แม่นางน้อยร้อยวิชา

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,373 ครั้ง
    28 ก.ย. 62

ยิ่งเดินลึกเข้าไปความหนาวเย็นก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น นอกจากเจินซีถิง เหิงเยี่ยเฟย เซียวเยี่ยนหลันและอาจารย์ที่อยู่ขั้นปราชญ์แล้วทุกคนล้วนแต่ก้าวเท้าเดินอย่างยากเย็น หวังหูและถังหยวนที่ติดตามอยู่ด้านหลังเซียวเยี่ยนหลันก็ยังดูดีกว่าคนอื่น ๆ อยู่บ้าง ไม่ได้รู้สึกหนาวสั่นถึงเพียงนั้นเท่าใดนัก มองดูศิษย์คนอื่น ๆ ที่ปากซีดสั่นระริกเขาทั้งสองก็เพียงเข้าใจว่าเป็นเพราะมียุทธ์ก่อกำเนิดของตนเองคุ้มกาย ผู้อื่นก็คิดไม่ต่างจากพวกเขาทั้งสอง
แท้จริงแล้วไอเย็นรอบตัวของเซียวเยี่ยนหลันถูกซึมซับเข้าไปยังมิติวิเศษเสียมากรอบตัวของนางจึงไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเท่าใด
พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำความหนาวเย็นก็ยิ่งมาก พวกเขาจึงเริ่มหาที่พักแรมกันแล้ว แต่ตอนนี้เองที่ศิษย์ทางด้านหลังขบวนกรีดร้องแล้ววิ่งขึ้นหน้าโหวกเหวกกันออกมา
"ช่วยด้วย มีสัตว์อสูรมา มันเอาพวกเขาไปแล้ว" เสียงร่ำร้องของพวกที่วิ่งขึ้นหน้ามากล่าวอย่างตื่นตระหนก
เหล่าอาจารย์รีบเร่งสร้างค่ายกลให้คุ้มครองพวกเขาไว้ในเขตอาคมวงกลมวงหนึ่ง เมื่อนับจำนวนของสมาชิกก็พบว่าขาดหายไปสามคน โดยรอบบริเวณนั้นกลับไม่พบเห็นสัตว์อสูรแต่อย่างใด
"ใครช่วยเล่าเหตุการณ์ออกมาที" อาจารย์ผู้หนึ่งเอ่ยปากอย่างเคร่งเครียด
ศิษย์ที่อยู่ในอาการหวาดผวาต่างพากันเล่ากล่าวออกมาทีละสองสามคำอย่างจับใจความไม่ได้ อาจารย์ผู้นั้นจึงตวาดคราหนึ่งให้คนเพียงคนเดียวเอ่ยเล่าออกมา
"เป็น เป็น สัตว์อสูรที่ใหญ่มาก ข้า ข้าเห็นเพียงมันใช้อุ้งมือหนึ่งตะปบลงไปยังคนพวกนั้น แล้ว แล้วก็ลากพวกเขาหายไปอย่างรวดเร็ว ข้าวิ่ง ข้าหันหลังกลับไปดูก็ไม่พบพวกเขาและมันแล้ว"
ศิษย์ผู้นี้อยู่ใกล้กับศิษย์สามคนนั้นมากที่สุดจึงเห็นเหตุการณ์ได้ชัดกว่าใคร ทว่าเขาเองก็ยังขวัญเสียอยู่มากเช่นกัน
"เจ้าว่าเห็นเพียงขาข้างหนึ่งของมัน?" อาจารย์ผู้นั้นยังคงมีข้อสงสัยจึงยังคงซัดถามเขาต่อ
"ขอรับ มันไวมาก เหมือนมันตัวใหญ่มาก มันยื่นขามาข้างหนึ่งตะปบลง ข้า ข้าไม่เห็นส่วนอื่นของมัน" เสียงสั่นเครือเอ่ยตอบกลับ
"เช่นนี้ไม่ดีแล้ว พวกเราควรบินผ่านป่านี้ไปดีหรือไม่" อาจารย์ผู้นั้นขอความเห็นจากอาจารย์ท่านอื่น ๆ
