เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 8 : SOS07 ll จอน อุนมยอง {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    14 ธ.ค. 60



EP07


เธอไม่อยากกลับไปหาคุณชายคังไม่ใช่หรือไง งั้นเราก็ออกไปหากาแฟดื่มกันดีกว่า” เขาว่ายังไงนะนี่มันใช่เวลาดื่มกาแฟที่ไหนกันล่ะ!!

ฉัน... ไม่…”

เร็วสิขืนชักช้าคนพวกนั้นมาเจอเธอ เราจะพลอยอดดื่มกาแฟด้วยกันนะ

...” หรือว่าเขาตั้งใจจะพาฉันหนี?

อ้อใช่ฉันชื่อ จอน อุนมยอง ส่วยรายละเอียดอื่น เอาไว้ค่อยคุยกันที่ร้านกาแฟก็แล้วกัน”  ผู้ชายคนนี้ดูท่าทางใจดี แม้ว่าเขาจะพูดเองเออเองคนเดียวก็ตาม เขาไม่ใช่เพียงแค่แนะนำตัวให้ฉันรู้จักก่อน แต่เขายังเลือกที่จะถอดเสื้อคลุมหนังสีดำยื่นส่งมาให้ฉันพร้อมคำพูดสั้นๆ สวมนี่ซะ ถ้าไม่อยากให้ใครจำเธอได้

ขะ ขอบคุณนะ” ฉันรับคำอย่างไม่เต็มเสียงนักเพราะไม่คุ้นชิน  แต่เพราะอุนมยองยัดเยียดเสื้อส่งมาให้แบบนี้ ฉันจึงไม่มีทางเลือก จำต้องรับเสื้อคลุมหนังสีดำของเขามาสวม ซึ่งเป้นจังหวะเดียวกับที่คนตัวใหญ่บรรจงสวมหมวกแก๊ปที่เขาใส่ก่อนหน้านี้ให้กับฉันอย่างอ่อนโยน ราวกับจะให้แน่ใจว่ามันสามารถพรางตัวฉันให้รอดพ้นสายตาของบุคคลที่กำลังตามล่าตัว 

เขามองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก่อนจะฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ แล้วพูดออกมาอีกครั้งสั้นๆ

ไปเถอะ แม่สาวชาวไทย” แรงกระตุกเบาๆ ที่ต้นแขน ทำขาทั้งสองข้างฉันเปลี่ยนทิศทาง ก้าวตามหลังชายแปลกหน้าที่ชื่ออุนมยองไปได้อย่างไร้เหตุผล เพราะฉันไม่รู้จักใครที่นี่เลยสักคน ฉันไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ แต่จู่ๆ กลับมีผู้ชายท่าทางใจดี เสนอตัวและหยิบยื่นความใจดีเข้าช่วยเหลือ ฉันเองก็ไม่แน่ใจนักว่าควรจะเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้าอย่างเขาดีหรือเปล่า

แต่เพราะว่าในตอนนี้ฉันไม่มีเวลาและทางเลือกมากนัก สิ่งที่ทำได้คือการปล่อยให้เขาจับแขนพาตัวฉันเดินแทรกฝูงคนตรงไปยังทางออกของสนามบินก็เท่านั้น  อีกอย่างชื่อของเขาน่ะชื่อ ‘อุนมยอง’ ซึ่งมีความหมายว่าโชคชะตา บางทีนี่น่ะ อาจจะเป็นเรื่องที่โชคชะตากำหนดไว้ก็ได้...

 

ตึกตึกตึกตึก!

