เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 26 : SOS25 ll ความจริง(2) {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    14 ธ.ค. 60



EP25


แม่คะหนูกลับมาแล้วอะ” 

เสียงของฉันขาดหายไปในช่วงที่ประตูถูกเปิดออกจนสุด

ภาพของบ้านหลังเดิมที่ฉันเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด ที่ต่างออกไปในวินาทีนี้ก็คงจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ซึ่งเคยถูกจัดวางเอาไว้จนเป็นระเบียบเรียบร้อย ในเวลานี้มันได้พังลงและล้มระเนระนาดจนหน้าใจหาย

แม่ของเธอที่อยู่ประเทศไทยตอนนี้กำลังลำบาก’ เสียงของคุณคิมแทมุนในตอนนั้นดังเข้ามาในหัวจนเผลอยกมือขึ้นปิดหูของตัวเอง และเลือกที่จะใช้เสียงทั้งหมดที่ตะโกนเรียกหาคนเป็นแม่ออกไปครั้ง

มะ แม่คะหนูกลับมาแล้ว” เท้าทั้งสองข้างเดินย่างก้าวผ่านข้าวของมากมายที่พังพินาศภายในตัวบ้านด้วยความรู้สึกหวั่นใจ โดยที่ในหัวยังคงมีเสียงของผู้ชายคนนั้นดังไม่หยุด

แม่ของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย’ แต่ฉันก็เลือกสะบัดไล่เสียงดังกล่าวออกไป พยายามคิดในแง่ดี คิดว่าบางทีในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ แม่อาจจะไปพักบ้านญาติ แล้วปล่อยบ้านทิ้งไว้จนถูกโจรงัดแงะเข้ามารื้อข้าวของภายในบ้านก็ได้ แต่พอในตอนนี้ทั่วบ้านที่เงียบงันไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดของผู้เป็นเจ้าของบ้านอีกคน ฉันก็

ฮึก... แม่คะ...หนู กลับมาแล้ว…” ฉันพยายามเดินสำรวจไปทั่วทั้งบ้าน

ทั้งชั้นบนและล่าง โดยที่ปากก็เอาแต่ตะโกนเรียกแม่ไม่หยุด และรู้ไหม ไม่มีครั้งไหนที่ฉันจะได้ยินเสียงของคนเป็นแม่ตอบกลับมาให้หายโล่งใจเลยสักนิด มีเพียงชั้นสองของบ้านเท่านั้นที่ยังดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ทั้งห้องนอนของฉันรวมไปถึงห้องนอนของแม่ สภาพแตกต่างต่างจากบรรยากาศชั้นล่างโดยสิ้นเชิง

ไม่จริงหรอก… ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับแม่หรอก!

บรื้นนนน

เสียงเครื่องยนต์ด้านนอกตัวบ้าน ทำฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า คุณลุงคนขับแท็กซี่ยังคงรอเอาค่าโดยสารอยู่ที่ด้านนอก พอคิดแบบนั้น ฉันจึงรีบหอบกระโปรงพร้อมด้วยความเป็นกังวลพาตัวเองลงไปที่ชั้นล่างอีกครั้ง และคราวนี้ฉันก็ได้พบกับใครอีกอีกคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานหลายวัน

น้ำมนต์!”

บลู…”

“น้ำมนต์จริงๆด้วย!” เพื่อนสมัยเด็กของฉันในตอนนี้แสดงสีหน้าตกใจอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเราได้มีโอกาสเห็นหน้ากันตรงๆ เขารีบจ้ำเท้าตรงเข้ามาดึงฉันไปกอดอย่างรวดเร็วไม่มีแม้แต่คำพูดใดให้เสียเวลา “เมื่อกี้ฉันเอาขยะออกมาทิ้ง เห็นรถแท็กซี่จอดอยู่ เขาบอกว่าเจ้าของบ้านยังไม่ได้จ่ายค่าโดยสาร...รู้ไหมว่าฉันโคตรดีใจเลย

