คุณปลาฉลามกับน้องท้องทะเล {YAOI}

ตอนที่ 2 : คุณปลาฉลามตอนที่ 2 : คุณปลาฉลามทำให้ผมเป็นโรคหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    2 ส.ค. 62

คุณปลาฉลามตอนที่ 2 : คุณปลาฉลามทำให้ผมเป็นโรคหัวใจ


การจะชอบใครสักคนมันไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลก็ได้ ชอบคือชอบ รักคือรัก แล้วต้องหาเหตุผลมาทำไม


 


                วันที่สองกับการเปิดเทอมใหม่ของเด็กปีหนึ่งอย่างผม จะว่าไงละตั้งแต่เจอคุณปลาฉลามมาเมื่อวานจนถึงตอนนี้มันก็ยังทำให้ผมหยุดคิดถึงอีกฝ่ายไม่ได้เลย


                “ซี” ผมหันไปมองเกวที่นั่งข้างๆ พรางยื่นมือถือของอีกฝ่ายมาให้ ผมก็รับมาอย่างงงๆ ก่อนจะร้องอ้อเมื่อรู้ว่าเพื่อนให้ดูอะไร


                “ปกติเราไม่เป็นคนชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านเท่าไหร่นะ” ผมบอกเพื่อนไปพร้อมยื่นโทรศัพท์คืนเพื่อนไป แต่กลับได้สายตาฟาดฟันกับมา อะไรผมทำอะไรผิด


                “ไอ้ซี มึงพูดขนาดนี้ด่ากูว่าเสือกเถอะ”  เกวมันพูดประชดประชันแล้วคิดว่าคนอย่างผมจะหยุดหรอ หึ ไม่หรอก


                “อ้าวพูดได้หรอ” ผมตอบแบบใสๆ ไปนั้นก็ได้ฝามือกลับมา


                “มึงกวนตีนกูแหละ”


                “ตีนเกวไม่ใช่ทัพพีนะ เราเอาไปกวนไม่ได้หรอก”


                “.......” เงียบนี้คือความเงียบเมื่อผมเล่นมุขออกไป ขอย้อนเวลาแปป รู้สึกว่ามันจะเบาๆ


                “กูขอร้องละ มึงอย่าไปเล่นมุขนี้กับใครอีกนะ ไอ้เหี้ยโคตรเงียบอ่ะ” เกวพูดจบก็หยิบน้ำขึ้นมาดูดแล้วไถโทรศัพท์ต่อโดยไม่สนใจผมที่นั่งทำตาปริบๆ อยู่ข้างๆ ส่วนผมก็ได้แต่นั่งหน้ามุ้ยที่มุขตัวเองเงียบอย่างกับป่าช้าได้ขนาดนี้


                “มึงโดดเชียร์กันป่ะ” เกวหันมามองเพื่อนที่เคี้ยวขนมจนแก้มตุ้ยอยู่ข้างๆ ตน


                “ไม่เอา” ผมส่ายหน้าไปมาทั้งที่ตายังจดจ่อกับจานขนมตรงหน้า


                “ลืมไป มึงจะไปดูคุณปลาฉลามใช่ไหมละ” ผมที่ได้ยินคำพูดเพื่อนก็ยิ้มออกมา พรางยืนมือไปเกาคางเพื่อน


                “แสนรู้จริงๆ เลยน้องเกวเนี่ย”


                “ไอ้ซีกูไม่ใช่แมว”


                “หมาต่างหากละ แบร่”


                “มึงมาบงมาแบร่เหี้ยไรแถวนี้ กลับมานี้นะไอ้ซี”


                ผมที่ลุกขึ้นวิ่งหนีตีนไอ้เกวจนมาถึงลานเกียร์ก็หยุดหอบหายใจ ซึ่งสภาพไอ้เกวก็ไม่ได้ต่างไปจากผมเลย สภาพเหมือนไปกัดกับหมาที่ไหนมาก็ไม่รู้


                “เหนื่อยเหี้ยๆ อ่ะ” ผมหันไปมองเพื่อนที่หอบหายใจเข้าอย่างต้องการอากาศ เพราะวิ่งมาแล้วไหนจะบ่นอีก อยากบอกเพื่อนเหลือเกินว่าสภาพเขาก็ไม่ต่างจากอีกคนสักนิด


                “ป่ะ เข้าไปข้างในดีกว่า” ผมพูดจบก็จับมืออีกฝ่ายเข้ามาในลานเกียร์ที่เริ่มมีคนบ้างแล้ว ก่อนจะไปนั่งต่อแถวจากเพื่อคณะตัวเอง


