LIPSLIE พันธการร้าย ซ่อนรัก

ตอนที่ 13 : LIPSLIE :: EP.12 ll ผู้ชายหวงก้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    6 ธ.ค. 57








คำถามของแผ่นดินในช่วงเวลานั้น ทำฉันเหมือนติดใบ้ไปชั่วขณะ ร่างกายทุกส่วนนิ่งไม่ไหวติงราวกับคนเป็นอมพาต ไม่สามารถหาคำตอบใดๆ เอ่ยตอบกลับไปเหมือนทุกที ขณะที่บุคคลตรงหน้ายังคงยืนนิ่งคล้ายกับรอฟังคำตอบ...คำตอบที่ยากเกินกว่าจะอธิบายใดๆ ออกไปให้ใครเข้าใจ

 

 

ฉันเลือกที่จะขังตัวอยู่แต่ในหอพัก ไม่ติดต่อใคร ไม่พบเจอใคร มีเพียงแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อตุนไว้ กินประทังชีวิตไปวันๆ เสียงเตือนขอความตอบโตอัตโนมัติ คือเสียงเดียวที่ฉันได้ยินมันแทบจะตลอดทั้งวัน ทั้งคืน แต่ฉันก็ปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่คิดที่จะหยิบขึ้นมาดู เพราะรู้สึกอับอายเรื่องราวของตัวเองในอดีต

 

        อย่านะ...ทำแบบนี้ไม่ได้

 

        ‘ฉันรักเธอ...รักมากนะ

 

        ‘ไม่นะ...อย่า...

 

          ฉันเคยบอกใช่ไหมว่าฉันไม่ได้ร้องไห้มานานแล้ว แต่ตอนนี้มันกำลังกลับมาอีกแล้ว ความอ่อนแอในอดีต มันเกิดขึ้นเพราะความโง่ของตัวเอง ทุกอย่างมันควรเลือนหายไปตามกาลเวลาได้แล้ว แต่ว่า... เพราะคำถามของแผ่นดินเพียงประโยคเดียว มันกลับทำให้เรื่องราวทั้งหมดในอดีตชัดเจนขึ้น

 

          “ฮึก...

 

ภาพความทรงจำเลวร้ายในอดีตกำลังแทรกซึม ไปทั่วทุกอณูร่าง และคอยย้ำเตือนสติว่า ฉันไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ฉันพยายามจะลบมันออกไปจากหัว และทำเหมือนว่าเรื่องพรรณนั้นไม่เคยขึ้นกับร่างกาย แต่ไม่ใช่กับในเวลานี้

 

          ก๊อกๆๆๆ!

 

          “ใหม่ใหม่อยู่ในห้องหรือเปล่า

 

          “...

 

          “ใหม่! ฉันเป็นห่วงเธอนะ ทำไมไม่เห็นเธอที่มหาวิทยาลัยเลยเสียงเคาะประตูสลับกับน้ำเสียงตะโกนถามอย่างเป็นห่วงเป็นใยร่วมหลายนาที ของใครบางคนด้านนอกประตู ในที่สุดมันก็พังความตั้งใจของฉันจนหมดสิ้น ต้องรีบปาดน้ำตาของตัวเองตรงไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับเธอ

 

          ใหม่!” แขกหน้าห้องอุทานเสียงดัง เมื่อเธอเห็นสภาพของฉันตอนนี้ กิ่งแก้วรีบโผเข้าสวมกอดฉันแน่น ตามมาด้วยคำถามสั้นๆ พร้อมด้วยคำถาม “ทำไมโทรมแบบนี้

 

          “...

 

          “เธอไม่สบายเหรอ?

 

          คำถามนับสิบถูกยิงออกมารัวๆ จนฉันต้องเค้นเสียงตอบตัดบท

 

          “ฉันสบายดี” กิ่งแก้วผละกอดออกจากฉันช้าๆ เธอมองหน้าฉันแบบไม่ค่อยเชื่อมากนัก แล้วเป็นฝ่ายกล่าวถาม

 

          ขอฉันเข้าไปข้างในได้หรือเปล่า” ฉันพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ ปล่อยให้แขกคนสำคัญเดินก้าวเหยียบเข้ามาภายในห้องพักโดยไม่พูดอะไร

 

          ฉันเป็นห่วงเธอ ไม่เห็นหน้าเธอเป็นอาทิตย์ๆ แล้ว” กิ่งแก้วเหลือบมองฉันจากทางหางตา แววตาของเธอที่จับจ้องมาแสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน ข่าวลือเด็กคณะศิลปกรรมฯแย่มาก จนฉันเป็นห่วงต้องถามเจ้าของหอว่าเธออยู่ห้องไหน

 

          “ข่าวลือเหรอ...

