เจ้าหญิงของมาเฟีย {S.O.S}

ตอนที่ 1 : SOS00 ll เกลียดพบสบตา {อัพ100%} รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    14 ธ.ค. 60


EP01

ประเทศไทย ปี พ.ศ 255X

 

เฮ้อออ!”

นับวันประไทยยิ่งร้อนขึ้น ร่างกายฉันก็เหมือนจะละลายลงทุกวินาที ทุกครั้งที่มองนอกหน้าต่างห้องเรียนออกไป แล้วพบว่าอากาศด้านนอกดูร้อนจัดจนเหมือนไออุ่นจากนรก มันยิ่งพานให้รู้สึกไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากนอนเฉยๆภายในห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศ

เวลาแบบนี้ถ้าได้น้ำแข็งใสเย็นๆ กับไอศกรีมหวานๆ สักถ้วย มันก็คงจะดีไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ย

ตึงง!!

ทำข้อสอบเสร็จแล้วเหรอคะ คุณกัญญภัค!”

เฮือก!” ฉันสะดุ้งตัวโยน เมื่อเสียงแหลมแกมดุพูดขัดความคิดให้กลับมาสู่โลกความจริง ก่อนพบเข้ากับใบหน้าเหี่ยวๆเต็มไปด้วยรอยตีนกาของหญิงวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับแว่นสายตาเลนส์หนา กำลังปั้นหน้าเป็นยักษ์อยู่หน้าโต๊ะเรียน

ที่สำคัญเธอคืออาจารย์สุรีย์ หัวหน้าหมวดวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งมีหน้าที่คุมการสอบซ่อมของฉันอยู่!

กระดาษคำตอบว่างเปล่าแบบนี้คืออะไร?” ยังไม่ทันได้แก้ตัว อาจารย์สุรีย์ก็ถือวิสาสะดึงกระดาษคำตอบไปจากโต๊ะ เธอก้มมองกระดาษคำตอบเล็กน้อยก่อนจะเริ่มบ่นออกมาเสียงดัง พานให้ทุกสายตาของนักเรียนให้ห้องสอบหันมองมาทางฉันเป็นตาเดียวกันหมด “นี่เธอไม่อยากสอบซ่อมวิชาคณิตฯของฉันผ่านใช่ไหม?”

คะ คือหนู...

ฉันจะให้เวลาเธอทำข้อสอบอีก 20 นาที คราวนี้ถ้าใครสอบซ่อมไม่ผ่านอีก ฉันจะให้พวกเธอรอสอบซ่อมทีเดียวตอนช่วงจบการศึกษา เข้าใจตรงกันนะ!”  ขู่ไม่ขู่เปล่า อาจารย์สุรีย์รีบวางกระดาษคำตอบกลับคืนสู่โต๊ะฉันเช่นกัน

ฉันยิ้มเหยอย่างนึกอับอายพลางเหลือบมองนักเรียนโต๊ะข้างๆ ซึ่งจ้องกลับมาด้วยสายตาอาฆาตเหมือนอยากจะด่ากระแทกหน้าฉันว่า ‘นังโง่แกทำให้คนอื่นพลอยซวยไปหมด’ พานต้องรีบก้มหน้างุดเพื่อหลบสายตาดังกล่าวด้วยความอับอายและรู้สึกผิดทันที

 “ส่วนเธอ...” 

คะ?” อีกหนที่ฉันต้องสะดุ้งและเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ให้กับเสียงเรียกของอาจารย์คุมสอบอีกครั้ง พร้อมกันนั้นก็เงยหน้าสบตากับอาจารย์สุรีย์อย่างกล้าๆ กลัว

เธอลงสอบโครงการนักแลกทุกแลกเปลี่ยนประเทศเกาหลีด้วยใช่ไหม?” ฉันรีบพยักหน้าหงึกหงักรับคำของอาจารย์อย่างนึกหวาดๆ และนั่นทำให้เธอกระยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะกับคำพูดประโยคถัดมาของเธอ ถ้ารอบนี้เธอสอบซ่อมไม่ผ่าน จะหมดสิทธิ์สอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนนะ เพราะมันคือกฎ เข้าใจใช่ไหมกัญญภัค?”

ค่ะ!”

