[Fic Reborn]หยุดสงคราม แล้วเธอกับฉันมารักกัน G27,ASa

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 14 ASa : งานเลี้ยงที่ไม่คาดคิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 เม.ย. 60

ตอนที่ 14 ASa : งานเลี้ยงที่ไม่คาดคิด

ALUDE : SAY

ผมยืนแอบฟังการสนทนาของซาเซียกับสึนะโยชิตรงมุมทางเลี้ยวของทางเดิน มันทำให้ผมรู้ว่า ' สึนะโยชิ คือ เด็กผู้หญิง '

(ค่ะ ไม่มีใครค่ะคุณซาเซีย แล้วสถานการณ์ทางนั้นเป็นยังไงบ้างค่ะ)

" อืม..ดีมากๆ ก็นะ! เฮ้อ!ดูเหมือนเจอปัญหาน่ะ ตอนนี้ฉันกับคุณอเลาดี้ต้องเล่นสวมบทบาทกันเพื่อทำภารกิจนี้ให้คล่อง จริงด้วยนะสึนะ...ภารกิจของฉันไม่ต้องใส่ใจหรอกไม่ต้องกังวลด้วยนะ ฉันจะพยายามเต็มที่นะแล้วก็ที่ฉันโทรมาก็เพราะจะมาเตือน ระวังตัวด้วยนะ...ถ้าคนคนนั้นรู้ความจริงหละก็....ให้เขาเลือกว่า ' จะให้ใช้ร่างนี้ ' หรือ ' ร่างจริงกันแน่ ' ให้เขาตัดสินใจ ฉันโทรมาก็มีเท่านี้หละจ๊ะ ไปล่ะนะสึจังดูแลตัวเองด้วย "

(ค่ะ คุณซาเซีย)

' ถ้าคนคนนั้นรู้ความจริง? คงหมายถึงพรีโม่สินะ ใช้ร่างนี้? ก็คงให้เลือกว่าจะให้ปลอมตัวต่อหรือไม่สินะ ' ระหว่างจากคาดเดาของผมนั่นซาเซียก็ได้ตัดสายทิ้งเรียบร้อย ตอนนั้นเองที่ผมก็เข้าไปทักจากด้านหลังเธอ

" สึนะโยชิเป็นผู้หญิงสินะครับ "

" !? คุณ..คุณอเลาดี้ แหะๆ^^;; "

" ตอบผมมาสิครับ "

ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอ จนเธอถอยไปหนึ่งก้าว ฮึ!คิดหนีหรอ..หนีผมไม่ได้หรอกผมเริ่มก้าวทีละก้าวตามที่เธอพยายามหลบผมจนเธอชิดกับกำแพงผมจึงล็อกตัวเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ไปไหนอีกและใบหน้าของเธอตอนนี้ดูซีดลงเล็กน้อย ผมทำให้กลัวหรือเปล่านะ

" ตอบมาสิครับ ซาเซีย "

" ....อืม..ค่ะ สึจังเป็นผู้หญิง "

" แล้วทำไมให้ปลอมตัวล่ะ "

" ฉันเลือกสึจังมาเป็นผู้ติดตามของฉันค่ะ และด้วยทางคฤหาสน์มีการฝึกเข้มงวดด้วยแล้วแม้กระทั่งผู้หญิงก็ต้องถูกฝึกให้เหมือนผู้ชาย จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปลอมตัวเองให้เหมือนผู้ชายซึ่งแน่นอนว่าผู้หญิงทุกคนที่ถูกฝึกต้องรู้วิธีในการปลอมตัวค่ะ ทีนี้ให้ฉันออกไปได้หรือยังหรอค่ะ ^^;; "

เธอพูดอย่างนั้นก่อนจะทำให้ผมนึกได้ ผมล็อกตัวเธอเอาไว้ในเพียงไม่กี่คืบ....ผมยังไม่ตอบเธอแต่ผมกำลังอยากแกล้งเธอนิดหน่อยผมเลื่อนตัวเองเข้าไปใกล้ใบหน้าเรียวที่ตอนนี้แสดงสีหน้าที่ติดแดงนิดๆคงจะเขินสินะก่อนที่ผมจะซบลงที่ไหล่เล็กๆของเธอพร้อมกับกระซิบข้างๆใบหูของเธอ

