เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 23 : SOS22 ll หนี(2) {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    14 ธ.ค. 60



EP22


ที่ตรงนี้ มันไม่ใช่ที่ที่เจ้าสาวแสนสวยอย่างเธอจะมาวิ่งเล่นเลยนะนัมมุน

ฉันหันขวับมองเจ้าของเสียงด้วยความตกใจ ก่อนจะพบว่าเจ้าของคำพูดคือชายรูปร่างสูงโปร่ง หากแต่มีเรี่ยวแรงเยอะเกินกว่าที่ฉันคิดนัก เขาสวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิทไม่ใช่เพียงแค่นั้นแต่เขายังสวมแว่นกันแดดสีดำอำพรางใบหน้าด้วยเช่นกัน

คะ คุณ…” ฉันอุทานเบาๆ ในตอนนี้ฉันเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ไม่รู้ว่าใครมาดีมา รวมไปถึงผู้ชายตรงหน้าด้วยเช่นกัน

เธอกำลังจะทำอะไรคิดจะหนีงานแต่งงานของตัวเองหรือไง?” ชายแปลกหน้าเอ่ยปากถาม ขณะเดียวกันเขาก็บีบข้อมือฉันแรงแรงเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ฉัน…” อะไรกันนะ ผู้ชายคนนี้

ท่าทางแบบนั้นมันคืออะไร… อย่าบอกนะว่าจำฉันไม่ได้อีกแล้ว ยัยสมองปลาทองเอ้ย!” แต่แล้วผู้ชายคนดังกล่าวก็ทำลายบรรยากาศกดดันรอบตัวของเราทั้งคู่ลง ด้วยน้ำเสียงทะเล้นๆ เขายอมปล่อยข้อมือฉันออก จากนั้นก็ถอดแว่นดำที่สวมมาออก จนสามารถเห็นใบหน้าหล่อทะเล้นของเขาได้อย่างชัดเจน

อุนมยอง!” ฉันอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น และนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆ วันที่ฉันสามารถฉีกยิ้มได้กว้างที่สุดกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า และนั่นพลอยให้คนถูกเรียกฉีกยิ้มตามไปด้วย

ส่งตัวผู้หญิงคนนั้นมา!” แต่ยังไม่ทันที่เราทั้งคู่จะได้พูดจาอะไรกันมากไปกว่านี้ เสียงของหนึ่งในลูกน้องดาจอง ซึ่งเป็นคนขับรถพาฉันมาที่หน้าโบสถ์แห่งนี้ก็ดังแทรกขัดขึ้นมาซะก่อน ที่สำคัญขากำลังวิ่งตรงมาที่เราทั้งคู่ และแน่นอนว่าเป้าหมายของชายคนนั้นคือฉันซึ่งเป็นเจ้าสาวสำหรับในพิธี

ถ้าเธออยากจะหนี ก็ไปเถอะ!”  อุนมยองไม่รอช้า รีบคว้าข้อมือฉันกระชากให้วิ่งลงไปตามทางลาดอย่างรวดเร็ว ส่วนฉันเองไม่ได้ขัดอะไรกับการกระทำดังกล่าวของเขาเลยสักนิด เพราะเป้าหมายของฉันมันก็คือพาตัวเองหนีไปจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เช่นกัน

และมันคงดีถ้าหากในตอนนี้ฉันมีใครสักคนพร้อมที่จะอยู่ข้างกาย

ปัง!

