(Yaoi) 90วัน รัก ไสย ไสย (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,193 Views

  • 321 Comments

  • 742 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    320

    Overall
    14,193

ตอนที่ 10 : Day 40 : ราคาของความไม่รู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    11 ส.ค. 61




Chapter 10

/Day 40/  ราคาของความไม่รู้




“…ทำไมพรายของอังคารถึงอยู่กับเรา...”


        พี่ขุนช็อค แต่ผมช็อคกว่า

ผมยังไม่ได้เล่าเรื่องไอ้ดาวอังคารให้พี่ขุนฟังแม้แต่นิดเดียว แต่นั่นไม่สำคัญเท่าสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งพูดออกมา


‘พราย’ 


(๑)  [พฺราย] น. ผีจำพวกหนึ่ง (มักกล่าวกันว่าเป็นผีผู้หญิงที่ตายทั้งกลม)

(๒) น. ต่อมนํ้าเล็ก ๆ ที่ผุดกระจายขึ้นจากนํ้า.

(๓)  [พฺราย] ว. แวววาว, พราว, พร้อย.

ลูกคำของ "พราย" คือ   พรายกระซิบ  พรายตานี  พรายทะเล  พรายน้ำ  พรายย้ำ  พรายแพรว  


ราชบัณฑิตจะแปลว่าอะไรก็ช่างแมร่งเหอะ! ผมว่าพี่ที่ขุนพูดถึงคงไม่ใช่ต่อมน้ำเล็กๆ หรือความแวววาวของไอ้เวรดาวมฤตยูแน่ๆ พี่ขุนจ้องตาผมเค้นหาคำตอบ แต่ผมจะตอบอะไรได้วะ


“…อะไร…” นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่ผมพูดออก 


“พี่เห็นเงาพรายสะท้อนจากประตู และพี่รู้ว่ามันเป็นของใคร” น้ำเสียงที่จู่ๆ ก็กลายเป็นเครียดขึงทำให้ผมต้องเรียกสติคิดตามแล้วก็ลุกพรวดจากโซฟาขึ้นมาใส่เสื้อผ้าทีละชิ้น


ผีสินะ...ถ้ามีผี ก็แปลว่าต้องเผ่น 


“ปัง! พี่กำลังถามเราอยู่นะ” พี่ขุนขึ้นเสียง ผมชะงักมือที่กำลังติดกระดุมเสื้อ


“ผมจะไปรู้หรอ! ผีอะไรของพี่อีก?” แมร่งเอ๊ย ผมก็จะเสียสติแล้วเหมือนกัน วันนี้มันอะไรกันนักหนาวะ “เมื่อเย็นก็โดนผีอำมารอบหนึ่งแล้ว แน่ใจหรอว่ามันไม่ได้เป็นเพราะพี่” ไม่ได้อยากจะโทษพี่ขุน แต่ความหงุดหงิดของผมก็ไม่แพ้พี่ขุนเหมือนกัน 


“ผีอำ? ผีอะไร!?” ถูกพี่ขุนคว้าแขนอย่างแรงผมเลยผลักอกอีกฝ่ายออกโดยอัตโนมัติ ดวงตาเรียวรีที่มองผมเต็มไปด้วยคำถาม 


“ตอนที่หลับไปมันขยับตัวไม่ได้ แต่ดันเห็นคนยืนจ้องอยู่” ผมนึกถึงภาพเมื่อตอนเย็นขึ้นมาอีกครั้ง


“แล้วทำไมเราไม่บอกพี่!”


“ก็ไม่อยากให้เป็นห่วงไง! แค่เรื่องที่บ้านพี่ก็เครียดจะตายอยู่แล้ว” ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องพูดเสียงดังขนาดนี้ แล้วทำไมขอบตาของผมมันถึงร้อนนัก ร้อนเหมือนมันจะระเบิดออกมา


…สับสนไปหมด…


ความเงียบปกคลุมรอบตัวเราครู่หนึ่ง ผมทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอีกครั้ง โซฟาที่เมื่อครู่นี้เรายังทำเหมือนคนที่รู้สึกดีต่อกัน 


“…ปัง…” เป็นพี่ขุนที่เสียงอ่อนลงก่อน “บอกพี่มาว่าทำไมพรายของอังคารถึงอยู่กับเรา” ทั้งที่ผมเองก็ตั้งใจจะบอกพี่ขุนเรื่องหมอนั่นหลายครั้งแต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่าผมปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะปิด แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึง ‘ลืม’ ที่จะบอกไปทุกครั้ง


“ไม่รู้ แล้วนี่มันยังอยู่มั้ย?”


