DEMONIC AHOLIC ll ลิ้มรสรักคนเลว

ตอนที่ 31 : Aholic30 ll ลิ้มรสรักครั้งที่30 {อัพ100%} สักมื้อไหม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    25 ม.ค. 60



EP30
-ลิ้มรสรักครั้งที่30-

ถึงเราจะเพิ่งคบกันไม่นาน แต่...ผมยกความรู้สึกของตัวเองให้น้องมานานแล้ว

สิ้นเสียงวลีดังกล่าว สายตาของคุณแม่ก็เหลือบมองตามวิถีสายตาของพี่โตมาทางฉันด้วย การเหยียดยิ้ม หากแต่รอยยิ้มที่ได้ไม่ใช่การชื่นชม เพราะมันคือรอยยิ้มสำหรับใช้ดูถูกพร้อมคำทักทาย

ลงมาสักทีนะยัยส้ม มานั่งตรงนี้สิ

ฉันเม้มปากลงเล็กน้อย และตัดสินใจเดินเข้าไปหาตามเสียงเรียก โดยทุกการเคลื่อนไหวถูกสายตากดดันของแม่มองอยู่ตลอดเวลา

ถึงอย่างนั้นท่ามกลางบรรยากาศชวนอึดอัด พี่โตก็ยังขยับยิ้มใจดีส่งมาให้เมื่อเราได้มีโอกาสสบตากันในระยะที่ใกล้มากว่าเดิม

แล้วจะเอายังไงต่อ ลูกก็มีแล้วไม่ใช่เหรอ เธอน่ะ?อีกหนที่แม่เอ่ยขึ้นเมื่อฉันทิ้งลงนั่งบริเวณโซฟาตัวเล็กใกล้ๆในฐานะผู้ร่วมบทสนทนา แล้วแม่ของเด็กไปไหน?

แม่จงใจถามพี่โตต่อหน้าฉัน แต่

คือเรื่องนั้น...ครั้นคนถูกถามจะให้คำถาม แม่ก็ดันขึ้นคล้ายกับไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอ่ยปากแก้ต่างให้ตัวเองออกแนวบังคับให้ยอมรับความผิดด้วยซ้ำ

ใช่ผู้หญิงที่จะเข้ามาตบลูกสาวฉันในคลิปฉาวนั่นหรือเปล่า?

ครับใช่

เฮอะ แล้วแบบนี้น่ะเหรอจะมีปัญญาเลี้ยงดูยัยส้มตลอดรอดฝั่ง?

แม่คะ...แม่พูดอะไรเมื่อรู้สึกว่าคำพูดของแม่มันฟังดูเกินไปหน่อย ฉันจึงอดไม่ได้ที่จะขัด แต่สุดท้ายก็โดนว่าเหมือนอย่างที่ผ่านๆมา

แม่ไม่ได้ถามส้ม ไม่ต้องพูดแทรกได้ไหม?จากนั้นก็หันไปต่อว่าพี่โตอีกครั้งโดยใช้คำพูดกดดัน ทำให้คนอื่นตกต่ำและดูไร้ค่า ว่าไงล่ะ ถ้าตอบไม่ได้ ไหนลองบอกสิว่ายัยส้มอยู่กับเธอแล้วมีอะไรดีขึ้นบ้าง?

ฉันสังเกตเห็นได้ว่ามือพี่โตกำลังบีบแน่นคล้ายกับเขากำลังโกรธ ต่างจากสีหน้าและแววตาซึ่งยังคงความปกติไว้คล้ายกับไม่รู้สึกอะไร

น้องอาจไม่ได้มีอะไรที่ดีขึ้นในสายตาของคุณป้าหรอกครับแต่ก็ยอมเอ่ยปากตอบคำถามของแม่ฉันในที่สุด แต่อย่างน้อย น้องก็ดีในสายตาผมกับครอบครัว

...

แต่อย่างน้อยน้องก็ยังมีความเป็นอิสระในตัวเอง ไม่ว่าจะความคิด หรือการใช้ชีวิต อยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย อยู่อย่างคนปกติที่มีความสุข

“…”

ที่ไม่มีจิตใจสกปรกดูถูกคนอื่นแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก

เธอว่าฉันเหรอ!?” แม่หวีดเสียงขึ้นอย่างทันควันเมื่อพี่โตเอ่ยจบ ซึ่งเขาเองก็คล้ายกับเตรียมคำตอบไว้แล้วเช่นกัน ถึงได้ตอบคำถามกลับมาอย่างทันท่วงที

ก็เมื่อกี้คุณป้าถามไม่ใช่เหรอครับ?

