LIPSLIE พันธการร้าย ซ่อนรัก

ตอนที่ 10 : LIPSLIE :: EP.09 ll เตโช [ H ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    28 พ.ย. 57

EPISODE 09









หน้าฉันชาวูบคล้ายกับมีใครเอาของแข็งกระแทกแบบเต็มๆ มือไม้อ่อนเหมือนคนอ่อนแรง ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองปล่อยให้โทรศัพท์มือถือในมือร่วงกระแทกกับโต๊ะม้าหินตั้งแต่เมื่อไหร่ หลายความรู้สึกในเวลานี้มันประดังประเดเข้ามาจนแทบทนไม่ไหว

 

          ใหม่...เป็นอะไรหรือเปล่า?เสียงของกิ่งแก้วพร้อมแรงเขย่าเบาๆ ทำฉันสะดุ้งจากภวังค์ สีหน้า แววตาที่ดูเป็นห่วงเป็นใยของเธอ ทำฉันขยับยิ้มมุม พยายามปั้นสีหน้าให้ดูปกติที่สุด ขณะที่อีกเอ่ยวาจาถามน้ำเสียงเดิม โอเคหรือเปล่าฉันพยักหน้ารับเก้อๆ ทั้งที่ความจริงแล้ว ลึกๆ แทบอยากจะหยุดหายใจมันเสียตอนนี้

 

          “ก็ดีแล้วที่เธอยังยิ้มได้แก้มแดงที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวเสริมเสียงเย็น เหลือบมองข้อความตอบโต้อัตโนมัติที่เปิดค้างไว้ สลับกับมองหน้าฉันไปมา ในขณะที่ฉันได้แต่นั่งนิ่ง สบประสานตากับเธอไปอย่างนึกสงสัย ซึ่งดูๆ ไปแล้ว เธอเองก็คงพอจะรู้เรื่องราวของกิ่งแก้วไม่น้อยไปกว่าฉันนัก พยายามอย่าให้เพื่อนเธอ นัดเจอกับแผ่นดินในคืนวันศุกร์...พอจะทำได้ไหม?

 

          “ฉันทำไม่ได้ฉันขัดแก้มแดงแบบทันควัน หลุบตาลงต่ำให้กับความขลาดของตัวเอง

 

          “ทำไม่ได้ก็ต้องทำให้ได้ ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอตกอยู่ในนรก....เหมือนกับที่ฉันต้องเจอคำพูดของกิ่งแก้วที่กล่าวเสริม ดังก้องเข้ามาในโสตประสาทหากเขาทำกับฉันได้ เขาก็ต้องทำกับผู้หญิงคนอื่นได้เหมือนกัน

 

          “....

 

          “คืนวันศุกร์ คือนรกของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของเขา

 

เหมือนตลับเทปที่ถูกกลอกลับวนซ้ำหลายๆ หน จนคำพูดของกิ่งแก้วคล้ายกับฝังลงในซิรีเบลลัมยังไงอย่างงั้น ฉันไม่มีโอกาสแย้งคำพูดของเธอที่เคยตกเป็นเหยื่อเลวร้ายของแผ่นดินได้เลยแม้แต่พยางค์เดียว ยิ่งคิดว่าถ้าหากแผ่นดินทำอย่างเดียวกันนั้นกับใบอ้อจริงๆ มีหวังฉันคงเป็นบ้าไม่ก็โรคประสาทแน่ๆ ส่วนใบอ้อเองก็คงจะทนมีชีวิตอยู่บนความอับอายต่อไปไม่ได้เช่นกัน เพราะว่ารักใบอ้อมาก ฉันจึงสามารถทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุขและยอมทุกอย่างเพื่อไม่ให้เธอมีความทุกข์ แม้ว่าในเวลานั้นฉันอาจจะเป็นทุกข์กับสิ่งที่ต้องเจอก็ตาม เหตุผลสั้นๆ อย่างงั้นน่ะเหรอ

 

          นี่หยุดนะ! หยุดว่าเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้

 

        ‘เธอ...

 

        ‘ไม่เป็นไรใช่ไหม?

 

        อือ

 

        ‘ฉันชื่อใบอ้อ แล้วเธอล่ะ

 

          ก็เพราะว่าเธอเป็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่ฉันมียังไงล่ะ!

 

          ตลอดทั้งวัน ฉันพยายามคิดหัวแทบแตก เพื่อหาทางเจรจาเรื่องแผ่นดินให้ใบอ้อรับฟังอีกครั้ง แม้ว่าในคราวนี้ สิ่งที่ฉันพยายามบอกเธอมันอาจจะทำให้เราทั้งคู่ผิดใจกันมากขึ้นก็ตาม แต่ถ้ามันแลกมาด้วยความปลอดภัยของร่างกายเธอ ฉันก็ว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยงดูสักครั้ง

 

          เช้าวันพฤหัส ฉันพาตัวเองมายืนรอใบอ้อที่หน้าตึกคณะนิเทศฯ หาที่นั่งซึ่งเป็นจุดที่เธอสามารถมองเห็นฉันได้ทันทีที่เดินเข้ามา เพื่อรอ... รอที่จะจบทุกอย่างลงในวันนี้ ซึ่งฉันแอบรู้มาว่าวันนี้เธอมีเรียนเช้า ยิ่งเวลาเดินมาใกล้จวนถึงเวลาที่ปรากฏตัว ฉันก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและหวาดหวั่นไปในคราวเดียว จนเผลอบิดสายกระเป๋าสะพายที่คล้องมาเพื่อลดอาการหวาดเกร็งนั่น เวลาผ่านไปไม่นานนัก ใบอ้อก็เดินเข้ามาที่หน้าตึกจริงๆ และเธอดูตกใจเอามากๆ ที่เห็นฉันยืนรออยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยอมเดินเข้ามาหาอยู่ดี

