(Fic Naruto) Into the Flame

ตอนที่ 2 : Insincere Classroom | Period 01 (Up 50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 ต.ค. 57










………………………………………………………………………………....................

Period 01

………………………………………………………………………………....................





มันเป็นภาพสีหม่น ทุกสิ่งทุกอย่างช่างดูเลือนรางเหลือเกินเมื่อเทียบกับโลกแห่งความเป็นจริงที่ดำเนินชีวิตอยู่ จางเสียจนเกิดกลัวว่าถ้าจับต้องแล้วภาพจะสลายหายไป แต่ถึงอย่างนั้นความเจ็บปวดกลับชัดเจน กรีดแทงลงมาโดยปราศจากเสียงร้อง

“เธอไม่มีค่าอะไรกับชั้นอีกแล้ว” เสียงเรียบนั้น หนาวลึก จับขั้วหัวใจ

ความเยียบเย็นในห้วงบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากเจ้าของเสียงเมื่อครู่เข้าเกาะกุมเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดตัวด้วยความเจ็บปวด ภาพตรงหน้าเริ่มแคบลง ทั้งยังพร่ามัว แต่เธอก็ยังเอื้อมมือน้อยๆ ออกไปไขว่คว้าอย่างสุดกำลังแม้จะได้รับเพียงความว่างเปล่ากลับมา จนถึงตรงนี้เธอก็ตระหนักได้ดี เซนเซย์ไม่รักเธออีกแล้ว เซนเซย์จะจากเธอไปในที่ที่ไกลแสนไกล และจะไม่หันกลับมาอีกเลย

“เซนเซย์ ได้โปรด ได้โปรดอย่าไป” เสียงแหบพร่าเพราะความเจ็บปวดที่แผ่ไปทั่วสรรพางค์ หนูไม่อยากอยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ถ้ามีเซนเซย์อยู่ด้วยล่ะก็ไม่ว่าอะไรหนูก็จะทำทั้งนั้น เพราะอย่างนั้น เพราะอย่างนั้น อย่าทิ้งหนูไปเลย “ได้โปรด”

.

“ได้โปรด” เสียงแผ่วลอดผ่านริมฝีปากซึ่งเผยอออกเล็กน้อย เปลือกตาที่ปิดสนิทมาตลอดจนถึงก่อนหน้านี้เบิกโพลง เผยให้เห็นดวงตาสีเข้มซึ่งสงบนิ่งเกินกว่าจะเป็นของคนที่เพิ่งผ่านฝันร้ายมาหมาดๆ แต่ร่างโปร่งบนเตียงยังคงเฉยชาจนน่ากลัว สายตามองตรงไม่ไหววูบ จ้องมองฝ้าเพดานมืดสลัวของห้องแคบๆ มีเพียงเครื่องเรือนน้อยชิ้นและสิ่งอำนวยความสะดวกอันจำเป็นในการดำเนินชีวิต ไม่มีกระแสเสียงใดๆ นอกจากนาฬิกาเรือนเล็กบนโต๊ะหัวเตียงซึ่งเฝ้าทำหน้าที่ เดินตามความเป็นไปของเวลา

อักขระสาปบนไหล่ปวดร้าว ร้อนเหมือนถูกแผดเผา แต่ไม่อาจทำให้หญิงสาวแสดงสีหน้าท่าทางใดๆ ออกมา นอกจากนิ่งเฉย

การนอนหลับคือสิ่งที่มิราทาชิ อังโกะขยาด และในหัวใจลึกๆ ก็แฝงไปด้วยความหวาดกลัวเหลือคณานับ ครั้งหนึ่งความฝันเหล่านี้เคยเป็นความจริง สามารถสัมผัสและจับต้องได้ เพราะมันคือเหตุการณ์เมื่อเยาว์วัย ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นอดีตฝังใจจนฉายซ้ำในรูปความฝัน ปรากฏในทุกคราวที่เธอจมสู่ห้วงนิทรา ย้ำความเจ็บปวด ทุกข์ระทมของวันวาน ยากจะลืมเลือน

