เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 10 : SOS09 ll ซุ่มซ่าม {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    10 ธ.ค. 60



EP09


ตั้งแต่เด็กแล้วที่ฉันมันจะชอบสร้างปัญหาให้คนอื่นปวดหัวอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะแม่ อาจารย์ที่โรงเรียน บลูหรือเจส ไม่ว่าจะเรียนไม่เก่งจนต้องไหว้วานให้บลูสละเวลามีค่ามาติวให้ หรือแม้แต่หวังดีพยายามจะช่วยงานอาจารย์ แต่ก็ดันทำล้มเหลวไม่เป็นท่า พานให้อาจารย์ต้องมานั่งเสียเวลาทำเอกสารใหม่ทั้งหมด 

เพียงแค่เรื่องแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฉันรู้สึกผิดกับเรื่องผิดพลาดที่ตัวเองก่อ หากแต่ไม่ใช่กับเรื่องที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้

ปัง!

เสียงปืน ใช่เสียงปืน ฉันได้ยินเสียงขอมัจจุราชดังชัดเจนมาก เสียงดังกล่าวปลิดชีวิตของบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง เพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นของฉันเท่านั้น คนใจดี นิสัยน่ารัก ต้องหมดลมหายใจเพียงเพราะเขาตั้งใจที่จะช่วยเหลือฉันให้ปลอดภัย

และฉันทำให้คนดีเหล่านั้นตาย...

ในเมื่อนายก็รู้ว่าดาจองไม่มีทางปล่อยฉันไป การที่นายมาช่วยฉันแบบนี้ มันจะทำให้นายลำบากภายหลังนะ

ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก

สั่งเสียกับมันสิ... นัมมุน

ปังงง!!!

พรึ่บ!

ไม่!!!” นัยน์ตาสองข้างเบิกตากว้างกับภาพหลอนสีเลือดที่คล้ายกับติดตาแบบไม่มีวันลบออก เสียงหอบเล็ดลอดผ่านริมฝีปากอย่างไม่อาจห้ามได้ ขณะสายตากวาดมองไปรอบตัวก่อนต้องพบว่าในเวลานี้ ฉันกำลังอยู่บนเตียง ภายในห้องกว้างที่ดูไม่คุ้นตา

ห้องกว้างที่เพียบพร้อมไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ตกแต่งสไตล์ยุโรป แถมขนาดห้องยังกว้างกว้างห้องภายในบ้านของฉันทั้งหลังรวมกัน ทำฉันพยายามตั้งสติ เพื่อนึกย้อนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ทว่า ยังไม่ทันได้ทำอะไรๆ อย่างที่ต้องการ

กึก!

เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นมาเสียงก่อนก็ดันขัดให้ทุกอย่างนิ่งลงอย่างนึกหวาดกลัว หัวใจฉันเต้นแรงในทุกครั้งที่เสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามามากขึ้นทุกขณะ เพราะฉันไม่สามารถรู้เลยว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันบ้าง แต่ว่า

ตื่นแล้วเหรอคะ?” เสียงหวานของหญิงสาวตัวเล็กในชุดคำรับใช้ ทำฉันถอนหายใจออกมาหนักๆด้วยความโล่งอก ถ้าจำไม่ผิดเธอคือผู้หญิงคนเดียวกับที่ฉันเจอบนเครื่องบินในตอนนั้นด้วยสิ

พอเห็นดังนั้นฉันจึงตั้งใจจะเปิดปากถาม

เธอ...” แต่เสียงของฉันก็เป็นอันต้องเงียบลงอีกครั้ง เมื่อในอกเริ่มเป็นกังวลถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงตรงหน้าในอนาคต หากพลาดถามอะไรที่ไม่ควรออกไปอีก แต่ว่ามันก้ดันเป็นเธอนั่นแหละที่กล่าวขึ้นแทรกความเงียบระหว่างเราลง

คุณนอนหลับไปตั้งหนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวัน ฉันเป็นห่วงแทบแย่

ฉันนี่นะจะหลับอะไรนานขนาดนั้น?

