เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 3 : SOS02 ll อันตราย {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60


EP02

 


!?  죽을래? (อะไร?! อยากตายหรือไง?)’ 

นี่หรือว่าสายตาที่จ้องฉันอยู่จะเป็นของไอ้เกาหลีคนเมื่อวาน!

ตะ แต่เดี๋ยวก่อนสิ ฉันไม่ได้หาเรื่องเขาสักหน่อย ฉันแค่หวังดีเองนะแม้จะแอบพูดจิกกัดเขาไปนิดหน่อยก็เถอะ

หรือว่าเขาจะแค้นที่ฉันดันไปขัดช่วงเวลาสูบบุหรี่ของเขา

ใช่ต้องใช่แน่ๆ ต้องใช่เหตุผลนี้แน่!

น้ำมนต์ เป็นไรอ่ะ!” ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อเจสเอื้อมมือแตะไหล่ด้วยท่าทางเป็นห่วง “นึกอะไรออกงั้นเหรอ?”

ตะ ต้องเป็นไอ้หมอนั่นแน่ๆ” ฉันละล่ำละลักคำพูดออกไปจนเจสขมวดคิ้วมอง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม “เขาคงจะแค้นสินะ ที่ฉันดันเข้าไปขัดช่วงเวลาอันแสนสุขหน้าร้านแก๊สแบบนั้น...

เธอพูดถึงเรื่องอะไร หน้าร้านแก๊สอะไรของเธอฮะ?”

ใช่... หมอนั่นคงจะแค้นมาก ถึงได้จับตาดูฉันตลอดเวลาไม่ได้การแล้ว ถ้าฉันยังอยู่ที่นี่เธอต้องไม่ปลอดภัยไปด้วยแน่ๆ!” ฉันลุกพรวดพราดขึ้นจากที่นั่งโดยอัตโนมัติ จนคนข้างๆต้องรีบคว้าแขนไว้

เดี๋ยวใจเย็นๆ เธอพูดถึงใครฉันงง แล้วไอ้หมอนั่นที่ว่านั่นน่ะ ใครเหรอ?”

ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ฉันต้องรีบกลับบ้าน ไม่งั้นเธออาจจะไม่ปลอดภัยไปด้วยอีกคน!” ฉันโพลงเสียงดังขัดคำถามของเจสโดยไม่ฟัง เมื่อรู้สึกว่าตัวเองและเพื่อสนิทอาจตกอยู่ในอันตราย ทำเอาคนฟังทำหน้าฉงน

เฮ้ย! น้ำมนต์ เดี๋ยวก่อนดิ! น้ำมนต์!!” พูดจบ เท้าทั้งสองข้างรีบจ้ำออกจากร้านไอศกรีมทันที โดยไม่ฟังเสียงเรียกของเพื่อนสาวที่ดังไล่หลัง เพราะวินาทีนี้ฉันอยากพาตัวเองกลับให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุด

เท้าสองข้างเดินไวแทรกฝูงคนตรงไปยังวินมอเตอร์ไซด์หน้าห้างสรรพสินค้าอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าฉันยังคงรู้สึกถึงสายตาคู่นั้นจากที่ไหนสักแห่ง ยิ่งพอเดาได้ว่าเจ้าของสายตาดังกล่าวเป็นใคร ฉันก็ยิ่งหวั่นวิตก จิตตกมากยิ่งขึ้น แม้ว่าหลังจากเหตุการณ์นี้เจสอาจจะงอนที่ถูกทิ้ง ฉันคงต้องยอมเพื่อแลกกับความปลอดภัยของเรา

ส่วนเรื่องเจสน่ะเอาไว้ค่อยไปง้อทีหลัง!