            เด็กคนหนึ่งกำพร้าพ่อแม่ เติบโตมาอย่างธรรมดาที่สุด มุเรียนจนจบจากโรงเรียนนินจาเร็วกว่าคนอื่นด้วยความมุมานะ ในตอนนั้นเองก็ได้พบโจนินซึ่งบอกว่าตัวเองเป็นเซนเซย์ของเธอ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเธอก็เรียกเขาว่าเซนเซย์ เหมือนสิ่งดีๆ ในชีวิตอุบัติขึ้นท่ามกลางความเดียวดายนับตั้งแต่จำความได้ เธอมีคนที่รักและจริงใจเป็นคนแรก เซนเซย์สั่งสอนทั้งการใช้ชีวิตและวิธีต่อสู้ เขาคือคนสำคัญของเธอ และเธอคงจะเป็นคนสำคัญของเขาเช่นเดียวกัน ไม่ว่าเซนเซย์จะไปที่ใด เธอก็ติดตามไปด้วยเสมอ เป็นเช่นนี้อยู่หลายปีจนเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอทีละน้อย ก่อนเธอจะถูกกระชากความสุขออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

            เด็กคนหนึ่งถูกพบในห้องทดลองเก่าบนเกาะในสภาพอ่อนระโหยโรยแรง อดน้ำและอาหารจนลมหายใจขาดห้วง เนื้อตัวมอมแมมซูบซีด เป็นเธอที่ถูกพรากเอาความสุขทั้งหมดไปเพียงชั่วพริบตานั่นเอง ฟังทีหลังว่าตอนนั้นแววตาเธอช่างว่างเปล่าจนน่าใจหาย ราวกับถูกดูดกลืนวิญญาณไปเสียสิ้น นินจาโคโนะฮะเร่งพาตัวกลับไปยังหมู่บ้านเค้นเอาความจริงทั้งหมดเท่าที่สามารถทำได้ ในห้องสลัวจากแสงเทียนหลายสิบเล่มบนพื้น ซึ่งเต็มไปด้วยอักขระวิธีวงกว้าง มีเก้าอี้ตั้งอยู่ตรงกลาง เธอนั่งอยู่บนนั้น

          ภาพความทรงจำทุกภาพชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

          “เธอไม่ยอมพูดอะไรเกี่ยวกับโอโรจิมารุเลยครับ” หน่วยลับที่รุมล้อมอยู่เอ่ยปากกับหัวหน้าของตน ซึ่งถูกจัดตั้งมาทำการสอบสวนพยานปากสำคัญเช่นเธอ ชายในหน้ากากรูปสัตว์ที่แตกต่างกันออกไปจ้องเขม็ง “ไม่ว่าถามอะไรเธอก็ไม่ยอมบอก

          มีเพียงสายตาอันแน่วแน่เท่านั้นที่เป็นคำตอบ

            เมื่อเธอเลือกเมินเฉย มาตรการต่อไปที่หน่วยลับใช้คือการแทรกซึมความคิด คาบคุมสติสัมปชัญญะ เข้าไปค้นหาความทรงจำในสมอง และผลข้างเคียงจากเหตุการณ์นั้นทำให้ความทรงจำทั้งหมดถูกย้ำคิด ฝังแน่นอยู่ส่วนลึกของจิตใจจนปรากฏในความฝัน เซนเซย์ที่เธอเลิกเรียกไปนานแสนนานจึงไม่มีวันหายไปจากใจ เฝ้าหลอกหลอนเธอผู้กอดเก็บความเกลียดชัง เจ็บปวดเหลือเกิน ทำอย่างไรจึงจะลบเลือนไปจากใจได้ อยากจะลืมอดีตอันเจ็บปวดไปจากชีวิต ลืมผู้ชายที่หลอกเธอ

            โอโรจิมารุ ….เซนเซย์

            .

            .

            .