 

          วันนี้เธอมีเรียนบ่ายนี่ มาทำอะไรที่นี่แต่เช้าคำทักทายที่เต็มไปด้วยความสงสัยถูกเอ่ยขึ้นทันทีที่ใบอ้อหยุดฝีเท้าลงตรงหน้า

 

          “มาหาเธอรอยยิ้มแสดงความจริงใจคือสิ่งเดียวที่ฉันพอจะแสดงออกให้เธอรับรู้ถึงความรู้สึกในใจ รีบพูดเข้าเรื่องในทันที ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ ฉันสัญญาว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย ที่เราจะพูดถึงเรื่องนี้

 

          “ว่ามาสิ...มันน่าแปลกที่วันนี้เธอดูว่าง่ายกว่าปกติ ขัดกับท่าทาง ยืนกอดอกกับสายตาที่ใช้มองจ้องมาสิ้นเชิง แต่ถึงท่าทางของใบอ้อจะเป็นแบบนั้น มันก็ไม่อาจจะลดความรู้สึกที่อยากจะบอกเธอลงได้เลย

 

          “ฉันช๊อกมาก ที่เธอบอกว่าเธอนอนกับแผ่นดินแล้ว ฉันกลัวว่าเธอจะเสียใจในภายหลัง หมอนั่นไม่ได้จริงใจกับเธอ

 

          “อีกแล้ว?เธอขัด

 

          “พอเขาได้เธอ เขาก็จะทิ้งฉันยังคงพยายามพูดต่อแบบไม่สนใจท่าทางของเพื่อนรัก เพราะนี่แหละคือสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำให้สิ้นสุดในวันนี้ถ้าเขารักเธอจริง ลับหลังเขาคงไม่กล้าลวนลามฉัน แถมยังเอ่ยปากชวนให้ฉันคบด้วยหรอก…”

 

          เพียะ!

 

          ความแรงและความเจ็บแสบ ตามมาด้วยความชา เมื่อใบอ้อพุ่งตบเข้าใส่แบบเต็มๆ นี่คงเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากกว่าครั้งไหนที่ที่ฉันได้เจอ

         

หยุดพูดแบบนี้ได้ไหมวันใหม่!” ฉันค่อยๆ เหลียวมองใบอ้อจากทางหางตา และยังไม่อาจจะคลายความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราได้ ต่างจากเธอ ที่ดูโกรธจัด นัยน์ตาทั้งสองข้างของเธอแสดงออกถึงความเกลียดชัง แสดงท่าทางโมโหร้ายออกมาอย่างชัดเจน พร้อมเน้นย้ำเพียงสั้นๆ ฉันไม่ชอบ...

 

          “.....

 

          “เธอสัญญาไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าเราจะไม่พูดเรื่องนี้อีก

 

          “....

 

          “เธอสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าเธอจะไม่ทำตัวเหมือนยัยนั่น!”

 

          ใช่ ฉันสัญญาเอาไว้แบบนั้น

 

          แล้วทำไมล่ะ ทำไมเธอยังทำแบบนี้อีกหรือว่าเธออยากแย่งแผ่นดินไปจากฉันกันแน่!” หัวใจฉันมาชาวูบเมื่อได้ฟังสิ่งที่เพื่อนรักต่อว่าออกมา ในหัวเวลานี้ ไม่สามารถประมวลความคิดให้ออกมาเป็นคำพูดได้เหมือนทุกครั้ง ชา...ชาไปทั้งตัว ทั้งหัวใจ อดไม่ได้ที่จะท้วงถามกลับไปแบบไม่เข้าใจ

 

          ทำไมเธอพูดแบบนี้...

 

          “หรือมันไม่จริง!” เธอแค่นเสียงตะคอกโต้กลับโดยที่ฉันยังไม่ทันพูดจบประโยคเลยด้วยซ้ำ

 

          ใบอ้อกัดริมฝีปาก จ้องฉันด้วยแววตาผิดหวังเพียงครู่หนึ่งก่อนสะบัดหน้า เดินทิ้งส้นปึงปังหนีไปทั้งๆ อย่างนั้น ไม่พูดอะไรออกมาอีก ทิ้งฉันไว้ให้จมอยู่กับความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ ความรู้สึกทั้งหมด ที่คล้ายกลับจะประทุออกมาอยู่ตลอดเวลา ผ่านทางน้ำตา

 

          ฉันรักเธอนะ ใบอ้อ ฉันขอโทษ

 

        ‘ฮือออ... ทำไมเธอทำแบบนี้

 

        ‘หยุดร้องไห้นะใบอ้อ...หยุดร้องไห้เถอะ

 

          ดวงหน้าหวาน ที่สองแก้มเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของใบอ้อ ในอดีตกำลังผุดขึ้นมาช้าๆ ไม่ใช่ว่าฉันจำอะไรไม่ได้ แต่พยายามจะไม่นึกถึงมันเสียมากกว่า ครั้งหนึ่งฉันเคยตัดสินใจทำเรื่องโง่ๆ มันร้ายแรงจนทำให้ใบอ้อช๊อกและร้องไห้ไม่หยุด ตั้งแต่วันนั้นฉันก็สัญญากับตัวเองมาตลอดว่าจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจ ไม่ว่าอย่างไรฉันจะปกป้องเธอ

 

          ฉันนาบหน้าลงกับโต๊ะในคลาสเรียนอยู่เกือบหลายนาที แม้ว่าในเวลานี้คาบเรียนวิชานั้นมันจะหมดลงไปแล้วก็ตาม ความเงียบภายในคลาสเรียนมันทำให้ในหัวฉันว่างไปด้วย อยากพัก อยากคิดจะหยุดวิ่งตามหลังเพื่อนรักสักที แต่..