วันนี้คุณมีนัดทานข้าวกับคุณชายคังที่โรงแรมเดอะแกรนปาร์คนะคะ กำหนดการ ฉันวางเอาไว้ที่หัวเตียงแล้ว” หญิงสาวในชุดสาวใช้พูดด้วยท่าทางนอบน้อม รอยยิ้มของเธอบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเธอดูเป็นมิตรมากกว่าใคร แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็กลัวอยู่ดี

ฉันเหลือบมองไปยังโต๊ะไม้สักตั้งโคมไฟหัวเตียงเล็กน้อย พลางเอื้อมมือหยิบกระดาษแผ่นเล็กซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกำหนดการที่เธอว่าขึ้นดูด้วยความสงสัย ซึ่งบนกระดาษเขียนเป็นภาษาเกาหลี ใจความตามอย่างที่เธอพูดจริงๆ นั่นแหละ

เดี๋ยวฉันจะเตรียมน้ำอุ่นให้คุณอาบนะคะ

เดี๋ยวสิ!” ฉันเม้มปากลงเล็กน้อยอย่างนึกลังเล เมื่อคนถูกเรียกหันกลับมามองด้วยท่าทางสงสัย สายตากวาดมองไปรอบห้องอีกครั้งเพื่อเช็กความปลอดภัยและจำนวนคนที่อยู่ภายในห้อง เมื่อเห้นว่าน่าจะปลอดภัยฉันจึงรีบถามสิ่งที่อยู่ในหัวออกไปทันที “ทะ ที่นี่ที่ไหน?”

ที่คือคฤหาสน์ของคุณชายคังค่ะ ส่วนห้องๆ นี้เป็นห้องพักที่คุณชายคังจัดเตรียมเอาไว้ให้คุณเพียงคนเดียว

มันคงเป็นเพราะนิสัยที่แก้ไม่ได้ของฉันล่ะมั้ง ทีพอเจอใครใจดีด้วยหน่อยก็เริ่มอยากทำความรู้จัก แม้ลึกๆ จะกลัวว่าเธอจะตกอยู่ในอันตรายเหมือนกับคนอื่นๆ ก็ตาม

ละ แล้วนี่... เธอมีชื่อหรือเปล่า?”

ฮัน นาบีค่ะ

ฉันน้ำมนต์นะ

ฉันทราบดีค่ะ คุณนัมมุน

ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้ เธอดูท่าจะอายุพอๆ กับฉันเลย” ฉันพยายามพูดด้วยทีท่าที่เป็นกันเอง แต่

ไม่ได้หรอกค่ะ” นาบี(เรียกตาม)ขัดเสียงอ่อน แต่ยังคงซึ้งรอยยิ้มน่ารักบนดวงหน้าเอาไว้ “คุณคัง มอบหมายให้ฉันคอยรับใช้คุณนัมมุนแบบส่วนตัว ฉันคงไม่สามารถเรียกชื่อของคุณห้วนๆ ได้หรอกค่ะ

อีตาคนใจร้ายนั่นน่ะเหรอ!?”

ถ้าคุณนัมมุนหมายถึงคุณชายคังล่ะก็...เขาเป็นคนที่ใจดีนะคะ

โอ้ยให้ตายสิ ฉันอยากจะทึ้งหัวตัวเองโม่งพื้นจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นเอาอะไรมาพูดกันนะ ว่าหมอนั่นเป็นคนใจดี ไม่เห็นเหรอว่าหมอนั่นน่ะยิงคนตายบนเครื่องบินเลยนะ!

คุณนัมมุน ดูโทรทัศน์รอก่อนได้นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเตรียมน้ำอุ่นกับเสื้อผ้าไว้ให้” นาบีพูดเสียงปนขำ เมื่อเห็นท่าทีของฉันที่แสดงออกถึงการต่อต้านสิ่งที่เธอพูดผ่านทางสีหน้า อีกทั้งยังยื่นรีโมทโทรทัศน์จอยักษ์ตรงหน้ามาให้ ก่อนก้มหัวลงเล็กน้อย แล้วเดินปลีกตัวหายเข้าไปในห้องข้างๆ

จะว่าไปแล้วนาบีเองดูไม่น่าจะอยู่ร่วมกับบ้านกับดาจองได้เลย ที่พูดว่าดาจองใจดี เธอคงจะฝืนใจพูดออกมาแน่ๆ หมอนั่นที่จิตใจโหดเหี้ยม ไม่ฟังคำขอร้องของใคร แถมยังฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นอย่างนั้นน่ะ 

ไม่เห็นจะมีตรงไหนบ่งบอกว่าใจดีเลยสักนิด!

