แม่นางน้อยร้อยวิชา

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,370 ครั้ง
    17 ก.ย. 62

เมื่อถึงเวลานัดหมายจะลงเขาไปยังหอประมูลและตลาดค้าเนื้อ เซียวเยี่ยนหลันก็ปรากฎกลายด้วยชุดสีแดงที่ค่อนข้างรัดรูปเพื่อความกระฉับกระเฉงคล่องตัว หากแต่ผู้คนที่พบเห็นกลับลอบกลืนน้ำลายกันอยู่บ้าง
หวังหูกับถังหยวนจ้องมองแม่นางน้อยที่กำลังคล้ายเหาะเหินลงมาหาพวกตน ยามนั้นอดไม่ได้ที่ใบหน้าจะขึ้นสีแดงมิได้
"แค่ก ศิษย์พี่มิใส่ชุดของศิษย์สำนักในไปหรือ" หวังหูกระแอมถามอย่างขัดเขิน ไม่กล้าจับจ้องไปที่อีกฝ่ายมากนัก
เซียวเยี่ยนหลันมองส่วนนูนที่แทบไม่เป็นที่สังเกตก่อนจะมองพวกเขาอย่างอ่อนใจ 'พวกเจ้าจะหน้าแดงเพราะเด็กที่ไม่โตเต็มวัยเช่นนี้ไม่ได้นะ'
"แบบนี้สะดวกกว่า ไปกันเถอะ"
นางเอ่ยอย่างเร่งรัดก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำไปก่อน กระทั่งเดินลงมาถึงตีนเขาที่มีทิศทางให้ไปมากมาย นางจึงหยุดรอพวกเขาที่กำลังวิ่งเหยาะ ๆ กันมา
"พวกท่านอยู่ในยุทธ์ช่วงใดแล้ว เหตุใดถึงได้ชักช้าปานนี้" นางเอ่ยถามอย่างสงสัย
หวังหูและถังหยวนค่อยข้างกระอักกระอ่วน ด้วยเม็ดยาต่าง ๆ ที่ได้จากแม่นางน้อยนี้ ทำให้ตอนนี้พวกเขาเลื่อนชั้นยุทธ์เป็นขั้นสามัญขั้นสูงแล้ว แต่ถึงแบบนั้นก็ยังน้อยกว่าแม่นางน้อยตรงหน้าอยู่มาก
เห็นพวกเขาทำท่ากระอักกระอ่วน นางจึงมิได้เอ่ยถึงเรื่องนั้นอีก เพียงเอ่ยอย่างรวบรัด "จากนี้รบกวนพวกท่านนำทางแล้ว แต่พวกเราควรต้องเดินทางด้วยความเร็วที่ 'ไว' หน่อยไหม มิเช่นนั้นยามกลับจะมืดค่ำเกินไป อันตรายนัก"
พวกเขาทราบถึงความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของนาง จึงพยักหน้าแล้วให้หวังหูเป็นผู้นำทาง โดยมีถังหยวนเป็นผู้ดูแลอยู่ด้านหลังเซียวเยี่ยนหลัน
ถังหยวนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างยามมองจากทางด้านหลังเช่นนี้ สายลมที่พัดผ่านทำให้ผมที่นางรวบขึ้นปลิวสยายคล้ายหางม้ากำลังสะบัดไปมา แม้นางจะรวบผมขึ้นไปสูงแล้วแต่ก็ยังคงเหลือความยาวของปลายผมที่ยาวระเอวกิ่ว ด้วยชุดสีแดงสะดุดตาด้านในแนบชิดรัดรึงกับเรือนร่างชายเสื้อสี่ด้านที่ยาวกอบเท้าก็แนบชิดพริ้วไหวทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของนางได้อย่างลาง ๆ หากแต่การเห็นชัดคล้ายไม่ชัดเช่นนี้กลับยิ่งดูเย้ายวนใจขึ้นอีกส่วน
เห็นนางผินหน้ามามองดูว่าเขาเหาะเหินทันนางหรือไม่ เขาพลันเบือนหน้าไปทางด้านข้างอย่างร้อนตัวอยู่บ้าง