            งูขาวนอนขดอย่างเป็นสุขในโหลแก้วที่ส่องประกายวาววับรับกับแสงโชติช่วงของตะเกียงซึ่งติดอยู่บนผนังหินเย็นเยียบเป็นช่วงๆ เงาของชายหนุ่มทอดยาวไปกับพื้นที่เสนาะเสียงฝีเท้าดังกึกก้องคลอไปกับเสียงใสกังวานขณะโหลแก้วหลายใบบนถาดกระทบกันเมื่อเจ้าของเงานั้นเดินไปด้วยช่วงก้าวยาวและมั่นคงด้วยความมั่นใจในตัวเองผ่านประตูหลายต่อหลายบาน ทางแยกชวนวกวนเกินกว่าสิ่งปลูกสร้างปกติจนหยุดยืนหน้าข้างฝาหินสลักลายวิจิตโบราณที่สุดทางเดิน

            คาบูโตะก้าวเข้ามาในห้องมืดทึบหลังทางเข้าลับ ใบหน้ายากจะคาดเดาอารมณ์ได้ซ่อนอยู่ใต้เงามือหลังแสงสว่าง ก่อนแว่นตาทรงกลมจะสะท้อนกับแสงตอนเข้าใกล้เชิงเทินที่มีน้ำตาเทียนเกรอะกรัง เปลวไฟบนนั้นช่างริบหรี่เหมือนความหวังของชายผู้นั่งทุกข์ทรมานบนเตียงซึ่งเป็นเครื่องเรือนเพียงชิ้นเดียว บรรยากาศกดดันที่แผ่นั้นไม่สามารถสร้างความหวาดหวั่นให้แก่ชายหนุ่มมากนักแม้จะเผลอไปสบประสานดวงตาซึ่งดูดซับความโหดร้ายมามากมายก็ตาม ดวงตาที่หลุกหลิกไปมาอย่างหวั่นวิตกสูญเสียความเยือกเย็นไปโดยสิ้นเชิงหากความเยียบเย็นยังแฝงอยู่ในส่วนลึกเหมือนประกายสุดท้ายก่อนเทียนจะดับลง

            “โอโรจิมารุซามะ” ชายคนนั้นหันตามเสียงเรียก ทุกจุดบนร่างกายเขาขาวซีดเหมือนเลือดทุกเส้นใต้ผิวหนังซูบนั้นแห้งขอดไร้ซึ่งสีสันแห่งชีวิต

            นิ้วมือยาวเห็นเพียงข้อกระดูกยกขึ้นอย่างสั่นเทาแทนคำพูดที่อยากจะเอื้อนเอ่ย ชายหนุ่มผู้จงรักภักดีอย่างมีเงื่อนไขพยายามยื้อชายตรงหน้ามานานแล้ว เขากำลังดีขึ้น คาบูโตะมั่นใจขอเพียงลืมเรื่องทายาทอุจิวะซึ่งปีกกล้าขาแข็งโบยบินหนีออกจากรังไปได้ แม้เป็นการยากที่อุจิวะ ซาสึเกะจะทิ้งร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้ไว้มากพอจะปลิดชีวิตหนึ่งในซังนินแต่ก็เพียงพอให้วิญญาณไปอยู่ในเงื้อมมือของเทพแห่งความตายหากไม่ระวัง ข้อนั้นไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับภาชนะที่สมควรแก่เวลาหมดสภาพ

            โอโรจิมารุต้องมีภาชนะใหม่ทนแทนทั้งความเจ็บปวดและการเสื่อมสภาพของร่างกายเก่า

ร่างบนเตียงไอโขลกอย่างแรงระบายสีเลือดตัดกับผ้าปูเรียบ เสียงกรั่งยาบดกันก้องคลอไปกับเสียงคำรามเพื่อหวังจะปลดปล่อยความทุรนทุรายที่กักกั้นอยู่ภายในร่างกายทรุดโทรม โลหิตสีเข้มจากดวงตาอำพันหลั่งลงบนถ้วยยาซึ่งถูกประคองด้วยมือสั่นสะเทิ้มด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดมลายหายไปกับการระบายโทสะเกือบหมดแล้วแต่ยังพอมีเหลือให้คนป่วยอวดดีทิ้งสิ่งเดียวที่สามารถเยียวยาตัวเองได้ลงกับพื้นหินที่กังวานเมื่อมีวัตถุตกกระทบ ถ้วยเซรามิกกลิ้งอยู่บนนั้นพร้อมด้วยของเหลวกลิ่นฉุกกึกขึ้นไอกรุ่น