อุนมยอง จับมือฉันวิ่งพาฝ่าฝูงชนภายในสนามบินอินชอนออกไปสู้โลกภายนอก เขาไม่รอช้ารีบตรงไปขึ้นแท็กซี่ของสนามบินคันที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดทันที เขาบอกคนขับรถไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ฉันไม่รู้จัก 

ส่วนมือของเขายังคงกุมมือของฉันเอาไว้แน่นคล้ายกับกลัวว่าเราทั้งคู่จะหลงทางกัน ยิ่งเขาทำแบบนั้นฉันก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อล้อรถเริ่มเคลื่อนออกจากหน้าประตูทางออกของสนามบิน พาฉันหนีออกห่างจากกลุ่มผู้ชายท่าทางน่ากลัวพวกนั้นไปในที่ที่พวกเขาไม่มีทางตามตัวฉันเจอ

นี่ ตอนนี้เธอโอเคไหม?” อุนมยองหันมองถามและมองฉันผ่านแว่นกันแดดเล็กน้อยหลังจากที่รถแท็กซี่เคลื่อนออกจากสนามบินมาได้สักพักหนึ่ง ส่วนฉันที่ไม่รู้จะพูดอะไร จึงทำได้เพียงพยักหน้าหงึกหงักกลับไปเพียงเท่านั้น ดีแล้ว อยู่กับฉันไม่ต้องกลัวนะ ผ่อนคลายเถอะ” 

รอยยิ้มใจดีปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่ก็เพียงแค่แป๊บเดียวก่อนที่ผู้เป็นเจ้าของรอยยิ้มดังกล่าวจะเบือนหน้าหันไปอีกทาง มองผ่านกระจกรถมองวิวทิวทัศน์ด้านนอก

ตอนแรกฉันแอบคิดไว้ว่าผู้ชายคนนี้บางทีอาจจะเชื่อใจไม่ได้ แอบกลัวว่าเขาจะพาฉันกลับไปหาดาจอง แต่เปล่าเลย เขาไม่ได้ทำอะไรๆ อย่างที่ฉันคิดไว้ กลับกัน เขาดันทำตามคำพูดของตัวเองทุกประการ ทั้งที่ฉันเป็นคนแปลกหน้าที่เขาเพิ่งรู้จักไม่ถึง10นาทีด้วยซ้ำ

ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะความโชคดีหรือเปล่า ฉันถึงได้บังเอิญมาพบเข้ากับผู้ชายใจดีอย่างอุนมยองแบบนี้ นอกจากเขาจะใจดีแล้วน้ำเสียงรวมไปฝ่ามือที่เขาใช้กุมมือฉันเอาไว้แน่นอยู่ ณ. ขณะนี้เองก็ช่างอบอุ่น

อ่า... ฉันเนี่ยโชคดีจังเลยนะ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

รถแท็กซี่ที่เราทั้งคู่นั่งโดยสารมาก็มาหยุดจอดอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง คาดว่าจะเป็นร้านอาหารในตัวเมือง ดูจากสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้ว ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นนั่นแหละ

เข้าไปในร้านกัน” อุนมยองหันมาพูดกับฉันหลังจากที่เขาจัดการจ่ายค่าโดยสารเสร็จสรรพ ไม่ใช่แค่พูด แต่เขายังถือวิสาสะคว้ามือฉันไปไว้กับตัวแน่นพร้อมทั้งออกแรงดึงฉันให้เดินตามหลังเขาเข้าไปร้านอาหารตรงหน้าแทบจะทันทีเช่นกัน

ร้านอาหารแห่งนี้ถูกฉาบไปด้วยสีฟ้าอ่อน ตกแต่งสไตล์โมเดิล มีข้าวของน่ารักๆ วางตกแต่งอยู่ทั่วร้าน ที่นี่คล้ายกับเป็นร้านอาหารกึ่งร้านกาแฟ ที่สำคัญลูกค้าภายในร้านก็คล้ายกับจะมีแต่ผู้หญิงซะเป็นส่วนใหญ่

