ทวงรักคืนระบบ

ตอนที่ 29 : ARC 4. ฮูหยินพระราชทาน [4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 379 ครั้ง
    11 มิ.ย. 62



โม่ชิงถูกเสียงตะโกนด้วยความซาบซึ้งของซีเซียงถงเรียกสติที่บินหายไปต่างแคว้นกลับมา เอี้ยวตัวกลับไปมองด้านหลังยังเหตุจงหานลู่ยืนกอดเอวมองมาด้วยสายตาเย็นชาทว่ากลับแฝงประกายความมุ่งมั่นแปลกประหลาดเอาไว้ ทั้งยังมุมปากที่คล้ายจะโค้งขึ้นมาหน่อยหนึ่งแลดูล่อลวงผู้คนนั่นอีก ข้างกันนั้นมีสหายรักที่หายหน้าหายตาไปสองวันก่อนเขาจะเดินทางออกจากเมืองหลวง เจ้าตัวดีที่กล้าขายถังเกอของตนทำท่าคล้ายคนอยากจะคุกเข่าลงเลียรองเท้าผู้อื่น

 

“คุณชาย ตาท่านแล้ว”

 

เสียงเรียกจากฝั่งตรงข้ามดึงให้โม่ชิงหันกลับไปมอง คราวนี้เขาประคองสติตนเองให้อยู่กับร่าง พิจารณากระดานหมากอย่างถี่ถ้วนจึงพบว่ากระทำการไม่ต่างจากคนไร้สมองเที่ยวโอ้อวดฝีมือ เม็ดหมากไร้ทักษะเหล่านี้คืออันใด!

 

ยังไม่สาย โม่ชิงบอกตัวเองในใจ เขาบรรจงวางหมากสีดำลงข้างกับหมากตัวเดิมของตน ยังพอมีทางแก้สถานการณ์ได้อยู่ หากคนตรงหน้าอ่อนหัดดังเช่นบัณฑิตที่ผ่านมาล้วนไม่น่าหวาดหวั่น หากเป็นเสือหมอบมังกรซ่อน[1] หมากกระดานนี้อาจต้องพ่ายแพ้

 

เงยหน้ามองโฉมงามยังเห็นรอยยิ้มอ่อนหวาน นัยน์ตาคู่นั้นคมปลาบงดงามเปล่งประกายครุ่นคิดดูเปี่ยมความรู้เยี่ยงบัณฑิต พิจารณาถ้วนถี่จึงพบว่าโฉมสะคราญสวมชุดบุรุษ มิหนำซ้ำยังสวมกวานเยี่ยงบุรุษ

 

โม่ชิงตาโตกว่าเดิมเป็นสามเท่าอีกครั้ง เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วจึงพบว่าโฉมงามที่กำลังแลกเปลี่ยนเชิงหมากอยู่นี้แท้จริงคือบุรุษที่งดงามอย่างร้ายกาจ!

 

ริมฝีปากเขาสั่นระริก เมื่อค้นพบความจริงอีกหนึ่งอย่าง โครงหน้าเช่นนี้ให้คุ้นตาอย่างยิ่ง เทียบกับม้วนภาพที่สหายรักยื่นให้ดูประกอบกับความทรงจำลางเลือนเหลือเกินของเขาแล้ว บุรุษผู้นี้...

 

“ขอถามท่านสักคำถามได้หรือไม่” โม่ชิงไม่อยากจะคิด แต่ลอบเหลือบสายตามอง ยังเห็นซีเซียงถงยืดอกภูมิใจนัก

 

“เชิญคุณชาย”

 

โม่ชิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สูดลมหายใจเข้าช้าๆ เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังล่อลวงเหลือเกิน “มิทราบว่าคุณชายมีนามว่าอะไรหรือ”

 

คนงามสง่างามสูงส่งดุจกล้วยไม้แย้มรอยยิ้มสุภาพอ่อนหวานอีกครา งดงามจับตาจนโม่ชิงรู้สึกว่าสายตาพร่ามัว คนรักของเขาช่างเลือกร่างได้ดีนัก เช่นนี้แล้วเขาจะกล้าขัดใจคนงามหรือ

 

