เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 20 : SOS19 ll คนแปลกหน้า {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    13 ธ.ค. 60





EP19


หลังจากเสียงเครื่องยนต์รถด้านหน้าคฤหาสน์เงียบลงไป บรรยากาศภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบตามไปด้วย ฉันทิ้งตัวลงแผ่บนเตียงอย่างนึกเบื่อ จริงอยู่ที่การอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของดาจองจะเพียบพร้อมและสมบูรณ์แบบทุกอย่างเรื่องความสุขสบาย แต่ถึงอย่างงั้นฉันก็ยังรู้สึกเบื่ออยู่ดี

ทั้งที่ความฝันของฉันคือการมาที่ประเทศเกาหลีใต้สักครั้งในชีวิตเพื่อตามหาพ่อ แต่ดูตอนนี้สิ ทั้งที่ได้ยืนเหยียบอยู่บนผืนแผ่นดินเกาหลีใต้แล้วแท้ๆ แต่ฉันกลับไม่ได้อะไรคืบหน้าเกี่ยวกับพ่อของตัวเองเลยสักนิด หนำซ้ำยังต้องมาเจ็บตัวกับเรื่องไร้สาระที่พวกคนมีอำนาจทึกทักไปเองอีก

พอนึกถึงเรื่องพ่อขึ้นมา ตอนนี้มันก็พานนึกถึงแม่ไปด้วย ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น ฉันก็รู้สึกคิดถึงและเป็นห่วงแม่ขึ้นมาอย่างแปลกๆ อย่างที่ใครว่าเอาไว้ว่า เวลาที่เราท้อแท้ หมดสิ้นหนทาง หรือต้องเผชิญกับเรื่องอันตราย บุคคลที่มักจะแว๊บเข้ามาในหัวเป็นอันดับแรกก็คือแม่หรือพ่อ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่ตอนนี้ ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงแม่ในอกก็มันจะโหวงๆ อาจเป็นเพราะว่าฉันเจอเรื่องคอขาดบาดตายมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ฉันถึงได้รู้สึกห่วงท่านจนบอกไม่ถูก และได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง

ตอนนี้แม่กำลังทำอะไรอยู่กันนะ?

ก๊อกๆ !

ขออนุญาตค่ะคุณนัมมุน” เสียงของนาบี ทำฉันรีบขยับตัวลุกจากที่นอน มองเธอที่ก้าวเข้ามาในห้องพักอย่างมีมารยาท ในมือของนาบีถือของบางอย่างมาด้วย ซึ่งถ้ามองไม่ผิดดูเหมือนว่านั่นจะเป็นโทรศัพท์ไร้สาย

มีคนต้องการเรียนสายกับคุณนัมมุนค่ะ” เธอว่าขึ้นอีกครั้งเมื่อเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงพลางยื่นส่งโทรศัพท์ไร้สายในมือมาให้ ต่างจากฉันที่เป็นผู้ฟังที่ต้องรีบย้อนถามเธอออกไปด้วยความแปลกใจพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

ฉันเหรอ?”

ใช่ค่ะ” คำตอบของนาบียิ่งทำฉันรู้สึกแปลกใจหนักเข้าไปใหญ่ บนหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากมายนับร้อยตัวก็ว่าได้ และเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าฉันไม่เคยมีญาติหรือคนสนิทสักคนอาศัยอยู่ที่นี่น่ะสิ แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไง ที่จะมีใครสักคนตั้งใจโทรมาหาฉันตรงๆ แบบนี้ แถมยังเป็นเบอร์โทรศัพท์ของคฤหาสน์ดาจองอีก

เขารอสายคุณนัมมุนอยู่นะคะ” อีกครั้งที่นาบีพูดซ้ำ ทำฉันสะดุ้งจากภวังค์ความคิด รีบรับโทรศัพท์ไร้สายมาจากมือเธอทันทีโดยไม่ลืมกล่าวคำขอบคุณ

ขะ ขอบคุณนะ นาบีก้มหัวลงเล็กน้อยตามมารยาทอย่างนอบน้อม ส่วนฉันก็เอาแต่จ้องโทรศัพท์ไร้สายในมือด้วยความลังเล ด้วยเหตุผลร้อยแปดที่คิดไม่ตก แต่แล้วในที่สุดก็ตัดสินใจยกโทรศัพท์ในมือนาบหูแล้วกล่าวคำพูดผ่านสาย