...

ก็นี่ไง ผมกำลังตอบ

นี่เธอ!” ฉันรู้ดีว่าครอบครัวตัวเองเป็นคนนิสัยอย่างไร การต่อว่าคนอื่นมักถูกสอดแทรกผ่านถ้อยคำ นั่นคงทำให้พวกเขามีความสุข กลับกัน หากตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำบ้าง ข้อครหาที่ถูกหยิบยื่นให้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที เพราะงั้นฉันจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยขัดอารมณ์ร้ายๆของแม่ออกไป

แม่คะ พอเถอะค่ะ!” ไม่รู้หรอกว่าหลังจากเสียงของฉันเงียบลงแล้ว หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อาจถูกมองไม่ดี อยากถูกมองว่าแย่ หรือไม่รักดี ถึงตอนนั้นก็คงต้องก้มหน้ารับมัน เพราะฉันเลือกแล้วที่จะให้มันเป็นแบบนี้ พี่โตเขาเป็นแขกของหนูไม่ใช่เหรอคะ...หนะ หนูขอคุยกับพี่เขาแบบส่วนตัวได้หรือเปล่า

ยัยส้ม!” คุณแม่ท่าทางจะหัวเสียเป็นอย่างมากที่ถูกลูกสาวเพียงคนเดียวกล่าวแทรกขึ้นมาแบบนั้น ท่านกัดฟันกรอดแสดงความไม่พอใจ ถลึงตามองอย่างดุรับรู้ถึงความเกรี้ยวกราดในตัวอีกฝ่ายที่มีอย่างเต็มเปี่ยม แต่อย่างไรก็ดี คุณแม่เป็นพวกเข้าสังคมเก่ง รู้จักวางตัวเพื่อผลประโยชน์และตักตวงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวอยู่แล้ว

ดังนั้นการวางตัวและเปลี่ยนสีหน้ากับท่าทีจึงเป็นสิ่งที่ท่านแสดงให้เห็นเพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์ของคุณผู้หญิงผู้มีหน้ามีตาทางสังคม แต่ถึงที่สุดแล้วฉันก็ยังไม่วายที่จะเจอคำขู่ของท่านอยู่ดี

ก็ได้...งั้นพวกลูกก็คุยกันไป แต่หลังจากนี้แม่ว่าเราคงต้องคุยเรื่องมารยาทกันสักหน่อยนะส้ม

ค่ะ คุณแม่... พอรับคำ คุณแม่ก็ไม่พูดอะไรต่อจากนั้น ทันตวัดหางตามองพี่โตนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจลุกจากโซฟา เดินออกไปจากห้องโถง ปล่อยฉันให้ทำตามคำขอที่ต้องแลกมาด้วยคำขู่ท่ามกลางบรรยากาศกดดันของผู้เป็นเจ้าของบ้าน

เป็นยังไงบ้างคะ โดนดุอะไรบ้างหรือเปล่า?น้ำเสียงใจดีเอ่ยขึ้นหลังคุณแม่เดินคล้อยหลังออกไปได้สักพัก เสียงดังกล่าวเรียกความสนใจของสายตาเหม่อลอยให้เหลียวกลับไปมองเจ้าของคำถามพร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กๆ บนหน้า

ยังค่ะ ยังไม่ได้โดนอะไร แต่หลังพี่โตกลับไปหนูคงโดนหนักแน่ๆฉันหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความรู้สึกหลังถูกคำพูดดังกล่าวกดดัน แต่ก็เหมือนเคย คนฟังซึ่งรู้จักวางตัวและดูสุขุมมักจะรู้ทันไปเสียหมด

ไม่ต้องกลัวนะคะ จี๊ดไม่ได้ผิดอะไรขนาดนั้น...

