เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 4 : SOS03 ll ลักพาตัว(1) {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    9 ธ.ค. 60


EP03


นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในเย็นวันนั้น ฉันก็เลือกที่จะหมกตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ได้ไปโรงเรียนหนึ่งวันเต็ม แน่นอนว่าเรื่องน่ากลัวและน่าตกใจที่เกิด ไม่ได้ถูกพูดหรือเล่าให้ใครได้ฟังแม้แต่แม่

จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ฉันยังคงรู้สึกช็อกไม่หาย จากช็อกธรรมดาตอนนี้ชักเริ่มจิตตก หวาดระแวงไปซะทุกอย่าง เหตุผลที่ทำให้ฉันเป็นแบบนั้นก็คงเพราะ บรรยากาศแปลกๆที่เกิดขึ้นด้านนอกตัวบ้าน ที่วันนี้ตลอดทั้งวัน มีผู้ชายท่าทางแปลกๆ แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำเดินเริ่มป้วนเปี้ยนไปมาจนมองเห็นจากหน้าต่างห้องนอนอยู่หลายต่อหลายครั้ง

และถ้าให้เดา ฉันคาดว่าคนชุดดำพวกนั้นต้องเป็นคนของไอ้เกาหลีนั่นแน่ๆ TOT

อยากรู้ใช่ไหม ว่าฉันต้องการอะไร ต้องการชีวิตเธอให้ได้หรือเปล่าล่ะ? เขาคงต้องการขู่และทำให้ฉันกลัว ซึ่งเขาทำได้ เพราะฉันกำลังกลัวจริงๆ...กลัวต้องรู้สึกถึงสายตาไม่ประสงค์ดีของเขา กลัวถูกขู่และถูกทำร้าย เหตุการณ์เมื่อวานทำฉันตระหนักได้ว่าผู้ชายคนนั้นตั้งใจจะฆ่าฉันทิ้งจริงๆ รถที่พุ่งเข้ามาชนในตอนนั้นก็คงเป็นฝีมือเขาไม่ผิดแน่

ทั้งที่กลัวขนาดนั้น แต่ว่าในเย็นวันนั้น...

คุณน้าขา หม้อใบนี้เอาไปวางตรงไหนดีคะ?”

เอาไปวางบนโต๊ะในครัวเลยจ๊ะ

คุณน้าครับ กะทิสองถุงใหญ่นี่ เทใส่หม้อเลยใช่ไหมครับ

ใช่ลูก เทกะทิเสร็จแล้ว ยกมาตั้งที่เตาให้น้าด้วยนะ

บ้านฉันดันเสียงดังอย่างกับรวมตัวจัดปาร์ตี้ทำขนมไทยซะอย่างงั้น!

ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะน้ำมนต์ รีบมาช่วยงานกันสิ!” เสียงตะโกนของแม่ทำฉันสะดุ้ง รีบละสายตาไปจากเพื่อนรักสองคนที่กำลังวุ่นวายกับการช่วยเตรียมเครื่องทำขนม ดังนั้นฉันเลยเดินเข้าไปหาก่อนได้ยินเสียงบ่นของแม่ดังขึ้น

ลูกคนนี้น่ะ ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ” โอเคฉันยอมรับว่าฉันมันขี้เกียจและไม่ได้เรื่อง แต่อย่างน้อยแม่ก็น่าจะให้ฉันตั้งสติกับเหตุการณ์ในเวลานี้สักนิดหนึ่งก็ยังดี ลองคิดดูนะ วันนี้ฉันหยุดเรียนเพราะช็อกกับเหตุการณ์เมื่อวาน แต่พอออกจากห้อง ฉันต้องพบกับบรรยากาศวุ่นวาย เสียงดังแบบนี้ ใครจะไปปรับอารมณ์ตามสถานการณ์ทันฮะ!?

น้ำมนต์ มาปั้นเม็ดบัวลอยกัน” คำเชิญชวนและการดึงเบาๆ ช่วงแขน ทำฉันเซไปตามแรง ก่อนพบว่าคือเจส แถมท่าทางไม่ได้ติดใจเรื่องที่ถูกทิ้งไว้ในห้างวันก่อนเลยสักนิด เธอดึงฉันมานั่งบนเก้าอี้ก่อนจัดเตรียมข้าวของสำหรับการปั้นเม็ดบัวมาวางตรงหน้า การกระทำดังกล่าวรวมถึงการปรากฏตัวแบบแพ็กคู่ฉันอดถามไม่ได้

พวกเธอมาทำอะไรกันที่นี่อ่ะ?”