                “มึงว่าวันนี้พี่ฉลามจะเข้าป่ะ”


                “ต้องเข้าสิมึงเขาเป็นพี่ว๊ากเลยนะ”


                “โอ้ยกูอยากพี่ฉลามมม”


                “อี้เหี้ยพี่ว๊ากแต่ละคนงานดีชิบหายอ่ะมึงงงงง”


                ทำไหมใครๆ ถึงต้องชอบคุณปลาฉลามของผม(?) ขนาดนี้กันนะ นั้นมันคุณปลาฉลามของน้องซีนะ ทุกคนจะมาแย่งไปจากน้องซีคนนี้ไม่ได้ คุณปลาฉลามต้องคู่กับน้องซีเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ น้องซีหวง


                “เงียบๆ ด้วยครับ”


                ผมที่นั่งคิดอะไรเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งเมื่อมีเสียงตะโกนมาจากด้านหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนคนนั้นคือคุณปลาฉลามแน่ๆ เลย แค่คิดน้องซีก็ยิ้มแก้มปริแล้วจ้า


                “แม้ๆ ให้มันน้อยๆ หน่อยไอ้ซี เมื่อกี้ยังนั่งหอบอย่างกับปลาตีนขาดน้ำอยู่เลย พอพี่ฉลามมามึงละลี้ละลิ้กเลยนะ” เกวมันหันมามองผมพรางกรอกตาไปมา นี้ผมแสดงออกขนาดนั้นเลยหรอ ผมว่าผมก็นั่งนิ่งๆแล้วนะ จริงๆนะ


                “เดี๋ยววันหลังเราจะซื้อตระก้อครอบปากให้เนอะ”


                “ไอ้ซีมึง” ผมได้แต่หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อพี่ว๊ากจอมโหดตระโกนออกมา


                “พวกคุณคุยอะไรกัน” ผมกับเกวได้แต่เลิ่กลั่กเมื่อคนทั้งลานมองมาที่พวกผมสองคน งื้อออ อย่ามองสิน้องซีเขินอายนะ


                “ผมถามคุณไม่ได้ยินหรอ” ทำไหมต้องเสียดังใส่น้องซีด้วย น้องซีจะโป้งๆจริงนะ


                “ป เปล่าครับ” ผมกับเกวตอบอย่างกล้าๆกลัวๆ ก็พวกพี่เขาน่ากลัวอ่ะ เอ๊ะไม่รวมคุณปลาฉลามนะ เพราะคุณปลาฉลามนะคือข้อยกเว้นนะสิ


                “เวลามีคนพูดก็ต้องมีคนฟัง ที่บ้านไม่สอนเรื่องมารยาทหรอครับ ว่าเวลามีคนพูดยังไม่จบก็ไม่ควรสอดขึ้นมาเข้าใจไหมครับ” อู้ยยยย เนี่ยน้องซีเจ็บไปหมดแล้วนะ จะร้องแล้วนะ จะเบะแล้วนะ เนี่ยน้องซีกลัว คุณปลาฉลามต้องมาปลอบน้องซีนะเนี่ย เพราะเพื่อนคุณปลาฉลามทำน้องซีคนน่ารักเสียขวัญหมดแล้ว


                “ขะ เข้ใจครับ/เข้าใจครับ” น้องซีเข้าใจแล้วเนี่ย แต่ทำไหมยังจ้องน้องซีแบบนั้น น้องซีกลัวนะ จะมารังแกเด็กตัวเล็กๆ แบบนี้ไม่ได้นะ


                “เข้าใจแล้วก็เงียบครับ”


                เมื่อรุ่นพี่คนโหดพูดจบทุกอย่างก็กลับเข้ามาอยู่ในความเงียบสงบเหมือนเดิม และจะมีเพียงเสียงพี่ว๊ากที่ดังไม่ขาดสาย ผมละกลัวจริงๆ ว่าหลอดเสียงของพี่เขาจะพังไหม และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเสียงรุ่นน้องปีหนึ่งที่ยังคงนับเลขต่อไป นี้มันฝึกทหารชัดๆเลย ซีรู้ ซีไปหาคุณลุงบ่อย ซีเคยเห็น


                “พวกคุณมีเสียงกันแค่นี้หรอครับ”


                “45 46 4..”