“ขออภัยคุณชาย ผู้น้อยแซ่ซี นามซือไฉ ซีซือไฉ” ซีซือไฉขยับรอยยิ้ม นัยน์ตาพราวระยับเมื่อเห็นคนตวัดสายตากลับไปมองถังตี้ของตน

 

“อา...ที่แท้เป็นคุณชายซี” โม่ชิงมุมปากกระตุก พาคนรักของเขามาให้นับว่ามีความดีความชอบ แต่การที่ลากพาถังเกอของเจ้าตัวมาถึงที่นี่มิใช่รู้ดีว่าเขาออกมาเที่ยวเล่นนอกเมืองหลวงหรอกหรือ

 

โม่ชิงบรรจงวางหมากลงไป รู้สึกสังหรณ์น่าประหลาดนี้มิอาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ คนแย้มรอยยิ้มงดงามดั่งดอกกล้วยไม้ผลิบาน เย็นตาเย็นใจไปทุกส่วน ยิ่งมองก็ยิ่งไม่เห็นว่ามีตรงไหนไม่ดี แต่อุปนิสัยเยี่ยงคนรักของเขาจะสงบเสงี่ยมเรียบร้อยได้เพียงนี้เชียวหรือ

 

“ได้ยินชื่อเสียงคุณชายจงมานาน” ซีซือไฉขยับรอยยิ้มขึ้นอีกนิด ผู้คนรอบข้างพากันหน้าแดงหูร้อน รู้สึกอิจฉารองเสนาบดีการคลังอย่างยิ่งที่ได้สนทนากับคนงาม

 

ปลายนิ้วเรียวยาวขาวผ่องวางหมากสีขาวลงบนกระดานสลับกับเขาครั้งแล้วครั้งเล่า โม่ชิงคิดไม่ตกว่าคนรักหัวกระแทกพื้นตั้งแต่ยังเยาว์ ถูกสกุลซีสายรองทารุณกรรม หรือเพราะด้านดีงามทั้งหมดของโม่เหยียนมาฝังแก่นผลิดอกออกผลอยู่ในร่างของซีซือไฉทั้งหมดกันแน่ ในโลกที่ผ่านๆมาจึงมีเพียงอุปนิสัยชั่วร้าย เจ้าเล่ห์ ขี้หึง ขี้หวง และเต็มด้วยตัณหา ส่วนความดีงามประหนึ่งเทพเซียนจากสวรรค์ชั้นฟ้าจึงมารวมกันในร่างคนงามเช่นนี้

 

เพราะยังขบคิดไม่ตก มองอย่างไรคนรักในโลกนี้ก็งดงามจับตาหาข้อบกพร่องไม่ได้ ยิ่งไม่เห็นว่าเสแสร้งตรงที่ใดจึงพลั้งเผลอวางเม็ดหมากพลาดไปหลายครั้ง สุดท้ายแม้ไม่น่าเกลียดมากนักแต่ยังคงพ่ายแพ้อยู่ดี

 

ซีซือไฉลุกขึ้น คารวะคนงามที่มีดวงตาหยิ่งผยองอย่างสง่างามคราหนึ่ง เขายังคงพูดด้วยโทนเสียงอ่อนโยนเรียบเรื่อยดั่งธารน้ำเย็นชุ่มฉ่ำ

 

“ขอบคุณคุณชายจงที่ออมมือ”

 

โม่ชิงมองค้างกับรอยยิ้มและท่าทางมากมารยาทนั้น กระนั้นยังไม่ลืมลุกขึ้นคำนับคืน ซีเซียงถงเห็นเขานิ่งค้าง คนรีบปราดเข้ามายืนเคียงข้างจนไหล่เกยกัน เสียงกระซิบกระซาบปนเสียงหัวเราะขบขันกระตุกสติเขาได้ดีนัก

 

“เป็นอย่างไร ข้าบอกแล้วต้องถูกใจเจ้าแน่นอน”

 

โม่ชิงอยากบอกว่าต่อให้งามน้อยกว่านี้สักแปดส่วน หากมีเศษพลอยของคนรักของเขาฝังตัวอยู่ เขาย่อมมองข้ามความงามนี้เพื่อไขว่คว้าคนรักไว้อย่างแน่นอน แต่กระนั้นก็มิอาจปฏิเสธได้ว่าโม่เหยียนในรูปลักษณ์ของคุณชายสกุลซีงดงามจับตาจนยากจะลงมือทำลายน้ำใจได้จริงๆ