 

        ทำไมเธอยังทำแบบนี้อีกหรือว่าเธออยากแย่งแผ่นดินไปจากฉันกันแน่! คำพูดกับท่าทางเจ้าอารมณ์ของเธอในช่วงเช้า มันก็เริ่มผุดขึ้นในหัว ทดแทนความเปล่าภายในกะโหกหนาๆ ที่ละนิด จนกลายเป็นคิดมากในที่สุด

 

          กึก...

 

          เสียงเลื่อนประตูห้องที่ดังขึ้น ทำฉันรีบเงยหน้ามองไปยังต้นเสียง ก่อนต้องกระเสือกตัวออกจากที่นั่งด้วยความเร็ว เมื่อที่ตรงนั้นปรากฏร่างของแผ่นดิน ขณะกำลังหันหลังปิดประตูห้อง ท่าทางไม่รีบไม่ร้อนอะไร เขาเหลียวหลังมองฉันที่ตั้งท่าตั้งรับการมาของเขา รอยยิ้มลวงๆ ไม่เคยแสดงความใจเลยสักครั้งที่ได้เห็นมันปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมคำทักทายสั้นๆ

 

          ไม่เห็นหน้าหลายวัน

 

          “....

 

          “เหงาปากว่ะหัวใจฉันเต้นโครมจนคล้ายจะหลุดออกมาด้านนอก ในทุกฝีก้าวที่ผู้ชายตรงหน้าก้าวเข้ามาหาอย่างช้าๆ จนต้องลั่นเสียงถามไปแบไม่ชอบใจนัก

 

          ต้องการอะไร!”

 

          “เธอนั่นแหละต้องการอะไร!” เขาย้อนเสียง โดยยังคงสีหน้าแววตาเหมือนปกติ อัดฉันเสร็จแล้วหายหน้าไป

 

          “...

 

          “เธอต้องการอะไร!”

 

          “ต้องการให้นายหยุดทำเรื่องเลวๆ สักทีไง!” ฉันตอบเสียงหนักแน่น จ้องสู้ตาเขากลับไปอย่างเชือดเฉือน ต่างจากเท้าทั้งสองข้างซึ่งก้าวถอยหลังทีละก้าวๆ ในทุกครั้งที่เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ที่ละนิดๆ โดยไม่ลืมกำชับคำพูดเดิมๆ เลิกยุ่งกับใบอ้อได้แล้ว!”

 

          “เพราะพูดแบบนี้ไงถึงได้โดยใบอ้อตบวายร้ายเบื้องหน้าจงใจทิ้งช่วงการพูด ขณะใช้สายตาเหยียดแคลนมองฉัน ฉันรู้สึกตกใจในสิ่งที่เขาพ่นออกมาเป้นอย่างมาก จนไม่สามารถปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติได้เลย ซึ่งนั่นทำให้ดวงหน้าคมคายเบื้องหน้าปรากฏรอยยิ้มหยันทันทีและเสริมออกมาอีกหนส้นๆ โดยที่เท้าของเขายังคงย่างสามขุมเข้าหาฉันแบบต่อเนื่อง เจ็บเปล่าวะ?

 

          “อย่าเข้ามา!” ฉันตวาดเสียงดัง พลางกวาดสายตาสอดส่องหาช่องทางหนี ก่อนตัดสินใจพุ่งตัวหลบหนีการไล่ต้อนของสารเลวตรงหน้า ทว่า.ความไวของแผ่นดินที่มีเหนือกว่ามากนัก ทำให้เขาพุ่งตัวเข้าตะครุบร่างฉันจากทางด้านหลังได้สำเร็จ เหมือนเสือที่ออกล่าเหยื่อไม่มีผิด

 

          ปล่อยนะ!” ฉันพยายามทุบตีไปที่กล้ามแขนแขนแกร่งของเขา ทั้งจิกและฝั่งเล็บให้เขารู้สึกเจ็บปวด แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

          วันนี้ฉันต้องคุยกับเธอ

 

          “ฉันไม่มีอะไรจะคุย!”

 

          “ทำไมวะวันใหม่ ทำไมชอบยุ่งเรื่องของฉันนัก!” คำถามเชิงขู่พร้อมแรงกอดรัดรอบตัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำฉันเริ่มหายใจไม่ออก รู้มั้ย ว่าเห็นเธอเป็นแบบนั้นทีไรแล้วมันหงุดหงิด!!”

 

          “ปล่อยนะ!”

 

          ถามก็ตอบ

 

          “เพราะนายมันเลวไง!”

 

          “เลว? คำนี้อีกแล้ว

 

          “เออ นายมันเลว ทั้งที่มีใบอ้ออยู่แล้วแต่ยังควงคนนั้นคนนี้ไปทั่วฉันตอบเขาอย่างแค้นๆ แม้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ฉันจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากก็ตาม แถมนายยังเล่นกับร่างกายของคนอื่น เหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องสนุก...เสียงของฉันเหมือนจะขาดหายไปในช่วงท้าย เมื่อภาพสัมผัสที่เขาจงใจแกล้งฉันผุดเข้ามาในหัว จนพานให้ร่างกายทุกส่วนสั่นเทิ้มได้อย่างน่าแปลก ไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นจากความกลัวหรือเพราะรู้สึกรังเกียจสัมผัสนั่นกันแน่

 

          “พูดแบบนี้

 

          “.....

