เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 27 : SOS26 ll พาด-ทา-ยา {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    14 ธ.ค. 60



EP26


วันต่อมา...

ลุง ยกกระเป๋าใบนั้นมาขึ้นรถได้เลยค่ะ!”

ครับ!”

แล้วนี่น้ำมนต์ตื่นหรือยัง นายเห็นหรือเปล่า!?”

ฉันขยับตัวเล็กน้อยเพราะเสียงโวยวายของผู้หญิงซึ่งดังลั่นไปทั่วพื้นที่ในบ้านลักษณะเหมือนรีบร้อน เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้นกวาดมองไปรอบตัวในอาการไม่เต็มตื่นนัก และต้องพบเข้ากับความจริงที่ว่าบ้านทั้งหลังรก ข้าวของหลายชิ้นถูกทำให้ล้มคว่ำระเนระนาด และบอกชัดว่าเรื่องที่แม่หายตัวไปมันไม่ใช่ความฝัน...

ที่ดูจะเป็นความฝันที่สุดก็คงเป็นเรื่องการมาของผู้ชายที่ชื่อ คังดาจอง เท่านั้นแหละ

น้ำมนต์คนขี้เซา!” แต่ว่าในช่วงที่สมองกำลังประติดประต่อสติเข้าด้วยกัน เสียงของเจสก็ดังแทรกเข้ามาพานต้องหันมองก่อนพบเข้ากับการปรากฏตัวด้านหลังผนักของโซฟา เธอเท้าแขนลงกับขอบผนักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งเอ่ยปาก “ลุก ไปอาบน้ำได้แล้ว!”

จะ เจสเหรอ...เธอมาทำอะไรที่นี่” ไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังงึมงำถามอะไรออกไป แต่ที่รู้คือเสียงตอบรับจากคนถูกถามที่ฟังชัดมากกว่าคำถามของตัวเอง

ไปทะเลกัน!”

ทะ ทะเลเหรอ?”

ใช่ลุกๆๆๆ อย่ามัวอืดอาดยืดยาด” ว่าแล้วเจสก็รีบยื่นมาดึงแขนฉันให้ลุกจากโซฟาอย่างรีบร้อน 

เธอไม่ถามสักคำถึงเรื่องชุดเจ้าสาวที่ฉันสวมอยู่กับตัว ไม่ต่อว่าเรื่องที่ฉันหายหน้าหายตาไปไม่ยอมไปสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน เหมือนกับว่าที่เจสสนใจที่สุดตอนนี้คือการพาตัวฉันไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปยังสถานที่ที่เธออยากให้ไปเท่านั้น

และอาการไม่เต็มตื่นที่เป็นอยู่มันเลยพลอยให้ฉันยอมลุกจากโซฟาตามแรงดึงของเพื่อนสาวอย่างงงๆ เหมือนอย่างช่างเวลาแม่ปลุกไปเรียนแล้วลุกตรงเข้าห้องน้ำโดยอัตโนมัตินั่นแหละ

หลังจากนั้น 25 นาที

ฉันใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวและพาตัวเองเดินออกมาจากบ้านอย่างงงๆ และพบว่าบริเวณหน้าบ้านมีรถตู้สีขาวคันใหญ่จอดรอไว้ โดยใกล้เคียงกันมีเพื่อนสนิท 2 คนกำลังยืนถกเถียงถึงสถานที่ที่พวกเขาต้องการจะพาฉันไป

ถ้าฟังไม่ผิดรู้สึกว่าพวกเขาจะพูดกันถึงเรื่อง ‘บางแสน’ กับ ‘พัทยา

น้ำมนต์มาก็ดีแล้ว เลือกสิว่าอยากไปพัทยาหรือบางแสนมากกว่ากัน!?” ทันทีที่เจสหันมาเห็นฉันซึ่งเดินทำหน้างุนงงออกมาจากบ้านเธอก็รีบยิงคำถามใส่ทันที

