{รีอัพ} EROTIC WOLF ll เรื่องของหมาป่า

ตอนที่ 30 : WOLF29 ll เรื่องของหมาป่าครั้งที่29 {อัพ100%} แต่งงานใต้แสงจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    7 ธ.ค. 59

*ตอนอ่านเราอยากให้ฟังเพลงนี้ไปด้วยเพื่อความอิน*
Cocktail งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง


EP29
-เรื่องของหมาป่าครั้งที่29-




พื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นลาเวนเดอร์ ถูกเท้าทั้งสี่ของผมวิ่งกระโดดเหยียบอย่างไม่สนใจ แม้ว่าต้นไม้พวกนี้จะช่วยอำพรางกลิ่นสาปหมาป่าของฝูงไลแคนท์เอาไว้ได้เกือบสองเดือนก็ตาม

กลิ่นของเฮเลนก็ดูจะจางลงเรื่อยๆ จนกระทั่งสัมผัสทางการดมกลิ่นของผมไม่สามารถบอกได้ ว่าเธอยังอยู่ภายในหุบเขาแห่งนี้

ท้องฟ้าสีครามเมื่อหลายชั่วโมงก่อนบัดนี้พระอาทิตย์ได้ลับขอบฟ้าและฉาบทั่วพื้นที่ให้มืดดำ แม้จะเป็นแบบนั้นแต่ผมก็ยังคงวิ่งก้าวไปข้างหน้าแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย รู้อีกทีผมก็วิ่งไกลห่างออกมาจากทุ่งกว้างบริเวณนั้นเสียแล้ว

พื้นที่เขตร้อนชื้นอย่างลูนทาวด์ ถูกป่าสนปกคลุมไปเกือบครึ่งหนึ่ง นั่นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเบื้องหน้าถึงได้มีป่าทึบลำต้นสูงใหญ่เด่นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

ผมมักจะพาพรรคพวกออกมาล่าหาสัตว์ป่าบริเวณนี้ภายในหุบเขา และผมรู้สึกคุ้นชินดีกับเส้นทางที่ห่างออกมาใกล้จากที่พัก แต่นั่นคงเป็นเรื่องแปลกหากมีใครสักคนพาตัวเองมาถึงที่นี่ ทั้งที่ไม่เคยย่างกรายออกห่างจากทุ่งมาก่อน ซึ่งผมก็ได้เจอเธอ...

แม้ว่าความมืดจะกินพื้นที่บริเวณนั้นจนแทบจะมองเห็นอะไรได้ไม่ถนัดนัก แต่ผมกลับมองเห็นร่างของเฮเลนชัดเจน เธอนั่งอยู่ที่ลำต้นของต้นสนที่พาดล้มจนคล้ายกับเป็นสะพานเชื่อมระหว่างป่าใหญ่และพื้นที่บริเวณทุ่งกว้าง โดยระหว่างกลางมีลำธารสายเล็กตัดผ่าน

ผมก้าวเท้าเข้าหาเธออย่างช้าๆ ที่ละก้าว และปล่อยให้ร่างกายปรับเปลี่ยนสภาพกลับคืนสู่ร่างของมนุษย์ตามเดิม เสียงฝีเท้าที่ย่างเข้าไปหา ทำเอาร่างเล็กที่นั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบเริ่มรู้ตัว เธอเริ่มแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ด้วยการลุกพรวดพราดขึ้นโดยทันที

เฮเลน...ผมส่งเสียงเรียกชื่อเธอไป เพราะดูเหมือนว่าเธอพยายามเลี่ยงที่จะเจอหน้าผมแบบตรงๆ และพยายามชวนเธอคุยและหวังว่าเธอจะไม่คิดทำอะไรบ้าๆ ในแบบที่หัวผมกำลังคิด ทำไมออกมาเดินเล่นไกลแบบนี้ ฉันเป็นห่วงแทบแย่

ฉัน...อยากอยู่คนเดียวเสียงเล็กตอบดังแผ่วๆ เล่นทำใจผมสั่นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อากาศเริ่มหนาวแล้ว ไม่รู้ว่าคืนนี้หิมะจะตกหรือเปล่า ฉันว่าเรากลับไปที่...