โหลแก้วแตกออกทันทีเมื่องูขาวตัวยาวละทิ้งการนอนอย่างสงบบิดตัวออกมาด้วยแรงที่มากกว่าสัตว์เลื้อยคลานปกติทุกตัว มันเลื้อยไปหานายเหนือ เชื่องช้าหากเปี่ยมด้วยอันตรายจากความกระหายจะปองร้ายทุกชีวิตซึ่งบังเอิญเกล้ำกรายมาใกล้นอกเหนือจากคนที่มันกำลังคืบคลานเข้าไปนอนขดบนตักด้วยนิสัยเซื่องซึมว่าง่าย โอโรจิมารุคือนายของมันนอกนั้นผู้ระราน

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแต้มริมฝีปากขาวซีด คอเสื้อเปิดออกเผยให้เห็นหนังหุ้มซี่โครงและบาดแผลใหญ่บริเวณคอ เลือดไหลซึมผ้าพันแผลเป็นด่างดวงบ่งบอกการมีชีวิตที่เห็นเกือบเป็นซากศพ ทุกคนรู้จักความโหดเหี้ยมเย็นชาของชายผู้ทำพันธะสัญญากับอสรพิษแต่มีแผลบาดลึกที่ไม่ได้รับการเยียวยามานานเกินไปจนเน่าเฟะกัดกินบริเวณโดยรอบให้จิตใจปราศจากความรู้สึก ไม่มีใครทราบว่าเบื้องหลังใบหน้าภายใต้แสงวูบไหวจากเปลวเทียนชายผู้ไม่แยแสต่อชีวิตคนอื่นอย่างโอโรจิมารุรู้สึกเช่นไร

            .

.

.

            น้ำไหลผ่านนิ้วหญิงสาวไปอย่างลื่นไหลเหมือนความคิดในภวังค์

กระจกสะท้อนดวงหน้าอิดโรยจนผงะไปด้วยกลัวว่านั่นคงเป็นตัวเอง ย้ำเตือนว่าเธอปล่อยให้ภาพฝันไร้สาระมีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจมากเกินไป มือเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูเพื่อซับใบหน้าซึ่งมีหยดน้ำพราวบางทีอาจมีน้ำตาปะปนอยู่แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่อังโกะอยากให้ความสนใจเพราะกลัวใจไม่มั่นคงของตนกว่าอะไรทั้งหมด ราวกับกำลังถูกขังในห้องโปร่งใส เดินไปอย่างอิสระทุกด้านเพราะพันธนาการเพียงหนึ่งเดียวของเธอคือเรื่องเจ็บปวดในอดีตที่ตามรังควานอยู่ทุกอณูความรู้สึก

แต่เงาบนกระจกนั้นฉายภาพเด็กหญิงผู้จมลงสู่ความหลอกหลอกที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้โดยไม่รู้ตัว อังโกะผละออกจากภาพตรงหน้าคล้ายจะหนีได้พ้น แต่ไม่เลย ท่อนขายาวก้าวออกจากห้องน้ำพยายามดำเนินชีวิตเป็นปกติ รินกาแฟใส่แก้ว จัดหมอนบนเก้าอี้บุนวมตัวยาว รอให้ภารกิจกะเกณฑ์เธอไปเหมือนดังทุกวัน แค่ว่ามันมาเมื่อไหร่ เธอพยายามเงี่ยหูฟังเสียงนกสื่อสารจากหอข่าวทุกชั่วขณะพลางจิบของเหลวสีดำในแก้วอย่างระมัดระวังเพื่อจะไม่ว้าวุ่นไปภาพในความทรงจำ