บางแสนสิ ใกล้กว่าเนอะ” แต่ไม่ทันได้ตอบบลูก็แทรกเสนอขึ้นมา

พัทยาสิ!” จากนั้นทั้งสองก็เปลี่ยนมาเถียงกันเอง เพราะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิด อีกทั้งบลูเองก็น่าจะรู้ว่าสภาพจิตใจฉันตอนนี้ไม่พร้อมที่จะทำอะไร แต่ไหงเขาถึงกลับเอาแต่ต่อปากต่อคำกับเจสไม่หยุด ด้วยความที่เป็นเช่นนั้นฉันเลยเอ่ยปากถามขัดเสียงทะเลาะกันเหมือนเด็กของนทั้งคู่ลง

นี่ พวกเธอตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?” สายตาน่ะมองจ้องคาดคั้นไปยังบลูที่น่าจะเข้าใจความหมายของฉันดี ทว่า คนที่ให้คำตอบดันเป็นเจสเสียอย่างนั้น

ฉันรู้เรื่องคุณน้าจากบลูแล้ว แล้วก็รู้ข่าวของเธอที่หายหน้าหลายวันที่ผ่านมาด้วย” ตอนเจสพูดเธอพยายามใช้รอยยิ้มในการปลอบใจฉันไปด้วย “บลูบอกว่าเธอร้องไห้และเครียดหนักมาก ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เลยตั้งใจว่าวันนี้เราจะหยุดเรียนเพื่อพาเธอไปพักผ่อนกัน

ฉันไม่มีอารมณ์ไปพักผ่อนแบบนั้นหรอก ถ้าหากว่าฉันไปแล้วแม่กลับมาล่ะ...” รอยยิ้มของเจสหุบลงทันทีที่ได้ฟัง เธอช้อนตามองบลูซึ่งอยู่อยู่ใกล้ คล้ายกับไม่รู้จะพูดอะไร และเดาได้เลยว่าบางทีที่เป็นแบบนั้นเพราะเพื่อนสองคนนี้อาจคิดเหมือนกันว่า แม่ฉันน่ะไม่มีทางกลับมาที่บ้านได้ในเร็วๆ นี้หรอก เพียงแค่พวกเขาไม่ยอมพูดตรงๆ ให้รู้สึกกระทบกระเทือนหรือตอกย้ำฉันเท่านั้น

เราบอกแม่แล้วว่าถ้าแม่น้ำมนต์กลับมาบ้าน ให้โทรบอกทันที” คราวนี้บลูเป็นฝ่ายพูด และเดาไม่ได้เลยว่าที่เขาพูดนั้นมันคือเรื่องจริงหรือพูดเพื่อให้ฉันสบายใจและยอมโอนอ่อนไปเที่ยวด้วยกันแน่

ไปด้วยกันเถอะนะน้ำมนต์ ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายวัน ฉันคิดถึงเธอจะตายอยู่แล้ว” เจสเสริมพลางเอื้อมมากุมมือฉันไว้แน่น “อะไรที่มันหนักอกหนักใจหรือพวกความเครียดทั้งหลายที่มี เอามันไปทิ้งที่ทะเลเถอะนะ

...” เอาไปทิ้งที่ทะเลงั้นเหรอ?

ถ้าสบายใจขึ้นแล้ว เธอจะกลับมารอแม่ต่อที่บ้านฉันก็จะไม่ห้าม แต่วันนี้ไปด้วยกันเถอะนะ” เจสน่ะเป็นคนที่มีลูกตื้อและลูกอ้อนเยอะมาก ลำพังแค่เจสก็มากพออยู่แล้ว แต่ครั้งนี้กับมีบลูเพิ่มมาด้วย

นะน้ำมนต์ ไปพักผ่อนสักวันเถอะ” เมื่อถูกสองเพื่อนตื้อหนักเขา ฉันที่มักใจอ่อนอยู่เป็นประจำก็หมดทางเลือก

รีบไปแล้วต้องรีบกลับนะ” จำยอมต้องโอนอ่อนไปตามคำชวน ไม่ใช่เพราะอยากเที่ยวหรอกนะ แต่เพราะรู้สึกว่าถ้าได้พักผ่อนหรือเอาความรู้สึกหนักๆ ไปทิ้งที่ทะเลบ้างก็คงดีเท่านั้น

เย้งั้นขึ้นรถกันเถอะ วันนี้ฉันจะเลี้ยงเธอเอง!” เจสดูจะดีใจกว่าใครที่ฉันยอมตกลงที่จะไป แต่ก็ไม่วายต้องต่อปากต่อคำกับบลูอีกอยู่

ไปบางแสนนะ!”