 

          แปลว่าฉันต้องรับผิดชอบ?น้ำเสียงนิ่งๆ พร้อมทั้งลมหายใจอุ่นๆ ข้างหูที่เหมือนเขาจะจงใจเป่ารดลงมาเบาๆ เล่นสนุกกับร่างกายคนอื่นไม่ได้

 

          ตึก ตัก ตึก ตัก... ตึก ตัก ตึก ตัก...

 

แปลว่าเล่นกับร่างกายเธอได้คนเดียวงั้นสิ.. ฉันสะดุ้งไปทั้งร่าง เมื่อคมเขี้ยวของเขาขบเม้มเบาๆ ที่ใบหู จนต้องรีบเอียงหน้าหลบเพื่อให้หลุดพ้น แต่แผ่นดินไม่หยุดการกระทำเลวทรามนั้นลงง่ายๆ เมื่อเขาเปลี่ยนเป้าหมายจากใบหูมาเป็นส่วนอื่นแทน  สัมผัสชื้นแฉะแต่ร้อนแรงจากปลายลิ้น ลากไล้ไปตามต้นคอระหงส์ ขณะมือหนาบรรจงทัดปอยผมให้อย่างอ่อนโยน จน ปลายลิ้นร้อนลากได้ถนัดอย่างทั่วถึงมากขึ้น  ราวกับจะปั่นป่วนความรู้สึกให้กระเจิงไปพร้อมกับอารมณ์ ที่เขาเป็นฝ่ายคุมเกมส์

 

ปล่อย!!!!” ฉันพยายามดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดน่าขยะแขยงนั่น จงใจกดจิกปลายเล็บฝังไปตามแขนของเขาเพื่อให้ผู้ชายไร้จิตสำนึกตรงหน้าหยุดการกระทำโสมมนี่ลงเสียที แต่ว่าเขากลับเกระซิบเอ่ยวาจาออกมาแบบชอบใจ ต่างจากที่คิดไว้นัก

 

ยังเวอร์จิ้นจริงๆ ด้วยสินะ

 

มะ ไม่ใช่เรื่องของนาย!” ฉันเค้นเสียงตอบอึกอัก เพราะแรงรวบรัดจาดด้านหลัง มันเริ่มกระชับรุนแรงมากขึ้น จนทำให้ฉันเริ่มอึดอัด หายใจไม่ออก ปล่อย!!”

 

เธออยากรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงชอบผู้หญิงเวอร์จิ้น คำถามของเขาทำฉันชะงักลงเล็กน้อย ตวัดมองสีหน้าของเขาซึ่งอยู่ห่างจากข้างแก้มไปเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นมุมปากอีกครั้งพร้อมด้วยคำตอบสั้นๆ เพราะเวลาได้นอนด้วย มันมันส์กว่าปกติไง

 

ปล่อย!!” ฉันดิ้นพล่านอีกครั้งเพื่อให้ตัวเองหลุดจากสถานการณ์แย่ๆ ในเวลานี้ พยายามไม่รับฟังคำพูดห่ามๆ ที่เขาจงใจลั่นวาจาปั่นประสาทให้ฉันไม่เป็นตัวของตัวเอง เมื่อความคิดเตลิดไปไกล มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดหวั่นแบบห้ามไม่ได้ แผ่นดินอาศัยจังหวะที่ฉันเริ่มควบคุมความคิดของตัวเองไม่อยู่ กอดกระชับร่างฉันแน่นขึ้น ฝ่ามือหน้าน่ารังเกียจแตะลงที่เนินอกข้างซ้ายของฉันอย่างแผ่วเบาๆ พร้อมด้วยเสียงกระซิบสั้นๆ

 

          หัวใจเธอ

 

          “...

 

          “เต้นแรงเกินไปแล้ว

 

          “ฉันเกลียดนาย!” ฉันขัดเสียงดังเพราะไม่ต้องการฟัง

 

          “แล้ว?เขาย้อนกลับมาเสียงนิ่ง ขณะที่เริ่มขยับฝ่ายมือไล้ไปตามเนื้ออกผ่านผ้าเบาๆ คล้ายกับไม่สนใจ

 

          ปล่อยได้แล้ว!”

 

          “ปล่อยก็ได้

 

          “....

 

          “แต่เธอต้องทำให้หัวใจเธอเต้นช้าลงกว่านี้ก่อน

 

          “....

 

          “ถ้าทำให้เต้นช้าลงกว่านี้ไม่ได้

 

          “.....”

 

          “ฉันจะช่วงสงเคราะห์ให้มันเต้นแรงมากกว่านี้อีก

 

          “....

 

เธอว่าแฟร์ดีมั้ย? คำพูดของแผ่นดินคล้ายกับเป็นตัวเร่งเชื้อเพลิง มันปั่นป่วนความคิดและสติของฉันให้มอดไหม้ ภาพและสัมผัสของเขาซึ่งฝากทิ้งไว้เมื่อหลายวันก่อน ไม่สามารถลบออกจากความคิดและความรู้สึกเลย ฉันในตอนนี้คล้ายกับคนสติหลุด คิดอะไรไม่ออก แม้พยายามที่จะคิดหาทางหนีรอดจากเงื้อมมือเขาก็ตาม แต่มันก็ว่างเปล่า ทำได้เพียง ดิ้นขลุกขลักอยู่ภายในอ้อมกอดของเขาเท่านั้น ที่บัดซบที่สุดก็คงจะเป็น หัวใจของฉัน ที่มันยิ่งเร่งอัตราการเต้นเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะพยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาปกติแล้วก็ตาม มือหยาบลูบผ่านชุดนักศึกษาอย่างถือโอกาส ราวกับจงใจรุกเร้าอารมณ์ให้ฉันแตกตื่นหนักยิ่งกว่าเก่า ขณะที่ปากของเขาเอาแต่เร่งสั่งให้หัวใจของฉันเต้นช้าลง

 

          ฉันบอกให้เต้นเบาลงกว่านี้ไง

 

          “หยะ หยุด!!”