" งั้นหรอ แล้วเธอคงไม่ได้เป็น ' ผู้ชาย ' ใช่ไหมซาเซีย "

ผมรู้นะว่าตัวเองทำอะไรแต่ผมแค่อยากแกล้งร่างเล็กอย่างเธอบ้าง กลิ่มหอมแชมพูของเธอแตะจมูกของผมมันทำให้ผมเคลิ้มไปนิดนึงเลยล่ะก่อนที่มืออีกข้างที่ล็อกตัวเธอไว้จะเอามือมาเล่นปอยผมทำเอาเธอทำหน้าเขินอายจนเธอจับมือหนาของผมเอาไว้และบอกด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

" เอา...เอาเป็นว่า...ฉันไม่...ไม่ได้เป็นผู้ชาย...แน่นอนค่ะ/// อีกอย่างคุณอเลาดี้คิดจะทำอะไรค่ะเนี้ย/// "

" แค่แกล้งน่ะ "

บอกแค่นั้นแล้วยิ้มที่มุมปากเธอก็ทำหน้ายิ้มนิ่งๆและพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะแนะนำผมไปนั่งอ่านเอกสารที่ผมถือมาให้ไปอ่านที่สวน เธอบอกแค่นั้นและเดินนำผมไปทันที ผมหัวเราะในใจด้วยอาการแปลกๆของเธอ

' ไม่ว่าทำใบหน้าแบบไหน ท่าทางอะไรก็น่ารักดีนะ ซาเซีย '

ผมจึงเดินตามไปทันที
.
.
.
.
.
.
ณ สวนหลังบ้านพัก

สวนที่หลังบ้านพักแห่งนี้มีสายน้ำที่ถูกทำเป็นธารน้ำตกเล็กๆให้ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ ผมที่อยู่ท่ามกลางสวนที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพรรณกลิ่นของมันชวนให้เคลิ้มไปกับการพักผ่อนมากทีเดียว และ....กลิ่นนี้เหมือนกับเด็กคนนั่น ซาเซีย

" มาแล้วค่ะ ^^ รับน้ำชากับขนมหน่อยนะคะคุณอเลาดี้ อ่อ...นี่ก็เป็นกองเอกสารที่ฉันคาดว่าควรอ่านไปด้วยน่ะคะ "

เธอว่าก่อนจะนำชุดถ้วยชาสีขาวสะอาดตาลวดลายข้างถ้วยเป็นลูกไม้สีสวยมันทำให้เข้ากับบรรยากาศรอบข้างเลยล่ะ ผมละจากเอกสารมองชุดถ้วยชาสองชุดที่วางลงตรงหน้าผมและที่นั่งเธอ เธอค่อยๆรินน้ำชาที่เธอพึ่งเป็นคนชงมาจากกาน้ำสีขาวซึ่งลวดลายของมันไม่ต่างจากชุดถ้วยชาที่วางไว้เลย ผมเหลือบมองใบหน้าด้านข้างที่ตอนนี้อมยิ้มระหว่างรินชาให้ทั้งสองชุดเมื่อรินเสร็จทั้งสองใบแล้วเธอจึงวางกลับที่ของมันนั่นคือ รถเข็นที่เข็นชุดชามาพร้อมกับเอกสารที่อยู่ด้านใต้รถเข็นก่อนจะยกจานที่ใส่คุ้กกี้ซึ่งมีสองรสอย่างเห็นได้ชัดจากนั้นเธอก็ย่อตัวเพื่อเอาเอกสารออกมาและวางไว้ตรงที่ยังว่างอยู่ในส่วนของโต๊ะ โต๊ะนี้สามารถนั่งได้พร้อมครอบครัวหนึ่งเลยล่ะนะก็เลยมีที่พอวางกองเอกสารนี่ ผมที่เห็นเธอนั่งตรงข้ามผมแล้วจึงยกถ้วยชามาเพื่อลิ้มรสของชาที่ชงมาให้ เมื่อผมดื่มไปได้อึกหนึ่งผมก็ลดลงบนจานรองและวางลงกับโต๊ะตามเดิมซึ่งการกระทำของผมอยู่ในสายตาของเธอตลอด นี่เธอจ้องผมทำไม? ไม่รอให้ผมต้องถามเธอก็ถามผมมาแทน