 

          “พวกนั้นลือกับว่าเธอกับแผ่นดิน...” ฉันเม้มปากลงเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่กิ่งแก้วพยายามจะบอกคืออะไร ไม่จริงใช่ไหม?” คำถามสั้นๆ ถูกเอ่ยออกจากปากจากปากคนตรงหน้าเป็นหนที่สอง ทำฉันน้ำตาร่วงเผาะแบบไม่รู้ตัว ในเวลานี้มีเพียงแค่เสียงร่ำไห้ของฉันสลับดังกับเสียงปลอบของเธอ นี่คงเป็นสิ่งที่ฉันคิดอยากจะทำกับใครสักคน การได้ระบายน้ำตา

 

          ไม่เป็นไรนะ มันผ่านไปแล้ว

 

          ฮืออออ...

 

          “เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ...ไม่ร้องนะ” หูฉันมันอื้อไปหมด หูสองข้างได้ยินแต่เสียงสะอื้นของตัวเอง ในหัวมีแต่ภาพการกระทำแย่ๆ ของแผ่นดิน ทุกน้ำเสียง ทุกสัมผัสของเขา คล้ายกับมันเพิ่งผ่านไปไม่ถึงนาที ฉันไม่เข้าใจเลย

 

          “...ฮึก

 

          “ว่าทำไมคนโชคร้ายมันถึงเป็นเธอ” นั่นสิ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วคนที่น่าจะเสี่ยงอันตรายแบบนี้มันคือใบอ้อที่ควรจะอยู่กับแผ่นดินที่นั่นแท้ๆ ทำไมล่ะ... ทำไมคนที่โชคร้ายถึงเป็นฉัน ฉันไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้จบแบบนี้แน่ๆ” กิ่งแก้วแทรกเสียงหนักแน่น แฝงไปด้วยความเจ็บแค้น

 

          “...

 

          “ฉันจะจัดการเอาคืนแผ่นดินให้ถึงที่สุด คำพูดของกิ่งแก้ววันนี้นี้ ไม่อาจจะช่วยเยี่ยวยาบาดแผลทั้งในปัจจุบัน หรือในอดีตลงได้เลย... แต่มันกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยในหัวฉันมากขึ้น ในเมื่อถ้าหากคืนนั้นใบอ้อไม่ได้อยู่ที่หน้าตึกคณะ มีเพียงแค่ฉันหรือเธอ แล้วทำไมล่ะ ทำไมคนที่โชคร้ายคืนนั้น มันกลับเป็นแค่ฉันเพียงคนเดียว!

 

          ร่วมหลายชั่วโมง กว่าฉันจะสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงได้ โดยที่ข้างๆ มีกิ่งแก้วนั่งเป็นเพื่อนคอยปลอบ เธอพยายามเลี่ยงที่จะถามเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับแผ่นดิน พยายามพูดเรื่องอื่นๆ กลบทับเพื่อให้สบายใจขึ้น ก่อนจะขอตัวกลับออกไปในเวลาต่อมา เมื่อเห็นว่าท่าทางฉันดีขึ้น

 

     วันต่อมา

 

          ฉันแต่งตัวไปมหาวิทยาลัยตามปกติ และเลือกที่จะมานั่งปะปนกับนักศึกษาภายในแคนทีน เพื่อเลี่ยงคำพูด สายตา และบุคคลที่ฉันไม่ต้องการที่จะเจอ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็หลบไม่พ้นสายตาช่างสงสัยของนักศึกษาคนอื่นๆ อยู่ดี

 

          โค้กแก้วนึงค่ะ” ฉันเอ่ยปากสั่งป้าร้านขายน้ำตามแบบปกติ โดยพยายามเลี่ยงสายตาของบรรดานักศึกษาคนอื่นๆ ที่ต่างจ้องมองมาที่ฉันแทบจะเป็นตาเดียวกัน

 

ฉันเกลียดสายตาสอดรู้สอดเห็นพวกนั้นจริงๆ เพราะมันเริ่มจะทำให้ฉันเข้าใจหัวอกของกิ่งแก้วที่ต้องเจอสถานการณ์แย่ๆ แบบนี้ ที่แย่ที่สุดก็คือ จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่อาจรู้ได้เลย ว่าค่ำคืนเลวร้ายนั่น มีเพียงแค่แผ่นดินที่สนุกกับร่างกายของฉันเพียงคนเดียวหรือว่ามีพวกป่าเถื่อนพวกนั้นร่วมด้วย มีแค่ความปวดหนึบ ชนิดที่ว่าร่างกายทุกส่วนจะแยกออกจากกันแต่เพียงเท่านั้น ที่จำได้ มันน่าอึดอัดจริงๆ ฉันควรจะทำยังไงถึงจะรู้เรื่องคืนนั้นทั้งหมดได้