 

          “เต้นแรงขนาดเนี้ย เธอคิดจะยั่วฉันหรือไง

 

          “หยุดความคิดต่ำๆ นั่นลงซะแผ่นดิน อ๊ะ!” ฉันเบิกตากว้าง เมื่อจู่ๆ เขาเลิกกระโปรงนักศึกษาขึ้นสูง แบบไม่ทันให้ตั้งตัว

 

          นอกจากหัวใจเธอจะเต้นเต้นแรงแล้ว

 

          “....

 

          “ร่างกายเธอมันก็กำลังร้อนแรงตามสัมผัสของฉันเสียด้วยสิเขาหัวเราะหึอย่างพอใจ ปลายนิ้วน่าขยะแขยงเริ่มซุกซนไต่ไปตามเนื้อขาด้านใน แบบไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะยินยอมหรือไม่ และตามมาด้วยคำพูดประโยคต่อมา ที่แทบจะแช่แข็งร่างกายฉันทันทีได้ฟัง

 

          เรามาดูกันว่าฉันจะสนุกกับร่างกายได้มากแค่ไหน

 

          “อ...อื้อ!” เสียงน่าสมเพชเล็ดรอดผ่านไรฟันทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับจุดต้องห้ามแบบห้ามไม่ได้ ทุเรศทุรังสิ้นดี...

 

          อย่าเสียงดังสิ ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมนะฉันพยายามกักกลั้นเสียงของตัวเอง ฝืนดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่งเพื่อหนีจากสัมผัสสกปรกๆ ที่เกิดขึ้นตามเนื้อตัวลงสักที ทั้งที่คิดแบบนั้น แต่แรงขัดขืนที่มีมันกลับเริ่มอ่อนล้าลง จนคนตัวใหญ่รุกปลายนิ้วซุกซนนั่น ผ่านกายฉันอย่างถือวิสาสะ

 

          ฉันเจ็บ!” ไม่มีเสียงใดจากแผ่นดิน ตอบโต้กลับมานอกจากเสียงหอบเบาๆ ที่ลอดผ่านริมฝีปากสั่นเทาของตัวเอง และลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดจนชุ่มต้นคอ คล้ายกับจะปัดเป่าความเจ็บปวดทั้งหมดให้หายไป ทุเรศ! ทุเรศที่สุด เสียงร้องบ้านี่มันอะไร ทั้งที่อยากหนีแทบตาย แต่ร่างกายมันกลับทรยศความคิดในหัวแบบนี้ ตอบสนองรับสิ่งแปลกปลอมน่ารังเกียจนั่นอย่างไร้ยางอาย อะ..พอที!”

         

เงียบน่า...เสียงทุ้มต่ำที่ตอบราวกับไม่รู้สึกอะไร มันทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังรู้สึกสนุกกับเรื่องแบบ สนุกกับร่างกายฉัน ที่เขาเห็นเป็นเพียงแค่ของเล่น

 

          หะ...อื้อ!” เขาพรมริมฝีปากเบาๆ ที่หัวไหล่ผ่านเสื้อ และจูบมันย้ำๆ อย่างนั้น ความคิดทุกอย่างในหัวมันเริ่มพล่าเบลอ จนไม่รู้ว่าฉันควรจะทำอย่างไรดี

 

        อย่าทำแบบนั้นอีกนะวันใหม่ เธออย่าทำเหมือนผู้หญิงคนนั้น

 

        ‘ฉันสัญญา’ 

 

        ‘ฉันต้องการแผ่นดิน...เธอช่วยฉันทีสิ

 

          ฉันอ้าปากพะงาบๆ เธอได้ยินเสียงบทสนทนาที่เต็มไปด้วยถ้อยคำสัญญาระหว่างเราดังก้องผ่านเข้ามาในหัว มันคล้ายกับว่าในตอนนี้ สติเส้นสุดท้ายกำลังจะขาดผึ่งออกจากกันไม่มีผิด ฉันพยายามจะเอ่ยชื่อของใบอ้อเพื่อเรียกคืนสติสัมปชัญญะต้านแรงคนตัวใหญ่อีกครั้ง ก่อนพบว่ากระดุมเสื้อนักศึกษาในเวลานี้มันได้ถูกปลดออกไปแล้ว แถมมือหยาบของแผ่นดินกำลังคลึงเบาๆ เนินอกอย่างรุนแรงแบบไม่เกรงใจอีกด้วย มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ! ใครก็ได้ช่วยพาฉันไปจากสถานการณ์ทุเรศแบบนี้ที!

 

          กึก! กึก!