" เป็นยังไงบ้างค่ะ ^^ ชานี้น่ะฉันชอบมันมากเลยค่ะ ถึงจะจืดและดูเข้มไปหน่อยแต่ฉันชอบมันมากเลย ถ้าคุณอเลาดี้ไม่ชอบจะลองเติมน้ำตาลก็ได้นะคะมันจะทำให้ดีขึ้น "

" ไม่หรอก ผมก็ชอบชาที่รสเข้มเหมือนกัน ถ้าให้ผมเดาคงจะเป็นชาญี่ปุ่นสินะ แบบดั้งเดิมของมันด้วย "

ผมตอบพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กน้อย เธอหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมาอย่างเช่นเคย พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสนั่น....

" ค่ะ ^^ คุณอุเกทสึคงจะเคยชงให้ใช่ไหมค่ะ "

" ไม่เชิงหรอก รสชาติของชาของเธอกับหมอนั่นต่างกัน ดูๆไปแล้วของเธอจะเข้มกว่าของหมอนั่น "

" หรอค่ะ อ่ะ!งั้นเรามาอ่านเนื้อหาในเอกสารต่อเถอะค่ะ "

ว่าแล้วเธอก็เริ่มอ่านเอกสารพร้อมกับทานของว่างซึ่งเป็นคุ้กกี้ที่เธอทำนั้นล่ะ ผมจึงลองทานบ้างและเมื่อทานชิ้นหนึ่งผมก็รู้สึกว่ามันอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อว่าทำมาจากเด็กคนตรงหน้า ก่อนหน้าที่ผมจะเจอพวกซาเซียผมเคยได้รับกล่องขนมที่มาจากอังกฤษซึ่งคนที่ให้ผมไม่ใช่ใคร หมอนั่น...ดันเต

' เฮ้! อเลาดี้!ฉันเอาของฝากมาจากอังกฤษล่ะ พอดีฉันไปทำธุระที่นั่นมาน่ะ '

' อะไรล่ะ ถ้าเป็นของไม่ดีผมจะขย้ำคุณนะ '

' ใจเย็นๆสิ ^^;; เอ้า!นี่เป็นคุ้กกี้ที่อร่อยที่สุดเลยล่ะนะ เชื่อฉันสิฉันทานมากกว่า 2 กล่องเลยล่ะ ฉันชอบรสชาติของมันมากเลยนะ '

หมอนั่นว่าก่อนจะส่งมาให้ผม ผมมองก่อนจะรับมาและทานแต่ทานหลังจากหมอนั่นไปแล้วล่ะนะ หลังจากที่ทานไป...

' ก็ใช้ได้นี่นา '

ว่าแล้วผมก็เผลอทานจนหมด...วันนั้นผมจึงไม่ลงไม่ทานของว่างเลยล่ะ กลับมาที่ปัจจุบันผมส่ายหัวเพื่อไล่ความคิดไป ก่อนจะสนใจกับเอกสารต่อแต่ในใจก็คาเรื่องคุ้กกี้อยู่ดี ทำไมเธอถึงทำขนมชิ้นนี้ได้อร่อยเหมือนกับขนมที่หมอนั่นที่ซื้อมาฝากเลยนะ ระหว่างที่คิดเธอเห็นว่าทำสีหน้าแปลกๆ(มั้ง)เธอจึงถามขึ้น