 

โม่ชิงรู้สึกเหมือนปณิธานที่ตั้งใจจะเอาคืนจากหลายโลกที่ผ่านมา ครานี้ก็ยากจะสำเร็จอีกแล้ว

 

 

 

 

“ข้าเพิ่งทราบว่ารองเสนาบดีจงมีคุณหนูที่หมายตาไว้แล้ว”

 

จงหานลู่เพียงมองตรงไปด้านหน้ายามเมื่อผู้ที่คอยขัดขวางเขาในห้องทรงพระอักษรตามมาจนเกือบถึงตัว น้ำเสียงฟังดูอ่อนหวานทว่าดื้อรั้น ใบหน้างดงามที่น้องรองเคยชื่นชอบดูเทียบไม่ได้กับความงามของซีซือไฉสักนิด คิดแล้วยิ่งเห็นด้วยกับจงหย่งหมิงเป็นอย่างยิ่ง ต้องคนงามระดับซีซือไฉเท่านั้นจึงสมควรให้ลุ่มหลง

 

“หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ยังได้พบ แม้นไร้ซึ่งวาสนา ใกล้แค่ตรงข้ามไม่พบเจอ น้องชายกระหม่อมเองก็เป็นเช่นนั้น” จงหานลู่กล่าวตามจริง แม้วาสนาเหล่านั้นจะเกิดจากซีเซียงถงที่อยากช่วยให้น้องรองตัดใจจากองค์ชายพระองค์นี้ได้อย่างหมดจด แต่เป็นเขาที่ลงมือสนับสนุนด้วยตนเอง

 

“เช่นนั้นเราคงไร้วาสนา” เว่ยลู่เสียนรู้ดีว่ารองเสนบาดีการคลังฝีปากร้ายแสนจองหองผู้นั้นคิดกับเขาเช่นไร แม้ขยะแขยงในใจยังจำต้องคว้าไว้ ตัวหมากชั้นดีเช่นนี้จะหาจากที่ใดได้อีก หากคนหลงงมงายในรักย่อมถูกชักจูงได้ง่าย เช่นนั้นแล้วที่ผ่านมาเขาจึงมักให้คนส่งของกำนัลไปให้คล้ายมีใจ

 

เว่ยลู่เสียนหวังเพียงกำลังทหารที่แม่ทัพจงผู้เป็นพี่ชายของจงหย่งหมิงถือครองเท่านั้น

 

เดิมทียังคิดรวบรัด ทำให้คนเป็นของตนให้สิ้นเรื่อง หากหยอดคำหวานมากหน่อยอีกฝ่ายย่อมมิอาจขัดขืน ถึงยามนั้นหากชี้ซ้ายยังต้องไปซ้าย ชี้ขวาย่อมมิอาจขัดขืน ทว่าเทียบเชิญทั้งหลายกลับถูกคนตอบรับเพียงไม่กี่ครั้ง คล้ายว่าใจหนึ่งรักเขา ทว่าอีกใจยังคงระแวดระวัง จงหย่งหมิงดูย้อนแย้งในตัวเองอย่างถึงที่สุด ซ้ำหลายวันมานี้จงหย่งหมิงลาราชการหลายวันอย่างที่เสด็จพ่อทรงให้ท้ายส่งเสริม คิดว่าเขาดูไม่ออกหรืออย่างไรว่าแท้จริงแล้วน้ำหนักของจงหย่งหมิงในใจเสด็จพ่อเป็นเช่นไร คนในราชวงศ์ใช่ง่ายดายเพียงนั้น บุรุษเพศมิอาจปีนป่ายสู่ฐานันดรที่มิอาจแตะต้องได้

 

ดังนั้นวันนี้ยามได้ข่าวว่าแม่ทัพใหญ่ขอเข้าเฝ้าจึงได้รีบร้อนตามมา ข่าวที่ได้กลับน่าตกใจเสียยิ่งกว่าทราบว่าขุนนางจิ้งจอกผู้นั้นหมายปองเขาเสียอีก

 

จงหานลู่ถึงกับขอสมรสพระราชทานให้ตัวหมากของเขา!