“พรายซ่อนตัวเก่ง แต่ยังติดอยู่กับเราแน่ๆ” ถึงตอนนี้พี่ขุนที่ดูสงบลงก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง คุณชายหมอผีหันหลังให้ผมแล้วทุบกำแพงดังตึ้ง ไม่ได้แรงจนมือแตกแต่ก็คงจะเจ็บมากแน่ๆ


เป็นครั้งแรกที่เห็นพี่ขุนเป็นแบบนี้


“พี่จะถามอีกครั้ง” น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังหันหลังให้ “เรารู้จักอังคารใช่มั้ย?”


“เคยเจอกันแล้ว แต่คนที่รู้น้อยที่สุดน่าจะเป็นผมด้วยซ้ำ” ใครจะไปรู้ว่าพี่ขุนคิดอะไรอยู่ แววตาที่เต็มไปด้วยคำถามเมื่อครู่นี้ยังคงจ้องมองผมอย่างสังเกต คุณชายหมอผีเดินกลับเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เอนหลังเอาหัวหนุนพนักโซฟาแล้วปิดเปลือกตาลง


“เจอกับมันเมื่อไหร่?” ได้ยินคำถามก็รู้แล้วว่าคืนนี้คงไม่พ้นต้องคุยเรื่องนี้อีกยาว 


“สักสองอาทิตย์ก่อนมั้ง ผมมีเรื่องกับพวกนักเลงที่ตลาด เป็นมันที่เข้ามาช่วย...” ผมเริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เรื่องไอ้อังคารเข้ามาช่วยตอนโดนรุม ปืนไฟแช็คที่มันลืมไว้ บทสนทนาที่ร้านข้าวขาหมู หลายต่อหลายอย่างที่ผมเคยตั้งใจจะบอกและไม่ตั้งใจจะบอก รวมไปถึงเรื่องที่มันโทรมาวันนี้


“แปลว่าวันนี้ก็คุยกับมันแต่ไม่คิดจะบอกพี่สักคำเลยหรอ” จากความครุกรุ่นในน้ำเสียงบางทีพี่ขุนอาจจะน่ากลัวกว่าผีพรายอะไรนั่นอีก


“มันเหมือนลืมเล่าไปทุกครั้ง” อาจฟังดูเหมือนคำแก้ตัว แต่ผมเองก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง


“ลืม” พี่ขุนเอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตาสีดำล้ำลึกคู่นั้นหันกลับมามองผม “ขยับมาใกล้ๆ พี่” และแน่นอนว่าตอนนี้ผมไม่อยากจะขัดคำสั่งพี่แกแม้แต่คำเดียว แต่เหมือนขยับเข้าไปจนห่างกันแค่หนึ่งช่วงตัวก็ยังไม่ใกล้พอ พี่ขุนเลยขยับเข้ามาจนชิด มือร้อนจับหน้าผมให้หันไปมองสบตา 


มืออุ่นจัดที่ประคองใบหน้าอยู่เลื่อนขึ้นมาใช้อุ้งมือปิดตาแล้วจับหัวเอาไว้ จากนั้นผมก็ได้ยินภาษาประหลาดดังที่ข้างหู เชี่ย! พี่ขุนมันทำบ้าอะไรวะ ผมสะดุ้งผละตัวถอยห่างสุดแรงจนไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโซฟา


“เรา ‘ลืม’ เพราะถูก ‘บัง’ พรายมันตามติดถึงขึ้นบังความคิดได้แล้ว” น้ำเสียงคนพูดไม่ได้บอกว่าล้อเล่นสักนิด “ถ้าไม่แกะพรายออกจากตัวนี่ก็ช่วยได้แค่ไม่นาน เดี๋ยวมันก็จะกลับมาควบคุมเราใหม่”


หัวใจผมวูบไปอยู่ตาตุ่ม จะน่ากลัวเกินไปแล้วว๊อย! แมร่งช็อคจนพูดไม่ออก เหมือนทุกอยากจุกรวมกันอยู่ในลำคอ


“มันยากนักใช่มั้ยที่จะบอกกันตั้งแต่แรก” อยากด่าอะไรก็ด่าเลย ผมจะไม่เถียงอะไรสักคำ จะไม่พูดเลยว่าเพราะเป็นห่วงพี่ขุนตอนแรกถึงไม่อยากให้อังคารเข้าไปยุ่ง ผมนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ในหัวตื้อจนไม่รู้จะทำอะไรก่อนระหว่างใส่กางเกงแล้วเดินออกไปเลย นั่งบื้อรอผีพรายมาเกาะอีกรอบ หรือไปนอนให้ผีอำในห้อง