ฉันจะไปพัทยา!!!” เอาเถอะน่า ถึงต้องลำบากทนฟังพวกเขาทะเลาะกันตลอดทางก็เถอะ แต่อย่างน้อยการอยู่กกับเพื่อนมันก็น่าจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ไม่แน่หรอก เผื่อว่าตอนกลับมาที่บ้าน ฉันอาจจะได้เจอแม่นั่งรออยู่ก็ได้ใครจะไปรู้...

 

ขณะเดียวกัน...

บรื้นนนนน

เสียงสตาร์ทรถยนต์คันหรูดังขึ้นแทบจะวินาทีเดียวกับที่รถตู้สีขาวพาเด็กวัยรุ่นชาวไทยออกเดินทางจากบริเวณหน้ารั้วบ้านหลังเล็ก ทุกภาพเหตุการณ์ ทุกการเคลื่อนไหว ถูกนัยน์ตาคมของผู้มีอำนาจภายในรถหรูอีกคันจับจ้องอย่างไม่วางตาผ่านเลนส์แว่นกันแดดสีดำ

คนพวกนั้นจะพายัยนั่นไปไหน?” แม้ว่าเห็น แต่เขาก็อดถามด้วยความใคร่อยากรู้ไม่ได้

เห็นว่าจะออกไปพักผ่อนกันที่ทะเลพาดทายานะครับ

พักผ่อนเหรอ?”

ครับ” สิ้นเสียงรับคำริมฝีปากหยักลึกก็กระตุกยิ้มตอบกลับคล้ายกับชอบใจ ส่วนปากก็บดพูดไปด้วย

ดี ฉันเองก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน

งั้นให้ผมพากลับโรงแรมที่จองไว้เลยไหมครับ…” เสียงของชายหนุ่มถูกขัดให้เงียบลงเมื่อคนถูกถามยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อเบรก ก่อนเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเอง

แคนเซิลโรงแรมโง่ๆ นั่นซะ...

แต่ว่า...

นี่คือคำสั่ง” เสียงเรียบห้วนหากแต่มีอำนาจเหลือล้นไม่รอให้บริวารผู้ซื่อสัตย์แย้งจนจบคำ อีกทั้งยังเอ่ยเสริมขึ้นมาเองเพื่อบอกจุดประสงค์ ตอนนี้ฉันอยากไปพาดทายา...

รับทราบครับ คุณคัง!”


เวลา 11.50 นาฬิกา

บรรยากาศภายในรถตู้เวลานี้ครึกครื้นไปด้วยเสียงร้องรำทำเพลงของเจสกับบลูดังสลับกันโดยมีฉันร่วมด้วยคอยช่วยปรบมือ เพราะรู้ว่าคนทั้งคู่พยายามทำให้ฉันอารมณ์ดีและรู้สึกสนุกไปกับสิ่งที่พวกเขาพยายามทำ ดังนั้นการทำตัวให้ดูร่าเริงเข้าไว้จึงเป็นเรื่องที่ควรจะทำมากที่สุด

แต่ไม่นานนักหรอกเสียงร้องรำทำเพลงที่เคยดังก็เงียบลงไป เมื่อทั้งเจสและบลูซึ่งดูท่าจะเหนื่อยกับการตื่นเช้าผล็อยหลับไปทั้งคู่ ความเงียบเลยปกคลุมทั่วรถอีกครั้ง พอไร้ซึ่งเสียงของความสนุกความคิดก็วกกลับมาสู่เรื่องตึงเครียดที่ไม่สามารถสลัดออกจากหัวได้ นั่นคือเรื่องของแม่ที่เวลานี้ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอะไรบ้าง

แม่คะ ตอนนี้แม่อยู่ที่ไหน ปลอดภัยดีหรือเปล่า หนูเป็นห่วงแม่จัง...