นายกลับไปเถอะอีกครั้งที่เธอแทรกเสียงแผ่วโดยไม่ฟัง น้ำเสียงของเธอบวกกับอากาศที่เริ่มหนาว ทำเอาผมเริ่มทำตัวไม่ถูก

บรรยากาศในตอนนี้กดดันสิ้นดี อยากรู้แต่ไม่อยากถาม อยากพูดแต่กลัวจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ขึ้นไปมากกว่าเก่า

ผมพอจะเดาได้ว่าการที่เดินเธอออกมาจากทุ่งที่พักมาไกลขนาดนี้มันเพราะสาเหตุใด ทั้งที่รู้ แต่ในหัวกลับไร้ซึ่งคำปลอบประโลมใดแม้เพียงพยางค์เดียว

นานแล้วนะ ที่เราไม่ได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้มีเพียงแค่คำพูดเรื่อยเปื่อยเท่านั้น ที่ปากขยับพูดออกไป คล้ายกับไม่ได้ยินเสียงไล่ เท้ามันขยับก้าวเข้าใกล้เธอโดยอัตโนมัติโดยที่ปากยังคงพูดพล่ามไปเรื่อยเปื่อย นานๆ ทีได้อยู่กับเธอสองต่อสองบ้างมันก็ดีใช่เล่นเลยนะ

ไม่คัสแตนด์...นายไม่เข้าใจ...ได้โปรดกลับไป

เสียงของเธอที่ไล่ดังขึ้นขณะเท้าผมก้าวเข้าไปหา ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรมากไปกว่าชื่อหลังที่เธอเอาแต่เรียกติดปากจนเคยชิน แม้ว่าเราจะสนิทกันมากขนาดนี้แล้วก็ตาม

ให้ตายสิ พูดไม่เคยจำเลยนะ บอกให้เรียกลูฟส์ ทำไมเธอยังเอาแต่เรียกคัสแตนด์อยู่ได้สิ้นเสียงเป็นเวลาเดียวกันกับที่เท้าสองข้างหยุดลงตรงหน้าเธอพอดี

คนตัวเล็กเบื้องหน้ามีอาการสั่นๆ ไม่รู้เพราะอากาศที่เริ่มหนาวหรือเพราะเธอกำลังกลัวอะไร ผมขยับยิ้มเล็กน้อย มองเธอผ่านแสงสลัวของพระจันทร์ดวงใหญ่ที่ขึ้นมาแทนที่พระอาทิตย์ในช่วงกลางวัน พลางใช้มือทัดปลายผมเธออย่างแผ่วเบา

ครั้งแรกที่ผมทำแบบนี้ เธอดูจะเขินเอามากๆ ทั้งที่ตอนนั้นเธอเขิน แต่สีหน้าและสายตากลับฉายแสดงความลังเลและหวาดหวั่น ผมว่าเธอดูตลกดี

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ในทุกครั้งที่ผมทำแบบนี้ใส่เธอ เธอก็ยังคงแสดงสีหน้า สื่ออารมณ์ผ่านนัยน์ตาคู่นั้นแบบเดิมเสมอ ในคืนนี้ก็เช่นกัน

คืนนี้...เธอดูสวยกว่าทุกคืนเลยรู้มั้ย?ปากขยับเอ่ยชม ต่างจากหัวใจที่เหมือนถูกบีบในยามที่เผลอสบสายตากับเธออย่างตรงๆ

นัยน์ตาสีน้ำข้าวแสดงความขี้เล่น บัดนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้ และเหตุผลที่นัยน์ตาคู่นั้นที่มองกำลังกรีดใจให้เป็นแผลเหวอะหวะ

ก็คงเป็นเพราะนัยน์ตาสีน้ำขาวที่น่าหลงใหล ตอนนี้มันกลับฉายเป็นสีทองอ่อนประกาย เฉียดเช่นเดียวกับอมนุษย์เผ่าพันธุ์หมาป่าทุกตัว

นัยน์ตาสีทองนี่...ก็สวย...

