เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 16 : SOS15 ll ไล่ล่า(2) {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,039
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    20 พ.ค. 61





EP15


ดะ ดาจอง… ฮึก ฉันยืนไม่ไหว…”

บ้าฉิบ!” เขาสบถอย่างขัดใจสายตากวาดมองโดยรอบอย่างร้อนรน

และตอนนั้นเอง ที่คนตัวใหญ่ตรงหน้าตัดสินใจปล่อยมือฉันอย่างรวดเร็ว การกระทำดังกล่าวทำเอาฉันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบเพราะคิดว่าเขาอาจจะทิ้งฉันไปตามอย่างที่ขู่ แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่ฉันรู้สึกแบบนั้น เพราะดาจองไม่ได้ปล่อยมือฉันเพื่อทิ้งไป แต่ว่าเลือกที่จะจ้ำเท้า พุ่งตัวปราดผ่านหน้าฉันย้อนไปยังทางเก่าที่เรามาอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ! ผัวะ! ปัง!

เสียงปืนที่ดังขึ้น ทำฉันใจสั่นรีบหันขวับมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยใจลุ้นระทึก ก่อนจะพบว่าที่ตรงนั้นมีชายหนุ่มสองคนกำลังเข้าปะทะกันเป็นสองฝ่ายระหว่างสีขาวและดำ เคราะห์ดีที่ดาจองไวกว่าชายในชุดขาวเป็นไหนๆ ทำให้เขาสามารถคว้าข้อมือของชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้ทันเวลา ทำให้วิถีกระสุนถูกปล่อยขึ้นฟ้าทันทีที่ถูกเหนี่ยวไก

พลั่กผัวะ!

หมัดเน้นๆ ถูกปล่อยเข้าใส่หน้าของชายผู้ซึ่งขึ้นว่าเป็นนักล่าจนเซล่นถอยหลังไปตามแรง ดาจองไม่ปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นเป็นฝ่ายกลับขึ้นมาล่าได้เป็นหนที่สอง

เขาอาศัยความไวของตัวเองที่มีเหนือกว่ากระชากปืนจากมือของชายคนดังกล่าวมาไว้กับตัวก่อนใช้เท้าถีบเข้าใส่ช่วงท้องในเวลาแทบจะทันทีอย่างชำนาญการและมีฝีมือ อีกทั้งยังไม่รอช้าที่จะเหนี่ยวไกปล่อยคมกระสุนใส่ร่างของชายคนนั้นแบบไม่มีความลังเล

ปัง!

อั่ก! แววตาของเขาในตอนนี้ดูน่ากลัวไม่ได้ต่างอะไรไปจากสายตาที่เขาใช้มองชายโชคร้ายบนเครื่องบินเลยสักนิด ไม่นานฉันกลับต้องเป็นฝ่ายสะดุ้งเมื่อสายตาดังกล่าวของดาจอง ตวัดมองมาที่ฉันพร้อมทั้งย่างฝีเท้ากึ่งเดินไวเข้ามาหา

ฟึ่บ!

เป็นอีกครั้งที่ฉันต้องทำตาโตความตกใจ เมื่อจู่ๆ ผู้ชายท่าทางน่ากลัวหยุดฝีเท้าลงเบื้องหน้า พลางใช้มืออีกข้างช่วยฉุดตัวฉันให้ลุกขึ้นจากพื้นอย่างไร้ซึ่งความอ่อนโยน จากนั้นก็ทำเรื่องไม่คาดฝัน มือของเขาพุ่งมือเข้ารวบตัวฉันอย่างรวดเร็วเฉียดเช่นกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยกร่างฉันในชุดเจ้าสาวแสนสวยจนลอยบาดลงกับบ่า จากนั้นก็เริ่มออกแรงวิ่งอีกครั้ง โดยมุ่งเส้นทางไปยังถนนสายเล็กซึ่งแยกตัวออกมาจากถนนใหญ่

หนะ นายจะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ!” เพราะรู้ตัวดีว่าน้ำหนักตัวของฉันมันไม่ใช่น้อยๆ ตามอย่างที่ดาจองเคยปรามาสไว้เมื่อคืน อีกทั้งนี่มันก็เป็นหนที่สองแล้วที่เขาทำกับฉันแบบนี้ ดังนั้นฉันจึงโวยวายออกไปตามประสาความไม่คุ้นชินพลางดิ้นขลุกขลักเพื่อหวังให้เขาปล่อยฉันลง 

มันใช่เวลาถามหรือไง...อึก..อย่าดิ้นสิยัยโง่!”