หลังจากนาบีคล้อยหลังออกไป ฉันก็เริ่มรู้สึกหดหู่ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ ดันนึกถึงหน้าอุนมยองขึ้นมา พอคิด ฉันก็อดโทษตัวเองไม่ได้ที่เป็นคนทำให้เขาถูกดาจองฆ่าตายแบบนั้น ถ้าตอนนั้นฉันไม่ตัดสินใจหนีออกมากับเขาล่ะก็...

อุนมยองก็คง...

กึก!

(วันนี้เราจะมาสัมภาษณ์นักร้องวงSWAG[1] ที่ดังอย่างสุดๆ ในเวลานี้กันนะคะ...) เพราะฉันดันเผลอกำรีโมทแน่นในตอนที่นึกถึงเรื่องของอุนมยองล่ะมั้ง มันก็เลยพลาดไปโดนปุ่มเปิดโทรทัศน์ จนเสียงสัมภาษณ์ของนักข่าวดังลั่นไปทั่วห้องพักแทบจะทันที

 ‘สวัสดีค่า ขอสัมภาษณ์หน่อยได้ไหมคะ?’ เสียงสดใสของนักข่าวทำฉันช้อนตามองหน้าจอสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ตรงหน้าเล็กน้อยโดยหวังว่ารายการโทรทัศน์ในยามนี้จะทำให้ฉันลืมเรื่องน่าเศร้าได้บ้าง ทว่า มันกลับเป็นอีกครั้งที่ฉันต้องทำตาโตแบบไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เมื่อในจอแก้วทรงสี่เหลี่ยมตรงหน้ากำลังปรากฏภาพของผู้ชายที่ฉันคิดว่าเขาหมดลมหายใจไปแล้ว กำลังยืนให้สัมภาษณ์สดกับนักข่าวพร้อมด้วยรอยยิ้มใจดีในแบบที่ชอบ

(คุณจอนอุนมยองรู้สึกยังไงต่อผลตอบรับอลบั้มใหม่จากแฟนๆ บ้างคะ?)

อุนมยอง! นั่นเขา นั่นเขาจริงๆ!

(รู้สึกดีอย่างสุดๆเลยครับ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนพวกเราเป็นอย่างดีตลอดมาครับ) ฉันรีบกระเสือกตัวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว โดยที่สายตาโฟกัสไปที่ใบหน้าของอุนมยองแบบไม่วางตา 

เขายังดูเหมือนปกติ ยังคงใจดีละเป็นกันเองกับทุกคน ฉันค่อยๆ เกลี่ยปลายนิ้วลูบไปตามหน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าอย่างตื่นตั้น ที่ยังมีโอกาสได้เห็นหน้าเขาแบบนี้ เขาเหมือนเดิมทุกอย่าง เว้นแต่เพียงบนดวงหน้าหล่อทะเล้นของเขาในตอนนี้มันดันเต็มไปด้วยผ้าก็อตจนดูแปลกตาไป

(โอ๊ะ... หน้าคุณไปโดนอะไรมาคะเนี่ย?)

(อ่า เมื่อวันก่อนครับ ผมขับจักรยานล้มน่ะครับ แผลเลยเต็มตัวแบบนี้ ฮ่าๆ)

เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ถูกดาจองกระทำเลยสักนิด...

(คุณเนี่ย ซุ่มซ่ามจริงๆ เลยนะคะ ฮ่าๆ)

(ฮ่าๆ ถ้ายังไง ฝากอลบั้มใหม่ของพวกเราวงSWAGด้วยนะครับ!)

ที่สำคัญดาจองเองก็ไม่ได้ฆ่าเขา ตานั่นยอมฟังคำขอร้องขอฉันอย่างงั้นเหรอ...

คุณนัมมุนคะ น้ำอุ่นเตรียมเสร็จแล้วค่ะ ฉันสะดุ้งเล็กน้อย รีบหันขวับไปยังเจ้าของเสียงด้วยตกใจ ในอกมันสั่นๆ อย่างบอกไม่ถูก แถมปากก็ยังขยับถามออกไปเองแบบไม่อาจห้ามได้

ดาจองอยู่ไหนน่ะ?”

คุณชายคังล่วงหน้าไปที่โรงแรมแล้วค่ะ” นาบีฉีกยิ้มหวาน เธอเดินตรงมาหาฉันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจัดปลดกระดุมเสื้อนักเรียนที่ฉันสวมอยู่อย่างถือวิสาสะ จนต้องรีบสะบัดตัวหลบ

จะ จะทำอะไรน่ะ!”