กัญญภัค สังข์ศิริ’ หรือ ‘น้ำมนต์’ คือชื่อของฉันเองค่ะ ฉันเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่อยู่มัธยมศึกษาปีที่6แล้วค่ะ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อกับการเลือกมหาวิทยาลัยที่ต้องเข้าพอดิบพอดี ซึ่งเป็นช่วงชีวิตที่ลำบากสุดๆ สำหรับคนที่โง่เข้าขั้นอย่างฉันเลยก็ว่าได้

วิชาคณิตศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต เพราะฉันคือเด็กห่วยครองตำแหน่งบ๊วยประจำโรงเรียนมาตลอด5ปี นับตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น แต่กลับกัน ฉันดันมีความรู้และความสามารถพิเศษทางด้านกิจกรรมและภาษาเป็นเลิศ ภาษาที่ว่านี่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอย่างที่ทุกคนเข้าใจหรอกนะ แต่เป็นภาษาเกาหลีต่างหาก

ฉันสามารถอ่าน เขียนและพูดเกาหลีได้ราวกับเป็นเจ้าของภาษา แต่ใช่ว่าฉันจะเก่งแบบนี้มาตั้งแต่เกิดหรอกนะ ฉันอาศัยเรียนพิเศษวิชาภาษาเกาหลีมาตั้งแต่เด็กต่างหาก เนื่องจากความฝันสูงสุดของฉันคือการได้ไปเหยียบประเทศเกาหลีสักครั้ง ไม่ใช่ว่าไปเพื่อตามรอยนักร้องในดวงใจหรอกนะ แต่ต้องการไปตามหาพ่อต่างหาก

เพราะแม่เคยเล่าว่าพ่อของฉันเป็นคนเกาหลี ทั้งคู่พบกันที่นั่นแถมยังรักกันมาก แต่ว่าพ่อดันติดภารกิจในวันที่แม่คลอดทำให้ต้องบินกลับเกาหลีไปก่อน หลังจากนั้นพ่อขาดการติดต่อกับแม่ไปจนถึงทุกวันนี้ ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงไม่มีโอกาสได้เห็นหรือพูดคุยกับพ่อเหมือนเด็กคนอื่นๆเลยสักครั้ง ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น จึงกลายแรงผลักดันที่ทำให้ฉันวาดฝันการไปเหยียบประเทศเกาหลีเอาไว้สูง ส่วนอีกแรงผลักดันหนึ่งก็คงเป็นคำพูดของแม่ที่ว่า ‘พ่อรักฉันมากยิ่งกว่าอะไรในโลก’ นั่นแหละ

ดังนั้นพอทางโรงเรียนจัดโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนไทย-เกาหลีขึ้นมา เปิดโอกาสให้ทำตามความฝันกันขนาดนี้ มีเหรอที่นังน้ำมนต์คนนี้จะพลาด กะอีแค่ข้อสอบซ่อมวิชาคณิตศาสตร์น่ะ ฉันไม่ยอมให้มาเป็นตัวถ่วงในการไปเหยียบประเทศเกาหลีของฉันหรอก รู้ไว้เสียด้วย!

น้ำมนต์สู้โว้ยยยยย!!

เวลาต่อมา

ไงแก สอบซ่อมผ่านป่ะ” เสียงของ ‘เจส’ เพื่อนสาวคนสนิทเอ่ยถามขึ้นทันทีที่ฉันเดินคอตกออกจากห้องสอบ สีหน้าเธอดูเป็นห่วงกับผลการสอบซ่อมของฉันในครั้งนี้มาก เพราะเธอเองก็เป็นอีกคนที่เข้าร่วมสอบโครงการแลกเปลี่ยนเหมือนกันและคาดว่าเธอก็รู้กฎกติกาของนักเรียนที่จะร่วมสอบชิงทุนครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ไม่อ่ะ” ฉันส่ายหน้า

อีกแล้วเหรอ!?” เธอย้อนเสียงสูง แถมยังทำท่าดุจนน่ากลัวเสียยิ่งกว่าตอนแม่ถูกหวยกินเสียอีก “นี่มันรอบที่สามแล้วนะน้ำมนต์ ทำไมแกโง่งี้ล่ะ!?”