เวร! ไม่เห็นมีตัวเลือกดีๆ สักอย่าง


“พรุ่งนี้เราจะกลับแต่เช้ามืด” เสียงขุ่นตัดบท เจ้าของห้องพูดแค่นั้นก็ลุกเดินหายเข้าห้องน้ำไป สักพักผมถึงได้ยินเสียงฝักบัวเปิด ผมหยิบกางเกงที่หล่นอยู่ข้างโซฟาขึ้นมาใส่ เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนผีพรายจะโผล่ออกมาเหมือนเป็นแค่ความฝัน และตอนนี้ผมตื่นแล้ว 


ระหว่างผมกับพี่ขุนมีแต่เรื่องอาคมทั้งนั้น


มันคงไม่มีความรู้สึกอะไรที่เป็นเรื่องจริง


****


***


**


ตลอดทางกลับนอกจากเรื่องผีพรายเราก็แทบไม่ได้คุยอะไรกัน พี่ขุนถามเรื่องก่อนหน้านี้ว่าผมมีอะไรผิดปกติบ้างไหมรวมไปถึงนอนหลับสนิทหรือเปล่าผมเลยเพิ่งรู้ตัวว่าอาการนอนไม่ค่อยหลับที่เป็นเริ่มขึ้นตั้งแต่เจออังคารนั่นแหละ


จะบอกว่าตั้งแต่ที่ถูกผีพรายตามติดก็ไม่ผิดหรอก


แต่นอกจากเรื่องนอนไม่หลับก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พี่ขุนเลยบอกว่าจะจัดการเรื่องพรายให้เองโดยขอให้ผมใช้ชีวิตปกติเฉยๆ แต่ใช้ชีวิตปกติโดยที่รู้ว่ามีผีเกาะไปไหนมาไหนอยู่ด้วยเนี่ยนะ ตลกไปหน่อยมั้ง


หลังจากนั้นก็มีแต่ความเงียบจนเผลอหลับไป กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถึงกรุงเทพฯ ผมลงจากรถ คว้ากระเป๋าเป้จากที่นั่งด้านหลังแล้วตรงดิ่งเข้าตลาดโดยไม่พูดอะไรอีก


“กลับมาแล้วหรอ?” พี่เขียงนั่งดื่มกาแฟพร้อมเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าทีวีแต่งตัวเรียบร้อยพร้อมไปทำงาน ผมพยักหน้าเซ็งๆ “มีเรียนรึเปล่า” ซักไซ้ทำหน้าที่แทนคุณนายแจ่มฟ้าได้ไม่มีขาดตกบกพร่องก็พี่ชายผมนี่แหละครับ


“มีตอนบ่าย พี่มะลิทำกับข้าวไว้ป่ะ หิว” 


“มีแกงจืดกับหมูทอดอยู่ในครัว” พี่เขียงเอียงหัวมามองผมที่กำลังขึ้นบันได “ใครมาส่ง ขุนหรอ?” 


ผมพยักหน้าอีกครั้ง “แล้ว…เอ้า คุยกันก่อนดิ” เสียงพี่เขียงไล่หลังมาเมื่อผมวิ่งขึ้นห้องไปเลย ไม่อยากจะตอบคำถาม ไม่อยากต้องมาอธิบายเรื่องพี่ขุนอีกแล้ว ช่างไอ้หมอผีเลียหัว คิดแล้วก็หงุดหงิดโว้ย ผมล้างหน้าอีกรอบแล้วช่างใจว่าจะไปเรียนดีไหมเพราะขี้เกียจชะมัด แต่ก่อนจะตัดสินใจไม่ไปเสียงไลน์ก็ดังขึ้น



เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ:  เมียมึงไลน์หากูว่ะ


Porawat : เมียไหน


ผมพิมพ์ตอบทันที อะไรของเชี่ยหมงมันวะ


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: แหม หลายเมียนะมึงอ่ะ


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: พี่แป้ง


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: ถามกูว่าวันนี้มีเรียนมั้ย สงสัยจะไปเจอมึงว่ะ กูเดา


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: รูปหล่อกระดอเลี่ยมทอง 


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: มึงอ่ะ


Porawat : ไอ้สัส


Porawat : (สติ๊กเกอร์ตีน)


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: มึงกลับมายัง


Porawat : เพิ่งถึง เจอกันที่มอ


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: (สติ๊กเกอร์ควาย)



ผมโยนโทรศัพท์ไว้บนเตียงแล้วไปแต่งตัว ลงไปกินข้าว เล่นกับไอ้โจ๊กเกอร์จนเกือบเที่ยงถึงได้ขึ้นมาหยิบกระเป๋าเตรียมไปเรียน เห็นสายที่ไม่ได้รับสามสาย



พี่ขุน(1) พี่จ้าว(1) อังคาร(1)



เออโทรมากันครบองค์ประชุม ดึงดูดหมอผีเหลือเกินนะกู ผมยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋าไม่คิดจะโทรกลับหาใคร วันนี้เพิ่งแยกกับพี่ขุนก็ไม่ต้องเจอกันแล้ว ส่วนอีกสองคนผมยิ่งไม่อยากคุยด้วยเข้าไปใหญ่