ไปหมู่บ้านร่วมใจค่ะ” ฉันบอกวินมอเตอร์ไซด์แบบรีบร้อน ก่อนเริ่มรู้สึกโล่งใจ เมื่อล้อทั้งสองเริ่มเคลื่อนที่พาตัวฉันออกจากหน้าห้างสรรพสินค้า

สายลมเย็นๆ ที่ปะทะเข้าหน้าระหว่างทาง เริ่มทำให้ฉันสงบสติอารมณ์ได้มากขึ้น แต่แล้วก็เหมือนพระเจ้าเล่นตลก ทั้งที่วินฯก็ขับพาฉันออกห่างจากห้างสรรพสินค้ามาได้สักพักแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองอยู่ดี

ฉันกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยเพื่อตั้งสติ วินาทีนี้จะให้กระโดดลงจากเบาะหลังเพื่อวิ่งหนี คงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่ สิ่งที่ทำได้ก็คงเป็นการกวาดตามองไปรอบตัวเพื่อหาที่มาของสายตาดังกล่าวเท่านั้น

แต่แล้ว สายตาอันเฉียบคมของฉันดันต้องสะดุดเข้ากับรถยนต์คันหนึ่งที่ขับตามหลังมาอย่างติดๆ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกเหมือนกับว่ารถคันนั้นจะเป็นรุ่นเดียวกับที่ขับมารับไอ้เกาหลีเมื่อวานซะด้วยสิ! มันก็จริงอยู่ว่าโลกใบนี้มีคนขับรถยี่ห้อ รูปทรงเหมือนกันเป็นล้าน แต่สำหรับวินาทีนี้รถที่เหมือนกับรถยนต์ของผู้ต้องสงสัย(ในความคิด) คือสิ่งที่ต้องอยู่ให้ห่างที่สุด!

พี่คะ ถึงซอยข้างหน้าแล้วเลี้ยวซ้ายนะคะ มันเป็นทางลัด รถจะได้ไม่ติด” ฉันกระซิบบอกวินฯ ขณะพยายามเพ่งสายตามองผ่านกระจกรถคันหรูที่เริ่มตีคู่ขับขนาบข้าง หากว่าหมอนั่นอยู่ในรถคันนี้จริงๆ ไอ้ซอยที่ฉันบอกให้วินไปน่ะ มันเป็นทางหมารอดสำหรับรถมอเตอร์ไซด์เท่านั้น รถใหญ่ๆ แบบเขาน่ะ ขับตามเข้ามาไม่ได้แน่นอน

คิดจะตามวอแวนังน้ำมนต์คนนี้น่ะเหรอ ฝันไปเถอะ!

พี่คะซิ่งกว่านี้ไม่ได้เหรอ!?” เมื่อถูกเร่ง พี่วินฯ ก็รีบบิดเร่งเครื่องพาฉันเลี้ยวเข้าซอยตามที่บอกอย่างว่าง่าย ทิ้งห่างรถยนต์คันดังกล่าวไปในทันที

และเชื่อไหม ทันทีที่หลุดพ้นจากรถยนต์คันนั้นมาได้ ไอ้ความรู้สึกที่เหมือนถูกจ้องเองก็หายไปด้วยเช่นกัน ฉันถอนหายใจอย่างนึกโล่งอกและรู้สึกแบบนั้น จนกระทั่งรถที่นั่งมาหยุดจอดที่หน้าหมู่บ้านในเวลาต่อมา

เวลา 18.25 นาฬิกา

กึก!

เพราะท้องฟ้ายามนี้เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ทันทีที่ลงจากรถได้ฉันก็รีบจ่ายค่าโดยสารจากนั้นจึงรีบจ้ำอ้าวเข้าหมู่บ้านโดยทันทีเพื่อแข่งกับเวลา ถึงจะรู้สึกปลอดภัยมาเปราะหนึ่ง แต่ในหัวก็ยังคิดไม่ตกถึงเรื่องการตามราวีทางสายตาของผู้ชายคนเมื่อวาน และการหนีจากพวกเขาในวันนี้มันเริ่มทำให้ฉันแน่ใจมากยิ่งขึ้น ว่าสิ่งที่ฉันรู้สึก คิดไว้มันคือความจริง