พอทีคัสแตนด์...หยุดชมฉันแบบนั้นได้แล้วฮึกเธอสั่งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ตามมาในช่วงท้าย พระจันทร์...มันกำลังจะเต็มดวง และฉันยังไม่ตาย...ฮึก

ร่างกายของผมเหมือนถูกแช่แข็ง ให้ยืนนิ่งรับฟังโดยไม่มีข้อกังขา ผมเข้าใจทุกอย่างที่เธอก่นคำพูดรัวนั่นดี

นายอย่าทำเหมือนไม่เข้าใจ ไม่รู้อะไรสักอย่างได้มั้ยคัสแตนด์!!”

...

อย่า...ทำดีกับฉันอีก ตัวนายจะไม่ปลอดภัยอะไร เธอพูดอะไร ทั้งที่ฟังชัดเจน แต่ผมกลับไม่เข้าใจ ไม่เลยไม่เข้าใจเลย

คัสแตนด์ได้ยินหรือเปล่า กลับไปซะ...อ๊ะ!” ทั้งที่ผมควรจะไปตามอย่างที่ปากเธอว่า แต่ร่างกายมันกลับเลือกที่จะดึงเธอมาไว้ในอ้อมกอด ผมแทบจะเก็บความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นในอกจนแทบจะไม่ไม่ไหว

อย่า...หายไปแบบนี้อีก

ผมไม่สามารถบังคับปากให้หยุดพูดในสิ่งที่เธอไม่อยากฟังได้ ความรู้สึกทั้งหมดคือแรงผลักดันทำให้ผมยังฝืนและดิ้นรนที่จะทำ

ฮึก...

เธอหายไป ฉันเหมือนเป็นบ้า กระวนกระวาย...ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจ แต่ผมเข้าใจทุกอย่างที่เธอพยายามบอก ซึ่งผมเลือกที่จะไม่เข้าใจเองเสียมากกว่า เพื่อยื้อเวลา เวลาที่มีค่าที่ผมอาจไม่มีวันได้สัมผัสมันอีก ไม่รู้เหรอว่าเธอกับลูก สำคัญกับฉันแค่ไหน...

คัสแตนด์...ฮึกผมรู้สึกถึงฝ่ามือของเธอ ที่กำแน่นทาบบนอกได้ชัดเจน ร่างกายเธอมันสั่นจนไม่อยากปล่อยไปไหนให้ไกลห่างจากตัว

ทั้งที่เวลามันเหลือไม่มาก...ยังคิดจะไล่ฉันไปอีกเหรอ อยากจากฉันไปด้วยความรู้สึกพวกนี้จริงๆ น่ะเหรอ เฮเลน

ฮึก...

หัวใจเหมือนถูกเชือด เมื่อได้รู้ว่าเธอกำลังจะหายไปในอีกไม่กี่นาที มันน่าใจหายจนไม่อาจจะตั้งตัวรับความจริง...ได้โปรดเถอะ อย่าไล่อีกเลย

ผมไม่รู้ว่าในวินาทีนั้นตัวเองต้องพูดอะไรบ้าง รู้แค่ว่าอะไรที่ยังสามารถทำให้ผมได้อยู่กับเธอเพื่อซื้อเวลาให้ยืดยาวออกไปได้ ผมจะทำ...

ฮือออออ...