'ข้าคิดเหลวใหลแล้ว ศิษย์พี่อายุเพียงสิบสอบขวบปีเท่านั้น'
ยามถึงหอประมูลในเมืองกั่วก็ได้เวลาของการเปิดหอประมูลพอดี พวกเขาจ่ายเงินไปห้าสิบเหรียญเงินเพื่อเข้าร่วมประมูล นับว่าเป็นจำนวนที่มากสำหรับครอบครัวปานกลางครอบครัวหนึ่ง เพราะเงินจำนวนนี้สามารถหาซื้อข้าวได้ถึงหนึ่งเกวียนรถ
บรรยากาศด้านในของหอประมูลคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย แต่ยามที่เซียวเยี่ยนหลันปรากฎกายดวงตาทุกคู่ที่นางเดินผ่านล้วนจับจ้องมาที่นางทั้งสิ้น แม้นางจะใส่งอบให้ผ้าบางครอบคลุมใบหน้าแล้ว กระนั้นก็ยังพอเห็นเค้าลางงามอยู่มาก อีกทั้งด้วยเรือนร่างที่โตเกินอายุจริงของนางก็พอเพียงให้ผู้คนจิตนาการได้ไม่ยาก
ทั้งสามหาที่นั่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเวทีการประมูลได้เพียงครู่การประมูลสินค้าชิ้นที่หนึ่งก็เริ่มขึ้น
กลางเวทีอยู่ ๆ ก็มีแท่นวางค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาจากด้านล่างพร้อม ๆ กับมีสตรีนางหนึ่งย่างเยื้องกายออกมาจากม่านด้านหลังของเวที แม่นางผู้นี้เซียวเยี่ยนหลันให้คะแนนความยั่วยวนของนางถึงเก้าเต็มสิบส่วน ด้วยใบหน้าที่งดงามเย้ายวนพาให้คนคิดอกุศลอีกทั้งทรวงอกกลมโตที่คล้ายจะกระเด็นกระดอนออกมาจากเสื้อด้านบนที่ดูจะตัวเล็กกว่าขนาดของหน้าอกนาง ไหนจะกระโปรงที่คล้ายนำผ้าหลายชิ้นมาจับเย็บขอบเข้าด้วยกันแล้วปล่อยชายนั้นอีก ขอบกระโปรงอยู่ต่ำกว่าสะดือเพื่ออวดเอวกิ่วเล็กนั่น ยามนางเยื้องก้าวขาที่ยาวเรียวด้านข้างก็โผล่ออกมาให้เห็น อีกทั้งหากนางก้าวขาสูงขึ้นกว่านี้อีกหน่อยก็คงจะเห็นสิ่งนั้นของนางแล้ว เช่นนี้ก็เพียงพอให้หัวใจบุรุษทั้งหลายเต้นรัวเร็ว อีกทั้งการขยับข้อมือสะดับกระดิ่งขนาดย่อมให้เกิดเสียงที่เพราะพริ้งดังกังวานออกมา ทั้งหมดนี้ราวกับเป็นการดึงดูดความสนใจของทุกผู้คนให้หันมาจ้องมองสนใจนางได้อย่างไม่ต้องสงสัย
กระทั่งแท่นวางที่ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นนั้นหยุดอยู่ที่ความสูงพอดีกับเนินอกของนางผู้ดำเนินการประมูลบนเวที นางก็เอ่ยปากกล่าวทักทายกับผู้คน แล้วเริ่มการประมูลสิ่งของชิ้นแรก
รายการสินค้าแรก ๆ นั้นเพียงเรียกน้ำย่อย จึงมิใช่ของดีที่สุดแต่กระนั้นก็นับว่าหาซื้อยากอยู่ไม่น้อย
ที่เซียวเยี่ยนหลันถูกตาต้องใจจนอดไม่ได้ที่จะเปิดปากร่วมประมูลด้วยก็ลูกของอสูรวิหคตัวหนึ่ง ดูจากไรขนของมันคล้ายเพิ่งถูกแยกจากอกแม่มาไม่นาน เห็นแล้วให้ความรู้สึกช่างน่าสงสารนัก แม้คำอธิบายของมันจะคือเลี้ยงยากหรือโตมาดุร้ายมากก็ตาม แต่ด้วยขนาดของมันกับสภาพแรกเกิดเช่นนี้จึงมีอีกหลายสิบคนที่ต้องการเอามันไปเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็กเช่นนี้
