกันเป็นหนึ่งเดียว ทุกคำพูดที่พี่ขุนเล่าผมจึงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด 

‘แต่ตอนนี้...อังคารได้เบาะแสว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เป็นเพียงจดหมายฉบับหนึ่ง แต่พรายของอังคารก็หาตัวพี่จอมไม่พบ สัมผัสถึงพลังชีวิตเขายังไม่ได้ด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเชื่อว่าจะหาเขาเจอได้ผ่านคนที่มีพลังวิญญาณแบบเดียวกัน’


…ซึ่งก็คือพี่ขุน…


แมร่งเอ๊ย! แฟนตาซีฉิบหายเลยชีวิตมึงเนี่ย ไอ้พี่ขุน! ผมกุมขมับสาบานต่อหน้าจานข้าวหมูทอดว่าไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย และถึงบอกพี่ขุนจะบอกว่าให้ทำใจลืมเรื่องนี้ไปสักพักแล้วไปตั้งใจสอบปลายภาคอาทิตย์หน้าแต่ใครมันจะไปทำได้วะ! และถึงจะสอบเสร็จแล้วก็ใช่ว่าผมจะไม่ต้องกังวลเสียเมื่อไหร่


‘ถ้าเรื่องที่อังคารพูดเป็นเรื่องจริง ไม่ว่ายังไงพี่ก็ต้องไปตามหาเขา’ ผมนึกถึงใบหน้าพี่ขุนตอนที่พูดขึ้นมา 


        ‘แต่อาคมคู่รักที่ยังอยู่ ปังก็รู้ใช่มั้ยว่าถ้าพี่ไปจีนมันจะเป็นยังไง’ คำพูดที่ดูเหมือนว่ายังไงผมก็ไม่มีทางปฏิเสธ ใครจะไปห้ามไม่ให้พี่แกตามหาคนในครอบครัวที่หายไปได้ลงเล่า แบบนี้ผมมีทางเลือกอื่นอีกหรือไง ตอนนี้อยู่ที่ว่าจะบอกคุณนายแจ่มฟ้ากับพี่เขียงว่ายังไงดี 


****


***


**


“อะไรของมึงวะ บอกตรงๆ ช่วงนี้กูงงกับชีวิตมึงมาก” ไอ้หมงวางแก้วน้ำกระแทกแรงจนโต๊ะข้างๆ หันขวับ นี่คือปฏิกิริยาแรกที่เพื่อนสนิทรู้ว่าผมจะไปบ้านพี่ขุนที่จีนหลังสอบเสร็จ “สรุปคือมึงกับพี่ขุนคบกันอยู่ใช่มั้ยเนี่ย?”


“คือมันซับซ้อน”


“ซับซ้อนค*ยไร คบก็บอกว่าคบ บอกซับซ้อนๆ เนี่ย กูเห็นแอบแดกกันมานักต่อนัก” แล้วไอ้เวรนี่มันจะเสียงดังทำไมวะ นี่โรงอาหารนะว้อย “มึงแหละทำให้ยาก”


“ไอ้ห่า กูบอกว่าซับซ้อนก็คือซับซ้อน” ผมยื่นหน้าถลึงตาใส่มันให้หุบปากเมื่อเห็นคนอื่นเริ่มมองมา จะเล่าให้มันฟังได้ยังไงว่าเกือบสองเดือนมานี่ผมเจอกับอะไรมาบ้าง “แต่มึงต้องช่วยกูไง”


“หึ!” มันส่ายหน้า นั่งยืดตัวมองต่ำเหมือนผมเป็นเบี้ยล่าง “กูโกหกคุณนายแจ่มฟ้าให้มึงมาหลายรอบละเรื่องพี่ขุนเนี่ย เป็นพี่รหัสบ้างล่ะ มาค้างกับกูบ้างล่ะ เรื่องไปเที่ยวทะเลกันสองคนนี่กูยังไม่ได้คิดบัญชี แถมมึงยังไม่เล่าให้กูฟังสักนิดว่าระหว่างมึงสองคนมันอะไรแล้วจะมาให้กูช่วยอีก” ไอ้หมงร่ายยาว “คือมึงต้องชัดเจนกับกูก่อนไงอย่างแรก ถ้ามึงบอกว่าคบกันแต่แม่ไม่ปลื้ม คบกันแต่พี่เขียงจะยิงผัวมึง กูก็จะช่วย”


“ใคร ผัว กู” ผมแยกเขี้ยว ชักโมโหแล้วเหมือนกัน แต่กลายเป็นว่ามันเบิกตากว้างเท่าที่ตาตี่ๆ ของมันจะทำได้กลับมา


“นี่มึงเป็นผัวหรอ”


ไอ้ เชี่ย หมง!