“…”

แค่ทำตัวเสียมารยาทนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง ฮ่าๆเสียงหัวเราะราวกับมองว่าการที่ฉันจะถูกแม่ดุหลังนี้เป็นเรื่องตลก ทำเอาเท้าสองข้างรีบรัวก้าวเข้าไปหา พลางใช้มือตีไปที่แขนเขาหนึ่งทีเพื่อสั่งสอน

ไม่ต้องมาหัวเราะเลย ไม่ต้องมาตอกย้ำกันด้วย

อะไร พี่พูดเรื่องจริงนี่ จี๊ดเสียมารยาทเองไม่ใช่หรือไง?ทั้งที่ถูกฉันดุแต่เขาก็ยังหัวเราะ มันน่าโมโหจริงๆ

แล้วไหนล่ะคะ ของที่ว่าจะเอามาให้หนูเพราะขืนพูดหรือดุใส่เขาไป พี่โตก็คงจะหัวเราะเยาะใส่ไม่หยุดแน่ๆ เพื่อเลี่ยงการถูกหัวเราะใส่ ฉันจึงเปลี่ยนเรื่องพลางแบมือออกเพื่อรอรับของซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาพาตัวเองมาที่นี่

ของอะไรเหรอคะ?แต่พี่โตก็ทำหน้าสงสัยคล้ายกับไม่เข้าใจถึงสิ่งที่ฉันพูดถึง

ก็สายชาร์ตยังไงล่ะคะ ก็หนูได้ยินพี่โตบอกคุณแม่ว่าหนูลืมสายชาร์ตเอาไว้

หึๆเสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นทันทีที่ฉันพูดจบ พานให้ต้องขมวดคิ้วเงยมองหน้าเจ้าของเสียงหัวเราะดังกล่าว และต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆ พี่โตใช้ปลายนิ้วชี้จิ้มลงมาบริเวณหัวคิ้วที่แทบจะขมวดชิดกันเป็นปม

ใบหน้าคมคายแต่ดูดีของเขากำลังปรากฏรอยยิ้มใจดีอย่างที่ฉันชอบ ก่อนตามมาด้วยคำถาม

จี๊ดเชื่อจริงๆเหรอคะ ว่าพี่เอาของมาคืน ในเมื่อพี่มาตัวเปล่า?

หมายความว่าไงคะ?

จริงๆแล้วพี่ไม่ได้เอาของมาคืนหรอกค่ะ” นั่นคือคำตอบหลังคำถามจากปากฉันจบลง จากนั้นก็ตามมาด้วยคำสารภาพผิด ที่พี่มาที่นี่ก็เพราะว่าเป็นห่วงจี๊ดกลัวจะถูกดุต่างหาก แล้วก็...

“…”

คิดถึง เมื่อคืนยังกอดไม่หนำใจเลย

“พะ พี่โตพูดอะไรคะ...เดี๋ยวคุณแม่ก็ได้ยินหรอก” ฉันบอกเขาแบบไม่เต็มเสียงนักพลางใช้มือตีใส่อกกว้างไปหนึ่งทีเพื่อให้เขาเงียบ ทว่า มือที่ตีลงไปนั้นก็ถูกคว้าไว้

“ได้ยินแล้วมันยังไงล่ะ...ก็พี่พูดจริง...” เจ้าของแรงที่รั้งข้อมือเอาไว้ขยับยิ้มทะเล้นแกมเจ้าเล่ห์ ก่อนทำเรื่องท้าทายด้วยการดึงมือฉันขึ้นไปจุมพิตเบาๆแล้วพูดต่อ “ตื่นแล้วไม่เห็นหน้ายุ่งๆ กับผมยุ่งๆของเด็กคนหนึ่ง แล้วพี่รู้สึกว่าเหมือนยังไม่เต็มที่เลยนะรู้ไหม?”

“พอแล้วคะ...” แม้จะดุเขากลับไปแต่มันก็อดอมยิ้มแสดงความรู้สึกไม่ได้อยู่ดี และเพื่อไม่ให้ตัวเองเขินไปมากกว่านี้ฉันเลยทำนิสัยเดิมๆ อย่างเช่นพูดเปลี่ยนเรื่อง “ออโต้เป็นยังไงบ้างคะ...งอแงหรือเปล่า?”

“นิดหน่อยค่ะ ถามแต่ว่ามะม๊าไปไหน”

“แล้วพี่โตตอบน้องไปยังไงคะ ทำร้ายจิตใจเด็กอีกหรือเปล่า...” ฉันยู่ปากใส่คนตัวใหญ่ที่ตอนนี้ดูท่าจะไม่ยอมปล่อยมือฉันไปง่ายๆ แน่นอนว่าเขาหัวเราะทันทีคล้ายกับชอบใจ

“เปล่าค่ะ พี่ก็บอกว่ามะม๊าไปทำธุระ เดี๋ยวสายๆป๊าออกไปตามมะม๊าให้...”