 

นกน้อยที่เฝ้าถนอมใกล้บินออกจากพระหัตถ์มีหรือเสด็จพ่อจะทรงยินยอมโดยง่าย โชคดีว่าโอรสสวรรค์เองก็หลงโง่งมในรักที่มิอาจสมปรารถนา เสด็จพ่อจึงทรงสั่งระงับเรื่องนี้เอาไว้ชั่วคราว แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ขอเพียงระหว่างนี้เขากำจัดคนที่จะฉกตัวหมากออกจากมือเขาไปได้ย่อมนับว่าหมดเสี้ยนหนาม ถึงแม้ต่อไปเสด็จพ่อจะทรงยอมพระราชทานสมรสให้จงหย่งหมิงก็ตาม

 

เว่ยลู่เสียนค่อนข้างแน่ใจ สุดท้ายโอรสสวรรค์ย่อมยอมตามใจจงหย่งหมิง เหมือนที่ชีวิตก่อนเสด็จพ่อทรงฉุดรั้งเขาไว้ในฐานะอ๋องตามคำขอร้องของเจ้าคนชั้นต่ำนั่น!

 

เว่ยลู่เสียนอยากนั่งบัลลังก์ อยากเหนือผู้คนทั้งแคว้น!

 

“พวกเจ้าอยู่นี่เอง”

 

เว่ยลู่เสียนสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าของผู้มาใหม่คือใบหน้าที่เขารังเกียจที่สุดไม่ว่าในชีวิตไหน หวงไท่จื่อ!

 

ในชีวิตก่อนเพราะจงหย่งหมิงเอาใจออกห่างทำให้หมากในมือของเขาไม่มากพอ ทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นหมากชั้นเลวที่ใช้กระทำการได้ไม่มาก เจ้าคนที่กล้าแสดงออกมาว่าชมชอบเขากล้าหนีไปแต่งงานกับโฉมงามสกุลหวัง รวมกันเป็นปึกแผ่นสนับสนุนหวงไท่จื่อขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าตัวน่ารังเกียจยังมิยอมรามือ ยังทูลขอราชโองการสุดท้ายจากเสด็จพ่อ ขอให้เขารั้งตำแหน่งชินหวัง แม้จะเป็นตำแหน่งสูงสุดของเชื้อพระวงศ์ชายที่มิใช่หวงตี้ ทว่าพระองค์มิพอใจกับตำแหน่งเพียงเท่านั้น

 

“ถวายพระพรหวงไท่จื่อ” แม้รังเกียจอย่างไร เว่ยลู่เสียนยังคงทำความเคารพเต็มพิธีการ เช่นเดียวกับจงหานลู่ที่สบโอกาสหลีกหนีจากการสนทนาน่าอึดอัดใจ

 

“เราคิดว่าแม่ทัพจงจะออกนอกเมืองหลายวันเสียอีก” หวงไท่จื่อ เว่ยเฟยหรงมองพระอนุชาตนเองคราหนึ่งก่อนตวัดกลับไปยังแม่ทัพใหญ่ที่สวมชุดเต็มพิธีการคราหนึ่ง

 

“ทูลไท่จื่อ กระหม่อมมีเรื่องสำคัญจึงเข้าวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”

 

“คงมิใช่เรื่องรองเสนาบดีจงกระมัง” เว่ยเฟยหรงเพียงอมยิ้มคล้ายขบขัน ท่วงท่าสง่างามยามเคลื่อนกายเข้าใกล้หนึ่งอนุชาหนึ่งแม่ทัพ...เพื่อนร่วมเรียนของเขา สหายที่มิยอมแสดงความสนิทสนมกับเขาเสียที

 

“การข่าวของพระองค์ช่างรวดเร็ว” จงหานลู่ไม่ตอบปฏิเสธ ข่าวลือมากมายที่ชาวบ้านร้านตลาดต่างพูดกันปากต่อปากล้วนเป็นเรื่องโฉมสะคราญหยาดฟ้ามาดินที่ติดตามกลับมาพร้อมพวกเขาทั้งสิ้น

 

สมเป็นอิทธิฤทธิ์คนงาม

 

เว่ยเฟยหรงแย้มสรวลแผ่วเบา ปรายสายตามองอนุชาคนสุดท้ายของตนเย็นเยียบมิอาจคาดเดาความคิด

