DEMONIC AHOLIC ll ลิ้มรสรักคนเลว

ตอนที่ 14 : Aholic13 ll ลิ้มรสรักครั้งที่13 {อัพ100%} สักเสร็จไหม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    23 ต.ค. 59



EP13
-ลิ้มรสรักครั้งที่13-



ที่หมามันไม่รักลูกของมัน บางทีมันอาจจะรู้อยู่แล้วป่ะวะตูนว่าลูกที่ใครต่อใครเห็น ไม่ใช่ลูกของมัน...

ย๊ะพูดบ้าอะไร?!” เธอแย้ง

พูดอย่างที่ตูนได้ยินไง

ตูนกับโตเราแต่งงานกันแล้ว! พอถูกกดดันหนักขึ้น เธอก็เริ่มพูดในสิ่งที่ผม เราผูกข้อไม้ข้อมือกันแล้ว แบบนี้ชัดเจนไหม?” 

ชัดเจน ผมตอบยิ้มๆ แต่ถึงจะยิ้มให้ อีกฝ่ายก็คงไม่เห็น

ก็ดี งั้นก็เลิกถาม กลับเถอะ เธอตัดบท

ตูนชัดเจน แต่ไอ้โตชัดเจนกว่า แต่ผมกลับรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งเธอ ไอ้โตมันบอกเราหมดแล้วตูน พูดความจริงดีกว่าไหม?”

ผมแกล้งพูด ซึ่งทั้งหมดที่เอ่ยออกไปน่ะ มันไม่จริงสักนิด ตั้งแต่วันที่ห้องคาราโอเกะผมไม่เคยได้คุยกับมันอีก ไม่แม้แต่จะเข้าไปเหยียบในร้านสักของมันด้วยซ้ำ ที่พูดก็แค่อยากดูว่าคนตัวเล็กขี้โวยวายคนนี้จะทำยังไงต่อก็เท่านั้น

ว่าไงอ่ะอ่ะตูน สรุปเด็กคนนั้นลูกใคร? พอถูกต้อนหนักเขาสุดท้ายผู้ร้ายก็ยอมคลายความจริง

"เออ ถ้าคุยแล้วก็ตามนั้นนั่นแหละ" เธอดูอายที่ต้องตอบเช่นนั้น

ไม่รู้ว่าอายเพราะถูกจับได้หรือเพราะอย่างอื่น

สรุปแล้วเด็กนั่นไม่ใช่ลูกไอ้โต สบโอกาสผมจึงถามขึ้นอีก คราวนี้การ์ตูนพยักหน้า พร้อมทั้งพูดไปด้วย

เออ แต่เรื่องผูกข้อไม้ข้อมืออ่ะจริง

ได้ฟังผมก็พยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ เห็นอีกฝ่านทำหน้าอึกอักแล้วมันก็นึกถึงตอนสมัยเรียนไม่ได้

สมัยที่ผมชอบเธอนั่นแหละ

ถ้าไม่ใช่ลูกไอ้โตกับตูนแล้วลูกใครอ่ะ?

มันไม่สำคัญหรอก โตเล่าให้ฟังว่าอะไร มันก็มีแค่นั้นแหละท่าทางการ์ตูนจะเชื่อสิ่งที่ผมพูดอย่างสนิทใจโดยเลี่ยงที่จะบอกที่มาของเด็กซึ่งขึ้นชื่อว่าลูก

ก็ได้ ในเมื่อไม่อยากพูดผมก็จะไม่คุ้ยอีก...

แล้วยังไงอ่ะ อยากได้คืนป่ะละ? คราวนี้ผมถามพลางใช้มือเปิดกระจกหมวกกันน็อกขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายได้เห็นสายตา ณ. ขณะพูด เพื่อทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าทุกอย่างที่หลุดจากผมทุกถ้อยทุกวลีไม่ได้มีครั้งไหนที่ผมรู้สึกไม่ชอบใจในสิ่งที่การ์ตูนพูดหรือทำ

อะไร? แต่เธอก็ยังไขสือ มองตอบกลับมาเหมือนไม่เข้าใจ

เธอมักเป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาถูกแกล้ง...

ปลาย่างไง ผมตอบติดตลก ต่างจากความคิดดีๆในหัวที่แว๊บเข้ามาแบบไม่ตั้งใจ

ทำไม?” พออีกฝ่ายดูจะให้ความสนใจคำถาม ผมจึงยิ้มตาปิดพลางเอื้อมมือโอบเอวเล็กหลวมๆ และดึงเข้ามาชิดแนบกับตัวแล้วถามย้อนกลับไป

ตูนนอนกับไอ้โตครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”

ยุ่งอะไรด้วย

คืนนี้ตูนว่างไหม?

อะไรของย๊ะวะ!?” เธอเริ่มโวยวายและใช้มือดันตัวออกห่างแต่ผมก็ยังดึงดันจะรั้งเอวเธอไว้ จากนั้นก็ค่อยๆ ลดฝ่ามือลงไปยังสะโพกก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ไม่ตรงกับคำตอบที่อีกฝ่ายต้องการ

“คืนนี้ห้องเราว่าง


-SOMJEED TALK-

ไหน เจ็บตรงไหนบ้าง?”

พี่โตดึงมือฉันไปจับไว้ ใช้สายตาสำรวจไปทั่วหลังมือด้วยความเป็นห่วง แต่เพราะว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรจึงเป็นฝ่ายชีกมือออกจากการดูแลของเขาด้วยตัวเอง

หนูไม่ได้เจ็บตรงไหนค่ะ พี่การ์ตูนไม่ได้ทำอะไร

ตอนนี้ไม่ได้คิดมากอยู่ใช่ไหมคะ?”