ทันทีที่ฉันและอุนมยองเดินก้าวเข้ามาในร้าน เราทั้งคู่ก็ตกเป็นเป้าสายตาของพนักงานและลูกค้าภายในร้านทันที บ้างก็หันมามองแล้วหันไปซุบซิบ บ้างก็มองมาพร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์มือถือทำท่าเหมือนถ่ายรูป ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอย่างงั้น ฉันจึงเริ่มทำตัวไม่ถูก รีบเดินเบียดหลังอุนมยองพร้อมทั้งหลบสายตาจากผู้คนรอบตัวทันที

ทำไมพวกเขามองฉันกับอุนมยองแบบนั้นล่ะ หรือว่าเขาจะรู้เรื่องของฉันกับดาจองกันบ้าน่าเป็นไปไม่ได้หรอก คนธรรมดาพวกนี้จะรู้จักกับผู้ชายน่ากลัวอย่างดาจองได้ยังไงกัน TOT ฮืออ ทำไมยิ่งคิด ฉันยิ่งเครียดแบบนี้ล่ะ!

เขาพาฉันมานั่งยังโต๊ะสำหรับสองที่ด้านในสุดของร้าน เขาไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติใดต่อสายตาของคนในร้านเลยเมื่อเทียบกับฉัน แถมเขายังทำตัวสบายๆ ราวกับไม่สนใจซะด้วย

อยากกินอะไรก็สั่งได้ตามใจชอบเลยนะ” และนั่นคือคำพูดของเขาทันทีที่เราทั้งคู่นั่งลงตรงที่นั่งของตัวเอง เขาเลื่อนเมนูส่งมาให้ฉันพลางหันไปโบกมือเรียกพนักงานหญิง

รับอะไรดีคะ?” เสียงหวานๆ ของพนักงานหญิงถามดังขึ้นเมื่อเธอมาหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะของเรา ฟังจากน้ำเสียงแล้วเธอดูจะตื่นเต้นแบบแปลกๆ จนฉันอดเลื่อนสายตาจากเมนูเหลือบมองเธอไม่ได้

คาปูชิโนร้อนแก้วหนึ่งครับ

คะ ค่ะ!” ไม่ใช่แค่น้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นของพนักงานหญิง แต่ท่าทีของเธอเองก็บ่งบอกว่าตื่นเต้น สายตาของเธอจดจ้องไปที่อุนมยองจนฉันต้องเหลือบมองตาม ก่อนจะพบเข้ากับรอยยิ้มใจดีของคนตัวสูงตรงหน้า พร้อมด้วยคำถามสั้นๆ

แล้วเธอจะกินอะไรล่ะ?”

อะ... คือ” เพราะถูกถามแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ฉันจึงต้องรีบหลุบตามองเมนูในมืออีกครั้ง แต่พอดูราคาแล้ว ฉันก็อดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้ ทำไมน่ะเหรอก็ฉันไม่มีเงินสกุลวอนเลยสักแดงน่ะสิ!

ฉะ ฉันไม่เอาดีกว่า” สุดท้าย ฉันก็ไม่ได้สั่งอะไร และเลือกที่จะส่งเมนูคืนพนักงานหญิงที่ยืนรอรับออเดอร์ไปทั้งๆ อย่างนั้น ทว่า

งั้นเอาคาปูชิโนร้อนมาสองแก้วครับ” อุนมยองดันหันไปสั่งพนักงานหญิงแทนฉันเสียได้!

รอประมาน10นาทีนะคะ” ส่วนพนักงานหญิงก็ดูจะว่าง่ายรีบรับออเดอร์แล้วหันหลังเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์หน้าร้านอย่างว่องไว จนฉันต้องหันไปทำตาโตใส่อุนมยองที่ดูเหมือนว่าเขากำลังนั่งจ้องฉันอยู่นานแล้ว และตามมาด้วยคำถาม

นายสั่งกาแฟทำไมตั้ง2แก้ว?”

