เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 7 : SOS06 ll หลบหนี {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    9 ธ.ค. 60


EP06


เกลียดนัก พวกเก็บความลับไม่อยู่” 

เสียงทุ้มเข้มเอ่ยปากขึ้นแทรกสถานการณ์น่าตกใจ ซึ่งนั่นทำฉันค่อยๆ เหลือบตามองไปทางต้นเสียงช้าๆ ในอาการช็อก ก่อนพบเข้ากับผู้ชายใจร้ายคนเดิม กำลังเล็งปืนส่องมาทางฉัน

แววตาของเขาในเวลานี้ช่างเย็นชา เลือดเย็นกว่าครั้งไหนๆที่เคยเห็น

น้ำใสๆ คลอเต็มสองกรอบตาด้วยความหวาดกลัวอย่างห้ามไม่ได้ ทันทีที่เราทั้งคู่สบสายตากันตรงๆ ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ชอบใจที่ผู้ชายคนนี้บอกความลับบางอย่างที่เขาไม่อยากให้ฉันรู้ก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีสิทธิ์ฆ่าใครเหมือนผักเหมือนปลาแบบนี้!

หนะ... นายฆ่าเขา...

ใช่!” น้ำเสียงเย็นเยือกตอบกลับเพียงวลีสั้นๆ ราวกับไม่รู้สึกถึงความผิดที่ตัวเองทำ และนั่นยิ่งทำร่างกายฉันสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก นี่คงเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ฉันต้องมาเห็นคนถูกยิงตายไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้

นายฆ่าเขาทำไม!”

ฉันจะฆ่าเธอด้วย ถ้ายังไม่หยุดสอดรู้สอดเห็น” คำพูดของเขาทำหัวใจฉันวูบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม โดยเฉพาะเมื่อเขาพ่นประโยคสุดท้าย น้ำเสียงและท่าทีที่เอาจริงจากเขา ทำฉันไม่กล้าจะขยับเขยื้อนร่างกายไปไหน ทำได้เพียงมองหน้าเขากลับไปผ่านน้ำตาแต่เพียงเท่านั้น

ดาจองลดปืนในมือลง จากนั้นก็หันไปพยักหน้าใส่ชายในชุดดำซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง เขากระทำเพียงเท่านั้นโดยไม่ต้องมีคำพูดใด ชายสองคนก็ก้มหัวราวกับจะน้อมรับคำสั่ง เดินแทรกดาจองตรงมายังร่างของชายซึ่งถูกยิง พวกเขาทั้งคู่รีบประคองตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เดินผ่านหน้าฉันออกจากห้องรับรองตรงจุดเกิดเหตุ ทำราวกับว่ามันคือเรื่องปกติที่เกิดขึ้น ไม่มีแม้แต่สีหน้าตกใจหรือท่าทีตกใจที่เห็นคนถูกยิงต่อหน้าต่อตา จนสุดท้ายสิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้น

ผู้ชายเลือดเย็นตรงหน้ายังคงสีหน้าเคร่งตึงราวกับโกรธแค้นใครมาและใช้เพียงสายตาจ้องมองคล้ายกับต้องการกำราบ

เกิดอะไรขึ้นครับคุณคัง!” เสียงตกอกตกใจของชายอีกสองคนที่วิ่งแทรกสถานการณ์น่าตกใจ ทำเอาสายตาน่ากลัวของดาจองเลื่อนมองเจ้าของคำถามด้วยท่าทีนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป

ไม่มีอะไร แค่เชือดไก่ให้ลิงดู” ไม่มีคำพูดใดโต้กลับมาจากชายกลุ่มใหม่เหล่านั้น มีเพียงการก้มหัวแสดงความน้อมรับและแสดงความเคารพเท่านั้นที่เกิดขึ้น

เครื่องจะลงอีกกี่นาที” อีกครั้งที่ดาจองเอ่ยปากถามออกมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ราวๆ 35 นาทีครับ

หลังเครื่องลง ช่วยคุมตัวยัยนี่พาไปที่ที่เตรียมไว้ได้เลย ฉันอยากพัก เห็นหน้าคนแถวนี้แล้วมันหงุดหงิด

หมอนี่ จงใจแขวะฉัน!

