แม่นางน้อยร้อยวิชา

ตอนที่ 46 : ตอนที่ 46

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,114 ครั้ง
    15 ต.ค. 62

กระทั่งเห็นไข่ใบสีฟ้ามีเล็บยาวโค้งเจาะเปลือกไข่ออกมา สายตาทั้งสองของหย่งหมิงไป๋ก็จ้องมองไปที่มัน
เปลือกไข่แม้จะแข็งแรงทนทาน หากแต่ยามนี้อสูรด้านในต้องการที่จะออกมาแล้ว ดังนั้นมันจึงใช้กรงเล็บฉีกกระชากเปลือกไข่ออกอย่างรุนแรง
เมื่อเปลือกไข่แยกออกจากกันเป็นสองส่วน ลำแสงสีฟ้าขนาดมหึมาก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงหัวเราะของมัน
'ฮ่าฮ่า ในที่สุดข้าก็ได้เห็นโลกกว้างอีกครั้ง'
เสียงกึกก้องดังสะท้อนไปมาในมิติวิเศษ ยามลำแสงรอบกายของมันจางหาย หย่งหมิงไป๋ก็เห็นร่างของมันอย่างชัดเจน
พยัคฆ์ตัวมหึมาที่มีขนสีฟ้าปกคลุมไปทั้งร่าง เขี้ยวยาวสองข้างโค้งยาวโผล่ออกมาจากปากสร้างความน่าเกรงขามขึ้นหลายส่วน กรงเล็บแหลมยาวยามตะปบอากาศว่างเปล่าพลันคล้ายมีระลอกคลื่นความเหน็บหนาวกรีดผ่านบังเกิดเป็นเกร็ดเหมันต์โปรยปรายลงมา
ยามนี้เองที่ไข่สีเหลืองอ่อนก็ใช้เท้ากระแทกเปลือกไข่ทะลุออกมาแล้วเช่นกัน ลำแสงสีทองเจิดจ้าพลันทะลักออกมาจากในไข่ก่อนจะพุ่งกายทะยานร่างขึ้นฟ้า พลางสะบัดลำตัวที่ยิ่งมายิ่งยาวปกคลุมไปทั่วทั้งสองฝากของมิติวิเศษ กรงเล็บทั้งห้าของแขนขาทั้งสี่ตะกุยอากาศพลิกกายไปมาอย่างเริงร่า
'ในที่สุดข้าก็ออกมาได้สักที ฮ่าฮ่า'
เสียงหัวเราะที่ดังกังวานไม่แพ้กับไข่สีฟ้าสะท้อนไปมาท่ามกลางเสียงเหยียดหยามของเจ้าพยัคฆ์สีฟ้าที่ออกมาก่อนหน้า
'หากไม่มีผลึกแก่นอัคคีสยบของข้า เจ้าจะได้ออกมาเหรอ เหอะ เจ้าจิ้งเหลนสีทอง'
มังกรทองร่างยาวที่กำลังหัวเราะพลันหันไปอ้าปากพ้นไฟใส่ร่างสีฟ้ายักษ์ที่อยู่ด้านข้าง พยัคฆ์ใหญ่คล้ายรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วจึงอ้าปากพ่นไอเย็นออกมาสะกัดกั้นพลังไฟของอีกฝ่าย ยามนี้เองที่สายลมแรงสายหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินแยกพลังทั้งสองออกจากกัน
'เป็นนาง!' ทั้งสองต่างตกตะลึงด้วยไม่คาดว่าไข่สีเขียวจะฟักตัวออกมาด้วยเช่นกัน
'ย่อมต้องเป็นข้า เจ้าพวกไร้ยางอาย กล้าทิ้งข้าไว้ข้างหลัง!'