ของฉันแก้วหนึ่ง ของเธอแก้วหนึ่งไง” เขายิ้ม

นายจะบ้าเหรอ ฉันไม่มีเงินสักวอนนะ

แล้วยังไงล่ะ สุดท้ายฉันก็ต้องจ่ายอยู่ดี” เขาว่า และพอเห็นว่าฉันเงียบไป อุนมยองก็พูดออกมาอีก “ก็บอกแล้วไงว่าจะพามาดื่มกาแฟ เธอคิดอะไรมาก

คำพูดของเขาทำฉันพูดอะไรไม่ออก ในหัวมันเต็มไปด้วยความรู้สึกเกรงใจ นอกจากเขาจะพาฉันหนีออกมาจากสนามบินแล้ว เขายังจะเลี้ยงกาแฟฉันแบบนี้อีก

ขอบคุณนะ” เพราะฉันในตอนนี้นึกคำพูดอื่น นอกจากคำว่าขอบคุณ ปากก็เลยขยับออกไปไว้เทียบเท่ากับความคิดขณะหลุบตาลงต่ำ มือมือตัวเองที่กำแน่นอยู่บนตักทั้งสองข้าง “ฉันไม่รู้เลยว่า ถ้าไม่ได้เจอนายที่สนามบินวันนี้ ฉันจะเป็นยังไง

เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องคิดมาก

...

จริงๆ แล้วตอนที่เจอเธอ ท่าทางเธอดูตลกดี เหมือนกับกำลังหนีอะไรสักอย่าง ก็เลยกะจะเข้าไปแกล้งเฉยๆ น่ะ

นายนี่มัน...” เสียงกึ่งต่อว่าของฉันเงียบลงโดยอัตโนมัติแทบจะวินาทีเดียวกับที่เงยมองหน้าคนตัวใหญ่เบื้องหน้า

แว่นกันแดดที่อุนมยองสวมอยู่นับตั้งแต่วินาทีแรกถูกถอดวางลงกับโต๊ะ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมคายรับกับเรือนผมสีเข้มซอยไล่ระดับมาอย่างดี นัยน์ตาเรียวรีคู่นั้นที่กำลังจ้องฉันกลับมา ก็ดูมีเสน่ห์อย่างเหลือล้น จมูกโด่งเป็นสันกับริมฝีปากบางที่กำลังฉีกยิ้มทะเล้นตรงหน้า ทำฉันตกตะลึงไปครู่ใหญ่ๆ 

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันมีโอกาสได้เห็นหน้าเขาชัดๆ อย่างงี้ และฉันสามารถพูดได้เพียงประโยคเดียวเลยว่า 

ผู้ชายบ้าอะไรหล่อวัวตายควายล้มขนาดนี้!!

มีอะไรติดหน้าฉันหรือเปล่า?” อุนมยองเลิกคิ้วถาม สลับกับก้มมองสำรวจตัวเองคล้ายกับสงสัย ส่วนฉันก็ได้แต่ส่ายหน้าพรืดแทนคำตอบ เพราะยังรู้สึกตะลึงในออร่าความหล่อของเขาไม่หาย

คนตัวโตยิ้มก่อนจะทำเรื่องไม่คาดฝันด้วยการเอื้อมมือมายีหัวฉันเบาๆ พร้อมด้วยคำพูดสั้นๆ น้ำเสียงเคอะเขิน

อย่าจ้องแบบนี้สิ ฉันก็เขินเป็นนะ...

กรี๊ดดดดดดด แม่ขาเขาแตะตัวหนู มันผิดผีอย่างงี้ต้องแต่งงาน!!

ว่าแต่เธอรู้จักคุณชายคังได้ยังไงอ่ะ?” ฟินได้ไม่ทันเท่าไหร่ แต่ไม่นานความฟินดังกล่าวก็หายไป เมื่ออุนมยองชักมือกลับไปและพูดถึงเรื่องที่ฉันไม่อยากจะนึกถึงมากที่สุดออกมา “ทำไมเธอถึงหนีเขาล่ะ?”