ถอดเสื้อคุณนัมมุนยังไงละคะ เราจะได้อาบน้ำกัน” เธอพูดแถมยังไม่สนใจปฏิกิริยาตอบรับของฉันสักนิด นาบียังคงพยายามต้านมือฉันเพื่อที่จะปลดกระดุมเสื้อต่อไปอยู่อย่างงั้น

ฉะ ฉันถอดเองได้

ไม่ได้หรอกค่ะ หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของฉัน คุณชายคังกำชับเอาไว้” เธอแย้ง

กะ กำชับอะไร?” ฉันถามออกไปแบบไม่เต็มเสียงนักเพราะรู้สึกไม่คุ้นชินกับการถูกปรนนิบัติรับใช้แบบนี้

คุณชายคังให้ฉันเตรียมคนไว้สำหรับการขัดผิว อาบน้ำ แต่งหน้า แล้วก็แต่งตัวค่ะ

อะ...อาบน้ำ ขัดผิว ฉันทำเองได้

ไม่ต้องอายนะคะ ทำตัวตามสบาย” นาบียังคงยืนกรานคำพูดของตัวเอง แต่เมื่อเธอเห็นว่าฉันยังดื้อพยายามที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง นาบีจึงตบมือแปะๆ สองที โดยยังคงเอาแต่ยิ้มหวานจนฉันรู้สึกแปลกใจกับท่าทีดังกล่าวของเธอ

แต่แล้วไม่ถึง 1 นาทีดี สุดท้ายฉันก็ได้คำตอบ 

“ได้เวลาอาบน้ำแล้วค่ะคุณนัมมุน...เธอพูดโดยมีบรรดาแม่บ้านและคอสตูมนับสิบชีวิตบุกเข้ามาภายในห้องพักและล้อมฉันไว้ อารมณ์คล้ายๆ กับทหารจะออกรบในสงครามโลกไม่มีผิด พวกหล่อนกรูกันเข้ามาจับฉันที่ไม่ทันตั้งตัวอย่างรวดเร็ว เหมือนซอมบี้รุมกินโต๊ะเหยื่อไม่มีผิด

กรี๊ดดดดดดดดดฉันอาบน้ำแต่งตัวเองได้ปล่อยน้าาา!”

2ชั่วโมงต่อมา...

ในหัวของฉันตอนนี้มีแต่คำว่าไม่ชินดังคลอไม่หยุด ไม่ว่าจะเรื่องที่ต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าแม่บ้าน ถูกผู้หญิงแปลกหน้านับสิบคนช่วยกันจับอาบน้ำขัดผิว หรือแม้แต่ถูกใครที่ไหนก็ไม่รู้จับแต่งตัวเหมือนตุ๊กตา นี่น่ะ คงเป็นประสบการณ์ที่หน้าอายที่สุดในชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้

หลังจากช่วงวินาทีฉุกเฉินที่แสนหน้าอายภายในห้อง ฉันก็ถูกจับให้นั่งในรถลีมูนซีนแสนแพงเพื่อพาตัวไปที่ใดที่หนึ่งในโซล พวกเขาแปลงโฉมฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนชั่วชีวิตก่อน 

ไม่ว่าจะสร้อยเพชรที่เข้าชุดกับต่างหู เดรสเกาะอกสีแดงสดที่ทำจากผ้ากำมะหยี่ทั้งตัว นี่ยังไม่รวมรองเท้าลูบูแตงราคาเหยียบแสนที่ฉันสวมอยู่อีกนะ ทุกอย่างดูมีราคาแพงชนิดที่ว่าหูฉี่ตาถลนเลยใช่ไหมล่ะ แต่เชื่อเถอะว่าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับเหล่านั้นมันได้มาอยู่บนตัวฉันเรียบร้อยแล้ว...

หลังจากนั่งลีมูซีนออกจากคฤหาสน์หลังโตที่ดูคล้ายปราสาทของแดร๊กคิวล่าของดาจองไม่เท่าไหร่ ในที่สุด รถก็มาหยุดอยู่หน้าสถานที่ที่เป็นเป้าหมายในที่สุด

ถึงแล้วครับ เจ้าหญิง

ฉันไม่ใช่เจ้าหญิง!” ให้ตายสิฉันต้องพูดกับคนพวกนี้เท่าไหร่นะ ถึงจะยอมเชื่อว่าฉันไม่ใช่เจ้าหญิงนะ!