เสียงสตรีสดใสปานกระดิ่งเงินดังลอยมาถึงก่อนที่จะเห็นมวลอากาศโดยรอบของมิติวิเศษหมุนวนเป็นพายุหลายสายเข้ามาปะทะกันจนก่อเกิดเป็นวิหคตัวใหญ่สีเขียวสดใจขนาดมหึมา
พวกมันทั้งสามอยู่เรียงกันบนฟ้าเช่นนี้ทำให้บดบังทิวทัศย์ด้านบนไปเสียเกือบมิด
หย่งหมิงไป๋มือไพล่หลัง จุ๊ปากกล่าวกับตนเองด้วยแววตาสงบนิ่ง
"ช่างเป็นแม่นางน้อยที่มีโชคดีมหาศาลโดยแท้"
อสูรทั้งสามยังคงกล่าวกันเองโดยไม่สนใจบุรุษที่ยืนอยู่เบื้อล่างแม้แต่น้อย
'ใครบอกว่าพวกข้าทิ้งเจ้ากัน มิใช่เร่งออกมาเพื่อหาทางช่วยเจ้าหรือไร'
พยัคฆ์สีฟ้ากล่างอย่างไม่เต็มเสียงพลางหันไปพยักเพยิบให้มังกรทองกล่าวอีกแรง
'ใช่ ๆ ก็เห็นว่าเจ้ายังไม่มีของที่ช่วยในการฟักตัว พวกข้าก็ร้อนใจอยากรีบออกไปช่วยแม่นางน้อยหาต่างหาก ไม่คิดทิ้งเจ้าเสียหน่อย'
มังกรทองกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจจนดูเสแสร้ง
วิหคสีเขียวแค่นเสียงตอบอย่างไม่เชื่อถือพวกเขาทั้งสอง ปีกสองข้างกระพือไปมาอย่างรวดเร็วราวกับจะพัดทั้งสองให้ออกไปจากสายตา
'พวกเจ้าจะทำตัวใหญ่ไปทำไมนักหนา หดตัวๆ ข้าจะบินแล้ว'
เสียงใสกล่าวสั่งอย่างดุดัน ทำให้อีกสองตัวต่างต้องหดตัวลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้นางมีที่โบยบิน
ปีกกว้างสองข้างยามสยายออกเผยให้เห็นขนสีขาวเขียวที่สลับชั้นกันอย่างงดงาม หางที่พริ้วไหวตามแรงลมที่พัดผ่านก็แผ่กางออกจนเห็นชั้นสีเขียวทองขาวไล่กันลงไป ยามหมุนกายควงอากาศก็เห็นช่วงท้องมีขนปุกปุยสีขาวปกคลุมดูสง่างาม
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ไม่ได้ดูว่ามันเป็นเพียงนกสวยงามตัวหนึ่งเท่านั้น ด้วยจงอยปากที่โค้งแหลมกับตาเรียวที่ดูเฉยเมิน ย่อมทำให้มันดูเป็นนกที่เย่อหยิ่งไม่น่าเข้าใกล้าเสียมากกว่า
หย่งหมิงไป๋มองดูพวกมันทั้งสามที่แม้จะหดตัวลงครึ่งหนึ่ง หากแต่ก็ยังนับว่าใหญ่โตมโหราฬอีกทั้งยังห่างไกลคำว่า'น่ารักน่าฟัด'อยู่ดี
เขาบอกพวกมันดีไหมนะ
'แม่นางน้อยจะต้องชอบข้าที่สุดเป็นแน่' มังกรทองกล่าวอย่างภาคภูมิ เพราะในโลกด้านนอกนั้นเขาทราบมาโดยตลอดว่ามังกรทองคือที่สุดของที่สุดที่มนุษย์ทุกคนต้องการครอบครอง
'เหอะ จิ้งเหลนอย่างเจ้าจะมาสู้ราชาพยัคฆ์เหมันต์ที่หายากยิ่งในโลกภายนอกนั่นอย่างข้าได้อย่างไร แม่นางน้อยต้องชอบข้ามากกว่าพวกเจ้าอยู่แล้ว' พยัคฆ์สีฟ้ายืดอกพลางกล่าว เพราะมนุษย์ทั้งหลายที่เขาจำได้พวกนั้นเคยบอกว่าไม่ค่อยรู้จักเขาเท่าไหร่
วิหคที่โผบินอยู่เห็นพวกเขาเถียงกันก็แค่นเสียง พลางกล่าวอย่างเนิบนาบ