" เอ่อ...คุ้กกี้กลิ่นมันแปลกๆหรือรสเลี่ยนเกินไปหรอค่ะ "

" เปล่า...ไม่เลย รสบัสเตอร์กับรสช็อกโกแลตเป็นรสที่นิยมอยู่แล้ว "

" หรอค่ะ....ดีใจที่ชอบนะคะ แต่คุณอเลาดี้ทำท่าจะคาใจอะไรอยู่ก็เลยกังวลน่ะค่ะ "

ซาเซียพูดออกมาตามความรู้สึกที่เธออยากจะบอกกับผม ผมไม่ตอบอะไรแต่หยิบคุ้กกี้มาอีกชิ้นคราวนี้เป็นรสที่เธอน่าจะชอบเพราะเห็นทานเยอะกว่านั่นคือ ช็อกโกแลต ผมทานมันจนหมดชิ้นนั้นและดื่มชาตามเมื่อผมลดถ้วยชาลงกับจานรองอีกครั้งผมก็ถามไปตามความรู้สึกที่คาใจ ' ในเมื่อเธอพูดตามความรู้สึกมาผมก็ถามบ้างล่ะนะ '

" แล้วเธอทำคุ้กกี้นี่เองหรอ จะว่ายังไงดี...รสชาติเหมือนกับคุ้กกี้ที่ติดดาวระดับ 5 น่ะ "

" ....ค่ะ ฉันทำเอง...แต่รสชาติขนาด 5 ดาวเลยหรอค่ะ ฉันก็แค่ทำตามสูตรของคุณแม่ที่เคยจดเอาไว้ตั้งแต่เด็กๆแล้วน่ะค่ะ "

' งั้นเองหรอ ' ผมหลับตาก่อนจะทานต่อ เวลาผ่านไปราวๆ 2 ชั่วโมงได้แล้วหลังจากที่อ่านเอกสารทั้งหมดซาเซียที่ลุกขึ้นและทำท่าทางยืดเส้นยืดสายคงจะเมื่อยสินะ ผมว่าก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นอีกครั้งแต่ต้องหยุดก่อนเพราะว่าน้ำชาในถ้วยผมหมดแล้วนั่นเอง ผมจึงลุกขึ้นยกกาน้ำมาเติมอีกครั้งนี่คงเป็นรอบที่ 3 แล้วล่ะนะ เมื่อรินจนเกือบเต็มถ้วยชาแล้วจึงวางในที่ของมันก่อนที่ผมจะยกถ้วยชานั้นขึ้นเพื่อดื่มจังหวะนั้นเองที่ผมยกดื่มก็พบว่าเธอกำลังนั่งพิงกับโคนต้นไม้ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่บังแดดให้อย่างดีเธอที่อยู่ในชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนท่อนบนเป็นส้มอ่อนซึ่งตัดกันแต่เข้ากันเป็นอย่างดี ก่อนจะมองขึ้นไปบนต้นไม้ผมหยุดมองราวกับถูกสะกดไว้.....ไม่รู้ว่านานเท่าไรนะ เพราะรู้ตัวอีกทีเธอก็หันมาสบตากับผมก่อนจะตบที่นั่งตรงพื้นหญ้าข้างๆให้มานั่งด้วยกัน ' นี่คือเด็กผู้หญิง/// ' ผมแอบคิดว่าตอนนี้ใบหน้าของผมคงมีสีแดงๆมาแต่งแต้มบนใบหน้าแน่นอน ผมเดินตรงไปนั่งข้างๆตามที่เธอบอกหลังจากที่วางถ้วยชาไว้บนโต๊ะเมื่อครู่เมื่อลงมานั่งข้างแล้วเธอก็ชวนให้มองไปบนท้องฟ้าในเวลานี้คือเวลาเย็นแล้วหรือก็คือเวลาประมาณบ่ายสี่โมงเย็นอากาศก็กำลังดีถือว่าบ้านพักที่นี่ใช้ได้เลยทีเดียว ซาเซียเล่าเรื่องอะไรไปเรื่อยๆส่วนผมทำแค่ฟังผมแอบมองด้านข้างของเธอขณะเล่าไปเรื่อยๆ....ราวกับถูกสะกดอีกครั้งและครั้งนี้มันทำให้ผมรู้สึกดีกว่าเป็นไหนๆเหมือนกับว่าถ้าผมไม่จดจำเอาไว้ดีๆล่ะก็.......ผมต้องสูญมันไป
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หลายวันต่อมาก็มาถึงวันที่ต้องไปงานเลี้ยงที่ว่า

ณ ห้องพักของซาเซีย เวลา 19.00 น.

