เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 29 : SOS28 ll เปลี่ยนไป {อัพ100%} ยังไม่รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60


EP28


ต้องการเธอ” 

ทั่วหน้าเริ่มเกิดความร้อนแปลกๆชนิดที่ห้ามไม่ได้ทันทีที่คำตอบจากปากคนตัวใหญ่สิ้นเสียงลง ทั้งที่คิดว่าเขาน่าจะพูดอะไรอย่างอื่นที่ออกไปทางข่มขู่หรือทำให้รู้สึกหวาดกลัวแท้ๆ แต่คราวนี้คำพูดดาจองกลับแปลกไป

ที่บ้าก็คือเขาใช้สีหน้าจริงจังกับแววตาเฉียบขาดมั่นอกมั่นใจมองตอบโต้สายตาฉันกลับมาเสียด้วย

อยะ อย่ามาพูดบ้าๆนะปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!” เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่คิดและสิ่งที่เจอมันผิดไปหมด สิ่งที่ฉันพอจะทำเพื่อแก้ความเขินจากสิ่งที่ได้ฟังก็คงเป็นการโวยวายเพื่อให้คนตัวใหญ่ยอมปล่อยกันลงสักที

แต่ว่า คังดาจอง ก็ยังเป็น คังดาจอง เขาไม่ฟังเสียงสั่นของฉันแต่เลือกที่จะหันไปพยักหน้าใส่หนึ่งในลูกน้องที่ยืนคุ้มกันไม่ห่าง ก่อนทำเรื่องน่าตกใจด้วยการส่งมอบตัวฉันที่เขาอุ้มไว้ให้กับลูกน้องคนสนิท

จะทำอะไรนะ อะ...พร้อมกันนั้นก็ออกคำสั่งแบบไม่ฟังเสียงหวีดร้องของผู้ถูกกระทำ

พายัยนี่กลับบ้าน

ครับคุณคัง!”

เดี๋ยวสิ! กลับบ้านอะไรกัน นี่ฉันมาเที่ยวกับเพื่อนนะ!!” ฉันโวยวายขัดเสียงตอบรับคำสั่งอย่างว่าง่ายของคนสนิทดาจอง 

หากแต่ว่าเขาก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงฝืนแรงต่อสู้กับการดิ้นขลุกขลักของฉันพร้อมกันนั้นก็อุ้มตัวฉันเดินปลีกตัวห่างออกจากดาจองมาเรื่อยๆ ทำราวกับว่าคำสั่งของนายคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเขาก็ว่าได้

เพราะดิ้นก็แล้ว โวยวายก็แล้ว แต่ลูกน้องของดาจองก็ยังไม่ปรานียอมปล่อยฉันเป็นอิสระง่ายๆ ที่ทำได้คือการเหลียวมองหลัง มองไปยังภาพของชายตัวสูงที่ชอบทำนิสัยร้ายกาจใส่ทุกคนแบบไม่ไว้หน้า ก่อนพบว่าดาจองยังยืนอยู่ที่ตรงนั้น ยืนนิ่งๆ หากแต่บนหน้ากำลังเปื้อนยิ้ม อีกทั้งยังมองกลับมาทางฉันที่กำลังพาตัวออกไป

รอยยิ้มของเขามันให้ความรู้สึกแปลกในอกทุกครั้งที่ได้เห็นจริงๆนั่นแหละ เพราะฉันไม่เคยเดาออกเลยว่าภายใต้รอยยิ้มแบบนั้นของเขามันมีอะไรซ่อนอยู่...