เสียงปืนหนึ่งนัดที่ดังไล่หลังมาคล้ายกับเป็นการยิงขู่ ทำให้อุนมยองบีบข้อมือฉันเอาไว้แน่น ขณะที่เท้าของเราทั้งคู่ยังคงเร่งวิ่งไปบนพื้นถนนที่ทอดยาวไปไกลราวกับไม่มีวันสิ้นสุด

ตั๋วเครื่องบิน…” จู่ๆ อุนมยองก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปนหอบ ขณะที่เท้ายังคงเร่งจ้ำ และมือยังคงจับข้อมือฉันเอาไว้อยู่อย่างงั้น “ตั๋วเครื่องบินสำหรับบินกลับประเทศไทย ฉันให้คนจัดการทำเรื่องพาสปอร์ตให้เธอเรียบร้อยแล้ว…”

นาย…”

ตามสัญญายังไงล่ะ” วูบหนึ่งที่เขาเหลียวมองมาทางฉันพร้อมด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็ถามออกมาอีกครั้ง “เธออยากจะหนีไม่ใช่เหรอ… ”

“…”

อยู่กับฉันเธอไม่ต้องกลัว ฉันจะปกป้องเธอเอง… เชื่อใจฉันใช่ไหม?”

เขาใจดีเหมือนกับวันแรกที่เราเจอกันไม่มีผิด

ห้ามท้อ ห้ามอ่อนแอนะ นัมมุน…”

อื้อ!” ฉันยิ้มรับการช่วยเหลือของอุนมยองอย่างไม่ต้องคิด มันก็อย่างที่เขาพูดนั่นแหละ อยู่กับอุนมยองน่ะ ฉันไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวอะไรเลย ฝ่ามืออุ่นและรอยยิ้มใจดีแบบนั้นของเขานะ มันคือกำลังใจฉันดีที่ทำให้ฉันฮึดสู้เลยก็ว่าได้ แต่ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ

กึก!

ว้ายยย!” ฉันหวีดเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะหลังจากที่ใช้เวลาวิ่งหนีออกจากงานแต่งงานมาได้ครู่ใหญ่ ส้นรองเท้าที่สวมอยู่ก็เริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว และหักลงในที่สุด

เป็นอะไรไหม?” อุนมยองหยุดฝีเท้าลงทันที เขารีบย่อตัวถอดรองเท้าส้นสูงที่ฉันสวมอยู่ออก เพื่อดูอาการที่ข้อเท้า ผิดจาก… ผู้ชายคนนั้นลิบลับ

ส้นรองเท้ามันหักน่ะ… แต่ไม่เป็นไร ฉันวิ่งเท้าเปล่าได้นะ” ฉันพยายามพูดบอกปัดความเป็นห่วงของอุนมยอง และก้มถอดรองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่โยนทิ้งแบบลวกๆ ในเวลานี้ฉันจะมาสำออยจนเป็นตัวถ่วงของอุนมยองไม่ได้หรอก แต่...

เธอใส่รองเท้าฉันได้นะ” อุนมยองยังแสดงความใจดีของตัวเองออกมาด้วยการก้มรองจัดการกับรองเท้าของตัวเองเพื่อส่งมาให้ฉันแบบไม่รีบไม่ร้อนอะไร ทว่า ในเวลาเดียวกัน

เอี๊ยดดดดดด!

เสียงเบรกดังลั่นสนั่นไปทั่วบริเวณ ก่อนจะตามมาด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ของยางรถพร้อมด้วยชายชุดดำ ที่ทำท่าจะเปิดประตูลงมา 

ไว้ก่อน หนีกันเถอะ!” นั่นจึงทำให้ฉันตัดสินใจ คว้ามืออุนมยองวิ่งหลบไปอีกทางแทนจะที่จะเป็นรองเท้าที่เขาพยายามจะถอดมาให้

บรื้นนนน

เสียงสตาร์ทรถที่ดังไล่หลังมา ทำฉันรู้สึกหวาดหวั่นตลอดทุกฝีเท้าที่วิ่งก้าวหลบหนี แต่แล้วความหวาดกลัวดังกล่าวก็ถูกทำให้สูญสลายไป ด้วยฝ่ามืออุ่นที่ค่อยๆ ประสานรวมเข้าเป็นมือเดียวกัน

แฮ่ก....แฮ่ก....”

ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!