เลี้ยงแต่วัยเยาว์ย่อมต้องเชื่อฟังกว่าเลี้ยงยามปีกกล้าขาแข็งแล้ว
อีกทั้งเมื่อมันเติบใหญ่มันยังตัวโตได้ถึงร้อยจั้ง สามารถนำไปเป็นสัตว์ภาหนะได้ ดังนั้นจึงมีคนกระเป๋าหนักแย่งมันไม่น้อย กระทั่งมันนถูกเคาะราคาขายที่หนึ่งร้อยสามสิบเหรียญทอง เซียวเยี่ยนหลันจึงได้แต่มองมันตาปริบๆ
หวังหูเห็นนางมองตาละห้อยเช่นนั้นก็เอ่ยเน้าแหย่พลางยิ้ม "แม้มันเป็นสัตว์อสูรตัวแรกที่ถูกนำออกมาประมูล แต่ศิษย์พี่ก็ไม่จำเป็นต้องมองตามมันเช่นนั้น เดี๋ยวผู้อื่นจะคิดว่าท่านจะแย่งชิงแล้ว"
"ข้าเปล่านะ ข้าแค่สงสารมันกลัวคนเขาเลี้ยงมิดี" นางยู่ปากอย่างขัดเคืองก่อนจะเอ่ยปากตอบอย่างแผ่วเบาลงเรื่อยๆ
ถังหยวนกับหวังหูเพียงแย้มยิ้มกล่าวประจบว่าเป็นศิษย์พี่ที่มีความเมตตายิ่ง จึงโดนนางมองค้อนไปเที่ยวหนึ่ง
ยิ่งมายิ่งมีของวิเศษและสินค้าแปลกประหลาดมาประมูลให้ตื่นตาตื่นใจ สัตว์วิเศษและสัตว์อสูรวันนี้กลับมีน้อยนิดรวมกันเพียงสี่ตัวเท่านั้น ยิ่งมีคุณสมบัติพิเศษราคายิ่งสูงเกินบางคนไขว่คว้า
สุดท้ายการประมูลจบลงพวกเขาทั้งสามกลับประมูลสิ่งใดมาไม่ได้ทั้งสิ้น
หวังหูและถังหยวนนั้นเดิมเป็นชนชั้นฐานะปานกลางย่อมไม่มีเหรียญทองมากมายติดกายอยู่แล้ว ส่วนเซียวเยี่ยนหลันแม้จะมีกว่าพวกเขาเป็นสองเท่าตัวแต่ก็ยังไม่สามารถตัดใจจ่ายออกไปทั้งหมดเพียงของแค่สิ่งเดียว
"ศิษย์พี่พวกเราไปหาอะไรกินกันก่อนแล้วค่อยไปยังตลาดค้าเนื้อดีหรือไม่" ถังหยวนมองดูอาทิตย์ที่ค่อนไปทางทิศตะวันตกพลางเอ่ยถาม
"ก็ดี" เซียวเยี่ยนหลันเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม ดวงตาหยีลงมองแล้วน่าเอ็นดูยิ่ง
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดค้าเนื้อหลายร้านคล้ายเพิ่งตั้งแผงขายของได้ไม่นาน เพราะบางร้านยังนำสินค้าขึ้นมาวางไม่เต็มแผงดี กระนั้นก็ยังมีร้านค้าอีกมากมายที่เปิดขายกันนานแล้ว
ทั้งสามแวะเวียนดูแผงนั้นแผงนี้ ผ่านไปหนึ่งชั่วยามก็ยังไม่เจอสัตว์อสูรหรือสัตว์วิเศษที่ถูกตาต้องใจและราคาพอเหมาะกับเงินในกระเป๋าเลย
"นายท่านทั้งสามสนใจพนันไข่อสูรหรือไม่ เพียงห้าสิบเหรียญทองเท่านั้น" ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นยามพวกเขาทั้งสามกำลังเดินผ่านแผงของตนไป