สุดท้ายแล้วการมาเที่ยวที่พัทยาก็มีอันต้องพังพินาศลงหลังดาจองปรากฏตัวขัดความสุขของพวกเราทุกคน และฉันถูกลูกน้องคนสนิทของเขาพาขึ้นรถตู้อีกคันตรงดิ่งกลับกรุงเทพฯ เกือบๆ 3 ชั่วโมงเห็นจะได้กว่าที่รถตู้ที่นั่งมาจะพาฉันฝ่ารถติดบนถนนจนกระทั่งส่งที่บ้านได้อย่างปลอดภัย

เวลา 16.46 นาฬิกา

ครืดดด

เชิญครับเจ้าหญิง...เสียงเชิญชวนดังขึ้นหลังบานประตูเลื่อนถูกเปิดออก การต้อนรับกลับบ้านในคราวนี้ดูต่างไปจากทุกที เดิมทีฉันก็ไม่เคยจะทำตัวถูกมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น

ฉันก้าวเท้าลงจากรถด้วยความรู้สึกไม่คุ้นชินต่อสรรพนามที่คนเหล่านั้นใช้เรียก แต่พอในหัวนึกถึงจดหมายของแม่ขึ้นมา ในอกก็เกิดความลังเล จนไม่รู้ว่าฉันควรจะพูดขัดคนพวกนั้นออกไปเหมือนทุกครั้งดีไหม 

ว่าแท้จริงแล้วฉันน่ะ...อาจไม่ใช่เจ้าหญิงที่พวกเขาตามหาก็ได้

แต่ความคิดก็ยังเป็นความคิด ฉันไม่ได้พูดหรือโต้แย้งอะไรคนของดาจองออกไป แต่เลือกที่จะเดินลงจากรถ ตรงเข้าบ้านไปเงียบๆ ก่อนที่เท้าจะหยุดเดินอีกครั้งที่หน้ารั้วบ้าน สิ่งที่ตามองเห็นยามนี้คือบานประตูซึ่งถูกปิดลงสนิทและเรียบร้อย ภาพที่สะท้อนให้ทำให้คนที่มองภายนอกรับรู้ได้ว่าทุกอย่างในบ้านหลังนี้เป็นปกติดี

เว้นเพียงฉัน ที่รู้ดีว่าหากเปิดประตูเข้าไปด้านใน สิ่งที่รอคอยอยู่คือข้าวของที่พังล้มระเนระนาดและตอกย้ำเรื่องแม่ที่หายตัวไปได้เป็นอย่างดี แม้จะรู้แบบนั้น แต่ฉันก็ไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะว่าที่นี่คือบ้าน บ้านที่ฉันเติบโตมา

ตึก...

สิ้นสุดความคิดเท้าก็เริ่มก้าวต่ออีกครั้ง มือที่กำลังสั่นเอื้อมจับลูกบิดประตูบ้านเอาไว้แน่น เพราะภายในบ้านไม่เหลือข้าวของมีค่าอะไรให้น่าเป็นห่วง ประตูบานใหญ่ตรงหน้าจึงไม่ได้ถูกล็อกกลอนไว้เหมือนอย่างเคย และสามารถผลักเข้าไปด้านในได้โดยทันที ทว่า..

กึก! แอ้ดดด...

วินาทีที่ประตูเปิดออกจนสุด สิ่งที่รอคอยฉันอยู่ภายในกลับไม่ใช่ข้าวของที่พังพินาศเสียหาย ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่อยู่ภายในล้วนแล้วแต่เป็นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่มาแทนของเก่าที่พังเละจนดูไม่ได้ ที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือบ้านของฉันที่น่าจะพังไปแล้ว ยามนี้กลับดูสะอาดสะอ้านราวกับว่ามีใครมาช่วยกับทำความสะอาดและจัดแต่งภายในให้ใหม่จนหมด

ความประหลาดใจกับสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ทำเอาฉันอดไม่ได้ที่จะเดินสำรวจไปรอบๆห้องรับรองใหม่อย่างคนไม่คุ้นชิน ปลายนิ้วทั้งห้าละไปตามเฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่ละชิ้นสองชิ้น และฉันคิดว่าว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้ฝันไป เพราะไม่ว่าจะโซฟาตัวยาวกลางบ้าน โทรทัศน์ ชั้นวางหนังสือ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นของใหม่หมดทั้งสิ้น

ทำไมล่ะ...