“ที่แท้เหตุผลที่มาที่นี่เพราะออโต้สินะคะ” ฉันขัดซึ่งพี่โตเองก็ยอมรับ

“ออโต้ด้วยส่วนหนึ่ง อ้อใช่!...” แต่จู่ๆเขาก็อุทานบางอย่างออกมาคล้ายกับว่านึกอะไรออกแถมยังพึมพำขึ้นจนคนฟังอย่างฉันต้องทำหน้าฉงน “ลืมไปเลย...”

“อะไรคะ?”

“พี่เพิ่งนึกอะไรออก เกือบลืมเลย”

“นะ นคกอะไรออกเหรอคะ...อะ” ไม่ทันจะถามได้จบประโยคดี ฉันซึ่งตกอยู่ในความสงสัยตอนแรกก็ต้องเป็นฝ่ายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

เพราะจู่ๆ ฝ่ามือที่รั้งข้อมือเอาไว้นั้นได้กระชากตัวฉันให้ขยับเข้าไปหาอย่างอย่างแรง ก่อนทำเรื่องไม่คาดฝันแบบไม่เกรงกลัวว่าใครจะผ่านมาเห็นด้วยการโน้มหน้าจรดริมฝีปากลงมาแผ่วเบา

มันไม่ใช่การจูบลึกซึ้งเพื่อแสดงความต้องต่อกัน ไม่ได้เร่าร้อน ร้อนแรง เป็นเพียงแค่สัมผัสแผ่วๆระหว่างริมฝีปาก ไม่ได้เนินนานหากแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่มีเพียงผู้ให้และผู้รับเท่านั้นที่รู้สึกดีกว่าใคร

“ออโต้ฝากมาขอมอนิ่ง Kiss จากมะม๊าค่ะ...” นั่นน่ะคือคำพูดอธิบายเหตุผลหลังจากริมฝีปากของเราแยกจากกัน ก่อนตามมาด้วยเหตุผลที่สองเมื่อคนตัวใหญ่ยอมปล่อยมือฉันสู่อิสระแล้วเปลี่ยนมาแตะประคองข้างแก้มเอาไว้ “ส่วนนี่มาจากความคิดถึงของพี่เอง...”

พี่โตไม่ได้รอให้ฉันเอ่ยปากถามหรือพูดอะไรแต่เป็นฝ่ายโน้มใบหน้ากดริมฝีปากทาบทับลงมาเป็นหนที่สอง แต่ครั้งนี้ดุดันและรุนแรงกว่ามากนัก แต่ความรู้สึกที่ได้รับนั้นก็ดูไม่ต่างจากครั้งแรกเลยแม้แต่นิด

“พี่โต...” เพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็นและมองพี่โตไม่ดี ฉันจำต้องเป็นฝ่ายผละริมฝีปากเบือนหน้าหนีเสียเอง โดยไม่ลืมใช้มือทุบใส่เขาไปทีพร้อมคำต่อว่า “เดี๋ยวหนูก็โดนดุจนได้...”

“ยังไงก็โดนอยู่ พี่รับประกัน” เขาพูดยิ้มคล้ายกับจะแซว เห็นแล้วมันก็อดทุบอีกสักทีไม่ได้

“แหม! ถ้ารู้แล้วก็อย่าแซวสิคะ!”

“ฮ่าๆ” พี่โตน่ะเป็นพวกขี้แกล้งยังไงก็อย่างงั้น มุมมองที่คนส่วนใหญ่มองข้าม คือมุมเดียวที่ฉันสามารถมองเห็นได้อยู่บ่อยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าในสายตาจองพี่โตตอนนี้ จะมองเห็นฉันเป็นแบบไหน

คงจะดูเด็ก ไม่ทันคน แล้วก็งี่เง่าง้องแง้งแบบเดียวกับที่คนอื่นมองเห็นหรือเปล่าก็ไม่รู้...