                “เอาใหม่ครับ เสียงผมคนเดียวยังดังกว่าพวกคุณอีก”


                “1 2 3


                “ไม่พร้อมเพรียงเอาไหมครับ”


                “98 99 100


                “จำไว้นะครับว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เพื่อนคุณหายไป พวกคุณก็จะถูกลงโทษแบบนี้ และถ้าพวกคุณไม่อยากถูกลงโทษก็กรุณาตามเพื่อนมาให้ครบด้วยนะครับ และการที่คุณโดดเชียร์นั้นมันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกคุณเห็นแก่ตัว ไม่สนว่าเพื่อนคนอื่นจะลำบากเพราะตัวเองไหม เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าทำตัวให้มีปัญหานะครับ เข้าใจไหม ทราบ!


                “ทราบค่ะ/ครับ”


                “เอาละก่อนที่ผมจะปล่อยพวกคุณไป สมุดเล่มเล็กที่ผมให้พวกคุณไปก่อนหน้านั้น พวกคุณต้องไปขอลายเซ็นต์รุ่นพี่ปีไหนก็ได้ของคณะบริหารข้างๆ เราจำนวนห้าสิบคนและรุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์จำนวนห้าสิบคน”


                “..............” เดียวนะ น้องซีได้ยินไม่ชัด ขออีกทีสิ คณะตัวเองห้าสิบคณะข้างๆ ห้าสิบรวมๆ ร้อยคน บ้าไปแล้ว น้องซีปาดน้ำตา


                “และโชคดีของพวกคุณคือ พวกคุณต้องล่าลายเซ็นของพี่ว๊ากให้ได้สิบคน” เดี๋ยววว หยุดก่อนพวกพี่โว้ยยย ตายแน่ๆ งานนี้น้องซีตายแน่ๆ


                “ไม่ต้องห่วงครับว่ามันจะยากหรือโหดเกินไป ผมจึงมีตัวช่วยมานั้นก็คือ ใครที่มีลายเซ็นของเฮดว๊ากของเราชาววิศวะสามารถเทียบเท่ากับพี่ว๊ากได้สิบคน” น้องซีขอเป็นลมแปป พี่ว๊ากสิบคนยังมีสิทธิเป็นไปได้มากกว่าเฮดว๊ากคนเดียวสะอีก


                “เอาละครับผมหวังว่าภายในอาทิตย์นี้พวกคุณคงได้ลายเซ็นมาครบทุกคนนะครับ เลิกได้” ให้เวลาอาทิตย์เดียว พวกพี่จะโหดร้ายเกินไปแล้วนะ ไหนจะบทลงโทษที่รออยู่ข้างหลังอีก น้องซีไม่เอาแล้ว ไม่รับน้องร่วมแล้ววว น้องขอถอนคำพูดดดดดดดด

               

               

                กว่าพี่ๆ เขาจะปล่อยออกมาก็กินเวลามาจนถึงทุ่มเศษๆ ถ้าเทียบจริงๆ ในมหาลัยคงเหลือคนไม่เยอะนั้นก็คงจะมีวิศวะกับบริหารนี้แหละที่เหลือกันอยู่ แล้วผมจะกลับไงอ่ะ จะให้ไอ้เกวไปส่งก็อยู่คนละทางด้วย โอ้ยยยนี้น้องซีต้องเดินกลับคอนโดหรอ ถ้าจะให้นั่งรถเมย์คนต้องเยอะแน่เลย แท็กซี่โอ้ยอยู่แค่นี้เอง เดินก็เดินว่ะ


                “มึงเดี๋ยวกูไปส่ง” เกวที่เก็บของเสร็จก็หันมามองเพื่อนตัวเล็กที่นั่งหน้ามุ้ยอยู่ข้างๆ


                “ไม่เอามันคนละทาง เดี๋ยวกูเดินเอา”


                “มึงแน่ใจ” เกวมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อสายตา เหอะทุกวันผมก็เดินมาเรียนเถอะ แค่วันนี้รู้สึกเพลียๆนิดหน่อยเท่านั้นเองแหละ


                “อือ”


                “งั้นกูไปละนะ”


                “เดี๋ยวๆ มึงไม่คิดจะรั้งกูหน่อยหรอ แบบว่า เห้ยเดี๋ยวกูไปส่ง กลับดึกๆอันตรายงี้ ไม่มี๊”


                “ไม่อ่ะ กูไปนะ”


                “ไอ้..... หืย”


                รู้สึกว่าเพื่อนจะรักผมมากเลยเนอะ รู้สึกซาบซึ้งในความรักของเพื่อน ถุ้ยย ผมต้องเดินใช่ไหม งื้อ ไม่อยากเดินเลยอ่ะ นอนที่นี้ได้ไหม ขี้เกียจเดิน ผมก็ได้แต่ครวญครางในใจเท่านั้นแหละครับ ความเป็นจริงคือผมต้องเดินไง ถ้าจะให้นอนนี้จริงๆ ผมลากสังขารตัวเองเดินกลับก็ได้