พอเริ่มคิด ฉันก็ชักจะเริ่มเครียด เริ่มเป็นกังวลขึ้นมาอีกแล้ว เพราะไม่อยากให้เจสกับบลูเป็นห่วงตามไปด้วยจนการมาเที่ยวทะเลในครั้งนี้หมดสนุก การสลัดความเป็นกังวลจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำอีกอย่างแม้ว่ามันจะยากเอาการก็ตาม

สายตาเหลือบมองผ่านกระจกใสออกไปด้านนอกรถ มองวิวข้างทางเพื่อนให้ในหัวผ่อนคลายลงบ้าง แต่ว่าการเลือกชมวิวในครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการคิดผิด แทนที่ฉันจะผ่อนคลาย สิ่งที่ได้มานั้นดันตรงกันข้าม เมื่อสายตาดันเหลือบไปเจอเข้ากับรถยนต์คันหรูสีดำซึ่งค่อยขับเบียดขนาบข้างกับรถตู้ที่ฉันนั่งโดยสารอยู่

หากว่ามันคือรถปกติทั่วไป ฉันก็คงไม่ต้องเป็นกังวลมากขนาดนี้ แต่รถยนต์คันที่ว่าดันมีสภาพ สี รวมไปถึงยี่ห้อคล้ายกับรถหรูของใครคนหนึ่งต่างหาก

ดาจอง!

พอสมองไตร่ตรองเหตุและผลออกมาแบบนั้นฉันจึงตัดสินใจละสายตากลับเข้ามาในรถ และพยายามไม่เหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นหนที่สอง แต่ถึงจะคิดแบบนั้นก็เถอะ สุดท้ายมันก็อดลอบมองรถคันดังกล่าวไม่ได้อยู่ดี ทว่า คราวนี้พอชายตาลอบมอง รถคันหรูดูลึกลับแถมยังติดฟิล์มดำรอบคันรถก็ได้ขับแซงไปเสียแล้ว

ให้ตายสิ นี่ฉันคิดไปเองเหรอ

นั่นสินะ คนอย่างหมอนั่นจะมาทำอะไรที่นี่กันล่ะ ในเมื่อเขาเป็นลั่นคำประกาศิตออกมาเองแบบนั้น

ถ้าเธอหันหลังไปกับไอ้นักร้องเวรนั่นอีกเพียงก้าวเดียว นับตั้งแต่วินาทีนี้ไป เราคือศัตรูกัน แต่แล้วจู่ๆ ความคิดในหัวก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อภาพความคิดที่ปรากฏให้เห็นมันดันเป็นสีหน้าจริงจังหากแต่ดูใจดีของผู้ชายท่าทางน่ากลัวคนนั้นขึ้นที่บ้าที่สุดก็คือ ภาพที่กำลังปรากฏเด่นเข้ามาในหัวมันดันเป็นช่วงเวลาที่เขา...

ถ้าอย่างงั้น... ฉัน... อื้อ...

ฉันจะช่วยเธอ...’ บ้าจริง พอทีหยุดคิดถึงถึงความฝันเมื่อคืนเดี๋ยวนี้นะ!

เพราะคนอย่างคังดาจองน่ะ...

ไม่มีทางใจดีได้เหมือนในฝันแบบนั้นหรอก...


1 ชั่วโมงต่อมา...

หาดจอมเทียน พัทยา เวลา 13.25 นาฬิกา

ยะฮู้!”

เสียงกรีดร้องด้วยความดีใจของเจสดังขึ้นทันทีที่รถรถตู้จดลงบริเวณลานจอดจนสนิท เธอบิดตัวไปมาทันทีพร้อมทั้งรีบสูดอากาศเข้าปอดหลังจากต้องทนนั่งอยู่ในรถตู้อยู่ราวๆ สองชั่วโมงนิดๆ

คุณหนูครับ ถ้าจะกลับหรือยังไง คุณหนูโทรบอกผมได้ตลอดเลยนะครับ ผมจะรอที่รถ

ได้ค่ะลุง ถ้าหิวหรือต้องการอะไร ลุงเดินมาหาหนูได้นะคะ

ฉันแอบลอบมองเพื่อนสาวที่ยามนี้กำลังตื่นเต้นกับมาเหยียบหาดจอมเทียนอย่างออกนอกหน้า ขณะช่วยบลูขนข้าวขนของที่เตรียมมาสำหรับเล่นน้ำทะเลลงจากด้านหลังรถ