แม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในคืนที่เธอแสดงสัญญาณที่เป็นอันตรายต่อฝูงไลแคนท์ แต่ผมก็พอรู้ว่าทุกตัวในฝูงรู้สึกหวาดกลัวมากแค่ไหน และในทางกลับกันเฮเลนเองก็คงจะช็อคไม่ใช่น้อย ที่พบว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพแบบนั้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตลอดช่วงเช้าก่อนที่เธอจะหลบหนีออกมาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง จึงได้ทำท่าทางและแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยแบบนั้น

ผมไม่อยากให้เธอร้องไห้อีกแล้ว นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมบอกตัวเองมาตลอด อยากรักษารอยยิ้มของเธอเอาไว้ตราบนานเท่านาน

ตึก.. ตึก.. ตึก...

คืนนี้ดาวเยอะกว่าปกติเลยนะว่ามั้ย?ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ขณะที่เราทั้งคู่จับมือกันไว้แน่นเดินย้อนกลับมายังทุ่งที่พักฝูงแบบไม่รีบไม่ร้อน

ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่าเราทั้งคู่ยังอยากยื้อเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ชิดแบบนี้ต่อไปให้นานเท่านาน นั่นคงเป็นเพราะคำขอสุดท้ายที่ผมขอเธอไว้ว่าอยากจะอยู่ข้างเธอจนกว่าช่วงเวลาที่ดีระหว่างเราจะจบลง ทำให้เฮเลนยอมกลับมากับผมแบบนี้

พระจันทร์คืนนี้ด้วยใหญ่กว่าปกติจริงๆ ด้วยเธอพูดขึ้นพลางเงยมองพระจันทร์ดวงใหญ่ที่แทบจะกินพื้นที่บนท้องฟ้าไปเกือบทั้งหมด ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเท้าสองข้างที่หยุดลงเช่นกัน นายรู้มั้ย ฉันชอบพระจันทร์มากเลยล่ะ แสงของพระจันทร์เหมือนจะคอยช่วยปัดเป่าเรื่องเลวร้ายและความทุกข์ทั้งหมดที่ฉันมีออกไปจนหมด ราวกับมีเวทมนต์...

รู้

เอ๊ะ?!”

ก็บอกแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าฉันเฝ้ามองเธอเพื่อที่จะได้พบมาตลอดคนตัวเล็กยิ้ม ก่อนหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ คล้ายกับว่าคำพูดผมคือมุขตลก ตลกตรงไหน? ฉันถึงโคตรโมโห ตอนที่เจอหน้าเธอวันแรกนั่นไง

ทำไมล่ะ? คิกๆ

เพราะอยากเจอเธอที่เป็นคู่พันธะสัญญาชีวิตมาตลอด แต่พอได้เจอเธอดันเป็นพวกเดียวกับศัตรู เป็นแบบนั้นฉันต้องยิ้มรับแล้วพูดกับเธอว่า ว่าไงคู่พันธะสัญญาที่รัก ในที่สุดเธอก็มาหาฉันแล้ว งี้เหรอ!!?”

เมื่อจบประโยคเสียงหัวเราะของเฮเลนก็ดูจะดังเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่ผมจริงจังกับสิ่งที่พูดออกไปแท้ๆ แต่เธอกลับเอาแต่หัวเราะ มันน่าโมโหชะมัด...แต่กลับกันผมก็รู้สึกดีที่เธอสามารถหัวเราะออกมาได้อย่างนี้

โอเค ฉันเข้าใจแล้ว...นายคงโกรธ

เรียกว่าโมโหเลยถึงจะถูกผมขัด

ชื่อของฉันมีความหมายว่าพระจันทร์นะ...ฉันก็เลยชอบพระจันทร์ละมั้งเธอกล่าวขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าในตอนที่ผมเจอ แถมยังเอาแต่เงยหน้าจับจ้องสายตาไปยังพระจันทร์ดวงกลมที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวเดียวจะเต็มดวง คล้ายลืมความกังวล

ถ้าเธอบอกว่าเธอชื่อเฮเลน เลยชอบพระจันทร์ ฉันเองก็คงจะเหมือนเธอ เพราะลูฟส์ก็แปลว่าพระจันทร์เหมือนกัน...