เรื่องมันยาว...” ฉันตอบแบบเลี่ยงๆ และนั่นทำให้อุนมยองยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเล็กน้อย จากนั้นเขาก็มองหน้าฉันกลับมาตรงๆ อีกครั้ง พร้อมด้วยคำพูดสั้นๆ

ฉันมีเวลาฟังทั้งวัน :) ” สรุปคือหมอนี่ต้องการให้ฉันเล่าเรื่องสินะ

เล่าไปแล้วนายอาจจะไม่เชื่อฉันก็ได้

ลองเล่ามาก่อน...เชื่อไม่เชื่อฉันจะตัดสินเอง” อุนมยองยังคงคะยั้นคะยอให้เล่าเรื่องของตัวเองอยู่แบบนั้น เพราะหมดทางที่จะเลี่ยงแล้วจริงๆ ท้ายที่สุดแล้วฉันจึงจำใจต้องเล่าเรื่องที่เหมือนดั่งความฝันให้เขาฟังในที่สุด

ฉันไม่รู้ว่าดาจองคือใคร ฉันเจอเขาครั้งแรกที่ประเทศไทย ตอนไปซื้อของให้แม่ที่ตลาด เรามีปากเสียงกันนิดหน่อย จากนั้นเขาก็ส่งคนมาทำร้ายฉัน...

ส่งคนไปทำร้ายเธอ?” เขาย้อน

ใช่เขาส่งคนมาทำร้ายฉัน แถมยังขู่ว่าจะฆ่าฉันทิ้ง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ส่งคนมาจับตัวฉัน พอฉันตื่นขึ้นมาอีกทีฉันก็มาอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวของเขาแล้ว แถมเครื่องบินลำนั้นก็กำลังบินตรงมาที่เกาหลีใต้...ฉันเหลือบมองท่าทีของอุนมยองเล็กน้อย เพื่อดูว่าเขากำลังสนใจฟังเรื่องที่ฉันพูดมากน้อยแค่ไหน ดูๆ ไปแล้ว เขาดูท่าจะสนใจเรื่องที่ฉันเล่าเอาเสียมากๆ ดังนั้นฉันจึงพูดออกไปไม่หยุด บนเครื่องบินดาจองยิงผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามจะบอกเหตุผลที่เขาพาตัวฉันมาที่ประเทศเกาหลี ฉันกลัวมาก ก็เลยหนีคนพวกนั้นออกมาแล้วก็เจอกับนายที่หน้าห้องน้ำนั่นแหละ

แล้วเธอรู้เหตุผลที่คุณชายคังพาตัวเธอมาที่ประเทศเกาหลีหรือเปล่า?”

เหตุผลเหรอ?” ฉันย้อนเสียงนิ่ง ก่อนจะย่นคิ้วเพื่อนึกถึงเหตุการณ์บนเครื่องบินก่อนหน้านี้ แล้วพูดออกไป “ถ้าฉันจำไม่ผิด รู้สึกว่าผู้ชายที่ถูกดาจองยิงจะพูดเอาไว้ว่า...คุณคังต้องการแต่งงานกับคนของราชวงศ์โชซอนคนสุดท้าย อะไรทำนองนี้แหละ” ฉันพูดออกแบบไม่รู้ความหมายเท่าไหร่ และนั่นทำให้อุนมยองพูดแทรกกลับมาแทบจะทันที

แปลว่าเธอคือเจ้าหญิงของราชวงศ์โชซอนงั้นเหรอ?”

ฮะ!?” ฉันอุทานด้วยความตกใจอย่างสุดๆ

อ้าว นี่เธอไม่รู้จักราชวงศ์โชซอนของเกาหลีเหรอ?” ฉันส่ายหน้าทันทีที่ถูกถาม และนั่นทำอุนมยองหลุดขำออกมาทันที พร้อมทั้งกล่าวเสริม “ที่ประเทศไทยเองก็มีพระมหากษัตริย์ใช่ไหม?”