"ไม่ทราบว่าป่านี้จะใหญ่เพียงไร แต่หากเดินทางด้วยเท้าเช่นนี้คล้ายจะอันตรายกว่าจริงๆ" อาจารย์อีกคนเอ่ยตอบแต่ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยที่ควรเดินทางบนอากาศมากกว่า
เซียวเยี่ยนหลันเปิดปากบอกผู้เป็นอาจารย์อย่างแผ่วเบา "พวกมันไม่บินในหมอกนะอาจารย์" พวกมันในที่นี้ย่อมหมายถึงวิหคแปดปีกสองตัวที่เกาะไหล่นางอยู่
เจินซีถิงเองและทุกคนก็พอจะมองออกว่าพวกมันไม่ยอมขยายตัวแน่ เพราะแต่เช้ามาคล้าายพวกมันจะหดตัวให้เล็กลงอีกส่วนด้วย
"ข้ามีของวิเศษที่สามารถพาเหาะเหินได้อยู่ เพียงแต่บรรจุผู้คนได้อย่างมากแค่สี่คนเท่านั้น" เจินซีถิงเอ่ยตอบหนักใจ เขาทราบว่าทุกคนล้วนอยากพึ่งพาเขา ทว่าเขาไม่เคยให้ความสำคัญเรื่องการเหาะเหินกับผู้อื่นมาก่อน ดังนั้นของวิเศษที่พาให้โบยบินได้จึงมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่ละชิ้นก็เพียงมีหนึ่งที่นั่งเท่านั้น
เหล่าอาจารย์ก็มีของวิเศษเช่นกันแต่ก็รับคนได้เพียงสองสามคนต่อของวิเศษชิ้นหนึ่ง เมื่อคำนวนแล้วก็ยังขาดอีกสี่ที่ เหิงเยี่ยเฟยจึงเอ่ยปากว่าไม่ต้องนับเขาเข้าไปในจำนวนด้วย ดังนั้นจึงขาดอีกสามที่แต่ใครจะเป็นผู้ที่ต้องเสียสละไม่ขึ้นของวิเศษนั้นยังคงถกเถียงกันอยู่ครู่หนึ่ง
เซียวเยี่ยนหลันหันไปสบตากับหวังหูและถังหยวนก่อนจะเห็นพวกเขาพยักหน้าให้เลยเอ่ยปากบอกกับทุกคนว่าพวกเขาทั้งสามจะเป็นคนที่เดินทางผ่านป่านี้ไปเอง
"ไม่ได้ เจ้าต้องไปกับข้า ข้าไม่ให้เจ้ามาเสี่ยงกับตัวอะไรที่ไม่แน่ชัดตัวนี้แน่" เจินซีถิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม เขาไม่ต้องการให้ศิษย์ผู้เดียวของเขามีอันตราย
"ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้ามีของวิเศษมากมายอีกทั้งข้ามีวิชาเหาะเหินขั้นสูงอยู่ด้วย"
"จะอย่างนั้นก็ไม่ได้ ข้างล่างนี่อันตรายเกินไป" เจินซีถิงยังคงกล่าวอย่างไม่ยินยอม
"อาจารย์ ท่านต้องเชื่อในความสามารถของข้าสิ เรื่องที่ไม่มีความมั่นใจข้าไม่เอ่ยออกมาแน่นอน" เซียวเยี่ยนหลันไม่อยากให้ศิษย์ที่อ่อนด้อยกว่านางต้องเผชิญเคราะห์กรรม จะอย่างไรพวกนางทั้งสามคนก็มีวิชาล่องลอยเหนือเมฆาอยู่คงไม่เกิดอันตรายโดยง่ายแน่
เจินซีถิงจะกล่าวห้ามต่อแต่ยามนี้พวกเขาต่างต้องหยุดปากพลางเบิกตากว้างเนื่องจากมีสัตว์อสูรตัวใหญ่โตกำลังยื่นหน้าออกมาจากดงไม้มองดูพวกเขาอยู่