ครืดดดดด..

และในตอนที่ฉันกำลังจะอ้าปากถามคนขับรถออกไปเพื่อถามหาดาจองอยู่นั้นเอง บานประตูเลื่อนของรถถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ขัดสิ่งที่ตั้งใจจะถาม พานให้สายตาเหลียวมองไปยังบานประตูที่ถูกเปิดออกทันที และพบว่าเข้าใครคนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เปิดประตูต้อนรับฉันอยู่ในเวลานี้นั้นดูคุ้นตายิ่งกว่าใคร

แถมเขายังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอย่างดี ราวกับเจ้าชายในนิทาน

นาย!” ฉันอุทานออกไปอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีโอกาสใกล้ชิดเขาบ้างแล้วก็ตาม

ผู้ชายที่เอาแต่สวมแว่นดำ แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำสนิทจนดูเป็นเอกลักษณ์ แถมยังชอบทำท่าทางน่ากลัวอยู่ตลอดเวลาในตอนนี้เปลี่ยนไป เรือนผมสีเข้มถูกเสยขึ้นจนดูทำให้เขาดูเท่มากขึ้นอีกเป็นกอง เขาสวมชุดสูทลายทางแนวดิ่งสีน้ำน้ำเงินสลับดำ เข้ากับเนคไทค์สีแดงอย่างน่าเหลือเชื่อ

เขาช่างเป็นผู้ชายที่ดูดีสุดๆ คนหนึ่งเลยก็ว่าได้...

ดาจองจ้องฉันอยู่ครู่หนึ่งตั้งแต่ประตูรถถูกเปิดออกและยิ้มมุมปากอย่างพอใจที่เห็นฉันอยู่ในชุดที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ ไม่มีคำพูดจาใดกล่าวผ่านริมฝีปากหยักลึกน่าดึงดูดนั่น แต่คนตัวใหญ่เลือกที่จะยื่นมือข้างหนึ่งส่งมาให้ ปฏิบัติใส่ฉันราวกับเป็นเจ้าหญิงต่างไปจากภาพลักษณ์ครั้งแรกที่ได้เจอกันโดยสิ้นเชิง

วินาทีนี้ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองควรจะทำยังไงต่อไป การกระทำของดาจองเหมือนมีแรงดึงดูด ผลักดันให้ร่างกายตอบรับการกระทำดังกล่าวกลับไปด้วยการขยับตัววางมือนาบลงกับฝ่ามืออุ่นได้อย่างน่าแปลก

เสียงรัวชัตเตอร์จากบุคคลภายนอกซึ่งคิดว่าน่าเป็นนักข่าวดังขึ้นทันทีที่เท้าฉันก้าวเหยียบบนพรมแดงหน้าทางเข้าโรงแรมโดยมีดาจองเป็นคนประคองไว้ราวกับว่าเราสองคนคือคู่ที่ผู้คนโดยรอบให้ความสนใจมากที่สุดในเวลานี้

เพราะฉันไม่เคยมีโอกาสสวมรองเท้าที่ส้นสูงขนาดนี้มาก่อน เลยพานให้เดินไม่ค่อยถนัดนัก ฉันไม่รู้หรอกว่าดาจองดูท่าทีของฉันที่เป็นแบบนี้ออกไหม แต่เขาเลือกที่จะใช้วงแขนข้างหนึ่งโอบรอบเอวฉันเอาไว้ เพื่อช่วยประคองกายฉันอีกแรง

ไม่น่าเชื่อเลยนะ...”  ตอนนั้นเอง ที่จู่ๆ คนใจร้ายก็พูดอะไรบางอย่างออกมาด้วยระดับเสียงที่มีแค่เราได้ยินกันสองคน เขาไม่ได้มองหน้าฉันขณะที่พูด สายตาของเขาเหมือนสนใจอย่างอื่นมากกว่า แต่น่าแปลกที่หัวใจฉันมันดันเต้นแรงไม่หยุด ม้าดีดกะโหลกจากประเทศไทย พอจับแต่งตัวแต้มสีเข้าหน่อย จะดูดีได้ขนาดนี้...