เพราะเป็นจูนินพิเศษขึ้นตรงกับโฮคาเงะจึงไม่จำเป็นต้องออกไปรับภารกิจทุกวัน มันจะมาเคาะหน้าต่างกระจกห้องเธอเหมือนกระดิ่งหน้าประตูยามต้องต้อนรับแขก

ท้องฟ้าข้างนอกนั้นเป็นสีฟ้าอมเทาอึมครึ้มในแบบที่คนเชื่อว่าฝนจะตก ลมกรรโชกเข้ามาทางประตูบานเลื่อนซึ่งเปิดไว้ระบายอากาศตีม่านไหวเป็นคลื่น ตอนอังโกะลุกขึ้นเพื่อไปปิดมัน นกพิราบสีขาวปลอดก็ตีปีกพึ่บพั่บอยู่เหนือระเบียง แจ้งแก่ใจอังโกะเลยว่าภารกิจวันนี้ย่อมแตกต่างออกไป

.

เมื่ออังโกะเปิดประตูห้องทำงานทรงกลมของโฮคาเงะก็เห็นกระจกซึ่งกรุรอบด้านกั้นบรรยากาศมืดทึมด้านนอกไว้ เมฆครึ้มลอยตัวแล้ว แสงอ่อนจางตัดผ่านแต่ละชั้นของเมฆซึ่งลอยต่ำกินอาณาบริเวณครอบคลุมเหนือตัวหมู่บ้านราวกับถูกบรรจงวาดให้เป็นสีครามครึ้มไล่สลับจนถึงสีเทาเข้มโดยธรรมชาติก่อนสว่างวาบขึ้นหลาบครั้งจนทุกสิ่งเป็นสีขาวโพลนเพียงพริบตาเมื่อกลับเป็นปกติก็ตามด้วยเสียงฟ้าคำรามก้องแทรกไปกับเสียงเฉียบขาดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโฮคาเงะรุ่นที่ห้า ซึนาเดะฮิเมะ ผู้หญิงคนแรกที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งโฮคาเงะด้วยฝีมือทางการแพทย์และเป็นคุโนะอิจิคนเดียวในซังนิน

“มาเร็วตามคาด ใครๆ เขาก็บอกว่าเธอเป็นเครื่องจักรกำจัดภารกิจ”

อังโกะกระตุกยิ้มบางๆ เหมือนจะปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น ทว่ายังคงเป็นความจริงอยู่นั่นเอง เธอรับภารกิจทุกรูปแบบเพื่อไม่ให้สมองตัวเองหยุดคิดเรื่องอื่นนอกจากความมั่นคงของหมู่บ้านหรือคำร้องของผู้จ้างวาน นั่นเป็นวิธีบำบัดตามแบบฉบับตัวเอง แต่คงแสดงผลลัพธ์อีกประเภทหนึ่งให้คนภายนอกเห็น

ดวงตาสีทึมพยายามไม่สนใจริ้วรอยแห่งความกังวลบนใบหน้าโฮคาเงะหญิงขณะเลื่อนแฟ้มรายงานมาตรงหน้าเธอ บนหน้าปกเก่าๆ นั้นปรากฏสัญลักษณ์ของอันบุ หน่วยลับของหมู่บ้าน หากสิ่งที่บีบรัดหัวใจอังโกะคือชื่อของผู้ชายคนที่ไม่มีวันถูกลบหายไปจากความทรงจำได้ โอโรจิมารุ แขนอ่อนเปลี้ยสิ้นเรี่ยวแรง สมองตื้อตันเหมือนความรู้สึกในฝันเมื่อคืนติดค้างอยู่ในจิตใต้สำนึก ทั้งยังไม่ต่างจากมือที่มองไม่เห็นมาตัดขั้วหัวใจเธอ ควักมันออกไปให้อกหวิวโหวงก่อนจะกรีดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างไม่ไยดี และนั่นคือสิ่งที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ให้เธอตลอดนับตั้งแต่หันหลังจากไป