ทั้งที่ฉันหวังดีแท้ๆ แต่ไหงเขาถึงคิดอาฆาตจองเวรแบบนี้ด้วยล่ะ 

ฮือออ รู้แบบนี้ไม่น่าเข้าไปแส่ตั้งแต่แรกก็ดี TOT

บรื้นน บรื้นนนน

เสียงเร่งเครื่องยนต์ซึ่งดังกระหึ่มไปทั่วถนนภายในหมู่บ้าน ซึ่งนั่นทำฉันที่เดินก้มหน้างุดเพราะความเครียดมาตั้งแต่หน้าหมู่บ้านเงยมองไปยังต้นเสียงทันทีด้วยความสงสัย ก่อนต้องเบิกตากว้าง เมื่อพบเข้ากับความแสงจ้าของไฟหน้ารถและเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่กำลังพุ่งตรงมาทางฉันด้วยความเร็วสูง ทว่า...

ฟึ่บ!

ความเร็วของรถคันดังที่เคยคิดว่าหลบไม่ทันแน่ๆ กลับพุ่งเฉียดผ่านกายฉันไป เมื่อจังหวะเดี๋ยวกันนั้นร่างทั้งร่างถูกมือของใครคนหนึ่งคว้ากระชากให้หลบจากการถูกดักทำร้ายได้อย่างหวุดหวิด จนอดขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหมูบ้าน ร่วมไปถึงบุญกุศลที่ทำมาตั้งแต่ชาติปางก่อนในใจแบบไม่ต้องคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับใครอีกคนที่เข้ามาช่วยชีวิตฉันได้ราวกับปาฏิหาริย์

ขะ ขอบคุณนะคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงซึ่งยังไม่คลายความตกใจ แต่พอเงยมองหน้าบุคคลที่ช่วยชีวิตฉันไว้เท่านั้นแหละ ฉันก็แทบลมจับจนอดอุทานออกมาอีกครั้งไม่ได้ นาย!” 

การกระทำของฉันในตอนนั้นส่งผลให้บุคคลที่มีบุญคุณตรงหน้าเลิกคิ้วสูง จ้องหน้ากลับมาคล้ายกับจะหาเรื่องทันที รู้ไหม วันนี้เขายังคงแต่งสูทสีดำสนิทอย่างกับพวกMen in black ในหนัง ที่ต่างออกไปก็คงจะเป็นใบหน้าหล่อคม เกลี้ยงเกลาเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดสีทึบเหมือนเมื่อวาน

ใช่เขาคือไอ้เกาหลี!!!

นายตามฉันมาเหรอ!” ฉันตะคอกถามเขาเป็นภาษาเกาหลีพร้อมทั้งพยายามดิ้นให้หลุดจากฝ่ามือแกร่งซึ่งกำลังโอบรัดตัวฉันอยู่

สำคัญตัวผิดเกินไปหรือเปล่า?” แต่เขาดันตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงและท่าทีนิ่งๆ ต่างจากการโอบกอดรอบกายที่สู้กับแรงดิ้นที่ฉันทำใส่ อีกทั้งยังกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากเดิมว่า หญิงไทยเนี่ย หน้าอกเล็กทุกคนเลยหรือเปล่า?” 

คำถามของเขา ทำฉันหยุดดิ้นโดยชะงัก รีบก้มมองหน้าอกตัวเองโดยอัตโนมัติ แม้ว่าลึกๆ ยังตกใจไม่หาย ก่อนจะพบว่ามือทั้งสองข้างของหมอนี่ กำลังจับหน้าอกฉันอยู่!!!

ฟึ่บ!

