เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 22 : SOS21 ll หนี(1) {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    13 ธ.ค. 60



EP21


-KANG DAJUNG TALK-

[นายทำอะไรอุนมยอง!]

น้ำเสียงที่ฟังดูเป็นห่วงเป็นใยคนนอกในตอนนั้น ทำผมไม่สามารถเก็บความหงุดหงิดที่พร้อมปะทุเอาไว้ในอกอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าของน้ำเสียงดังกล่าวพูดออกมา

[ระ เหรอ… งั้นก็เที่ยวให้สนุกก็แล้วกัน…]

เพียงเพราะถ้อยคำของเด็กกะโปโลที่ดูไม่ได้ให้สนใจกับสิ่งที่พูด ผมไม่เข้าใจความคิดของตัวเองในตอนนั้นเลยสักนิดว่าทำไมตอนนั้นถึงหงุดหงิดจนไม่อยากทนฟังสิ่งที่เด็กนั่นพยายามจะบอก แถมมันยังวนเวียนอยู่ในหัวจนโคตรหงุดหงิดพลอยให้ไม่อยากทำอะไร

ฉันอยากกลับคฤหาสน์ เลี้ยวรถกลับ

'แต่อีกไม่กี่นาที เราก็จะเข้าเขตเมืองปูซานแล้วนะครับคุณคัง!’

เลี้ยวรถกลับ!’

'คุณชายคัง คุณพูดอะไรของคุณคะ เรากำลังจะถึงปูซานแล้วนะ!’ รู้ตัวอีกที ปากก็ตวาดสั่งออกไปอย่างงั้นอย่างไม่สนใจหญิงสาวอีกคนที่นั่งคลอเคลียอยู่ข้างกาย

บอกให้เลี้ยวรถกลับ!!!!’

ครับคุณคัง!

ตึก! ตึก! ตึก!

ผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองสลับดังกับเสียงคำสั่งดังก้องภายในรถส่วนตัว กับคำพูดซ้ำๆ ของใครคนหนึ่งที่ดังเข้ามาอยู่ในหัวตลอดเวลา ขณะเท้าสองข้างเดินพาร่างอันหนักอึ้งออกจากห้องพักส่วนตัวของแขกผู้มีเกียรติในคฤหาสน์หลังนี้ไปตามทางเดินชั้นสอง

มือลูบเลาะไปตามผนังราวกับคนไร้เรี่ยวแรงพร้อมกับภาพความทรงจำที่ผ่านเข้ามาในความคิด และภาพที่ผมจดจำได้อย่างแม่นยำในเวลานี้ก็คงเป็น ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำตาเพราะความโศกเศร้าของใครอีกคน

ไอ้คนผิดสัญญาฮึก… อย่าทิ้งฉันไปแบบนี้สิ

น้ำตาเพราะกลัวการสูญเสียแบบนั้นน่ะ ผมไม่เคยเจอ

ฮึก ได้โปรดดาจองอย่าทิ้งฉันไป

ความรู้สึกห่วงใยที่เธอแสดงออกในเวลานั้นก็เช่นกัน

ยิ่งคิดหัวใจของผมก็ยิ่งเร่งอัตราการเต้นจนคล้ายกับเกินจะควบคุม ทั้งที่ตลอดมา ผมควบคุมทุกอย่างได้เพียงแค่ฝ่ามือเดียว แต่ทว่า ในครั้งนี้มันดันต่างออกไป

คนอย่างนายน่ะ… ฮึก… เลวที่สุด โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นใบหน้าของเธอคนนั้นซึ่งเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของความกลัวกับถ้อยคำที่เธอใช้ต่อว่ามันคล้ายเป็นตัวเร่งให้อัตราการสูบฉีดเลือดในกายเดือดพล่านไม่หยุดพานต้องระบายโทสะทุบหมัดหนักลงใส่กำแพงอย่างห้ามไม่ได้

ฉันอยากรู้นัก… ฮึก ว่าหัวใจที่อยู่ในตัวนายน่ะ มันสีอะไร!’ 

ตึงงง!!