รับทราบครับคุณคัง!” ดาจองตวัดหางตามองฉันอีกครั้งโดยไม่พูดอะไรคล้ายกับกดดันและขู่ตลอดเวลา เพียงครู่เดียวเท่านั้นแหละ เขาก็หันหลังเดินกลับไปทางเก่าที่ออกมา ทิ้งไว้เพียงสายตา ท่าทางเย็นชา กับการกระทำป่าเถื่อนเมื่อครู่เอาไว้เพียงเท่านั้น

ตอนแรกก็คิดอยู่เหมือนกันนะว่า บางทีฉันอาจจะคุยกับเขาได้มากกว่านี้ เราอาจจะสานสัมพันธ์จนสามารถพูดคุยกันได้เหมือนคนคุ้นเคย แต่ว่า ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทุกอย่างที่คิดเอาไว้มันผิดไปหมด ดาจองไม่เปิดช่องว่างให้ฉันแทรกโมเลกุลเซลล์ของตัวเองเขาไปทำความรู้จักได้เลยแม้แต่น้อย

ถ้าเขาเป็นเพียงแค่คนเข้าถึงยากเท่านั้น ฉันเองก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก หากแต่เขาดันเป็นคนที่มีนิสัยโหดเหี้ยม และเลือดเย็นด้วยนี่สิ...

เสียงปืนที่เขายิงใส่ผู้ชายคนนั้นยังดังก้องอยู่ในหูของฉันอยู่เลย ขนาดผู้ชายคนนั้นเขายังยิงได้หน้าตาเฉย แถมยังไม่รู้สึกผิดอะไร แล้วนับประสาอะไรคนนอกอย่างฉัน จะไม่กลายเป็นศพต่อไปล่ะ

ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ฉันควรจะหนี!

ใช่แล้วฉันควรจะหนี หนีไปให้พ้นๆ จากผู้ชายน่ากลัวคนนั้น

แต่ฉันจะหนีเขาไปได้ยังไง ในเมื่อมีลูกน้องของหมอนั่นคุมตัวอยู่ใกล้ชิดขนาดนี้ถึง2คน!

คิดสินังน้ำมนต์ คิดสิ!

 

35 นาทีต่อมา...

เกือบครึ่งชั่วโมงมาแล้ว ที่ฉันเอาแต่นั่งเงียบ อยู่ในสายตาของผู้ชายท่าทางน่ากลัวที่ดาจองส่งตัวมาคุม จนกระทั่งเครื่องบินโดยสารที่นั่งมาจอดลงที่สนามบินอินชอนในที่สุด ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าตอนนี้ฉันจะมาถึงประเทศเกาหลีใต้แล้วจริงๆ หัวใจฉันในเวลานี้เต้นแรงมาก ทันทีที่ชายสองคนดึงฉันให้ลุกจากที่นั่ง และเดินประกบหน้าหลังทำอย่างกับคุมนักโทษ

ที่รู้สึกตื่นเต้นมากจนไม่เป็นตัวเองอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่เพราะถูกเข้มงวดจากผู้ชายสองคนนี้หรือเพราะดีใจที่ได้มาถึงประเทศเกาหลีใต้หรอกนะ แต่เป็นเพราะฉันตื่นเต้นที่จะได้ทำตามแผนที่ทนนั่งคิดมาตลอดระยะการนั่งเครื่องมาต่างหาก

ฉันจะบอกแผนการคร่าวๆ ให้ฟังเอาไหม?

ก่อนอื่นเลยพอเจ้าพวกบ้านี่พาตัวฉันเหยียบสู่พื้นดินประเทศเกาหลีใต้เมื่อไหร่ ฉันก็จะอาศัยจังหวะในช่วงที่พวกเขาไม่ทันระวังตัว วิ่งสับเกียร์ห้าหน้าตั้งเข้าไปปะปนกับฝูงชนภายในสนามบิน จากนั้นก็หาที่ซ่อน หลบจนกว่าพวกเขาจะยอมแพ้แล้วถอยทัพกลับไป

ไงล่ะ! แผนฉันน่ะเจ๋งใช่ไหมล่ะ

นี่อย่าทำหน้าแบบนี้สิ -_- โอเคฉันยอมรับว่าแผนการนี่มันเป็นอะไรที่ห่วยบรม คนที่โง่มาทั้งชีวิตอย่างฉันน่ะ มันก็คิดได้แค่นี้นี่แหละ ยังไงมันก็คุ้มที่จะเสี่ยงดูใช่ไหมล่ะ

ขืนยอมให้จับตัวไป ไม่แน่วันดีคืนดี หมอนั่นเกิดเหม็นขี้หน้า แล้วเหนี่ยวไกปืนใส่หัวฉันขึ้นมา สุดท้ายยังไงจุดจบมันก็ลงเอยที่ความตายอยู่วันยันค่ำ ไม่ลองก็ไม่รู้สิถูกไหม ต่อให้หนีไม่รอดแล้วต้องตาย มันก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่หรอก ส่วนเรื่องแผนสำรองน่ะ ฉันยังไม่ได้คิดหรอก ตอนนี้แค่หนีไปจากคนพวกนี้ได้มันก็น่าจะเพียงพอแล้วจริงไหม?