ให้ตายสิ ตอนนี้ฉันชักไม่แน่ใจแล้ว ว่าไอ้ที่บอกอยากมาทะเลกันเนี่ย  มาเพราะอยากให้ฉันรู้สึกดีขึ้นหรือเพราะเจสอยากโดดเรียนมาเล่นน้ำเองกันแน่ แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็เถอะ 

นี่มันก็นานมาแล้วนะที่ฉันไม่ได้มาเที่ยวทะเลแบบนี้ ไหนๆ ก็มาแล้วลองปลดจิตปล่อยใจแล้วสนุกกับการมาทะเลตามอย่างที่บลูกับเจสว่าบ้างมันก็คงไม่เสียหายอะไรหรอกจริงไหม?

เฮือก!” ทั้งที่คิดแบบนั้น แต่แล้วจู่ๆ ร่างทั้งร่างกลับต้องสะดุ้งเฮือกอย่างนึกเสียวสันหลัง เมื่อรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนจับจ้องมองมา ความรู้สึกแบบนี้มันดูไม่ต่างจากครั้งก่อนๆเลยสักนิด

ฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเพื่อลดอาการหวาดเกร็งลง ก่อนกลั้นใจเหลือบมองไปยังทิศทางของสายตาคู่ดังกล่าวอย่างช้าๆเพื่อให้ดูไม่ผิดสังเกตมากที่สุด ก่อนต้องพบว่าห่างออกไปไม่มากนักบริเวณหน้าร้านขายเสื้อผ้าริมหาด มีชายตัวสูงท่าทางแปลก แต่งกายด้วยเครื่องแบบสูทสีดำทั้งตัว และวินาทีที่เราทั้งคู่มีโอกาสได้สบตากัน ชายคนดังกล่าวก็เริ่มแสดงทีท่าพิรุธ หันหลับเดินหลบหนีไปอีกทางทันที

นี่หรือว่าจะเป็นพวกของดาจอง.. ไม่หรอกน่า อย่าคิดไปเองสิ อาจจะเป็นแค่พวกชาวต่างชาติแต่งตัวแบบผู้ดีปกติก็ได้

นี่ฉันมาพักผ่อนนะ อย่าเอาแต่คิดเรื่องของพวกคนน่ากลัวกลุ่มนั้นสิ!

เพราะความคิดกำลังตบตีกัน สายตาจึงเริ่มทำหน้าที่ของมันอีกครั้งด้วยการกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวเพื่อมองสำรวจเช็กความปลอดภัยของตัวเอง ก่อนต้องพบกับเรื่องสุดช็อก เมื่อรอบๆ บริเวณไม่ได้มีแค่ชายแปลกหน้าแต่งกายด้วยชุดสูทสีดำยืนอยู่ที่หน้าร้านขายเสื้อผ้าริมหาดแค่เพียงคนเดียว

ไม่ว่าจะหน้าร้านอาหาร หน้าเซเว่น หรือแม้แต่หน้าร้านกุ้งเผาปูเผา ก็ล้วนแต่มีผู้ชายท่าทางแปลกๆ ยืนกระจัดกระจายอยู่จนเต็มพื้นที บ้างก็แต่งกายมาอย่างเต็มยศ บ้างก็แต่งตัวด้วยชุดปกติทั่วไป เว้นแต่มีลักษณะท่าทางที่ดูคล้ายกับกำลังสะกดรอยตามใครอยู่ก็เท่านั้น

ไม่จริงน่า คิดในแง่ดีไว้สิ พวกเขาคงไม่ใช่คนพวกนั้นหรอกน่า...แล้วถ้าใช่ขึ้นมาล่ะ แบบนี้เจสกับบลูก็ต้องตกอยู่ในอันตรายไปด้วยน่ะสิ

น้ำมนต์!”

เฮือก!” ฉันสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ เจสที่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาประชิดตัวตอนไหนส่งเสียงเรียกแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันก่อน

คิกๆ เป็นไรอ่ะ ทำไมหน้าซีดแบบนั้นล่ะ?”