ค่ะ ไม่คิดหรอก ฉันยิ้ม

ดีแล้วคะ จี๊ดจะกินอะไรไหม?” พี่โตไม่ใช่คนเรื่องมาก ไม่ใช่คนชักซักมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เมื่อได้ยินคำว่าไม่เป็นไรเขาจึงยอมปล่อย และลุกขึ้นจากจุดที่เรานั่งกันอยู่เดินหายเข้าไปยังห้องครัว

หลังจากเหตุการณ์บ้าๆที่หน้ามหาวิทยาลัย พี่โตก็พาฉันนั่งซ้อนรถมาที่ร้านสักของตัวเอง เพราะร้านมนช่วงเวลาแบบนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าแวะเข้ามามากนัก

ฉันนั่งกวาดตาไปรอบร้าน และจำได้ดีว่าตรงไหนเป็นอะไร จำได้แม้กระทั่งครั้งแรกที่ฉันถูกผลักให้ตกไปอยู่ในหลุมพรางที่ปีศาจแสนเจ้าเล่ห์วางไว้ จนต้องเจอกับเรื่องที่ไม่ควรเจอ

แต่ฉันไม่โกรธเขาหรอกนะ ในเมื่อฉันเลือกเองนี่...

จี๊ดคะ มาช่วยพี่ตรงนี้หน่อย เสียงเรียกของพี่โต ทำฉันหยุดความคิดเรื่อยเปื่อยในหัวลง รีบลุกจากโซฟาตัวเล็กเดินเข้าไปหาเขาในครัวและต้องพบว่าปีศาจที่เป็นที่กล่าวขานของคนในมือกำลังวุ่นวายกับเครื่องทำน้ำร้อน โดยที่ตรงหน้ามีถ้วยกระเบื้องตั้งอยู่

เห็นภาพโดยรวมที่เป็นแบบนั้นแล้วมันก็อดถามไม่ได้

พี่โต...จะทำอะไรคะ?”

พี่จะกดน้ำร้อนทำมาม่า...แต่น้ำมันไม่ร้อน

ฉันขมวดคิ้วรีบเดินตรงไปหาคนตัวใหญ่ทันที โดยใช้สายตามองสำรวจไปที่เครื่องทำน้ำร้อนตรงหน้าไปด้วย ก่อนพบต้นตอ

เมื่อสายไฟมันไม่ได้เสียบอยู่

พี่โตไม่ได้เสียบปลั๊ก น้ำมันคงจะร้อนให้หรอก...อะ

แต่ดูเหมือนว่าเรื่องเครื่องทำน้ำร้อนดูจะไม่ใช่ประเด็นหลักที่เขาอยากให้ฉันเข้ามาในห้องนี้นัก เพราะพี่โตดูไม่ได้สนใจในสิ่งที่ฉันพูดเลยสักนิด ที่เขาสนใจคือกอดฉันเอาไว้จากทางด้านหลังแล้วซุกหน้าลงมาบริเวณซอกคอมากกว่า

ตัวจี๊ดหอมจัง...

นี่อย่าสิคะ จะกินมาม่าไหม?” เขาน่ะชอบทำแบบนี้กับร่างกายฉันอย่างฉวยโอกาสอยู่บ่อยๆ จนต้องปรามกันบ้าง

ไม่อยากกินแล้ว อยากกินอย่างอื่น

หน้ามันร้อนขึ้นทันทีเพราะเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายพยายามจะสื่อ คงเพราะก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งเจอเรื่องน่าตกใจมาล่ะมั้ง ในหัวเลยคิดว่ามันไม่เหมาะเท่าไหร่ที่จะตามใจเขาไปเรื่อย

ข้าวผัดไหมคะ หนูไปซื้อให้

ไม่เอา...

ก๋วยเตี๋ยวล่ะ

ไม่เอา จะกินส้ม พอได้รับคำตอบที่ชัดเจน มันก็อดไม่ได้ที่จะเอียงหน้ามองคนตัวยักษ์ที่เอาแต่ทำเสียงอ้อนเป็นเด็ก

ไม่รู้หรอกว่ามีใครเคยเห็นพี่โตในมุมนี้บ้างหรือเปล่า แต่ว่า...

ตัวโตอย่างกับยักษ์ แถมสักอะไรไม่รู้เต็มตัว ยังกล้าอ้อนอีกเหรอคะ?” ฉันคิดว่าการถูกเขาทำอย่างนั้นมันตลกแล้วก็น่ามันเขี้ยวไปพร้อมๆ กัน

ทำไมคะ สักทั้งตัวแล้วอ้อนไม่ได้เหรอ?”

ไม่ได้ค่ะ มัน Keep look เกินไป ฉันบอกเขาติดเสียงหัวเราะ แต่พี่โตกลับยอกย้อนด้วยคำพูดสั้นๆ

อ้อนเมีย จะ Look ไหนมันก็ไม่จำเป็นหรอกค่ะ

อีกแล้ว...เขาทำฉันหน้าร้อนอีกแล้ว

จี๊ดไม่คิดว่ารอยสักพวกนี้มันสวยเหรอ?” คำถามของเขาทำฉันหลุบตามองไปยังวงแขนที่อีกฝ่ายใช้กอดรัด ก่อนเริ่มฝช้มือลูบไปตามลวดลายที่ปรากฏอยู่บนผิวหนัง

จริงๆแล้วต่อให้ลวดลายพวกนี้จะดูน่ากลัว ขณะเดียวกันมันก็ดูมีเสน่ห์ใช่เล่นนะ

สวยค่ะ แต่หนูว่าถ้าหนูสักแบบพี่โตบ้างปะป๊ากับแม่ต้องลมจับแน่ๆ พวกเขาคงไม่ชอบอะไรแบบนี้

ก็สักในจุดที่ป๊ากับแม่มองไม่เห็นสิ พูดจบพี่โตก็ยอมคลายอ้อมกอดออกไป การกระทำเช่นนั้นทำให้ฉันเหลียวมองเขาด้วยความสงสัย ก่อนพบว่าเขากำลังกอดอกมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา จี๊ดรู้ไหมคนเรามันต้องมีนอกกรอบหรือหลุดออกจากขอบกันบ้าง

หมายความว่าไงคะ?”