เสียงเกือบไม่หลุดลอดออกมาจากลำคอซึ่งแข็งเกร็ง ถ้าแฟ้มนี้มาที่มืออังโกะนั่นหมายถึงภารกิจนี้เป็นของเธอ รับงานต่อจากหน่วยอันบุคือเรื่องสำคัญซึ่งต้องท่องไว้ว่าข้อมูลที่อาจได้มาจากการสานต่องานของพวกเขามีผลสะท้อนถึงชีวิต เกี่ยวพันกับเรื่องอำพราง สิ่งลวงตาที่หน่วยลับแทรกแซงไม่ได้จนตกมาถึงมือนินจาธรรมดาที่ไม่น่าสงสัยหากรับไปทำ “ลับมากแค่ไหนคะ”

“ลับที่สุด” โฮคาเงะแห่งโคโนะฮะตอบกลับแค่นั้นก่อนหมุนตัวกลับไปมองนอกหน้าต่างซึ่งมีละอองน้ำฝนพร่างพราย สายฝนหยาดหยดจากเบื้องบนลงมาชะล้างทุกสรรพสิ่งยกเว้นหลุมดำมือไร้ก้นในส่วนลึกของใจใครบางคน อังโกะคือคนๆ นั้น เธอจับจ้องภาพเงารางๆ ของโฮคาเงะหญิงซึ่งสะท้อนบนหน้าต่างกระจก ริมฝีปากอวบอิ่มของซึนาเดะเม้มแน่นก่อนคลี่ออกมาเมื่อตัดสินใจกล่าวเรื่องที่จูนินพิเศษจะไม่มีทางได้ยินตามระเบียงทางเดินหรือวงน้ำชาในร้านขนมหวาน

“หน่วยลับแจ้งมาว่าโอโรจิมารุตายแล้ว คนสังหารคืออุจิวะ ซาสึเกะ”

เงาดำบนใบหน้าแข็งกร้าวของอังโกะที่แฝงร่องรอยความอิดโรยไว้บางๆ สว่างวาบติดต่อกันจากแสงฟ้าแลบซึ่งลอดผ่านเข้ามาเติมเต็มบรรยากาศในห้องให้กดดันกว่าที่เคยเป็น เสียงกึกก้องของฟ้าร้องดังดุจเดียวกับกัมปนาทถัดมาในไม่กี่อึดใจ ความเย็นเยียบจากความหวาดกลัวบาดถึงกระดูกสันหลังทันทีที่มันฟาดฟันลงมาพร้อมด้วยสายฟ้าหงิกงอเหมือนเสาขนาดใหญ่จากกลุ่มเมฆมืดทะมึน หัวใจเธออัดแน่นด้วยความผวามันกระตุกวูบทุกครั้งที่เสียงสะนั่นนั้นสาดไหวลงมา

“น่าตกใจใช่ไหมล่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าจะได้ยินทุกวันนี่” ซึนาเดะฮิเมะกล่าว ลึกลงไปในดวงตาเจือความเห็นใจที่ตั้งใจเก็บงำไว้ไม่อยากให้จูนินพิเศษในความดูแลสัมผัสได้เพราะเหตุการณ์ที่เกิดแก่มิราทาชิ อังโกะ เธอทราบมาหมดทั้งสิ้นและชื่นชมหญิงสาวที่ผ่านมันมาได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตปกติแต่ละวัน การเข้าแทรกแซงความทรงจำของหน่วยลับมีผลให้ภาพส่วนนั้นตอกย้ำผู้ถูกคาถาแทรกซึมไม่ขาด แต่หญิงสาวยังรับภารกิจนี้จากเธอแล้วไม่แสดงอาการอะไรนอกจากเรียบเฉย

“แล้วภารกิจที่ว่าล่ะคะ” อังโกะเป็นจูนินพิเศษฝีมือดีของโคโนะฮะงาคุเระเธอกล้ำกลืนความขมขื่นและสับสน บงการใบหน้ากับแววตาให้เป็นไปได้ดังใจต้องการเสมอ แต่ถ้าต่อหน้าเขาเธอจะทำได้ดีแค่ไหนไม่รู้