หัวใจ สำหรับมาเฟียเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมี เพราะมันจะนำพาซึ่งความสูญเสียอันใหญ่หลวงมาสู่พรรคคังของเราจำไว้คังดาจอง

ครับพ่อ’ เสียงของพ่อดังกำชับขัดทุกภาพความคิดในหัวให้หยุดลง

ใบหน้านิ่งขรึมไร้ซึ่งอารมณ์ความรักต่อลูกชาย พ่อไม่เคยพูดถึงแม่ ไม่เคยแสดงออกถึงความรัก มีเพียงแค่ความหวังและเป้าหมายของพรรคคังเท่านั้นที่ถูกยัดเยียดมาให้กับลูกชายผู้เป็นความหวังเดียวของคนในตระกูล แม้แต่ในยามสิ้นลม ผู้ชายคนนั้นยังไม่เคยคิดจะพูดคำๆ นั้นออกมาให้ได้ยินเลยสักครั้ง นอกจากเรื่องของธุรกิจ

ดูแลธุรกิจและคนของเราและน้องชาย ตลอดไปคังดาจอง… เพื่อคนของเรา

สิ่งที่พ่อห่วงคงมีแค่เรื่องนี้เท่านั้น

ตึงงง!!

บ้าฉิบ!”

ตึง! ตึงง!!

หมัดเน้นๆ ถูกกำแน่นและทุบเข้าใส่กำแพงอย่างเต็มแรงเพื่อระบายอารมณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อรู้สึกได้ว่าเรื่องในหัวมันชักจะเลยเถิดไปไกลอย่างไม่สมควร

ตึงง!!!

เพราะคำพูดของผู้หญิงคนนั้นแท้ๆ หัวใจผมถึงได้ร้อนเป็นไฟขนาดนี้ ความเจ็บปวดบริเวณสันมือไม่อาจทำให้รู้สึกได้มากไปกว่าเสียงหัวใจที่เต้นดังขึ้นทุกวินาที ทั้งที่หัวใจน่ะ มันไม่จำเป็นต้องใช้งานหนักแบบนี้เลยสักนิด

คะ คุณคัง…” ผมเหลือบตามองเสียงเรียกคุ้นเคยแบบไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ก่อนพบเบื้องหน้ามีหญิงสาวต่างชาติที่คุ้นเคยดี กำลังยืนทำสีหน้าเลิกลัก

ใบหน้าเรียวสวยของเธอแสดงออกถึงความเป็นกังวล ดูจากการลมหายใจเหนื่อยนั่นแล้ว เธอคงจะรีบร้อนเอาเสียมากๆ โดยที่ข้างกายเธอนั้นมีนาบีหญิงรับใช้คนสนิทของผมยืนอยู่ด้วยท่าทางหวาดๆ

คะ คือว่านาบีโทรตามฉันมา บอกว่านัมมุนตอนนี้เหงามาก ให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อน แล้วก็… อะ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ผมสาวเท้าเอื้อมมือเข้าไปคว้าตัวหญิงสาวชาวลูกครึ่งอย่างแคลเข้ามาไว้ในอ้อมกอด มันอาจจะเป็นความเคยชินที่คุ้นเคยล่ะมั้ง เมื่อได้สัมผัสเรือนร่างเธอ ร่างกายมันก็ขยับไปเอง

อื้อ…” ริมฝีปากโน้มลงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มโดยไม่ต้องมีคำพูดจาใด ขณะฝ่ามือกดรั้งสะโพกมนเข้าหาลำตัวเบียดแนบจนชิดสนิท โดยมีสายตาของใครอีกคนกำลังจ้องมองมาเหมือนทุกที

ริมฝีปากร้อนของแคลคล้ายกับน้ำเย็นช่วยดับกระหาย ดับทุกความร้อนในกายให้มอดลง เธอยังคงทำหน้าที่ตอบรับความต้องการได้ดีเหมือนๆ ทุกครั้ง และคราวนี้ก็เช่นกัน เราผละริมฝีปากออกจากกันเล็กน้อย และใช้เวลาเพียงครู่สั้นๆ ในกันสบประสานมองตาซึ่งกันและกัน แต่แล้วมันก็เป็นเธอเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายพูดแทรกออกมาเสียก่อน

ฉันขอไปดูนัมมุนสักครู่นะคะ…”

อ่าผู้หญิงเนี่ย น่าเบื่อเหมือนกันหมดหรือไงนะ ถึงชอบทำเป็นไม่รู้หน้าที่ของตัวเอง

ไม่ต้อง” แต่เพราะวันนี้ผมไม่ต้องการต้อนรับความน่าเบื่อเหล่านั่นอีกต่อไปแล้ว คำสั่งต่อมาน่าจะทำให้หญิงสาวลูกครึ่งตรงหน้ารู้ดีว่าเธอควรทำอะไร

อยากรู้สึกดี… ช่วยที” ผิวเนียนขาวของแคลแดงจัดขึ้นทันทีที่ผมกล่าวคำขอออกไปพลางก้มลงจรดริมฝีปากที่แก้มนุ่มของเธอไปตามนิสัย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมสนใจไปมากเท่ากับหญิงรับใช้คนสนิทอย่างนาบี

นาบี…”

คะ!?” เธอรีบรับคำเสียงใสตามนิสัย และนั่นจึงทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

ช่วยจับยัยเด็กกะโปโลนั่นอาบน้ำขัดตัวให้สะอาดทีนะ

ได้ค่ะคุณคัง!”

