เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 34 : SOS33 ll คนเจ้าอารมณ์ {อัพ100%} ยังไม่รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60


EP33

 

-NUMMON TALK-

โซล เกาหลีใต้ 

เวลา 21.20 นาฬิกา

สุดท้ายฉันก็กลับมายังประเทศเกาหลีใต้จริงๆ ประเทศที่เคยมีโอกาสได้แวะมาเหยียบเพราะความบังเอิญบวกกับความเข้าใจผิดในตอนนั้นจนรู้สึกอยากกลับประเทศในทุกครั้งที่หายใจเข้าออก ทว่า เวลานี้ฉันก็ยังย้อนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะความบังเอิญหรือความเข้าใจผิด แต่เป็นเพราะความตั้งใจ ความหวังและคำสัญญา

ทันทีที่ถึงสนามบินฉันก็ถูกคนดูแลที่ดาจองฝากฝังไว้พาตัวขึ้นตัวส่วนตัว โดยเป้าหมายสุดท้ายหลังจากเดินทางทั้งวันมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยนั้นคือคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ฉันเคยมีโอกาสเข้าไปพักอาศัยมาแล้วครั้งหนึ่งนั่นล่ะ

บนรถในเวลานี้มีแต่ความเงียบ ไม่มีเสียงพูด เสียงโวยวาย หรือเสียงบ่นของดาจองให้รู้สึกระคายหูและระแวงใจเหมือนปกติ เหตุผลเพราะดาจองน่ะหายไปนับตั้งแต่ที่ข้อความสุดท้ายจากเขาถูกส่งเข้ามา จนถึงตอนนี้ก็ยังไร้การติดต่อจากเขาอยู่ดี จนลึกๆอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าผู้ชายใจร้ายคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่

แต่แล้วจู่ๆ สมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ที่ดาจองซื้อให้นั้นก็เริ่มส่งเสียงขึ้นอีกครั้ง จนต้องรีบหยิบขึ้นมาเปิดดูก่อนพบว่า ผู้ชายที่ฉันกำลังนึกถึงนั้นกำลังกดโทรเข้ามาในรูปแบบของวีดิโอคอล

ให้ตายสิ! หมอนี่มีญาณทิพย์หรือไงนะ!

แต่เพราะไม่อยากถูกหมอนั่นบ่นใส่เหมือนอย่างทุกครั้ง สิ่งที่ฉันทำจึงเป็นการกดรับสาย โชว์หน้าตัวเองผ่านสาย แม้ว่าสภาพเบ้าหน้ายามนี้จะไม่พร้อมแค่ไหนก็ตาม

[อยู่ไหน?] ทันทีที่กดรับ เสียงเข้มของเขาก็ยิงคำถามผ่านสายทันที

อยู่บนรถแล้ว

[งั้นเหรอ...หิวหรือเปล่า?] น่าแปลกที่ครั้งนี้ดาจองไม่ได้ใช้น้ำเสียงดุดันถามไถ่เหมือนทุกที หากแต่เสียงเขากับฟังดูนุ่มนวล ที่บ้าก็คือเขาดันใช้เสียงแบบนั้นพูดคุยกับฉันทั้งที่เรามองเห็นหน้ากันผ่านโปรแกรมสนทนา

กะ ก็นิดหน่อย...แม้จะรู้สึกไม่ชิดกับท่าทีและน้ำเสียงนุ่มนวลที่อีกฝ่ายใช้ ถึงอย่างนั้นฉันก็พยายามเก็บอาการไม่แสดงสีหน้าหรือความรู้สึกที่เป็นให้เขาได้รับรู้

เรื่องเก็บความรู้สึกของตัวเองน่ะ ไว้ใจหญิงไทยเถอะ!

[อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ฉันจะได้ให้คนซื้อเข้าไป] ถึงจะบอกตัวเองให้พยายามเก็บอาการทั้งหมดที่มีไว้ก็เถอะ แต่พอสายตามองเห็นภาพใบหน้าของดาจองที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือแล้วมันก็อดไม่ได้จริงที่จะเผลอเลี่ยงสบตากับเขาอย่างห้ามไม่ได้ 

เหตุผลก็เพราะการที่มองหน้าเขาแบบนี้มันทำให้ในหัวดันคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ขึ้นมาอีกแล้วน่ะสิ...

และดูท่าดาจองที่มองฉันผ่านหน้าจอเองก็น่าจะรู้สึกถึงความมีพิรุธของสายตาฉันเช่นกัน จากที่เขาพูดหรือถามด้วยเสียงนุ่มนวลก็เริ่มเปลี่ยนไป

[มองอะไรอยู่ได้ ตั้งใจคุยกับฉันหน่อยสิ!] พอถูกดุแบบนั้นฉันก็จำต้องกลั้นใจ กักกลั้นความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง พร้อมกันกันนั้นก็เลื่อนสายตามองตอบนัยน์ตาคมของอีกฝ่ายผ่านหน้าจอ วินาทีที่เรามองตากันผ่านโปรแกรมสนทนา ผู้ชายเจ้าอารมณ์ก็กระตุกยิ้มเยาะบอกถึงความพอใจ ก่อนกล่าวออกมาอีกหนเมื่อเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง [วันนี้แต่งหน้าด้วยเหรอ?]

ปะ เปล่าสักหน่อย!” ฉันตอบแบบไม่เต็มเสียงนัก แม้ว่าสิ่งที่พูดอยู่นั้นจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม

[อ้าวเหรอ...ทำไมวันนี้แก้มเธอแดงนักล่ะ] ซึ่งมันก็เป็นเขาอีกนั่นแหละที่พูดคล้ายกับจงใจจะแกล้งกัน [อย่าบอกนะว่าเห็นหน้าฉันแล้วดันคิดเรื่องอกุศลขึ้นมาน่ะ]

จะบ้าหรือไง!!!”

[อะไรกัน...เดี่ยวนี้เป็นคนแบบนี้แล้วเหรอ?] ทั้งที่พยายามแก้ต่าง แต่ดาจองก็ส่งเสียงแซวไม่หยุด

เงียบไปเดี๋ยวนี้เลยคังดาจอง!” รู้ไหม ในตอนที่ฉันเอาแต่โวยวายใส่เขายามถูกแซวแบบนี้ คิดดีๆแล้วมันก็ดีเหมือนกันนะ เพราะตั้งแต่รู้จักกับดาจองมา หากไม่นับเรื่องที่เขาหัวเราะอย่างสะใจตอนแกล้งตายวันนั้น นี่คงเป้นครั้งแรกเลยมั้งที่ฉันเห็นผู้ชายที่เคยคิดมาตลอดว่าเป็นคนเลือดเย็นหัวเราะด้วยท่าทางมีความสุขขนาดนั้น

เวลาที่ดาจองยิ้มและหัวเราะแบบนี้น่ะ ดูดีกว่าตอนที่เขาหน้าบูดหน้าบึงเป็นกอง

[เอาล่ะๆ แม่สาวเสียงแปดหลอด...สรุปว่าวันนี้เธออยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?] ดูเหมือนว่าหลังจากเขาสามารถแกล้งฉันได้สำเร็จตามความตั้งใจแล้ว บทสนทนาที่เคยคุยค้างไว้ก็ถูกเขาหยิบยกขึ้นมาพูดอีกครั้ง

ด้วยความหมั่นไส้ ฉันก็เลยตอบกลับไปด้วยประโยคที่มีทั้งภาษาไทยและภาษาเกาหลีรวมกันว่า

ฉันอยากกิน ส้มตำปูปลาร้าขอแบบเผ็ดๆแซ่บๆนัวๆ!” เชื่อไหมว่าทันทีที่พูดจบ ผู้ชายที่ดุจริงจังไปหมดทุกเรื่องอย่างดาจองก็เงียบไป สีหน้าที่เขาแสดงภาพกล้องตอนนี้บอกชัดว่าเขากำลังไม่เข้าใจชื่ออาหารที่ฉันอยากกิน ถึงอย่างงั้นก็ยังย้อนถามกลับมาอยู่ดี

[อยากกิน...อะไรนะ?]