ฮัลโหล…”

[กว่าจะรับสายได้นะ ฉันรอจนรากจะงอกแล้วเนี่ยเสียงทะเล้นของผู้ชายที่ลอดมากจากปลายสาย ทำฉันตาโตด้วยความแปลกใจ ก่อนต้องรู้สึกตกใจเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาอีกครั้ง [อ้าวเงียบทำไมล่ะยัยบ๊อง จำฉันไม่ได้เหรอ อุนมยองไง… จอนอุนมยองน่ะ]

ไม่จริงน่า!

ละ ล้อเล่นใช่ไหม?” ฉันย้อนไปอย่างไม่เชื่อหู

[ล้อเล่นบ้าอะไรเนี่ย นี่ฉันเสี่ยงหัวขาดเลยนะรู้ไหม ที่กล้าโทรหาเธอแบบนี้น่ะ ทำไมเธอถึงกล้ามองว่ามันเป็นเรื่องตลกไปได้ล่ะเนี่ยพอได้ยินเขาพูดแบบนั้นฉันก็เริ่มคิดตาม เจ้าของเสียงที่กำลังพูดอยู่ในตอนนี้ฟังๆ ไปแล้ว เสียงก็คล้ายอุนมยองจริงๆ นั่นแหละ

[ตอนนี้เธอสบายดีหรือเปล่า ผู้ชายคนนั้นทำร้ายเธออีกไหม?]  อีกครั้งที่อุนมยองแทรกเสียงถามด้วยความเป็นห่วง น้ำเสียงของเขาทำฉันกดหูโทรศัพท์บดทับใบหูมากยิ่งขึ้น

ฉันสบายดี แล้วนายล่ะ…”

[สบายดี วันก่อนถูกนักข่าวสัมภาษณ์เรื่องเธอขึ้นมา อยู่ๆ มันก็คิดถึงเลยตั้งใจโทรมาหานี่แหละน้ำเสียงใจดีของอุนมยองฟังดูอ่อนโยนเหมือนตอนที่เรานั่งอยู่ด้วยในร้านกาแฟวันนั้นไม่มีผิด ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเขายังไม่ลืมเรื่องของฉันไป

สัมภาษณ์นั่นน่ะ ฉันเพิ่งดูไปเมื่อสักพักนี้เอง นายตอบเท่มากเลยนะ

[จริงเหรอเธอนี่ก็ชมไปเรื่อยเลย]

ฉันพูดจริงๆ นะ นายเท่มากๆ เลย

[ฮ่าๆ ยัยบ๊องเอ้ย!] อุนมยองกำลังหัวเราะออกมา น้ำเสียงของเขามีความสุข ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องขอบคุณดาจอง ที่ยอมไว้ชีวิตผู้ชายคนนี้ ฉันถึงได้มีโอกาสฟังเสียงหัวเราะแบบนี้ของเขาอีกครั้ง

[เออนี่นัมมุน…] เสียงเรียกของอุนมยองเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากเสียงหัวเราะเงียบลง ทำฉันหยุดยิ้มตามไปด้วย ขณะที่หูยังคงเงี่ยฟังเสียงของเขา [ตอนนี้เธอยังอยากกลับประเทศไทยอยู่ไหม?]

เอ๊ะ?”

[เธอยังอยากกลับประเทศไทยอยู่หรือเปล่า?] อีกครั้งที่อุนมยองกล่าวทวนคำพูดของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและฟังชัด จนฉันต้องย้อนน้ำเสียงเชิงกระซิบ

ถามบ้าอะไรแบบนี้เนี่ย ถ้ามีคนดักฟังเราคุยโทรศัพท์ขึ้นมาล่ะ

[ก็ช่างประไร ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้คำตอบที่ถามไปมากกว่า] คำพูดของเขาทำฉันพูดอะไรไม่ออก เลยต้องเป็นฝ่ายเงียบไป เพราะครั้งหนึ่งอุนมยองต้องเจ็บตัวเพราะเข้ามาพัวพันเรื่องฉันมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งฉันไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นเป็นหนที่สอง สิ่งที่พูดตอบออกไปได้ก็เลยเป็นการตอบแบบก่ำกึ่งและชวนอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง

ไม่รู้สิ ว่าแต่ตอนนี้นายทำอะไรอยู่ล่ะ

[อย่ามาเปลี่ยนเรื่องได้ไหม เธอคิดว่าฉันโง่หรือไงเขาว่า

“TOT”

[ไหนล่ะคำตอบที่ฉันต้องการ]

อยะ อยากสิ… ฉันอยากกลับไปหาแม่

[…]

“…”

[ซ่า… ซ่า…] เสียงคลื่นสัญญาณที่แทรกเข้ามา ทำฉันผละโทรศัพท์ออกห่างจากหูเล็กน้อย จนกระทั่งเสียงรบกวนเงียบไป ฉันจึงรีบนาบโทรศัพท์กับหูอีกครั้งแล้วเอ่ยเรียกปลายสายออกไป

อุนมยอง… อุนมยองได้ยินไหม?”

[ไม่ได้ยินน้ำเสียงราบเรียบที่เปลี่ยนไป ทำฉันสะอึกไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เพราะเสียงที่ตอบกลับมามันดันไม่ใช่เสียงของบุคคลที่ฉันต้องการจะคุย แต่มันดันเป็นเสียงของดาจองที่น่าจะออกไปกับคุณยูนาได้สักพักใหญ่น่ะสิ!

[เธอคุยกับใคร?] ปลายสายเอ่ยถามอีกครั้งน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ และนั่นยิ่งเพิ่มความเป็นกังวลในหัวฉันมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะกับประโยคต่อมาเสียงกึ่งตะคอก [คุยกับไอ้นักร้องเวรนั่นเหรอ??!]

นายทำอะไรอุนมยอง!” ฉันรีบโวยวายสวนทันทีเมื่อเขาขึ้นเสียง แน่ล่ะ ก็เมื่อกี้ฉันยังคุยกับอุนมยองอยู่ดีๆ แต่ไหงจู่ๆ กลับกลายเป็นดาจองที่พูดแทรกขึ้นมาได้ล่ะ

[พูดบ้าอะไรของเธอ ฉันอยู่ในรถกำลังจะไปปูซานต่างหาก…] ดาจองเงียบเสียงลงไปครู่หนึ่งหลังจากที่ตะคอกเสียงโวยวาย ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะดังหึในลำคอเหมือนว่าเขาจะนึกอะไรขึ้นได้ [เธอคงไม่รู้ใช่ไหมว่าโทรศัพท์ไร้สายที่ติดอยู่ที่นั่น จะตัดสายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องทุกครั้งเวลาที่ฉันโทรเข้าไป]

“…” ซะ ซวยแล้ว!

[อย่ารวมหัวกับไอ้นักร้องนั่น แล้วคิดแผนอะไรโง่ๆ ตลบหลังฉันหน่อยเลยนัมมุน อย่าทำให้ฉันรู้สึกโมโหกับความดื้อรั้นของเธอเลยเพราะถ้ามีปัญหารอบนี้เพราะไอ้นักร้องนั่นอีก ฉันจะไม่รับปากว่าคราวต่อไปฉันจะไว้ชีวิตมันหรือเปล่า] ทำยังไงดีล่ะ พอได้ฟังดาจองพูดขู่ออกมาแบบนั้น ฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

ฉันควรจะเปลี่ยนเรื่องคุยใช่ไหมนะ

ระ รู้แล้วน่าเขาก็แค่โทรมาคุยเล่นไปงั้นแหละ ว่าแต่นายเถอะ สนุกไหมล่ะเที่ยวปูซานกับคุณยูนาน่ะ

[ไม่ใช่เรื่องของเธอดาจองกระแทกเสียงตอบอย่างทันควัน จนฉันต้องเบ้ปากใส่น้ำเสียงดังกล่าวด้วยความหมั่นไส้

เชอะถ้าเล่นตัวที่จะพูดมากนัก งั้นก็รีบวางสายไปได้แล้วย่ะ

[วางสายฉันจะวางสายเพื่อให้เธอไปคุยกับไอ้นักร้องเวรนั่นต่อน่ะเหรอไม่มีทางดาจองพูดอย่างรู้ทัน แถมยังใส่อารมณ์มากับน้ำเสียงอย่างสุดๆ ด้วยน้ำเสียงที่เขาพูดแบบนั้น มันก็เลยทำให้ฉันอยากแกล้ง และพลั้งพูดออกไปสั้นๆ เหมือนกับที่เคยใช้เล่นกับเจสและบลูว่า

นายหึงเหรอ?”