 

“คงมิเท่าน้องเจ็ด”

 

เว่ยลู่เสียนรีบยกรอยยิ้มอ่อนหวานดูไร้พิษภัยราวกระต่ายขาว “กระหม่อมเองก็เพิ่งทราบจากพี่หญิงสี่จึงรีบมาไต่ถามจากแม่ทัพจงพ่ะย่ะค่ะ”

 

“อ้อ” เว่ยเฟยหรงเพียงขยับริมฝีปากเป็นรอยยิ้มบางเบาคล้ายมีคล้ายไม่มี ทว่ากลับสง่างามล่อลวงผู้คนได้ดีนัก “น้องสี่คงเสียใจมาก”

 

“อา...พ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นกระหม่อมทูลลากลับไปหาพี่หญิงสี่ก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

 

จงหานลู่มององค์ชายเจ็ดที่เดินจากด้วยฝีเท้ามั่นคงจนกระทั่งคนลับหายจากครรลองสายตา ตั้งใจจะทูลลากลับจวนเช่นกันเพื่อบอกน้องน้อยให้รอสักนิด คนงามเช่นซีซือไฉย่อมมิหลุดมือน้องชายไปแน่นอน พี่ใหญ่ผู้นี้ย่อมพร้อมจะช่วยเหลือสานต่อด้ายแดงให้เหนียวแน่นจนกระทั่งเทพเซียนยังมิอาจตัดให้ขาดได้

 

“จวนเจ้าใกล้เท่านี้ อยู่สนทนากับเราสักครู่มิได้หรือ” เว่ยเฟยหรงเพียงขบขันที่เพื่อนร่วมเรียนผู้นี้แทบไม่เปลี่ยนสีหน้า ทว่าหัวคิ้วกลับขมวดจนแทบติดกัน “มีผู้ใดขัดใจเจ้าหรือไร”

 

“กระหม่อมเพียงอยากกลับไปพักบ้างเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

 

“เจ้านี่อย่างไร เราเคยบอกแล้วว่ายามอยู่ตามลำพังให้เรียกเราอย่างไร ยังสามารถใช้คำพูดห่างเหินเช่นนั้นได้หรือ”

 

“มารยาทมิอาจละเลย หวงไท่จื่อทรง...” จงหานลู่ยังไม่ทันทัดทานจนจบประโยค เว่ยเฟยหรงกลับตรัสขึ้นมาเสียก่อน

 

“เจ้าดื้อดึงนัก ไม่น่ารักเหมือนเสี่ยวหมิงบ้างเลย”

 

มองผู้สูงศักดิ์ที่ทำท่าโอดครวญเกินจริงให้คล้ายย้อนกลับไปวัยเยาว์ เว่ยเฟยหรงดูไม่ถือพระองค์แม้แต่น้อย ยังผลให้ผู้คนวางใจ ผู้ใดจะทราบว่าแท้จริงโอรสมังกรผู้นี้แอบซ่อนความเด็ดขาดไว้ภายในพระพักตร์สุภาพอ่อนโยน

 

“กระหม่อมจะอบรมหย่งหมิงให้พ่ะย่ะค่ะ”

 

เว่ยเฟยหรงแสร้งแสดงท่าทางเจ็บปวด ยกมือกุมอกแน่น “เจ้าเป็นพี่ชายประสาอะไร! เจ้าคนหยาบกระด้าง!”

 

จงหานลู่จงใจเมินท่าทางเกินจริงเช่นนั้น ผู้สูงศักดิ์พระองค์นี้ชื่นชอบการหยอกล้อเขาอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้คนได้ใจจึงต้องควบคุมสีหน้าเอาไว้ให้มั่น สายตาย่อมสมควรมองดอกไม้งามข้างทางเสียมากกว่า ทุกสิ่งล้วนสมควรเข้าหูซ้ายแล้วไหลออกทางหูขวาไปเสีย ห้ามนำมาไตร่ตรองให้หนักสมองเด็ดขาด

 

“กระหม่อมนึกได้ว่ามีธุระ ทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”

 

“โกหกเรามีโทษเช่นใดแม่ทัพจง”

 

จงหานลู่ลอบถอนหายใจ เอ่ยอย่างไร้หนทาง “เชิญเสด็จที่จวนสกุลจงเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

 

คนอยากรู้เพียงนี้เขาหรือจะสลัดทิ้งได้!