ฉันไม่อยากเห็นอะไรที่มันแปดเปื้อนอยู่ภายในบ้านหลังนี้” ไม่รู้ว่าที่สั่งออกไปแบบนั้นเพราะผมคิดแบบนั้นจริงๆ หรืออาจเป็นเพราะว่า “ยิ่งเห็นสภาพยัยนั่นเป็นแบบนี้ มันยิ่งทำให้รู้สึกว่าสาวบริสุทธิ์มันน่าเบื่อแค่ไหน

ผมไม่อยากเห็นน้ำตาของยัยนั่นอีก

 

 

 

วันต่อมา...

ดิฉันขอเก็บปอยผมตรงนี้ขึ้นอีกนิดนะคะคุณผู้หญิง

 วันนี้เป็นวันดีของคนในคฤหาสน์คัง บรรดาสาวใช้รวมไปถึงลูกน้องของดาจอง ดูคึกคักกว่าปกติ

ดิฉันขอเติมปากกับสีเปลือกตาของคุณอีกนิดนะคะ” ฉันพยักหน้ารับเสียงของบรรดาช่างแต่งหน้ากับสไตล์ลิสต์ชื่อดังซึ่งถูกว่าจ้างมาช่วยจัดการแต่งตัวฉันตั้งแต่ช่วงเช้า ปล่อยให้พวกเธอทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปโดยไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมา

พวกเขาวิ่งวุ่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมข้าวของต่างๆ ให้ทันเวลาซึ่งถูกกำหนดเอาไว้ในช่วงบ่าย เนื่องจากว่าเจ้านายผู้เป็นที่รักและเคารพของพวกเขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานวันนี้ ใช่ในที่สุดวันที่ดาจองเฝ้ารอและต้องการมาตลอดก็มาถึง เพราะมันคือวันแต่งงานของเรา...

ทุกอย่างมันรวดเร็วอย่างน่าใจหาย ชุดเจ้าสาว ช่างทำผม ช่างแต่งหน้าระดับประเทศถูกซื้อตัวมาที่คฤหาสน์เพื่อจัดเตรียมตัวให้ฉันก่อนเข้าพิธี ไม่ใช่แค่เพียงคนในตระกูลคังเท่านั้นหรอกที่วุ่นวายกันตั้งแต่เช้า นักข่าวเองก็ดูจะวุ่นวายไม่แพ้กัน เพราะตั้งแต่ช่วงเช้า ที่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์เต็มไปด้วยรถตู้และนักข่าวกว่าร้อยชีวิต ที่ต่างยืนออเพื่อรอสัมภาษณ์ตัวละครเด่นในวันนี้ โชคดีที่คฤหาสน์หลังนี้ถูกคุมเข้มอย่างหนาแน่น ทำให้พื้นที่ภายในยังคงความเป็นส่วนตัวยังไงก็อย่างงั้น

               พอคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าฉันกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับผู้ชายที่มีอำนาจที่สุดในเกาหลีแล้ว หัวใจมันก็สั่นขึ้นมา ขณะเดียวกัน ร่างกายภายในรู้สึกปวดแปล๊บขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อนึกถึงการกระทำรุนแรงที่ดาจองพยายามยัดเยียดมาให้เมื่อหลายวันก่อน

               ตอนนั้นฉันได้แต่บอกกับตัวเองว่าจะไม่ทนต่อความหวาดกลัวของตัวเองที่มีต่อเขาอีกต่อไป ทั้งที่คิดแบบนั้น แต่พอเอาเข้าจริงสิ่งที่ฉันทำได้ก็คงมีเพียงการยืนนิ่งเป็นหุ่น ให้ช่างแต่งหน้ามีอาชีพจัดเนื้อแต่งตัวให้แบบนี้เท่านั้น

วันนี้คุณต้องเป็นเจ้าสาวที่สาวๆ ทั่วโลกอิจฉาแน่ๆ” ฉันได้ยินคำพูดของหนึ่งในช่างแต่งหน้ากล่าวขึ้นด้วยสำเนียงเกาหลีที่ฟังไม่ค่อยชัดนักขณะที่เปลือกตาสองข้างยังปิดสนิท และทำได้เพียงแค่ฉีกยิ้มเล็กๆ ตอบกลับไปเท่านั้น “เสร็จแล้วค่ะ ลืมตาได้แล้วค่ะคุณผู้หญิง

เวลาต่อมาไม่นาน คำสั่งปนน้ำเสียงปลื้มอกปลื้มใจก็ดัง ทำฉันค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมคำบอกเล่าข้างหู

ดูกระจกสิคะ คุณชอบไหม?” 