ลูกน้องของดาจองคุมตัวฉันเดินพาไปยังประตูทางออก ก้าวลงสู่พื้นที่กว้างที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากนัก จากที่เห็นในตอนนี้ดูจะมีเพียงแค่คนที่แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำแต่เพียงเท่านั้น แถมยังไม่มีวี่แววของผู้ชายใจโหดคนนั้นให้เห็นเสียด้วยสิ

แสงจ้าของแดดทำฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าเล็กน้อยตาหยี่ ในหัวนึกถึงพ่อแก้วแม่แก้ว เพื่อเตรียมตัวทำตามแผนข้อต่อไป เท้าทั้งสองข้างก้าวตามชายหนุ่มที่เดินนำหน้าอย่างย่ามใจ จนกระทั้งมาถึงจุดตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่หน้าเหี้ยมมองหน้าฉันเล็กน้อย แต่ก็ครู่เดียวเท่านั้น เมื่อชายอีกคนยื่นส่งเอกสารที่ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะมีให้กับเจ้าหน้าที่ 

หัวใจฉันเต้นโครมครามอีกครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่เหลือบมองหน้า ฉันได้แต่ทำตาปริบๆ ยิ้มแห้งส่งกลับไป เจ้าหน้าที่คนเดิมพยักหน้าใส่ฉันเล็กน้อยจากนั้นก็ตามมาด้วยแรงผลักเบาๆ จากทางด้านหลัง ฉันถูกพาตัวมายืนรอคนที่เหลือซึ่งคาดว่าน่าจะรวมไปถึงดาจองเองด้วยเช่นกัน และเมื่อสบโอกาส...

ฟึ่บ!

เฮ้!” เสียงโวยวายด้วยความตกใจดังขึ้นทันทีที่ฉันตัดสินใจใช้มือผลักชายตัวใหญ่ที่ยืมคุมตัวออกห่าง ก่อนตัดสินใจก้าวเท้าวิ่งวิ่งแบบไม่คิดชีวิต แยกออกไปอีกทาง

ตึก! ตึก! ตึก!

แฮ่ก…” วินาทีนี้ ฉันกำลังรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นนักวิ่งทีมชาติไม่มีผิด แม้ว่าเส้นทางที่ฉันวิ่งมาจะเป็นทางบังคับก็ตาม แต่ฉันไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้วนอกจากเอาชีวิตรอดไปจากผู้ชายโหดเหี้ยมคนนั้นให้ได้!

ฉันวิ่งจ้ำเข้าไปปะปนกับฝูงชนในฝั่งขาเข้า ต่อคิวเข้าแถวรวมไปกับผู้คน พยายามทำตัวเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งฉันเดินผ่านล็อกสุดท้ายออกมา นาทีวิกฤตในตอนนั้นทำฉันใจเต้นไม่หยุด

แฮ่ก... แฮ่ก...” ขาทั้งสองข้างของฉันมันสั่น แต่ก็ยังก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ ฉันเหลียวมองหลังอีกครั้งเมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังอยู่ในระยะปลอดภัย จากสายตาที่เห็นตอนนี้มีเพียงผู้คนมากหน้าหลายตาที่ฉันไม่รู้จัก ไม่มีแม้แต่วี่แววของคนพวกนั้นที่น่าจะวิ่งไล่หลังตามมา

ฉันคิดว่าฉันรอด แต่ฉันคิดผิด!!!

ปิ๊งป่อง!

เรียนท่านผู้โดยสารทางฝั่งขาเข้าทุกท่านทราบ นี่เป็นคำสั่งพิเศษจากคุณชายคัง หากมีผู้ใดพบเห็นเด็กสาวชาวไทย สวมเครื่องแต่งกายนักเรียน ลักษณะเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว กระโปรงนักเรียนสีกรมท่า กรุณาพาตัวมาที่แผนกประชาสัมพันธ์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ว่าไงนะ!! O_O

เรียนท่านผู้โดยสารทางฝั่งขาเข้าทุกท่านทราบ นี่เป็นคำสั่งพิเศษจากคุณชายคัง หากมีผู้ใดพบเห็นเด็กสาวชาวไทย สวมเครื่องแต่งกายนักเรียน ลักษณะเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว กระโปรงนักเรียนสีกรมท่า กรุณาพาตัวมาที่แผนกประชาสัมพันธ์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ฉันรีบก้มหน้างุดเพื่อเลี่ยงที่จะสบสายตากับผู้คนรอบตัว เพราะไอ้ประกาศบ้าบอของหมอนั่นยังคงดังต่อเนื่องแบบไม่หยุด ที่สำคัญคนที่อยู่ใกล้ๆ ฉันในเวลานี้ก็เริ่มหันมองมาทางฉันกันบ้างแล้วด้วย T^T

เมื่อเห็นท่าไม่ดี ฉันจึงค่อยๆ ก้าวเท้าเขยิบพาตัวเองหนีจากการตกเป็นเป้าสายตา ไปในจุดที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินเบียดกันเป็นปลากระป๋อง ซึ่งสถานที่ที่ฉันตั้งใจจะไปก็คือ ห้องน้ำ!