กว่าจะถึงมหาลัยก็ต้องเปียกเหงื่อกับปัญหาการจราจรอีกตามเคย พอถึงคณะผมก็เป็นฝ่ายไลน์หาพี่แป้งก่อน



Porawat : อยู่มอป่าวครับ


อย่าว่าตอแหลเลย กับผู้หญิงผมก็ต้องพูดเพราะอยู่แล้วสิครับ อ๊ะ พี่แป้ง Read แล้ว


NNPowder : เพิ่งเลิกคลาสเลย 


NNPowder : ปังอยู่ไหน


Porawat : อยู่ใต้ตึกอ่ะ


NNPowder : กินข้าวกันมั้ย


Porawat : งั้นรอนี่นะ


Porawat : (สติ๊กเกอร์หมา)


NNPowder : (สติ๊กเกอร์เด็กผู้หญิง)


ยังไม่ทันได้ปิดไลน์ ชื่อไอ้หมงก็เด้งขึ้นมา


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: มึงถึงมอยัง


Porawat : อยู่ใต้ตึก เดี๋ยวไปกินข้าวกับพี่แป้ง


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: หลายใจฉิบหาย


เท่ๆอย่างผม ก็หมงสิครับ: (สติ๊กเกอร์เบะปาก)


Porawat : เสือก 


Porawat : มึงอยู่ไหน


“ปัง” เสียงหวานจากด้านหลังทำให้ผมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง พี่แป้งเดินยิ้มมาตรงหน้า กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกแต่มันไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกหลงใหลเธอเหมือนเดิม


“หิวยัง อยากกินอะไร?” ได้ยินคำถามเธอก็ยิ้มหวาน


“ไปป้าสงวนกัน อยากกินน้ำปั่น” ร้านอาหารที่ไม่ใช่โรงอาหารคือคำตอบของพี่แป้ง ผมตามใจเธอ 

เพราะที่ผ่านมาก็ทำตัวแย่ๆ มามากพอ ถึงตอนนี้ผมจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่แป้งเหมือนเคยแต่ความจริงที่ผมรู้ก็คือความรู้สึกที่มีกับพี่ขุนมันจะอยู่แค่เก้าสิบวันเท่านั้น


และเมื่อเข้าใจ...ซอกหลืบเล็กๆ ข้างในใจมันก็ปวดหนึบ


“สั่งเยอะไปป่าวเนี่ย” พี่แป้งทำตาโตเมื่อเห็นผมสั่งไปหลายเมนู 


“ก็ไม่เจอพี่แป้งตั้งนาน”


“ทีงี้ล่ะมาพูดดี” เธอทำหน้างอน “แต่ถามจริงๆ นะ ปังชอบคนอื่นไปแล้วใช่มั้ย?” คำถามตรงๆ ของพี่แป้งทำเอาผมสะอึก “ถึงจะไม่ได้ไปเป็นแฟนกันเราก็สนิทกันเหมือนเดิมได้นี่ ไม่เห็นต้องหลบหน้ากันเลย”


“พี่แป้งผม” บางอย่างในคอจุกตัวเป็นก้อน และแมร่งไม่ใช่เสมหะแน่นอน “ขอโทษ”


“บอกกันตรงๆ ก็จะได้ไม่ต้องอึดอัดเวลาเจอกันแล้ว อีกอย่าง...” เธอหรี่ตา “อยากให้ลองเดามั้ยว่าปังไปชอบใคร”


“แค่ก!” ผมสำลักพรวด เหมือนเห็นเศษอะไรบางอย่างสีแดงคล้ำลอยออกมาแว่บหนึ่ง “เมื่อกี้...” ผมมองโต๊ะอาหารตรงหน้า พอเห็นว่ามันยังสะอาดเหมือนเดิมก็แปลว่าผมไม่ได้ไอเป็นเลือดแบบใกล้ตายหรือมีอะไรกระเด็นออกมาจริงๆ


ใจผมร่วงไปอยู่ตาตุ่ม


เพราะสิ่งที่ผมคิดว่าตัวเองเห็น มันคล้ายกับไอ้ที่ลอยออกมาจากปากไอ้ทิววันนั้นมาก


…ดวงไฟสีแดง อาคมคู่รัก…


“โอเคป่าวเนี่ย?” พี่แป้งเอียงคอถาม ผมส่ายหน้าปฏิเสธว่าแค่สำลักน้ำเฉยๆ ทั้งที่เมื่อกี้ผมยังไม่ได้ดื่มน้ำสักอึก หลังจากนั้นอาหารก็มาเสิร์ฟพอดี ผมเลยรอดจากคำถามของพี่แป้งว่าหัวใจของผมไปอยู่กับใครกันแน่