ทำแบบนี้มันน่าอายนี่!

อายกับตาย อยากได้แบบไหนเลือกเอา…” น้ำเสียงดุดันปนเสียงหอบเหนื่อยของเขาเพียงประโยคเดียวที่เตือนสติฉันได้ว่า ในเวลาแบบนี้ฉันไม่ควรลีลาหรือแสดงความรู้สึกลึกๆ ของตัวเองออกมามากกว่าการรักษาชีวิตและลมหายใจของตัวเองให้รอด

จับมันไว้!”

ปังปัง!!

อั่ก!” ปลอกกระสุนกระเด็นขึ้นฟ้าผ่านตาจำนวนหลายนัด ดาจองอาศัยความว่องไวของตัวเองวิ่งแบกร่างฉันหลบลูกกระสุนซึ่งถูกสาดยิงมาจากเบื้องหลังได้อย่างหวุดหวิดและยิงตอบโต้กลับด้วยปืนที่ช่วงชิงมาได้ในมือ ขณะพาตัวฉันวิ่งแหวกฝูงศัตรูเบื้องหน้าไปอย่างกล้าหาญ ปราศจากความหวาดกลัวซึ่งความตาย

ชุดแต่งงานที่ฉันสวมอยู่ในเวลานี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดบางส่วนของพวกคนที่ปองร้ายเราทั้งคู่ มันก็เหมือนกับดาจองนั่นแหละ ตามโครงหน้าเขาบางส่วนก็เต็มไปด้วยเลือดของคนพวกนั้น เพียงแค่เขาทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เท่านั้น

แฮ่ก…” ลมหายใจหนักๆ ที่เป่ารดลงมาบนใบหน้า ทำฉันเลื่อนสายตาจากพวกที่ไล่ล่าเราทั้งคู่ด้านหลัง ช้อนตามองใบหน้าคมจากมุมด้านล่าง ตามโครงหน้าน่าหลงใหลเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อผสมปนเปกับคราบเลือดของศัตรู 

เห็นแบบนี้แล้วมันอดคิดไม่ได้ว่า แม้บางทีดาจองจะดูใจร้ายไปบ้าง เจ้าอารมณ์ในบางที แต่เอาเข้าจริงแล้ว ดาจองเป็นผู้ชายที่สามารถรักษาสัญญาที่ให้กันไว้ได้ดีที่สุด เขาไม่ได้แข็งกระด้างแต่เพียงอย่างเดียว ลึกๆ แล้วเขาก็เป็นผู้ชายที่ใจดีและอ่อนโยนสมชื่อของเขานั่นแหละ เมื่อได้เห็นแบบนั้นมันก็ตระหนักได้ว่า เขาพยายามทำตามอย่างที่ปากว่าเอาไว้จริงๆ ความตั้งใจของเขาทำเอาความกลัวบางส่วนที่ฉันมีมลายหายไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ 

และฉันก็เชื่อมั่นในคำสัญญาที่เขาให้ไว้เมื่อก่อนหน้านี้ว่า

เธอจะต้องปลอดภัย ฉันสัญญา

กึก!

หลังจากที่เขาแบกร่างฉันหนีมาได้สักพักใหญ่ เขาก็ยอมปล่อยฉันลงยืนกับพื้น เมื่อรู้สึกว่าเราทั้งคู่จะรอดพ้นจากการไล่ล่าที่เกือบคร่าชีวิตเราทั้งคู่ลง ดาจองทรุดตัวลงนั่งกับพื้นในอาการหอบเหนื่อยอย่างรุนแรง เขายังขาข้างหนึ่งเอาไว้แล้ววางพาดแขนข้างที่จับด้ามปืนลง และถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่คล้ายกับโล่งอก

แฮ่ก… แฮ่ก…” แต่พอเห็นเขาเริ่มพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ มากขึ้นเรื่อยๆ พอมาลองคิดดูแล้ว นับตั้งแต่ที่เขาพาฉันออกจากร้ายตัดชุดแต่งงาน จนต้องหนีการไล่ล่าหัวซุกหัวซุนแบบนี้ น้ำซักหยดเขาก็ยังไม่ได้ดื่มแก้กระหายหรือคลายเหนื่อยเลยแม้แต่อึกเดียว 

ฉันที่ยืนมองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ รีบย่อตัวลงนั่งจนระดับสายตาของเราอยู่ในระนาบเดียวกัน พร้อมทั้งเอ่ยปากถามออกไปด้วยความเป็นห่วงพลางเอื้อมมือช่วยเช็ดเหงื่อตามโครงหน้าเขาอย่างถือวิสาสะ

นายไหวหรือเปล่า เหนื่อยมากไหม?”