เอ๊ะ?เหลียวมองผมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย ในขณะที่ผมเป็นฝ่ายเงยมองพระจันทร์เบื้องบนบ้าง พร้อมทั้งเสริมให้คล้ายสงสัย

ดังนั้นฉันก็เลยชอบพระจันทร์ (เฮเลน) เหมือนเธอล่ะมั้ง

ผมเหลือบมองหน้าคนฟังที่เริ่มขึ้นสีเล็กน้อย มันอดคิดและวาดฝันอนาคตของเราต่ออีกครั้งไม่ได้จริงๆ งั้นลูกเราให้ชื่อมีความหมายว่าพระจันทร์บ้างมั้ย เฮเลน?

รอยยิ้มเล็กๆ บนดวงหน้าสวยหุบลงโดยทันที ผมกำลังรู้สึกไม่ดี เหมือนกับว่าตัวเองอาจจะพูดอะไรไม่เข้าหูเธอ

อีกไม่กี่นาทีฉันก็อาจจะลืมเรื่องทั้งหมดที่เราคุยกันไว้ ฉันว่า...เราเลิกพูดเรื่องพวกนี้กันดีกว่า

เฮเลน!” ไม่รู้อะไร สั่งให้ผมตะคอกเสียงใส่เธอไปแบบนั้น รู้แค่ว่าในหัวผมมีสิ่งหนึ่งที่ต้องทำ เพื่อเก็บเรื่องของเราไว้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุด แต่งงานกันนะ!!”

พะ...พูดอะไรน่ะ!!?”

บอกว่าเราสองคน แต่งงานกันนะ!” คำพูดเดิมถูกก่นย้ำซ้ำทวนประโยคเสียงดังฟังชัด จนคนข้างกายเงียบลงไปในทันที ไม่ต้องมีแหวน ไม่ต้องมีช่อดอกไม้ มีแค่เรากับพระจันทร์ดวงโตนี้ก็พอผมรัวคำพูดแบบรีบร้อนราวกับกลัวว่าเวลาที่เหลืออยู่จะมีไม่พอให้กับสิ่งที่ผมคิดจะทำ

แต่ฉัน...

ต่อให้เธอลืมเรื่องที่กำลังขึ้นภายในยี่สิบวินาทีนี้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยพระจันทร์ดวงนี้ก็ยังเป็นสักขีพยานให้เรา ว่ารักที่เรามีให้กันนั้นจะอยู่เป็นนิรันดร์

...

ต่อให้เธอให้ลืมว่าเราเคยสัญญาอะไรไว้ด้วยกันก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยตราบใดที่โลกนี้ยังมีพระจันทร์ นั่นแปลว่าทุกที่นั้นยังมีเราอยู่ด้วยกัน...เหมือนเดิม

ฟึ่บ!

ฮึก...เสียงสะอื้นพร้อมแรงโผเข้ากอดทำให้ผมรีบกอดรับกระชับร่างเล็กเอาไว้แน่น เพราะกลัว กลัวว่าเธอจะหายไป

ต่อให้เป็นแบบนั้นผมจะไม่เสียใจเลยสักนิด เพราะทุกสิ่งที่อยากพูดและทำมาตลอด ผมได้ทำมันสำเร็จจนหมดสิ้นแล้ว

เลิกร้องไห้ได้มั้ย?ผมผละตัวออกเล็กน้อย ก้มมองดวงหน้าเรียวสวยซึ่งเต็มไปด้วยคราบน้ำตาพลางค่อยๆ บรรจงปาดคราบของความเศร้าโศกไปจากดวงหน้าที่ผมหลงใหล เธอ ไม่เหมาะกับน้ำตานะรู้หรือเปล่า

ฮึก...ฉัน...