อยู่เหนือกฎเกณฑ์ที่ผู้ใหญ่กำหนดไว้ ทำในสิ่งที่อยากจะทำ

ทำในสิ่งที่อยากทำงั้นเหรอ...

ถามใจดูว่าอยากทำไหม ถ้าอยาก พี่จะสักให้...

สักเหรอ? ถ้าทำแล้วปะป๊ากับแม่ต้องโกรธมากแน่ๆ แต่ถ้าไม่ทำ พี่โตจะโกรธหรือเปล่าที่ถูกปฏิเสธ

ฉันเม้มปากลงเล็กน้อยด้วยความลังเล เบื่อตัวเองเหมือนกันที่ชอบคิดอะไรเยอะแยะ แคร์ความรู้สึกคอนรอบกาย แคร์ทุกสายตาที่คอยเฝ้าจับตามอง ทั้งที่จริงแล้วฉันก็แค่อยากมีชีวิตเหมือนคนปกติเท่านั้น

ทว่า พอเงยมองใครอีกคนที่ยืนรอคำตอบอยู่ สิ่งที่ฉันได้เจอคือรอยยิ้ม

ใบหน้าคมคายของปีศาจเวลานี้กำลังเปื้อนรอยยิ้ม มันไม่ใช่รอยยิ้มของการกดดัน แต่เป็นรอยยิ้มที่คล้ายกับเข้าใจทุกความคิดมากกว่า

พี่โตคือหนู...ฉันพยายามจะบอกปฏิเสธเขา เมื่อผลรวมความคิดถูกโยงจากสายตาของคนส่วนมาก มากกว่าความคิดของตัวเอง แต่ว่าคนฟังกลับหลุดหัวเราะพลางเอื้อมมือมาแตะหัวฉันอย่างแผ่วเบา

ไม่ทำใช่ไหมคะ?และเอ่ยถามอย่างรู้ทัน

อือฉันพยักหน้าหงึกหงักอย่างอึดอัด เพราะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะรู้สึกอย่างไรกับคำตอบที่ได้กลับไป และฉันมักรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งเวลาแสดงความคิดของตัวเองออกไป

จบม.4 ส้มจี๊ดตั้งใจจะเรียนอะไรลูก?

หนูอยากเข้าวิทยาลัยช่างศิลป์ค่ะแม่ หนูอยากวาดรูป

ช่างศิลป์เหรอ? มันจะไปทำมาหากินอะไรได้? นั่นคือเสียงของปะป๊าหลังจากฟังคำตอบ ทำไมไม่รอจบม.6แล้วเรียนบัญชีล่ะ จบมายังเข้าทำงานที่บริษัทของป๊าได้

นั่นสิ แม่ว่าทำตามอย่างที่ป๊าบอกดีกว่าไหม?

แต่หนูอยากเรียนวาดรูปนี่คะ จบไปมีงานออกแบบตั้งหลายอย่างให้เลือกทำ

ส้มจี๊ดคิดว่างานสมัยนี้มันหาง่ายหรือไง? แต่พอพูดความคิดของตัวเองออกไปแบบไม่สนใจคำค้าน สิ่งที่พูดไปก็กลายเป็นเรื่องผิด วาดรูปอะไรไร้สาระในอนาคตอยากอดตายหรือไง

เพราะทุกอย่างที่แสดงออกไปมันผิด ฉันจึงไม่กล้าที่จะพูดหรือแสดงความต้องการของตัวเองได้อย่างมั่นใจ

ถ้าส้มจี๊ดอยากเรียนช่างศิลป์จริงๆ แม่ก็ไม่ขัดหรอกนะ

แม้ว่าจะมีคำพูดให้กำลังใจ

ถ้าคิดว่าสิ่งที่ป๊ากับแม่เลือกให้มันไม่ดี ส้มจี๊ดก็เลือกด้วยตัวเองแล้วกัน

แต่มันก็แค่การประชดประชัน

พี่คิดไว้แล้ว ว่าจี๊ดต้องบอกแบบนี้…” เสียงตอบรับจากปากผู้ชายตรงหน้าทำฉันสะดุ้งจากภวังค์ความคิด กะพริบตาหนึ่งครั้งเพื่อมองภาพเหตุการณ์ปัจจุบันตรงหน้าชัดขึ้น ดีแล้วค่ะ...ที่จี๊ดเลือกอย่างนั้น

พี่โตไม่โกรธเหรอที่หนูปฏิเสธ

จะโกรธทำไมล่ะคะเขาถามพลางยีหัวฉันแรงขึ้นราวกับจะแกล้งกัน ทั้งที่ปากยังคงพูด คนเรามันไม่มีใครบังคับใจใครได้หรอกรู้ไหม?

...

ทางเลือกใครทางเลือกมัน ทางเดินใครทางเดินมัน...พี่เลือกทางของพี่ จี๊ดเลือกทางของจี๊ด พี่จะไปบังคับจี๊ดให้มาเดินทางของพี่ได้ยังไง? คำพูดของเขาไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนอยากประชดประชันอย่างที่ฉันเคยได้ รอยยิ้มบนหน้าก็ไม่ได้ดูเสแสร้งเหมือนที่ฉันเคยเห็น แต่เหมือนเขากำลังสอนและอธิบายมากกว่า

พี่เคารพการตัดสินใจของจี๊ด อะไรที่จี๊ดว่าดีพี่ก็ว่าดี...

...