ถามโง่ๆ น้ำหนักเธออย่างกับถุงข้าวสาร วิ่งแบกเธอมาไกลขนาดนี้ คิดว่าเหนื่อยไหมล่ะ!?” เขาตะคอกเสียงคล้ายกับไม่พอใจ อีกทั้งยังปัดมือของฉันออกคล้ายกับรังเกียจ  น้ำเสียงและแววตาที่ดูไม่สบอารมณ์แบบนั้นเผลอทำฉันเบ้ปากใส่อย่างนึกหมั่นไส้

ตะคอกเสียงได้ขนาดนี้ แปลว่า หมอนี่คงยังมีแรงเหลือเฟือสินะ -_- แต่เอาเถอะ อย่างน้อยเขาก็ช่วยชีวิตฉันอย่างสุดความสามารถ เวลานี้ฉันไม่ควรจะพูดแหย่หรือต่อปากต่อคำให้เขาโมโหไปมากกว่านี้หรอกจริงไหม?

ขอบคุณนะ…” ดังนั้นฉันเลยพยายามพูดอย่างใจเย็นและแสดงความรู้สึกที่มีต่อเขาออกไป 

ในเมื่อตอนนี้เราทั้งคู่ยังพอมีเวลาพักเหลืออยู่ ฉันควรจะรีบพูดคำๆนี้ออกไป เผื่อว่าในอนาคต เราสองคนอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากันอีกแล้วก็ได้

วูบหนึ่งที่คนตัวใหญ่เหลือบมองฉันจากทางหางตา ริมฝีปากหยักลึกพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาไม่หยุด แววตาของเขาที่มองมาในเวลานี้ต่างจากตอนที่เขาคิดจะปลิดชีวิตใครลิบลับ และนั่นจึงทำให้ฉันพูดความรู้สึกของตัวเองออกไปอีกหน

ขอบคุณนะ ที่รักษาสัญญา… ขอบคุณที่ปกป้อง...

ไหนล่ะรางวัล?” เขาแย้งขัดขึ้นเสียงเรียบ สีหน้านิ่งๆ กับแววตาดุดันจ้องมองฉันคล้ายกับสงสัย

เอ๊ะ!?”

รางวัลที่ฉันปกป้องเธอไง ไม่มีเหรอ?” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แถมร้ายกาจผุดขึ้นบนดวงหน้าคมคายของเขาแทบจะทันทีที่พูดจบ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะอ้าปากให้คำตอบใดเขากลับไป มันก็เป็นดาจองนั่นแหละที่ฉวยโอกาสในช่วงเวลานั้นเอื้อมมือข้างที่เหลือแตะแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา

นัยน์ตาสีอ่อนที่จ้องมองลึกเข้ามา คล้ายกับมีมนต์สะกด 0oไม่สามารถละสายตาไปจากนัยน์ตาคมคู่นั้นได้เลย ภาพเหตุการณ์รอบตัวของเราทั้งคู่ในตอนนี้เคลื่อนไหวช้าลงอีกครั้ง เรื่องราวระหว่างเราในเวลานี้มันยิ่งเลยเถิดไปใหญ่ เมื่อเขาตัดสินใจขยับโน้มใบหน้าลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว  

ร่างกายทุกส่วนแข็งทื่อและร้อนขึ้นราวกับจับไข้แทบจะในวินาทีนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลมหายใจหนักๆ ถูกเป่ารดบนใบหน้า จนรู้สึกถึงไอร้อนได้อย่างชัดเจน ริมฝีปากหยักลึกที่เอาแต่พูดจาข่มขู่และต่อว่าฉันในเวลานี้อยู่ห่างออกไปไม่ถึงห้าเซนติเมตร ร่างกายฉันเองมันก็ไม่รักดี หัวใจเร่งอัตราการเต้นถี่จนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันเบาๆ

ตึกตัก... ตึกตัก...