เธอชอบของพวกนี้หรือเปล่า?” 

แต่แล้วท่ามกลางความแปลกใจ จู่ๆ กลับมีเสียงหนึ่งดังแทรกความเงียบขึ้นมา พานให้ต้องหันขวับมองเจ้าของคำถามด้วยความตกใจ ก่อนพบว่าดาจองกำลังเดินเข้ามาจากทางประตูหน้าบ้าน คาดว่าเขาน่าจะนั่งรถตามหลังฉันมาติดๆนั่นแหละ

นายเป็นคนซื้อของพวกนี้เหรอ?

ถึงได้ถามไง ว่าเธอชอบของพวกนี้หรือเปล่าแม้คำตอบที่ได้กลับมาจะไม่ตรงกับสิ่งที่ถามนัก แต่นั่นก็เป็นคำตอบที่ดีในแบบที่ดาจองควรจะมี และเพราะได้คำตอบที่ต้องการแล้ว ฉันจึงไม่ได้พูดอะไรต่อหันกลับไปมองสำรวจข้าวของเครื่องใหม่ๆ ที่วางอยู่ตรงหน้า

ไหนล่ะคำขอบคุณ?อาจเพราะฉันไม่พูดอะไรต่อล่ะมั้ง คราวนี้คนที่ทำลายความเงียบระหว่างเราจึงกลายเป็นคนใจร้ายเสียเอง และพอถูกเร่งเร้าบุญคุณ ฉันก็จำต้องสลัดความสนใจออกจากข้าวของใหม่ที่มีแล้วหันไปพูดถ้อยคำแสดงน้ำใจ

ขอบคุณนะ...ดาจอง คนฟังขยับยิ้มเล็กน้อยมุมปาก แสดงออกถึงความพึงพอใจที่ได้ฟังเช่นนั้นขณะเดินตรงมาทางฉันแล้วก็พูดขึ้นอีก

รู้อะไรไหม บ้านเธอเนี่ยเล็กกว่าห้องน้ำบ้านฉันอีกนะแถมคำพูดพวกนั้นยังชวนหาเรื่องเสียด้วย

แล้วมันยังไงล่ะ! เล็กแต่อบอุ่น นายไม่เคยได้ยินเหรอ?เพราะงั้นฉันจึงอดที่จะเถียงกลับไปไม่ได้ หากแต่การเถียงกลับไปแบบนั้นกลับไม่ได้ทำให้คนฟังแสดงความเกรี้ยวกราดเหมือนอย่างทุกที แต่ว่าเขาดันยิ้มและพูดราวกับจะเปลี่ยนประเด็น

หิวหรือยัง?

อะไรกัน เถียงต่อไม่ได้ก็เลยเปลี่ยนเรื่องงั้นสิ!?

ฉันให้พ่อครัวทำอาหารเย็นรอไว้ตอนที่เรากลับมาที่นี่...

เราเหรอ?ฉันย้อนแบบไม่ได้รอฟังอีกฝ่ายพูดจบ

ใช่เรา ทำไม? เธอมีปัญหาอะไร?ซึ่งดาจองก็ตอบ ตอบแบบหาเรื่องตามนิสัยเขานั่นแหละ

ทำไมต้องเป็นเราด้วย ในเมื่อนี่มันบ้านฉัน!” ที่ถามน่ะก็เพราะอยากจะเถียงเขากลับไปตามอารมณ์ที่อีกฝ่ายโยนมาให้ แต่ใครจะคิดล่ะ ว่าสิ่งที่คนตัวใหญ่ตรงหน้าตอบกลับมามันจะเป็น

เพราะคืนนี้ ฉันจะนอนกับเธอที่นี่!” ไม่พูดเปล่า แต่ดาจองยังทำเรื่องน่าตกใจด้วยการพุ่งเข้าช้อนตัวฉันที่ไม่ทันเตรียมตัวมาก่อนจนตัวลอย ซึ่งคราวนี้ฉันไม่ยอมให้เขาทำตามใจชอบเหมือนเดิมอีกแล้ว โดยเลือกที่จะดิ้นอย่างสุดแรงจนสามารถหลุดเป็นอิสระได้สำเร็วภายในเวลาชั่วอึดใจ ทว่า จังหวะที่ตั้งใจจะวิ่งหนีเพื่อตั้งหลัก

ฟึ่บ! หมับ!