ตอนแรกว่าจะมาเยี่ยมเธอนั่นแหละ เห็นวันนี้ไม่มาเรียน แต่พอดีเห็นคุณน้ายุ่งๆ ก็เลยอยู่ช่วยคุณน้าทำของก่อน” เจสอธิบาย ซึ่งนั่นทำฉันถึงบ้างอ้อทันที

เมื่อวานที่เธอทำท่าแปลกๆ หนีกลับไปก่อน สรุปมีอะไรกันแน่” เจสพูดขึ้นอีกครั้งท่าทางสงสัย เพราะเรื่องที่เจอมันหนักหนาจริงๆ การได้ระบายบ้างมันคงดี ทว่าดันมีเสียงของใครอีกคนแทรกตอบแทน

เพ้อเจ้อไปตามประสามันนั่นแหละ จะไปมีอะไรได้ล่ะ

แม่คะ!” ฉันแทรกขัดเสียงแม่ซึ่งกำลังขำ การกระทำและคำพูดของแม่นั้นพานให้ทั้งเจสและบลูหลุดขำไปด้วย

มีอย่างที่ไหน เพ้อเจ้อคิดว่ามีคนแอบมอง แกไม่ได้เป็นดารานะน้ำมนต์” ยิ่งแม่พูดทั้งเจสและบลูก็ยิ่งระเบิดเสียงหัวเราะดังเรื่อยๆ ต่างจากฉันที่เงียบไป

ฉันหันมองหน้าเจสเล็กน้อยพร้อมด้วยความสงสัยที่มีอยู่เต็มหัว และเหมือนว่าเธอจะรู้ตัว เจสจึงพูดออกมาราวกับอ่านความคิดฉันออก

โทษที ฉันเล่าเรื่องที่เธอเล่าเมื่อวานให้คุณน้าฟังน่ะ

สรุปแล้ววันนี้น้ำมนต์ไม่ได้เป็นอะไร แต่หลอนไปเอง เลยแกล้งป่วยการเมืองหยุดอยู่บ้านสินะ” คราวนี้คนเสริมเหมือนจะสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือบลู พานให้แม่ซึ่งยืนกอดอกมองอยู่ใกล้ๆ รีบพูดแทรก

เดี๋ยวนี้ขี้เกียจไปเรียนถึงกับต้องอ้างป่วยการเมืองเลยเหรอ นังลูกคนนี้

เปล่าสักหน่อย แม่ก็...” ฉันแย้งเสียงอ่อน

อันที่จริงฉันจะแย้งก็ได้ว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น แต่สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะเงียบมากกว่าที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นออกไป ไม่ใช่เพราะกลัวว่าพวกเขาจะไม่เชื่อ แต่กลัวว่าถ้าพวกเขารู้เรื่องขึ้นมาจะพานให้พวกเขาไม่ปลอดภัยตามไปด้วยต่างหาก ดูตามอย่างในหนังในละครสิ คนรอบตัวนางเอกที่บังเอิญมารู้ความลับมักจะตายกันหมด T_T คนหนึ่งก็เพื่อนสนิท คนหนึ่งก็เพื่อนสมัยเด็ก ส่วนอีกคนก็แม่ผู้ให้กำเนิดฉัน ถ้าคนพวกนี้เป็นอะไรขึ้นมา ฉันคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่ๆ

แต่แล้วช่วงเวลาของความอบอุ่นที่ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายจากเรื่องแย่ๆเมื่อวานก็คงอยู่ได้ไม่นานเมื่อการอยู่ร่วมกันเพื่อช่วยทำขนมได้สิ้นสุดลง

พรุ่งนี้มาสอบให้ได้นะ” เจสกำชับอีกครั้งขณะกวาดขาขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ประจำกายของบลูเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน โดยมีฉันที่เป้นเจ้าบ้านเดินออกมาส่ง

อือ ฉันไปแน่” ฉันยิ้มรับคำเพื่อนสาว โดยไม่ลืมที่จะพูดเตือนบลูที่วันนี้รับอาสาขับรถพาเจสไปส่งที่บ้านอีกว่า “บลู ขับรถดีๆ นะ พาเพื่อนฉันไปส่งถึงบ้านให้ปลอดภัยด้วยล่ะ

ไว้ใจหายห่วง ฝีมือการขับรถฉันระดับโปรแล้ว” เมื่อได้ฟังบลูกรับปากแบบนั้นฉันก็เลยหายห่วง ยืนมองเพื่อนรักทั้งคู่เดินทางออกจากบ้านไปอย่างช้าๆ จนลับสายตา

สอบเหรอ...

ถึงจะหวาดกับเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นก็เถอะ แต่ฉันน่ะจะไม่มีวันให้พวกเขาพรากความฝันไปจากฉันได้เด็ดขาด พรุ่งนี้ตายเป็นตาย!

 

วันศุกร์ที่ 13 เดือนตุลาคม พ.ศ.25XX

เวลา 07.15 น

 

ไปโรงเรียนดีๆ นะลูก!”

เสียงของแม่ดังขึ้นจากในครัวคล้ายกับกำลังใจชั้นเยี่ยม ทำฉันฮึดสู้ขึ้นอีกครั้งและเชื่อว่าวันนี้เป็นวันดีๆ หลังจากที่เมื่อวานฉันเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องเพื่อหลบเลี่ยงการถูกปองร้าย

โอเคกายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้!” ฉันตะโกนให้กำลังใจตัวเองอยู่ในบ้าน ก่อนกลั้นใจแง้มประตูรั้วออกไปชะโงกดูความเคลื่อนไหวที่หน้าบ้านอย่างนึกหวาดหวั่น

เมื่อเห็นว่าทางสะดวกฉันจึงตัดสินใจก้าวเท้าออกจากบ้านพร้อมด้วยหัวใจที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ต่อให้ต้องเสี่ยงลูกกระสุนปืน เสี่ยงการถูกรถพุ่งขับชน หรือการโดนทำร้ายร่างกายในรูปแบบต่างๆ นังน้ำมนต์คนนี้ก็ยังต้องแบกร่างของตัวเองไปทำตามความฝันอยู่ดี

อีกอย่างวันนี้ฉันเตรียมตัวรับมือการโจมตีจากผู้ชายคนนั้นมาอย่างดี เริ่มจากชุดนักเรียนซึ่งถูกสวมทับด้วยเสื้อชูชีพรุ่นพิเศษเพื่อกันการกระเทือนของแรงกระแทกที่ผู้ชายคนนั้นตั้งใจทำใส่ และสวมหมวกกันน็อกเต็มใบเพื่อกันการถูกฟาดด้วยของแข็งเหมือนในละคร ฉันไม่ได้ใส่รองเท้านักเรียนแบบปกติแต่เลือกที่จะสวมรองเท้าผ้าใบเพื่อให้สะดวกในการวิ่งหลบหนีการไล่ล่า 

และสุดท้ายฉันสวมกางเกงขาสั้นไว้ข้างในอีกหนึ่งชั้นเพื่อไม่ให้อะไรต่อมิอะไรที่อยู่ข้างในโผล่ออกมาทักทายโลกภายนอก หากว่าสุดท้ายฉันจนมุมต้องงัดกระบวนการร้อยแปดท่าเพื่อใช้ป้องกันตัว

หึฉันรอบคอบใช่ไหมล่ะ?

เมื่อทุกอย่างพร้อม ฉันก็เริ่มก้าวออกจากตัวบ้านเคลื่อนตัวลัดเลาะแนบไปตามกำแพงบ้านแบบไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต ก่อนตัดสินใจวิ่งแบบไม่คิดชีวิต บรรยากาศในยามเช้าหน้ารั้วบ้านวันนี้ดูปลอดโปร่ง ไม่มีคนชุดดำเดินป้วนเปี้ยนให้สะเทือนใจเหมือนเมื่อวาน  

แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ บางทีไอ้พวกบ้านั่น อาจจะซุ่มทำร้ายฉันจากที่ไหนสักที่อยู่ก็ได้ อีกครั้งที่ฉันกวาดตามองไปรอบตัวเพื่อระวังภัย แต่แล้ววิ่งออกมาได้ทันไร ไอ้สิ่งที่ฉันคิดเอาไว้มันก็เกิดขึ้นจนได้

ฉันรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนกำลังจ้องมองมา ในทุกการเคลื่อนไหวที่ฉันกำลังทำ เพราะแบบนั้นฉันจึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อหวังจะหนีให้พ้นจากสายตาของคนแปลกหน้าดังกล่าวสักที 

แต่บ้าจริงไอ้เสื้อชูชีพที่ฉันสวมอยู่ตอนนี้มันทำให้ฉันวิ่งไม่ถนัด!

