เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 31 : SOS30 ll ข้อห้าม {อัพ100%} ยังไม่รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    17 ธ.ค. 60


EP30


 

-KANG DAJONG TALK-

ผมพาตัวเองออกจากห้องแคบๆเหมือนรังหนู มายังระเบียงทางเดินหน้าห้องที่แคบและเล็กไม่ต่างกัน ก่อนตัดสินใจกดรับสายที่โทรเข้ามาในที่สุด

[สวัสดีคุณชายคัง]

ครับ...โดยการรับสายครั้งนี้ ผมใช้น้ำเสียงที่ต่างจากปกติเพื่อพูดปลายสาย ส่วนเหตุผลก็เพราะ..

[เราทราบเรื่องที่คุณชายคังติดต่อคนสนิทของเราแล้วนะ...เราขอบคุณคุณชายคังมาก]

หามิได้ครับ ชอนฮา[1]บุคคลที่กำลังสนทนาผ่านสายอยู่นั้นมีตำแหน่งเป็นถึงประมุขที่คนเกาหลีรู้จักและให้ความเคารพรักในฐานะ ฮวังเจ[2]’ ยังไงล่ะ

[แล้วตอนนี้ลูกสาวเรา ทำอะไรอยู่]

ตอนนี้นัมมุน...ผมเงียบเสียงลงเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าสรรพนามที่ใช้เรียกดูไม่ถูกต้องและไม่สมควรนัก ก่อนเปลี่ยนคำเรียกชื่อเหล่านั้นใหม่ ตอนนี้กุงจูมามาบรรทมอยู่ในห้องรับรองครับ ชอนฮา

[ลูกสาวเราหลับแล้วงั้นหรือ?]

ครับ ชอนฮา

[ไม่เป็นไร...ยังไงเราต้องขอบคุณคุณชายคังมากจริงๆที่ช่วยตามหาลูกสาวเราจนเจอ…] ผมกำลังรับฟังถ้อยคำขอบคุณอย่างจริงผ่านสายโทรศัพท์อย่างเงียบๆ นี่คงเป็นครั้งที่สองในชีวิตที่ผมรู้ประหม่ายามต้องต้องพูดคุยกับบุคคลที่มีศักดิ์และเกียรติยศสูงกว่าชนิดที่ไม่อาจเอื้อมถึง [เราอยากไปเจอหน้าลูกสาวเรา ตอนนี้ คุณชายคังจะสะดวกหรือไม่?]

หากเป็นตอนนี้ ผมว่าคงไม่สะดวก...เพราะยังมีหลายๆเหตุผลที่ทำให้ชอนฮาไม่ปลอดภัย หากเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ถึงตอนนั้นผมจะให้คนของผม ไปรับชอนฮาเกาสู่ประเทศของเรา...แบบนั้นจะดีกว่าครับ

[แล้วลูกสาวเราล่ะ ลูกสาวเราจะปลอดภัย...จนถึงวันที่เรากลับไปที่เกาหลีใต้ใช่ไหม?]

ครับ ชอนฮา

[งั้นเหรอ...ถ้าอย่างนั้นเราก็วางใจ เราจะรอให้ถึงวันนั้นนะคุณชายคัง...] นี่คงเป็นครั้งแรกที่คนอย่างผม หรือหัวหน้าของพรรคคังยอมก้มหัวรับคำสั่งของคนอื่น ไม่ใช่เพราะคำสั่งดังกล่าวมาจากคนที่เป็นประมุข หากแต่ว่ามันคือคำสั่งที่ผมดันรับปากกับเธอไว้

เด็กผู้หญิงโง่ๆ ชาวไทยคนหนึ่งที่ผมคอยเฝ้าจับตามองอยู่ร่วมหลายปีตั้งแต่เธอยังเด็ก จนถึงยามนี้ตอนที่เธอเติบโตเป็นเด็กสาวที่มีนิสัยพูดมาก น่ารำคาญ ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่ภาพลักษณ์ของเธอที่มองเห็นผ่านตากลับทำให้ผมหลุดยิ้มได้อยู่เสมอๆ

เธอมากไปด้วยความเข้มแข้งทั้งที่ขณะเดียวกันก็อ่อนแอจนไม่น่าให้อภัย ความมุ่งมั่น ร่าเริงที่มีในตัวตัวคือเสน่ห์ดึงดูดที่ทำให้เด็กผู้หญิงโง่ๆ คนหนึ่งมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะกับความฝันที่เธอมีมาตลอดตั้งแต่เด็ก อย่างเรื่องที่อยากจบพบหน้าพ่อของตัวเอง