ละ แล้วค่าแท็กซี่ล่ะ…”

ฉันจ่ายให้เธอแล้ว ไม่ต้องห่วง” ยิ่งพูดบลูก็ยิ่งกอดกระชับรอบตัวฉันแน่นมากยิ่งขึ้น และเมื่อเขาพึงพอใจ เขาจึงค่อยๆ คลายอ้อมกอดอุ่นออกช้าๆ

แม่ล่ะ… แม่ฉันไปไหน” ทั้งที่ฉันควรจะดีใจที่มีโอกาสได้พบหน้ากับเพื่อนสมัยเด็กอย่างเขาอีกครั้งแท้ๆ ทว่า น้ำตาที่ทำท่าจะไหลออกมาในตอนนี้มันดันเต็มไปด้วยความรู้สึกอื่น ในหัวของฉันตอนนี้มีแต่เรื่องแม่เต็มไปหมด

บลูอยู่ข้างบ้านไม่ใช่เหรอ บลูเห็นแม่ฉันบ้างไหม!?” ฉันรัวคำถามออกไปไม่หยุด ทว่า สิ่งที่ได้กลับมาจากบลูมีเพียงความเงียบเท่านั้น มือทั้งสองข้างของเขาสัมผัสลงที่หัวไหล่ฉันแผ่วเบา ราวกับจะบอกให้ฉันใจเย็นลงมากกว่านี้

ฮึก… แม่ล่ะ แม่ฉันล่ะบลู ฮือออ…”

แม่ของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย’ ไม่หรอกแม่ต้องไม่เป็นไร บางที… บางทีแม่อาจจะแค่ไปอยู่บ้านญาติเฉยๆ ก็แค่นั้น หมอนั่นมันตั้งใจจะฆ่าทุกคน หลังจากที่งานแต่งงานระหว่างเธอกับมันเสร็จสิ้นลง… ซึ่งนั่นรวมไปถึงเธอด้วย นัมมุน

ไม่ใช่หรอกไม่ใช่แม่ต้องไม่เป็นอะไร!

วันก่อนฉันก็มาหาคุณน้า แต่ว่าสภาพบ้านมันก็กลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว” เสียงของบลูที่คล้ายกับจะหักล้างความหวังอันเหลือน้อยของฉันดังขึ้น คำพูดดังกล่าวของเขาทำฉันสั่นเทิ้มไปหมด “แต่ถ้าคิดในแง่ดี คุณน้าอาจจะไปพักอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัดก็ได้นะ

แม้สถานการณ์ในตอนนี้จะย่ำแย่จนทำฉันแทบหมดแรงที่จะเชื่อไหว แต่บลูก็ยังพยายามปลอบใจด้วยการรังสรรค์คำพูดดีๆ ออกมาให้ฉันสบายใจขึ้น

แล้วถ้ามันไม่ใช่ล่ะ…” สุดท้ายมันก็เป็นฉันเสียเองที่พังความหวังอันเจือจางของตัวเองลง และนั่นทำคนถูกถามค่อยๆ ลดมือที่วางลงบนไหล่ฉันลงอย่างช้าๆ บลูเลือกที่จะเบือนหน้าหนี เพราะเขาเองก็คงไม่มีคำพูดหรือเหตุผลที่ดูดีไปมากกว่านี้เพื่องัดออกมาอธิบายนักหรอก

ฉันปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้นเมื่อความคิดในหัวกับสิ่งที่เป็นไป มันขัดแย้งกันจนเกินจะเยียวยา และฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองควรจะทำอะไรต่อไป

ทำไม… ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นกับครอบครัวของฉันด้วย!