 

          “เอ้า! ใครล๊อกห้องวะเสียงโวยวายจากอีกฟากของบานประตู ทำคนกระทำการต่ำสะดุ้งเฮือก รีบผละปลายนิ้วออกจากร่างอย่างรวดเร็ว เขายอมปล่อยร่างฉันให้เป็นอิสระ ส่วนฉันนั้นใช้โอกาสในเวลานี้ รีบกระเสือกกระสนตัวเองออกห่างจากวายร้ายเบื้องหลังทันที ขณะที่เขาเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จับจ้องสายตาละลาบละลวงมองไปทั่วร่างกาย คำพูดสั้นๆ ถูกเอ่ยขึ้นทันทีที่ฉันเผลอหันไปสบตากับเขาอย่างนึกหวาด

 

          ร่างกายของเธอนี่ก็เล่นสนุกดีนะ J

 

          “ไอ้....ไอ้

 

          “แถมยังตอบรับดีซะด้วยคนพูดเลื่อนปลายนิ้วของตัวเองที่ชุ่มไปน้ำใส คลี่ยิ้มร้ายกาจ จ้องมองฉันด้วยแววตาที่แสดงออกถึงความพึงพอใจ

         

ชาติชั่ว!”

 

          “ชู่ว์...อย่าเสียงดังสิเขาทำท่ายียวน เหลือบหางตามองไปยังบานประตู ที่ยังคงมีเสียงทุบตึงดังจากด้านนอก ก่อนพูดเสริม เดี๋ยวพวกมันก็รู้หรอกว่าเธอกับฉันกำลังเล่นสนุกกันอยู่ในนี้ฉันกัดฟันอย่างโกรธแค้น มือกำเสื้อนักศึกษาที่หลุดลุ่ยของตัวเองแน่นเพื่อระบายอารมณ์ โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย!

 

          ใส่เสื้อซะ!”

 

นี่น่ะเหรอ... คือสิ่งที่เคมป์พูดไว้

 

ฉันอยากออกจากห้องนี้จะแย่แล้ว

 

          ผู้ชายอย่างเขาน่ะเหรอ คือคนที่มีเหตุผลเวลาจะทำอะไรสักอย่าง

 

          เออนี่!” แผ่นดินเอ่ยเสียงขึ้นอีกครั้ง หลังจากเงียบไปพักใหญ่ เหลียวมองฉันด้วยหางตา ใบหน้าคมยิ้มเหยียดแล้วพ่นวาจาออกมาอีกครั้งเมื่อกี้ถ้ายังไม่เสร็จ คืนนี้จะมาต่อกับฉันที่ห้องได้นะแผ่นดินขยิบตาเจ้าเล่ห์จนต้องเมินหน้าหนีอย่างนึกรังเกียจ

 

มันไม่ใช่อย่างที่เคมป์บอกไว้เลย!ผู้ชายคนนี้...ไม่เคยทำอะไรแบบมีเหตุผล แต่เขาทำทุกอย่างเพื่อความสนุกของตัวเอง โดยไม่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่นต่างหาก  เห็นแก่ตัวอย่างที่กิ่งแก้วว่าไว้ไม่ผิด ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนก่นด่าเขากลับไปดี เพียงแค่คำว่าเลว ฉันคิดว่ามันคงไม่พอสำหรับผู้ชายสันดานต่ำๆ อย่างเขา...

 

          วันศุกร์ของการเปลี่ยนแปลง ตลอดทั้งวัน ฉันเอาแต่นั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ สลับกับถอนหายเป็นพักๆ อ่านข้อความสุดท้ายที่ใบอ้อส่งมาหา แม้ว่ามันจะทำฉันรู้สึกแย่จนต้องคิดถึงถ้อยคำด่าของเธอเมื่อวานก็ตาม

 

          ช่วยอะไรฉันอย่างหนึ่งได้ไหมวันใหม่ถ้าเธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อน

 

        ‘อะ...อะไรงั้นเหรอ?

 

        ‘ฉันต้องการแผ่นดินวันใหม่...ฉันรักเขา

 

        ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ให้กับคำพูดเดิมๆ ของใบอ้อในอดีต ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันพยายามจะยุติสัญญาทุอย่างในตอนนั้นลง ฉันไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนี้อีกต่อไปแล้ว

 

          แกร๊ก...

 

          เสียงเปิดประตูจากห้องฝั่งตรงข้าม ทำฉันรีบเร่งมือในการไขกุญแจล๊อกห้องแบบรีบๆ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่ว่าจะเสียง รูปหน้า หรือการกระทำ

 

          ไง

 

          “.....

 

          “เมื่อวานบอกถ้าอยากให้มาเคาะห้องเรียกไง ทำไมไม่มาล่ะ?

 

          “....

 

          “หยิ่งเหรอ?

 

          “น่ารำคาญ!” ในที่สุดฉันระงับอารมณ์เอาไว้ไม่ไหว สบถด่ากลับไปเสียงดังโดยไม่มองหน้า ไม่รู้ตัวเลยหรือไง ว่าน่ารังเกียจ

         

ฉันเหรอ?

 

          “ใช่!”

 

          “ฉันทำไรผิดวะ?เขาถามสีหน้านิ่ง ท่าทางไขสือ ขณะก้มไขกุญแจล๊อกห้อง ไม่เลย... ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะยอมรับข้อเสียของตัวเอง ไม่เคยยอมรับคำปรามาสจากคนอื่นเลยสักครั้ง ทำไมถึงได้เกินเยียวยาขนาดนี้นะ!