มันดันเป็นอีกครั้งที่ฉันตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เมื่อเขาซึ่งดูจะไวกว่าเป็นไหนๆ พุ่งมือเข้ารวบตัวฉันไว้ในอ้อมกอดที่ยากจะสะบัดให้หลุด พร้อมกันนั้นก็ตามมาด้วยคำถามสั้นๆ ข้างหู

นอนที่นี่ด้วย ได้ใช่ไหม? รู้สึกได้ว่าหูข้างที่ถูกลมหายใจร้อนๆของเขาเป่ารดกำลังร้อนและเริ่มร้อนขึ้นทุกที การที่เป็นแบบนั้นมันพลอยทำให้น้ำเสียงซึ่งเคยหนักแน่นสั่นไปด้วย

ระ โรงแรมมี ทำไมไม่ไปนอนล่ะ...หนะ ไหนบอกว่าบ้านฉันเล็กกว่าห้องน้ำบ้านนายไง” ทว่า คำถามของฉันกลับไม่ได้คำตอบใดจากคนถูกถาม

ดาจองไม่ได้ตอบอะไร แต่เลือกที่จะคลายอ้อมกอดออกไปอย่างช้าๆ ถึงกระนั้นแล้วเขาก็ไม่ได้ปล่อยฉันไปไหนไกล ยังคงใช้มือข้างหนึ่งกุมมือฉันไว้ บวกกับความเผด็จการที่เขามี ใช้แรงเพียงนิดหน่อยดึงฉันที่ตอนนี้เริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองให้เดินตามไปยังห้องด้านหลัง

ห้องเล็กติดกับห้องรับรองที่ดาจองพาฉันเดินเข้ามานั้นคือห้องครัว ห้องครัวที่ไม่น่าจะมีอะไรแปลกใหม่ ยามนี้ภายในห้องดังกล่าวกลับมีร่างสูงใหญ่ของผู้ชายในชุดพ่อครัวสีขาวสะอาดตายืนรออยู่ อีกทั้งบนโต๊ะอาหารกลับถูกจัดแต่งอย่างดีด้วยเทียนหอมโดยมีอาหารที่ทำเสร็จใหม่ถูกจัดวางรอคอยท่าไว้ให้

พ่อครัวก้มหัวลงเล็กน้อยเมื่อเราทั้งคู่เดินเข้าไปก่อนเดินก้มหัวเดินแทรกออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทันทีที่พ่อครัวคล้อยหลังออกไป ดาจองก็จูงมือฉันพามานั่งยังหัวตัวโต๊ะ จัดแจงเลื่อนที่นั่งและดูแลจนกระทั่งฉันนั่งเรียบร้อยแล้ว เขาถึงเดินอ้อมกลับไปยังหัวโต๊ะอีกฝั่งและนั่งลง ทำราวกับว่าโต๊ะไม้ราคาถูกในห้องครัวฉันเป็นโต๊ะราคาแพงในร้านอาหารดังๆยังไงก็ไม่ก็ปาน

 เพราะท่าทีที่เปลี่ยนไปจนดูไม่เหมือนคนที่เคยลั่นว่าจาตราหน้ากันและกันว่าเป็นศัตรู ความแคลงใจและความอึดอัดต่อการปฏิบัติอย่างคนแสนของดาจอง ทำให้ฉันอดไม่ไหวอีกครั้งที่จะถาม

นายทำแบบนี้ทำไม?