ใครที่เอาความรู้สึกทั้งใจของผมไปเก็บไว้คนเดียว

****


***


**


จ้าวนารานั่งทำงานอยู่ในสวนเหมือนทุกวัน นอกจากเรื่องการจัดการงานแล้วเอกสารและตัวเลขบัญชีต่างๆ ก็ล้วนเป็นเรื่องน่าปวดหัว พลันสายตาก็มองเห็นรถยนต์ของน้องชายขับเข้ามาที่ประตูรั้ว เธอรู้ได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่นอน น้อยครั้งเหลือเกินที่ขุนสมุทรจะเป็นฝ่ายเข้ามาในบ้านหลังที่เขาแสนเกลียดโดยไม่ได้ถูกตามตัว 

จ้าวนาราพับหน้าจอแลปทอปปิดลง รอให้ขุนสมุทรเดินเข้ามาหา

และสีหน้าของน้องชายก็ฟ้องชัดว่ามีปัญหาแน่นอน


“มันมายุ่งกับปัง”


“ทำไมไม่นั่งลงก่อนล่ะ” ดวงตาคมไม่ต่างจากผู้เป็นน้องเหลือบมองเก้าอี้หินอ่อนฝั่งตรงข้าม และเมื่อร่างสูงนั่งลงตามคำกล่าวเธอจึงพูดต่อ “หมายถึงเคลวิน?”


“พี่รู้?” จ้าวนาราสังเกตทุกอากัปกิริยาของน้องชายและเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกำมือแน่น “พี่ปล่อยให้มันเข้ามายุ่งเรื่องของผม”


“อย่ามาโทษฉัน เคลวินไม่ได้สนใจจะติดต่ออะไรกับฉันสักนิดด้วยซ้ำ ที่รู้ว่าเขามาก็เพราะคนของพ่อบอก” เธอเสียงเข้ม “และฉันไม่รู้ว่าเขามายุ่งอะไรกับปัง” คำตอบนั้นดูจะเป็นคำถามด้วยในตัว


“มันเสนอตัวจะถอนอาคมคู่รักให้ปัง โดยไม่ต้องรอเก้าสิบวัน” คนเป็นน้องตอบ “แต่มันจะไม่มีวันได้แตะต้องปัง เรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับพี่จอมจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก” คำพูดของขุนสมุทรทำให้จ้าวนาราสูดลมหายใจเข้าลึก


…เธอไม่ได้ยินชื่อ จอมนที จากปากน้องชายมานานแค่ไหนแล้ว...


จ้าวนาราหรุบตาลงต่ำ “เขารู้เรื่องของนายกับปัง แถมยังบินมาจากจีนเพื่อเรื่องนี้น่ะหรอ”


“ใครจะไปรู้กับมันล่ะ ที่ของโดนขโมยที่โกดังก็พวกใช้ไสยดำเหมือนกัน” ขุนสมุทรเสียงขุ่น “ก็น่าจะมัน

ไม่ใช่หรือไง”


“คิดอะไรง่ายๆ ตติยะฤกษ์กับเหยียนเป็นพันธมิตรกันมานานแค่ไหน ฉันไม่คิดว่าเคลวินจะทำเรื่องแบบนั้นหรอก” หญิงสาวเคาะนิ้วกับแลปทอปเป็นจังหวะขณะครุ่นคิด “แต่จะบอกว่ามันบังเอิญไปหน่อยก็คงไม่ใช่”  


ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั่นเองโทรศัพท์ของจ้าวนาราก็ดังขึ้น หญิงสาวกดรับเมื่อเห็นชื่อที่หน้าจอคือหนึ่งในคนงานของเธอ ดวงตาเรียวรีเหลือบมองขุนสมุทรแวบหนึ่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็สนใจฟังอยู่เหมือนกัน 


‘ได้เบาะแสของที่หายไปแล้วครับคุณจ้าว’


****


***


**


“เป็นอะไรของมึงอีกอ่ะ” ไอ้หมงที่ขี่เวสป้าลายจุดมาส่งหน้าบ้านถามเมื่อผมยื่นหมวกกันน็อคคืนให้ “ไปกับพี่ขุนก็ไม่แฮปปี้ ไปกับพี่แป้งก็ไม่แฮปปี้ เอาใจยากฉิบหาย”


ผมไม่ตอบแต่ถามมันต่อว่าจะอยู่กินข้าวด้วยกันมั้ย มันส่ายหน้า แปปเดียวก็ขี่เวสป้าคู่ใจกลับออกไป ผมเดินเข้าบ้านด้วยความกระวนกระวาย ไอ้ที่เห็นเมื่อตอนกลางวันจะใช่สิ่งที่คิดหรือเปล่า แต่ถ้าใช่ ทำไมจู่ๆ ผมถึงสำลัก ‘ของ’ ออกมาได้