ยิ้มสิ...นี่ฉันกำลังขอเธอแต่งงานอยู่นะ

ฮึก...

เจ้าสาวไม่ยิ้ม แล้วเจ้าบ่าวจะยิ้มได้ไงละ?ผมยิ้มให้เธอเล็กน้อย ใช้สายตาสื่อความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้อีกฝ่ายรับรู้ ไม่รู้หรอก ว่ามนุษย์ทั่วไปกับหมาป่าแบบพวกเราจะมีการสื่อความรู้สึกของตัวเองแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

ยิ้มแล้วน่า...เธอตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พร้อมรอยยิ้มเล็กๆ บนดวงหน้า เฮเลนพยายามปั้นหน้ายิ้มเพื่อทำให้ผมสบายใจ ผมรู้สึกได้ และผมยังรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของเธอส่วนลึกที่คล้ายกับความคิดและความรู้สึกเดียวกับที่ผมมี

เพราะผมปลอบเธอไม่เป็น ออกแนวแข็งทื่อด้วยซ้ำ พูดตามความคิดได้ไม่ค่อยเก่ง แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดที่ผมทำได้ คือการใช้นัยน์ตา บอกความรู้สึกทั้งหมดที่มี โดยเฉพาะกับร่างกายที่ดึงเธอเข้ามาแนบชิดอกเป็นหนที่สองแบบไม่ต้องมีคำพูดจาใดๆ

ภาษากายกับสายตา คือภาษาที่สามารถบอกความรู้สึกที่มีได้มากกว่าคำพูดจา...

เต้นรำด้วยกันมั้ยครับ คุณเจ้าสาวผมพยายามพูดชวนเธอเปลี่ยนเรื่อง

อะ…อื้อ ^^” ซึ่งเฮเลนเองก็ดูไม่ได้ปฏิเสธอะไร แถมยังหลุดอมยิ้มท่าทางเคอะเขิน กับคำขอที่ผมเพิ่งกล่าวไป

ก็อย่างว่า งานแต่งงานถ้าขาดงานเต้นรำ มันก็ไม่สมเป็นงานแต่งงานน่ะสิจริงมั้ย?

มือเรียวเล็กถูกผมจับมาวางไว้บนไหล่ โดยใช้มืออีกข้างรั้งเอวคอดเล็กเอาไว้ด้วยสัมผัสแผ่วเบา คนตัวเล็กมีท่าทีค่อนข้างเกร็งไม่ต่างจากผมสักเท่าไหร่ เอาเข้าจริงผมก็ไม่เคยเต้นรำอะไรแบบนี้สักครั้ง คืนนี้ก็แค่อยากให้มันพิเศษหน่อยแค่นั้นเอง

คิกๆ

หัวเราะอะไร!?” ผมถามออกไปอย่างนึกอายๆ และอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะมองออก

นายเต้นรำไม่เป็น ใช่มั้ย?นั่นไง เธอดูออก!

เป็นดิ อย่าดูถูกได้มั้ย?

ฉันไม่ได้ดูผิดนี่ จริงมั้ย?เธอเอาแต่หัวเราะเยาะผม เออมันน่าโมโห ที่ผมดูจะกลายเป็นตัวตลกโดยทันที

แต่อีกใจมันกลับไม่ได้รู้สึกโกรธเธอจริงๆ จังๆ ดั่งความคิด แถมยังดีใจด้วยซ้ำ ที่เธอสามารถหัวเราะออกมาได้แบบนี้

กลายเป็นว่าครูสอนเต้นรำส่วนตัวของผมดันกลายเป็น เฮเลน ฮอร์นแกน เธอก้าวเท้ามาข้างหน้าโดยที่ผมได้แต่ก้าวเท้าตามจังหวะที่เธอขยับแบบเก้ๆ กังๆ ก่อนจะเริ่มเข้าที่เข้าทางในเวลาต่อมา