ความใกล้ชิดที่มากกว่าการทำเพียงแค่จับตามองความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะกับคำพูดของเธอในตอนนั้น

นายคิดว่าฉันจะชินเรื่องแบบนี้หรือไงฮึก…’ เสียงสั่นๆของเธอในตอนนั้นยังติดหูผมได้ดี รวมถึงคำพูดที่เธอใช้พูดความรู้สึกของตัวเอง ชีวิตของฉันที่เคยอยู่อย่างสงบสุข ฉันอยู่ของฉันดีๆ ไม่เคยคิดเลยว่าสักวันฉันต้องมาเจอเรื่องน่ากลัวแบบนี้

หรือแม้แต่คำพูดถ้อมตนที่บ่งบอกถึงความไม่รู้ในตัวตนของเธอ

ฉันชื่อกัญญภัค สังข์ศิริ ชื่อเล่น น้ำมนต์ อายุ18ปี เป็นคนไทย อาศัยอยู่กับแม่สองคนที่ประเทศไทยมาตั้งแต่เกิดที่สำคัญฉันน่ะ ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ที่พวกนายตามหาหรอก... ทั้งหมดนั่นทำให้แผนที่เคยวางไว้อย่างดีเมื่อถึงถูกพังลงจนยับเยิน ก่อนที่แผนแยบยลที่วางไว้จะถูกสร้างใหม่ด้วยการยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

ทั้งที่นั่นน่ะ มันไม่จำเป็นที่ผู้นำของพรรคคังอันเรืองอำนาจควรจะทำเลยสักนิด แต่ว่า...

ลาก่อนคังดาจอง... อยู่ๆมันก็กลัวการบอกลาขึ้นมา มันน่าหงุดหงิด ทั้งที่มีอำนาจล้นมือ แต่กลับรั้งผู้หญิงกะโหลกกะลาคนเดียวเอาไว้ไม่อยู่ โดยเฉพาะกับหัวใจที่ใครต่อใครสั่งกล่าวไว้ว่ามันไม่จำเป็น

ตอนนี้เหมือนกำลังพร้อมสำหรับใช้งาน...

กึก...

ผมพาตัวเองย้อนกลับมายังห้องนอนแคบๆอีกครั้ง หลังจากสายโทรศัพท์ในมือถูกตัดไป แม้จะอยู่ในความมืดแต่ผมก็ยังมองเห็นเธอ เด็กผู้หญิงน่ารำคาญที่มักมีเรื่องคอยกวนใจผมอยู่ตลอดเวลา กำลังนอนหลับอยู่เตียงเล็กๆ

เท้าก้าวเดินตรงไปยังเป้าหมายอย่างเงียบเชียบ ยืนจ้องร่างคนตัวเล็กที่ยามนี้น่าจะท่องเที่ยวอยู่ในโลกของความฝัน ส่วนผมก็ทำได้แค่ทิ้งลงนั่งบนเตียงข้างกายเธอ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยข้างแก้มด้วยความเอ็นดู

“หึ! น่าเกลียดแม้กระทั่งตอนหลับ...ผมหลุดยิ้มเพราะคำพูดของตัวเอง คำพูดที่ไม่ค่อยตรงกับความรู้สึกเท่าไหร่นัก จนอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงจุมพิตบนแก้มนุ่มของเด็กสาวอย่างฉวยโอกาส ขณะเดียวกันในหัวก็ได้เสียงของผู้เปี่ยมด้วยมหาอำนาจดังแว่วเสียงสั่งเข้ามาให้ได้ยิน

[จนกว่าประเทศเกาหลีจะสงบ...อย่าให้ใครหรืออะไรแตะต้องลูกสาวของเราเด็ดขาด...]

ครับ ชอนฮาและเสียงของตัวเองที่เอ่ยปากรับคำ

[รวมถึงตัวคุณด้วย...]