ริมฝีปากของดาจองที่กดลงมาตอนนี้ มันไม่ไม่ได้เนิ่นนานตามอย่างที่เคยเห็นในซีรีย์เลยสักนิด ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่ฉันกลับรู้สึกว่าช่วงเวลาที่ริมฝีปากของเราทั้งคู่แตะกันมันดูเนิ่นนานนับชั่วโมง รู้ตัวอีกที ฉันก็ถูกจ้องด้วยนัยน์ตาคมกริบดุจดั่งใบมีดที่น่าหลงใหลคู่คุ้นเคยตรงหน้าจ้องมองมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เสียแล้ว

อะ ไอ้คนฉวยโอกาสสสส!!” ฉันโวยวายออกไปทันทีที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดครบมาอย่างครบครัน รีบลุกพรวดพราดขึ้นยืนอีกครั้งอย่างไม่มีทางเลือก ทำไมน่ะเหรอ เพราะหน้าของฉันตอนนี้มันร้อนวูบวาบไปหมดและคงจะแดงจัดไม่แพ้กับผลมะเขือเทศสุกเลยว่าได้!

ที่ดาจองทำเมื่อกี้นี้น่ะ มะ... มันคือจูบแรกของฉันเลยนะ!!

คนของฉันกำลังรออยู่อีกฝั่งของอุโมงค์… ไปเถอะ” ดาจองกล่าวขึ้นเสียงนิ่งคล้ายกับไม่สนใจคำต่อว่า พลางลุกขึ้นตามฉันมาแบบติดๆ น้ำเสียงและท่าทีของเขาดูเป็นปกติ ต่างจากฉันที่เวลานี้ไม่กล้าแม้จะสบตากับเขากลับไปตรงๆ ได้แต่เม้มปากแน่นพยายามกักกลั้นความเขินของตัวเองเอาไว้เหลือบมองไปยังเส้นทางตรงหน้าตามคำบอกเล่าจากปากดาจอง

เบื้องหน้าเป็นอุโมงค์หินขนาดใหญ่ ที่ด้านบนดูเหมือนจะเป็นสวนหย่อมขนาดเล็ก เพราะสามารถมองเห็นพนักของม้านั่งไม้และเสาไฟด้านบนอุโมงค์ได้อย่างชัดเจน ดาจองชิงก้าวเท้าเดินนำไปก่อน โดยมีฉันเดินตามหลังเขาไปอย่างช้าๆ 

สถานที่ที่ฉันเดินอยู่ในตอนนี้เหมือนหลุดมาจากภาพวาดราคาแพง รอบข้างคือกำแพงหินสูง แถมยังปลูกต้นไม้และดอกไม้เอาไว้จนร่มรื่น ถ้าไม่ติดว่าเวลาในตอนนี้เรายังต้องหาทางรอดจากการไล่ล่ากันอยู่ ฉันคงจะหยุดอิ่มเอมใจกับบรรยากาศร่มรื่นของสถานที่แห่งนี้แน่ๆ

เฮ้ยัยโง่เดินให้มันไวๆ หน่อย เดี๋ยวพวกมันผ่านมาเจอจะซวยเอา!” ฉันสะดุ้งตัวโยนเมื่อถูกเสียงเข้มต่อว่ามาแบบนั้น แต่ถึงอย่างงั้นฉันก็ไม่ได้มองหน้าคนพูดกลับไปตรงๆ หรอกนะ แต่เลือกที่จะละสายตาจากธรรมชาติรอบกาย หลุบตาลงต่ำไปที่เท้าทั้งสองข้างของตัวเอง ขณะเร่งก้าวเท้าเดินตามหลังดาจองให้ไวขึ้นโดยไม่ลืมใช้มือจับชายกระโปรงของตัวเองให้สูงขึ้นเพื่อให้เดินได้สะดวก

ที่ประเทศไทย มีสถานที่แบบนี้บ้างหรือเปล่า” แต่มันก็เป็นเขาอีกนั่นแหละที่เอ่ยขึ้นลักษณะเหมือนชวนคุย

น้ำเสียงที่เขาใช้ถามต่างออกไปทุกครั้ง ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาในเวลานี้กำลังแสดงสีหน้าออกมาอย่างไร เพราะไม่กล้ามองเขาได้เหมือนปกติ