แฮ่ก...ฮะ...ฮ่าๆ” อุนมยอง ดูจะมีความสุขกับการวิ่งหลบหนีการไล่ล่าของลูกน้องดาจองจนน่าแปลกใจ เขาหัวเราะขณะที่กำลังวิ่ง สีหน้าดูมีความสุข ทั้งที่ฉันเองในตอนแรกก็กลัวแท้ๆ แต่พอเห็นเขายิ้มและหัวเราะออกมาแบบนี้ มันก็อดที่หัวเราะตามไม่ได้

เหนื่อย...แต่สนุกดี

(พวกเขากำลังวิ่งมุ่งหน้าไปในเมือง) เสียงวอวิทยุ ที่ลูกน้องของดาจองวิ่งผ่านจุดที่เราทั้งคู่ใช้ซ่อนตัว ช่างลุ้นระทึกและบีบหัวใจเราทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี

มันทั้งน่าตื่นเต้นและน่าหวาดหวั่นไปในคราวเดียว แต่พอรู้สึกตัวได้ว่า มือทั้งของฉันกับอุนมยองยังกุมกันแน่นเอาไว้แบบนั้น มันก็พานให้หลุดหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข นึกสนุกไม่ได้

มันส์เป็นบ้าเลย!” อุนมยองกล่าวขึ้นแกมเสียงหัวเราะอย่างชอบใจเมื่อรู้สึกว่ารถที่ขับตามไล่ล่าเราเคลื่อนไปจากจุดซ่อนตัว เขาชะโงกหน้ากวาดสายตามองดูลาดเลาด้านนอกและพูดออกมาอีกครั้ง “มันไปกันแล้ว เราก็ไปกันเถอะ

อื้อ!” ตอนนี้มันคงเป็นช่วงเวลาหนีตายที่มีความสุขอย่างสุดๆ เลยล่ะ

ไม่ใช่แค่ลูกน้องดาจองเท่านั้นที่เราทั้งคู่ต้องคอยหลบเลี่ยง รถของนักข่าวที่เริ่มแห่กันไปที่โบสถ์เมียงดงก็เช่นกัน มันคงไม่ดีแน่ๆ หากว่าเราทั้งคู่จะถูกพบตัวในเวลาแบบนี้ เพราะนอกจากฉันจะถูกจับตัวส่งให้ดาจองแล้ว อุนมยองอาจจะมีข่าวเสียหายจนความนิยมตกเพราะเรื่องที่กำลังทำอยู่ก็ได้ ดังนั้นเราทั้งคู่ก็เลยต้องระวังตัวเป็นสองเท่า

เท้าทั้งสองข้างของฉันเริ่มส่ออาการปวดหนึบ หลังจากต้องวิ่งเท้าเปล่ามาเป็นเวลาเกือบชั่วโมง แต่แล้วในที่สุดอุนมยองก็พาฉันมาหยุดยืนอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อรู้สึกว่าเราทั้งคู่ปลอดภัยจากการถูกไล่ล่า

เดินต่อไหวไหม แฮ่ก…” อุนมยองหันมาถามฉันด้วยความเป็นห่วง เขารีบย่อตัวลงเล็กน้อย เมื่อดูอาการเท้าทั้งสองข้างฉันด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะกล่าวออกมาอีกครั้งด้วยน้ำสียงติดตลกปนหอบ

เท้าหญิงไทยเนี่ย แข็งแกร่งจริงๆ ฮ่าๆ

อุนมยอง!

ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า เอาใส่นี่ซะ…” เขาหลุดหัวเราะเสียงดัง พร้อมทั้งรีบถอดรองเท้าผ้าใบของตัวเองออก แถมยังบรรจงสวมให้ฉันอย่างอ่อนโยนและระมัดระวัง

การกระทำที่แสนจะสุภาพบุรุษของเขา มันทำให้ความเหนื่อยและความเจ็บปวดบริเวณฝ่าเท้าหายได้เป็นปริบพริ้งราวกับถูกรักษาด้วยเวทมนต์ พอชื่นชมเขาแบบนี้แล้ว มันก็อดจะนึกเปรียบเทียบกับใครอีกคนขึ้นมาไม่ได้ ป่านนี้หมอนั่นคงกำลังฉุนขาดอยู่แน่ๆ  ที่ฉันหายตัวออกจากงานแต่งงานมาแบบนี้ 

บ้าสิฉันจะมาคิดถึงเรื่องของหมอนั่นทำไมนะ หมอนั่นจะเป็นอะไร ยังไง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ!