งานแต่งงานระหว่างเราทั้งคู่ดำเนินไปอย่างช้าๆ ตามความรู้สึก ร่างของเราสองคนเบาเหมือนปุยเมฆ ในทุกก้าวที่ขยับราวกับตัวของเรามันลอยขึ้นมาเหนือพื้นดิน

เราทั้งคู่ย้ำเท้า เคลื่อนไหวร่างกายไปตามจังหวะโดยใช้สายลมที่พัดผ่านกายเป็นเสียงดนตรี มีแขกร่วมงานเป็นดอกไม้สีอ่อนที่ปลิวไหวเพราะแรงลม และบาทหลวงซึ่งกำลังส่องสว่างมายังเราทั้งคู่ ราวกับจะบอกให้รู้ว่าพระเจ้ารับรู้เรื่องของเราสองคนเป็นที่เรียบร้อย

นี่เฮเลน...

หือ?

ในวันหนึ่งที่เธอมองเห็นฉันเป็นแค่ศัตรู ฉันอยากให้เธอช่วยจำอะไรเอาไว้อย่างหนึ่งได้หรือเปล่า

หือ?

หากวันใดที่เธอเงยมองพระจันทร์ เสี้ยวหนึ่งในความคิดของเธอขอให้มีฉันหลงเหลืออยู่บ้างได้หรือเปล่า ไม่ต้องรับปาก...และไม่ต้องกลัว...เท้าของเราที่ก้าวไปพร้อมกันเป็นจังหวะหยุดลง ผมมองหน้าเธอ เธอเองก็มองหน้าผม และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยพูดให้เธอได้ฟังเลย คำขอโทษที่ผมอยากบอกให้เธอรู้ ว่าที่ผ่านมาผมรู้สึกแย่มากแค่ไหน

ลูฟส์เสียงของเธอที่ขานชื่อ ทำหัวใจผมสั่นขึ้นมาอีกครั้งโดยยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งที่อยู่ในใจ ถ้าหากฉันจำนายไม่ได้ ฉันก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ว่าในตอนนั้นสักเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึก มันจะมีนายหรือเปล่า...

...

ถ้าหากเรามีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน แม้ในฐานะศัตรู... ฉันสัญญาว่าฉันจะจำพระจันทร์ดวงใหญ่เอาไว้ เมื่อเห็นมัน ฉันจะเห็นนาย...แต่ขออะไรสักอย่างได้หรือเปล่าคัสแตนด์...เสียงของเธอเงียบหายไปในช่วงท้ายประโยค ซึ่งผมทำได้เพียงฉีกยิ้มแล้วย้อนกลับไป

อะไรงั้นเหรอ?

อย่าพยายามพูดให้ฉันจำนายได้เมื่อเราได้พบหน้ากัน

เสียงของเธอ คำพูดของเธอ คำสัญญา และรอยจูบสุดท้ายที่เรามอบให้แก่กันในคืนแต่งงานคือสิ่งเดียวที่ผมจำได้ ผมกอดร่างของเธอเอาไว้แน่นด้วยความหวั่นวิตกและเป็นกังวล และเธอก็กอดผมไว้เช่นกัน

ฉันทำไม่ได้...

นายต้องทำ

ต่อให้ฉันกำลังจะตาย ฉันก็จะพูดให้เธอฟัง จนกว่าเธอจำได้ว่าเรารู้สึกต่อกันอย่างไร...นั่นคือสิ่งเดียวที่ฉันคิดจะทำ ผมขัดเธอแบบไม่สนใจ ผมรู้ผมดื้อและรั้นพอที่จะทำตามใจตัวเองมากกว่าคำพูดใคร

ผู้หญิงคนเดียวที่ผมต้องปกป้องด้วยชีวิตทั้งชีวิตคือเธอเพียงแค่คนเดียว และนั่นคือ คำสัญญา ครั้งสุดท้ายที่ผมจะกล่าวออกไปแม้มันอาจจะทำให้เธอไม่พอใจก็ตาม

 To Be Continued...