มะ ไม่มี… แถวบ้านฉันไม่มีสถานที่สวยๆ แบบนี้หรอก” แม้จะไม่กล้ามองหน้าเขา ถึงอย่างนั้นปากก็ยังขยับให้คำตอบเขากลับไปอยู่ดี แต่ดูเหมือนว่าหลังฉันตอบคำถามเขาไปแล้ว มันก็ดันเป็นดาจองเองที่ไม่พูดอะไรโต้ตอบกลับมา ด้วยความสงสัย ฉันจึงตัดสินใจเงยมองภาพตรงหน้า ก่อนจะพบเข้ากับแผ่นหลังกว้างของผู้ชายตรงหน้าซึ่งกำลังเดินนำทางฉันไปอย่างเงียบๆ

เพราะวันนี้เจอแต่เรื่องน่ากลัวและเสี่ยงตายมาทั้งวัน พอได้เห็นแผ่นหลังของดาจองแบบนี้ ในหัวมันก็เลยนึกถึงคำพูดของใครคนหนึ่งขึ้นมา

อุนมยองเคยบอกฉันว่า ดาจองคือมาเฟียที่กุมอำนาจของเกาหลีใต้เอาไว้ในมือ งานของเขาคงเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายๆ เมื่อคืนที่เขารีบพรวดพราดออกไปจากร้านอาหารก็คงเป็นงานอันตรายๆ ของพวกมาเฟียล่ะมั้ง ที่ต้นแขนซ้ายของเขาถึงได้มีแผลกลับมาแบบนั้น ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ มันจะเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเป็นมาเฟียด้วยหรือเปล่านะ

นี่ดาจอง” พอคิดมาถึงตรงนี้ ปากของฉันมันก็ไว เอ่ยปากเรียกเขาออกไปทั้งๆ อย่างงั้น

หืม?”

คนที่ไล่ตามเราเมื่อกี้ เขาเป็นใครเหรอทำไมคนพวกนั้นต้องไล่ยิงฉันกับนายเหมือนหมูเหมือนหมาแบบนี้ด้วย” ก็พอรู้ตัวนะ ว่าคำถามที่เอ่ยออกไป อาจจะถูกคนตัวใหญ่ตรงหน้าเมินและเลี่ยงที่จะให้คำตอบเหมือนทุกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังหวังว่าเขาน่าจะพูดหรือบอกอะไรให้ฉันรู้บ้าง เพียงแค่เรื่องเล็กน้อยก็ยังดี...

คนของพรรคคิม

แปลว่านายกับคนพวกนั้นไม่ถูกกันอย่างงั้นน่ะสิ

ก็ทำนองนั้น แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่เกิดเรื่องวันนี้...” คำตอบของดาจองทำฉันพูดอะไรไม่ถูก แน่นอนว่าฉันไม่เข้าใจความหมายที่เขาพูดออกมา แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้ว่าพวกคนสวมสูทสีขาวที่ปรากฏตัววันนี้เป็นอันตรายต่อดาจอง “มันแค่อยากเล่นงานฉัน ตอนอยู่คนเดียว...พวกลอบกัด!

จริงด้วยสิ... วันนี้นอกจากคนขับรถของดาจองที่พาเราหนีออกจากร้านตัดชุดแต่งงานแล้วแล้ว ฉันยังไม่เห็นลูกน้องเขาคนอื่นเลย

พวกมันต้องการทำลายแผนการของฉัน ต้องการเอาชนะและยึดอำนาจสูงสุดของเกาหลีใต้ไปไว้ในมือ

“…” ดาจองกำลังพูดในสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจและไม่มีวันเข้าใจ

วิธีการของพวกมัน คือการขัดขวางการการออกตามหาเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์โชซอน…” เขาเงียบเสียงลงเล็กน้อย ซึ่งมันพลอยให้ฉันหยุดชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินเดินลงไปด้วย

ดาจองเหลียวหลังมองฉันเล็กน้อย และนับตั้งแต่ช่วงเวลาน่าอายที่ผ่านมา นี่คงเป็นครั้งแรกที่ฉันมีโอกาสได้สบสายตากับเขาแบบตรงๆ