ฮือ ไม่รู้ TOT อาจารย์สุรีย์บอกว่า ถ้าฉันสอบซ่อมไม่ผ่านจะหมดสิทธิ์สอบเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนด้วยอ่ะ

แล้วจะทำไงต่อล่ะ อีกสามวันโครงการแลกเปลี่ยนจะเริ่มสอบแล้วนะ

โอ๊ยไม่รู้ คำตอบที่ดูจะไม่ได้ช่วยอะไร ทำคนฟังแสดงสีหน้าบูดบึ้ง เจสกอดอกมองด้วยสายตาดุๆ จำต้องพูดอะไรบางอย่างเพื่อให้เพื่อนสาวหยุดแสดงท่าทางน่ากลัวแบบนั้นใส่สักที พรุ่งนี้ฉันว่าจะลองขออาจารย์สุรีย์สอบซ่อมอีกรอบ แต่ก็ไม่รู้จะผ่านหรือเปล่า” 

ทำไมไม่ให้ไอ้ ‘บลู’ สอนให้อ่ะ” ทว่า คราวนี้พอพูดจบ เจสกลับเป็นฝ่ายเสนอความเห็น

บลูเหรอ?”

เออก็บลู ไอ้ที่บ้านอยู่ติดกับบ้านเธอไง หมอนั่นอ่ะสอบติดท๊อป3ทุกเทอมไม่ใช่เหรอ?” พอเจสเสนอออกมาอย่างงั้น ในหัวฉันก็เริ่มประมวลผลจากคำพูดเธอทันที

จริงด้วยสิทำไมฉันถึงคิดไม่ถึงนะ ว่ามีเพื่อนชายที่สนิทกันตั้งแต่เด็ก แถมหมอนั่นก็เรียนเก่งมากๆ อยู่คนหนึ่งนี่

โอเค งั้นฉันจะลองดู!”

ดีล่ะ! ถ้างั้นลองไปขอให้หมอนั่นช่วยติวหน่อยก็แล้วกัน!

 

เวลา 16.50 นาฬิกา

ฉันในเวลานี้ กำลังตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาป้าๆ ที่เริ่มพากันเดินออกจากบ้านเพื่อไปจับจ่ายซื้อของสำหรับทำอาหารเย็นที่ตลาดใกล้หมู่บ้าน ส่วนเหตุผลน่ะเหรอ ก็คงเป็นเพราะ...

นะๆๆๆ บลู ช่วยติวข้อสอบให้หน่อย T^T” ฉันกำลังนั่งกอดขา ‘บลู’ เพื่อนในวัยเด็ก เพื่อร้องขอให้เขาช่วยติววิชาเลขให้อย่างไร้ศักดิ์ศรีอยู่ยังไงล่ะ

หลังจากที่เจสเสนอตอนอยู่โรงเรียนเมื่อช่วงบ่าย ฉันก็รวบรวมพลังและคำพูดเพื่อมาร้องขอความช่วยเหลือจากบลูในช่วงเย็น แต่หมอนี่น่ะ ดันปฏิเสธอย่างไม่ใยดี แถมยังเห็นการเตะบอลสำคัญกว่าเพื่อนสมัยเด็กแบบฉันเสียอีก!

ไม่เอาอ่ะ เธอโง่ไป ฉันช่วยติวไม่ไหวหรอกไปเตะบอลก่อนนะ

ไม่เอา...นะๆๆๆ ถ้าไม่ได้แกอ่ะ ฉันต้องอดเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศเกาหลีแน่ๆ เลย T^T” แม้จะโดนปฏิเสธ แต่ฉันก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะตื้ออยู่ดี เรียกว่าด้านได้อายอดนั่นแหละค่ะ!

ช่วงหลังมานี้ ฉันกับบลูไม่ค่อยได้คุยและเล่นด้วยกันเหมือนเดิม ด้วยความที่เราทั้งคู่ต่างคนต่างโตขึ้น มีสังคมที่ต่างกันออกไป อีกอย่างทุกครั้งที่เราคุยกัน หมอนี่มักชอบหาเรื่องว่าฉันอยู่เรื่อย ไม่ว่าว่าปัญญาอ่อนบ้างล่ะ ก็โง่บ้างล่ะ

ฮือออ! เกิดมาโง่แล้วมันผิดตรงไหนเล่า!