จี๊ดเองเวลาเลือกอะไรไปแล้วก็ควรเคารพการตัดสินใจของตัวเองบ้างนะ เลือกเพราะรัก เลือกเพราะชอบ อย่าเลือกเพราะถูกบีบหรือบังคับ อย่าคิดว่าเลือกแล้วมันจะไม่เหมาะ...เพราะทุกสิ่งที่เราเลือกมันไม่มีใครบอกได้หรอกว่าถูกหรือผิด ถ้ารู้ว่ามันผิดก็แค่แก้ไขให้มันดีขึ้น

เลือกเพราะรักอย่าเลือกเพราะถูกบังคับงั้นเหรอ?

เราไม่สามารถอยู่บนทางเลือกที่คนอื่นขีดให้แล้วจะมีความสุขได้ตลอดไปหรอกนะ ถ้าอยากมีความสุขมั่นใจแล้วเลือกทางเดินด้วยตัวเองเลยพี่โตหลุดยิ้มเมื่อพูดจบ เขาค่อยๆ ลดมือออกไป จังหวะเดียวกันนั้นประตูร้านก็ถูกใครคนหนึ่งเปิดเข้ามาพอดี นั่นจึงทำให้เขาปลีกตัวเดินออกไป

ฉันแอบชำเลืองมองแขกที่เข้ามาในร้านและพบว่าคนคนนั้นคือหญิงสาวที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนเด็กเรียน เธอกำลังขอคำปรึกษาเรื่องการสักจากพี่โตในฐานะลูกค้า ทั้งที่เธอดูไม่เหมาะกับเรื่องพวกนี้แท้ๆ แต่ก็ยังเข้ามาขอคำปรึกษา

ทุกสิ่งที่เราเลือกมันไม่มีใครบอกได้หรอกว่าถูกหรือผิด ถ้ารู้ว่ามันผิดก็แค่แก้ไขให้มันดีขึ้น

เพราะผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สนใจว่ามันจะเข้ากับตัวเองหรือเปล่า ถึงได้เข้ามาขอคำปรึกษาที่ร้านนี้งั้นเหรอ

ก็แค่มั่นใจแล้วเลือกสิ่งที่อยากจะทำเท่านั้นเอง

เราไม่สามารถอยู่บนทางเลือกที่คนอื่นขีดให้แล้วจะมีความสุขตลอดไปหรอกนะ ถ้าอยากมีความสุขมั่นใจแล้วเลือกทางเดินด้วยตัวเองเลย

          ตลอดมาฉันก็แค่อยากมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองเลือกบ้างก็เท่านั้น

กริ้ง...

ฉันอาศัยจังหวะที่นักศึกษาคนดังกล่าวกลับออกไป เดินออกจากบริเวณห้องครัว การปรากฏตัวฉันอีกครั้งที่หน้าร้านทำเอาผู้เป็นเจ้าของร้านหันมายิ้มให้อย่างใจดี ถ้าหากว่าทางเลือกของคนเรามันไม่มีอะไรผิด ได้ทำสิ่งที่อยากทำแล้วจะมีความสุข ฉันเองก็อยากจะลองดูบ้างเหมือนกัน

นี่พี่โต เวลาเราตัดสินใจทำอะไรสักอย่างแล้วมันดูไม่ดีในสายตาคนอื่น เราควรจะเชิดใส่และมั่นใจในตัวเองใช่ไหมคะ?

หืม ถามทำไมคะ?

หนูถามเพราะ...

...” เพราะฉันอยากลองปิดหูปิดตา เดินตามทางที่ตัวเองเลือกบ้างก็เท่านั้น

หลังจากที่ตัดสินใจสักแล้ว จะได้ทำตัวถูก

อยากสักเพราะอะไรล่ะ?คราวนี้พอบอกจุดประสงค์ออกไปพี่โตก็แย้งขึ้น ถ้าสักเพราะกลัวว่าพี่จะโกรธ จี๊ดอย่าทำเลย…”

“…”

พี่อยากให้จี๊ดตัดสินใจเลือกทุกอย่างด้วยตัวเอง ที่พูดทั้งหมดพี่ต้องการแค่นั้นนี่คงเป็นครั้งแรกที่ฉันรับรู้ถึงสิ่งที่พี่โตต้องการให้ฉันทำเป็นครั้งแรก รู้ไหมตั้งแต่รู้จักกับเขามา ฉันไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อนเลย มุมที่สอนฉันเหมือนพี่ชายและในข๊ะเดียวกันก็เป็นคนรักและคนที่เข้าใจความคิดทั้งหมดที่ฉันเป็น

อย่าฟังเสียงคนรอบข้าง ฟังเสียงใจของตัวเอง แล้วเลือกที่จะทำ...

หนูไม่ได้กลัวว่าพี่โตจะโกรธฉันขัดแบบไม่ได้รอฟังอีกฝ่ายพูดจนจบ หนูอยากลองทำสิ่งที่ชีวิตไม่เคยทำบ้าง หนูไม่ได้กลัวพี่โตโกรธ เพราะร่างกายมันเป็นของหนู

ไม่ใช่แค่ร่างกายสิส้มจี๊ด... แต่ทั้งหมดที่เป็นมันคือของฉันทั้งนั้น

ทุกอย่างที่เป็นหนู คือหนู... หนูอยากเป็นคนใหม่ อยากลองเลือกทำในสิ่งที่อยากทำบ้างสักครั้งพอพูดออกไปแบบนั้น บนใบหน้าคนตัวใหญ่ก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นทันที

เขาหัวเราะคล้ายกับชอบใจที่ฉันเถียงเขาเสียงแข็งแบบนั้น ซึ่งมันไม่ใช่การเถียงเพื่อหนีหรือเอาชนะ แต่มันคือการเถียงเพื่อยืนกรานความตั้งใจและความรู้สึกของตัวเอง

ถ้างั้น จี๊ดเข้าไปรอพี่ในห้องสัก เดี๋ยวตามไปหัวใจฉันเริ่มเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายบอกแบบนั้น ได้แต่พยักหน้ารับคำ หันหลังเดินไปยังห้องเล็กที่อยู่เยื่องกับห้องครัว

ห้องที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิต...