[ใช่]

“…” มะ เมื่อกี้… เขาตอบว่าไงนะ

[ถ้าเธอคิดว่าฉันจะตอบแบบนั้นล่ะก็นะ… สำคัญตัวเองเกินไปแล้วนัมมุน]

นี่นายฉันแค่ล้อเล่นอ่ะ ล้อเล่นเข้าใจไหมแค่ล้อเล่นทำไมไม่รู้จักมีอารมณ์ขันบ้างเลยห๊ะ!!?”

[ฉันจะวางสายแล้ว] ดาจองพูดแทรกคำพูดแก้ตัวของฉันแบบไม่สนใจ เสียงเรียบนิ่งเย็นชาอย่างสุดๆ จนมองเห็นช่องว่างความสนิทสนมของเราทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน แถมยังเสริมออกมาคล้ายจะตอกย้ำให้ฉันรู้ตัวว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรต่อฉันทั้งนั้น [ถ้าอยากจะคุยกับไอ้นักร้องนั่นต่อก็ตามสบาย]

ก็แน่ล่ะนะ เขาจะไปสนใจอะไรกันล่ะ รักก็ไม่ได้รัก คบกันหรือเปล่าก็ไม่ใช่กะอีแค่พูดแซวนิดแซวหน่อย ไม่เห็นต้องมาแสดงเจตจำนงตอกย้ำกันเลยว่าไม่ได้คิดอะไร

เหอะหมอนี่น่ะไม่มีอารมณ์ขันบ้างเลยหรือไงนะ!

[อ่อ แล้วก็เรื่องที่ฉันโทรขัดการคุยโทรศัพท์ของเธอน่ะ ฉันแค่จะโทรมาบอกว่า…]

อะ...อะไรงั้นเหรอ?”

[คืนนี้ไม่กลับ ฉันจะนอนค้างกับยูนาที่โรงแรม]

หระ เหรอ… อืม งั้นก็เที่ยวให้สนุกก็แล้วกันนะตู๊ดดดด ปลายสายไม่รอฟังให้ฉันพูดจบด้วยซ้ำ และเขากลับเลือกที่จะตัดสายฉันทิ้งไปทั้งอย่างไร้มารยาท การกระทำดังกล่าวของดาจอง จู่ๆ ก็ทำฉันปวดหนึบที่อกข้างซ้ายขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ไม่เข้าใจตัวเองว่าเป็นอะไรเหมือนกัน

แต่รู้ไหม ฉันในตอนนี้น่ะรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ

ฉันเงี่ยหูรอฟังเสียงจากโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง เผื่อว่าสายของอุนมยองจะต่อกลับเข้ามา แต่มันก็เปล่าเลย ทุกอย่างในสายเงียบมาก คาดว่าทางฝ่ายอุนมยองน่าจะรอไม่ไหวจนวางสายไปก่อน ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจยื่นโทรศัพท์ไร้สายในมือส่งคืนนาบีไปพร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กๆ

สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ฉันรีบส่ายหัวปฏิเสธคำถามดังกล่าวทันควัน แต่ถึงอย่างงั้นนาบีก็ยังเอ่ยเสริมออกมาอยู่ดี “ถ้าคุณนัมมุนเบื่อที่จะอยู่แต่ในห้องพักล่ะก็ ทำไมไม่ลงไปเดินเล่นรอบๆ คฤหาสน์ดูล่ะคะ?”