เอาล่ะ เสร็จแล้ว…” เสียงของอุนมยองพูดแทรกความคิด จนต้องรีบสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระดังกล่าวออกไป แล้วก้มมองคนตัวสูงที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนขึ้นอีกครั้งในสภาพเท้าเปล่า

เดินต่อไหวไหม?” และเป็นอีกครั้งที่อุนมยองถามขึ้น คล้ายกับเพื่อให้แน่ใจ

อืม ไหวสิ แค่นี้เอง” ใช่ก่อนหน้านี้ ฉันเจอเรื่องที่หนักหนากว่านี้ตั้งเยอะ

อุนมยองขยับยิ้มใจดี พร้อมทั้งส่งมือมาที่ฉันอีกครั้ง จากนั้นก็เอ่ยปาก

จับมือไว้สิ เราจะได้เดินไปพร้อมกัน

อะ อื้อ…” ทั่วหน้ามันร้อนผ่าว เมื่อฝ่ามือของอุนมยองโอบรับมือฉันที่ยื่นส่งไปแน่น ทั้งที่เราก็จับมือกันแบบนี้มาตั้งหลายครั้งแล้วแท้ๆ แต่ในตอนนี้มันดันต่างออกไป บริเวณฝ่ามือซึ่งถูกอุนมยองจับกุมไว้ร้อนไปหมด แถมยังร้อนลามมาถึงใบหน้า จนไม่กล้าที่จะมองหน้าเขากลับไปตรงๆ

เขาน่ารักจัง

อุนมยองพาฉันเดินเข้าไปปะปนกับกลุ่มผู้คนที่เดินสัญจรไปมา ลัดเลาะไปตามทางฟุตบาทอย่างคนชำนาญทาง รอบตัวเราทั้งคู่เวลานี้ ห้อมล้อมไปด้วยตึกราสูงใหญ่ ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านรวง หรือบริษัทขนาดใหญ่ เรียกง่ายๆ ว่ามันคือเขตชุมชนเมืองนั่นแหละ 

และสิ่งที่ทำให้ฉันแทบจะลืมความปวดบริเวณเท้าได้ก็คงจะเป็น คลองขนาดใหญ่ที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตาท่ามกลางการปลูกสร้างที่ทันสมัยที่ขนาบอยู่ข้างนั่นแหละ ที่ตรงนั้นดูเหมือนจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนเกาหลี

ฉันสังเกตเห็นผู้คนบ้างก็กำลังเดินเล่นคล้ายออกกำลังกายไปในตัว บ้างก็หาที่ร่มนั่งพักอ่านหนังสือ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีกิจกรรมเป็นของตัวเองในวันสบายๆ กันทั้งนั้น

สวยจัง…” 

คลองชองเกชอน[1]” อุนมยองที่ได้ยินดังนั้นจึงกล่าวออกมาเพียงสั้นๆ พร้อมทั้งปรายตามองไปยังจุดที่ฉันกำลังมองสำรวจด้วยความตื่นตาตื่นใจ ฉันเคยได้ยินชื่อคลองแห่งนี้จากเจสอยู่บ่อยๆ ในตอนที่เราทั้งคู่พูดกันถึงเรื่องหลังสอบนักเรียนแลกเปลี่ยนผ่าน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ในตอนนี้ฉันกำลังยืนอยู่ในที่แห่งนั้นจริงๆ

เรายังมีเวลาเหลือก่อนเครื่องขึ้นอีกครั้งที่เขาเอ่ยขึ้นพลางเหลียวมองฉันช้าๆพร้อมด้วยรอยยิ้มใจดี จนฉันรู้สึกแปลกใจโดยเฉพาะกับคำถามประโยคหลัง เธออยากจะลองไปเดินเล่นข้างในนั้นดูไหมล่ะ?”