วันก่อน ที่เข้ามาบ้านหลังนี้ ฉันเจอนี่ด้วยนะ” หลังจากบลูเงียบไปได้ไม่นาน เขาก็พูดขึ้นอีกครั้งพร้อมทั้งหยิบของสิ่งหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกงจากนั้นก็พูดต่อ “ฉันไม่เคยละลาบละล้วงเปิดอ่านหรอก แต่มันอยู่บนโต๊ะในที่ที่ปลอดภัยและดูไม่เสียหายมากที่สุด… ฉันเลยคิดว่ามันเป็นของเธอ

ฉันก้มมองของที่อยู่ในมือของบลูเล็กน้อยก่อนจะพบว่ามันคือกระดาษใบเล็กซึ่งถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย มือไม้มันสั่นเมื่อรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ในมือเพื่อนสมัยเด็กคือข้าวของเพียงอย่างเดียวของแม่ที่อาจจะให้คำตอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะแบบนั้นเอง ฉันจึงรีบรับกระดาษแผ่นนั้นคลี่ออก เพื่อคลี่ดูเนื้อความภายใน

น้ำมนต์ลูกรัก หนูหายไปหลายวันแล้วนะ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทุกวัน… แม่คิดถึงหนูตลอดเลยนะลูก…’

ลายมือที่เขียนเนื้อความของจดหมายด้านในเป็นลายมือของแม่จริงๆ… และนั่นยิ่งทำให้ฉันกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ไม่ไหว โดยเฉพาะเมื่อได้อ่านใจความต่อมา

‘18ปีแล้วนะน้ำมนต์ที่หนูเกิดมาเป็นลูกของแม่ ไม่มีวันไหนเลยที่แม่ไม่รักหนู หนูคือลูกสาวคนเดียว คือความภาคภูมิใจเดียวที่แม่มี… ตลอดมาแม่ไม่เคยคิดอยากเสียลูกไปเลยครั้ง แม่อยากให้หนูรู้เอาไว้ว่า ตลอด18ปีที่ผ่านมา หนูคือลูกสาวคนเดียวที่แม่รักจนหมดหัวใจแม้ว่าเราจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน...

น้ำมนต์ลูกรักหนูเข้าใจที่แม่เขียนใช่ไหม ถึงเราจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่ที่สุดแล้วลูกก็ยังเป็นแก้วตาดวงใจของแม่อยู่ดี... แม่รู้สึกดีใจและมีความสุขทุกครั้งในช่วงเวลาที่เราใช้ชีวิตร่วมกัน หนูจงเดินไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย ไม่ต้องห่วงแม่ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามอย่าออกตามหาแม่ ดูแลตัวเองและอยู่ในที่ที่ปลอดภัย

หนูจงเดินไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย ไม่ต้องห่วงแม่ จงนำทางให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศเกาหลีใต้อยู่กันด้วยความรักและความสุข ใช้ความใจดี อ่อนโยน อบอุ่นและร่าเริง อันเป็นข้อดีของลูกในทางที่ถูกต้อง ในฐานะของราชวงศ์องค์สุดท้ายของโชซอน

และจงมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แทนผู้หญิงนิสัยไม่ดีแบบแม่ด้วยนะ  

ณรินทร์…’

มือของฉันสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง เมื่อได้อ่านใจความในจดหมายที่เหลือไว้ของแม่จนจบ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ทรุดลงไปนั่งกับพื้นเสียเฉยๆ น้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ฉันรู้เลยว่าควรจะเสียใจเรื่องไหนดี ระหว่างเรื่องที่แม่หายตัวไปและอาจจะตกอยู่ในอันตรายกับเรื่องที่ว่าฉันไม่ใช่ลูกสาวของแม่จริงๆ 

ทั้งที่คิดว่าตัวเองอาจจะเข้มแข็งขึ้นมาได้บ้างแล้วแท้ๆ ทั้งที่กล้าที่จะก้าวผ่านอุปสรรคใหญ่ๆ เพื่อที่จะพาตัวเองกลับมายังสถานที่อบอุ่นแบบที่ใครๆ เรียกกันว่า ‘บ้าน’ แต่แล้วทำไมล่ะ… 

ทำไมฉันในตอนนี้กลับรู้สึกตัวเองอ่อนแอยิ่งกว่าเดิมเสียอีก...