“จี๊ดคะ...” ความคิดในหัวถูกทำให้หยุดชะงักลงไปเมื่อเสียงขานชื่อที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่เรียกเอ่ยดังขึ้น และพบว่าพี่โตตอนนี้ไม่ได้หัวเราะเยาะฉันอีกแล้ว แต่ว่าเขากำลังยิ้ม “ขอโทษนะที่พี่พาจี๊ดไปอยู่ในจุดที่แย่ที่สุด จนถูกครอบครัวดุแบบนี้...”

“…” ไม่รู้และไม่อาจเข้าใจ ว่าทำไมจู่ๆพี่โตถึงพูดแบบนี้

พูดคำขอโทษทั้งที่สีหน้าดูภูมิใจคล้ายกับเขากำลังมีความสุข

“ขอโทษที่ทำให้ช่วงเวลาหนึ่งจี๊ดต้องรู้สึกแย่ อึดอัด แต่ขณะเดียวกันที่ก็ดีใจที่เรื่องแย่ๆที่เราต้องเจอมันทำให้ความคิดและชีวิตเปลี่ยน...”

พี่โตกำลังพูดถึงทุกเรื่องที่เขาจงใจเหวี่ยงมันเข้าใส่ชีวิตอย่างงั้นเหรอ...

“เด็กที่เอาแต่ยิ้มรับและยอมทำทุกเรื่องตามคำพูดคนอื่นที่พี่เคยเห็นคนนั้น ตอนนี้ไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกแล้วรู้ไหม เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน จนเกือบจำไม่ได้...”

“ตั้งใจจะประชดกันหรือไงคะ?” ฉันขัด

“เปล่าค่ะ” พี่โตส่ายหน้า “พี่แค่อยากจะบอกว่า ไม่ใช่ว่าใครก็ได้จะสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ไม่มีใครมีความดีได้ตลอดเวลา ทุกคนล้วนแต่มีความคิดเลวๆในหัวทั้งนั้นไม่ว่าพี่หรือใคร เพราะการเติบโตเป็นคนที่ดีท่ามกลางสังคมเห็นแก่ตัวในปัจจุบันนี้ บางทีมันอาจไม่มีอยู่จริงมาตั้งแต่แรกแล้วก็ได้...”

“…” คนดีที่ไม่มีจริงในสังคมปัจจุบันงั้นเหรอ

“ดังนั้นไม่ต้องคิดว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ยังไง แค่คิดว่าเราจะอดทนกับสิ่งที่ต้องเจอในอนาคตอย่างไร ทำมันให้ดีและมีผลกระทบต่อคนรอบข้างน้อยที่สุดน่าจะดีกว่า...”

“พี่โตเนี่ย พูดจาเหมือนพ่อคนเข้าไปทุกทีเลยนะ...” พอได้ฟังเขาพูดมากๆ แล้วมันก็อดขัดแกมแซวไม่ได้

“ก็ใช่จ่ะสิ ก็เป็นพ่อคนแล้ว ถ้าว่าที่แม่คนในอนาคตไม่โต แล้วเราจะสอนลูกได้ยังไงล่ะจริงไหม?”  เขายักคิ้วกระแทก Attack เข้าใส่ฉันแบบเต็มๆ จนต้องยู่ปากใส่เพราะเริ่มจะรู้สึกเขินขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าสิ่งที่ได้ฟังจากปากเขานั้นไม่ได้ถูกบันทึกลงสมองหรอกนะ 

เพราะฉันน่ะจดจำทุกคำพูดของเขาเลยล่ะ...

“หนูจะเป็นหนูแบบนี้ จะไม่สัญญาว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดี แต่จะเป็นคนที่ทำทุกอย่างโดยสร้างผลเสียต่อคนรอบข้างมากที่สุด แบบนี้โอเคไหมคะ?”

“ค่ะ ดีแล้ว...” อีกครั้งที่รอยยิ้มใจดีปรากฏบนใบหน้าคมคายของคนตรงหน้า และนั่นมาพร้อมกับฝ่ามืออุ่นที่แตะลงมายีหัวฉันอย่างแผ่วเบา “อยู่คนเดียวแล้ว จี๊ดต้องเข้มแข็ง อดทนและมีสติตัดสินใจให้มาก กับพ่อแม่ไม่ว่ายังไงต้องห้ามใช้อารมณ์เป็นใหญ่...”

“ค่ะ หนูจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด...” 