อ่าฮะ ใช่...

ราชวงศ์โชซอนก็เหมือนพระมหากษัตริย์ที่ประเทศไทยนั่นแหละ

หมายความว่า...ดาจองคิดว่าฉันเป็นเจ้าหญิงของราชวงศ์เกาหลีอย่างงั้นสิ?” ฉันย้อนออกไปด้วยความตกใจ และสิ่งที่อุนมยองตอบรับกลับมาคือการพยักหน้ารับเบาๆ จนฉันต้องอุทานออกไปอีกครั้งเสียงหลง “เพี้ยนเพี้ยนเพี้ยน!!!! หมอนั่นต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ!”

ด้วยท่าทางดังกล่าวของฉัน ทำเอาอุนมยองหัวเราะไม่หยุด ยิ่งเขาหัวเราะ ยิ่งเขายิ้ม สกิลออร่าความหล่อก็ยิ่งพุ่งเข้าตา โอ๊ยยยย มันกินเข้าไปในดวงตาหมดแล้วแม่ขา!

นี่มันไม่ตลกนะ หมอนั่นต้องบ้าแน่ๆ ฉันเป็นคนไทยจะให้มาเป็นเจ้าหญิงของเกาหลี มันใช่เรื่องที่ไหนล่ะ” แม้ว่าความหล่อของอุนมยองจะทิ่มแทงใจ แต่ปากฉันก็ยังขัดให้เขาหยุดหัวเราะอยู่ดี

แต่เธอก็พูดภาษาเกาหลีคล่องอยู่นะ ถึงแม้บางคำจะฟังดูเพี้ยนๆ เหมือนพวกต่างด้าวก็เถอะ

ก็ฉันเรียนมานี่ พูดภาษาเกาหลีได้ใช่ว่าฉันต้องเป็นคนเกาหลีสักหน่อย!” ฉันยู่ปาก

ฮ่าๆ โอเคๆ ฉันยอมแล้ว ไม่ใช่ก็ไม่ใช่” อุนมยองยกมือยอมแพ้ด้วยท่าทางน่ารัก ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่กาแฟที่เขาสั่งเอาไว้มาเสิร์ฟพอดี

ดื่มนี่ก่อนแม่เสียงแปดหลอด ได้มีแรงเถียง...” อีกครั้งที่อุนมยองพูดพลางเลื่อนถ้วยกาแฟส่งมาตรงหน้าฉันด้วยน้ำเสียงกลั้นขำ จากนั้นเขาก็ยกแก้วกาแฟตัวเองขึ้นจิบเล็กน้อย โดยยังทิ้งสายตามาที่หน้าฉันที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเพราะความเขิน

เวลาเธอพูดมากๆ แบบนี้แล้วดูดีกว่าตอนที่ทำหน้าเหวอ ตัวสั่นเป็นลูกนกแบบในสนามบินตั้งเยอะ

พูดอะไรของนาย บ้าหรือไง

ฉันพูดจริงๆ ฉันยังไม่เคยเห็นเธอยิ้มเลย ลองยิ้มให้ดูหน่อยสิ

อะไรของนายเนี่ย!” อ่า... ให้ตายสิ คำพูดของเขามันกำลังทำให้ฉันเขิน

ไหนยิ้มสิ” อุนมยองพูดเสียงทะเล้นพลางวางแก้วกาแฟลงกับโต๊ะ จากนั้นก็เท้าคางจ้องหน้าฉันคล้ายกับจะรอดูสิ่งที่เขาเพิ่งร้องขอฉันออกมา

ใครจะไปยิ้มได้ล่ะ ฉันไม่ใช่คนบ้านะ” ส่วนฉันก็ทำได้แค่พูดขัด

ใครจะไปยิ้มได้ล่ะ ฉันไม่ใช่คนบ้านะแต่ก็ต้องทำตาโตเมื่อจู่ๆ ผู้ชายตรงหน้าเริ่มแสดงท่าทีและพูดเสียงเลียนแบบสิ่งที่ฉันทำ

นี่นาย อย่ามาเลียนแบบฉันนะ!”