ส้มตำปูปลาร้าเผ็ดๆแซ่บๆนัวๆฉันจึงย้ำรายการอาการที่อยากกินออกไปอีกครั้งอย่างชัดถ้อยชัดคำ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่รีรอที่จะพูดทวนรายการอาหารตามที่ได้

[โสมทำพูพาล่าเพ็ดเพ็ดแสบแสบนอนนอน?] สิ้นเสียงของดาจอง มันก็เป็นฉันเองนั่นแหละที่หลุดหัวออกมาเสียงดังอย่างห้ามไม่ได้ แม้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองผ่านกล้องมาแบบไม่ค่อยพอใจก็ตาม มิหนำซ้ำยังถามด้วยเสียงซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนสีหน้า [เธอหัวเราะอะไร!?]

หูน่ะได้ยินที่เขาถามนะ แต่ที่บ้าก็คือ ฉันดันหยุดหัวเราะไม่ได้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเริ่มตะเบ็งเสียงขู่ใส่ก็ตาม

[หัวเราะบ้าอะไรของเธอฮะยัยโง่!? อยากตายหรือไง!?]

ขะ ขอโทษ...ฉัน...ฉันขอโทษ ฮ่ะๆฉันบอกเขาแบบนั้นทั้งที่ยังหัวเราะอยู่ ซึ่งมันดันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่สายตามองกลับไปยังหน้าจอสี่เหลี่ยมในมืออีกครั้งพอดี

วูบหนึ่งที่คนตัวใหญ่เจ้าอารมณ์ขยับเปลี่ยนมุมกล้อง โดยสลับมือที่ใช้ถือโทรศัพท์ และในวินาทีนั้นแหละที่ฉันได้มีโอกาสเห็นช่วงที่มุมกล้องถ่ายต่ำลงไปจนเห็นเรือนร่างกำยำของกาจอง ที่ดูแปลกและสะดุดตาน่ะไม่ใช่กล้ามเนื้อหรือซิกแพ็กของเขาหรอกนะ แต่ว่าเป็นอย่างอื่น

ดาจอง...ที่ตัวนาย..ความที่เป้นคนปากไวมันก็เลยอดถามปลายสายกลับไปไม่ได้ ทว่า คนถูกเรียกกลับหลุบตามองต่ำไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองตอบผ่านกล้องอีกครั้งพร้อมคำถามสั้นๆ

[อะไร?]

ผ้าพันแผล...ทำไมผ้าพันแผลเต็มตัวแบบนั้นล่ะ?

[อ๋อนี่เหรอ?] ว่าแล้วดาจองก็เริ่มขยับกล้องในมืออีกครั้ง จนสามารถมองเห็นบาดแผลช่วงหัวไหล่ซึ่งถูกผ้าก็อตพันไว้รอบตัวอย่างดี อีกทั้งยังให้คำตอบ [ไม่มีอะไรมากนักหรอก อย่าห่วงไปเลย]

นายไปทำอะไรมา?ถึงอีกฝ่ายจะบอกว่าอย่าห่วง แต่พอได้เห็นบาดแผลเขาแบบนั้นมันก็หยุดความรู้สึกพวกนั้นไม่ได้จริงๆ ยิ่งด้วยดาจองเป็นคนที่มีศัตรูอยู่ทุกหนทุกแห่งด้วยแล้ว มันก็ยิ่งต้องน่าเป็นห่วงใช่ไหมล่ะ?

[พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง บอกว่าไม่มีอะไรยังไงเล่า!] อีกนิสัยหนึ่งของดาจองที่ฉันควรทำความเข้าใจก็คือ เมื่อใดที่เขาไม่คิดที่จะให้คำตอบ ก็จงอย่าคิดที่จะทวงคำตอบจากเขาเป็นหนที่สอง เพราะสิ่งที่จะได้กลับมานั้นคงมีเพียงเสียงโวยวายคล้ายกับไม่ต้องการพูดถึงเรื่องที่คุยค้างไว้เท่านั้น

ไม่อยากรู้ก็ได้!” ในเมื่อเขาไม่อยากบอก ฉันก็จะไม่ถามอีก

[ก็ดี...เอาเป็นว่าไม่ต้องห่วง ฉันมีคนดูแลแล้ว] อีกหนที่ภาพจากกล้องของดาจองมีการขยับ ก่อนปรากฏให้เห็นภาพของคุณแคลในชุดลำลองทั่วไป หากแต่ดูมีราคาเมื่ออยู่บนเรือนร่าง เธอกระดิกนิ้วเล็กน้อยราวกับเป็นการทักทาย แต่ก็แค่นั้นเมื่อดาจองขยับกล้องกลับมายังหน้าของตัวเองแล้วบอก [คราวนี้หมดห่วงยัง?]

อือ…

[งั้นไอ้ที่เธอบอกอยากกินน่ะ ฉันจะให้คนซื้อเข้าไปให้ก็แล้วกัน...]

นายไม่กลับมากินด้วยกันใช่ไหม?ฉันย้อนแบบไม่รอฟังจนจบ ก่อนได้เรียนรู้เรื่องของดาจองอีกหนึ่งข้อว่า เขาเป็นผู้ชายที่พูดตรงไปตรงมามากแค่ไหน

[ใช่ เธอกินก่อนได้เลย]

โอเคสิ้นเสียงรับคำ ภาพการคอลวีดิโอก็ดับลงไปด้วยเช่นกันเมื่ออีกฝ่ายกดวางสาย ไม่รู้หรอกว่าบาดแผลตามตัวเขาน่ะเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่ในเมื่อเขามีคุณแคลอยู่ด้วยแบบนั้น ฉันก็คงไม่ต้องเป็นห่วงอะไรอีก

อ่า...ทำไมนะ ทำไมในอกถึงรู้สึกจุกแบบนี้

หลังจากดาจองวางสายไป ฉันก็ต้องนั่งทนอยู่กับความรู้สึกแปลกๆของตัวเองอยู่ภายในรถคันหรูไปอีกราวๆ 20 นาทีก่อนจะถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งเป็นเป้าหมาย

ทันทีที่รถคันใหญ่หยุดจอดลงบริเวณบันไดทางเข้า คนดูแลรวมถึงหญิงรับใช้ต่างก็รีบพากันทยอยออกมาต้อนรับฉันเข้าบ้านอย่างอบอุ่น คาดว่าน่าจะเป็นการปฏิบัติต่อเจ้านายตามกฎที่ดาจองกำหนดไว้นั่นแหละ ซึ่งหนึ่งในบรรดาคนรับใช้พวกนั้นก็มี นาบี เด็กสาวซึ่งถูกดาจองกำชับให้มีหน้าที่ดูแลฉันเป็นกรณีพิเศษรวมอยู่ด้วย

ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะคุณนัมมุนเธอกล่าวทักทายพลางก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาทตามนิสัยนอบน้อมของตนเอง

แม้ว่าจะเห็นภาพเหล่านี้มาบ้างแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่ยักจะชินกับการถูกปฏิบัติใส่แบบนี้สักที

เชิญทางนี้ก่อนค่ะ คุณคังให้คนเตรียมอาหารไทยที่คุณนัมมุนโปรดปรานรอไว้เรียบร้อยแล้วอีกหนที่นาบีเอ่ยปากขึ้น พานให้คนฟังอย่างแปลกใจ จนอดย้อนถามไม่ได้

อาหารที่ฉันชอบเหรอ?

ค่ะ...คุณนัมมุนบอกให้คุณคังเตรียมให้ก่อนมาถึงที่นี่ไม่ใช่เหรอคะ?