ได้เหรอ?” ฉันย้อนกลับไปแบบไม่ต้องคิด

ได้สิ มา...อย่ามัวเสียเวลายืนมองอย่างเดียวเลย” ว่าแล้วอุนมยองก็รีบกระตุกข้อมือฉันให้เดินตามหลังเขาไปอย่างรีบร้อน ฉันสังเกตใบหน้าด้านข้างของเขากำลังยิ้มอย่างมีความสุข พอเห็นแบบนั้นฉันก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย

ตึก

ทันทีที่เราทั้งคู่ก้าวเข้าสู่เส้นทางเดินยาวด้านในคลองชองเกชอน ทุกสายตาของผู้คนที่อยู่ตรงนั้นก็เริ่มจับจ้องมาที่เราทั้งคู่ทันทีด้วยเช่นกัน 

ถ้าเราเดินไปถึงตรงนั้นเธอจะเห็นหอยสีม่วงตัวใหญ่เบิ้มเลยนะรู้ไหม…” อุนมยองอธิบายพลางชี้มือไปเบื้องหน้า แต่รู้ไหม หูทั้งสองข้างฉันไม่ได้ฟังสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด เพราะที่ทำฉันเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้ มันก็คงไม่พ้นสายตาของผู้คนแถวๆ นั้นนั่นแหละ

บ้างก็มองแล้วยกกล้องจากโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป บ้างก็มองแล้วหันไปซุบซิบ สถานการณ์ที่เป็นแบบนั้น มันก็เลยทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกนัก มันคงจะแปลกมากล่ะมั้ง ที่อยู่ๆ มียัยบ้าที่หนไม่รู้แต่งตัวด้วยชุดเจ้าสาวซะเต็มยศเดินจับมือกับผู้ชายอยู่ในสถานที่สวยๆ แห่งนี้ ต่างจากอุนมยองที่เป็นคนดังซึ่งยังคงทำตัวสบายๆ แถมยังหันไปยิ้มสู้กล้องเป็นบางครั้งแบบไม่สนใจสายตาใคร

เขากำลังทำอะไรกันนะ ถ่ายละครกันอยู่เหรอ?”

ผู้หญิงคนนั้นนางเอกใหม่เหรอ ดูเหมาะสมกับอุนมยองดีเนอะ อย่างกับคู่รักกันเลย

อะ... อะไรนะ คู่รักเหรอ!!?

ฟึ่บ!

ฉันรีบสะบัดมือออกจากฝ่ามืออบอุ่นของอุนมยองทันทีอย่างไม่ต้องคิด นั่นจึงทำให้อีกฝ่ายรีบหันมามองด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างไปจากสีหน้า

เป็นอะไรไปนัมมุน?”

มะ ไม่มีอะไร” ฉันนี่แย่จัง ทำไมถึงได้ทำเสียมารยาทแบบนั้นใส่เขาได้นะ

คนฟังทำสีหน้าครุ่นคิด ใช้นัยน์เจ้าเล่ห์จ้องมองฉันอยู่ครู่สั้นๆ ก่อนกระตุกยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยออกมาให้เห็น พร้อมทั้งเอ่ยปาก

เขิน เพราะคนพูดว่าเราเหมือนคู่รักกันงั้นเหรอฉันได้ยินนะ” ฉันทำตาโต จ้องหน้ารู้ทันของอุนมยองกลับไปอย่างลืมตัว กลับกันคนตัวสูงตรงหน้าเอาแต่หัวเราะเบาๆ คล้ายกับชอบใจ แถมยังพูดออกมาอีกครั้งเสียงดังแบบไม่สนใจสายตาของคนที่เดินผ่านไปมาอีกว่า “ฉันทำให้เธอเขินได้ยิ่งกว่านี้อีกเชื่อไหม?” 