ปะ เปล่า...” ฉันพยายามปฏิเสธเพราะยังไม่อยากเล่าในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งประสบพบเจอมา จนพลอยให้คนฟังต้องเป็นกังวลไปด้วย

แล้วเมื่อกี้มองอะไรอยู่?” คราวนี้เจสไม่ใช่แค่ถาม แต่เธอเลือกที่จะกวาดตามองไปรอบๆ ด้วย

ไม่มีอะไร... แล้วนี่พวกเธอได้ที่นั่งหรือยัง?” การที่เป็นแบบนั้นมันทำให้ฉันต้องรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที ซึ่งมันก็ได้ผล เจสยอมหยุดสายลดกลับมาทางฉันพร้อมด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า

นู้นไง บลูเดินไปจองตั้งนานแล้ว แต่ฉันเห็นยังยืนเหม่ออยู่เลยต้องมาตาม

อ๋อ...โทษทีนะ

ไปที่นั่งกันเถอะ ฉันอยากกินปูตัวใหญ่ๆ ใจจะขาดแล้ว” ว่าแล้วเจสก็รีบดึงแขนฉันให้เดินไปตามแรง พร้อมกันฉันฉันซึ่งเป็นฝ่ายถูกลาก ก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวมองไปยังจุดต่างๆที่เคยมองเห็นชายท่าทางแปลกๆ ยืนอยู่เป็นหนที่สองอย่างคนระแวงหลังเพื่อเช็กความปลอดภัยให้ตัวเองและกลุ่มเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย ทว่า คราวนี้สิ่งที่ฉันเจอมันคือความว่างเปล่า

เพราะผู้ชายท่าทางน่ากลัวพวกนั้นไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมอีกต่อไปแล้ว...

เวลาต่อมา ฉันถูกเจสพาตัวมายังที่นั่งที่บลูวางข้าวของและจ่ายเงินจองเอาไว้

ลมเย็นๆ ริมหาดช่วงเกือบบ่ายทำฉันตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งชายหาดเพื่อให้ตัวเองผ่อยคลาย ต่างจากเจสกับบลูที่ตอนนี้ต่างโบกมือเรียกพ่อค้าแม่ค้าริมหาดสั่งอาหารตามใจตัวเอง อาจด้วยความหิวเวลาเพียงไม่นานอาหารทะเลมากมายก็ถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะจนเต็ม ไม่ว่าจะปลาหมึกเผา กุ้งเผา ปลาหมึกนึ่งมะนาว หรือส้มตำ

          “น้ำมนต์ไม่กินเหรอ?” บลูเอ่ยขึ้นขณะปากยังเคี้ยวตุ้ยๆในอาการหิวโซ เมื่อเห็นว่าฉันเอาแต่นอนเอนหลังกอดอกมองพวกเขาอยู่ในท่าเดิม

แค่มองพวกเธอกินก็อิ่มแล้ว~” ฉันแสร้งตอบเสียงทะเล้นใส่เจ้าของคำถาม นั่นเลยทำให้เจสรีบใช้มือตีแนฉันเบาๆ แล้วว่า

แกก็กินเลย เดี๋ยวไม่มีแรงเล่นน้ำทะเล” เจสไม่ได้แค่พูดแต่ยังคะยั้นคะยอตักปลาหมึกชิ้นใหญ่มาจ่อให้ที่ปาก ครั้นจะเบือนหน้าหลบมันก็ดูจะเสียน้ำใจไปนิด ผลสุดท้ายก็เลยต้องอ้าปากรับจนได้ 

พอได้ลิ้มรสชาติอาหารทะเลเข้าไปหนึ่งคำ ท้องที่หิวไส้กิ่วมาตั้งแต่เมื่อคืนก็เริ่มแสดงปฏิกิริยา เรียกร้องขออาหารเพิ่ม จากที่นั่งเฉยๆ ฉันก็เลยต้องเสนอหน้าเข้าไปร่วมวงซักโฮกอาหารตรงหน้าแบบลืมความเกรงใจ

แกจะกินอะไรอีกก็สั่งได้เลย วันนี้ฉันเปย์!” ส่วนนั่นคือคำกำชับของเจสหลังจากเราร่วมวงกินข้าวเที่ยงกันไปได้ระยะหนึ่ง สีหน้าบลูกับเจสตอนนี้ดูมีความสุข ฉันเองก็ด้วย