 

 

                ผมเดินเข้ามาในคอนโดก็ตรงไปที่ลิฟท์ทันที ถามว่าทำไหมผมถึงมาอยู่คอนโดนะหรอทำไหมไม่อยู่บ้าน ผมว่าบ้านมากว้างเกินไปสำหรับผมคนเดียวนะสิ ถึงมันจะสะดวกสะบายกว่านี้ แต่เอาจริงๆ ผมกับไม่ชอบมันเลยสักนิด ป๊ากับม๊าปีหนึ่งกลับมาหาผมก็ไม่เกินสามถึงสี่ครั้ง และถ้าถามว่าทำไหมผมไม่ไปอยู่กับป๊าม๊าที่ต่างประเทศ มันก็ไม่รู้สิก็อยู่มาตั้งแต่เด็กแล้วอ่ะ จะให้เปลี่ยนไปอยู่ที่อื่นก็คงใจหายอยู่ ผมเลยเลือกที่จะอยู่ที่นี้มากกว่า ถามว่าน้อยใจไหมแรกๆ ก็น้อยใจและไม่เข้าใจหรอกที่ท่านทั้งสองไม่มีเวลาให้ จนถึงตอนนี้ผมก็เลิกคิดไปแล้วละ แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว


                ติ่ง


                ประตูลิฟท์เปิดออกผมก็รีบก้าวไปห้องตัวเองทันที ตอนนี้คือคิดถึงเตียงนุ่มๆ แล้วอ่ะ ง่วงก็ง่วง เหนื่อยก็เหนื่อย แต่พอได้เห็นหน้าคุณปลาฉลามก็หายเหนื่อยแล้ว


                แกร๊ก


                เสียงเปิดประตูห้องข้างๆ ดังออกมานั่นจึงเรียกความสนใจผมก่อนที่ภาพตรงหน้าปรากฏออกมาก็ทำให้ผมเกือบหัวใจวายเมื่อคนที่ออกมาจากห้องคือคุณปลาฉลาม เนี่ยต้องเป็นพรมลิขิตแน่ๆเลย


                “คะ คุณปลาฉลาม อุ้ป” ผมยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน งื้ออ ก็คนมันชินอ่ะเรียกแต่คุณปลาฉลากจนติด พอมาเจอหน้าจะๆ แบบนี้ก็ต้องมีเผลอบ้างแล้ว


                “.....”


                “พี่ฉลาม” อย่าเงียบสิใจดวงน้อยๆ เริ่มรู้สึกไม่ดีแล้วนะ


                “ว่า” หู้ยยยย คุณปลาฉลามคุยด้วย ทำไงดี ต้องหาเรื่องคุย เรื่องอะไร ใช่ๆ ขอลายเซ็นคุณปลาฉลาม


                "ผมขอลายเซ็นพี่ฉลามหน่อยได้ไหมครับ" ลุ้นอ่ะ ลุ้นมากๆเลย งื้ออย่ามองน้องซีแบบนั้นสิ ไอ้สายตาแวววาวนะ น้องซีเขิลอายเป็นนะ


                "มีอะไรมาแลก"


                "เอ๋ ต้องมีของมาแลกด้วยหรอ ผมไม่รู้เลย"


                "........"


                "ละ แล้วพี่ฉลามจะเอาอะไรครับ"


                "หิว"


                “หือ” ถามว่างงไหมตอบเลยงงมากกกกก อะไรคือหิว คุณปลาฉลามต้องพูดให้เคลียร์สิน้องซีไม่เข้าใจ


                “หิว”


                “อะ อ้อ ถ้างั้นพี่ฉลามเข้ามารอในห้องก่อนไหม ผมพอทำเป็นอยู่” เนี่ยซีเราจะชวนคนแปลกหน้าเข้าห้องไม่ได้ เอ๊ะ คุณปลาฉลามไม่ใช่คนแปลกหน้านิ แต่เป็นว่าที่แฟนของน้องซี คงไม่เป็นอะไรหรอก ป๊าคงไม่รูดก้านมะยมไว้รอหรอก


                “อืม”


                ผมเดินนำอีกฝ่ายเข้ามาในห้องซึ่งโชคดีที่ผมเป็นคนรักที่สะอาดนิดหนึ่ง ห้องจึงไม่รกมาก ผมพาอีกคนไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวี พรางเปิดทีวีให้อีกคนเสร็จสับ เนี่ยบริการดีแค่ไหนถามใจดูสิ