บรื้นน บรื้นนนน

เสียงเร่งเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นจากทางข้างหลัง ทำฉันเหลียวหลังมองความตกใจ ขณะที่เท้าทั้งสองข้างยังคงเร่งจ้ำไปตามทางตรงหน้าอย่างไม่คิดชีวิ9 ทว่า ตอนนั้นจู่ๆก็มีรถตู้สีดำคันใหญ่ขับเลี้ยวออกจากซอยย่อยอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่าเป้าหมายของรถตู้คันดังกล่าวจะไม่ใช่ใครอื่น 

พอคิดได้แบบนั้น หัวใจเต้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้เป็นเพราะความเหนื่อยหรือเพราะรู้สึกตกใจกับอันตรายที่กำลังมาเยือนกันแน่ โดยเฉพาะยิ่งเสียงเร่งเครื่องยนต์กระชั้นชิดเข้าใกล้ขึ้นด้วย หัวใจก็ยิ่งเร่งอัตราการเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก

บรื้นนนนน เอี๊ยดดดด!

เท้าสองข้างหยุดลงโดยชะงัก เมื่อรถตู้สีดำคันเดิมพุ่งเข้าปาดหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจอดสนิท ขวางทางเข้าออกถนนในหมู่บ้าน สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกับหนังบู้ล้างผลาญที่เคยดูไม่มีผิด มันทำให้ฉันตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะมาเยือนเร็วๆนี้

นี่น่ะ... ไม่ใช่วันดีๆ เลยสักนิด  ทำยังไงดีล่ะคิดสิคิดสิคิดสินังน้ำมนต์!

ฉันตัดสินใจก้าวถอยหลังแบบไม่ต้องคิด จะเรียกว่ามันคือสัญชาติญาณของการระวังตัวก็คงไม่ผิด สายตายังคงจับจ้องไปยังรถตู้ตรงหน้าอย่างไม่วางตาเพื่อระวังความปลอดภัยให้ตัวเอง ทว่า ตอนนั้นเอง ประตูรถตู้ที่เคยปิดสนิทก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ปรากฏร่างของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางน่ากลัวจำนวน 4 คนก้าวลงจากรถ ซ้ำร้ายเป้าหมายที่คนพวกนั้นเพ่งเล็ง ดูจะเป็นฉันซะด้วย

กรุณาขึ้นรถมากับเราดีๆ เถอะครับ” หนึ่งในพวกชายชุดดำพูดขึ้นด้วยภาษาเกาหลีอย่างนอบน้อมกึ่งออกคำสั่ง แถมยังเดิมย่างสามขุมตรงดิ่งเข้ามาหาอย่างน่ากลัว

พะ พวกนายต้องการอะไร?!” ฉันที่ตอนนั้นไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไปนอกจากก้าวถอยหนี จึงพูดย้อนกับไปด้วยความรู้ทางด้านภาษาที่เหลือเพียงน้อยนิดพอๆ กับสติที่เตลิดไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

คุณชายคังต้องการพบตัวคุณ

คุณชายคังคุณชายคังไหนอ่ะหรือว่าจะเป็นไอ้เกาหลีคนนั้น!!

กรุณาขึ้นรถมากับพวกเราดีๆ เถอะครับ พวกเราไม่อยากใช้กำลัง

อยะ อย่าเข้ามานะ” ปากฉันน่ะ ตะคอกขู่ออกไปอย่างนั้น สองมือตั้งท่าเตรียมป้องกันตัว ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ฉันเองแทบจะไม่รู้จักศิลปะป้องกันตัวเลยสักอย่าง แต่อย่างน้อยคำขู่ดังกล่าวมันก็ทำให้พวกคนชุดดำข้างหน้าไม่กล้าจู่โจมเข้าหาฉันเท่าไหร่ ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีไป แต่...

พวกเราไม่อยากใช้กำลัง” คนพวกนั้นยังยืนยันคำพูดเดิม

เหรอยะถ้าอยากใช้ก็บอกนะ ฉันพร้อม!” ฉันก็เลยต้องปากดีโต้ตอบกลับไป

เพราะรู้สึกว่าคำขู่ของตัวเองดูเหมือนจะได้ผล คนพวกนั้นแสดงท่าทางกล้าๆ กลัวๆ เหมือนลังเล ฉันจึงไม่รอช้า รีบก้าวถอยหลังทีละก้าวโดยจ้องสายตาไปยังศัตรูเบื้องหน้า พวกมันกำลังกลัวคำขู่ของฉัน ฉันสัมผัสได้ จากตรงนี้ไปถึงบ้านก็เพียงแค่400เมตร ถ้าฉันสับเกียร์หมาเหมือนตอนลงแข่งวิ่ง ก็น่าจะหนีทันอยู่ 

เอาวะ ตายเป็นตาย!