"ตัวมันใหญ่ยิ่ง" เห็นเพียงใบหน้าแหลมที่มีขนปกคลุมทั่วโผล่ออกมาก็พอให้ทราบแล้วว่ามันตัวใหญ่ปานใด
"ตามนี้เถอะอาจารย์ ไม่มีเวลามายืดเยื้อแล้ว พวกท่่านรีบเหาะขึ้นไปโดยไวดีกว่า พวกข้าทั้งสามก็จะไปด้วยเช่นกัน" เซียวเยี่ยนหลันแม้จะหวาดกลัวอยู่บ้างแต่พอคิดว่าตนเองมีวิชาหลายสิบวิชาที่ฝึกจนคล่องแคล่วแล้ว
อาจารย์ท่านอื่นก็ร้อนใจเช่นกัน สัตว์อสูรตนนี้ดูอย่างไรก็ต้องระดับห้าหรือไม่ก็มากกว่าแน่นอน หากแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยเร่งรัดเจินซีถิง
"ไป ข้าจะไปกับพวกเขาเอง" เหิงเยี่ยเฟยกล่าวอย่างเรียบเฉย
เจินซีถิงคล้ายวางใจที่ลอยสูงได้จึงได้แต่พยักหน้าแล้วบอกให้พวกเขาดูแลกันดี ๆ ก่อนจะรีบนำของวิเศษออกมาแล้วทะยายขึ้นสู่ท้องฟ้าไปอย่างรวดเร็ว
ทางด้านสี่คนที่เหลือก็พลิ้วกายหายไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกันนั้นเอง
สัตว์อสูรตนนั้นเห็นเหยื่อที่หมายตาไว้หายไปจากสายตาก็พลันแหงนหน้าอ้าปากคำรามลั่น ก่อนจะทะยานตัวออกมาจากพุ่มไม้ที่มันแอบซุ่มอยู่ พวกเซียวเยี่ยนหลันเห็นตัวมันชัด ๆ จากบนยอดไม้ไกล ๆ ก็พากันสูดปากอย่างตกตะลึง เหิงเยี่ยเฟยก็ตกตะลึงเช่นกันหากแต่เขาตกตะลึงที่ทั้งสามสามารถเคลื่อนไหวตนเองมาไกลได้ถึงเพียงนี้ในคราเดียวโดยไม่ใช้ของวิเศษช่วย ด้วยพลังยุทธ์ของพวกเขาทั้งสามอย่างมากก็ออกห่างจากสัตว์อสูรได้เพียงไม่ไกล แต่นี่เคลื่อนเท้าครั้งหนึ่งกลับห่างออกมาเกือบครึ่งลี้
สำนักรากหญ้านี้มีวิชาที่วิเศษเช่นนี้ครอบครองได้อย่างไร เขาครุ่นคิดกับตนเองในใจ
สัตว์อสูรสีฟ้ารูปร่างคล้ายสุนัขจิ้งจอกแต่ความสูงของตัวมันนั้นกลับสูงเกือบสามจั้ง(ประมาณ6เมตร) ขนสีฟ้าที่ปกคลุมทั่วร่างแผ่ปราณอันเย็นเยือกออกมามิได้หยุด เขี้ยวใสอันยาวโค้งที่โผล่ยื่นออกมาจากปากมันราวกับเกิดขึ้นเพราะน้ำแข็งเกาะตัวรวมกันจนเป็นเขี้ยวขึ้นมาอย่างบังเอิญ นัยตาแดงกล่ำที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกบางเบายิ่งทำให้มันดูโหดเหี้ยมขึ้นอีกส่วน เล็บเท้าทั้งสี่ยาวโค้งแหลมคมเจาะเข้าไปยังพื้นดินที่มันยืนอยู่
มันสอดส่ายสายตามองหาเหยื่อของมันพลางขยับจมูกอันใหญ่โตของมันก่อนจะหันหน้าไปยังทิศทางที่พวกเซียวเยี่ยนหลันอยู่ เมื่อสูดดมอากาศเข้าออกครั้งหนึ่งมันก็กระโจนตัวทะยานออกไปยังจุดหมายพลางยกเท้าหน้าข้างหนึ่งขึ้นมาตะปบทันที!