ไม่รู้หรอกว่าต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร แต่ที่ผ่านมาฉันไม่เคยนึกเสียดายหรอกนะกับเส้นทางที่พ่อกับแม่ขีดไว้ให้ แต่หลังจากนี้... 

ขอแค่หลังจากนี้ ฉันอยากจะลองเป็นฝ่ายเลือกทางเดินด้วยตัวเองบ้างสักครั้ง...

เกือบ 10 นาทีที่ฉันนั่งรอพี่โตอยู่ภายในห้องสัก ก่อนที่เขาจะเดินตามเข้ามาพร้อมขวดหมึกสีดำและกระดาษภาพแผ่นหนึ่ง

ลองเอาภาพนี้ไปดูสิ ชอบไหม?เขายื่นกระดาษภาพที่ถือติดมาส่งมาให้ ก่อนปลีกตัวไปจัดการกับเครื่องมือเพื่อใช้สำหรับสัก

ฉันไม่ได้สนใจสิ่งที่พี่โตกำลังวุ่นวายจัดเตรียมหรอก แต่ที่สนใจคือภาพของนกฮูกตัวใหญ่ที่ทำท่าจะบินออกจากกรงบนกระดาษในมือต่างหาก

ถ้าจี๊ดไม่ชอบ พี่ให้จี๊ดเลือกภาพใหม่ได้นะอาจเพราะหลังจากได้รับภาพมา ฉันเงียบไปล่ะมั้ง พี่โตถึงได้พูดขึ้นเอง เผื่อจี๊ดอยากจะสักรูปกบ แมงมุม ค้างคาว กิ้งกืออะไรแบบนี้ จะได้เปลี่ยนทัน...

พี่โต!” ฉันหันไปแว้ดเสียงใส่ ที่เขาเอาแต่พูดติดตลกไม่หยุด ก่อนหันมาอมยิ้มใส่ภาพที่ถืออยู่ในมือ หนูชอบภาพนี้ นกในภาพเหมือนหนูเลย

ตาโตน่ะเหรอ?เขาแซว

พี่โตอย่าแกล้งสิ...ฉันหันขมวดคิ้วดุจังหวะเดียวกับที่คนขี้แกล้งหันมามองและกลั้นขำไปด้วยอย่างพอดี พอได้สบตากันเขาจึงถามขึ้น

ทำไมถึงบอกว่านกฮูกพวกนั้นเหมือนจี๊ดล่ะคะ?ฉันก้มมองภาพในมืออีกครั้ง มองบรรยากาศและสายตาที่นกฮูกพวกนั้นกำลังสื่อสารผ่านลายเส้น และให้คำตอบกลับไปตามความรู้สึก

เพราะพวกมันเหมือนกำลังอยากจะหนีออกจากการถูกขังกรงมั้งคะ...

...

เหมือนหนูที่อยากมีชีวิตเป็นของตัวเองหลังพูดจบพี่โตไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา เพราะงั้นฉันจึงแอบลอบมองเขาเล็กน้อยก่อนพบว่าปีศาจที่ใครต่อใครเกรงกลัวกำลังยิ้มกรุ้มกริ่มคล้ายกับชอบใจอะไรสักอย่าง

ฉันชอบเวลาเห็นเขายิ้ม และชอบมากที่สุดเวลาที่รอยยิ้มแบบนั้นเกิดขึ้นเพราะตัวฉันเอง...

แต่หนูว่าภาพมันใหญ่ไปนะ...ปากน่ะพูดแต่สายตาไม่ได้มองภาพขนาดเท่า A4 ในมือหรอก เพราะฉันอยากจดจำสีหน้าเวลาที่คนรักยิ้มขณะทำงานให้มากที่สุดมากกว่า

ไม่ใหญ่ไปหรอกค่ะ แบบนี้กำลังสวยเลย

แล้วพี่โตจะสักให้หนูตรงไหน ใหญ่ขนาดนี้ต้องมีคนเห็นแน่ๆ

พี่ไม่ทำให้จี๊ดโดนใครว่าได้หรอกค่ะ เพราะพี่จะสักให้ตรงนี้...ว่าแล้วพี่โตก็หันมาหาฉันพลางใช้มือข้างหนึ่งลูบผ่านช่วงสีข้างข้างเอวลากยาวมาหยุดอยู่ที่ช่วงต้นขาอ่อนด้านบน

ฉันทำตาโต แต่ยังไม่ทันได้แย้งอะไร พี่โตก็เอ่ยปากสั่งเป็นหนที่สอง

ผ้าขนหนูอยู่ในห้องน้ำ...

...

“ถ้าถอดเสื้อผ้าเสร็จแล้วออกมาหาพี่ตรงนี้นะคะ

คำสั่งที่น่าอายแบบนั้นทำฉันนั่งนิ่งเป็นหิน มองคนตัวใหญ่ซึ่งหันกลับไปจัดการกับเครื่องสำหรับใช้สักอย่างนึกลังเล ไม่ใช่ว่ากลัว แต่กำลังรู้สึกอายมากกว่า

เพราะฉันยังเอาแต่นั่งนิ่ง นั่นจึงทำให้คนตัวใหญ่หันกลับมามองฉันเป็นรอบที่สอง เขาทำหน้าสงสัย

อ้าว ทำไมยังไม่ไปอีกละคะ?