 

          นี่ครับป้า..” เสียงเข้มที่ไม่ค่อยคุ้นเคยสักเท่าไหร่ ดังขึ้นปลุกฉันสะดุ้งจากภวังค์ให้เหลือบมอง พี่เตโชส่งยิ้มละมุนแฝงไว้ด้วยความใจดี โดยที่มือกำลังยื่นเงินค่าน้ำให้กับป้าคนขายพร้อมทั้งเอ่ยปากทักทาย ไม่เจอตั้งหลายวันแหนะ หายไปไหนมา

 

          “พี่ไม่ต้องจ่ายหรอก ฉันจ่ายเอง” ฉันรีบรัวคำพูดก้มเปิดกระเป๋าสะพายของตัวเองแบบรีบร้อน ทว่า กลับต้องสะดุ้งเฮือกมือถูกมือหนาอบอุ่นเข้าสัมผัสเบาๆ กับคำพูดที่เอ่ยตามมา

 

          ตอบไม่ตรงคำถามเลยนะ

 

          “...

 

          พี่ถามว่าหายไปไหนมาหลายวัน

 

          “ไม่ใช่เรื่องของพี่

 

แต่พี่เป็นห่วง” เขาขัดน้ำเสียงจริงจัง “เธอดูแปลกไปนะ ไม่เหมือนตอนนั้นเลย” พี่เตโชกล่าวเสริม ใช้สายตาจับพิรุธ คล้ายกับว่าเขาไม่รู้เรื่องข่าวลือจากคนที่คณะศิลปะกรรมฯ

 

          “กินยาบ้างยัง?

 

          เป็นอีกครั้งที่เขาเอ่ยถามด้วยท่าทางเดิมๆ

 

          “ไม่สบายแต่กินน้ำเย็นเนี่ย?

 

          “...

 

          “ทิ้งไปเลย!” ฉันช้อนตามองคนตรงหน้าแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก ขณะที่พี่เตโชยังเอาแต่โวยวายไม่หยุด ถึงฉันจะมีเรื่องให้เครียดหรือให้คิดเยอะก็จริง ยังไงซะ ฉันก็เกลียดคนที่ชอบจู้จี้จุกจิกอยู่ดี พี่ว่าเธอกลับบ้านไปนอนพักได้แล้ว…”

 

          “พูดจบยัง?” ฉันขัดเสียงเบา ทำคนฟังเบื้องหน้าชะงักไปเล็กน้อย  เขาปรายตามองฉันที่แสดงท่าทางไม่ค่อยชอบใจอย่างฉงน พอดี ฉันไม่ชอบให้ใครมาออกปากสั่งบ่อยๆ น่ะ สิ้นเสียง ดวงหน้าคมคายเบื้องหน้ากลับเผยรอยยิ้มน่าหลงใหล และระเบิดเสียงหัวเราะออกมาคล้ายกับสิ่งที่ฉันพูดมันคือมุขตลก

         

พี่ขำอะไร?” ฉันถามออกไปแบบไม่เข้าใจ

 

          พี่ว่า พี่จะจีบเธอว่ะ

 

          “...

 

          “ท่าทาง ตาขวางแบบนี้สิค่อยดูเหมือนวันก่อนหน่อย

         

อะไรของหมอนี่กันนะ!

 

          “ชื่อวันใหม่ใช่ไหม?

 

          “...

 

          “สรุปจีบได้ไหม?

 

          “พี่พูดอะไร!” ในหัวฉันมันตื้อไปหมด นั่นมันก็เพราะคำถามถี่ยิบของเขานั่นแหละ เพราะฉันไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน

 

          พูดว่าจีบ พี่จะจีบเธอ

 

          “ตลก!”

 

          “จริง!” ฉันจ้องสู้ตากับท่าทางยียวนกวนประสาทของผู้ชายตรงหน้า วันนี้เขาไม่ได้สวมแว่นกันแดดเหมือนในตอนนั้น ทำให้เห็นใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเป็นสันราวกับรูปปั้นได้อย่างชัดเจน และอดนึกชมในใจไม่ได้ว่าเขาคือผู้ชายที่หน้าตาดีคนหนึ่งที่ฉันเคยเจอ

 

          โค้กนั่นน่ะ แปลว่าจีบนะ

 

          “ห๊ะ!” ฉันอุทานออกมาเสียงดังอย่างไม่เข้าใจ

 

          เลี้ยง ว่าที่แฟน” น้ำเสียงกะล่อนนั่น ทำฉันเบ้ปากใส่ ก่อนจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าเดินออกจากแคนทีนทั้งๆ อย่างนั้น แต่หมอนั่นก็ไม่วายจะวิ่งตามมาอยู่ดี แถมยังรัวคำถามใส่ไม่หยุด

         

ทำแบบนี้คือจะปฏิเสธพี่ใช่เปล่า?