เอ๊ะ!?” ไม่ใช่แค่คำพูดเชิงขู่เท่านั้น แต่ว่าอุนมยองยังทำเรื่องที่น่าตกใจ ด้วยการคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น จากนั้นก็ถือวิสาสะคว้ามือฉันไปกุมไว้แบบไม่ทันให้ตั้งตัว เรียกเสียงฮือฮาของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี ฉันเองก็เป็นอีกคนที่ตกใจกับการกระทำดังกล่าวของเขาเช่นกัน จนต้องรีบเอ่ยปากพลางดึงมือเขาให้ลุกกลับขึ้นมายืนแต่ว่า

นายจะทำอะไรลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!” อุนมยองกลับทำให้ทุกเสียงเงียบลงด้วยการก้มลงจุมพิตเบาๆ บริเวณหลังมืออย่างอ่อนโยน เขาเงยหน้าขึ้น สบสายตามองฉันกลับมาตรงๆ พร้อมด้วยรอยยิ้มใจดีที่ฉันมักจะเห็นอยู่บ่อยๆ การที่เขาทำอย่างนั้นยิ่งพานให้หัวใจของฉันวูบไหวตามได้ไม่ยาก

นัมมุน…” น้ำเสียงของเขาที่เอ่ยเรียกชื่อฉันออกมาต่อหน้าคนหมู่มาก เร่งอัตราการเต้นของหัวใจให้ผิดจังหวะ

แต่แล้วจู่ๆ ท่าทีของอุนมยองก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนฉันแปลกใจ มือของเขาบีบมือของฉันเอาไว้แน่นขณะรีบลุกกลับขึ้นมายืนจนระดับสายตาของเราทั้งคู่อยู่ในแนวระนาบเดียวกัน ฉันที่เห็นท่าทางแบบนั้นของเขาจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ และต้องรีบเอ่ยปากแซวออกไป 

นี่น่ะเหรอ เรื่องที่จะทำให้ฉันอายน่ะ ฉันว่ามันตลกมากกว่านะ ฮ่าๆ

ฟึ่บ!

อ๊ะ!” แรงกระชากอย่างรุนแรงที่ข้อมืออีกข้าง ทำเสียงหัวเราะที่เคยมีให้หยุดลง ซึ่งนั่นเป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงฮือฮาและเสียงซุบซิบดังยิ่งขึ้นกว่าเก่า

ฉันรีบเหลียวหลังขวับมองเจ้าของแรงกระชากไร้มารยาทดังกล่าวโดยทันทีด้วยความตกใจปนความสงสัย แต่แล้วมันดันเป็นฉันเองที่ต้องเป็นฝ่ายเบิกตากว้าง เมื่อสายตาสบเข้ากับนัยน์คมกริบซึ่งกำลังจ้องกลับมาด้วยท่าทางนิ่งงัน ดูไม่เข้ากับรอยยิ้มร้ายกาจเปื้อนหน้าเลยสักนิด

ดูมีความสุขออกหน้าออกตาเหลือเกินนะ...นัมมุน

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7474 thunchanokmum (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 02:32
    มาทวงเมียคืนแล้ว555555
    #7,474
    0
  2. #7371 speek-now (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 22:35
    นั่นใจโดนเจอละ
    #7,371
    0
  3. #7356 pinnkuu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 09:58
    อย่าทำอะไรนัมมุนน้าาา
    #7,356
    0
  4. #3977 mint_saparam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 07:56
    ไรท์กลับมาแล้วววTOT
    #3,977
    0
  5. #3976 0621074701 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 07:44
    รีบอัพนะค่ะรออยู่
    #3,976
    0
  6. #3975 Pattra-Dee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 07:41
    เจิมมมมมมม
    #3,975
    0