 

          หลังจากเหตุการณ์ที่หน้าห้องในตอนนั้น เราก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก เรียกว่าเลือกจะไม่คุยกันมากกว่า เพราะฉันเป็นฝ่ายปลีกตัวออกมาก่อนเอง ใครมันจะอยากไปเสียเวลาต่อความกับคนอย่างเขากัน ผู้ชายที่คิดว่าตัวเองถูกอยู่ตลอดเวลา ฉันล่ะสงสารพวกผู้หญิงที่ตกหลุมรักเขาจริงๆ พวกหล่อนคงตาถั่วและน่าสงสารที่สุด โดยเฉพาะกับกิ่งแก้วเธอดูน่าสงสารที่สุด

 

          หลายชั่วโมงหลังจากนั้น...

 

ฉันพาตัวเองมานั่งพิงพักเหนื่อยเพื่อรอเรียนคลาสถัดไป มันอดไม่ได้จริงๆ ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเช็คข้อความ โดยหวังว่าจะมีสักหนึ่งข้อความที่มาจากใบอ้อ ทว่าบรรยากาศรอบตัวมันเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อมีสายตาของนักศึกษาร่วมคณะ จับจ้องสายตามาที่ฉันเป็นตาเดียวกันจนหน้าแปลกใจ บ้างก็หันมองแล้วซุบซิบ บ้างก็เอาแต่จ้องมองด้วยแววตาริษยา

 

          เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าไอ้หมอนั่นจะเอาฉันไปพูดอะไรลับหลังอีก

 

          กึก...

 

          ความคิดในหัวทั้งหมดหยุดลง เมื่อมีเงาของใครบางคนทับตาฉันจนต้องช้อนตามองด้วยความสงสัย เมื่อเบื้องหน้าปรากฏร่างสูงโปร่ง ผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อน จมูกโด่งเป็นสัน พร้อมด้วยแว่นกันแดดสีชา ซึ่งไม่อาจปิดบังใบหน้าหล่อเหลาระดับเทียบเท่านายแบบของเขาได้มิด

 

          สวัสดีน้ำเสียงทักทายแบบเป็นมิตร จากปากของผู้ชายตรงหน้า ทำฉันฉงน บวกกับเสียงซุบซิบและบรรยากาศรอบๆ ตัวด้วยแล้วละก็ มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกงงจนทำตัวไม่ถูก จนต้องตัดสินใจลุกจากม้านั่งเพื่อเลี่ยงออกจากสถานการณ์ดังกล่าวทันที.

 

          จะรีบไปไหนล่ะ?ชายคนเดิมถามไม่ถามเปล่า เขากลับถือวิสาสะคว้าข้อมือฉันเอาไว้ พร้อมคำแนะนำตัวสั้นๆ พี่ชื่อ เตโช เรียกสั้นๆ ว่า โชก็ได้

 

          “ไม่ได้ถามค่ะฉันตอบเขากลับไปแบบด้วยน้ำเสียงกดต่ำที่สุดพลางสะบัดมือจนหลุดออกอย่างแรง ซึ่งกริยาอย่างนั้นมันดูไม่เป็นมิตรนัก แต่นั่นกลับทำให้เขาหรือพี่เตโชอะไรนั่น หัวเราะออกมาเบาๆ

 

          พี่รู้ครับ พี่แค่อยากมาแนะนำตัว

 

          อะไรของเขานะ

 

          “แค่แนะนำตัวคงไม่ผิดใช่ไหมครับ?

 

          “…..”

 

          “พี่โผล่มาพรวดพลาดแบบนี้ น้องคงจะตกใจ เอาเป็นว่าพี่ได้ยินข่าวว่าเด็กคระศิลปะกรรมฯ น่ารัก พี่เลยอยากมาพิสูจน์ด้วยตา ฉันรีบจ้ำเท้าก้มหน้าก้มตาเดินหนีแบบไม่สนใจ เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มจะพูดจาไร้สาระ แต่ไมวายที่จะโดนรั้งตัวไว้เป็นหนที่สอง ซึ่งรอบนี้มันสุดจะทนแล้วจริงๆ ฉันไม่รู้ถึงการมาเยือนของเขาในเวลานี้ว่าต้องการอะไร แล้วรู้อะไรไม่ฉันไม่พอใจการกระทำสองแง่สองง่ามของเขาในเวลานี้มาก ทั้งที่ฉันรู้สึกหงุดหงิดจนตัวสั่นแต่เขากลับยังคงรอยยิ้มละมุนในมาดของพระเอกซีรีย์จนฉัน...

 

          ผัวะ!

 

          หมัดเน้นๆ ถูกปล่อยเข้าอัดหน้าผู้ชายท่าทางแปลกๆ จนหน้า ซึ่งมันสามารถทำให้เขายอมปล่อยมือที่จับแขนฉันออกแล้วยกมือป้องจมูกของตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

          อูยย ซี๊ดด

 

          ใครใช้ให้นายแตะต้องตัวฉัน!”

 

อูยยย ทำไมไม่มีใครบอกพี่ล่ะครับ ว่าเด็กคณะนี้ต่อยเจ็บเขาครางออกมาเบาๆ ปนเสียงหัวเราะราวกับรู้สึกตลกที่ตัวเองถูกผู้หญิงต่อยเข้าหน้าจังๆ แบบนั้น

 

ใครใช้ให้พี่มาถูกตัวฉันล่ะ!” คำถามของฉัน ทำเอาคนถูกถามเงยมองฉันเล็กน้อย รอยยิ้มละมุนที่เปื้อนดวงหน้าสะกดตาฉันได้อย่างน่าแปลก อีกทั้งท่าทางใจดีแถมยังไม่มีทีท่าว่าจะโกรธหรือแสดงนิสัยโมโหร้ายออกมาให้เห็นอีกด้วย เขาดูน่ารักมาก ถ้าหากไม่นับเลือดกำเดาที่เริ่มทำท่าจะไหลนั่นด้วยน่ะนะ

 

          “หมัดหนักใช่เล่นเลยนะ

 

          “....