กินสิ เดี๋ยวมันจะเย็นก่อนนะแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่อยากตอบคำถามของฉันเท่าไหร่ถึงได้เฉไฉเป็นเรื่องอื่นแบบนี้ ซึ่งในเมื่อเขาไม่ยอมพูด ฉันก็จะไม่ถาม อย่างที่บอก สิ่งที่ได้พบเจอนับตั้งแต่กลับมาถึงที่นี่มันทำให้ฉันรู้เหนื่อยล้า

การต้องคอยต่อปากต่อคำกับเขาหรือแม้แต่การที่ต้องคอยระแวงว่าคนใจร้ายตรงหน้าจะทำร้าย มันก็ดูจะเหนื่อยไม่ต่างกัน 

ฉันไม่ใช่คนเรื่องมาก ในเมื่อการที่เขาปฏิบัติต่อฉันในรูปแบบนี้ ถ้ามันทำให้เราทั้งคู่ต่างรู้สึกสบายใจ ฉันก็ไม่อยากขัดอะไรเขาเหมือนกัน ทว่า ช่วงที่ความเงียบกำลังแทรกซึมเราทั้งคู่อย่างช้าๆ จู่ๆ คนใจร้ายก็เอ่ยปากเรียก

นัมมุนนา...เรียกด้วยชื่อที่เหมือนกับเราทั้งคู่สนิทกันมานานแบบในความฝันคืนนั้น

และการถูกเรียกเช่นนั้น ก็ดูจะเรียกความสนใจจากสายตาฉันได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ดาจองไม่ได้มองหน้าฉัน อีกทั้งมือของเขาก็ดูจะวุ่นวายกับการจับช้อนและซ้อมในมือ หากแต่ว่าเขาไม่ได้ใช้ช้อนกับส้อมตักอาหารเข้าปากตัวเองหรอกนะ เรียกว่าเขากำลังเขี่ยอาหารในจานเล่นเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในหัวมากกว่า

 อะไร?เพราะหลังจากที่อีกฝ่ายเรียกแต่เขาดันเงียบไป ฉันจึงเป็นฝ่ายถามกลับ ก่อนต้องสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อจู่ๆ คนตัวสูงฝั่งตรงข้ามที่ดูจะวุ่นวายกับการเขี่ยอาหารในจานของตัวเอง ช้อนตาช้อนมองกลับมาแบบตรงๆ

ฉันไม่รู้ว่าสายตาและท่าทางแบบนั้นของเขามันมีความหมายว่าอย่างไร

ไม่รู้...จนกระทั่งอีกฝ่ายถามขึ้นมา

พรุ่งนี้เรากลับเกาหลีใต้ด้วยกันไหม นัมมุน...

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7508 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 11:38
    ไม่กลับ!เล่นตัวเยอะลูกกก55555
    #7,508
    0
  2. #7481 Charlotte808 (@thunchanokmum) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 03:01
    ใจอ่อนเหอะน้ำมนต์ //หลงพระเอกสุดๆ ><
    #7,481
    0
  3. #7393 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 01:20
    ไมช่างดูละมุนจัง
    #7,393
    0
  4. #7392 Blue'naruk (@0841995227) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 23:16
    รอน้าค้าาาาาา
    #7,392
    0
  5. #7391 Blue'naruk (@0841995227) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 23:16
    กลับดีไหมมม55555
    #7,391
    0
  6. #7390 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 23:05
    จะกลับมั้ยน้าา
    #7,390
    0
  7. #7389 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 22:26
    รอนะค้าาา งื้อออ
    #7,389
    0
  8. #7388 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 22:26
    งื้ออออ ดาจองงงงอ่าาา
    #7,388
    0
  9. วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 22:18
    หลงรักเข้าแล้ว คังดาจอง แกเปลี่ยนโหมดไม่โหดแล้วเนอะ นางมีความน่ารักกระจายพายพั่งมากกกกกกกก รอตอนต่อไปนะคะ
    #7,387
    0