 

          “...

 

          “โถ่ ใจร้ายเกินไปแล้วนะ!” เขาพึมพำตัดพ้อเหมือนรู้ทันรู้ แต่ก็ยังเดินตามหลังฉันต้อยๆ ไม่หยุดอยู่ดี จนที่สุดแล้วฉันก็เริ่มทนไม่ไหว

 

          อะไรของพี่เนี่ย!” ฉันหันขวับมองเขากลับไปแบบไม่พอใจ แต่กลับกันคนที่เอาแต่เดินตามตื้ออย่างเขากลับฉีกยิ้มกว้าง

 

          “หยุดคุยกันได้สักที

 

          ...

 

          แค่ชอบ เลยอยากจีบ ได้ไม่ได้ก็บอก อย่าเดินหนี

 

          “ถ้าไม่ได้ล่ะ?” ฉันจงใจกอดอกย้อนทำเสียงกวน

 

          ก็จะตามจีบต่อไป...

 

          “ฉันไม่ตลก

 

          “พี่จริงจังว่ะ” เขาสวนแบบทันควัน ถือวิสาสะเอื้อมมือทัดปลายผมที่ปรกข้างแก้มทัดหูให้อยู่อ่อนโยน โดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว ขณะกล่าวเสริม พี่มองเรามาได้สักพักแล้ว มองจนรู้ว่าเมื่อก่อนเธอเป็นยังไง” ฉันเบิกตากว้างอย่างสุดขีด หัวใจกระตุกวูบ เมื่อได้ฟัง เมื่อก่อนอย่างงั้นเหรอ! เขาพูดว่าเขารู้ว่าฉันเป็นอย่างไร...เมื่อก่อนงั้นเหรอ!

 

          พะ พี่หมายถึงอะไร...

 

          “ก็แค่รู้ว่าเมื่อก่อน เธอเป็นอย่างไรก็แค่นั้น

         

...

 

          “แล้วมันยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้พี่ชอบเธอ” พี่เตโชยังคงรอยยิ้มใจดีของเขาเอาไว้อย่างนั้น ในขณะฉันยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออกแล้ว 08456059xx เบอร์พี่ โทรมาด้วยล่ะ” เขาทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้น และเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

 

ซึ่งเพียงแค่นั้นนั่นแหละ ที่ทำให้ร่างกายฉันกำลังสั่นเพราะคำพูดของเขาได้ ยอมรับว่าเมื่อก่อนฉันอ้วน และไม่มีเคล้าความหน้าตาดีอยู่ในตัวเลย ซึ่งฉันพยายามเปลี่ยนมันมาตลอด โดยมีใบอ้อเป็นตัวอย่าง เพื่อแรงผลักดันตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ทั้งนั้นเพียงเพื่อจะได้หลุดจากพันธนาการในอดีตสักที

 

          หลายชั่วโมงต่อมา

 

ทุกวินาทีในคลาสเรียนราวกับตกอยู่ในขุมนรก ฉันรีบพาตัวเองก้าวเท้าฉับๆ ออกจากคลาสเรียนโดยเร็วที่สุด เมื่ออาจารย์ปล่อย ฉันไม่อยากทนฟังเสียงซุบซิบของบรรดาคนในคณะ ที่เอาแต่พูดถึงเรื่องของฉันกับแผ่นดินแทบจะตลอดเวลา แต่สุดท้ายแล้ว ฉันก็ไปไหนไม่พ้น เมื่อที่โต๊ะม้าหินหน้าคณะ เต็มไปด้วยกลุ่มสวะที่มักจะเห็นหน้ากันอยู่เป็นประจำ จำใจต้องเลี่ยงเดินไปอีกทางเพื่อเลี่ยงที่จะเจอกับคนพวกนั้น

 

เพราะฉันกลัว... ถ้าหากมีใครสักคนเล่นตลก ขุดเรื่องราวฉาวโฉ่ในอดีตของฉันออกมาพูด อีกทั้งในตอนนี้ ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาเอาฉันไปพูดเสียหายๆ อะไรบ้าง ซึ่งฉันคือผู้ถูกกระทำจึงไม่สามารถหาข้อโต้แย้งใดๆ กลับไปได้เลย สิ่งที่ทำได้ก็คงจะมีเพียงเลี่ยงการพบเจอ ปิดหู ปิดตา ไม่รับไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น

