心如 ซินหรู

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 407 Views

  • 0 Comments

  • 11 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7

    Overall
    407

ตอนที่ 3 : ดอกไม้แค่กำลัง....

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 ม.ค. 62

"เอาล่ะมาเหนื่อยๆก็พักก่อนเถอะจินตง"จางหลี่เอ่ยออกมาเบาๆ 

"ขอรับท่านแม่"จินตงตอบก่อนจะประคองแม่ของตนเข้าไปในเรือน พอเข้าไปในเรือนนอนของแม่จินตงก็มองไปทั่วๆห้อง เวลาไม่กี่ปีแต่หลายสิ่งหลายอย่างกลับเปลี่ยนแปลงจนเขานึกกลัวความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาบ้าง

"ท่านปู่บอกลูกว่าปีนี้คงหนาวเย็นกว่าทุกปี ท่านเลยฝากเสื้อขนสัตว์จากชนเผ่าทางเหนือมาให้ท่านกับชินหรูหลายตัวเลยที่เดียว"จืนตงบอกแม่และน้องด้วยน้ำเสียงโอนโยน

"ท่านปู่เจ้าก็จริงๆเลยแม่บอกแล้วว่าที่มีก็มากจนใส่ไม่ครบแล้ว"จางหลี่ต่อว่าผู้เป็นพ่ออย่างไม่จริงจังนักเพราะรู้ดีว่าต่อให้ลูกคนใดจะโตเพียงใดก็เป็นเพียงเด็กน้อยในสายตาคนเป็นพ่อแม่

"แล้วท่านปู่ละท่านพี่ ปีนี้ไม่มาเยี่ยมข้าบ้างหรือ"ชินหรูที่เงียบอยู่นานถามขึ้น

"มาท้ายเดือนเช่นเคยนั้นแหล่ะ เห็นว่าน้องถิงคงลูกชายคนโตของลุงใหญ่กำลังจะมีลูก ท่านปู่คงอยากกไปเห็นหน้าหลานสะใภ้กระมัง"จินตงตอบน้องสาวของตน

แค่ก แค่ก เสียงไอของจางหลี่เรียกความสนใจจากลูกทั้งสองของตนได้อย่างดี

"ท่านแม่ข้าบอกแล้วว่าไม่ควรออกไปตากลมที่ด้านนอก"ชอนหรูที่ได้ยินเสียงแม่ของตนไอก็บ่นอย่างห่วงไย

" เห็นว่าอาการดีเพียงไหนเจ้าจะให้ข้าทนอยู่ในเรือนอย่างอุดอู้ในเรือนได้อย่างไรกัน ฮ่าๆๆ"ฮูหยินจางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

"ท่านดูเอาเถอท่านพี่ว่าแม่ของเราดื้อเพียงไร"ชินหรูหาพวก

"เอาหน่าอย่างไรวันนี้ก็บรรยายการดีจีิงๆ เจ้าพูดให้มากความไปไย"พี่ชายไม่เห็นด้วยเรียกความตึงบนใบหน้าได้อย่างดี และใบหน้ามึนตึงก็เรียกเสียงหัวเราะจากแม่และพี่เป็นอย่างดี

ทั้งสามคนใช้เวลาทั้งบ่ายไปกับการอ่านหนังสือและจมอยู่กับความคิดขอตนในมุมของตน บรรยายกาศช่างดีจนไม่มีใครกล้ามาทำลายบรรยายกาศอันอบอวลไปด้วยความเงียบสงบนี้ได้ 

ล่วงเวลามาถึงเวลารับสำรับเย็นทุกคนก็ต่างรู้หน้าที่ของตน แม่นมถางก็ไปยกสำรับมา ก่อนที่สามคนครอบครัวจะนั่งรับสำรับเงียบๆไม่พูดกันให้มากความ หลังรับสำรับเสร็จต่างคนก็ต่างกลับเรือนนอนของตน

ในความคิดของจางหลี่วันนี้ช่างดีถึงจะสงบไม่ได้พูดแต่ก็รับรู้ถึงความรู้สึกของลูกทั้งสองอย่างดี ดีจนอยากจะหยุดวันเวลาเอาไว้ตลอดกาลไม่อยากให้มีสิ่งใดมาพรากมันไปเลย แต่ใครกันเหล่าจะหยุดเวลาได้มันเป็นแค่ความคิดเท่านั้น จางหลี่ไม่ได้นอนแต่ไล่สาวใช้ออกจากห้องนอนให้หมด เหลือเพียงเจียงฟางที่นอนเฝ้าอยู่หน้าห้อง

ส่วนทางด้านชินหรูกำลังนั่งสวดมนต์ให้แม่ของตนหายจากความเจ็บไข้ได้ป่วย นางหวังว่าผ่านสิ้นปีนี้ไปท่านแม่คงจะหายเจ็บป่วย หลังจากสวดมนต์เสร็จชินหรูก็ล้มตัวนอน

และทางด้านจินตงก็กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เขาคิดว่าอ่านจบหน้านี้คงถึงเวลานอนแล้วกระมัง