เสียมารยาท!” ฉันหวีดเสียงลั่นพลางใช้มือสองข้างผลักหน้าอกคนตัวสูงตรงหน้าอย่างแรง โดยไม่ลืมที่จะใช้แขนและมือปิดบังหน้าอกของตัวเองเอาไว้ให้รอดพ้นจากสายตาของอีกฝ่ายไปด้วย

รู้ไหม เขาไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าหรือแสดงท่าทางใดออกมาให้เห็นเลย แม้ว่าฉันจะต่อว่าเขากลับไปก็ตามที ที่น่ากลัวที่สุดก็คือผู้ชายคนนี้เอาแต่ยืนนิ่งและสามารถปรามฉันให้สงบนิ่งด้วยสายตาคู่นั้นได้อย่างน่าแปลก

หนะ... นายแอบตามฉันมาใช่ไหม!?” ถึงจะรู้สึกหวาดๆ กับท่าทางที่นิ่งๆสุขุมของเขามากก็ตาม แต่ฉันก็ยังไม่วายที่จะถามในสิ่งที่ฉันสงสัยอยู่ดี? “นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ถ้าจะโกรธเรื่องเมื่อวาน ฉันก็ขอโทษแล้วกัน

เรื่องเมื่อวาน?” เขาย้อนเหมือนไม่เข้าใจ ฉันจึงต้องพูดออกไปอีกครั้ง ช้าๆ ชัดๆ

ก็เรื่องเมื่อวานที่นายดูดบุหรี่ไง นายเคืองเรื่องนั้นใช่ไหม?!”

ความคิดเธอ โง่สิ้นดี” ฉันอ้าปากหวอเมื่อจู่ๆ หมอนั่นสบถคำพูดหยาบคายต่อว่าฉันด้วยท่าทางเดิม เหมือนกับไม่ให้เกียรติทั้งที่เราเองก็ไม่ได้สนิทหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ แถมยังกล่าวเสริม “ไม่แปลกใจ ว่าทำไมเธอถึงได้ดูโง่ขนาดนี้

นี่นาย!” อะไรกันคำก็โง่! สองคำก็โง่!!

วิชาการก็ห่วย กีฬาก็แย่ ฝันเฝื่อง เพ้อเจ้อ อ่อนแอ จนและไร้ความสามารถ ผิดหวังจริงๆ ที่เธอเป็นแบบนี้” ทะ ทำไมหมอนี่ถึงรู้เรื่องการเคลื่อนไหวของฉันขนาดนี้ล่ะหมอนี่แอบตามดูฉันมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่!

ที่สำคัญหมอนี่กำลังหลอกด่าฉันใช่ป่ะ!

นายหลอกด่าฉันเหรอ!”

ด่าตรงๆ” เขาแย้ง

กรี๊ดดดดดดด หมอนี่มันกวนประสาทนัก!

คนเกาหลีเนี่ยนิสัยร้ายกาจแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่านะ!

นายรู้เรื่องของฉันได้ยังไง!?”

ฉันรู้มากกว่าที่เธอคิด” ฉันเม้มปากแน่น จ้องคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ นอกจากหน้าตาหล่อๆ แบบพระเอกในซีรีย์แล้ว หมอนี่ไม่มีตรงไหนน่าไว้ใจเลยสักนิด โดยเฉพาะการที่เขาทำตัวเป็นสโตกเกอร์ล่วงรู้ชีวิตฉันไปหมดทุกเรื่อง ไหนจะท่าทางนิ่งๆเหมือนหุ่นยนต์นี่อีก

นายต้องการอะไร พูดออกมาเลยดีกว่า!” แม้จะรู้สึกหวาดๆ แต่ฉันก็ยังใจดีสู้เสือถามออกไป

จะให้เหรอ?” แน่นอนว่า มันก็เป็นอีกครั้งที่เขาย้อนถามกลับมาเช่นกัน ตอนถามเขาไม่สนใจฉันด้วยซ้ำ แต่หยิบบุหรี่ยี่ห้อแพงจากกระเป๋าสูทด้านใน พร้อมด้วยซิปโป้สีเงินวาวดูมีราคา

ฉันถาม นายอย่าย้อนได้ป่ะ?”

...