“หน้าที่ของเธอคือสืบว่ามันมีเค้ามูลความจริงแค่ไหน”

ไม่ต้องพูดต่อคนอย่างหญิงสาวก็รู้แก่ใจดี โฮคาเงะอยากบอกว่าเธอเป็นคนที่เขาเคยปล่อยให้เข้าถึงตัวได้มากที่สุดยิ่งกว่าหนึ่งในซังนินอย่างซึนาเดะฮิเมะ เธอคือเด็กหญิงตัวน้อยที่ไม่เก่งกาจเกินหน้าเกินตาเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่กลับใกล้ชิดโอโรจิมารุกว่าทุกคนในโคโนะฮะ เมื่อดวงตาสีทึมมองโฮคาเงะที่ต้องการคำตอบ เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะกลั่นเสียงเบาโหวงออกมาจากลำคอได้ “...จะให้เริ่มเร็วที่สุดแค่ไหนคะ” และใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามบอกเธอว่าเดี๋ยวนี้

.

.

.








--- (15% | 03/17/14 )
--- (Updated 50% | 09/30/14)




………………………………………………………………………………....................

สวัสดีค่ะ ฟิกนี้เป็นฟิกคู่แรร์มากทีเดียวเชียว และคงไม่ค่อยมีใครคาดถึงนัก
แน่ล่ะ โอโรอังโกะค่อนข้างจะผิดแผกสามัญสำนึกของเราๆ ท่านๆ

ห้องเรียนที่ปราศจากความจริงใจแห่งนี้จะมีทั้งหมดแปดคาบครึ่งไม่ขาดไม่เกิน

ฟิกนี้ต้องการเล่าผ่านมุมมองของอังโกะที่เจ็บปวดจากความไว้เนื้อเชื่อใจในอดีต
และแสดงให้เห็นถึงด้านมืดของสังคมและมุมมืดภายในจิตใจของมนุษย์ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามันไม่มี
ดังนั้นฟิกนี้จึงค่อนข้างรุนแรงและเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ขาดวิจารณญาณอันดี

หวังว่าจะเข้าใจ  พึงระวังด้านเลวร้ายและอ่านอย่างมีสติค่ะ :-D

อนึ่ง ฟิกเรื่องนี้ค่อนข้างเก่าแก่เพราะมันริเริ่มพล็อตมาตั้งแต่ปี 2551 และไม่เคยจบ
มันถูกลบออกจากระบบเด็กดีถึงสามครั้ง และครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งที่สี่
หวังว่าท่านจะเข้าใจหากมันหายไปอย่างลึกลับ (_.   ._)
สุดท้ายคอมเม้นท์ได้ ผู้เขียนเชื่องค่ะ


………………………………………………………………………………....................







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #9 NJT.Blacknight.★_☆ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 23:41
    อัพต่อนร้าาา^^ ชอบมากเลยบรรยายดีมาก^_^...
    #9
    0
  2. #8 Newsakura (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 09:38
    หายากอ่ะคู่นี้ ยังไงก็จะติดตามน้า ^_^...
    #8
    0
  3. #5 beerbar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 16:15
    หาอ่านแทบไม่เจอเลยคู่นี้ ชอบแนวนิละเหมาสมแล้ว ! อัพต่อไปนะจะติดตาม
    #5
    0
  4. #3 R_rainnie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 16:27
    หายากอ่าาา น่าสนใจนะเนี่ย!!!
    #3
    0
  5. #2 `มินนี่อิอิ ♔ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 14:01
    บรรยายดีมากก ชอบคู่นี้ด้วยหาอ่านยากมากจริงๆ
    #2
    0
  6. #1 4444433333111111 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 00:05
    โอ้~~~*0*คู่นี่หายากอยากอ่านมานานแล้ว
    #1
    0