เช้าวันต่อมา

ชินหรูลุกมาก่อนจะเรียกบ่าวทั้งสองมาปรนนิบัติตน หลังจากชินหรูล้างหน้าอาบน้ำเสร็จก็ออกไปนั่งที่นั่งหน้าเรือนของตน ทั้งที่เมื่อวานฟ้าสดใสงดงาม อบอุ่นไปด้วยแสงจากอาทิตย์แต่วันนี้กลับต่างกันสิ้นเชิง ฟ้ามืดครึ้มมองดุคล้ายทั้งฟ้ากำลังร้องไห้ มีเรื่องเศร้าอันใดกันหนอท้องฟ้าจ้า เธอถามท้องฟ้ากับตัวเองในใจ

"คุณหนูเจ้าขาไปเรือนฮูหยินกันเถอะเจ้าคะ ไปเช้าๆบ่าวจะได้ไปช่วยแม่นมถางจัดเตรียมสำรับดีหรือไม่เจ้าคะ"เป็นถิงถิงที่มากล่าวกับเธอ

"ดีเหมือนกันข้าจะได้ไปดูท่านแม่ด้วย"ชินหรูตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส 

ณ เรือนจางหลี่

"เจียงฟางท่านแม่ยังไม่ตื่นอีกหรือ"ชินหรูถามเจียงฟาง

"ทุกวันไม่ชอบให้ใครไปปลุกเจ้าคะคุณหนู ฮูหยินตื่นเองตลอด บ่าวก็ไม่กล้าไปปลุกเจ้าคะ"เรื่องที่ไม่ชอบให้ใครไปปลุกอันนี้เธอรู้ดี แต่วันนี้ใกล้เวลารับสำรับแล้วเห็นทีต้องไปปลุกก็วันนี้


"ท่านแม่เจ้าขาลูกขอเข้าไปนะเจ้าคะ"ชินหรูพูดกับประตูก่อนจะอนุญาตตนเอง แล้วก็เดินเข้าไปก่อนจะเดินไปเปิดหน้าต่าง

"ท่านแม่เจ้าขาถึงเวลารับสำรับแล้วไยไม่ตื่นล่ะเจ้าคะ"ชินหรูพูดก่อนจะเดินไปที่ฮูนหยินจางนอนอยู่ ทั้งที่ท่านแม่มักจะรู้สึกไวเสมอ ชินหรูจับมือแม่ของตน เย็นเฉือบจนเธอนึกกลัว

"ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านแม่ ใครอยู่ข้างนอกไปตามหมอมา"เธอตะโกนสุดเสียง ทั้งที่ใจเธอมันสั่งว่าอย่า แต่มือบางเล็กก็ตัดสินใจเอื้อมมือไปบริเวณจมูก ท่านแม่ไม่หายใจนั้นคือความคิดของเด็กน้อย แต่ในใจเธอกับหลอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ไม่ท่านแม่แค่หายใจเบา

"ม่ายยยยยยยย"เสียงตะโกนและเสียงร่ำไห้เรียกความสนใจของผู้คนในบริเวณรอบเรือน บ่าวไพร่ต่างคิดและพูดไปต่างๆนานา จนเจียงฟางรีบวิ่งกลับมา เพราะเมื่อครู่เธอเป็นคนไปบอกบ่าวชายให้ไปตามท่านหมอ

เจียงฟางเข้าไปเรือนนอนของฮูหยินใหญ่ เห็นคุณหนูของเธอกำลังร้องไห้และกอดฮูหยินอยู่ เธอวอนฟ้าว่าขอให้ฮูหยินแค่จับไข้ แต่ยิ่งไปใกล้ยิ่งรู้สึกว่า ตนคงอ้อนวอนในสิ่งที่ยากไปกระมัง ไม่นานแม่นมถาง ถิงถิง และอิงอิง ก็เข้ามาพอเห็นคุณหนูกอดมารดาก็ร่ำไห้ตามๆกัน เสียงร้องไห้ของบ่าวและนายที่ดังไปจนถึงเรือนของจินตงจนจินตงต้องออกมาดูพอใกล้เรือนมารดาก็กลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่ บางทีต่อให้ยกสวรรค์มาแลกได้กับชีวิตมารดาเขาย่อมต้องเลือกมารดาอยู่แล้ว แต่นี้คงเป็นเวลาที่สวรรค์จะเอามารดาเขากลับไปแล้ว 




...............................................

คุยกับไรท์ที่เราตัดสินใจให้แม่มีบทสรุปอย่างงี้ เพราะเราคิดเสมอว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย สักวันก็มาถึง เราเคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เราทำใจยากมากๆ เราเสียใจที่ยังทำตัวไม่ม่ดีกับเขา ดีแค่ไหนกันที่คนเราจะย้อนเวลามาแก้ไขอดีตได้ แต่มันก็แค่ความคิดเพราะในความเป็นจริงแล้วคนเราต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นและใช้ชีวิตต่อไป เจ็บบ้างท้อบ้างคิดถึงมาก แต่ไม่มีโอกาสจะแก้ไขอะไรแล้ว ไม่ว่าเจออะไร ผ่านแล้วก็ผ่านไป ใช้ชีวิตอยู่ในความตระหนักถึงตัวเองและคนรอบข้าง ใครก็อยากได้ยินความว่ารักตอนตัวเองมีชีวิตอยู่ ตายไปแล้วไม่รู้เขาจะมีโอกาสรับรู้ไหม ยินดีนะที่เคยได้มีความทรงจำดีๆร่วมกัน

ทำดีกับคนรอบข้างมากๆนะคะถ้าไม่อยากมานั่งเสียใจเหมือนไรท์ รักและหวังดีคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น