-NAMMON TALK-

        เช้าวันต่อมา ฉันถูกให้ลุกจากที่นอนด้วยกลิ่นหอมของอาหารเช้าโดยฝีมือของพ่อครัวประจำคฤหาสน์ดาจอง แต่ว่าการตื่นนอนของฉันในวันนี้กลับไม่พบวี่แววของใครอีกคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เมื่อวาน 

ที่มีให้เห็นก็มีแค่ลูกน้องคนสนิทที่คอยดูแลความปลอดภัยกับพ่อครัวเท่านั้นที่ยังอยู่ หากแต่ว่าขณะเดียวกันดาจองก็ไม่ได้หายตัวไปเฉยๆโดยไม่บอกอะไรที่ไหน เพราะยังมีของสองสิ่งที่เขาทิ้งไว้ เพื่อบ่งบอกถึงการจากไป

หนึ่งคือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่เพิ่งถูกแกะออกจากกล่อง ดูรวมแล้วราคาน่าจะแพงอยู่พอสมควร ส่วนสิ่งที่สองที่เขาทิ้งไว้นั้น ไม่ใช่ของมีค่าอะไร แต่มันก็ทำให้รู้ว่าผู้ชายใจร้ายคนนั้นหายไปอยู่ที่ไหน ของชิ้นนั้นคือโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือเป็นภาษาเกาหลี ใจความเขียนไว้เพียงสั้นๆว่า

เจอกันที่โซล

การที่เจอข้อความแบบนั้นทำให้คนที่ได้อ่านตระหนักได้ว่า วันนี้คงเป็นอีกครั้งที่ฉันต้องออกเดินทางไปในที่ไกลๆ เคยคิดมาตลอดว่าการบินข้ามประเทศไปยังดินแดนกิมจิ คงเป็นเรื่องยากที่สุดที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้หากทางบ้านไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร แต่วันนี้การเดินทางไปมาแบบนั้นกลับกลายเป็นเรื่องง่ายให้คนอย่างฉันได้มีโอกาสสัมผัส

ในช่วงเกือบ 11 โมง ฉันถูกลูกน้องคนสนิทของดาจองพาตัวออกจากบ้านที่ถูกล็อกลงกลอนอย่างปลอดภัย เพื่อรอคอยการต้อนรับผู้เป็นเจ้าของที่จะกลับมาพร้อมกับฉันในอนาคต พวกเขาเหล่านั้นพาฉันไปยังสนามบินที่ใกล้ที่สุดทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเตรียมตัวเดินทางมุ่งสู่ประเทศเกาหลีใต้

สถานที่ที่ก่อนหน้านี้ ฉันหนีออกมาด้วยความกลัว แต่ว่าตอนนี้ฉันกำลังจะหวนกลับไปยังที่ที่อันตรายอีกครั้ง อีกทั้งยังไปพร้อมกับความหวังที่มีอยู่เต็มเปี่ยม

ถึงพักนี้จะเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อย ถึงอย่างนั้นการได้นั่งอยู่บนเครื่องก็ยังทำให้ฉันรู้ตื่นเต้นได้ไม่ต่างจากครั้งแรก ยิ่งคิดว่าการกลับเกาหลีครั้งนี้คือการที่จะได้พบกับแม่ที่หายไปด้วยแล้ว ฉันก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากเข้าไปใหญ่

ปี๊บ! ปี๊บ!

ท่ามกลางความเงียบภายในเครื่อง จู่ๆก็มีเสียงเตือนบางอย่างดังขึ้น มันเป็นเสียงเตือนจากโทรศัพท์ ทว่า พอก้มมองไปยังโทรศัพท์ของตัวเอง สิ่งที่ปรากฏบนมือถือเก่าๆก็ดูว่างเปล่า ด้วยการที่เป็นเช่นนั้นสายตาจึงเหลือบมองไปยังกล่องสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ที่วางอยู่ข้างตัว ความสงสัยส่งผลให้ฉันหยิบกล่องดังกล่าวขึ้นมาเปิดดู ก่อนพบว่าเสียงเตือนดังกล่าวมันดังมาจากบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ภายในกล่องนั่น

ปลายนิ้วค่อยๆจิ้มสัมผัสไปบนหน้าสี่เหลี่ยมซึ่งกำลังปรากฏกล่องข้อความให้เห็น ก่อนพบว่า ชื่อของบุคคลที่ส่งข้อความเข้ามาหานั้นไม่ใช่ใคร

คังดาจอง : อยู่ไหน?

คิ้วขมวดชิดกันด้วยความสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังพิมพ์ข้อความตอบโต้เจ้าของข้อความกลับไป

นัมมุน : นายลืมโทรศัพท์ไว้เหรอ?