หนูอายฉันตอบเสียงจริงจัง ยิ่งคิดไปก่อนด้วยแล้ว ทั่วหน้ามันก็ร้อนขึ้นมา

อายอะไร มากกว่านี้พี่ก็เคยเห้นมาแล้วนะพี่โตเอ่ยแซวติดตลก ซึ่งนั่นยิ่งทำฉันเขินมากขึ้นอีกเท่าตัว เขินมากเสียจนไม่กล้าสบสายตาคู่เดิมกลับไป ได้แต่ใช้หูฟังเสียงของเขาเท่านั้น เอาสิ ไปถอดเสื้อผ้า เดี๋ยวมันจะเปื้อนหมึกซักไม่ออก

พอถูกเร่งหนักเข้า ฉันก็ต้องกัดฟันสู้กับความน่าอาย ลุกขึ้นจากที่นั่งเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการเปื้องเครื่องแต่งกายบนตัวออก

เสื้อนักศึกษาสีสะอาดตาค่อยๆ ถูกปลดกระดุมออกทีละเม็ดอยู่ที่หน้ากระจกเงา ฉันมองหน้าตัวเองที่สะท้อนกลับมา มองเห็นผู้หญิงที่ไม่กล้าตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองเลยสักอย่าง แต่วันนี้แหละ ทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนไป

ฟุ่บ!

เปลี่ยนไปพร้อมกับผ้าทุกชิ้นที่ถูกถอดออกไป...

ฉันใช้เวลาเกือบ 5 นาทีในการถอดเสื้อผ้าบนร่างกายทุกชิ้นออกจนหมด ก่อนห่มร่างกายที่อยู่ในชุดวันเกิดด้วยผ้าขนหนูสีทึบ และตัดสินใจเปิดประตูก้าวเท้าพาตัวเองออกไปยังจุดที่ใครอีกคนรออยู่

พี่โตมองฉันอยู่บริเวณข้างเตียงสักในสภาพของผู้ชายซึ่งทำหน้าที่เป็นช่างสัก เขาสวมถุงมือยางที่มือทั้งสองข้างและใช้แมชสีดำปิดปากตัวเองเอาไว้ เหลือเพียงแค่นัยน์คมที่มองสำรวจร่างกายฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

เพียงแค่แววตาเท่านั้นมันก็ทำให้ทุกส่วนร้อนขึ้นได้อย่างน่าแปลก...

มาค่ะฉันพยักหน้ารับคำเชิญชวนดังกล่าวพร้อมทั้งขยับตัวขึ้นไปนั่งบนเตียงด้วยความรู้สึกที่หวาดหวั่น แต่ขณะเดียวกับก็รู้ตั้งมั่นและมั่นคงพอที่จะไม่ถอยหนี

มืออุ่นภายใต้ถุงมือยางค่อยๆ ประคองตัวฉันให้เอนนอนไปตามแนวราบของเตียงสัก และจัดการเปิดผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่มหุ้มร่างกายช่วงล่างออก ฉันพยายามคุมอาการตื่นเต้นจากความรู้สึกถึงสายตาคู่เดิมที่กำลังมองเรือนร่างภายใต้ผ้าขนหนูโดยเลี่ยงที่จะสบตากับเขาตรงๆ

อะ...เพียงแค่ปลายนิ้วเกลี่ยครีมเย็นๆ วางไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งเท่านั้น ร่างกายกลับรู้สึกถึงตัวเขาอย่างรุนแรง 

และมันชัดมากขึ้นทุกทีที่เขาจงใจกดปลายนิ้วมาบนผิวหนักๆ เน้นบางจุดที่ไวต่อความรู้สึก คล้ายกับอยากให้รับผัสจากปลายนิ้วเขาให้มากขึ้น

ตรงนี้เวลาลงเข็มอาจจะเจ็บหน่อยนะฉันได้ยินเสียงเขาบอกแบบนั้นขณะเกลี่ยปลายนิ้วช่วงต้นขาด้านในอย่างหมิ่นเหม่ ร่างกายทุกส่วนมันเกร็งไปหมด ยามที่เขาเอาแต่กดฝังปลายนิ้ววนเวียนอยู่บริเวณช่วงนั้น

โดยเฉพาะคำพูดกำกวมที่ตีความได้หลายความหมาย

ถ้าจี๊ดทนไม่ไหว จะร้องออกมาดังๆก็ได้นะคะ...

อะ...อือ

มันทั้งน่ากลัว น่าอาย แล้วก็ตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสียงของมอเตอร์เครื่องสักเริ่มทำงาน ใจฉันยิ่งเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความเจ็บแปล๊บเหมือนถูกข่วนเกิดขึ้นทันทีที่ปลายเข็มนับสิบทิ่มแทงลงบริเวณสีข้างข้างเอว มันเจ็บจนรู้สึกได้ว่างเข็มพวกนั้นกำลังลากผ่านผิวหนังและและฝังลงลึกให้เกิดร่องรอย

ฉันไม่อยากให้เขาเห็นว่าอ่อนแอ จึงพยายามเม้มปากเพื่อกลั้นเสียงบ่งบอกความรู้สึกของตัวเองไว้ มือกำจิกกับเตียงสักแน่นเพื่อช่วยระบายความรู้สึกเจ็บปลาบบนผิวกาย

อื้อ...ฉันกัดปากตัวเองเอาไว้แน่น เมื่ออาการเกร็งที่เป็นอยู่คล้ายกับยิ่งเพิ่มความเจ็บแสบของเข็มที่ฝังลงมา

เจ็บเหรอคะ?คำถามสั้นๆ คล้ายกับเป็นห่วงทำฉันพยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบ เดี๋ยวผ่านตรงนี้ไป มันก็จะไม่เจ็บแล้ว ผิวอ่อนมันเลยเจ็บนิดหนึ่ง