หวังหูและถังหยวนนั้นหลังจากตกตะลึงกับรูปร่างมันครู่หนึ่งก็เตรียมเคลื่อนกายออกไปสมทบกับเซียวเยี่ยนหลันแล้ว ด้วยวิชาล่องลอยเหนือเมฆาของพวกเขาฝึกเพียงขั้นหนึ่งเท่านั้นจึงอยู่ห่างจากสัตว์อสูรตนนี้ไม่ไกลนัก ยามเห็นมันสูดดมกลิ่นฟึดฟัดพวกเขาก็ทะยานตัวออกไปแล้ว ตอนที่ขาหน้ามันตะปบมาถึงจึงเพียงตะปบลงต้นไม้ที่อยู่บริเวณนั้นเท่านั้น
"รีบไป" เซียวเยี่ยนหลันเอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นทั้งสองทะยานกายมาหาตนเอง ก่อนจะพากันเหาะเหินลัดเลาะต้นไม้ไปในทิศทางเดียวกัน
เหิงเยี่ยเฟยเห็นพวกเขาคล้ายไม่เห็นเขาเป็นพวกก็มิได้ขุ่นเคืองเพียงแต่รั้งท้ายติดตามไปอย่างเงียบ ๆ
ทางด้านหลังต้นไม้ถูกโค่นล้มเป็นแนวยาว ด้วยสัตว์อสูรตนนั้นก็เร่งกระโจนตัวหมายจะจับพวกเขาให้ได้เช่นกัน
ไล่ล่ากันไปครึ่งก้านธูป สัตว์อสูรตนนั้นไม่ทราบนึกอย่างไรถึงได้หยุดตัวลง มันส่ายหางไปมาอย่างครุ่นคิดก่อนจะตะปบเท้าลงกับพื้นดินคราหนึ่งโดยแรง
ทั่วทั้งบริเวณกว่าหนึ่งลี้โดยรอบพลันกลายเป็นน้ำแข็งไปเสียอย่างนั้น
พวกเขาอยู่ห่างจากต้นไม้ที่กลายเป็นน้ำแข็งเพียงสามต้นเท่านั้น เห็นภาพนี้ก็พากันเหน็บหนาวสยิวกายยิ่ง สัตว์อสูรตัวนี้ต้องสังกัดธาตุน้ำหรือไม่ก็ธาตุน้ำแข็งเป็นแน่ อีกทั้งระดับของมันคงสูงยิ่ง พวกเขาสบตากันครู่หนึ่งก่อนจะรีบผละออกไปจากตรงนั้น มีเพียงเหิงเยี่ยเฟยที่ยังคงรั้งอยู่ก่อน เนื่องจากความรู้ความสามารถเขามากกว่าทั้งสามจึงพอทราบว่าอสูรตนนี้อาจเป็นอสูรขั้นเจ็ด และยามเห็นมันใช้เวทน้ำแข็งเช่นนี้เขาก็พลันนึกออกแล้วว่ามันคือสัตว์อสูรชนิดใด
หมาป่าทมิฬเยือก!
ครั้งนี้ถือว่าเป็นโชควาสนาของเขาแล้ว เลือดของมันสามารถนำมาเป็นส่วนผสมเพื่อหลอมเม็ดยาผนึกจิตได้!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.373K ครั้ง

1,444 ความคิดเห็น

  1. #529 นินจาแมว (@kanyapakj140) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 15:51

    อัปลักษณ์ นางเอกอัปลักษณ์ คนอื่นคงโครตอัปลักษณ์

    #529
    1
    • #529-1 ployn0958989 (@ployn0958989) (จากตอนที่ 25)
      29 พฤศจิกายน 2562 / 07:21
      เราคงปีศาจดีๆนี่เองT_T
      #529-1