ก่อนพบว่าชื่อที่ส่งข้อความตอบกลับไปนั้นมันคือชื่อของฉันเอง

คังดาจอง : เปล่า นี่แกล้งโง่เหรอ?

คังดาจอง : โทรศัพท์เครื่องนี้มันเป็นของเธอ อ่านชื่อตัวเองไม่ออกหรือไง?!

เพียงแค่อ่านข้อความผ่านตัวหนังสือเท่านั้น แต่เชื่อไหมฉันกลับได้ยินเสียงของดาจองดังเข้ามาในหัวชัดมาก และเดาออกเลยว่าเขาจะเกรี้ยวกราดมากแค่ไหน ถ้าต้องพูดประโยคพวกนี้แทนการพิมพ์พูดคุย

นัมมุน : ทำไมต้องดุล่ะ ฉันก็แค่ถามดีๆ

ทว่า หลังพิมพ์ข้อความต่อว่าดังกล่าวส่งกลับไป สิ่งที่ตอบโต้กลับมามันดันเป็น

คังดาจอง

สะ สติกเกอร์ที่ดูจะไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของเขาเลยสักนิด

นัมมุน : อะไร...

คังดาจอง : สติกเกอร์

นัมมุน : คิดว่าตัวเองน่ารักมากหรือไง?

คังดาจอง : แล้วเธอคิดว่าฉันน่ารักไหมล่ะ?

ทั้งที่ตั้งใจจะต่อว่าเขาผ่านข้อความในช่วงเวลาที่มีโอกาสแท้ๆ แต่เมื่ออีกฝ่ายพิมพ์ย้อนกลับมาแบบนี้แล้ว ปลายนิ้วที่กำลังสนุกกับการประสมอักษรต่อว่ากลับต้องเป็นอันชะงักลง 

อุณหภูมิทั่วหน้าที่เคยเป็นปกติ กลับเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆจนเปลี่ยนเป็นร้อยจัด ยิ่งเมื่อในหัวดันนึกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนภายในห้องนอนขึ้นมาด้วยแล้ว ฉันก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก

เกือบ 1 นาทีเห็นจะได้ที่ฉันเงียบ ไม่ได้พิมพ์ตอบโต้อะไรเขากลับไป แต่แล้วมันก็เป็นเขานั่นแหละที่พิมพ์กลับมาเอง

คังดาจอง : รีบๆมาล่ะ ฉันรออยู่

และแน่นอนว่าสิ่งที่ฉันพอจะพิมพ์ตอบเขากลับไปด้วยท่ามกลางความรู้สึกที่เป็นอยู่ในยามนี้ก็คงเป็นวลีสั้นๆ

นัมมุน : อือ

 

-KANG DAJONG TALK-

        โซล เกาหลีใต้

เวลา 15.55 นาฬิกา

ฮยอง![3]”

เสียงเรียกทะเล้นบอกถึงความขี้เล่นของเจ้าของเสียง ทำผมซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวภายในห้องรับรอง ลดสมาร์ทโฟนในมือตัวเองลงเล็กน้อย การทำเช่นนั้นเลยทำให้คนตัวสูงระดับพอๆกันเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

ฮยองทำอะไร ทำไมยิ้มแบบนั้นล่ะ?

คุยงานผมตอบกลับเจ้าของคำถามแค่นั้น ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งบนที่ว่างข้างกาย ซ้ำร้ายยังถือวิสาสะฉวยโอกาสดึงสมาร์ทโฟนไปจากมือผมอย่างไร้มารยาท

นี่มันสาวนี่ ฮยองหลอกผมนี่นาผมไม่ตอบเพราะครั้นจะแก้ตัว มันก็คงไม่ทันในเมื่อบนหน้าจอยังขึ้นชื่อของเด็กผู้หญิงคนนั้นค้างเอาไว้ ทว่า ยิ่งเงียบ ยิ่งไม่ตอบอะไรก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยิ่งเอาใหญ่ เฮ้ฮยอง! เด็กคนนี้เป็นใครแนะนำให้ผมรู้จักบ้างสิ

ไม่จำเป็น

เฮ้อะไรกัน ผมอุตส่าห์กลับมาตามคำสั่งทั้งที ทำไมฮยองยังใจร้ายกับผมอีกล่ะสิ้นสุดคำพูดประโยคดังกล่าว สายตาก็เลื่อนเหลือบมองเจ้าของคำพูดโดยทันทีเช่นกัน