ถ้านายช่วยนะ ฉันยอมเป็นทาสนายเลยก็ได้เอา!” เมื่อแผนอ้อนดูไม่ประสบผลเท่าไหร่ แผนต่อไปจึงกลายเป้นการตั้งข้อเสนอ ซึ่งมันดูจะได้ผลดีเสียด้วย เมื่ออีกฝ่ายย้อนกลับมา แถมยังทำหน้าเจ้าเล่ห์คล้ายกับมีแผนอะไรอยู่ในหัว

หืมจริงป่ะ?”

จริง! เอาหัวเป็นประกันเลยก็ได้!” ฉันยืนกรานคำพูดของตัวเอง ทำตาปริบๆ ช้อนมองหน้าคนตัวใหญ่ตรงหน้าเพื่อเรียกคะแนนสงสาร

บลูนิ่งไปครู่หนึ่ง ทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ในหัว ก่อนจะพูดออกมาในที่สุด

มีผู้หญิงที่ฉันแอบชอบอยู่คนหนึ่ง ถ้าฉันติวให้เธอเสร็จ เธอต้องช่วยฉันให้สมหวัง คิดว่าทำได้ป่ะ?”

ให้ฉันช่วยเนี่ยนะ?” ฉันย้อน

ใช่ คิดว่าทำไมได้ก็หลบไป ฉันจะไปเตะบอล

ดะ เดี๋ยวสิทำได้อยู่แล้ว!”เพราะไม่มีอะไรจะเสีย ฉันจึงต้องงัดทุกคำพูดออกมาใช้เพื่อเป้นข้อแลกเปลี่ยน ทว่า ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะตอบโต้กลับมา เสียงเรียกของแม่ก็ดันเรียกขัดขึ้นมาเสียก่อนทำทั้งฉันและบลูหันมองด้วยความสงสัย

น้ำมนต์เดินไปซื้อกะทิที่ตลาดให้แม่หน่อยสิ

กะทิเหรอคะ?” ฉันย้อนกลับไป พร้อมทั้งรีบปล่อยมือที่กอดขาบลูออก จากนั้นก็รีบลุกขึ้นยืน เพราะดูเหมือนว่าสายตาของแม่ที่มองเราทั้งคู่อยู่ตอนนี้ ชักจะเริ่มทำให้ฉันอายขึ้นมาแบบแปลกๆ

ใช่ พรุ่งนี้แม่จะทำบัวลอยไปขาย น้ำกะทิมันไม่พอ รีบๆ ไปซื้อให้แม่เลยนะอย่ามัวแต่เล่นเป็นเด็ก” แม่สั่งอีกครั้งแกมดุ และนั่นทำให้บลูรีบยกมือไหว้ทักทายไปตามประสาทันที

สวัสดีครับคุณน้า

สวัสดีจ๊ะ” แม่ยิ้มรับคำทักทายของบลูด้วยท่าทางใจดี แต่ไม่ใช่กับฉัน “มาเอาเงินสิน้ำมนต์ ชักช้าอยู่นั่นแหละ!” 

เพื่อไม่ให้แม่ดุฉันจนขายหน้าบลู ฉันจึงรีบเดินไปที่รั้วบ้านตัวเองเพื่อรับเงินค่ากะทิมาไว้กับตัว และในวินาทีที่ฉันกำลังจะใส่เกียร์หมาวิ่งไปที่ตลาดนัดอยู่นั้นเอง

รีบไปรีบมาอ่ะ กลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะรีบไปติวคณิตให้

อื้อ!” ฉันยิ้มรับคำของบลูแบบไม่ต้องสงสัย ด้วยเพราะคำสั่งของแม่ ฉันจึงรีบแบกร่างของตัวเองวิ่งไปยังตลาดที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุด โดยไม่ได้พูดคุยข้อตกลงใดกับบลูต่อจากนั้น

เชื่อเถอะ! สำหรับฉันแล้วคำสั่งแม่ถือว่าเป็นเรื่องเด็ดขาดที่สุด!

อ้อลืมบอกไปว่าครอบครัวของฉันทำขนมไทยขาย ส่วนเงินทุนที่ได้มาน่ะ เคยได้ยินแม่บอกว่าพ่อนั่นแหละเป็นคนให้ เพราะพ่อที่แม่พูดถึง ฟังดูเป็นคนใจดีและรักครอบครัวมากขนาดนี้ คงไม่แปลกใจแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าทำไมฉันถึงอยากจะเจอท่านมากขนาดนี้

ขวับ!