          ฉันไม่ได้พูดอะไร ได้แต่เพิ่มแรงกำจิกเบาะหนังของเตียงสัก เมื่อเข็มนับสิบค่อยๆ ทิ่มแทงไปตามต้นขาอ่อนด้านในอีกครั้ง ฉันอยากเปลี่ยนตัวเอง ความเจ็บแค่นี้มันอาจจะเป็นแค่บททดสอบของชีวิตก็ได้ใครจะไปรู้

          ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ความแรงของของคมเข็มทิ้มแทงลงไปตามผิวหนัง แต่มันก็นานพอที่จะทำให้ผู้หญิงที่พยายามทำตัวให้เข้มแข็งและมั่นอกมั่นใจอย่างฉันเหงื่อท่วมพลั่กไปทั้งกาย แต่ไม่นานหลังจากนั้นเสียงของมอเตอร์เครื่องสักก็เงียบลงไป

พักก่อนไหมคะ สัก 5 นาที? พี่โตวางอุปกรณ์ลงบนเคาน์เตอร์วางสีหมึกพร้อมทั้งถามขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรให้เสียแรงเลยสักนิด แต่ร่างกายกับรู้สึกเหนื่อยล้าจนคล้ายกับไม่มีแรง

หนูเหนื่อยจัง...ฉันบอกเขาอย่างคนหมดแรง ทว่า นั่นดันทำให้คนตัวใหญ่หลุดหัวเราะในลำคอ พลางถอดถุงมือยาวออกก่อนจะใช้มือเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าฉันไปทัดหูแล้วพูด

เวลาเสียเลือดมันก็รู้เหนื่อยแบบนี้แหละ...

อื้อ...จริงสินะ เวลาสักถูกเข็มนับสิบแทงผิวลงมาขนาดนั้น มันก็ต้องมีเสียเลือดกันบ้าง

งั้นเราพักกันสัก 10 นาที หลังจากนี้มันจะเจ็บมากกว่าเดิมอีกรู้ไหม?คนขี้แกล้งเอ่ยขู่พานให้ต้องใช้มือตีใส่เขาไปหนึ่งที จี๊ดอยากลุกขึ้นมาดูลายไหม เดี๋ยวพี่ประคองนั่ง?

เพราะรู้สึกว่าตัวเองเวลานี้อ่อนแรงฉันจึงพยักหน้าแทนการส่งเสียงตอบรับ แน่นอว่าพี่โตรีบใช้วงแขนของตัวเองช่วยช้อนตัวฉันให้ลุกขึ้นมานั่ง พร้อมทั้งยังเอ่ยปากเร่งเร้า

ลองดูสิคะ ชอบไหม?สิ้นเสียง ฉันจึงเหลียวมองสีข้างตัวเองที่เมื่อก่อนว่างเปล่าสะอาดตา ทว่า ในเวลานี้กลับมีโครงเส้นสีดำและรอยเปื้อนของหมึกและคราบเลือกซึ่งถูกเช็ดออกไปปรากฏให้เห็น

สวยจัง...ฉันพูดยิ้มๆ แม้ว่าสิ่งที่เห็นมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ไปซะทีเดียว

ไม่ได้พูดเพื่อเอาใจ แต่พูดเพราะฉันรู้สึกว่าสิ่งที่เลือกด้วยเองมันเหมาะกับฉันต่างหาก...

ดีแล้วค่ะที่ชอบ เดี๋ยวลงลายละเอียดเงาอีกนิด ถมดำตรงนี้หน่อยก็เสร็จ...พี่โตละสายตาจากผลงานของตัวเองมามองฉัน พร้อมทั้งตั้งคำถาม ถ้าพี่จะทำให้เสร็จวันนี้เลย จี๊ดจะทนไหวไหม?

ไหวค่ะ...หนูทนมาตั้งขนาดนี้แล้วฉันตอบอย่างมั่นใจ ซึ่งมันคงทำให้คนฟังถูกใจ จึงได้ยิ้มให้เห็น ขอบคุณนะคะ พี่โต

          “ยินดีเสมอค่ะเขายิ้มรับคำ พลางทาบมือข้างหนึ่งลงกับเบาะของเตียงสักและใช้มืออีกข้างประคองหน้าฉันให้มองสบตาเขานิ่งๆ ซึ่งนั่นตามมาด้วยคำพูดหยอกล้อเหมือนทุกที แต่...จี๊ดเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม?

คะ?ฉันทำตาปริบๆ มองหน้าคนเจ้าเล่ห์กลับไป จังหวะเดียวกันนั้นดูเหมือนว่าเขาเองก็พร้อมที่จะให้คำตอบอยู่แล้ว ถึงได้โน้มลงมาจุมพิตข้างแก้มฉันอย่างแผ่วเบาพร้อมด้วยคำพูดติดกระซิบ

มีเวลาพักตั้ง 10 นาที...” ปากเขาน่ะพูด แต่ไม่ใช่กับมือซึ่งเคลื่อนจากเบาะของเตียงสักมายังผ้าขนหนูผืนเล็กที่ห่อหุ้มร่างกายฉันอยู่ เรามาหาอะไรทำขั้นเวลากันไหม?

และรับรู้ได้ทันทีว่าคำถามนั้นไม่ใช่คำถามที่เขาต้องการคำตอบ

ตุบ!

พี่โตไม่ได้รอให้ฉันเอ่ยปากพูดอะไร แต่เป็นฝ่ายหยิบยื่นความรู้สึกเหล่านั้นให้ฉันด้วยตัว มือหนาผลักตัวฉันให้นอนราบลงกับเตียงสักอีกครั้ง ก่อนแทรกเข้ามายืนระหว่างขาทั้งสองข้าง ใช้สายตาเชยชมเรือนร่างปราศจากอาภรณ์ใดปกปิด ราวกับเขาอดทนมานาน 

ไม่ว่าจะร่างกายร้อนผ่าวยามเบียดและเสียดสี ริมฝีปากที่ชโลมไปตามเนื้อกายอย่างทุกตารางนิ้ว ราวกับจะช่วยผ่อนความเจ็บจากการผ่านเข็ม

อ๊ะ...พี่โต

จ๋า...” เขาเปลี่ยนจากความเจ็บแสบบริเวณสีข้างข้างเอวและเนื้อขาอ่อนด้านในให้กลายเป็นความหฤหรรษ์ ใช้ริมฝีปากร้อนระอุในยามที่เขาใช้มันปิดกลั้นทุกเสียงร้องน่าอายของฉันยามที่เขาเป็นคนก่อ

กึก! กึก!