พ่อของหนู อยู่ที่ประเทศเกาหลีจ๊ะ แต่หนูไม่ต้องห่วงนะ แค่แม่คนเดียวแม่ก็เลี้ยงหนูได้ ความหวังที่ฉันตั้งใจทำมาโดยตลอดเพื่อที่ให้ครอบครัวของเราได้อยู่พร้อมหน้ากัน คล้ายกับถูกลมพายุลูกใหญ่พัดให้พังครืนลงมาจนเหลือเพียงฝุ่นผง และมันไม่ใช่แค่ความหวัง แต่มันรวมไปถึงความฝันสูงสุดของฉันด้วยเช่นกัน

ทำไมล่ะ

‘18ปีแล้วนะน้ำมนต์ที่หนูเกิดมาเป็นลูกของแม่

ทำไมล่ะ

ฮึก…”

แม่รู้สึกดีใจและมีความสุขทุกครั้งในช่วงเวลาที่เราใช้ชีวิตร่วมกัน

ทำไม

ตลอด18ปีที่ผ่านแม่ หนูคือลูกสาวที่แม่รักจนหมดหัวใจจริงๆ

ฮืออออออออ

คืนนั้นบลูอยู่ข้างฉันยันดึกดื่น เพื่อคอยปลอบโยนและอยู่เป็นเพื่อน ก่อนกลับออกไปในเวลาเกือบๆ ตีหนึ่ง เพราะฉันนั่นแหละที่เป็นคนบอกให้เขากลับไปเอง เพราะอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทบทวนเรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่อยากให้ใครต้องมองเห็นความสับสนและความอ่อนแอของตัวเองในเวลาแบบนี้

มันน่าอายและน่าสมเพชเกินไป...

มันเหมือนเรื่องตลกร้ายที่อยู่ในโลกของความเป็นจริง

ฉันพาตัวเองที่ร้องไห้จนหมดแรงมายังโซฟากลางบ้านซึ่งยังคงตั้งไว้ในสภาพเดิม และทิ้งตัวลงนอนเอนราบลงตามแนวยาวทั้งชุดแต่งงานแบบนั้น

คุณคังต้องการอภิเษกสมรสกับคนของราชวงศ์โชซอนคนสุดท้าย…’

ราชวงศ์โชซอนงั้นเหรอ

คนพวกนั้นต้องการทำลายแผนการของฉัน พวกมันต้องการเอาชนะและยึดอำนาจสูงสุดของเกาหลีใต้ไปไว้ในมือ วิธีการของพวกมัน คือการขัดขวางการออกตามหาเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์โชซอนและเธอนั่นแหละ คือเชื้อพระวงศ์ที่มันต้องการ

ฉันคือคนของราชวงศ์อะไรนั่นจริงๆ งั้นเหรอ

แม้จะรู้สึกคิดไม่ตกกับคำพูดและเนื้อหาในจดหมายที่แม่ทิ้งเอาไว้มากเท่าไหร่ แต่รู้อะไรไหม ฉันไม่เคยโกรธแม่เลย ไม่ว่าเนื้อความในจดหมายฉบับดังกล่าวจะเป็นความจริงหรือไม่ เพราะสุดท้าย สมบัติมีค่าที่สุดของแม่คือฉัน และสมบัติที่ไม่สามรถหาค่าใดเปรียบได้ของฉันก็คือแม่เช่นกัน 

ผู้หญิงคนเดียวที่ฉันมองเห็นผ่านสายตามาตลอดตั้งแต่จำความได้ ผู้หญิงที่ดุด่าว่ากล่าวในยามที่ฉันทำผิด คอยยืนอยู่ข้างๆ ในยามที่ฉันสิ้นหวังและรู้สึกท้อแท้ ไม่ว่าความจริงจะเป็นแบบไหน ไม่ว่าฉันจะเป็นใครก็ตามแต่ ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ฉันอยากพบเจอให้หายคิดถึง อยากเห็นหน้าให้หายหวั่นใจ อยากสวมกอดแน่นๆ เพื่อรับไออุ่นความรักเหมือนทุกที