อ๊ะ!” ทว่า เดินออกจากตัวหมูบ้านไปได้ไม่นาน ทุกความคิดที่อยู่ในหัวกลับมีอันต้องสะดุดลง เมื่อจู่ๆ ฉันรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนที่มองมา จำต้องหันขวับมองกลับไปแบบไม่ต้องสงสัย ก่อนต้องพบเรื่องน่าตกใจเมื่อบริเวณที่ฉันรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนกลับไร้วี่แววเหมือนดั่งเช่นความคิด จนรู้สึกแปลกใจ...

มีคนกำลังแอบมองฉันอยู่งั้นเหรอ...

ไม่หรอกน่า บางทีฉันอาจจะคิดไปเองก็ได้ รีบๆไปซื้อของให้แม่ดีกว่าจะได้กลับไปคุยธุระกับบลูต่อ!


เวลาต่อมา...

ตลาดสร้อยทอง

ป้าค่ะ ซื้อกะทิ3โลค่ะ” พอมาถึงที่หมาย ฉันก็สั่งป้าร้านขายกะทิไปตามอย่างเคยๆ เพราะมาซื้อบ่อย เลยทำให้คุ้นหน้าคุ้นตากับคนขายจนเหมือนญาติสนิท

คืนนี้แม่จะทำขนมอะไรขายล่ะ” การพูดคุยอย่างเป็นกันเองจึงเริ่มต้นขึ้น

แม่บอกจะทำบัวลอยค่ะ

เออดีๆ ป้าอยากกินอยู่พอดี บอกแม่ด้วยนะว่าป้าสั่งเท่าเดิม

ได้ค่า!” ไม่ใช่แค่กับป้าร้านขายกะทิหรอกที่ฉันสนิทสนม เรียกว่าทุกร้านร่วงในตลาดแห่งนี้เลยจะดีกว่า เพราะเห็นหน้าคร่าตากันมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งฉันเองก็ชอบจะมาวิ่งเล่นที่ตลาดอยู่บ่อยๆ คงไม่แปลกอะไร ถ้าหากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดจะเดินเข้ามาทักทายเสมือนว่าฉันเป็นลูกเป็นหลานของพวกเขาคนหนึ่ง

น้ำมนต์ วันนี้มาตลาดซะเย็นเชียวนะ มาซื้อกะทิให้แม่เหรอ?”

ใช่ค่า” ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่า ป้าแม่ค้าที่เดินเข้ามาคุยด้วยคนนี้จะเป็นแม่ค้าจากร้านขายไข่ แผงตรงข้ามกับร้านกะทิ

แล้วนี่ใกล้จะจบม.6หรือยัง

ก็ใกล้แล้วค่า เหลือสอบอีกรอบหนึ่งก็จบแล้ว” ถ้าฉันไม่ต้องสอบซ่อมอ่ะนะ -_-

ดีแล้ว หนูต้องเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ได้นะลูก

ค่า!” การสนทนาระหว่างฉันกับกลุ่มแม่ค่าเริ่มสนุกปากมากขึ้น เมื่อบรรดาป้าๆ แม่ค้าเริ่มพากันมาจับกลุ่มคุยกันทีละคนสองคนพูดนินทากันถึงเรื่องต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของละครและซีรีย์ที่กำลังดังอยู่ในเวลานี้

หล่อนดูซีรีส์เมื่อตอนสายๆ หรือเปล่าเรื่องเจ้าหญิงขายชา เจ้าชายขายกาแฟอ่ะ พระเอกหล่อแซ่บมาก

ดูจ้า พระเอกหล่ออย่างกับเทพพระบุตรเลยเนอะ” เรื่องที่แซ่บยิ่งกว่าอะไรก็คงไม่พ้นเรื่องดาราผู้ชาย!