เท้าสองข้างสาวถี่ฝ่าผู้คนไปเหมือนกับรู้ทิศทาง ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะ ฉันอาศัยการเงยมองป้ายบอกทางตามทางเพื่อหาทางไปยังจุดหมาย นับว่าโชคดีที่ฉันมีฐานข้อความเรื่องภาษาเกาหลีแน่น ทำให้การเดินเบียดผู้คนไปยังห้องน้ำ ดูจะไม่ใช่ปัญหาสักเท่าไหร่ ทว่า ในตอนที่กำลังจะเดินตรงปรี่เข้าห้องน้ำหญิงนั้นเอง

หมับ!

เฮ้เธอคือคนที่เขาประกาศตามตัวไม่ใช่เหรอ?”

ซะ ซวยแล้ว...

ทำไมไม่ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ล่ะ?” คำถามของชายแปลกหน้าทำเอาฉันยืนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้าเขาด้วยซ้ำ อีกทั้งมือเขายังบีบแขนฉันเอาไว้แน่น อารมณ์ก็คล้ายๆ กับนักโทษถูกตำรวจพื้นที่จับกุมตัวได้ล่ะมั้ง

ฮือออ ทำยังไงดี?

เป็นใบ้เหรอฉันพูดกับเธออยู่นะ

...” ฉันจะทำยังไงดี?

ถ้าไม่ตอบล่ะก็ งั้นฉันขออนุญาตพาตัวเธอกลับไปหาคุณชายคังที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เลยก็แล้วกัน

ไม่ได้นะ!” สุดท้าย ฉันก็ทนต่อแรงกดดันจากชายแปลกหน้าคนนี้ไม่ไหว จำต้องพูดอะไรออกไปบ้างเพื่อร้องขอ “ฉัน...ฉันไม่อยากกลับไปหาผู้ชายน่ากลัวคนนั้น

ทำไมล่ะ?”

เพราะฉัน...” เสียงของฉันขาดหายในช่วงท้าย ขณะในหัวกำลังคิด

ฉันควรจะพูดออกไปตรงๆ หรือเปล่าว่าฉันเจออะไรมาบ้าง ขืนพูดออกไปผู้ชายคนนี้ก็คงไม่มีทางเชื่อแน่ๆ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันน่ะ มันล้วนแล้วแต่เกินจริงเหมือนกับความฝันเพ้อเจ้อ

ถ้าเธอไม่อยากพูดตอนนี้ก็ไม่เป็นไร” ฉันสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อจู่ๆ ชายแปลกหน้าพูดแทรกขึ้นคล้ายกับเข้าใจความรู้สึก พานให้ต้องเงยหน้ามองเขาด้วยความแปลกใจ ก่อนพบว่า บุคคลที่กำลังจับกุมฉันอยู่นั้น เป็นชายหนุ่มตัวสูง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าดูดีมีราคา เขาสวมหมวกแก็ปยี่ห้อแพง แถมยังสวมแว่นกันแดดเลนส์สีเข้มปิดบังหน้าตา

ไปเถอะ” อีกครั้งที่เขาพูดขึ้นทันทีที่เรามีโอกาสมองหน้ากันตรงๆ

ปะ ไปไหน?”

ไปจากที่นี่ไง ชายแปลกหน้าเว้นช่วงหายใจครู่หนึ่ง และเมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบโต้อะไร เขาจึงเป็นฝ่ายเสนอออกมาเอง เธอไม่อยากกลับไปหาคุณชายคังไม่ใช่หรือไง งั้นเราก็ออกไปหากาแฟดื่มกันดีกว่า

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7279 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:50
    ถ้าโดนจับได้ซวยแน่ๆน้ำมนต์
    #7,279
    0
  2. วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 19:36
    ป่ะ ไปกินกาแฟกัน
    #7,276
    0
  3. วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 19:36
    ป่ะ ไปกินกาแฟกัน
    #7,275
    0
  4. #7274 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 19:36
    ใจดีที่สวดดด
    #7,274
    0
  5. วันที่ 22 กันยายน 2559 / 08:04
    รอคร่าาาาาาาาา
    #5,861
    0
  6. วันที่ 22 กันยายน 2559 / 08:04
    รอคร่าาาาาาาาา
    #5,860
    0
  7. วันที่ 22 กันยายน 2559 / 08:04
    รอคร่าาาาาาาาา
    #5,859
    0
  8. #5856 Tik'inluv (@Tikbbg7-1a) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 21:17
    เจิมมมมม
    #5,856
    0