อะ...” แรงดุนดันและการกระแทกกระทั้นซึ่งเต็มไปด้วยความรัก หยาดเหงื่อตามผิวกายภายในห้องที่ถูกเปิดเครื่องปรับอากาศจนแรง

ทั้งหมดนั่นเกิดขึ้นภายในห้องที่มีแค่เราและการเริ่มต้นใหม่...

To Be Continued...

จะสักเสร็จไหมถามใจโตดู
 อ่านแล้ว เม้น โหวต 100 ให้ด้วยนะ 

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย

ติดแท็กในทวิต #ฟิคผู้ชายหวงรัก

ll DEMONIC SET ll

    















---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเรื่องนี้จิ้มเน้นๆที่รูปข้างล่าง


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 
 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

5,500 ความคิดเห็น

  1. #5420 CttTmo (@ctttmo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 21:30
    เดี๋ยวๆ พัก10นาทีแน่เหรอพี่โต เล็กๆน้อยๆก็จะเอา ถถถถถ
    #5420
    0
  2. #5414 Doll ly BEAR (@tuktachutima) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 20:38
    ทำไมยิ่งอ่านไปเรื่อยๆ คำพูดของเจ้หอม มันดังขึ้นในหัวเรื่อยๆเลยอ่ะ
    #5414
    0
  3. #5097 ิbeme (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 17:56
    ที่ว่าเสร็จอาจจะเป็นอย่างอื่นไม่ใช่สัก 55555555555
    #5097
    0
  4. #4724 rabiozafai33562 (@rabiozafai33562) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 01:10
    ไม่น่าสักเสรจ
    แต่อย่างอื่นเสรจแทน.
    #4724
    0
  5. #4472 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 20:44
    โอ้ยยยยยว่างๆต้องแทะเล็มน้อง!!
    #4472
    0
  6. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 00:51
    เดี่ยวพ่อแม่รู้ต้องมีมาม่าแน่
    #3398
    0
  7. #3231 Seohyun_B (@hunseo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 23:03
    คำพูดคำจาสองแง่สองง่าม แล้วนี่ตกลงจะสักหรือทำอย่างอื่นคะพี่โต 555
    #3231
    0
  8. #3224 aappss (@ap_rachinicorn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 20:54
    10นาทีก็ไม่เว้นนะพี่โต 555555
    #3224
    0
  9. #3068 nunie_pwt (@nunie_pwt) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 01:32
    ผิดเข็มแล้วปะ55555
    #3068
    0
  10. #3020 สวยพอเพียง -/- (@zukzonfz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 23:18
    ลงแบบนี้คิดว่าวันนี้ไม่น่าจะเสร็จ 55555555
    #3020
    0
  11. #3019 fahsai12 (@fahsai_21) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 23:11
    ไม่เสร็จแน่ๆวันนี้555555
    #3019
    0
  12. #3016 Disneyprincess00 (@Disneyprincess00) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 22:41
    ไอที่บอกว่า จะทำให้เสร็จวันนี้ นี่เข็มไหน? เข็มสักหรือเข็มไร อิพี่โต *,.* เข็มอื่นน่าจะเสร็จละมั้งงานนี้ 55555
    #3016
    0
  13. #3014 HaTe (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 22:26
    (สัก)เสร็จแน่นอนเพราะเข็มเค้าดี555
    #3014
    0
  14. #3013 HaTe (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 22:18
    (สัก)เสร็จแน่นอนเพราะเข็มเค้าดี555
    #3013
    0
  15. #3009 kookpk (@kookpk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 21:57
    อิโตเอาเข็มตัวเองสักหรอ
    #3009
    0
  16. #3005 ซารียะฮ์ สงชัย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 21:24
    พี่โตหื่นกำเริบเหรอ 555
    #3005
    0
  17. #2999 jarawe (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 21:02
    คงไม่ใช่แค่ 10 นาทีอ่ะโต 5555
    #2999
    0
  18. #2994 siri69 (@siri69) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 20:28
    เสร็จแน่ๆ...ถ้าไม่มีมาร..มาขัดซะก่อนละมั้ง 55555555
    #2994
    0
  19. #2988 chachapuk (@chachapuk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 19:46
    พักยาวเลยสิแบบนี้
    #2988
    0
  20. วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 18:41
    10 นาทีคงไม่พอละมั้ง
    #2969
    0
  21. #2964 ning1204GN (@ning1204GN) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 18:11
    กว่าจะสักเสร็จจี๊ดคงเหนื่อยตาย555555
    #2964
    0
  22. #2963 Panny (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 18:02
    จะเสร็จมั้ยคะวันนี้น่ะ555555
    #2963
    0
  23. #2962 เจี๊ยบ' บ้า (@jiub-loveza) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 17:17
    พี่โตคนบร้าา
    #2962
    0
  24. #2961 kimjinhwan042 (@kimjinhwan042) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 17:16
    กะเเล้วว่าต้องสักไม่เสด555 สุดท้ายก็ลงเอยเเบบนี้นะพี่โต ต่ออีกค่ะๆ
    #2961
    0
  25. #2960 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 16:57
    กะแล้วว่ามันต้องไม่ำด้สักอย่างเดียว-เจ้าเล่ห์5555555
    #2960
    0