ถ้านายไม่บอก แล้วยังตามฉันอยู่แบบนี้ ฉันจะแจ้งความ!”

ไปแจ้งสิ” เขาเอ่ยปากท้าทายโดยที่ปากคาบบุหรี่เอาไว้แล้วจุดไฟ เหมือนไม่เกรงกลัวต่อคำขู่ วูบหนึ่งที่เขาเหลือบมองฉันอีกครั้งจากทางหางตา แล้วพูดออกขึ้นพร้อมควันสีขี้เถ้า “ถ้าคิดว่ากฎหมายไทย ทำอะไรฉันได้ ก็รีบไปแจ้งความซะตอนนี้เลย

ผู้ชายคนนี้นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงได้พูดจาอวดดีแบบนี้นะ!

อยากรู้ใช่ไหม ว่าฉันต้องการอะไร

คำถามต่อมาของเขาทำฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอดังอึกใหญ่ ไม่ใช่แค่ท่าทางหรือน้ำเสียงนิ่งๆ ของเขาเท่านั้นที่ทำให้ฉันรู้หวาดๆ แต่เพราะสายตาเฉียบคมราวกับใบมีดที่มองมาราวกับจะกรีดร่างฉันออกเป็นชิ้นๆ นั่นต่างหาก

ต้องการชีวิตเธอ...ให้ได้หรือเปล่าล่ะ?คำตอบของเขาทำฉันอึ้งกิมกี่ แต่ถึงอย่างนั้นปากก็ยังขยับถาม

มะ หมายความว่าไงไม่ทราบ” ฉันล่ะเกลียดนิสัยขี้สงสัยของตัวเองเสียเหลือเกิน ปากหนอปาก จะถามออกไปทำไมก็ไม่รู้ T^T

หมับ!

จะ จะทำอะไรน่ะ!” ฉันทำตาโต เมื่อจู่ๆ คนตัวใหญ่พุ่งมือคว้าตัวฉันกระชากเข้าหาอย่างแรงแบบไม่ทันให้ตั้งตัว สายตาของเขาที่เหมือนกับโกรธใครอยู่ตลอดเวลากำลังมองมาแบบตรงๆ และนั่นเริ่มทำให้ฉันหวาดกลัวท่าทางและการกระทำของอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น

แม้จะพยายามต้านแรงดังกล่าวอย่างสุดความสามารถ แต่...ชายแปลกหน้าก็สามารถใช้แรงที่มีมากกว่าบังคับมือฉันกดต่ำลงไปยังขอบกางเกงพร้อมทั้งกระชับแรงบีบรัดบริเวณข้อมือจนเจ็บไปหมด และวินาทีที่ปลายนิ้วทั้งห้าสัมผัสเข้ากับแท่งอะไรบางอย่างจากกางเกงอีกฝ่าย มันทำให้เผลอหลับตาปี๋ ตัวสั่นเพราะไม่กล้ามอง

หระ หรือว่าหมอนี่จะเป็นโรคจิต!?

อะ ไอ้ที่แข็งโป้กอยู่ในกางเกงตอนนี้หรือว่าจะเป็น...

กรี๊ดดดดดดดดดดด O////O

ลืมตา” เขาตะคอกสั่งและนั่นยิ่งทำฉันสั่นมากขึ้นกว่าเดิม “ฉันบอกให้ลืมตา!”

“O_O” ฉันเบิกตาโพลง เมื่อถูกอีกฝ่ายตะคอกเสียงใส่หนสุดท้าย

เกิดมายังไม่เคยเจอใครสั่งฉันราวกับเป็นเจ้าชีวิตขนาดนี้มาก่อนเลย ไอ้หงุดหงิดก็หงุดหงิดนั่นแหละ แต่พอรู้ว่าไอ้ที่ปลายกำลังสัมผัสอยู่มันคืออะไร ความรู้สึกที่ว่าหงุดหงิดก็กลายเป็นหง่อยเหมือนลูกแมวทันที