การที่ต้องมาฟังพี่โตพูดอะไรแบบนี้ มันทำให้ฉันเริ่มตระหนักได้ว่า เหตุผลของการแบกหน้ามาหาเพื่อถูกต่อว่าและดูถูกของพี่โตในครั้งนี้

ไม่ว่าจะเหตุผลไหนๆที่เขาใช้อ้างขึ้นเพื่อใช้เป็นคำตอบ ก็ดูไม่มีน้ำหนักมากพอได้เท่ากับกับเหตุผลเดียวที่อยู่ในความคิดฉันตอนนี้

“ดีแล้วค่ะ...” เขาก็แค่อยากมั่นใจ

ว่าฉันจะสามารถอยู่ในสังคมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอยากรวดเร็วได้อย่างไม่มีปัญหาและปลอดภัยก็เท่านั้น

“ได้ฟังแบบนี้พี่ค่อยหายห่วงหน่อย” 

ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นนั่นแหละ แต่แล้วความคิดก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อคนตัวใหญ่เอ่ยประโยคถัดมา

ว่าจี๊ดคงดูแลตัวเองได้ ถ้าไม่มีพี่อยู่ด้วยหน้าฉันมันชาดิกยิ่งกว่าการถูกตบหน้าอย่างเต็มแรง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะแสดงสีหน้าใดออกไปหลังจากได้ฟังประโยคดังกล่าว ไม่รู้แม้กระทั่งว่าฉันควรถามคำถามใดใส่เขาออกไปดี

พะ พี่โตจะไปไหนเหรอคะ?สุดท้ายฉันก็เลือกคำถามที่อยากรู้ที่สุด เอ่ยแสดงความสงสัยที่มีออกไป

ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ แล้วก็ไม่ได้คิดจะทิ้งเราด้วยเขาเหมือนอ่านใจกันออกตลอดเวลา ถึงได้พูดดักทุกข้อสงสัยที่มีออกมาแบบนั้น เขาใช้มือวางลงบนหัวฉันเป็นหนที่สองออกแรงเพียงเล็กน้อยยีไปมาแล้วกล่าวขึ้น จำได้ไหมที่พี่บอกช่วงนี้ พี่ยุ่งๆ

อือฉันพยักหน้าหงึกหงักแทนคำตอบ

พอดี พี่กำลังจะลงแข่ง Tattoo Tournament Champion of the world ที่ใกล้จะมาถึง มันเป็นงานใหญ่ที่พี่คิดว่าอยากลองดูสักครั้ง เลยคิดว่าช่วงนี้อาจจะยุ่งๆ...

...ที่ตอนนั้นเขาบ่นว่างานยุ่งมันเพราะแบบนี้เองน่ะเหรอ

แต่ก็ห่วงไม่ได้ กลัวเด็กแถวนี้จะงอแง

หนูโตแล้วน่า พี่โตอย่าว่ากันแบบนี้สิฉันเถียงพลางใช้มือทุบเขาไปหนึ่งที แต่นั่นก็ทำให้พี่โตหลุดหัวเราะออกมาคล้ายกับชอบใจ ให้ตายสิ เขาเป็นพวกมาโซหรือไง โดนทุบทีไรก็เอาแต่หัวเราะแบบนี้ทุกที

พี่โตไม่ต้องห่วงหนูหรอก...อีกหนที่ฉันพูดแทรกเสียงหัวเราะอย่างคนมีความสุขของคนตรงหน้า จนเขาเงียบเสียงลง หลุบตามอง แสดงสีหน้าแปลกใจ หนูไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หนูอยู่ได้...

ไม่มีคำพูดใดตอบรับจากปากคนตรงหน้า มีเพียงสายตาอบอุ่นกับรอยยิ้มใจดีเท่านั้นที่มีกลับมา

ถ้าการแข่งครั้งนี้มันสำคัญกับพี่โต ยังไงก็สู้ๆนะคะอะเสียงเชียร์ด้วยความจริงใจถูกทำให้เงียบลง เมื่อเขาลดมือจากศีรษะลงมาปิดปากฉันไว้ คล้ายกับไม่อยากได้คำพูดประโยคดังกล่าว อีกทั้งยังว่า...

ไม่ต้องเชียร์

...