'อย่างไรข้าก็เป็นสตรีเช่นเดียวกับแม่นางน้อย แม่นางน้อยย่อมต้องสนิทกับข้าที่สุด เช่นนั้นนางก็ต้องชอบข้าที่สุดอยู่แล้ว'
น้ำเสียงที่มั่นใจของนางทำให้อสูรทั้งสองต่างเงียบไป เรื่องพวกนี้พวกมันก็จำได้อยู่บ้าง ว่าสตรีมักคบหาสนิทสนมกับเพศเดียวกันมากกว่า
'เจ้าขี้โกง!' มังกรทองอมลมเข้าปากกล่าวอย่างขุ่นเคือง
'ใช่ ๆ เจ้าชอบขี้โกงเช่นนี้ตลอดเลย' พยัคฆ์สีฟ้าพยักหน้ากล่าวสมทบ ตอนนี้มันต้องนับเจ้าจิ้งเหลนทองเป็นพวกพ้องคนสนิทแล้ว
'เจ้าพวกทึ่ม' วิหคกล่าวอย่างไม่ยี่หระ พวกเขาทั้งสองมักเป็นเช่นนี้แต่ไหนแต่ไร
หย่งหมิงไป๋มองดูพวกมัน'รำลึกความสนิทสนม'อย่างเงียบ ๆ ยิ่งได้ฟังพวกมันเอ่ยต่อกันเท่าไรคิ้วดกดำได้รูปของเขาก็ยิ่งยับย่นเข้าหากัน
'พวกข้าไม่ใช่เจ้าทึ่มนะ!' เสียงดุดันสองเสียงตะโกนกล่าวอย่างอัดอั้น ด้วยไม่สามารถลงมือต่อนางที่เป็นสตรีเพศได้ ได้แต่ตอบไปเช่นนี้เหมือนเช่นเคย
หย่งหมิงไป๋กวาดตามองทั้งสามอย่างครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจถามสิ่งที่เขาสงสัย
"พวกเจ้าแบ่งจิตเดิมกันมาเท่าไหร่"
ทั้งสามที่ต่อคำกันอยู่ก็พลันเงียบงัน หันมองกันไปมาราวกับบอกให้อีกฝ่ายเป็นผู้ตอบก่อน หย่งหมิงไป๋เห็นแบบนั้นก็ยิ่งแน่ใจจึงเอ่ยสิ่งที่ตนคาดเดาออกไป
"มิใช่ว่าเกือบทั้งหมดหรอกนะ"
ทั้งสามต่างก็หลุบตาลงด้วยไม่อยากเปิดเผยเรื่องตนเองออกไปก่อน หย่งหมิงไป๋ก็ไม่เอ่ยถามอีก ท่าทางเช่นนี้ของทั้งสามเป็นคำตอบที่เพียงพอกับความสงสัยของเขาแล้ว อีกทั้งท่าทางที่สนิทสนมไม่เหมือนศัตรูคู่อาฆาต
'ไม่คล้ายที่ได้รับรู้มาว่าพวกเขาทั้งสามเปิดสงครามกันจนตกตายตามกันไปหมด'
เดินทางสองวันครึ่งในที่สุดเจินซีถิงและเซียวเยี่ยนหลันก็มาถึงจุดนัดหมาย คนของสำนักเมฆาสวรรค์สังเกตเห็นแม่นางน้อยคล้ายยุทธ์สูงขึ้นอีกขั้นก็อดอิจฉากันขึ้นมามิได้ ด้วยพวกเขาคิดว่าเจินซีถิงคงมีโอสถที่ดีจึงทำให้ศิษย์ของเขาเลื่อนยุทธ์ได้เร็วขนาดนี้ ต้องโทษที่พวกเขาวาสนาน้อยเกินไปจึงไม่มีอาจารย์ที่ดีเช่นนี้ด้วย
"พวกท่านพักผ่อนกันเสียก่อน พรุ่งนี้เช้าเราค่อยออกเดินทางกันต่อ"
อาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม ด้วยตัวเขาเองเป็นนักยุทธ์ขั้นปราชญ์ช่วงกลางเท่านั้น ส่วนอีกฝ่ายเป็นนักยุทธ์ขั้นฟ้ากับปราชญ์ช่วงแรกเริ่ม หากแต่ไม่ว่าใครก็ต้องทราบว่าแม่นางน้อยผู้นี้เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ ไม่แน่ว่าอีกไม่นานแม่นางน้อยผู้นี้ก็คงมียุทธ์เทียบเท่าเขาแล้ว ดังนั้นเขาจึงให้เกียรติอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน
"ขอบคุณท่านอาจารย์มากเจ้าค่ะ"
เซียวเยี่ยนหลันประสานมือขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่สดใสอ่อนหวานหาได้มีความเย่อหยิ่งไม่ ยิ่งทำให้เกิดความประทับใจต่อผู้อาวุโสทั้งหลายยิ่ง
เมื่อได้ห้องเป็นของตนเองจากบ้านของชาวบ้านที่แบ่งให้เช่าแล้วคืนหนึ่ง เซียวเยี่ยนหลันก็ปิดประตูลงกลอนลั่นดาลหน้าต่างเสียมิดชิด
"เมื่อวานหลังมือข้ารู้สึกถึงความเย็นความร้อนและสายลม พวกเจ้าฟักตัวออกมาแล้วแน่ ๆ เลยใช่ไหม"
เซียวเยี่ยนหลันกล่าวอย่างตื่นเต้น ถูมือไปมาอย่างคาดหวัง ยามเปิดปากหมายจะพวกมันทั้งสามออกมา ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ด้วยกำลังหมายมั่นปั้นมือกับไข่ทั้งสาม แม้นางจะได้ยินพวกเขาเอ่ยชักชวนกันมาตั้งแต่อยู่หน้าบ้านนางก็ไม่อยากจะสนใจพวกเขาเท่าใด
"ศิษย์พี่ขอรับ พวกข้าเอง" หวังหูเอ่ยบอก พลางเคาะอีกสามครั้ง
"รู้แล้ว ๆ มากวนเรื่องดี ๆ ของข้าทำไมนี่" เซียวเยี่ยนหลันเปิดประตูพลางกล่าวว่าอย่างไม่จริงจัง
หวังหูถังหยวนได้แต่มองหน้ากันไปมาว่านางกำลังทำอะไรอยู่อีกแล้วถึงกล่าวเช่นนี้ "ศิษย์พี่ ท่านคงไม่ได้จะทำลายบ้านผู้อื่นหรอกใช่ไหม" ถังหยวนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเหยเก
เซียวเยี่ยนหลันถลึงตามองพวกเขาก่อนจะบ่นพึมพำ "บ้านเจ้าสิ ใครจะทำลายบ้านผู้อื่น"
ถังหยวนได้แต่เกาจมูกหัวเราะแห้ง ๆ หวังหูกระแอมไอพลางหันรีหันขวางก่อนจะกระซิบกล่าว "คือพวกข้าเผอิญได้คัมภีร์เกี่ยวกับความงามมาเลยจะเอามาให้ศิษย์พี่ดู"
"หูย นึกว่าเรื่องอะไร เอามาๆ ข้าจะไปทำเรื่องดีๆต่อแล้ว" เซียวเยี่ยนหลันกล่าวเร่งก่อนจะรีบปิดประตูทันทีที่ได้คัมภีร์มาจากหวังหู
บุรุษสองคนเจ้าจ้องข้าข้าจ้องเจ้าก่อนจะหัวเราะหึๆให้กัน แล้วพากันเดินออกจากตรงนี้ไป
ด้านในมิติดาวดึงส์หย่งหมิงไป๋ยังคงดูพวกเขาทั้งสามถกเถียงกันถึงเรื่องรูปลักษณ์ละความโปรดปรานจากแม่นางน้อยที่ทั้งสามทำสัญญาผูกวิญญาณไว้ ยามได้ยินนางเอ่ยถึงพวกเขาทั้งสามอีกทั้งยังคล้ายจะเรียกพวกเขาออกไปเพื่อเจอหน้าคร่าตา จึงจำต้องเอ่ยปากแทรกคำของพวกเขาทั้งสามไป
"แม่นางน้อยจะเรียกพวกท่านออกไปดูตัวแล้ว เพียงแต่ได้ยินว่านางคาดหวังไว้ว่าพวกท่านจะ'น่ารักน่าฟัด'อะนะ"
ทั้งสามที่เปิดปากถกเถียงกันอยู่พลันชะงักร่าง ค้างปาก กับคำว่า'น่ารักน่าฟัด' มองดูตนเองแล้วช่างห่างไกลคำนี้เหลือเกิน พวกเขาเป็นถึงชนชั้นบรรพกาลย่อมต้องมีรูปลักษณ์สง่างามน่าเกรงขาม แล้วจะให้น่ารักน่าฟัดได้อย่างไรกัน