ภาพสะท้อนจากกระจกขนาดเต็มตัวตรงหน้า ปรากฏให้เห็นของหญิงสาวชาวไทยหน้าตาขี้เหร่ หากแต่งแต่งกายด้วยเสื้ออาภรณ์งดงามราวกับหงส์ฟ้า เธอสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์เฉียดเช่นดังความฝันในวัยเด็ก รอบกระโปรงฟูยาวเสมือนเจ้าหญิงประดับไปด้วยเพชรน้ำดีงดงามวาววับยิ่งกว่าชุดแต่งงานของบุคคลที่มีชื่อเสียงตามหัวข้อข่าว ทั้งที่เธอกำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน แต่ใบหน้าเปื้อนสีสันอ่อนๆ กลับไม่ปรากฏรอยยิ้มเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว...

และผู้หญิงคนนั้น มันก็คือฉันเอง

ไม่ชอบเหรอคะ?” อีกครั้งที่ช่างแต่งหน้าเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เมื่อเห็นว่าฉันไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กับภาพสะท้อนของตัวเองเบื้องหน้า

ปะ เปล่าค่ะ ชอบมาก… คุณเปลี่ยนฉันเป็นคนละคนเลย

ชีวิตหนึ่งของลูกผู้หญิงอย่างเรา มันก็คือวันแต่งงานนี่แหละคะ ผู้หญิงทุกคนควรจะสวยที่สุดในวันสำคัญแบบนี้ จริงไหมคะ?” เธอว่า

นั่นสิคะ ผู้หญิงทุกคนจะสวยที่สุดก็ในวันแต่งงานนี่แหละ” ฉันฉีกยิ้มเล็กน้อยตอบรับข้อเสนอแนะของเธออย่างไม่มีข้อกังขา ทุกอย่างที่ช่างแต่งหน้าพูดมามันคือเรื่องจริง และผู้หญิงคนนั้นคงจะสวยมาก หากเธอพร้อมใจและยินยอมที่จะเข้าร่วมพิธีสำคัญด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ แต่ทั้งหมดนั่นมันคือความฝันฉันหลังจากที่ได้พบหน้าพ่อผู้บังเกิดเกล้าแล้วต่างหก

ฉันค่อยๆ เอื้อมมือซึ่งสวมทับด้วยถุงมือบางสีขาวนวลแตะกระจกบานใหญ่ตรงหน้า นัยน์ตาสองข้างเพ่งมองใบหน้าของตัวเอง ที่มีแต่ความน่าสมเพชและอ่อนแอ ฉันเหมือนไม่ใช่ฉันอีกต่อไปแล้วนับตั้งแต่ถูกพาตัวมาที่สถานที่แห่งนี้ 

ความเข้มแข็งที่เคยมีค่อยๆ ถูกบั่นทอนด้วยอำนาจและความแข็งแกร่งของผู้ชายนิสัยร้ายกาจนั่นจนแทบหมด พอคิดแล้ว ความเจ็บแปล๊บปรากฏขึ้นกลางอกทันที เมื่อในหัวนึกถึงเหตุการณ์น่ากลัวที่ดาจองพยายามยัดเยียดให้ ความเจ็บปวดแบบนั้นคล้ายกับจะลุกลามไปทั่วร่างกายจนพานให้ยืนต่อไม่ไหว

สุดท้ายแล้ว… นายก็ยังคิดจะฆ่าฉันอยู่ดีเมื่องานแต่งงานจบลง

หรือแม้ถ้อยคำใจจืดใจดำไม่สนใจความรู้สึกคนฟัง

ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าเธอไปฟังใครพูดอะไรมาแต่ถ้าจะให้พูดตามความจริงแล้วล่ะก็… มันก็ใช่

คำพูดของดาจองในตอนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหูจนกระทั่งถึงตอนนี้ แม้ว่าหลังจากหลังจากเหตุการณ์แย่ๆ ในวันนั้น เขาจะไม่ปรากฏตัวให้ฉันเห็นหน้าอีกเลยก็ตาม แต่เหมือนกับว่าร่างกายและจิตใจ มันได้ซึมซับฝังการกระทำน่ากลัวของเขาเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว

ในอกเริ่มส่ออาการหวิวๆ ยิ่งรู้ว่าอีกไม่นานฉันก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานด้วย ความคิดในหัวก็ยิ่งตอกย้ำว่าลมหายใจที่มีก็ใกล้จะหมดตามลงไป ซึ่งนั่นรวมไปถึงชีวิตของคนรอบข้างด้วยเช่นกันและฉันยังไม่อยากตาย

กึก!

ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงประตูห้องรับรองดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงทักทายอย่างให้ความเคารพของบรรดาช่างทำผมและช่างแต่งหน้าที่ถูกจ้างมา

สวัสดีค่ะคุณชายคัง!”

สวัสดีค่ะคุณคัง!” เสียงทักทายของพวกเธอ พาใจฉันสั่น แม้ว่าภายในห้องรับรองจะดังคลอไปด้วยเสียงพูดคุยจอแจก็ตาม คงจะมีแต่ฉันเท่านั้นที่รู้สึกว่ามันเงียบ เงียบเสียงจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองและเสียงย่างเท้าของปีศาจอีกตนที่ก้าวเข้ามา

ฉันไม่กล้าแม้จะหันมองไปที่เขาด้วยซ้ำ ยิ่งรู้ว่าผู้ชายน่ากลัวคนนั้นกำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ร่างกายทุกส่วนมันก็พานแข็งทื่อคล้ายกับถูกสาป

เจ้าสาวของฉัน สวยมาก…” เสียงกระซิบข้างหูดังขึ้นทันทีที่เสียงฝีเท้าหยุดลงด้านหลัง ฝ่ามืออุ่นบรรจงจับหัวไหล่ทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน ในขณะที่ฉันทำได้แค่เม้มปากลงเล็กน้อยกับคำชมที่ได้ยิน หลุบตามองต่ำ ฝ่ามือกดจิกลงกับแผ่นกระจกบานใหญ่ตรงหน้าเท่านั้น

ทำไมล่ะ… ทำไมดาจองยังพูดจาเหมือนว่าเราทั้งคู่ไม่เคยมีเรื่องมีราวต่อกัน

ทำไมเขาถึงทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยแบบนี้

ฉันอยากเห็นหน้าเจ้าสาวของฉันชัดๆ ได้ไหม” เสียงกระซิบดังจรดข้างหู เร่งการเต้นของหัวใจฉันได้อย่างน่าแปลก ร่างกายตอบรับคำสั่งดังกล่าวด้วยการเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเจ้าของคำสั่งผ่านเงาสะท้อนของกระจก

ดาจองในวันนี้ดูต่างออกไปจากที่เคย ผมของถูกเสยเรียบขึ้นไป เพิ่มเสน่ห์และความเท่ห์อีกเท่าตัว แถมชุดสูทที่เขาสวมใส่อยู่ในตอนนี้ก็ไม่ใช่สีดำสนิทดูน่าเกรงขาม หากแต่เป็นชุดสูทราคาแพงสั่งตัดอย่างดีสีขาวบริสุทธิ์ดูเข้ากับเนคไทค์สีแดงอย่างลงตัว ที่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป ก็คงจะเป็นแววตาคมดุจสุนัขจิ้งจอกกับร้อยยิ้มร้ายๆ ซึ่งแสดงความไม่ประสงค์ดีบนดวงหน้าหล่อเหลาของเขาเท่านั้นแหละ

วันนี้ เธอสวยกว่าที่ฉันคิดไว้...” ฉันเม้มปากลงอีกครั้งหลังได้รับคำชม เพื่อกักกลั้นทุกความรู้สึกและน้ำเสียงใจดีที่เขาแสร้งทำต่อหน้าคนหมู่มาก และตระหนักได้ว่าทั้งหมดนั่นมันก็แค่หน้ากากจอมปลอมที่คนมีอำนาจอย่างเขาใช้หลอกล่อเหยื่อและคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ให้เกิดความรู้สึกเขินและอิจฉาต่อคำชมนั้นก็เท่านั้น

ซึ่งฉันไม่ควรเชื่อคำพูดของเขาอีก...