ได้กำลังใจจากเมีย เดี๋ยวกดดันก่อนจะยิ้มกว้างตามประสาคนขี้แกล้ง พร้อมทั้งลดมือออกไป

บ้า...ไม่รู้ว่านี่เป็นหนที่เท่าไหร่แล้วที่ฉันใช้มือทุบใส่เขาไปแก้เขิน และไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเช่นกันที่พี่โตหลุดหัวเราะชอบใจยามถูกทุบแบบนี้ แต่ว่าไม่นานนัก เสียงหัวเราะอย่างคนมีความสุขของเราก็ต้องเป็นอันเงียบลง เมื่อช่วงเวลาเดียวกันนั้น เสียงของเครื่องยนต์รถใหญ่เลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน พานให้เราทั้งคู่หันมองผ่านบานกระจกแทบจะพร้อมเพรียงกันโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่สายตามองเห็นคือรถคันหรูสำหรับรับส่งคุณพ่อ ไม่รู้หรอกว่าคุณพ่อออกไปไหนมาแต่เช้า ถ้าให้เดาคาดว่าน่าจะไปที่บริษัทนั่นล่ะ และมันคงเป็นเรื่องแน่หากคุณพ่อเห็นพี่โตยืนอยู่ในบ้านแบบนี้

แน่ล่ะ ก็ท่านคือคนที่ค้านหัวชนฝาเรื่องพี่โตเลยนี่

พี่ว่า...พี่กลับก่อนดีกว่า...พี่โตเองก็คงรู้ตัวดี เขาถึงได้หันมาบอกฉันแบบนั้นด้วยอาการรีบร้อน ด้วยความที่เรื่องระหว่างเรายังค้างคา บวกกับสถานะภาพของพ่อพี่โตนั้นยังเป็นลูกน้องในบริษัทของพ่อฉันด้วย การวางตัวในอยู่ระยะที่ปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ลูกชายอย่างเขาควรทำเพื่อปกป้องสายงานของพ่อตัวเอง ทว่า

การที่เขารีบร้อนดูเหมือนไม่มีผลอะไร เพราะพ่อฉันที่ควรจะวุ่นวายอยู่นอกบ้าน วันนี้มาแปลก แถมยังดูมีเป้าหมายอย่างเช่นการพาตัวเองเข้ามาภายในบ้าน ทำให้คนตัวสูงจำต้องหยุดเท้าลง เมื่อบริเวณประตูใหญ่ถูกเจ้าของบ้านเดินเข้ามาขวางโดยบังเอิญ

สวัสดีครับ...พี่โตรีบยกมือไหว้พ่อฉันตามมารยาทเมื่อหนีหน้าไม่พ้น แต่ว่า มารยาทที่เขามอบให้ไปกลับถูกเมิน เมื่อคุณพ่อปรายตามองมายังฉันมากกว่าจะสนใจมารยาทอันดีของผู้ชายคนหนึ่งตรงหน้า

ทั้งที่คุณพ่อแสดงออกแบบนั้น แต่ปากของท่านก็ยังขยับถาม

มาทำอะไรที่นี่?

ผมมาหาส้มจี๊ดครับ...

มีเรื่องอะไร ทำไมต้องมาหา?

เยอะครับ แล้วก็ค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว...พี่โตพยายามตอบแบบเลี่ยงๆ ทว่า คำตอบของเขาก็ถูกขัดด้วยเสียงดุดันของพ่อฉันซึ่งบ่งบอกความไม่สบอารมณ์

เรื่องส่วนตัวถึงขนาดที่พ่อของส้มจี๊ดรู้ด้วยไม่ได้เลยหรือไง!?”

พ่อคะ...คือว่าพี่โตเขา...ฉันพยายามจะอธิบายแทน ต่อให้มันดูจะเป็นการเสียมารยาทไปสักหน่อยก็ตาม แต่ดูเหมือนเสียงของฉัน จะไม่ได้ทำให้ชายวัยกลางคนและเต็มล้มไปด้วยอำนาจสนใจเลยสักนิด เมื่อเขาชิงแทรกพูดขึ้นในจังหวะใกล้เคียงกันขึ้นว่า

ก็ดี ไหนๆ ก็มาแล้ว ฉันขอคุณด้วยหน่อยได้ไหม?

...

อยู่กินอาหารดีๆที่นี่ แบบที่คนอย่างเธอไม่มีปัญญาจะกินด้วยกันสักมื้อไหม โต?

To Be Continued...