"หืม" เซียวเยี่ยนหลันไม่เคยได้ยินว่ามีการพนันเช่นนี้ด้วย นางมองไปยังด้านหลังของพ่อค้าเห็นเป็นแผงใหญ่สี่เหลี่ยมที่ถูกปดบังด้วยผ้าหนาทุกด้านยากจะมองเห็นด้านใน นางหันไปส่งสายตาราวสอบถามจากผู้ร่วมสำนักทั้งสอง ก่อนจะได้รับการส่ายหน้ากลับมา
พ่อค้าเห็นท่าทีพวกเขาก็รีบเอ่ยบอกรายละเอียด
"นายท่านทั้งสามอาจไม่เคยเจอแผงการค้าของข้าใช่หรือไม่ นั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใด กว่าพวกข้าจะรวบรวมไข่ทั้งหมดนี่ได้ย่อมต้องใช้เวลาไม่น้อยเลย กล่าวว่าสามปีเปิดร้านเพียงหนึ่งหนก็ว่าได้ วันนี้ได้พบกันไม่แน่พวกท่านอาจมีวาสนากับไข่บางใบก็เป็นได้ อีกทั้งนายท่านทั้งสามสามารถจ่ายเพียงคนละห้าสิบเหรียญทองก็สามารถเข้าไปเลือกไข่ได้ตามใจชอบ"
พ่อค้าสังเกตยามเขาเอ่ยบอกราคานั้น เปลือกตาของทั้งสามมีการขยับจึงรีบเอ่ยโน้มน้าวต่อ
"แน่นอนว่าในราคานี้ย่อมสามารถลูบคลำยกอุ้มได้ตามใจ หากโชคดีประสบโชคอาจได้ไข่ของสัตว์วิเศษไปครอบครองในราคาเพียงห้าสิบเหรียญทองก็ได้"
แต่นั่นหมายถึงพวกท่านดวงดีพกเทพโชคลาภมาด้วยนะ ... พ่อค้าคิดในใจ
ทั้งสามต่างเจ้ามองข้าข้ามองเจ้า เมื่อประชุมกันทางสายตาแล้ว หวังหูกับถังหยวนจึงเอ่ยบอกว่าพวกเขาทั้งสองจะรออยู่ข้างนอกนี่ให้เซียวเยี่ยนหลันเข้าไปลองเสี่ยงโชคดูผู้เดียว แต่เซียวเยี่ยนหลันกลับควักหยิบเหรียญทองใหญ่จ่ายไปสิบห้าเหรียญ
"เข้าไปลองเสี่ยงโชคด้วยกันเถอะ" นางเอ่ยพลางทำท่าให้พ่อค้าเปิดม่านนำทางไป


ค่าเงินในนิยายเรื่องนี้
1 เหรียญเงิน เท่ากับ 100 เหรียญทองแดง
1 เหรียญทอง เท่ากับ100 เหรียญเงิน
1 เหรียญทองใหญ่ เท่ากับ 10 เหรียญทอง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.37K ครั้ง

1,253 ความคิดเห็น

  1. #344 Unchisa Warintornnuwat (@kraindeer) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 20:08
    *ยาวกอบเท้า -> กรอม
    พริ้วไหว -> พลิ้วไหว
    เหลวใหล -> ไหล
    เค้าลางงาม -> เค้าลางความงาม
    สะดับ -> สะบัด
    ภาหนะ -> พาหนะ
    ยิ่งมา -> ต่อมา
    #344
    1
  2. #198 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:20
    ใจป้ำมิใช่น้อย
    #198
    0
  3. #11 Deppyy (@Deppyyok) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 17:32
    จ่ายไป 150 เหรียญทองหรือเปล่าคะ
    #11
    1
    • #11-1 Kanyanat Lim (@kanyanatlim) (จากตอนที่ 11)
      23 กันยายน 2562 / 15:41
      1 เหรียญทองใหญ่ = 10 เหรียญทองค่ะ 150 เหรียญทองก็ = 15 เหรียญทองใหญ่ค่ะ
      #11-1