เด็กหนุ่มที่หายหน้าหายตาไปศึกษาและเรียนต่ออยู่อีกซีกโลกคนนี้ ชื่อ คัง ดูจุนมีศักดิ์เป็นน้องชายที่ถูกเลี้ยงดูมาไล่เลี่ยกันตั้งแต่เด็ก แต่ถึงอย่างนั้น ก็ใช่ว่าเราทั้งคู่จะมีสายเลือดเดียวกันที่ไหน

ดูจุนถูกพ่อผมอดีตหัวหน้าพรรคคังที่ยิ่งใหญ่รับมาเลี้ยงดูแลในนามของลูกชาย เราทั้งคู่เติบโตมาอย่างไล่เลี่ยกัน หากแต่ว่าการปฏิบัติระหว่างเราต่างกัน ผมถูกสอนให้จับปืน แต่ดูจุนถูกสอนให้จับเครื่องดนตรี ชีวิตที่น่าอิจฉาราวกับเป็นลูกแท้ๆร่วมสายเลือดที่พ่อปฏิบัติต่อเด็กคนนี้ ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอิจฉาเท่าไหร่นัก

เพราะเข้าใจความเป็นมา รวมถึงเหตุผลที่เด็กคนนี้ปรากฏตัวประหนึ่งเป็นสมาชิกร่วมครอบครัว ทั้งหมดนั่นมันได้ถูกวางแผนเอาไว้มาตั้งแต่ต้น และเหตุผลที่ผมกลับมาที่ประเทศเกาหลีก่อนยัยนั่น สาเหตุก็เป็นเพราะมันนี่ล่ะ...

ดูจุน...ผมเรียกชื่อน้องชายเพียงคนเดียวที่มี พร้อมกันนั้นก็เลื่อนสายตาไปทางอื่น แม้ว่าคนตัวระดับไล่เลี่ยกันจะกำลังวุ่นวายและดูสนอกสนใจข้อความที่ผมคุยกับนัมมุนค้างไว้ก็ตาม

ว่าไงฮยอง?ไม่รู้หรอกตอนที่มันเอ่ยปากถามนั้น สีหน้าและท่าทางของมันกำลังแสดงออกมาในลักษณะไหน รู้แค่ว่าตอนนี้ผมต้องการพูดถึงจุดประสงค์ที่เรียกตัวมันกลับมาที่เกาหลีใต้ในวันนี้ก็แค่นั้น

รู้เหตุผลที่ฉันเรียกกลับมาวันนี้ไหม?

ฮยองคิดถึงผมถูกไหม?ผมส่ายหน้าคำถามติดทะเล้นของน้องชายอย่างเย็นชา แต่เชื่อเถอะว่าคนอย่างดูจุนน่ะ ไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอะไรขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่...แล้วฮยองให้ผมกลับมาทำไม?

เพราะมันใกล้ถึงเวลาแล้ว... คำตอบของผมทำดูจุนเงียบเสียงลงไปแทนที่จะพูดต่อปากต่อคำเหมือนอย่างทุกที ดังนั้นผมจึงไม่รอให้เสียเวลา ขยับปากพูดในสิ่งที่เจ้าตัวควรรู้สักที “ถึงเวลาที่แกควรกลับไปอยู่กับครอบจริงๆของตัวเองสักที

ผมหันมองหน้าเด็กหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นน้องชายอีกครั้งก่อนพบว่าคนฟังนิ่งไป สายตาของมันกำลังมองหน้าผมอยู่ แววตาแสดงความวูบไหวให้รู้สึก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพราะมันเองก็รู้ตัวตนต้นกำเนิดของตัวเองไม่ต่างจากที่ผมรู้มาตั้งแต่เด็ก

คุณลุง...กำลังจะกลับมาเกาหลีงั้นเหรอ?ถึงได้ถามย้อนกลับมาแบบนั้น

ใช่ ฉันติดต่อชอนฮาได้แล้ว และพวกเขาจะกลับมาที่เกาหลีใต้ทันทีที่เรื่องทุกอย่างจบลง