ดะ เดี๋ยวนะ! หมายถึงส้มตำปูปลาร้าเผ้ดนั่นน่ะนะ!?

โชคดีนะคะ ที่ในประเทศเกาหลีใต้พอจะมีอาหารไทยเปิดขายอยู่บ้านในเวลานี้ ไม่อย่างนั้นคุณคังต้องโมโหมากแน่ๆ ถ้ารู้ว่าคุณนัมมุนไม่ได้ทานอาหารที่ชอบนาบียังคงพยายามอธิบายถึงเรื่องส้มตำที่ฉันพูดหยอกดาจองไว้ในรถไม่หยุด ขณะที่เธอพาฉันเดินตรงไปยังห้องอาหารที่น่าจะสามารถบรรจุคนได้เป็นร้อยคนไว้ภายในห้องเดียว ทว่า

ทันทีที่เท้าก้าวผ่านขอบประตูขนาดใหญ่เข้าไปภายในห้องอาหาร มันก็ดันเป็นฉันเสียเองที่ต้องทำตาโต เมื่อตรงหน้ามีใครคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ แถมยังแสดงท่าทางแปลกๆ ยืนจดๆจ้องๆกับจานส้มตำซึ่งถูกเตรียมไว้บนโต๊ะ

ดะ ดาจอง!” ด้วยความลืมตัวมันเลยเผลอพลั้งเรียกชื่อของผู้ชายคนนั้นออกไป แต่ว่า ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่บุคคลที่ฉันคิดไว้อย่างในตอนแรก เมื่อคนถูกเรียกหันมามองด้วยความสงสัย

เขาเป็นผู้ชายที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับดาจองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะท่าทาง สีหน้าที่แสดงออกหลังถูกเรียก รวมถึงท่าทางการวางตัว โดยเฉพาะกับวาจาที่เขาใช้พูด

เธอเรียกใครว่าดาจอง ตาถั่วหรือไงยัยต่างด้าว!?ปากน่ะ ดูจะร้ายพอๆกันเลย ให้ตายสิ!

ขอประทานอภัยด้วยค่ะคุณดูจุน นี่คือคุณนัมมุนค่ะ เป็นแขกของคุณคังที่จะมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้สักระยะหนึ่งนาบีซึ่งเห็นท่าไม่ดี รีบเอ่ยขึ้นเพื่อแนะนำตัวฉันทันทีเพื่อกันการเข้าใจผิด

และถ้าหากว่าฉันฟังไม่ผิดดูเหมือนว่าเธอจะเรียกผู้ชายคนนี้ว่า ดูจุนเสียด้วยสิ

งั้นเหรอ แขกของฮยองงั้นเหรอ?ดูจุน(เรียกตาม)เอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจ แต่ไม่ใช่กับสายตาที่เขาใช้มองฉันเหมือนเราเคยโกรธแค้นอะไรกันมาก่อน โดยเฉพาะคำพูดที่เหมือนจงใจแขวะกันอยู่ตลอดเวลา ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าฮยองจะมีแขกเป็นพวกต่างด้าวแบบนี้ด้วย

หนอย! หมอนี่มัน!!!

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7493 Charlotte808 (@thunchanokmum) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 19:07
    นี่พี่สะใภ้แกนะดูจุน55555
    #7,493
    0
  2. #7435 kpyd (@Kampiyada) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 20:25
    รอค่ะเด้อออ
    #7,435
    0
  3. #7433 jenaj (@jena2113) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:04
    อัพต่อๆๆๆ
    #7,433
    0
  4. #7432 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 12:27
    ทำไมดูน่ารัก ดูจุน น้ำมนต์ 5555555
    #7,432
    0
  5. #7431 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 08:48
    เย้ๆอัพแล้วว ตะไมดูจุนเกรี้ยวกราดดดด นัมมุนอย่ายอมๆ
    #7,431
    0
  6. #7430 Blue'naruk (@0841995227) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 07:45
    รอค้าาาาาา
    #7,430
    0