หรือจะเกี่ยวอะไรกับผีพรายของอังคาร


“เชี่ยเอ๊ย...” ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาแล้วก็เลื่อนโทรศัพท์ไปมา ควรจะโทรหาพี่ขุนไหมวะ แต่แมร่งไม่อยากคุยด้วยตอนนี้เลย เลื่อนรายชื่อต่อไปเรื่อยๆ จนหยุดลงที่เบอร์ใครอีกคนที่สามารถคุยด้วยได้


‘ว่าไง’ ปลายสายรับแทบจะทันที ‘เคยบอกแล้วนะว่าอย่าทำเรื่องยุ่ง’ 


ยังไม่ทันได้เล่าก็โดนด่าก่อนเหมือนทุกครั้ง เดาว่าพี่จ้าวน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว


“ผมไอ แล้วเหมือนสำลักก้อนแดงๆ ออกมา” ตรงประเด็นเลยดีกว่า 


‘ไอเป็นเลือดนี่โรคปอดแล้วนะ ไปหาหมอมั้ย?’ 


“มีแค่ผมคนเดียวที่เห็น แล้วมันก็ลอยหายไปแทบจะทันทีด้วย” หลังคำตอบก็เกิดความเงียบไปชั่วอึดใจ แล้วก็ได้ยินเสียงพี่จ้าวถอนหายใจเฮือก


‘งั้นโทรหาหมอผีก็ถูกแล้ว’ เธอว่า ‘ตอนนี้ขุนกำลังไปจัดการเรื่องผีพรายที่มันตามนายอยู่ บางทีอาจจะเป็นเพราะอย่างนั้น’


“ห๊ะ!?” ผมลุกพรวดจากโซฟา “นี่พี่ขุนไปหาไอ้อังคารหรอ?” ขาที่อยู่ไม่สุขเริ่มเดินวนไปรอบๆ “ที่ไหน? ยังไง?”


‘วางใจเถอะ นายอยู่บ้านเฉยๆ นั่นแหละจะดีที่สุด’


“แต่ไอ้อังคารมันบอกว่าต้องการตัวพี่ขุน แบบนี้ยังจะให้ผมวางใจอีกหรอ” ผมลั่น “มันไม่ได้อยากยุ่งกับผมอยู่แล้ว คนที่มันต้องการก็คือพี่ขุน มันพูดเอง”


‘หมายความว่าเขามายุ่งเรื่องอาคมของพวกนาย เพราะต้องการตัวขุน?’


“ผมก็ไม่รู้” ตอนนี้คือคว้ากระเป๋ามาสะพายเรียบร้อยแล้ว “แต่ผมต้องไปหาพี่ขุนตอนนี้” ปลายสายเงียบไปพักหนึ่งก่อนบอกว่าจะมารับผมอีกครึ่งชั่วโมง ผมนั่งรอ ยิ่งจ้องนาฬิกาเวลาก็เหมือนจะผ่านไปช้า จนโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งและพี่จ้าวบอกว่าอยู่หน้าตลาดแล้ว 


ผมกระโดดขึ้นรถคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย วันนี้พี่จ้าวแต่งตัวแปลกๆ เธอใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงสีดำสนิท มัดรวบผมซ่อนไว้ในหมวกแก๊ปสีขาว รถมุ่งออกนนทบุรี เป็นเวลาเกือบทุ่มที่เราเลี้ยวเข้าย่านอาคารพาณิชย์ที่เงียบสงัด ตึกแถวรอบข้างเปิดไฟเพียงไม่กี่ดวง


“รออยู่ที่นี่” พี่จ้าวบอกเมื่อจอดรถ “อังคาร เคลวิน เหยียน เป็นหมอผีที่ใช้ไสยดำ เขาไม่ทำร้ายฉันกับขุนแน่ๆ เพราะมันจะส่งผลถึงงานที่ทำร่วมกัน” เธอพูดต่อ “แต่กับนายฉันเองก็รับประกันไม่ได้”


“ผมเจอมันมาสองครั้งแล้ว ถ้ามันจะทำอะไรก็คง...”