เหมือนกับว่าช่วงที่กำลังนั่งร่วมวงกินข้าวกันนั้น สมองมันไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัว ลืมเรื่องร้ายๆ และสิ่งที่เพิ่งเจอก่อนหน้าไปจนหมด และเมื่อเราทุกคนกินข้าวกันจนอิ่มแปร่เป็นที่เรียบร้อย ก็ใช่ว่าบลูกับเจสจะเสียเวลานอนโง่อยู่บนชายหาดแบบเดียวกับที่ฉันทำหรอกนะ พวกเขารีบเปลี่ยนชุดสำหรับเล่นน้ำทะเล ก่อนจะพากันวิ่งลงน้ำไปเหมือนเด็กๆ

เกือบพักใหญ่ล่ะมั้งที่ฉันทำหน้าที่นั่งมองบลูกับเจสเล่นน้ำกัน พอมองนานๆ มันก็เริ่มอยากมีส่วนร่วมขึ้นมา  พอคิดได้เช่นนั้นมือเลยจัดการปลดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนอกที่สวมอยู่ออกพาดมันลงกับหัวเก้าอี้ชายหาด ก่อนตัดสินใจลุกจากที่นั่ง วิ่งลงทะเลตามเพื่อนรักไปติดๆ

ซ่าา!

น้ำทะเลถูกวักใส่ฉันทันทีที่ก้าวลงเข้าประชิดตัวเพื่อนรักทั้งสอง แน่นอนว่าฉันไม่มีทางยอมให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว รีบวักน้ำสาดใส่ทั้งบลูและเจสกลับไปแทนจะทันที

บลูจัดการน้ำมนต์เลย!”

ซ่าซ่า!

นี่เดี๋ยวเถอะ!” ฉันกำลังสนุก ตอนนี้ฉันรู้สึกแบบนั้น กำลังสนุกเหมือนอย่างที่เจสกับบลูกอยากให้เป็น คิดไม่ออกจริงๆ ถ้าถึงเวลาที่เราต้องกลับไปอยู่ที่บ้านตามเดิม ตอนนั้นฉันจะยังรู้สึกสนุกได้แบบนี้อยู่อีกไหม...

แต่ไม่นานนักหรอกไอ้ความสนุกที่ฉันกำลังไขว่คว้าและสัมผัสอยู่ จู่ๆ ลดหวบสลายลงไปอย่างฉับพลัน เมื่อตอนนั้นเองสายตาฉันที่ตั้งใจจะมองกลับขึ้นไปบนฝั่งยังจุดที่เราใช้นั่งกินข้าวกันก่อนหน้านี้ ดันบังเอิญเหลือบไปเจอเข้ากับผู้ชายท่าทางแปลกๆ แต่กายผิดวิสัยต่างจากนักท่องเที่ยวที่พากันมาเล่นน้ำทะเล

คราวนี้ฉันเห็นชัดกว่าตอนที่ยืนอยู่หลังรถตู้เสียอีก เขาแต่กายด้วยชุดสูทสีดำสนิท ใส่แว่นดำ ดูไม่ต่างจากพวกลูกน้องของผู้ชายท่าทางน่ากลัวคนนั้นเลยสัก และที่น่าตกใจก็คือ เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่คนลักษณะเช่นนั้นยืนกระจัดกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ บริเวณริมชายหาด

เมื่อเห็นท่าไม่ดี ฉันจึงต้องละสายตาคนพวกนั้นกลับมายังเพื่อนรักซึ่งกำลังสนุกกับการเล่นน้ำทะเลอีกครั้ง ฉันว่าฉันไม่ได้คิดไปเอง บางทีรถคันที่ขับขนาบคู่มากับรถตู้ตอนนั้น อาจจะเป็นรถของคนพวกนี้จริงๆก็ได้

ไม่ได้การละ จะให้เจสกับบลูที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรพลอยโดนลูกหลงไม่ได้หรอกหากว่าจะมีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นจริงๆ การหลีกเลี่ยงพาตัวเองให้ออกห่างเพื่อนทั้งสองคนเป็นทางออกเดียวที่จะช่วยคนทั้งคู่ให้ปลอดภัย