อีก 45 นาที เจอกันที่โบสถ์เมียงดง ฉันจะไปรอเธอที่นั่น” และนั่นคงเป็นคำสั่งสุดท้ายที่ฉันได้ยินจากปากของดาจอง เมื่อเขาผละตัวออกห่างฉันไปเอง ก่อนตามมาด้วยคำสั่งแกมคำขอร้องสั้นๆ “ฉันไม่อยากเสียเวลากอดเจ้าสาวไปมากกว่านี้อีกแล้ว…”

รับทราบค่ะคุณชายคัง!” สิ้นเสียงตอบรับของลูกน้องและคนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ คนใจร้ายคนเดิมก็หันหลังเดินออกจากห้องรับรองไป ภาพของเขาที่สะท้อนภาพกระกระจกเงา แสดงให้เห็นว่า ดาจองในตอนนี้รีบร้อนมากแค่ไหน

รีบร้อนที่อยากจะได้อำนาจอย่างที่ตัวเองต้องการจากคนที่ไม่มีปัญญามอบให้อย่างฉัน

มีอะไรหรือเปล่าคะ คุณนัมมุน” เสียงหวานๆ ของนาบี ทำฉันสะดุ้งเฮือก รีบละสายตาจากแผ่นหลังของดาจอง มองเธออย่างรวดเร็วพร้อมด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

ไม่มีจ๊ะ

ยิ้มหน่อยสิคะ วันนี้งานมงคลของคุณเลยนะ” นาบีฉีกยิ้มกว้างพลางใช้นิ้วมือจิ้มมาที่แก้มของตัวเองคล้ายกับจะบอกให้ฉันทำตาม ด้วยท่าทางน่ารักๆ แบบนั้น การยุยงของเธอก็เป็นผลสำเร็จ ฉันกำลังยิ้มแบบที่เธอร้องขอ

นับตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ นาบีคือเพื่อนคนเดียวที่อยู่ข้างฉันในยามที่ฉันร้องไห้จากเรื่องน่ากลัว เธอแค่คนเดียวที่เข้าใจทุกอย่าง คอยปลอบปะโลม และเช็ดทุกหยาดหยดน้ำตา สำหรับฉันแล้ว นาบีไม่ใช่คนรับใช้ หากแต่คล้ายกับเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่ฉันมีในยามที่อยู่ต่างแดนเสียมากกว่า และถ้าถามหาเหตุผลสักข้อที่ทำให้ฉันอยากอยู่ที่เกาหลีใต้ต่อไป ก็คงจะเป็นเพราะ เพื่อนดีๆ อย่างนาบีนั่นแหละ

ไปขึ้นรถกันเถอะค่ะ” นาบีกล่าวขึ้นอีกครั้งยิ้มๆ พลางผายมือไปยังประตูห้องรับรอง จากนั้นก็ถามเสริมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย “เดินสะดวกไหมคะให้ฉันช่วย…” 

ไม่ใช่แค่ถามแต่นาบีพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือฉันทุกเวลา เธอยืนมือมาทำท่าคล้ายจะช่วยประครอง แต่ก็ถูกฉันเอ่ยขัดเสียก่อน

ฉันเดินได้จ๊ะ ขอบคุณนะ

ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากช่วย” แต่ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นก็เถอะ แต่นาบีก็ยังถือวิสาสะช่วยประคอง พาฉันเดินออกจากห้องรับรองอยู่ดี

เสียงกล่าวแสดงความยินดีของบรรดาช่างแต่งหน้าและช่างทำผมดังขึ้นพร้อมเสียงปรบมือ เมื่อฉันเริ่มก้าวเท้าเดินตรงไปยังประตูห้องรับรองโดยอยู่ในความดูแลของนาบี คำอวยพรเหล่านั้น ทำฉันก้มหัวใส่พวกเธอเล็กน้อยพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างแทนคำขอบคุณ พวกเธอกำลังแสดงความยินดีด้วยความบริสุทธิ์ ต่างจากงานแต่งงานที่เกิดขึ้นด้วยความไม่บริสุทธิ์ใจ

นาบีพาฉันมายังจุดจอดรถด้านหน้าทางเข้าคฤหาสน์ ที่ตรงนั้นมีลูกน้องและคนรับใช้ของดาจองนับยี่สิบชีวิต ยืนคอยให้การต้อนรับ และส่งฉันขึ้นรถรถตู้คันใหญ่ซึ่งจอดคอยท่า ซึ่งห่างออกไปที่ประตูรั้วใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนจากข่าวหลายๆ สำนักเห็นแล้วมันก็อดตกใจไม่ได้ อย่างกับในหนังในละครที่เคยดูเลยจริงๆ

เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของพวกเขาทั้งหมด เริ่มทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้น สมองก็ยังตระหนักได้ดีว่าอะไรเป็นอะไร และเมื่อประตูรถตู้ถูกปิดลง ล้อทั้งสี่ก็เริ่มขับเคลื่อนพาความคิดและร่างกายอันหนักอึ้งออกนอกคฤหาสน์ หลังจากที่ถูกกักขังอยู่แต่ด้านในมาเป็นเวลาหลายวัน

รถตู้เคลื่อนออกจากประตูรั้วสูงใหญ่ของคฤหาสน์คังอย่างช้าๆ ต่างจากหัวใจของฉันที่เริ่มเต้นรัวจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ที่ด้านนอกตัวรถ ฉันเห็นกลุ่มนักข่าวที่ต่างเข้ากรูล้อมข้างรถตู บ้างก็รัวชัตเตอร์จนต้องเผลอหลบแสงแฟล๊ตสว่างจ้าดังกล่าว สิ่งที่เห็นผ่านสายตาบังเกิดเป็นคำถามสั้นๆ ในหัวว่า ถ้าพวกเขารู้ว่างานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างเป็นแค่เรื่องหลอกลวง พวกเขายังจะแสดงความยินดีกับฉันแบบนี้อยู่ไหม

ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในรถตู้ ฉันได้แต่คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น บางเรื่องที่นึกขึ้นมาในหัว มันก็เผลอทำให้หลุดหัวเราะออกมาไม่ได้ แต่พอคิดถึงบางเรื่องขึ้นมามันก็ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บใจ จนอยากจะร้องไห้ออกให้ได้ในตอนนั้น

ฉันไม่ใช่คนเข้มแข็ง เรียกว่าอ่อนแอและขี้แยมากด้วยซ้ำ ทั้งที่รู้ตัวดี แต่ฉันก็พยายามทำให้ตัวเองดูเหมือนคนเข้มแข็งมาตลอด แต่พอมาวันหนึ่ง ฉันก็ได้รู้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีอีกหลายเรื่อง และผู้คนอีกมากมายที่แข็งแกร่งกว่าเรานัก ไม่ว่าจะอำนาจซึ่งเขามีทำให้คนธรรมดาอย่างเราๆ ต้องตกเป็นเบี้ยล่าง 

อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คืออำนาจของคนพาล ฉันเชื่อคำกล่าวนี้มาโดยตลอดนับตั้งแต่จำความได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงจำคำพูดประโยคนี้ แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะการใช้อำนาจในทางที่ผิดของผู้ชายคนนั้นและหยัดยืนอยู่บนความทุกข์ของผู้ที่ถูกเหยียบย้ำแบบนั้นมันชั่วช้าที่สุด  

คุณผู้หญิงครับ!” เสียงเรียกของคนขับรถ ทำฉันหลุดจากภวังค์ความน่าเจ็บใจของตัวเองให้กลับมาสู่โลกความเป็นจริง เงยมองเจ้าของเสียงพูดด้วยความสงสัย เพื่อฟังเขาพูดต่อ “คุณผู้หญิงต้องลงตรงเนินทางขึ้นหน้าโบสถ์เมียงดงนะครับ ที่ตรงนั้นจะมีคนของเราคอยรับอยู่

อ๋อจ๊ะ…” ฉันตอบไปเพียงแค่นั้น ส่วนมือสองข้างเริ่มบีบกันแน่น เมื่อไม่ได้ทันได้เตรียมใจว่าจะมายังสถานที่ที่ถูกกำหนดไว้รวดเร็วขนาดนี้

เวลาที่รวดเร็วและกระชั้นชิดอย่างงี้ ฉันควรจะทำอะไรสักอย่าง อะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เอาแต่นั่งจมปรักกับความทุกข์ที่ไร้ทางออกของตัวเองแบบนี้ มีคนเคยบอกไว้ว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้มันล้วนแต่มีทางแก้ทั้งนั้นแหละ จะแก้ได้หรือไม่ได้มันก็อยู่ที่ตัวเรา แค่เพียงนิดเดียว

ฉันควรจะเข้มแข็งต่อสู้กับเรื่องที่กองสุมอยู่ตรงหน้าเท่านั้น!