หน้าฉันมันวูบร้อนทันทีที่ได้รับคำชมจากปากของผู้ชายใจร้ายข้างกาย ฉันแอบลอบหน้ามองเสี้ยวหน้าของดาจองเล็กน้อย และทันเห็นรอยยิ้มพึงพอใจของเขาโดยที่เราไม่ได้มองหน้ากัน

เพียงแค่นั้นหัวใจฉันมันก็เหมือนกับกำลังถูกบีบ จนต้องพูดความรู้สึกของตัวเองออกไป

ขอบคุณนะ...ที่ไม่ได้ฆ่าอุนมยอง ไม่มีคำตอบใดเล็ดลอดจากปากของดาจองโต้กลับมา แต่ว่าเขากลับปล่อยมือที่กุมมือของฉันออกไปพร้อมกับวงแขนที่ใช้ประคองรอบเอว ทันทีที่เราทั้งคู่เข้าสู่ห้องจัดงานของโรงแรม

เดี๋ยวฉันมา” ดาจองทิ้งท้ายเพียงแค่นั้นก่อนเดินปลีกตัวแยกเข้าไปปะปนเข้าผู้คนภายในงาน

ฉันไม่รู้หรอกว่าที่ที่ฉันอยู่ในตอนนี้มันคืออะไร ดูๆ ไปแล้วมันก็คล้ายๆ กับงานเลี้ยงสังสรรค์นั่นแหละ ที่สำคัญคนที่อยู่รอบกายฉันตอนนี้มีแต่คนที่ดูมีเงิน แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงๆ ทั้งนั้นเลย

ที่น่าโมโหก็คือ หมอนั่นกล้าทิ้งฉันไว้คนเดียวแบบนี้ได้ยังไงกันไหนว่านัดกินข้าวไง แล้วนี่มันอะไร!?

ฉันพยายามกวาดตามองหาดาจองท่ามกลางกลุ่มคนหลังจากยืนรอมาได้สักพัก และด้วยสายตาที่เฉียบคม เลยทำให้มองเห็นเขาจากจุดที่ยืนอยู่ได้ไม่ยากนัก ถ้ามองไม่ผิดดูเหมือนดาจองกำลังยืนคุยกับใครอยู่ ที่สำคัญเธอคนนั้นก็สวยเอามากๆ หุ่นเพรียวบางในชุดแซกสีครีม หน้าตาออกไปทางลูกครึ่งแถมยังมีเรือนผมสีทองยาวหยักศกเหมือนกับเจ้าหญิง

ฉันไม่ได้คิดไปเองหรอกนะ แต่ฉันรู้สึกดาจองกับผู้หญิงคนนั้นดูเหมาะสมกันเป็นอย่างมาก พูดก็พูดเถอะ ฉันเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับใครอยู่แล้ว ถ้าหมอนั่นจะขอปลีกตัวเพื่อไปหลีสาวแบบนี้มันก็ดูจะเกินไปหน่อย

กล้าทิ้งฉันไว้กลางงานคนเดียวเพื่อป๋อสาว มันน่านัก

ในเมื่อเขากล้าทิ้งฉันไว้กลางงานเพื่อป๋อสาวแบบนี้ เห็นทีจะต้องสั่งสอนสักหน่อย คิดได้แบบนั้นฉันก็รีบก้าวเท้าเดินไวตรงไปยังจุดที่ดาจองยืนอยู่ทันที แต่เพราะว่าฉันไม่ชินกับการใส่ส้นสูง มันก็เลยทำให้...

ฟึ่บกึกโครม!

ว้ายยยยยอะไรกันเนี่ย!?”

To Be Continued...

 หมายเหตุ 

SWAG[1] คือวงดนตรีที่เราสร้างขึ้น มีอยู่ในเรื่องนี้และเรื่อง RACE ON งับ

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7299 speek-now (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 09:54
    555555 ซุ่มซ่ามจนได้เรื่อง
    #7,299
    0
  2. #7288 towarisa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 17:19
    ซุ่มซ่ามตลอดนะน้ำมนต์
    #7,288
    0
  3. #7287 pinnkuu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 14:00
    ตายแล้วนัมมุนนนน
    #7,287
    0
  4. #5925 Yunau (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 06:35
    อ่อนโยนก็ได้ทำไมไม่ทำแต่แรกล่ะ
    #5,925
    0
  5. #5924 baibua-55 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 01:24
    คุณชายคัง... ปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทันเลยนะเจ้าคะ
    #5,924
    0
  6. #5923 speek-now (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 00:30
    พาร์ทนี้คุณชายเอาใจไปเลยเต็มๆ
    #5,923
    0