“โดนผีพรายตามนี่ยังจะบอกว่าปลอดภัยอีกหรอ ที่ขุนอยู่นี่ก็เพราะนายติดต่อกับเขาลับๆ ไม่ใช่หรือไง” พี่จ้าวเสียงเข้ม ดวงตาที่มองผมดูคล้ายกับเวลาพี่ขุนโมโห “ที่พามาด้วยเพราะเห็นว่าพลังของขุนจะแข็งขึ้นเมื่อนายอยู่ใกล้ๆ หรอกนะ”


“งั้นก็ให้ผมไปใกล้กว่านี้” ถ้าไม่เห็นกับตาว่าพี่ขุนปลอดภัยผมคงไม่ยอมแน่ “ไม่ใช่ว่าที่อังคารมันต้องการคือแบบนี้หรอ ให้พี่ขุนมาหามัน เพราะเรื่องของผม” พี่จ้าวมองลึกเข้าไปในดวงตาของผม ครู่หนึ่งเธอจึงได้พยักหน้า


ผมไม่แน่ใจว่าความรู้สึกเมื่อกี้คืออะไร ความรู้สึกที่เหมือนถูกล้วงเข้าไปถึงความคิด ราวกับสายตาของเธอจะทะลุไปถึงข้างใน


“ตามมา” 


ถึงให้ผู้หญิงเดินนำหน้าจะดูไม่แมนเท่าไหร่แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา เมื่อบรรยากาศเงียบสงัดในย่านที่ไม่คุ้นเคยพาลให้นึกถึงตอนไปช่วยพี่ขุนไล่ผี แค่พี่จ้าวเดินเหยียบกิ่งไม้หัวใจผมยังกระเด้งหล่นไปถึงตาตุ่ม เราหยุดที่หน้าตึกหลังหนึ่ง มันดูเหมือนอาคารสำนักงานทั่วไปที่ปิดทำการ ประตูเหล็กม้วนปิดสนิทแบบที่ผมนึกไม่ออกว่าจะเข้าไปยังไง ผมมองไปที่ระเบียงชั้นบน บางทีอาจจะต้องปีนต้นไม้ข้างตึก หรือไม่ก็หาเชือกผูกไต่ขึ้นไป ผมหันไปมองหน้าพี่จ้าวเป็นเชิงถาม 


“โง่จริง ไปกดกริ่งสิ”


“ห๊ะ?” 


“ตรงนั้นไง” พี่จ้าวชี้ไปที่กริ่งข้างประตูหน้าตาเฉย เมื่อเห็นว่าผมยังยืนนิ่งเธอก็เดินไปกดเอง เดี๋ยวๆ นี่เราไม่ได้แอบมาช่วยพี่ขุนจากเหล่าร้าย ต้องซ่อนตัว ปีนกำแพง ตีลังกาข้ามโต๊ะ กระโดดเกาะหลอดไฟอยู่หรอ ผมเลิ่กลั่กเพราะพี่จ้าวไม่กดแค่ครั้งเดียว แต่กดย้ำๆ แบบกวนตีนฉิบหาย


“พี่จ้าวผมว่า...”


ครืดดด....


ประตูถูกเปิดจากด้านใน ผมอ้าปากค้างเมื่อเห็นพี่ล่ำกล้ามโตยืนกอดอกอยู่หลังประตู ใบหน้าดุดันหันมาทางผมแล้วจ้องเขม็ง ถึงหน้าตาจะกวนตีนแต่สาบานว่ากูไม่ใช่คนกดกริ่งเมื่อกี้


“ฉันตามขุนสมุทรมาพบเคลวิน เขาอยู่ไหน” พี่จ้าวถามเสียงเรียบ พี่ล่ำมองประเมิณเราสองคน “ฉันมาสายไปหน่อย แต่ตามนัด น้องชายฉันล่วงหน้ามาก่อนแล้ว” พี่จ้าวอธิบายต่อ ผมไม่รู้หรอกว่าเธอพูดจริงหรือเปล่าแต่ถ้าพี่ขุนอยู่ที่นี่ที่เธอพูดก็น่าเชื่อถืออยู่ พี่ล่ำพยักหน้าให้เราเข้าไปข้างในแล้วก็ดึงประตูเหล็กม้วนลงล็อคกุญแจจากด้านใน


ผมกลืนน้ำลายเอื้อกเมื่อเห็นยันต์สีแดงขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือแปะเต็มกำแพงสีดำสนิท มันเป็นตัวอักษรจีนหวัดๆ เหมือนในหนังสยองขวัญ แต่ละแผ่นเขียนตัวอักษรที่ต่างกันไป จนสายตาเหลือบไปเห็นกรอบรูปอีกฝั่งของผนัง ข้างในเป็นรูปเงาดำที่เหมือนโครงร่างของมนุษย์แต่สัดส่วนโย้เย้ไม่เป็นคน


พ่อแก้วแม่แก้ว…นี่ผมพาตัวเองมาอยู่ในที่แบบไหนอีกแล้ววะ


“ทางนี้” พี่ล่ำพูดน้อยเดินนำเราไปด้านในอาคาร เราขึ้นลิฟต์ตัวเล็กติดกระจกรอบด้านไปยังชั้นสาม ผมมวนท้องเกินว่าจะมองเงาสะท้อนจากกระจก เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกพี่ล่ำก็ไม่ได้ออกมาด้วย “มีอยู่ห้องเดียว”