          ทว่าในตอนนั้นเอง ฉันกลับต้องพบเรื่องที่น่าตกใจมากไปกว่านั้น เมื่อพบเข้ากับร่างสูงของใครบางคน กำลังรอฉัน อยู่ที่น่าห้องพัก แถมดูเหมือนว่าเขารอฉันนานมากแล้วด้วย ชายหนุ่มเหลียวมองมาทางฉันด้วยสายตาเย็นชา เสียงทุ้มเข้มที่เอ่ยออกมาเสียงดัง

 

เธอ!” พี่เตโชรีบตรงดิ่งเข้าใส่ฉันที่ยืนตกใจไม่หาย ขณะที่เขาเริ่มต่อว่า ทำไมกลับช้านัก รู้ไหมว่าพี่รอเธอตั้งนานแล้ว

 

          “นายมาที่นี่ได้ไง” ฉันย่นคิ้วมองความสงสัยและจงใจก้าวถอยหลังออกห่างเขาหนึ่งก้าวอย่างนึกระแวง

 

          พี่บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าพี่รู้เรื่องของเธอทุกเรื่อง” ดวงหน้าหล่อเหลาซึ่งกำลังยิ้มหวานให้ฉันแบบเป็นมิตรกลับทำฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อย่างยากลำบาก และพยายามถามเขากลับไปเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

 

          พี่มาที่นี่ทำไม

 

          “...

 

          “ถ้ามาเพราะเรื่องจีบ ฉันบอกก่อนนะว่าฉันไม่มีคำตอบให้พี่” ฉันจงใจกล่าวดังทางแบบรู้ทัน

 

          “ทำไมชอบพูดดักทางนักนะ” เขาขัดเสียงเล็กเสียงน้อย ขยับตัวเท้าเอวมองฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนเริ่มพูดต่อ พี่มาชวนไปเที่ยวคืนนี้

 

          “เที่ยว?

 

          “ใช่...ท่าทางใหม่ดูเครียดๆ ก็เลยลองมาชวน เขายิ้มโชว์เรียงฟันซี่สวย ก่อนเสริมประโยคสั้นๆ คืนนี้ไปเที่ยวกับพี่นะครับ

 

          ตึก...

 

          เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นขัดบทสนทนาระหว่างเรา ทำฉันเผลอเหลียวหลังมองเล็กน้อยพร้อมเขยิบหลีกทางให้ตามวิสัย ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าบุคคลที่เดินขึ้นมานั้นเป็นผู้ชายที่ฉันพยายามหลบหน้ามาเกือบตลอดทั้งอาทิตย์ และเขาไม่ได้มาคนเดียวเพราะข้างกายดันพ่วงหญิงสาวลูกครึ่งติดมาด้วย ซึ่งถ้าฉันจำไม่ผิดรู้สึกว่าหล่อนจะเป็นคนเดียวกับที่ฉันเจอเมื่อหลายวันก่อนด้วยสิ

 

ตามมาจีบกันถึงที่นี่เชียว?” แผ่นดินมองหน้าฉันแบบไม่สบอารมณ์ครู่หนึ่ง ก่อนเหลือบมองพี่เตโชเล็กน้อยท่าทางสงสัย ร้อยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนดวงหน้าคนถาม ซึ่งนั่นเริ่มทำให้ฉันหวั่นใจ เขากำลังเริ่มอีกแล้ว เหมือนทุกที

 

          จะตามจีบกันไปถึงไหน?

 

          “เกี่ยวอะไรด้วยวะ?” นับว่าโชคตีที่พี่เตโชเลือกที่จะขัดเขาเสียงหนักแน่น ทางดูไม่พอใจสักเท่าไหร่นัก

 

          “รุ่นพี่ พูดแบบนี้นี่เรียกว่าออกตัวปกป้องนะครับ ทำตามหน้าที่แฟนหรือไง?

 

          “ถ้าใช่แล้วมันยังไง?” คนฟังชักสีหน้าแสดงอาการบึ้งตึงออกมาอย่างชัดเจน มิหนำซ้ำ เขายังฉวยโอกาสใช้มือกระชากแขนฉันเข้าไปแนบชิดกับลำตัว ก่อนเอ่ยคำพูดสั้นๆ

 

          จะบอกอะไรให้รู้อย่างนะรุ่นพี่

 

          “โอ้ยย! ปล่อยดิ!!” ฉันพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากเงื้อมมือ ของผู้ชายนิสัยร้ายกาจอย่างเขา ทว่าร่างกายทุกส่วนกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อแผ่นดินพ่นวาจาออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่า