ได้เหรอ?” ฉันย้อน และอดคิดไม่ได้ว่ามันคงดีเหมือนกันถ้าฉันได้เดินออกกำลังกายไปรอบๆ ตัวบ้าน อีกอย่างถ้าได้เดินเล่นบางบางทีไอ้อาการปวดอกข้างซ้ายมันอาจจะหายไปด้วยเช่นกัน

คุณคังสั่งไว้ว่าห้ามไม่ให้คุณนัมมุนออกไปข้างนอกนี่คะ ไม่ได้ห้ามให้คุณเดินเล่นในคฤหาสน์สักหน่อย” เธอตอบเสียงติดตลกจากนั้นก็กล่าวเสริม “มาค่ะ ฉันจะพาคุณนัมมุนเดินดูรอบๆ เอง

นาบีก้าวถอยหลังเล็กน้อยคล้ายกับเป็นการเปิดทาง เธอก้มหัวเล็กน้อยอย่างนอบน้อมตามมารยาท ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้ปฏิเสธคำเชิญชวนดังกล่าว แต่รีบก้าวเท้าเดินตรงไปที่ประตูห้องพักตามคำเชิญชวนดังกล่าวทันที มันก็คงดีเหมือนกันถ้าฉันจะได้เดินเล่นบ้าง เผื่อว่าไอ้ความรู้สึกปวดที่หน้าอกข้างซ้ายมันอาจจะหายไปก็ได้

เส้นทางในคฤหาสน์ของดาจองแบ่งออกเป็นสองฝั่ง นั่นก็คือฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตก อย่างที่ฉันเคยบอกไว้แล้วครั้งหนึ่ง คราวก่อนฉันเคยแต่ใช้เวลาเดินจ้ำอยู่ที่ชั้นสองของคฤหาสน์จากห้องตัวเองตรงไปที่ห้องนอนของเขาซึ่งอยู่อีกฝั่ง ในตอนนั้นฉันคิดว่าระยะทางจากห้องฉันไปถึงห้องดาจองมันก็ไกลพออยู่แล้ว แต่ตอนนี้ความรู้สึกในช่วงเวลานั้นมันดันเทียบไม่ได้เลย เมื่อนาบีนำทางฉันมายังชั้นล่าง

คุณนัมมุนเดินเล่นแถวนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันขอตัวไปเตรียมของว่างสักครู่

อื้อ!” นาบีก้มหัวรับคำ จากนั้นก็หันหลังเดินตรงไปทางห้องโถงฝั่งตะวันออกเพื่อเตรียมเครื่องดื่มสำหรับช่วงบ่าย ปล่อยฉันให้เดินชมไปรอบๆ ห้องโถงใหญ่

ประตูขนาดใหญ่หลายบานถูกเปิดโล่งเชื่อมกันระหว่างทางฝั่งทิศตะวันออกทอดยาวไปยังฝั่งตะวันตก แต่ก็ยังมีบางห้องที่ถูกปิดเอาไว้ เหมือนอย่างกับคฤหาสน์แดร็กคิวล่าในหนังอย่างงั้นแหละ แถมข้าวของก็ดูมีราคา บางอย่างดูเก่าปรัมปราแต่ดูมีมูลค่าสูงลิ่วได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะรูปปั้น ภาพวาดบนผนัง หรือแม้แต่ตู้กระจกใส่ตั้งโชว์สิ่งของที่อย่าภายใน

ฉันเดินชมข้าวของตกแต่งในคฤหาสน์ไปเรื่อยเปื่อย เดินจากห้องโถงกว้างตรงยาวไปยังอีกห้อง ประตูห้องซึ่งถูกเปิดไว้เชื่อมกัน ดูยาวไกลราวกับไม่มีวันสิ้นสุด เดินเลาะเลี้ยวไปตามทางในคฤหาสน์ด้วยความตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นและเดินเล่นในคฤหาสน์หลังใหญ่เหมือนกับปราสาทก็วันนี้  

ถ้าถามว่าระหว่างคฤหาสน์ของดาจองกับบ้านของตัวเอง ฉันชอบแบบไหนมากกว่ากัน คำตอบเดียวที่คิดได้ก็คือ บ้านของฉันนั่นแหละ เหตุผลก็คงเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนี้มันกว้างจนเกินไป ดูไม่อบอุ่นเท่าบ้านหลังเล็กๆ ที่สามารถเดินสวนกับคนในบ้านตลอดเวลา อีกอย่างที่นี่มันก็ทั้งเงียบและวังเวง นานๆ ทีจะเห็นคนรับใช้เดินผ่านไปผ่านมาบ้าง 

จะพูดยังไงดีล่ะ คฤหาสน์ของดาจองน่ะ คดเคี้ยวและสับซ้อนเสียยิ่งกว่าเขาวงกตเสียอีก!