ฉันเหนื่อยแล้ว ขึ้นไปนั่งพักก่อนนะ” เมื่อพูดจบฉันก็รีบแหวกกระแสน้ำเดินขึ้นกลับฝั่งด้วยการรีบร้อนทันที

ส่วนสายตาก็ยังคงชำเลืองผู้ชายท่าทางแปลกๆ พวกนั้นเป็นพักๆ ไปด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้สนใจอะไรฉันนักแม้ว่าจะตอนนี้ ฉันจะพาตัวเองกลับขึ้นฝั่งและทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งริมหาดตัวเองแล้วก็ตาม และถึงจะไม่ถูกมอง มันก็ยังไม่น่าไว้วางใจอยู่ดี ลองคิดสิ จะมีใครบ้าใส่สูทเต็มยศแบบนั้นมายืนแถวชายหาดบ้างที่แดดร้อนจัดแบบนี้บ้าง นอกจากว่าพวกเขาบ้า!

เอาน่าน้ำมนต์ มันคงไม่มีเรื่องอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ...

ทำใจให้สงบ แล้วหาของยัดเข้าปากซะจะได้ไม่เครียด!

ฉันบอกตัวเองเช่นนั้นพลางหยิบจับส้อมบนโต๊ะให้มั่น ตั้งใจจะจิ้มเนื้อปลาหมึกยัดเข้าปากเพื่อทำลายความตึงเครียดและความกังวลที่มีลงซะ ทว่า ยังไม่ทันได้ทำได้สมใจดั่งที่ตั้งใจ

กึก...

สายตาที่เคยจดจ้องไปยังชิ้นปลาหมึกก็ถูกทำให้เสียสมาธิเมื่อเสียงย่ำทรายดังขึ้นในระยะประชิด แสงของแดดที่เคยส่องถึงตอนนี้ก็ดูจะถูกเจ้าของเสียงย้ำดังกล่าวบดบังไปด้วยเช่นกัน เพราะคิดว่าเป็นบลูฉันจึงแสร้งทำเป็นยิ้มกว้าง กดปลายส้อมจิ้มชิ้นปลาหมึกจากนั้นก็รีบยื่นส่งไปให้พร้อมเอ่ยปากชวนทันที

กินไหมบลู...อะ” และมันก็เป็นอีกครั้งที่เสียงถูกทำให้ขาดหายไปช่วงท้ายประโยค ทันทีที่สายตาสบกับเขานัยน์ตาคมคู่หนึ่งของผู้มาเยือน

เขาไม่ใช่บลูอย่างที่ฉันคิดไว้ในตอนแรก แต่เป็นชายตัวสูงในสภาพเปลือยท่อนบนโชว์เรือนร่างกำยำได้รูปในแบบที่ผู้ชายควรจะมี รอบคอมีผ้าขนหนูผืนเล็กพาดห้อยอยู่ 

ที่ดูจะไม่เข้ากับเขาเลยสักนิดก็คงเป็นกางเกงลายดอกชบาสีสันสดใสแบบไทยๆนั่นล่ะ แน่ล่ะในเมื่อปกติแล้วผู้ชายคนนี้มักจะแต่งกายด้วยเครื่องแบบสีดำสนิททั้งตัวนี่นา...

ดะ...ดาจอง...

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7477 Charlotte808 (@thunchanokmum) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 02:52
    #มาเฝ้าเมีย //สนุกมากอะะ อยากให้ไรท์ลงจนจบ
    #7,477
    0
  2. #7380 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 13:48
    รอค่าาา
    #7,380
    0
  3. วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 09:35
    มาทำไรที่นี่ดาจอง
    #7,379
    0
  4. #7378 Blue'naruk (@0841995227) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 06:56
    งื้อออ รอๆ
    #7,378
    0
  5. #7377 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 01:29
    น่าร้ากกกกก หลงรักนัมมุนล่ะสิดาจอง
    #7,377
    0
  6. #7376 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 00:36
    มีความมาตามเมียจ้าาาาาา 5555
    #7,376
    0