 

          “พอดีว่าพี่ดันชอบผู้หญิงหมัดหนักด้วยสิอะไรของเขานะ! โดนต่อยไปที แล้วยังไม่ยอมสงบปากสงบคำอีกเหรอ! พี่ขอทำความรู้จักกับน้องเพิ่มมากกว่านี้ได้ไหมครับ?

 

TO BE CONTINUED..
 





TALK 
 

ชาร์ปนี้จะโดนแบนไหมเราไม่รู้ แต่เรามาวัดใจกันไป ถถถถถถถ.
ขอหลายๆประโยคต่อคุณแผ่นดินหน่อยครับ 55555555 น่ารักชิมิ?
นินจา คือคนเดียวกับ กิ่งแก้ว นะครับ **** ส่งสนพ.ใช้ชื่อว่านินจาแทนกิ่งแก้ว
1เม้นสำหรับกำลังใจ 1โหวตดีๆ สำหรับนักอ่านเงาเนอะ <3


เรื่องนี้แต่งกับน้องกลุ่มคนนึง เป็นเซ็ตแบ่งเป็น8เรื่อง แวะไปอ่านกันได้เน้อ
แต่ถ้าชอบเรื่องนี้อย่าลืมจิ้มแอดFAV.ที่หน้าสุดหล่อเอาไว้ติดตามต่อชาร์ปหน้าเน้อ


.:: เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ::.
                                       แผ่นดิน         ทัพบก           เคมป์
  
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21,346 ความคิดเห็น

  1. #21301 มูตี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 23:39
    ว้ายยยยๆๆๆๆ
    #21,301
    0
  2. #21274 JESSICA_JSY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 13:21
    เตโชไม่กลัววันใหม่ต่อยตายหรอ555
    #21,274
    0
  3. #18610 Autchittha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 22:31
    พี่เตโชออกตัวแรงได้อีกกกก
    #18,610
    0
  4. #17347 Parichat Mungphipa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 04:51
    เจิมมมมมมมมมม
    #17,347
    0
  5. #16785 จีรนันท์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 19:17
    พี่เตโชวี่><
    #16,785
    0
  6. #16509 Attporn Yoosang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 09:44
    เจิมมมมมม
    #16,509
    0
  7. #15996 Phpalus (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 18:46
    อีเตโชวววววมันเป็นครายยยยย
    #15,996
    0
  8. #14378 PLanoenw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 20:11
    ค้างง อัพต่ออ งงเงิบส์
    #14,378
    0
  9. #14211 ByChu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 08:36
    ว๊าวววววววว
    #14,211
    0
  10. #6046 Love_sehunie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2557 / 18:48
    ใครล่ะนั่น เสี่ยวมาเชียว
    #6,046
    0
  11. #4610 jam_sai.com (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 22:07
    เตโชนายเป็นใครรร
    #4,610
    0
  12. #4282 Flower Me (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 11:19
    เตโชมาจีบวันใหม่...แผ่นดินรู้จะว่าไงอ่ะ
    #4,282
    0
  13. #4281 ชาปนี้ขอแอนตี้แผ่นดิน ;( (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 23:04
    เตโชน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักกว่าแผ่นดินอีก แต่เคมป์หน้าตาน่ารักกว่า เตโชพูดน่าร้ากกก

    แต่ชาปนี้สงสารแต่วันใหม่ ใอ้อก็ไม่รู้อะไร โง่ แล้ว โง่อีก
    #4,281
    0
  14. #4280 me too (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 21:11
    วันใหม่พาสรโชไปเยือนแผ่นดินเลย
    #4,280
    0
  15. #4279 me too (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 21:11
    วันใหม่พาสรโชไปเยือนแผ่นดินเลย
    #4,279
    0
  16. #4278 Nitcha Sangbanjong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 18:49
    อ๊ากกก ยังไงๆ
    #4,278
    0
  17. #4277 Applepuff (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 17:24
    สงสารวันใหม่อ่าาาาาาาา
    #4,277
    0
  18. #4276 Flower Me (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 14:23
    เตโชเป็นใครอ่ะ
    #4,276
    0
  19. #4275 ILL_M (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 06:03
    เตโช กวนนิดๆ จะเป็นคนยังไงน้าาาาาาา เ แต่ดีจีบนางเอก จะได้ปั่นป่วนอิดิน หมั่นไส้อิดินมากกกกกกก
    #4,275
    0
  20. #4274 ลิ่ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 22:35
    อ้ายยยยยเตโช หลงรักตั้งแต่แรกพบ กรี้สสส
    #4,274
    0
  21. #4273 Pang Petchowong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 20:24
    เตโช ใครหว่า อยากอ่านแล้วอ่ะ
    #4,273
    0
  22. #4272 bai_kaew (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 19:58
    เตโชนี่เปนคนยังใง55555แผ่นดินนี่ก้อเลวได้ใจจิงๆ(อิน) ผมนี่ยืนขึ้นเลย 55555 ลุ้นนะเนี่ยเว้ยเฮ้ยยยย 55555555 รอๆๆๆ
    #4,272
    0
  23. #4271 เป๊ปซี่น้อย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 14:42
    คบเตโชเลยวันใหม่   อิอิ
    #4,271
    0
  24. #4270 Lipxc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 13:49
    สนุกจังง ฟินเรยย
    #4,270
    0
  25. #4269 Be Yah (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 11:04
    คู่แข่งแผ่นดินต้องเลเวลนี้ หุหุ.
    #4,269
    0