เดินเพลิดเพลินมาได้ช่วงเวลาหนึ่ง ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองควรจะเดินกลับไปทางเก่าที่เพิ่งเดินมา เพราะไม่แน่ว่านาบี เธออาจจะเตรียมเครื่องดื่มกับของว่างให้ฉันจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้ และในตอนนั้นเองที่ฉันหันหลังกลับไปมองเส้นทางที่เพิ่งเดินมา ทว่า เส้นทางที่เห็นผ่านสายตาในเวลานี้มันดันไม่คุ้นเคยเลยสักนิด

ฉันรีบสอดส่องสายตามองหาเส้นทางเดิมที่คาดว่าเพิ่งเดินมาอย่างเป็นกังวล จะพูดยังไงดีล่ะ คงประมาณว่าไอ้ตอนเดินมามันเพลินไง แต่พอตอนจะกลับดันจำไม่ได้ ที่สำคัญห้องทุกห้อง รวมไปถึงของตกแต่งในคฤหาสน์และภาพวาดบนผนังก็ดูจะคล้ายๆ กันไปซะหมด ฉันวัดใจเดินงมทางไปตามทางเดินในคฤหาสน์ แต่ยิ่งเดินฉันก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อย ที่สำคัญฉันยังมองไม่เห็นวี่แววว่าจะเห็นจุดสิ้นสุดอย่างห้องโถงกว้างหน้าบันไดวนเลยสักนิด

จนกระทั่งเท้าของฉันก็พามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานหนึ่ง สองข้างทางถูกขนาบไปด้วยกำแพงสีอ่อน ซึ่งนั่นคือทางเดียวที่ฉันสามารถจะไปต่อได้ ไม่อยากจะพูดก็คงต้องพูดแล้วล่ะ ว่าฉันกำลังหลงอยู่ในคฤหาสน์บ้านี่จริงๆ และเพราะมันไม่มีทางใดแล้วให้ไปต่อ ฉันจึงตัดสินใจผลักประตูตรงหน้าออกไปอย่างไม่มีทางเลือก

พรึ่บ!

เสียงนกร้อง สายลมเบาบาง และแสงแดดในช่วงเกือบบ่ายสาดส่องกระทบตาจนต้องรีบยกมือขึ้นบังแสงเล็กน้อย หรี่ตาลงเพื่อกวาดตามองไปรอบๆ อย่างนึกแปลกใจกับสถานที่ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

สวนสีเขียวสลับแซมด้วยสีแดงของดอกกุหลาบยาวทอดไกลออกไปจนสุดลูกหูลูกตา ราวกับว่าที่แห่งนี้เป็นสวนเพาะชำต้นกุหลาบโดยเฉพาะ ทั้งสายตาและร่างกายถูกดูดให้เดินเข้าไปหาในทันทีที่ได้เห็นสวนกุหลาบขนาดใหญ่เบื้องหน้าแบบไม่สามารถบังคับได้

ตาสองข้างปรายมองภาพวิวสวยๆ ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น และแทบจะลืมไปเลยว่าฉันกำลังพยายามหาทางกลับไปหานาบีที่ห้องโถงหลัก

ดอกกุหลาบสีแดงที่บางดอกยังตูม บางดอกใกล้จะบานเต็มที ทำฉันไม่อาจจะลดสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้เลย ยิ่งได้เห็นเท้าทั้งสองข้างก็คล้ายกับยิ่งโดนดูดให้เดินแทรกตัวไปตามทางเดินหินขนาดเล็กเพื่อเชยชมดอกกุหลาบพวกนั้นใกล้ๆ และอดคิดไม่ได้ว่าเจ้าของบ้านหลังนี้คงจะชอบดอกกุหลาบสีแดงเป็นอย่างมาก