 

ยัยนี่เมียกูครับ

 

 

พูดบ้าอะไร! ปล่อย!” ฉันร้องขัดสิ่งที่แผ่นดินพูด สีหน้าของเขาดูพอใจที่ได้เห็นพี่เตโชเริ่มมีท่าทีทำตัวไม่ถูกกับสิ่งที่ได้ฟัง

 

ดิ้นไรนักหนาว่ะ” เขาหันมาดุและหันกลับไปจ้องสู้ตากับพี่เตโชอีกครั้ง รู้แล้วก็ไสหัวไปซะนะ...รุ่นพี่ J น้ำเสียงและรอยยิ้มยียวนของเขาทำคนฟังกัดกรามกรอดก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ เขากล่าวยอมรับในสิ่งที่ได้ยิน

 

เข้าใจแล้ว….อย่างงั้น แววตาขี้เล่นของพี่เตโชบัดนี้กลับเปลี่ยนไป เขาดูจริงจัง ไม่เหมือนกับแววตาที่ใช้มองฉันเลยสักนิด “คืนนี้ขออนุญาตพาเมียมึงไปเที่ยววันนึงนะ คำขอแสนสุภาพ แฝงไว้ด้วยคำประชดประชันของพี่เตโช ทำเอามือแกร่งที่กอดรัดรอบตัวฉันเกร็งจนสั่น  เมื่อไม่มีวาจาใดตอบโต้จากปากของแผ่นดินออกมาอีก นั่นจึงทำให้พี่เตโชแทรกเสียงขึ้นอีกเป็นหนที่สอง ท่าทางไม่รู้สึกรู้สาใดๆ

 

นี่วันใหม่ คืนนี้2ทุ่ม ร้านนั่งชิวK23 อยู่ตรงข้ามกับหน้ามหาวิทยาลัย มาด้วยนะพี่จะรอ เมื่อกล่าวจบเขาก็จงใจเดินเบียดไหล่แผ่นดินออกไปอย่างคนอารมณ์ดี โดยไม่หันกลับมามองวายร้ายที่ถูกยียวนประสาทกลับไปเลยแม้แต่หางตา

 

ปล่อยสักทีสิวะ!” ฉันเริ่มโวยวายอีกครั้งแบบไม่ยอมหลังจากพี่เตโชเดินคล้อยหลังไปได้ครู่สั้นๆ อีกทั้งยังสะบัดตัวอย่างแรงเพื่อหวังให้เขาปล่อย แผ่นดินโอบรัดรอบตัวฉันแน่นมากขึ้น เหมือนไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เขาเหลียวหลังปรายตาไปยังหญิงสาวอีกคน ซึ่งเธอดูตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก แผ่นดินเอ่ยปากสั่งหล่อนเสียงเรียบ

 

ซาร์ญ่า เข้าไปรอในห้องก่อนไป

 

กุญแจ? คนถูกถามรีบใช้มืออีกข้างหยิบกุญแจโยนส่งให้หญิงสาวแบบรีบๆ โดยที่แขนอีกข้างยังคงล๊อกร่างฉันเอาไว้แน่น และดูจะรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวรับกุญแจจากมือเขาอย่างแม่นยำ เธอไขประตูห้องแบบไม่รีบไม่ร้อน และเปิดประตูหายเข้าไปด้านใน แบบไม่มีทีท่าว่าจะสนใจฉันหรือแผ่นดินเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว

 

ปล่อย!” ฉันตะโกนสั่งแผ่นดินอีกครั้งซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เขายอมปล่อยตัวฉันพอดีพอดี ไม่ต้องมีคำพูดจาใดให้เสียเวลา ฉันรีบก้มหน้าก้มตาตรงดิ่งไปที่ประตูห้องของตัวเองทันที

 

ตึง!!!

 

ฝ่ามือทาบกระแทกกับบานประตูห้องพัก ชิ่งตัดหน้าฉันไปเพียงเสี้ยววินาที

 

ใครบอกให้เธอกลับห้อง?” เขาถาม

 

สิทธิ์ของฉัน

 

เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิทธิ์ น่าจะรู้ตัว

 

...

 

เธอไม่มีสิทธิ์ลีลาหวงเนื้อหวงตัวจนน่าโมโหแบบนี้

 

...

 

ตั้งแต่เธอเสียความบริสุทธิ์ให้กับคนอื่นก่อนฉันหรอกว่ะ วันใหม่” สายตาของแผ่นที่จ้องมามันช่างดูถูกร่างกายของฉันสิ้นดี โดยเฉพาะกับคำพูดทุกๆ พยางค์ที่เขาก่นเอ่ยมันออกมา มันเข้าข่ายหลอกลวง เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด!”