นี่ๆ พวกเธอเห็นรถหรูๆ สีดำที่ขับเข้ามาจอดที่หลังตลาดวันนี้หรือเปล่า” การเม้าท์มอยเริ่มแซ่บยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อป้าแม่ค้าร้านขายผักเปิดประเด็นHot “เขาลือกันว่าจะมีซีรีส์เกาหลีมาถ่ายทำที่ตลาดของเราด้วยแหละ

ต๋ายยย หล่อน ไปเอาข่าวมาจากไหนยะ

เมื่อตอนบ่ายน่ะสิ ฉันไปเข้าห้องน้ำหลังตลาดมา เจอผู้ชายคนหนึ่งไม่ได้พูดภาษาบ้านเรา หล่อตาพ่อคุณหล่ออย่างกับเทพบุตร สงสัยจะเป็นคนจีนไม่ก็คนเกาหลีแน่ๆ” แหมะ... ชักอยากจะเห็นไอ้ที่ป้าแม่ค้าว่าแซ่บซะเหลือเกิน!

ฟังป้าแม้ค้าเม้าท์กันได้พักใหญ่ ฉันก็ชักคอแห้ง เลยตัดสินใจปลีกตัว เดินไปยังรถขายน้ำข้างร้านแก๊สเจ้าประจำเหมือนอย่างปกติ ทว่าตรงนั้นกลับมีบางสิ่งดึงดูดสายตาฉันให้หันมอง เขาไม่ใช่พ่อค้าขายน้ำแก่ๆที่เราสนิทใจกันดีเวลาซื้อของ แต่เป็นผู้ชายตัวสูง ดูดี ในชุดสูทสีดำสนิททั้งตัวต่างหาก

เขามีออร่าฟรุ้งฟริ้งอย่างกับพระเอกในซีรีส์แบบที่พวกป้าแม่ค้าพูดถึง ติดนิดเดียวก็ตรงแว่นสีดำที่ปิดบังนัยน์ตา ทำให้ฉันมองหน้าเขาไม่ถนัดนัก

ด้วยระยะที่ไม่ใกล้และไม่ไกลกันจนเกินไป ฉันแอบลอบมองผู้ชายคนดังกล่าวอีกครั้งอย่างนึกหลงใหลในความมีเสน่ห์ที่ยากจะหาได้ในโรงเรียน เพียงแค่เสี้ยวหน้ากับขาแว่นกันแดดสีดำ ฉันก็มองออกว่าหล่อ

เขาเป็นคนไทยหรือเปล่านะหรือว่าจะเป็นคนต่างชาติอย่างที่พวกป้าๆ แม่ค้าพูดกัน..

แกร๊ก...

เสียงจุดไฟแช็กต่อบุหรี่จากน้ำมือของผู้ชายคนดังกล่าวทำฉันตาโต เขาเอียงใบหน้ามาทางฉันเล็กน้อยเหมือนกับกำลังมองกลับมา แต่ก็แค่แป๊บเดียวก่อนเขาจะเบือนหน้าหันไปทางอื่น ซึ่งนั่นมาพร้อมกับเสียงเคลื่อนย้ายถังแก๊สจากภายในร้านขายแก๊สใกล้ๆ 

โดยปกติแล้วฉันน่ะไม่ชอบยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านนักหรอก แต่ไม่ใช่กับในวันนี้ ตอนที่ผู้ชายตรงหน้ากำลังจุดบุหรี่สูบอยู่ที่หน้าร้านขายแก๊ส!

นี่นาย ไม่เห็นป้ายเหรอ ว่าเขาให้ระวังวัตถุไวไฟอ่ะ!” ฉันตรงเข้าประชิดผู้ชายคนดังกล่าวอย่างลืมอายทันที พลางชี้นิ้วไปที่ป้ายเตือนสีขาวขนาดใหญ่ แล้วพูดออกมาอีกครั้ง “ถ้าบุหรี่ของนายทำร้านแก๊สระเบิดขึ้นมาจะทำยังไง!”

โอเค ฉันรู้ตัวและยอมรับแต่โดยดี ว่าสิ่งที่ฉันทำอยู่ในตอนนี้เขาเรียกว่าเป็นการเสียมารยาทมากแบบสุดๆ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อร้านแก๊สเปิดติดกันถึง4ร้าน ลองคิดสภาพดูถ้าหากว่าร้านแก๊สทั้งสี่ร้านมันระเบิดขึ้นมาพร้อมกัน จะเป็นยังไง!

นี่! พูดไม่ได้ยินหรือไง!” อีกครั้งที่ฉันพยายามเตือนเขา แต่ดูเหมือนผู้ชายคนดังกล่าวจะไม่ได้สนใจฉันสักนิด เพราะไอ้ที่เขาสนใจมากกว่าอะไรคงจะเป็นบุหรี่ที่คาบอยู่ในปากตัวเองมากกว่า

เอ๊ะหรือว่าเขาจะไม่ใช่คนไทย?