ดาจองเขาชอบดอกกุหลาบสีแดงเหมือนฉันเลย

พอนึกถึงชื่อของผู้ชายคนนั้นขึ้นมา ฉันที่มัวแต่เพลินเพลินไปกับการเดินชมกุหลาบในสวนก็นึกถึงเรื่องที่ตั้งใจจะทำขึ้นมาในตอนแรก พานให้รีบหันกลับไปยังทางเก่าที่เพิ่งเดินมา และต้องพบว่ากับภาพที่น่าประทับใจเสียยิ่งกว่าเก่า

คฤหาสน์หลังใหญ่โตสูงตะง่านตั้งอยู่เบื้องหน้าด้วยสวยงามและมีเสน่ห์ ในขณะที่ฉันกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกกุหลาบสีแดงขนาดใหญ่ มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ ที่ทุกอย่างรอบตัวเป็นเหมือนภาพวาดซึ่งไม่น่าจะมีอยู่จริงบนโลกนี้

ฉันสูดรับอากาศดีๆ จนชุ่มปอด ปรายตามองไปรอบๆ ก่อนสะดุดสายตาเข้ากับทางเดินเล็กๆซึ่งห่างออกไปเพียงเล็กน้อย ที่ตรงนั้นมีคนรับใช้เดินและเดินลูกน้องของดาจองบางส่วนผ่านไปมา เหมือนกับว่าตรงจุดที่ฉันอยู่มันคือสวนด้านหลังคฤหาสน์ยังไงอย่างงั้น ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ทันสังเกตเห็นเห็นฉันที่ยืนอยู่ท่ามกลางดงกุหลาบแบบนี้

บรื้นนน

เสียงของเครื่องยนต์รถที่ดังแว่วมาจากด้านหลัง ทำฉันละสายตาจากภาพวิวสวยงามตรงหน้าให้หันมอง ก่อนจะพบว่า ห่างออกไปไม่มากนักมีกำแพงรั้วขนาดใหญ่แถมยังสูงชันราวกับทำไว้สำหรับกันนักโทษหลบหนี ทว่า ใกล้ๆกันนั้นก็มีประตูรั้วเหล็กขนาดเท่ากับกำแพงตัดขาดจากทุกอย่างภายนอก

ระยะห่างของซี่รั้วทำให้มองเห็นภาพด้านนอกคฤหาสน์ได้ แม้จะไม่ชัดนัก แต่ที่ตรงนั้นฉันเหมือนกับเห็นใครคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ ที่สำคัญใครคนนั้นกำลังจ้องฉันผ่านซี่รั้วด้านนอกคฤหาสน์กลับมาเช่นกัน

ขะ เขาเป็นใครกัน… 

ไม่รู้ล่ะ ฉันควรจะอยู่ห่างๆ คนแปลกหน้าเอาไว้ แต่

นัมมุน!”

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7470 thunchanokmum (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 02:14
    คุณคังคะ หึงก็บอกกก
    #7,470
    0
  2. #7342 speek-now (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 13:19
    ใครเรียกน้ำมนต์อะ
    #7,342
    0
  3. #7340 towarisa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 13:10
    ใครเรียกน้ำมนต์ อยู่เกาหลีมีคนเดียวล่ะนะที่รู้จักน่ะ
    ต้องเป็นอุนมยองชัวร์เลย
    #7,340
    0
  4. #7339 0841995227 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 06:20
    อุนมยองหรือเปล่าาา?
    #7,339
    0
  5. #6893 byun_am (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 05:32
    รอครับบบบบ~
    #6,893
    0
  6. #6892 grace-km (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 05:11
    เจิมมมมม
    #6,892
    0
  7. #6891 ไอริน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 03:10
    เจิมมมมมม
    #6,891
    0
  8. #6890 Emperorme789 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 02:36
    รอจร้า????????????????????????
    #6,890
    0
  9. #3158 Poo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 16:32
    เจิมมมมมม
    #3,158
    0
  10. #3157 gamemeeha (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 16:29
    เจิมมมมม
    #3,157
    0
  11. #3156 Thankamol (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 16:16
    เจิมมมมม
    #3,156
    0
  12. #3155 พองพอง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 16:07
    เจิมมมมมมมมมจ้าาา
    #3,155
    0