แล้วก็เหลือแค่ผมกับพี่จ้าวนารา


ทางเดินสั้นๆ นำเราไปยังประตูบานหนึ่ง และเมื่อเราหยุดยืนหน้าห้องก็ต้องชะงักเพราะได้ยินเสียงโครมครามจากด้านใน ผมเปิดประตูพรวดทันทีโดยไม่ได้เคาะ 


ภาพที่เห็นทำเอาอ้าปากค้าง ไอ้อังคารกดหน้าพี่ขุนลงกับพื้นในสภาพทึ้งเส้นผมเอาไว้ อีกมือหนึ่งถูกจับไพล่หลัง ที่น่าตกใจกว่าคือเสื้อพี่ขุนหายไปไหนก็ไม่รู้ ผมเห็นกลางหลังพี่ขุนเป็นรอยแดงขนาดใหญ่ดูเหมือนรูปอะไรบางอย่าง


“ปัง…” พี่ขุนที่หน้าแนบอยู่กับพื้นพรมเบิกตากว้างเมื่อเห็นผม แต่คนที่ตาตี่ๆ แทบจะหลุดออกมาคงเป็นไอ้เวรตะไลดาวมฤตยูมากกว่า มันมองเลยผมไปยังพี่จ้าวที่ยืนอยู่ด้านหลัง มือที่จับล็อคพี่ขุนอยู่ปล่อยออกโดยอัตโนมัติ


“…จอมนที…”



@@@@@



สาบานว่านี่เพิ่งวันที่ 40 หรอ ทำไมมีเรื่องปวดหัวทุกวันอย่างนี้ล่ะปังตอเอ๊ย แล้วนี่อะไร แล้วทำไมพ่อดาวมฤตยูมาปู้ยี้ปู้ยำพี่ขุนของน้องเยี่ยงนี้คะคุณผู้ชม ฮีจะมาไม้ไหนอีก T_T 

ฝากกำลังใจไว้ให้กันได้เช่นเคย ช่วงนี้งานยุ่งๆ อาจจะมาอัพช้าหน่อยแต่สัญญาว่าจะมาแน่นอน อยากทวงอยากทุบไหดองอัญเชิญได้ที่เพจเลยจ้า 5555 <3

Blackbunny

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #304 saisaisaisai14 (@saisaisaisai14) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:36
    งงเลยย
    #304
    0
  2. วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 17:37

    ออะไรว้าาา

    #284
    0
  3. #233 Prawpak (@prawpak) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 23:58
    เอ๊ะะะะ อะไร ยังไง !?
    #233
    0
  4. #80 ` l ♔ ßrietta™ (@nanaya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 00:57
    ค้างงงงงงงฮือออออออ รอต่อนะคะอย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนน
    #80
    1
  5. #77 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:09
    เรื่องนี้ไม่อัพเลย...นานจนจะลืมเนื้อเรื่องหมดแล้ว
    #77
    1
  6. #75 Ms.Bean (@chelle_tmj) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 02:06
    เดี๋ยวได้ลอยอังคารปลิวกลับดาว
    #75
    0
  7. #74 BLKPeaRL (@pearllady) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 23:15
    ตื่นเต้นกับความคิดปังจริง ๆ มโนขั้นสุดมาก รอตอนต่อไปค่าาา
    #74
    1
    • #74-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 10)
      24 ตุลาคม 2560 / 09:36
      เรื่องมโนนี่ยกให้ปังตอเค้าเถอะ ขี้เวอร์มาก :D
      #74-1
  8. #73 Inn1427 (@Inn1427) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 07:25
    พี่จอมช่วยกระทืบอิอังคารทีค่ะ กราบ
    #73
    1
    • #73-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 10)
      24 ตุลาคม 2560 / 09:35
      ตุบตับแน่ๆ ตอนหน้า T_T
      #73-1
  9. #72 UnBer (@UnBer) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 23:24
    ไรท์จ๋าพึ่งมาอ่าน คือมันสนุกมาก เจ๋งมาก อยากอ่านต่อมากเต็ม10เลย!!! นี่ก็ลุ้นกับตัวละครว่าห้ะ อะไร ยังไงแน่ 5555
    #72
    1
    • #72-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 10)
      24 ตุลาคม 2560 / 09:34
      ขอบคุณค่า ฝากติดตามกันต่อด้วยน้า <3
      #72-1
  10. #71 Kyumingming (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 23:14
    มาแล้วววคิดถึงมาก

    อีตาดาวอังคารแอบชอบพี่ขุนป่าวเนี่ย
    #71
    1
    • #71-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 10)
      24 ตุลาคม 2560 / 09:34
      หรือจริงๆ พี่ขุนจะเป็นนายเอก...//เดี๋ยวๆ
      #71-1