และเธอนั่นแหละ คือเชื้อพระวงศ์ที่พวกมันต้องการ เชื้อพระวงศ์ของราชวงศ์โชซอนของเกาหลีอย่างงั้นเหรอ

แม้ว่าจะเคยได้ฟังอะไรทำนองนี้มาแล้วหนหนึ่งก็ตาม แต่ฉันก็ยังรู้สึกตกใจไม่หายอยู่ดี โดยเฉพาะในเวลานี้ตอนที่ดาจองกล้าที่จะพูดเรื่องราวทุกอย่างออกมาแบบตรงๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาทำเหมือนกับเรื่องที่พาตัวฉันมาที่ประเทศเกาหลีมันคือความลับหนักหนา

นายเข้าใจผิดแล้ว…” และมันก็เหมือนทุกครั้งที่เวลาได้ยินใครเรียกฉันว่าเจ้าหญิง หรือพูดจากล่าวหาว่าฉันเป็นอะไรที่สูงส่งออกมาแบบนั้น  เพราะว่าพวกเขากำลังเข้าใจผิด ทางที่ดีที่สุดคือฉันต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ “การที่ฉันพูดภาษาเกาหลีได้ มันไม่ได้หมายความว่าฉันต้องเป็นคนเกาหลีหรอกนะ

“…”

ฉันชื่อกัญญภัค สังข์ศิริ ชื่อเล่น น้ำมนต์ อายุ18ปี เป็นคนไทย อาศัยอยู่กับแม่สองคนที่ประเทศไทยมาตั้งแต่เกิด… ที่สำคัญฉันน่ะ ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ที่พวกนายตามหาหรอก...” ไม่รู้ว่าที่พูดออกมานั้นอีกฝ่ายจะเข้าใจหรือเปล่า ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง นัยน์ตาเรียวคมซึ่งเคยจ้องมองมาก็เบิกกว้างอย่างขีดสุด ท่าทางเขาดูตกใจเอามากที่ได้ยินฉันพูดเช่นนั้น

และนี่เป็นเพียงความคิดแรกที่ฉันเห็นสีหน้าของดาจอง แต่แล้วฉันก็ต้องพบว่าสายตาที่เขาใช้มอง มันดันผ่านเลยฉันไปทางด้านหลัง ดาจองรีบตั้งลำกล้องปืนขึ้นอย่างรวดเร็ว จนฉันเองเป็นฝ่ายตกใจ

แกร๊ก!                             

เสียงของการเหนี่ยวไกปืนคราวนี้ดูจะไม่เป็นที่สบอารมณ์ของดาจองเท่าไหร่นัก และการกระทำดังกล่าวที่ร่างโปร่งเบื้องหน้าแสดงออกมา มันทำให้ฉันรีบเหลียวหลังมองสิ่งที่สามารถทำให้ดาจองตกใจและแสดงอาการร้อนรนออกมาได้มากขนาดนั้น

แล้วในที่สุดฉันก็พบว่าที่ด้านหลังห่างออกไปไม่ถึงห้าเมตร ได้ปรากฏร่างของชายในชุดสูทสีขาว ที่ดาจองเคยพูดไว้ว่าเป็นศัตรูจำนวน3คน กำลังเล็งปลายกระบอกปืนส่องมาตรงจุดที่ฉันยืนอยู่

แกร๊ก!

เสียงของการปลดกระสุนทำฉันเบิกตากว้างเฉียดเช่นเดียวกับที่ดาจองแสดงออกมาก่อนหน้านี้ ก่อนตามมาด้วยเสียงปืนที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

ปัง!!

นัมมุน!!!”

To Be Continued...

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7322 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 01:57
    อย่าเป็นไรนะะะะะะ
    #7,322
    0
  2. #7319 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 22:38
    ฮือออ ใครโดนยิงงง
    #7,319
    0
  3. วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 20:13
    ใครกันแน่ที่ยิง น้ำมนต์หรือดาจอง
    #7,317
    0
  4. #6166 oumii (@oumhaha) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 17:37
    สนุกกกก
    #6,166
    0
  5. #6165 piyawanpuangsood (@piyawanpuangsood) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 17:30
    อัพๆๆๆๆๆๆ
    #6,165
    0
  6. #6164 piyawanpuangsood (@piyawanpuangsood) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 17:29
    มาแล้วววว อิอิ อัพอีกน้าา รออยู่
    #6,164
    0