กึกฟึ่บ!

ฉันเบิกตากว้างอย่างขีดสุด เพราะวินาทีที่หันหลังเตรียมตัวจะวิ่ง ที่ตรงนั้นดันมีชายชุดดำอีกคน ที่ไม่รู้ว่ามายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่สำคัญหมอนั่นไม่ปล่อยให้ฉันขยับตัวหนีได้ดังใจนึก รีบพุ่งเข้ารวบตัวอย่างรวดเร็ว

กรี๊ดดดดดด ปล่อยฉันนะ” ฉันพยายามดิ้นอย่างสุดแรง ปากก็พลางตะโกนร้องขอความช่วยเหลือไปด้วย “ช่วยด้วยค่าช่วยฉันด้วย!”

อย่าเสียงดัง!” ชายหนุ่มที่จับตัวฉันเอาไว้ตะคอกสั่งเสียงดุ แถมยังบีบกระชับตามแขนและรอบตัวฉันแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ใครมันจะไปยอมกันล่ะ!

ช่วยด้วยค่าใครก็ได้  ช่วยฉันด้วย..... อื้อ” ครั้งนี้ทุกเสียงถูกทำให้เงียบลง เมื่อถูกมือใครอีกคนใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากอย่างรวดเร็ว แถมยังกดผ้าลงมายังหนักหน่วงราวกับจะให้ขาดอากาศหายใจ

กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผ้าเช็ดหน้าทำร่างกายฉันหมดแรงลงเสียดื้อๆ ขาทั้งสองข้างที่เคยแรงดีอ่อนยวบลง ขณะสายตาที่เคยมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวเริ่มพล่าเบลอ ยินยอมให้คนท่าทางน่ากลัวพวกนี้กระทำกับร่างกายฉันได้ตามใจชอบ

พวกมันทั้ง 5 คนแบกร่างฉันขึ้นรถตู้ที่จอดรอไว้ โดยที่ฉันไม่สามารถต่อกรอะไรพวกเขาได้เลย แม้กระทั่งจะส่งเสียงฉันยังทำไม่ได้ ที่แย่อย่างสุดๆ ก็คือร่างกายทุกส่วนเหมือนกำลังจะShut down

แย่แน่ๆ ฉันต้องแย่แน่ๆ ถ้าหากหลับล่ะก็...

ทำไมยัยนี่ยังไม่หลับอีกฮะ เอายามาโป๊ะอีกรอบสิ!”

อื้อ!” สิ้นเสียงคำสั่งชายอีกคนก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมกดลงบนจมูกฉันเป็นหนที่สอง เสี้ยววินาทีนั้น สายตาของฉันดันเหลือบไปเห็นของบางอย่างในมือชายร่างใหญ่ซึ่งกำลังเดินตามหลังมา ของสิ่งนั้นคือรูปถ่าย และที่สำคัญภาพที่ปรากฏอยู่นั้นดันเป็นตัวฉันเอง

ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าเหมือนว่ารูปดังกล่าวจะเป็นภาพถ่ายฉันตอนงานกีฬาสีเมื่อหลายปีที่แล้วซะด้วยสิ และนี่คงเป็นภาพสุดท้ายที่อยู่ในความทรงจำก่อนที่ภาพทุกอย่างรอบตัวจะมืดดับลงพร้อมด้วยคำถามสั้นๆ ในหัวว่า 

ทำไมคนพวกนี้ถึงมีรูปถ่ายฉันของงานกีฬาสีเมื่อหลายปีที่แล้วได้ล่ะ... 

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7277 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:46
    สนุกมากกกกกกกกกก ชอบๆ
    #7,277
    0
  2. #7272 ใจกลางดับสูญ (@0852611939) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 13:20
    มาไวๆๆๆน่ะค่ะอ่านถึงตอนที่ดาจองกะน้ำมนแต่งงานแล้วนางเอกถูกช่วยจากจินยองให้กลับเมืองไทยแล้วดาจองตามมาที่เมืองไทยน่ะตอนนั้นกำลังฟิน ที้ดาจองป้อนกุ้งให้น้ำมน
    #7,272
    0
  3. #5802 Itsmint (@min1t) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 16:49
    เจิมมมมมมมมมค่ะ
    #5,802
    0
  4. #5801 MiuMiu_NPRD (@MiuMiu_NPRD) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 16:26
    เจิมเจิ่มเจิ้มเจิ๊มเจิ๋มมม
    #5,801
    0