ก็มีแค่แม่คนเดียวเท่านั้น

ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ฉันเอาแต่ชำเลืองมองไปที่ประตูบ้านซึ่งปิดสนิทพร้อมด้วยความหวังอันลิบหลี่ว่าบางทีแม่อาจจะกลับมาในคืนนี้

แต่ความเหนื่อยล้าและความเพลียจากการเดินทางและการร้องไห้ตลอดแทบทั้งคืน ทำการรอคอยอย่างไร้ความหวังสิ้นสุดลงและจมดิ่งเข้าสู่ห่วงนิทราทั้งๆ ที่ใบหน้ายังมีคราบน้ำตาติดอยู่

ฉันกำลังฝัน และรู้ดีว่าความฝันที่ฉันกำลังเห็นนั้นมันไม่ใช่ความจริง ภายในบ้านหลังเล็กหลังนี้ ฉันกำลังช่วยแม่ทำขนมไทยส่งขายยังตลาดเหมือนทุกที แต่ในคราวนี้มันต่างออกไป เมื่อที่ข้างกายแม่ตอนนี้มีผู้ชายอีกคนในชุดสูทสีเข้มกำลังช่วยนวดแป้งทำขนม บ้านของเราคลอด้วยเสียงหัวเราะของความสุข และฉันเรียกผู้ชายคนนั้นว่า ‘พ่อ

กึก!

แรงยวบของโซฟาทำฉันสะดุ้งเล็กน้อยจากภาพความฝันอันอบอุ่น และค่อยๆ ปรือตาขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในบ้าน ก่อนต้องพบว่าบ้านทั้งหลังในเวลานี้ถูกปิดไฟลงจนมืดสนิท มันน่าแปลก ทั้งที่ก่อนจะเผลอหลับไป ฉันจำได้ว่าไม่ได้ปิดไฟภายในบ้านสักดวงเลยแท้ๆ

เหตุผลก็เพราะฉันยังแบกความหวังเอาไว้ ว่าบางทีทุกเรื่องที่ฉันรับรู้มันอาจจะเป็นแค่มุขตลกร้ายแกล้งกัน และแม่อาจจะกลับเข้าบ้านมาในเวลาเช้า แต่สิ่งที่ฉันต้องพบในเวลานี้มันต่างออกไป ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งท่ามกลางความมืดกำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวที่ฉันนอนอยู่ แต่เพราะความมืด ฉันจึงมองเห็นหน้าเขาได้ไม่ชัดนัก 

บรื้นน

วินาทีที่เสียงของรถมอเตอร์ไซด์ขับผ่านหน้าบ้าน แสงไฟจากไฟหน้ารถก็สาดผ่านเข้ามา จนทำให้เห็นใบหน้าของร่างใหญ่ข้างกายได้ชัดขึ้นแม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่ฉันก็จำเขาได้

ดะ ดาจองเหรอ

หนะ นาย…” ฉันพยายามพูดให้เป็นภาษาแต่ความงัวเงียมันทำให้ฉันเรียบเรียงความคิดได้ไม่ดีนัก แต่ก็ยังพอเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยถาม

เธอร้องไห้เหรอ” ไม่ใช่แค่ถามแต่เขายังถือวิสาสะเอื้อมมือสัมผัสแก้มฉันอย่างอ่อนโยนคล้ายกับอย่างช่วยปลอบปะโลม ฝ่ามือของดาจองตอนนี้น่ะ อ่อนโยนและอบอุ่นไม่สมเป็นเขาเสียเลย

ไหนบอกจะไม่ร้องไห้แล้วไง อย่าร้องไห้แบบนี้สิ...” อีกครั้งที่เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเดิมๆ มันคือคำสัญญาเดียวกับในวันนั้น วันที่เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ฉันรอดจากคมกระสุนของพวกลอบทำร้าย

ทำยังไงดีล่ะเขาตามมาทำร้ายฉันเหรอ...