หลังจากที่พวกผมทานอะไรรองท้องสำหรับก่อนไปเข้างานผมก็ถูกซาเซียและฟูยุเพื่อนของเธอจัดชุดสูทและทรงผมให้ใหม่ จริงสิ...คงยังไม่ได้บอก..ว่าเรื่องสวมบทบาทนั้นผมกับซาเซียถูกให้รับบทเป็น ' คู่รัก ' เพื่อเป็นตัวแทนเข้างานของแฟมิลี่ของเธอซึ่งผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกอย่างน้อยเธอก็อยู่ในสายตาผม หลังจากจัดทรงผมให้ผมใหม่ซาเซียก็หายไปใส่ชุดเดรสของเธอเพื่อนของเธอจึงเข้ามาดูผมแทน ถ้าถามว่าผมรู้สึกยังไงเมื่อเห็นเพื่อนของซาเซีย...ผมรู้สึกว่าเธอพยายามเตือนผมเกี่ยวกับซาเซีย ผมจึงนิ่งๆและจ้องมองกลับเพราะเธอ ฟูยุเป็นคนเริ่มจ้องก่อนจนเธอเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับจะให้ผมกับเธอได้ยินเท่านั้น

" นี่...ฉันไม่รู้ว่าคุณรู้จักซาเซียมากแค่ไหน แต่ขอล่ะนะช่วยอย่าให้เธอทำอะไรเกินตัวเธอที "

" ทำไมไม่บอกเธอเองล่ะ "

" ถ้าบอกได้ฉันคงไม่บอกให้คุณดูแลเพื่อนฉันหรอก เท่าที่ฉันรู้จักเธอมาไม่เคยมีใครในบรรดาผู้ชายน่ะนะทำให้เธอดูรู้สึกโล่งใจเท่ากับคุณเลย "

ฟูยุเอ่ยด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ งั้นเองหรอ..ถ้าผมทำให้เธอรู้สึกไร้กังวลได้ผมก็ขอปกป้องเธอล่ะนะ ผมไม่ได้กล่าวออกไปแต่พยักหน้ารับตอนนี้ผมอยู่ในชุดสูทสีดำซึ่งเป็นเสื้อตัวนอกส่วนตัวในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนคไทสีดำและทับด้วยเสื้อนอกสีดำที่กระเป๋าเสื้อตรงอกด้านซ้ายของผมติดดอกกุหลาบขาวซึ่งเป็นกฏในบัตรเชิญว่าให้ผู้ชายปักกุหลาบขาวในงานส่วนผู้หญิงเป็นแดง ชมพูหรือขาวก็ได้ แต่ด้วยพวกเราเป็น ' คู่รัก ' จึงตกลงปักดอกกุหลาบสีขาวทั้งคู่ ผมเช็คสภาพตนเองผ่านกระจกมองดูทรงผมใหม่ที่ถูกให้ใส่วิกผมสีน้ำตาลเข้ม มองๆไปแล้วผมอยากพูดกับตัวเองว่า ' คิดได้ยังไงมาปลอมตัวแบบนี้เนี้ย ' ยังไม่ทันทีจะเช็คดีเสียงซาเซียที่เดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดทำให้ผมถูกสะกดอีกครั้ง เธออยู่ในชุดเดรสราตรียาวแบบชายกระโปรงยาวไปถึงพื้นสีเบจแขนเสื้อแบบกุด บริเวณเอวคอดของเธอมีเข็มขัดทอแสงเงาระยิบระยับ เธอสวมสร้อยไข่มุกสีขาวอมชมพูและเครื่องประดับผมรูปผีเสื้อซึ่งเป็นเพชรสีขาวบริสุทธิ์ที่เข้ากับดอกกุหลาบสีขาวที่ปักอยู่ทางด้านซ้ายของเธอ ผมที่มองเธออยู่พยายามทำสีหน้านิ่งเอาไว้เพราะไม่อย่างนั้น....ผมคงหาว่ามองสัดส่วนเธอแน่ๆเลย