“Hey you!” เพราะคิดแบบนั้น ฉันจึงเปลี่ยนภาษาเพื่อใช้ในการสื่อสาร ซึ่งบอกตรงๆ เลยว่า ภาษาอังกฤษฉันน่ะง่อยมาก T^T ซึ่งมันดูจะได้ผล เมื่อผู้ชายคนเดิมยอมเหลียวกลับมามองฉันผ่านเลนส์แว่นกันแดดสีดำสนิท ฉันเลยรีบพูดต่อด้วยวิชาความรู้ทั้งหมดที่มีในสมอง “You can not smoke here OK?”

แต่ใครจะไปคิด ว่าทันทีที่สิ้นเสียงฉัน สิ่งที่ชายแปลกหน้าหากแต่ดูดีคนนี้ตอบกลับมามันจะเป็นภาษาเกาหลี!!!

!? (เว๊ = อะไร!?) 죽을래? (ชูกึลแร =อยากตายหรือไง?)” 

To Be Continued...

เนื้อหาบางส่วนมีการเปลี่ยนแปลงนิดๆตามความเหมาะสม เพราะเรารีไรท์ใหม่ทั้งหมดนะงับ ฮี่ๆ ^O^

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย




ติดตามเรื่องนี้จิ้มที่รูปข้างล่างเบย


^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 

 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,527 ความคิดเห็น

  1. #7264 towarisa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 10:42
    อยากตายมั้ยล่ะ น้ำมนต์
    #7,264
    0
  2. #7262 real_PHPY099 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 22:11
    ถึงรีไรท์นี่ก็พร้อมอ่าน555คิดถึงเวอร์ ยังคงรอเธอที่แม่น้ำฮันทุกวันเลยยยย
    เป็นเรื่องที่รักมากรอค่าาาอัพไวๆน้าา
    #7,262
    0
  3. #7259 pinnkuu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 20:00
    งื้ออออ รออัพต่อค่าาา
    #7,259
    0
  4. #7258 peerada254531 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 19:38
    คิดถึงงงงงง คิดถึงนะคะฮืออออออ รอมาตลอดเลยนะ รอตั้งแต่ตอนที่ไรท์รีไรท์รอบแรกของไรท์ฮือออ รอนะคะ ปริ่มมาก เรื่องดีๆของวันนี้
    #7,258
    0
  5. #7257 speek-now (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 19:32
    เย้ๆๆในที่สุดไรก็กลับมา T0T
    #7,257
    0
  6. #7256 Meufx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 19:28
    นานมาเเล้วนะคะในที่สุด นัมมุนนนนน
    #7,256
    0
  7. #7255 Poppy_pims (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 19:23
    ไรท์มาแล้ววววววว เย้~ รอนานมากเยย
    #7,255
    0
  8. #7254 ingie162404 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 19:19
    ไรท์กลับมาแล้วดีใจจจ รอมานานมากกค่ะ
    #7,254
    0
  9. #7253 bow_jerapa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 18:03
    #7,253
    0
  10. #7252 Belive729 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 17:52
    กลับมาแล้วววววว เย้ๆๆๆ
    #7,252
    0
  11. #5714 Papaprincess (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 07:22
    เจิมมมมมมมมมมมม
    #5,714
    0
  12. #5713 richher (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 06:24
    เจิมมมม
    #5,713
    0
  13. #5712 richher (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 06:24
    เจิมมมม
    #5,712
    0
  14. #5711 richher (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 06:24
    กรี๊ดดดด เจิมมมม รอมานานนน
    #5,711
    0
  15. #5710 nannapit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 06:01
    เจิมมมมม
    #5,710
    0
  16. #5709 nannapit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 06:01
    เจิมมมมม
    #5,709
    0
  17. #5708 nannapit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 06:01
    เจิมมมมม
    #5,708
    0
  18. #5707 nannapit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 06:01
    เจิมมมมม
    #5,707
    0
  19. #5706 kapoknoon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 05:03
    เจิมค่าาาาาาา
    #5,706
    0
  20. #5704 supapit_milk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 02:32
    เจิมค่าาาา
    #5,704
    0