ถ้าอย่างงั้น เรื่องที่ฮยองตั้งใจจะทำล่ะ...ผมพอเดาได้ว่าสิ่งที่ดูจุนถามนั่นเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร มันคงไม่พ้นเรื่องที่พรรคคังตั้งใจจะจะนึกอำนาจทั้งหมดของเกาหลีไว้ในมือนั่น ล่ะ

ด้วยเหตุผลนั้นมันเลยทำให้คนที่มีเชื้อพระวงศ์ติดตัวอย่างเขา ยอมที่จะมีและใช้ชีวิตปกติเหมือนกับสามัญชนธรรมดามาจนถึงตอนนี้ ทดแทนบุญคุณที่พ่อและผมช่วยดูแลจนเติบโตได้อย่างทุกนี้

ขออนุญาตครับคุณคัง!” และนับว่ามันคือเรื่องโชคดีที่ตอนนั้นดันมีใครอีกคนเข้ามาขัดบทสนทนาระหว่างเราลงก่อน ทำให้ผมไม่ต้องตอบคำถามที่อีกฝ่ายสงสัย

ว่ามา?ผมจงใจเปลี่ยนประเด็นสนทนา เลือกที่จะเมินคำถามของดูจุนโดยหันไปถามลูกน้องคนสนิทของตัวแทน

ทางพรรคคิมติดต่อกลับมาแล้วครับ เรื่องที่คุณคังต้องการขอเจรจา พวกมันต้องการนักให้เราไปเจอคืนนี้ตอน 2 ทุ่ม ชั้น 75 โรงแรมแกรนด์ไฮเอท Kรอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นมุมปากแสดงความพอใจกับสิ่งที่คนตรงหน้ารายงาน แต่ก่อนที่ผมจะพูดอะไรตอบกลับมันไป สายตาก็เลือกที่จะมองไปทางน้องชายต่างสายเลือดอีกครั้ง ก่อนพบว่ามันเองก็กำลังมองผมอยู่เช่นกัน

ดูจุน...คืนนี้เตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะส่งตัวแกไปให้คนดูแลอีกคนจัดการความพร้อม

ดะ เดี๋ยวสิ ฮยอง!” ผมไม่ได้รอฟังสิ่งที่น้องชายพูดแต่เลือกจะหยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองออกจากมือของมันแล้วลุกออกจากที่นั่ง โดยที่ปากก็ใช้เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจสั่ง

เตรียมคนของเราให้พร้อม...คืนนี้เราจะไปพาตัวคุณนารึนกลับมาที่นี่!”

To Be Continued...

 หมายเหตุ 

ชอนฮา (전하)[1] คือสรรพนามที่คนทั่วไปใช้เรียกพระเจ้าแผ่นดินของเกาหลี

ฮวังเจ (황제) [2] คือ องค์จักรพรรดิ พระเจ้าแผ่นดินที่ได้ขึ้นครองราชย์ในฐานะองค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิเกาหลีมีเพียง 2 พระองค์เท่านั้น สมเด็จพระจักรพรรดิควางมู (광무제) หรือ พระเจ้าโกจง (고종 광무제) สมเด็จพระจักรพรรดิยุงฮีแห่งจักรวรรดิเกาหลี (융희제) (ไม่รวมรายพระนามที่มีการอ้างสิทธิ์)

ฮยอง[3] คือ คำสำหรับผู้ชายที่ใช้เรียกผู้ชายที่มีอายุมากกว่าตัวเอง (เหมือนคำว่าพี่ชาย) 

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7410 pinnkuu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 08:43
    จะพาดูจุนไปไหนนนน
    #7,410
    0
  2. #7409 speek-now (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 21:05
    เอาแล้วๆพ่อตาดุซะด้วย
    #7,409
    0
  3. #7408 kimjinhwan042 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 20:29
    อุ๊ย พ่อตาสั่งห้าม
    #7,408
    0
  4. #7407 pinnkuu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 20:20
    หว่าย ดาจองง อดเลย 5555 รอนะคะ สนุกมากเลย
    #7,407
    0
  5. #7406 towarisa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 17:37
    พ่อเขาห้ามแตะต้องแบบนี้ เรื่องยากแล้วดาจอง
    #7,406
    0
  6. #7404 Wonnapa_wb (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 16:06
    รักของคู่นี้ไม่ง่ยแน่นอน อุปสรรคต้องเยอะแน่ๆเลย ฮือออออ
    #7,404
    0
  7. #7403 0841995227 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 16:05
    เอาเเล้วววว5555
    #7,403
    0