นี่นาย อย่ามาเลียนแบบฉันนะ!” อุนมยองยังคงแสดงความทะเล้นด้วยการพูดจาเลียนแบบฉันไม่หยุด พอเห็นเขาแสดงออกด้วยท่าทางแบบนั้น มันก็พานทำให้อดยิ้มออกมาไม่ได้

พอแล้ว เดี๋ยวเถอะ!”

พอแล้วเดี๋ยวเถอะ!”

อุนมยอง! คิกๆ นายนี่มัน...” ฉันตะคอกเสียงเรียกชื่อเขากึ่งสั่งให้หยุดปนเสียงกลั้นขำ สุดท้ายแล้วฉันก็อดหัวเราะไม่ได้จริงๆ นั่นแหละน่า ก็หมอนี่น่ะเล่นทำท่าสะดีดสะดิ้งเลียนแบบกันแบบนี้ ใครมันจะไปอดใจไหวล่ะ

เธอหัวเราะได้แล้ว เห็นไหม” น้ำเสียงนุ่มลึกเอ่ยขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ขัดขั้นเสียงหัวเราะของฉันลง “เวลาเธอหัวเราะแบบนี้น่ะ มันดูดีกว่าตอนทำหน้าเครียดนะ

“…”

รอยยิ้มของเธอสวยดี ฉันชอบ” แม่ขา... ผู้ชายชมหนู -////-

พอเลย ฉันไม่คุยกับนายแล้ว” ฉันรู้ตัวดีว่าตอนนี้ฉันกำลังเขินเพราะคำชมจากปากของคนตรงหน้า ดังนั้นจึงเลี่ยงที่จะมองหน้าอุนมยองกลับไปตรงๆ และเลือกที่จะยกกาแฟในแก้วขึ้นจิบทำเป็นไม่สนใจบ้าง เพื่อหวังให้หัวใจเต้นช้าลงกว่านี้นิดนึงก็ยังดี...

แล้วนี่เธอคิดจะทำอะไรต่อ?” แต่แล้วอุนมยองก็ยังชวนฉันคุยอยู่ดี “เธอคิดจะหนีคุณชายคังไปถึงไหน

คราวนี้คำถามของอุนมยองไม่ใช่เรื่องขำขันหรือเรื่องล้อเล่นแบบในตอนแรก บรรยากาศสนทนาของเราจึงเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง

ฉันเองก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ว่าถ้าหนีคนพวกนั้นออกมาได้แล้วจะทำอะไรต่อ ลำพังแค่ฉันคนเดียว คงไม่มีปัญหาซื้อตั๋วเครื่องบินราคาแพงๆ บินกลับประเทศได้ภายในวันสองวันนี้อย่างแน่นอน

ฉันยังไม่รู้เลย...” และนั่นแหละคำตอบที่ฉันพูดกลับไป ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าควรจะทำยังไง ฉันไม่มีคนรู้จักอยู่ที่นี่เลยสักคน จะไปหยิบยืมเงินใครซื้อตั๋วกลับประเทศมันก็คงไม่ได้...

เธอชื่ออะไร” จู่ๆ อุนมยองก็เปลี่ยนอารมณ์และเรื่องที่เราคุยกันอย่างสายฟ้าแลบ จนฉันชักเริ่มตามไม่ทัน ได้แต่ทำตาปริบๆ มองหน้าเขากลับไปงงๆ จนคนตรงหน้าพูดย้ำออกมาอีกครั้ง “เธอน่ะ ชื่ออะไร?”

น้ำมนต์

นัมมุน?” อีกแล้ว หมอนี่เรียกฉันว่านัมมุนอีกคนแล้ว T_T

อือ” เอาวะนัมมุนก็นัมมุน!