นาย… ตามมาทำร้ายฉันเหรอ” แม้ว่าภาพลักษณ์ของดาจองที่ปรากฏต่อสายตาท่ามกลางความมืดในเวลานี้จะเปลี่ยนไป แต่ฉันก็ยังเอ่ยปากถามออกไปแบบนั้น เพราะในหัวตอนนี้ยังไม่สามารถเรียงเรียงสติได้มากพอ เพื่อพูดคุย

อะไรที่นึกออกและพอจำได้ว่าควรพูดอย่างไรจึงถูกทวงถามออกไปด้วยเสียงงัวเงีย 

เปล่า” เขาตอบเพียงสั้นๆ ขณะเกลี่ยปลายนิ้วไปตามโครงหน้าฉันอย่างเบามือ “เธอกลัวหรือไง…”

ฮึก…”

อ่า ยัยบ้านี่… อย่าร้องไห้สิดาจองพยายามดุฉันด้วยเสียงที่ค่อยที่สุด จนไม่เหมือนกับเป็นการดุ แต่เป็นการบอกให้ฉันหยุดมากว่า

ฮือออ” ยิ่งเขาแสดงความใจดีของตัวเองออกมามากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ไม่รู้ว่ากลัวเขาหรือว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่

เคยบอกไปแล้วไง ว่าหน้าเธอตอนร้องไห้โคตรดูไม่ได้ ฮ่าๆ” และนั่นเป็นคำพูดติดตลกของดาจองที่ฉันในเวลานี้ได้ยินชัดเจนมากที่สุด ปลายนิ้วของเขาหยุดชะงักลงเล็กน้อย เงาสะท้อนในแววตาทำให้ฉันรับรู้และมองเห็นสีหน้าของคนตัวใหญ่ผ่านความมืด 

เลิกร้องไห้เถอะนะ...พร้อมกับคำขอแสนสุภาพ

เสียงหัวเราะของเขา ท่าทางใจดี ไหนจะคำพูดของเขาคล้ายกำโอบอุ้มตัวฉันให้รู้สึกอบอุ่นโดยไม่ต้องได้รับการกอด ทั้งหมดนี่น่ะ มันผิดเพี้ยนไปหมด มันเหมือนไม่ใช่เขา ก็ในเมื่อเขาเป็นคนพูดออกมาเอง ว่าถ้าฉันหันหลังให้เขาเมื่อไหร่ เราทั้งคู่ถือว่าเป็นศัตรูกัน

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้เหมือนกับความฝันไปหมด

นี่ดาจอง… นายตอนนี้น่ะ ฮึก… เป็นแค่ความฝันใช่ไหม?” อาจเพราะว่าฉันต้องการที่จะพบแม่เอามากๆ และบุคคลที่สามารถช่วยเหลือฉันได้ในครั้งนี้คงมีเพียงเขาแค่คนเดียว ฉันถึงได้ฝันเป็นตุเป็นตะแบบนี้

ถ้าเธอคิดว่ามันคือความฝัน ฉันก็ว่ามันคงเป็นความฝัน...

ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันขอฝันแบบนี้ต่อไปได้หรือเปล่า

ถ้าไม่ได้มาทำร้าย งั้นก็แปลว่ามาช่วยฉันใช่ไหม…”

อืม” คำตอบสั้นๆ ของเขาทำฉันหลุดยิ้มออกมาทั้งน้ำตา แม้ว่านี่อาจจะเป็นเพียงแค่ความฝันก็ตาม แต่อย่างน้อยคำพูดของดาจองในตอนนี้ มันก็ช่วยเพิ่มกำลังใจให้ฉันมาเปราะหนึ่ง

ถ้าอย่างงั้น… ฉัน … อื้อ…” น้ำเสียงงัวเงียกึ่งมีสติและไม่ได้สติของฉันถูกทำให้เงียบ เมื่อคนตัวใหญ่ทาบมือข้างหนึ่งลงกับพนักโซฟา โน้มหน้าเข้ามาใกล้และจรดริมฝีปากปิดทุกเสียงที่ฉันพยายามสื่อสารอย่างอ่อนโยน