" ดูเป็นยังไงมั้งหรอฟูยู ^^// ตอนนี้ฉันรู้สึกหวิวๆมากเลย "

" งั้นหาผ้าคลุมหน่อยดีไหม เป็นแบบบางๆน่ะ "

" อือๆ^^ "

เธอพยักหน้าก่อนที่เพื่อนของเธอจะเดินหายไปทิ้งไว้เพียงเธอกับผม ผมนั่งลงที่โซฟาที่มีในห้องนี้ซึ่งตั้งอยู่ตรงปลายเตียงนอนแบบคิงไซส์และมีหลังคาภายในห้องถูกตกแต่งในโทนสีเบจครีมซึ่งสวยมากเลยล่ะนะเหมาะกับผู้หญิงแบบเธอนั้นล่ะ ผมเหลือบมองเธอที่ตอนนี้ยืนมองตัวเองที่บานกระจกที่ผมเคยใช้ก่อนผมจะเอ่ยเพื่อทำลายความเงียบ

" เธอใส่ชุดนั้นสวยดีนะ "

" ขอบคุณค่ะ ^^ คุณเองก็เหมาะกับสูทชุดนั้นเหมือนกัน แต่ว่า...ตื่นเต้นจังเลยนะคะที่จะได้เข้าไปงานเลี้ยงที่จะเริ่มในอีก 2 ชม.นี้ "

เธอว่าอย่างนั้นผมจึงพยักหน้ารับให้ความเงียบจึงกลับมาอีกคราแต่ก็ครู่เดียวเท่านั้นเมื่อฟูยุนำเสื้อคลุมบางสีขาวสะอาดตามาให้ ถึงจะบอกว่าบางแต่ผมว่ามันไม่บางมากจนเกินไปหรอกนะเพราะเมื่อซาเซียใส่แล้วทำให้เธอดูดีขึ้นมากกว่าเดิมและจุดที่เป็นเป้าหมายของผู้ชายหลายคนก็หายไปตั้งหลายจุด เมื่อเรียบร้อยแล้วทั้งผมและซาเซียจึงเริ่มออกเดินทางไปยังคฤหาสน์วีรีเซียร์
.
.
.
.
.
.
.
.
ณ คฤหาสน์วีรีเซียร์

ตอนนี้ทั้งผมและซาเซียกำลังอยู่ในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว วัยกลางคนไปจนถึงผู้อาวุโสที่มียศถาบรรดาศักดิ์ หลังจากที่งานได้เริ่มไปแล้ว 2 ชั่วโมง พอมาคิดๆดูแล้วพวกนั้นจะลงมือยังไงกันนะ ระหว่างที่เดินๆอยู่พร้อมกับมองไปรอบๆห้องผมก็แอบมองคนที่มาด้วยกัน แต่แล้ว....

' เธอหายไป!? หายไปไหน '

นั้นคือคำถามที่ทำเอาร่างกายผมจุกไปทั้งร่าง เธอหายไปโดยไม่บอกมองหาทุกที่และรอบห้องนี้ก็ไม่พบร่างเล็กที่น่าจะอยู่ในนี้ หรือว่าออกไปที่ไหนกันนะ...และเป็นอีกครั้งที่ผมกำลังจะก้าวออกไปจากงานก็เกิดไฟดับทั้งงานและเสียงปืนก็เกิดขึ้น

ปัง!! เพร้ง!! กรี๊ด!!