เธออยากกลับประเทศไทยใช่ไหม?”

ก็ใช่น่ะสิ!”

ถ้างั้นพรุ่งนี้...ฉันซื้อตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทยให้เธอเอาป่ะ?”

ฮะ!?” ฉันอุทานอย่างไม่เชื่อหู ทว่า คนเสนอดันเอาแต่นั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยพลางยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ มิหนำซ้ำยังยังคำพูดประโยคเดิม

ฉันบอกว่า... ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทยให้เธอ

มะ ไม่ต้องหรอก…”

ทำไมล่ะ?” เขาแย้งโดยไม่รอให้ฉันพูดจบ และยังกล่าวเสริมออกมาด้วยน้ำเสียงใจดี “ในเมื่อเธอก็อยากกลับไทยไม่ใช่เหรอ? คืนนี้เธอก็ไปนอนที่คอนโดฉันก่อน พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปสนามบินอินชอน โอเคไหม?”

ฉัน... ฉันเกรงใจนาย

ไม่ต้องเกรงใจ บอกแล้วไงว่าฉันจะช่วย

...ผู้ชายคนนี้... ทำไมเขาถึงได้ใจดีกับฉันแบบนี้ล่ะ

ถึงฉันจะช่วยเธอจนได้กลับประเทศไทยแล้วก็จริง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอควรจะจำไว้ให้ขึ้นใจ...คราวนี้น้ำเสียงของอุนมยองเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นจริงจัง จนต้องมองหน้าเขาอีกครั้งและกลืนน้ำลายลงคอเพราะรู้สึกลุ้นกับสิ่งที่เขาจะพูดต่อไป “หลังจากนี้ เธอควรระวังตัวให้มาก

ฉันเหรอ...” ฉันย้อนถามแบบหวาดๆ และไม่เต็มเสียงนัก

ใช่ เพราะบุคคลที่เธอพยายามจะหนี เขาไม่ใช่คนธรรมดา” คำพูดของอุนมยองเริ่มทำฉันหนักอกหนักใจ นี่คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งล่ะมั้ง ที่เขายอมช่วยฉันให้หนีรอดจากเงื้อมมือของดาจองแบบนี้

ทะ ทำไมล่ะ?” แม้จะรู้สึกหวาดหวั่น แต่ปากก็ยังเอ่ยถามออกไปตามนิสัยเคยชิน

ในเกาหลีใต้มีบุคคลที่เป็นมหาอำนาจอยู่ไม่กี่คน คนกลุ่มนี้ควบคุมอำนาจทั้งหมดของเกาหลีใต้เอาไว้ในมือ เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายและอีกหลายๆ อย่างนับประการ พวกเขารวยเป็นอัน1ในสามของโลก และสามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นโดยที่กฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ ที่พูดมาทั้งหมดนั้นก็คือ...

...” หนะ นี่หรือว่า...

คุณชายคัง หรือ คังดาจอง ที่เธอหนีมานั่นแหละ” 

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7282 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 06:09
    โหดไปอีก ไม่รอดแน่น้ำมนต์
    #7,282
    0
  2. #7281 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 00:47
    น้ำมนชอบอุนมยองแทนเลยๆ น่ารักกก >○<
    #7,281
    0
  3. #7280 !@#$/^&*() (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 22:05
    ถ้าน้ำมนต์ไม่เอาคุณชายคัง เราเอาแทนก็ได้นะ😚😚😚
    #7,280
    0
  4. #5881 kruemee (@krue1980) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 18:29
    โอ้ จะรอดไหมอุนมยอง
    #5,881
    0
  5. #5880 nik_pan (@nik_pan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 18:14
    พระเอกโหดอ่ะ นัมนุมจะรอดไม?
    #5,880
    0
  6. #5879 Thitipornningvt (@Thitipornningvt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 17:55
    เถื่อนเหลือเกินนน????
    #5,879
    0