"ต้องตัวเล็ก ๆ มีขนนิ่มลื่นจะได้น่ารักน่าชัง" หย่งหมิงไป๋หันไปบอกกับราชินีวิหควายุ แต่ผู้ยิ่งใหญ่อีกสองตนบนฟ้าย่อมต้องได้ยินเช่นกัน
พวกมันทั้งสามต่างทำหน้าบิดเบี้ยว พวกมันเป็นถึงเจ้าแห่งอสูรจะลดตัวไปเป็นอสูรตัวเล็กน่ารักได้อย่างไร
'ข้าไม่ยอมลดตัวลงไปเป็นอสูรตัวเล็กเอาใจแม่นางน้อยแน่' ราชาพยัคฆ์เหมันต์เชิดหน้ากล่าวอย่างเต็มเสียง
'ข้าก็เหมือนกัน' ราชามังกรทองกล่าว
ราชินีวิหควายุไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพราะกำลังขบคิดอยู่ว่าวิหคชนิดใดบ้างที่ตัวเล็ก ๆ มีขนนุ่มนิ่มน่ารัก ....
หย่งหมิงไป๋ส่ายศีรษะไปมาก่อนจะหายออกจากมิติดาวดึงส์ไป เขาไม่เชื่อหรอกว่าทั้งสามจะไม่อยากเอาใจแม่นางน้อยผู้นั้น เพราะจากเท่าที่ฟังพวกเขากล่าวถกกันมาเป็นวัน ๆ ก็ไม่เห็นจะพ้นเรื่องแม่นางน้อยเลย
...เจอกันอีกทีไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลายเป็นอสูรประเภทใด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.114K ครั้ง

1,244 ความคิดเห็น

  1. #646 White-Lie (@686226) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 18:24
    น้องนกน่ารัก
    #646
    0
  2. #506 Unchisa Warintornnuwat (@kraindeer) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 20:33
    น่ารักจัง
    * ยิ่งมายิ่งยาว -> ยิ่งออกมายิ่งยาว?
    พ้นไฟ -> พ่น
    สดใจ -> สดใส
    ทิวทัศย์ -> ทิวทัศน์
    เข้าใกล้า -> ใกล้
    หมายจะพวกมัน -> หมายจะเอา
    รูปลักษณ์ละความ -> และความ
    #506
    0
  3. #490 Morning-kisses (@morning-kisses) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 17:57
    555 ฟักออกมาก็แก่เลย เจ้าน้องไข่ทั้งหลายตอนเป็นไข่แบบซนมาก นึกว่าจะออกมาตัวเล็กน่ารัก แบบนี้ออกมาทีบ้านพังเป็นแถบๆ แน่เลย แง
    #490
    0
  4. #483 Panawin (@25161523) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 17:18
    รู้ตัวแล้วแฮะว่าห่างไกลคำนั้น ไม่ใช่ว่าเจอกันอีกทีคือจากเสือเป็นแมว จากวิหคตัวใหญ่เป็นนกกระจิบ จากมังกรเป็นงูไรงี้นะ ????????
    #483
    0
  5. #475 ninely12345 (@ninely12345) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 16:20

    สนุกมากค่ะ มีเหรียญก็จะซื้ออ่านค่ะ

    #475
    0
  6. #470 chanagarn2002 (@chanagarn2002) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 16:10

    5555555555555555เหล่าลูกๆของนางรู้ตัวเองด้วยว่าห่างไกลคำว่าน่ารักน่าฟัด5555555555
    #470
    0