ทุกอย่างเริ่มเกิดขึ้นทำผมยังไม่ทันตั้งตัว ทุกคนในเกิดความโกลาหลขึ้นเมื่อทุกคนมุ่งสู่ประตูหาทางออกไปจากห้องนั้นซึ่งผมไม่รีรอออกไปทันทีเพราะผมรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่ผม...
.
.
.
.
.
สวบ! สวบ!

ผมวิ่งฝ่าพวกพุ่มไม้และวิ่งออกมาให้ห่างจากตัวคฤหาสน์ซึ่งแน่นอนตอนนี้ผมไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแต่ที่แน่นอน ' มันไม่ใช่สวนหลังคฤหาสน์แล้ว '

" แฮ่ก แฮ่ก อึก! นี่มัน...."

ตอนนี้ผมเหนื่อยเล็กน้อยก่อนจะชะงักเมื่อพบว่าจุดตรงนี้เป็นหน้าผาถึงแม้ว่าเบื้องล่างจะเป็นสายน้ำที่เป็นทางผ่านของน้ำตกแต่ก็ไม่น่าไว้ใจอยู่ดี เมื่อกำลังคิดว่าจะถอยไปทางอื่นก็ต้องตกใจอีกคราเมื่อผู้มาใหม่มาเยือน ' บอสของเวสิเนส คาเอลโด้ ' พวกนั้นให้คนสนิทคนหนึ่งจ่อปืนมาทางผม ผมจึงยกมือขึ้นราวกับยอมแพ้

" เหอะ! ก็ทำตัวดีนี่นาสงสัยเจ้าพวกวองโกเล่หรือคาร์สโรสมันฝึกแกสินะ 555+ "

" เปล่าเลยครับ แล้วให้ผมทำอะไรต่อ "

ตอนนี้ผมตั้งใจ ตั้งใจว่าแค่ขู่มันเท่านั้นแต่ถ้าหากไม่ได้ผลผมก็คงต้องลงไปจากหน้าผานี่ ไม่เป็นไร...ยังไงผมก็จะหาทางกลับไปที่นั้น ' บ้านพักของเธอ '

" เหอะ!ๆ ให้ทำอะไรต่อ? ถอยหลังไปสิ..เดี๋ยวฉันจะส่งนายไป ' นรก ' เอ้า!จัดการ! "

เมื่อบอสของพวกนั้นสั่งผมที่เริ่มถอยไปทีละก้าวจนเท้าลงไปข้างหนึ่งแล้วก็ชักกลับที่เดิม ตอนนั้นเองก่อนที่คนที่จ่อปืนมาทางผมจะยิง คนที่ผมคิดว่าหายไปไหนได้กระโจนมาจากทางด้านซ้ายของผมก่อนจะเอาตัวมาบังรับกระสุนนั่น!?

ปัง!

" อึก! "

เธอกอดร่างของผมที่กำลังจะตกลงจากหน้าผานั่นสู่เบื้องล่างที่มีสายน้ำไหลเชี่ยว วินาทีที่ตกลงมาผมกอดรับร่างนั้นที่โดนยิงเข้าที่ไหล่ซ้ายของเธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะจมลงสู่สายน้ำเธอพูดว่า...

 " ไม่เป็นไร....คุณจะต้องไม่เจ็บตัว และพวกเราจะกลับบ้านพร้อมกัน....นะ "

คำสุดท้ายชักเบาเหลือเกิน....

ตูม!!!

เมื่อทั้งร่างของผมและซาเซียตกลงสู่สานน้ำที่ไหลเชี่ยว กระแสน้ำพัดแรงมากจนผมที่กอดร่างของเธอเอาไว้ไม่อยู่ และนั้นเองทำให้เราแยกกันอีกครั้ง...

ALUDE : END

ติดตามตอนต่อไป.....

#มาต่อกันอีกตอน ตอนนี้บรรยายล้วนๆ^^ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะและฝากคอมเม้นเป็นกำลังใจกันด้วยนะ ^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น