 

ฉันกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บโดยที่ไม่สามารถโต้กลับอะไรเขากลับไปได้เลย นอกจากผลักอกเขากลับไปแรงๆ เพื่อหยุดวาจาว่าร้ายพวกนั้นลง

 

นายต้องการอะไร!” คนฟังหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับไม่เข้าใจคำถามหรือเห็นว่ามันเป็นเรื่องขำขัน ยิ่งเพิ่มแรงประทุในหัวให้เพิ่มขึ้นอีก จนแทบจะกักเก็บเอาไว้ไม่อยู่ 

 

ฉันถามว่านายต้องการอะไรแผ่นดิน!!” ฉันใส่อารมณ์ ผลักอกเขาอีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนเขาจะเอาแต่หัวเราะอยู่แบบนั้น ไม่สะทกสะท้านหรือสนใจคำถามของฉันเลยแม้แต่นิดเดียว

 

          ฉันควรจะตอบคำถามเธอด้วยเหรอ?” และแล้วเขาก็ยอมปริปากพูดออกมาในที่สุด แม้ว่ามันจะไม่ได้ตรงกับสิ่งที่ฉันถามเลยก็ตาม กับไอ้รุ่นพี่นั่นก็ด้วย

 

          “...

 

          “ฉันจะไม่ถามเธอว่าถูกใจมันไหม” ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อเผลอสบสายตากับเขาตรงๆ อย่างบังเอิญ แววตาของเขาในตอนนี้ เฉยชา และเย็นชาอย่างที่สุด รวมไปถึงคำพูดเองก็เช่นกัน คำพูดของเขามันเหมือนมีดแหลมค่อยๆ กรีดลึกลงทุกทีๆ

 

          “จะ จะทำอะไร!!” ฉันโวยวายลั่นเมื่อแผ่นดินจงใจพุ่งมือบีบหัวไหล่แน่นจนปวดไปหมด เขาออกแรงเพียงนิดเดียวก็สามารถดันฉันจนชิดกับประตูห้องพักได้สำเร็จ เจ็บนะ!”

 

          “ร้องโวยวายเพื่อ?” เขาจ้องสบตาฉันนิ่งๆ ก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง เล่นตัวเหรอ?

 

          “...

 

          หรือว่ากลัวฉันจะทำอะไร?” รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะดังหึในลำคอ เธอก็รู้นี่...

 

          “...

 

ว่าฉันไม่ชอบกินของคาวซ้ำๆ

 

          “ไอ้!!”

 

          “โดยเฉพาะของคาวที่เคยผ่านคนอื่นมานอกเหนือจากฉัน” คำพูดของเขามันทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออก บอกเลยว่าเจ็บใจ ฉันสั่นไปทั้งร่างกาย เพราะทำอะไรไม่ได้ คิดอยากจะด่าโต้กลับไปบ้าง แต่คำพูดที่มีมันก็เหมือนจะกลืนหายไปในลำคอจนหมด นี่มันบ้าที่สุด! “อย่าเล่นตัวกับมันให้มากนักล่ะ” เป็นอีกครั้งที่เขาพูดแบบไม่แคร์จิตใจคนอื่นพลางปล่อยมือออกจากไหล่ฉันราวกับว่าไม่อยากจะสัมผัสมันอีก โดนเอาสักทีสองทีคงไม่ตายหรอก จริงไหมเมีย J

 

          เสียงหัวเราะที่ดูสะใจมากถึงมากที่สุดของเขา ดังก้องอยู่ในหู ทั่วใบหน้าร้อนวูบ และชาไปทุกสัมผัส คำพูดของเขามันแรงและเจ็บยิ่งกว่าถูกด่าว่าเป็นผู้หญิงขายบริการเสียอีก

 

          ฉันจะจัดการเอาคืนแผ่นดินให้ถึงที่สุด

 

คำพูดของกิ่งแก้วดังก้องภายในหัว มันทำให้อดคิดไม่ได้ ว่าคนอย่างเธอจะมีปัญญาอะไรเอาคืนผู้ชายอย่างแผ่นดิน และถ้าหากเธอมีปัญญาจะเอาคืนเขาจริงๆ

 

ฉันนี่แหละขอเป็นคนทำมันด้วยมือของตัวเอง!




TO BE CONTINUED..
 