ครืดดดด

เชิญครับคุณผู้หญิง” เสียงเข้มกล่าวขึ้นอย่างนอบน้อม เมื่อประตูรถตู้ถูกเปิดออกจนสุด “ตอนนี้พวกนักข่าวคงไปรอกันอยู่ที่หน้าโบสถ์ คุณผู้หญิงต้องรีบหน่อยนะครับ…”

ฉันเม้มปากลงแน่นไม่พูดอะไรตอบชายคนขับรถกลับไป และเลือกที่จะขยับตัวลุกจากเบาะนั่นตามอย่างที่เขาบอก สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกับในวันที่ฉันมาถึงสนามบินอินชอนไม่มีผิด เพียงแค่การตัดสินใจเดียวแบบในคราวนั้นเท่านั้น มันอาจจะทำให้เป็นอิสระ เพราะยังไงซะจะอยู่หรือจะหนีค่าของมันก็เท่ากันอยู่แล้ว และในวินาทีที่เท้าฉันเหยียบแตะลงกับพื้นถนนบริเวณเนินทางลาดขึ้นสู่โบสถ์ได้สำเร็จ...

กึก! ฟึ่บ!

คุณผู้หญิง!!”

เสียงตะโกนด้วยความตกใจของชายคนขับรถดังขึ้น เมื่อฉันตัดสินใจสะบัดมือออกจากการต้อนรับของชายตัวสูงอย่างรวดเร็ว จากนั้นวิ่งก้าวเท้าหอบกระโปรงตัวยาววิ่งย้อนกลับไปตามทางลาดชันหน้าทางเข้าโบสถ์อย่างไม่คิดชีวิต รองเท้าส้นสูงกับชุดแต่งงานที่หนักอึ้งมันทำให้ฉันวิ่งไม่ถนัดนัก แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่ยอมหยุดฝีเท้าลงอยู่ดี

ฉันทำได้! ฉันต้องทำได้!! ฉันควรจะเข้มแข็ง!! 

ฉันจะไม่ยอมอยู่ในขุมนรกนี่อีกแล้ว!

กึกหมับ!

อ๊ะ!” ฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างขีดสุด นัยน์ตาเบิกกว้างเมื่อถูกแรงกระชากรั้งที่ข้อมืออย่างรุนแรงของใครบางคนที่กำลังเดินสวนขึ้นมา การกระทำของดังกล่าวของเขาทำร่างทั้งร่างของฉันหยุดชะงักกึกลงในทันที และนั่นตามมาด้วยเสียงเข้มซึ่งพูดขึ้นคล้ายกับจะหาเรื่อง

ที่ตรงนี้ มันไม่ใช่ที่ที่เจ้าสาวแสนสวยอย่างเธอจะมาวิ่งเล่นเลยนะนัมมุน

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7473 Charlotte808 (@thunchanokmum) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 02:28
    อารมณ์ของพระเอกตอนนี้คือรักคุณเข้าแล้ว~ //ทำไมอ่นแล้วรู้สึกใจหวิวตามนางเอกเลย ToT
    #7,473
    0
  2. #7352 นางฟ้าในนิทาน (@Dnrd) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 20:47
    ดาจองเปล่าอะที่จับนัมมุน
    #7,352
    0
  3. #7351 ใจกลางดับสูญ (@0852611939) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 20:29
    ขอให้ไรท์อัพจนจบ สาทุ
    อุนมยองพาหนีเร็ว
    #7,351
    0
  4. วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 19:42
    คนจะหนีจะมาจับทำไมล่ะเนี่ย
    #7,350
    0
  5. #7349 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 18:49
    ใครรรรรรรรรรรร
    #7,349
    0
  6. #7347 Blue'naruk (@0841995227) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 18:01
    โดนจับได้ซะเเล้วววว
    #7,347
    0
  7. #7345 chompoowj (@chompoowj) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 17:23
    ใครเป็นคนกระชากนัมมุนอ่าา
    #7,345
    0
  8. #3689 Bright46587383 (@Bright46587383) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 06:47
    เจิมมมมม
    #3,689
    0
  9. #3688 Nattanida Wanarom (@mai9) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 06:33
    เจิมมม
    #3,688
    0
  10. #3687 Pornthipha2544 (@Pornthipha2544) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 06:14
    เจิมมมมม
    #3,687
    0
  11. #3686 love me (@richher) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 06:12
    เจิมมมมม
    #3,686
    0
  12. #3685 pantira sriran (@oeii1505) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 05:47
    เจิมมมมมมมม
    #3,685
    0
  13. #3684 pantira sriran (@oeii1505) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 05:47
    เจิมมมมมมม
    #3,684
    0
  14. #3683 mild_pcrp (@mild_pcrp) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 03:56
    เจิมมมทม
    #3,683
    0