**เห็นมีคนถามเรื่องหนังสือ หนังสือเรื่องนี้มีพร้อมส่งนะครับ สนใจติดต่อได้ที่เพจเลย ตัวอย่างหน้าปกอยู่หน้าบทความจ้า**

***************************

รู้จักพี่งูกับพี่หมาป่ากันแล้ว ลอๅงแวะไปโดนความดาร์ก+ความหลอน+ความแซ่บได้ของอีกากันดูได้นะจิ้มที่รูปล่างโลด

 อ่านแล้ว เม้น โหวต 100 ให้ด้วยนะ 

ชอบก็เม้นไว้ ถูกใจเรื่องนี้อย่าลืมโหวตเต็ม100%

1เม้น1กำลังใจเนอะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นและโหวตดีๆในหน้านิยาย

  ll MY ANIMALS ll


  

ll Character ll




---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ติดตามเรื่องนี้จิ้มเน้นๆที่หน้าลูฟส์!

^

 รักกันชอบกันกดติดตามข้างบน 
 ส่งฟีดแบ็กทางทวิต เพจ คอมเม้น
 หรือโหวตข้างล่างเต็ม100นะเออ 
v

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,655 ความคิดเห็น

  1. #15426 4444 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 12:16
    จะเศร้าไปไหน
    #15,426
    0
  2. #15380 warintornn (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 20:46
    บีบใจ????????????????
    #15,380
    0
  3. #15379 nampaka2 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 20:44
    เกินไปแล้วจริมๆ
    #15,379
    0
  4. #15375 하늘 SKY (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:39
    จะร้องอ่ะ
    #15,375
    0
  5. #15374 Jang AveSp (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:27
    เศร้าเกินไปแล้ว...
    #15,374
    0
  6. #15373 Minrt (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 18:47
    งานมาม่ามาแล้ว ไม่อยากให้ถึงใันนั้นเลย
    #15,373
    1
    • #15373-1 nampaka2(จากตอนที่ 30)
      7 ธันวาคม 2559 / 20:44
      มีคอนมาม่าอ้ะดูป้ะ55
      #15373-1
  7. #15372 moksone45 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 17:28
    บ่อน้ำตาแตก!!~~~T_T
    #15,372
    0
  8. #15371 tonggtoy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 16:34
    อยากได้นิยายแต่ไม่มีตัง
    #15,371
    0
  9. #15370 0952253724 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 16:34
    ทำไมร้องไห้ เศร้ามากก
    #15,370
    0
  10. #15369 Natty So'Sad (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 14:53
    ทำไมเศร้าจัง
    #15,369
    0
  11. #15368 Nim'nomnam (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 14:19
    น้ำตาร่วงเลย....
    #15,368
    0
  12. #15367 aomessi (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 13:46
    โหยๆหวานก่อนมาม่าไหมนะ
    #15,367
    0
  13. #15366 น้ำตาลสายไหม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 13:03
    รักกันขนาดนี้ อยากให้สมหวังอ่ะ
    #15,366
    0
  14. #15365 เรฟามีร์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 10:18
    ลุ้นมากกก.
    #15,365
    0
  15. #15364 iimo_myed (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 09:06
    โหยยยยยยย หวานมากๆๆๆ
    #15,364
    0
  16. #15363 Jang AveSp (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 07:41
    ไม่อยากให้คืนพระจันทร์เต็มดวงมาถึงเลย
    #15,363
    0
  17. #15362 nampaka2 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 06:16
    อ่านเเล้วรักเลย
    #15,362
    0
  18. #15360 Nim'nomnam (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 02:39
    เพราะเราคู่กัน...
    #15,360
    0
  19. #15359 Itsmint (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 02:35
    หน่วงมากๆเลยค่ะ
    #15,359
    0