อ่านแล้ว เม้น โหวต 100 ให้ด้วยนะ 

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย

ติดแท็กในทวิต #ฟิคผู้ชายหวงรัก

ll DEMONIC SET ll

    













---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเรื่องนี้จิ้มเน้นๆที่รูปข้างล่าง


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 
 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

5,500 ความคิดเห็น

  1. #5440 CttTmo (@ctttmo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 13:44
    พ่อกับแม่ส้มจี๊ดนี่หนักจริงๆ อิเรื่องดูถูกคนอื่นเนี่ย โตมาในสังคมแบบไหนหรอคะงงจัง
    #5440
    0
  2. #5260 สวยพอเพียง -/- (@zukzonfz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:17
    ลูกกับพ่อแม่นิสัยต่างกันลิบลับ ดีแล้วล่ะที่จี๊ดไม่ได้พ่อแม่มา
    #5260
    0
  3. #5146 beme (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 19:05
    คุณพ่อเปิดตัวได้รุนเเรงมากเลยค่ะ
    #5146
    0
  4. วันที่ 26 มกราคม 2560 / 12:48
    ศึกนี้ใหญ่หลวงนักนะพี่โต
    #5134
    0
  5. #5124 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 01:48
    โอ้โหเก้วกาดมากค่าคุณพ่อ!!!!
    #5124
    0
  6. วันที่ 26 มกราคม 2560 / 01:11
    พ่อตา VS ลูกเขย
    #5123
    0
  7. #5122 nunie_pwt (@nunie_pwt) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 00:57
    ทั้งพ่อทั้งแม่เลย นิสัยเสีย
    #5122
    0
  8. #5121 nyyaai (@nyyaai) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 00:56
    ไฟท์ติ้งๆๆ
    #5121
    0
  9. #5119 jjalaxy (@achalaya) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 23:29
    เกลียดดดด. ส้มจี๊ดกับโตสู้ๆ
    #5119
    0
  10. #5108 ป้ามีเฮ (@siri69) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:24
    อดทนนะคะส้มจี๊ดพี่โต
    #5108
    0
  11. #5106 annjaijai (@annjaijai) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:05
    รอออคะ
    #5106
    0
  12. #5105 kanombacon (@kanomtienth) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:00
    ทำไมพ่อแม่บ้านนี้เป่นแบบนี้เนี่ย - ฟ
    #5105
    0
  13. #5101 nooyam32130 (@nooyam32130) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 21:20
    พี่โตกับส้มนี่เป็นอะไรที่แตกต่างจากคำรามกับน้ำหอมแบบสุดขั่วเลยคู่นึ่งเย็นอีกคู่ร้อน
    #5101
    0
  14. #5100 mebleblue (@mebleblue) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 21:18
    ดีจัง โตมาแล้ว
    #5100
    0
  15. #5099 aappss (@ap_rachinicorn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 21:13
    เอากับเค้าสิ พ่อแม่บ้านนี้!!!!
    #5099
    0
  16. #5098 ซารียะฮ์ สงชัย (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 20:38
    ให้ข้อคิดเยอะเลยย ขอบคุณค่าา
    #5098
    0
  17. #5091 Someng (@wise-wisdom) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 22:16
    รอไรท์มาต่อค่ะ เมื่อไหร่จะสมหวังน้าาา
    #5091
    0
  18. #5084 ChontichaNun (@ChontichaNun) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 20:37
    รอวนไปปปปใจจะขาดด555
    #5084
    0
  19. #5083 devilrecords (@devilrecords) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 14:50
    พี่โตห่วงน้องเสมอ
    #5083
    0
  20. #5081 Mean092533 (@Mean092533) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 23:20
    รอค่า รอๆๆ
    #5081
    0
  21. #5080 annjaijai (@annjaijai) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 23:30
    รอออออคะ
    #5080
    0
  22. #5079 ชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 22:50
    ออโต้ตอนโตหายไปไหนอ่ะ
    #5079
    0
  23. #5078 kruemee (@krue1980) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 21:20
    พี่โตจะน่ารักไปไหน จะหาผช.แบบพี่โตได้ที่ไหน
    #5078
    0
  24. #5077 ป้ามีเฮ (@siri69) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 20:58
    ก็บอกแล้วพี่โตมันน่ารักๆๆๆๆๆ
    #5077
    0
  25. #5076 neweryyyy (@kingdek) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 13:12
    เรื่องนี้สอนอะไรหลายอย่าง เราชอบบบบ งื้แ
    #5076
    0