ร่างสูงตรงหน้ากระตุกยิ้มอย่างน่ากลัว มองท่าทีฉันราวกับพึงพอใจ จากนั้นก็ใช้มือข้างที่เหลือหยิบของที่เหน็บอยู่กับกางเกงขึ้นปรากฏต่อสายตา แสงจากเสาไฟข้างทางที่สะท้อนกับความเงาวับของรูปทรงที่ดูน่าเกรงขาม ยิ่งทำฉันหวาดกลัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนที่เขาจับของสิ่งนั่นไว้ในมืออย่างมั่นคงแล้วหันปลายกระบอกเล็งมาที่หัวฉันราวกับว่ามันคือของเล่น อีกทั้งยังไม่ทันให้เตรียมตัว เตรียมใจ...

ปัง!!!

ฉันเบิกตากว้างอย่างขีดสุด ร่างกายทุกส่วนแข็งทื่อ หัวใจเองก็คล้ายกับจะหยุดเต้น ทุกความรู้สึกในตอนแรกหายวับไปพร้อมความเร็วของอะไรบางอย่างซึ่งพุ่งผ่านกกหูไปเพียงเล็กน้อยก่อนจะตามมาด้วยเสียงแตกของหลอดไปจากเสาด้านหลัง หลังจากนั้นหูทั้งสองข้างมันก็เริ่มอื้อจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไร

เขม่าควันเจือจางและกลิ่นดินปืนจากปลายกระบอกทำขาทั้งสองข้างอ่อนแรงยวบ ทรุดลงกับพื้นแทบจะในวินาทีนั้น ชายแปลกหน้าคนเดิมไม่ได้พูดอะไร เขากระทำเพียงเท่านั้นราวกับจะย้ำคำตอบของทุกสิ่งที่ฉันสงสัย

ฉันยังคงนั่งแช่อยู่บนพื้นอยู่แบบนั้น ไม่รู้ ไม่เห็น แล้วก็ไม่ได้สนใจว่าคนใจร้ายคนดังกล่าวหายตัวไปจากตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้สึกตัวอีกทีรอบกายฉันก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยมนุษย์ป้าในหมู่บ้านเดียวกันเต็มไปหมดและพวกป้าๆ นั่นแหละที่พยุงฉันกลับมาส่งที่บ้าน...

ฉันเคยเห็นฉากแบบนี้แต่ในหนัง ในละคร นี่คงเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ18ปี ที่ฉันถูกคนแปลกหน้าซึ่งไม่รู้จักกันแม้กระทั่งชื่อข่มขู่ด้วยปืน ใช่มันคือปืนจริงๆ แถมไอ้ที่ยิงข้างกกหูในตอนนั้นมันก็เป็นลูกกระสุนจริง 

ฮือออออ... กะอีแค่ขัดเวลาดูดบุหรี่หน้าร้านแก๊สแค่นี้ หมอนั่นถึงกับจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฉันเลยหรือไงนะ TOT

ใครก็ได้ช่วยฉันที!

To Be Continued...


ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7270 !@#$/^&*() (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 20:44
    ในที่สุดเรื่องนี้ก็กลับมาาาาาาาา
    #7,270
    0
  2. #7268 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 20:18
    โหดจริงๆพ่อมาเฟียเกาหลี 5555
    #7,268
    0
  3. วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 19:13
    รอค่ะ น่าติดตามมากเลย ไรท์อัพทุกวันเลยนะคะ พลีสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
    #7,265
    0
  4. #5780 0862380991 (@0862380991) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 05:17
    น้ำมนต์สู้ๆๆ
    #5,780
    0
  5. #5779 •Fare• (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 22:41
    โอ๋ยย โหดแท้ T^T ใจเย็นๆนะน้ำมนต์ อีกไม่นานก็ได้เป็นเมียมาเฟียสุดหล่อแล้ว 555
    #5,779
    0
  6. #5778 bulu (@bulu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 20:36
    อยากบอกว่า สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #5,778
    0