ไม่ทันได้ด่าเพราะหมดความอดทนโทรศัพท์ผมดังขึ้นก่อน ผมชี้หน้าคาดโทษไอ้เพื่อนเวรไว้ก่อนแล้วกดรับเมื่อเห็นเป็นสายจากคนที่กำลังถูกพูดถึง รู้ดีอย่างกับมีพรายกระซิบ!


‘สอบเสร็จแล้วหรอ? ตอนนี้อยู่ไหน?’


เหลือบมองหน้าไอ้หมงแล้วก็อยากลุกไปคุยที่อื่น แต่พอผมลุกเท่านั้นแหละไอ้เพื่อนเวรก็ดึงแขนให้นั่งลงที่เดิมพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตา 


กวนตีนจริงมึงเนี่ย!


“อยู่โรงอาหารกับไอ้หมง เดี๋ยวให้ไปเจอไหน”


‘อยู่นั่นแหละ’


ไม่ทันให้ผมได้ปฎิเสธคุณชายหมอผีก็ตัดสายไปก่อน ผมมองหน้าไอ้หมง ตัดสินใจว่าจะบอกมันยังไงให้มันยอมช่วย


“คบก็บอกว่าคบ” มันเคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะ “ซับซ้อนกูไม่ช่วย กูไม่ชอบเรื่องยุ่งๆ”


“อะ…เออ..” เมื่อกี้ยังอยากตะโกนด่ามันอยู่เลยแต่ตอนนี้เสียงแมร่งหายไปไหนก็ไม่รู้ “กูคุยๆ อยู่”


“ก็แค่เนี้ยะ” มันว่าพร้อมหัวเราะเบาๆ ในใจผมรู้สึกแปลกๆ เป็นครั้งแรกที่ยอมรับกับใครสักคนว่าเรื่องของผมกับพี่ขุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แถมไอ้หมงก็ดูไม่ได้แปลกใจเท่าที่คิด “อันที่จริงพี่ขุนบอกกูแล้วล่ะ กูแค่อยากได้ยินจากปากมึง”


“ห๊ะ!” ผมชะโงกหน้าไปใกล้มันจะแทบชิด เมื่อกี้มันพูดว่าอะไรนะครับ พี่ขุนบอก...บอกอะไร กับผมเองพี่ขุนยังไม่เคยพูดชัดๆ ด้วยซ้ำว่าระหว่างเรามันยังไงกันแน่


“ใกล้ไป” น้ำเสียงที่ดังขึ้นมาพร้อมกับมือข้างหนึ่งที่ตัดฉับคั่นกลางระหว่างหน้าผมกับไอ้หมงแล้วฝ่ามือนั่นก็ดันหน้าผมให้กลับไปนั่งตรงๆ อยู่ที่เดิม “พี่หวงรู้มั้ย”


พี่ขุนยืนท้าวโต๊ะพูดพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ ลักยิ้มละลายใจพลังทำลายล้างเลเวล 99 ท่าไม้ตายประจำตัว และนั่นแหละที่ทำให้ไอ้หมงหัวเราะออกมา “ทีนี้ก็สบายใจได้ พี่ขุนเตรียมเอกสารคอร์สเรียนภาษาจีน 3 สัปดาห์ให้มึงอย่างดี ดีลให้กูไปคุยกับคุณนายแจ่มฟ้าให้เรียบร้อยด้วยตั๋วเครื่องบินไปไหนก็ได้ 2 ที่นั่ง ทีนี้มึงจะไปจีนก็ไป ส่วนกูยังไม่ได้คิดว่าจะไปเที่ยวไหนดี” พี่ขุนได้ยินก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วย


“หมง นี่มึง...” เมื่อสมองแรมต่ำเริ่มประมวนผลตาม ผมก็รู้แล้วว่าเพื่อนตัวเองโดนไอ้คุณชายหมอผีซื้อไปเรียบร้อยแล้ว!