 



TALK 
 

คิดว่ารู้จักแผ่นดินมาเยอะแล้ว
ลองมารู้จักกับตัวตนของ
ทัพบกกันหน่อยไหม?
อัพบทนำเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะเออ <3


PHANTOM WARDEN : ลงแล้ว 1 ตอน 
พันธนาการที่รัดแน่นจนหายใจไม่ออก ไม่ว่าเขาปล่อยไปหรือฉันหนีตายมันก็ดูมีค่าเท่ากัน"รู้ป่ะราชสีห์น่ะ มันไม่ยอมปล่อยเหยื่อจนกว่ามันจะมั่นใจว่าเหยื่อของมันตายแล้วจริงๆ" 
Type : เรื่องยาว > รักหวานแหวว 
Upd : 4 ธ.ค. 57 / 21:09 , Fanclub : 325 
Tags : ยังไม่มี
Rating 
100% 
View - 2,219 
comment- 1,117 
 

1เม้นสำหรับกำลังใจ 1โหวตดีๆ สำหรับนักอ่านเงาเนอะ <3

เรื่องนี้แต่งกับน้องกลุ่มคนนึง เป็นเซ็ตแบ่งเป็น8เรื่อง แวะไปอ่านกันได้เน้อ
แต่ถ้าชอบเรื่องนี้อย่าลืมจิ้มแอดFAV.ที่หน้าสุดหล่อเอาไว้ติดตามต่อชาร์ปหน้าเน้อ


.:: เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ::.
                                       แผ่นดิน         ทัพบก           เคมป์
  
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21,346 ความคิดเห็น

  1. #21320 Ploysoiy Sasikan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 17:15
    ใหม่ไม่ซิงจริงๆหรือดินตอแหลว่ะ555
    #21,320
    0
  2. #21304 มูตี้ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 00:30
    +..+!!!!!
    #21,304
    0
  3. #21277 JESSICA_JSY (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 13:39
    เอาคืนแผ่นดินให้สาสมเลยวันใหม่ สู้ๆ
    #21,277
    0
  4. #15700 . SmeenZp . (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 15:11
    เจิมม
    #15,700
    0
  5. #14217 ByChu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 09:04
    เตโชสู้ๆๆๆๆๆ
    #14,217
    0
  6. #11853 jubjang _1989 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 16:43
    แผ่นดินร้ายกาจมาก
    #11,853
    0
  7. #11852 lai_lailai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 16:18
    อย่าลืมเอาคืนแผ่นดินให้ได้นะวันใหม่.....สู้ๆ
    #11,852
    0
  8. #9696 อั้ม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2557 / 19:17
    อ้ากเตโชน่ารักง้ะ555555
    #9,696
    0
  9. #9683 KunNoofc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2557 / 14:52
    แผ่นดินเป็นหมาหวงก้างแระ
    #9,683
    0
  10. #8405 JLSmile (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 21:12
    แผ่นดิน นายต้องการอะไรจากสังคม ฮะ
    #8,405
    0
  11. #7716 ืnangnaminori (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 10:54
    สนุกมากๆๆๆๆจ้า
    #7,716
    0
  12. #7683 Lipxc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 23:07
    สนุกกมาก รออ่านต่อออ^^
    #7,683
    0
  13. #7635 Kkuuan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 20:49
    เจิมค่ะ
    #7,635
    0
  14. #7633 Kkuuan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 20:48
    เจิมค่าาาาา
    #7,633
    0
  15. #7193 babylion (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 20:00
    ผิดไหม เกลียดแผ่นดิน
    #7,193
    0
  16. #6091 huskyzza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 16:54
    สงสาร รอวันใหม่แก้แค้น จะช่วยซ้ำเติมแผ่นดิน
    #6,091
    0
  17. #6090 huskyzza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 16:53
    เจิมค่าาาา
    #6,090
    0
  18. #6088 NaMm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 16:47
    ทำไม แผ่นดิน มันโคตรของโคตรอย่างนี้ บอกเลยรับไม่ได้
    #6,088
    0
  19. #6087 sai'mai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 16:27
    แผ่นดินแม่งโคตรเ-ี้ยอะ
    #6,087
    0
  20. #6084 Omega'Three Noeii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 13:53
    ทำไมมันดาร์กจังฟะ พี่เครียด 55555
    #6,084
    0
  21. #6083 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 13:48
    รอเอาคืนอิแผ่นดินอิอิอิ
    #6,083
    0
  22. #6082 Icy\'Ice Nannaphat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 12:24
    เจิมมมมมมมม
    #6,082
    0
  23. #6081 Icy\'Ice Nannaphat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 12:23
    เจิมมมมมมมม
    #6,081
    0
  24. #6079 ธนภรณ์ อินต๊ะสาร (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 11:23
    เกลียดแผ่นดิน แกชั่วมากทำกับวันใหม่ได้
    #6,079
    0
  25. #6078 Flower Me (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 06:52
    สงสารวันใหม่
    #6,078
    0