                “พี่ฉลามนั่งรอแปปหนึ่งก่อนนะครับ เดี๋ยวผมขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแปปหนึ่ง”


                “....” อ่า สงสัยพี่ฉลามคงกลัวดอกพิกุลร่วงออกจากปากถึงพูดน้อยขนาดนี้ แต่ไม่เป็นไร คนหล่อน้องซีให้อภัย


                ผมเดินออกมาจากห้องด้วยเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสามส่วนสีดำ ผมเห็นอีกฝ่ายที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกับมือถือเมื่อผมเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าอีกฝ่ายเล่นเกมส์อยู่ ผมเลยเลี่ยงเดินออกมาและตรงไปที่ห้องครัว


                เมนูอาหารง่ายๆ ก็คือไข่เจียวสามฟอง แกงจืดเต้าหู้ กับไก่ทอด ผมเดินออกมากจากในครัวก็ยังเห็นอีกฝ่ายที่ตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมส์โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย คุณปลาฉลามเนี่ยน่าทำไหมถึงหล่อจังเลย ดูสิขนาดทำหน้าแบบนี้ยังหล่อเลยอ่ะ ไม่ได้ๆ แกจแรดแบบนี้ไม่ได้ ถ้าป๊ารู้คงรีบบินกลับมาเอาก้านมะยมตีตูดแกแน่ๆ เลยซี แต่พี่ฉลามก็หล่องจริงๆ นะ


                “พี่ฉลามครับ อาหารเสร็จแล้วครับ” เมื่อผมพูดจบอีกคนก็เก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะลุกเดินมาหาผมที่ยืนอยู่หน้าห้องครัว


                “วัตถุดิบผมมีแค่นี้นะ ผมเลยไม่รู้ว่าจะทำอะไร” ผมมองอีกคนที่นั่งลงตรงข้ามกับผม กอนยื่นจานข้าวสวยร้อนๆ ให้อีกฝ่าย ใจก็ลุ้นว่าอีกฝ่ายจะบอกว่าไง ไข่เจียวคำที่หนึ่ง เงียบ คำที่สองก็เงียบ งื้อออ ผมเริ่มใจคอไม่ดีแล้วนะคุณปลาฉลาม


                “อร่อย”


                เนี่ยคุณปลาฉลามบอกเฉยๆ ก็ได้ไม่ต้องมาจ้องกันขนาดนั้นก็ได้ เนี่ยเราเขิลแล้วนะ งื้อออ ใจเราเต้นแรงมากๆ เลย เนี่ยเราวินิฉัยเลยว่าคุณปลาฉลามนะเป็นตัวนำพาโรค เพราะตั้งแต่เจอคุณปลาฉลามผมก็รู้สึกว่าตัวเองคงเป็นโรคหัวใจแน่ๆ เลย น้องซีต้องไปหาคุณลุงหมอตรวจแล้วสิ


                “เห็นม่ะ เนี่ยผมทำได้เยอะเลยนะ ไว้วันหลังพี่ฉลามมากินฝีมือผมอีกสิ เนี่ยผมว่าจะลองทำอาหารจำพวก.......”

 

 

                “หึ”


                ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังโม้ถึงการทำอาหารสุดอร่อยของตัวเองอยู่โดยไม่ได้สนใจว่าอีกคนจะมองตนด้วยสายตาเช่นไร และคนตัวเล็กคงไม่มีทางที่จะเห็นรอยยิ้มมุมปากจากคนตัวโตได้ และคนตัวเล็กก็ไม่ทันคิดว่าคำที่ตัวเองพูดออกไปจะส่งผลกระทบอะไรในภายภาคหน้า


 


คุณปลาฉลามมมมม คุณมันร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย

งานจะเดินกำลังใจต้องมาจ๊ะ ยังไม่ตรวจคำผิดนะจ๊ะ

อย่าลืมติด #คุณปลาฉลามกับน้องท้องทะเล ด้วยนะคะ

ไรท์หายตามได้ที่ PhiHuak


Select AllCopy To Clipboard
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #16 suyu27 (@suyu_nuananong_b) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 17:34
    คุณฉลามมมมมมมมมมมมมเธออย่าร้ายยย
    #16
    0
  2. #6 Black-color (@Black-color) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 18:08
    น้องน่าตีจริงๆ
    #6
    0
  3. #4 mymy2305y (@mymy2305y) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 15:45

    งื้อออออ
    #4
    0