“ไปเรียนภาษาจีน งั้นเริ่มเรียนจากอะไรดี หนี่ อ้าย หว่อ มา?” คุณชายหมอผีพูดพร้อมกับยิ้มหวานตาเป็นประกาย เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมไอ้สองคนนี้มันเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนี้


“สงสัยจะตอบว่า หว่อ อ้าย หนี่” ไอ้หมงตอบรับแล้วก็ระเบิดหัวเราะจนเหล็กดัดฟันแทบจะกระเด็นหลุดออกมา หน้าผมร้อนวูบ


…ซียูไชน่า ซี้แหง๋แก๋แน่กู…




@@@@@






สวัสดีวันหยุดค่า หายไปนานมากจริงๆ ไม่มีอะไรจะแก้ตัวค่ะ (แง) หลายคนคงลืมเนื้อเรื่องกันไปแล้วก็อยากให้ไปย้อนอ่านนะคะ T_T จริงๆ เรื่องนี้เขียนไปได้ประมาณ 80% แล้วล่ะค่ะเพียงแต่ไม่ได้มาอัพเลยเท่านั้นเอง / T_T จะพยายามกลับมาอัพให้ต่อเนื่องขึ้นน้า


สำหรับตอนนี้เราก็ได้รู้เรื่องของพี่จอมนทีกันซะที แต่โดนลากไปจีนแบบนี้เจ้าปังตอของเราจะรอดไม่รอดก็ช่วยเชียร์นางกันด้วยละกัน ฮาาา เช่นเคยค่า 1 คอมเม้น = 1 กำลังใจให้กัน (จะสาปแช่งกระต่ายดำที่มาอัพช้าก็ได้จ้ะ  5555) ชอบเรื่องนี้อย่าลืม #90วันรักไสยไสย #ขสมปังตอ ให้ด้วยน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #305 saisaisaisai14 (@saisaisaisai14) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:52
    เรืออังนทีฮะ
    #305
    0
  2. วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 18:04

    ออังคารชอบพี่นทีหรอ

    #285
    0
  3. #251 Midories (@Midories) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:28
    ไม่รอดแน่ๆน้องงง พี่เค้าพาไปฮันนีมูนถึงเมืองจีนเลย
    #251
    0
  4. #234 Prawpak (@prawpak) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:13
    ขอให้เจอพี่จอมด้วยเถอะะะ
    #234
    0
  5. #210 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 03:27
    เเหม๋ๆถ้าเรียนแบบนี้คงได้เต็ม หมงรี้เพื่อนที่ดีจริงๆ
    #210
    0
  6. #131 relis (@relis) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 12:26
    รู้ว่าช้าเลยอดใจไว้อ่านยาวๆเลยค่ะ
    #131
    0
  7. #89 Kyumingming (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 05:45

    เย้ๆๆๆๆ มาแล้วววว ขอบคุณนะคะ ตามต่อแน่นอนไม่ทิ้งงงงง

    #89
    0
  8. #88 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 20:31
    นานจนลืมจริงๆ
    #88
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #88-2 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 11)
      28 กรกฎาคม 2561 / 21:33
      อ่านใหม่กัน 5555
      #88-2
  9. #87 PapPy2 (@mikichigo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 19:45
    เชี้ยยยย อัพแล้ววววว กรี๊ดดดดดด
    #87
    1
    • #87-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 11)
      28 กรกฎาคม 2561 / 20:50
      มาแล้วววว
      #87-1
  10. #86 hidden.inthe_'VIBE' (@ygvip) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 14:40
    ยังรออยุๆ
    #86
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #86-2 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 11)
      28 กรกฎาคม 2561 / 21:32
      กลับมาแล้ววว
      #86-2
  11. #85 521earl (@521earl) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 13:19
    อ่านจบ อังคารคือใครนะลืม 5555555555 สงสัยต้องอ่านใหม่ นานมากจริงๆ แต่ตามต่อแน่นอน
    #85
    1
    • #85-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 11)
      28 กรกฎาคม 2561 / 13:37
      555555 เอาดีๆคนเขียนก็ลืมจ้าว่าอัพถึงไหนแล้ว ต้องย้อนอ่านเหมือนกัน ฝากกลับมาตามอ่านด้วยเด้อ :D
      #85-1
  12. #84 Knight_wing (@026552) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 12:05

    เย้ อัพแล้ว นึกว่าตาฝาด ดีใจมากรีบเปิดมาอ่านเลยยย????????????????

    #84
    1
    • #84-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 11)
      28 กรกฎาคม 2561 / 13:36
      <3 แง มาอัพแล้วๆ
      #84-1
  13. #83 ★cloud 9 (@sweet-smile) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 10:54
    พี่ขุนนนนนน คิดถึงเรื่องนี้มากๆๆๆเลยค่ะ ดีใจที่กลับมา &#128514;
    #83
    1
    • #83-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 11)
      28 กรกฎาคม 2561 / 13:35
      กลับมาอัพแล้วน้า กลับมาอ่านด้วยยย :D
      #83-1