 

 

[1] เสือหมอบมังกรซ่อน หมายถึง ผู้มีความสามารถที่ซ่อนคมเอาไว้

 

 

เปิดตัวละครเยอะมาก โลกนี้ทำไมตัวละครเยอะอย่างนี้//ปาดเหงื่อ

นี่ก็ไท่จื่อค่ะ นางก็เป็นตัวสำคัญนะคะ

โลกนี้เขียนยาก เพราะมันซับซ้อน ถ้าอ่านตรงไหนไม่เข้าใจต้องบอกนะคะ เชียนหลันจะได้รีไรท์ครั้งใหญ่เลย แอบเป็นกังวลกับโลกนี้สุดเลยค่ะ แต่ก็ยังไม่ใช่โลกที่ยากที่สุดอยู่ดี

เพราะโลกนี้คือทุ่งลาเวนเดอร์//ทำเสียงเอคโค่

เชียนหลันเคยบอกว่าชอบรูทพี่น้องจังเลย ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่นะคะ//หัวเราะชั่ว

ของมันต้องมีอ่ะค่ะ//ตบเข่าฉาด

ไว้เจอกันตอนหน้าเนอะคะ เพราะโลกนี้เขียนจบค่อนข้างไว แต่แก้แบบรัวๆ แก้แบบลบหายไปทีเดียวสองตอนแล้วเขียนใหม่//หัวเราะทั้งน้ำตา

ด้วยรักหนักมาก...เชียนหลัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 379 ครั้ง

1,323 ความคิดเห็น

  1. #434 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 09:47
    คิดเหมือนน้อง พิโม่คนดีมีอยุ่จริงหรือ 5555
    #434
    0
  2. #222 ploydreamhigh (@ploydreamhigh) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 19:29
    อ่านรวดเดียวเลยสนุกมากเลยค่ะไรต์ ลุ้นมากกกกก โม่เหยียนเปลี่ยนไปปปป
    #222
    0
  3. #218 F'Z_Fixz (@nufamezii) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 17:08
    อยากให้สมหวังทุกคู่ แฮ่ม~
    #218
    0
  4. #217 Aimarea (@Aimarea) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 14:00
    ทำไมเรารู้สึกอยากให้ไท่จื่อกับพี่ชายของชิงชิงได้กันเอง~
    #217
    0
  5. #216 123doubleJ (@123doubleJ) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 10:43

    หืมมม โม่เหยียน ฉันรอเธอเปิดเผยภาพลักษณ์ที่แท้จริงนะ55555
    #216
    0
  6. #215 sakA_A (@sakA_A) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 09:59
    รูทพีรน้องออกจะดี 555 ต้องคอยช่วยเหลือกัน ช่วยกันเดิน ช่วยกันอุ้ม ช่วยกันอาบน้ำ ช่วยกันกินน้ำ ช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้...
    #215
    0
  7. #214 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 09:59
    โม่เหยียนนะรึจะเลือกคนดี นิสัยร้ายกาจปานนั้น โถ่วววว

    หรือว่านั่นคือตัวตนอีกหนึ่งกันนะ โอ้ย เยอะจริงๆ
    #214
    0
  8. #213 ยามฝัน (@mashimarujang) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 09:33
    อย่างโม่เหยียนรึจะสิงคนดีๆ ม่ายยยยยยยยยมีทางยังไงๆมันต้องมีนิสัยดังเดิมเหมือนกันแน่ๆข้าเชื่อเช่นนั้น
    #213
    0
  9. #212 VJaru (@iamy777) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 09:18
    น้องเหม่อยาวเลยอะ55555 พี่เขางามขนาดนั้นเลยหรอลูกก

    เราว่าเดี๋ยวโม่เหยียนก็เผยด้านเจ้าเล่ห์ๆออกมาแหละ คงไม่ใสซื่อแน่ๆ55555
    #212
    0
  10. #211 san marion (@angola) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 08:44

    สนุกค่ะ แต่บางช่วงอ่านแล้วดูขัดๆก็ไม่รู้ หรืออาจจะคิดไปเอง 55555
    #211
    0