ริมฝีปากของดาจองที่ประทับลงมาในตอนนี้ไม่ได้รุนแรง ดุดันเหมือนกับทุกที หากแต่เบาบางและอ่อนโยนเกินคำบรรยาย การกระทำของเขาคล้ายกับชำระล้างความคิดที่อยู่ในหัวให้ขาวสะอาด มันเนิ่นนานราวกับว่านั่นคือตราประทับคำสัญญา

มือทั้งสองข้างเอื้อมสัมผัสแตะแผ่นหลังกว้างของคนตัวใหญ่อย่างไม่ตั้งใจ ก่อนเริ่มกำกระชับเสื้อสูทตัวนอกของเขาเอาไว้แน่น เพื่อระบายทุกความรู้สึกที่มีให้สลายไป โดยที่ริมฝีปากของเรายังบดเบียดกันอยู่เช่นนั้น

ฉันจะช่วยเธอ…” เสียงกระซิบเบาๆ ดังขึ้นเมื่อดาจองผละริมฝีปากออกไป ก่อนจรดลงที่ข้างแก้มเบาๆ แล้วพูดออกมาอีกครั้ง “แม่เธอจะต้องปลอดภัย…” 

ริมฝีปากร้อนพรมจูบไปทั่วใบหน้า เริ่มจากแก้มทั้งสองข้าง หน้าผาก ปลายจมูก ปลายคาง ก่อนมาหยุดที่ริมฝีปากปากอีกครั้ง ทุกสัมผัสช่างเบาบางต่างที่ฉันเคยพบเจอ เขาทำราวกับว่า ฉันคือสมบัติมีค่าเพียงชิ้นเดียวที่เขาหวงแหนนักหนา พร้อมด้วยคำพูดสั้นๆ

เธอจะต้องปลอดภัยเช่นกัน…”

แม้ว่านี่อาจจะเป็นแค่ความฝัน… แต่รู้ไหมฉันเชื่อในทุกการกระทำที่เขามอบให้และสัญญา ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องแบบนี้ ฉันอาจไม่สามารถสัมผัสได้ในโลกของความจริงเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว

โดยเฉพาะชื่อที่เขาใช้เรียกเหมือนกับว่าสนิทกัน...

หลับเถอะ...นัมมุนนา” สัมผัสร้อนจากริมฝีปากของเขาคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันจำได้ แต่ก่อนที่ความคิดและสติทั้งหมดจะถูกดึงกลับสู่ความมืดอันหนาวเหน็บ ฉันก็ได้ยินเสียงสั่งซึ่งเต็มไปด้วยอำนาจดังคลอเข้ามาว่า

ตามหาตัวคุณนารึนให้พบ ส่งเรื่องเจรจากับคนพรรคคิม อีกวันสองวันฉันจะกลับไป!!

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7375 4125347869 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 00:01
    หลงรักดาจอง
    #7,375
    0
  2. #7374 speek-now (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 22:56
    ฉันรักเขา ดาจองงงงงงงงงงง
    #7,374
    0
  3. #7369 0841995227 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 19:37
    งื้อออ น่ารักกก
    #7,369
    0
  4. #7368 leenoii332 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 19:21
    ฝันเราเป็นจริง ฮืออออ ภาวนาให้ดาจองมาช่วยน้ำมนต์ T^T ฉันรักเค้าาาา
    #7,368
    0
  5. #7367 phannipa2545 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 19:08
    omg omg
    #7,367
    0
  6. #7366 phannipa2545 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 19:08
    MOG MOG!!!!!!!
    #7,366
    0
  7. #7365 pinnkuu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 19:02
    อัพต่อนะค้าาา
    #7,365
    0
  8. #7364 pinnkuu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 19:01
    งื้ออ ละลายจมโซฟา ดาจองลุคนี้...อื้อออ
    #7,364
    0
  9. #7363 chompoowj (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 18:48
    งุ้ยละมุนอ่ะะ
    #7,363
    0