วิวาห์ร้อนเจ้าชายทมิฬ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 130,860 Views

  • 201 Comments

  • 1,344 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    429

    Overall
    130,860

ตอนที่ 42 : บทที่ 8 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    6 พ.ย. 61

อะไรก็หอมหมดอะเนอะ

*****************************

บทที่ 8 (3)

 

                คุณไม่เหม็นกลิ่นตัวฉันบ้างเหรอคะ ฉันทำงานตลอดทั้งวัน ยังไม่ได้อาบน้ำเลย

 

                   คุณได้กลิ่นตัวของตัวเองหรือไง

 

                   ไม่ค่ะ แต่ตัวคุณหอมจัง ฉันเลยประหม่าแปลกๆ

 

                   ชายหนุ่มก้มหน้าลงกดริมฝีปากลงบนแก้มเธอ ก่อนจะดึงใบหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าตามเดิม มันคือการตอบให้เธอมั่นใจว่าตัวเธอไม่เหม็นใช่หรือเปล่าหว่า ศกุนตลาคลอเคลียศีรษะกับแผงอกของชายหนุ่ม อกผู้ชายทั้งกว้าง เข้มแข็ง ซบแล้วก็รู้สึกอบอุ่นแบบแปลกๆ แต่อกผู้ชายที่ซบแล้วอุ่นก็คงมีแค่อกของวาริคเท่านั้นแหละ เธอเคยหยอกล้อกับดักลาส หมอนั่นเคยกดศีรษะเธอเข้าไปชิดกับแผ่นอกของเขา เพื่อให้เธอสูดดมกลิ่นกายของเขาหลังจากทั้งคู่ทำงานจนเหงื่อโซมกาย ศกุนตลายังไม่รู้สึกว่าอกของดักลาสอุ่นหรือว่าน่าซุกซบเลยแม้แต่น้อย

 

                   วาริคคงเป็นบุรุษที่เธอมีความหวั่นไหวต่อเขา ศกุนตลาจะปล่อยให้ความต้องการระหว่างกันนำทาง ตราบใดที่ความต้องการนั้นไม่ได้ทำร้าย หรือถ้าหากมันจะทำร้ายเธอจริง หญิงสาวก็ยังคิดอย่างอันตรายว่าเธอยอมที่จะเสี่ยงกับมัน ความยับยั้งชั่งใจของเธอมันมลายหายไปอย่างง่ายดายเมื่อเธอใกล้ชิดกับวาริค เป็นความรู้สึกแบบเดียวกับการได้พบเขาครั้งแรก ศกุนตลายอมให้ความปรารถนาของเธอดำเนินไปโดยไม่คิดเหนี่ยวรั้ง หากวาริคคิดเอาเปรียบเธอมากกว่านั้น หญิงสาวก็คงยอมเขาอยู่ดี

 

                   ไม่ต้องหาข้อแก้ตัว เธอน่ะใจง่าย

 

                เออ ยอมรับก็ได้ว่าใจง่าย แต่มีอะไรไหม ฉันไม่ได้ใจง่ายกับทุกคน แต่ฉันเลือกย่ะ!’

 

                สองเสียงในใจตอบโต้กัน ศกุนตลาระบายรอยยิ้มอ่อนโยน เมื่อเสียงที่สองเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนท่วมท้นจากการให้คะแนนแบบลำเอียงสุดๆ จากเธอ ใช่แล้ว! เสียงที่สองชนะรวด เพราะมีเหตุผลมากที่สุด เธอใจง่ายแบบเลือกคน เพราะฉะนั้นเธอไม่ผิด หญิงสาวตอบตัวเองเสร็จสรรพ เหตุผลเรียกได้ว่าแถเบียดจนสีข้างถลอกปอกเปิกเพื่อเข้าข้างสนับสนุนตัวเอง

 

                   สองแขนของศกุนตลาเปลี่ยนไปโอบกอดวาริค ชายหนุ่มลดใบหน้าลงมองเธอเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสนั้น หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองเขา ยิ้มกว้างส่งให้ชายหนุ่ม การโอบกอดเขาทำไมถึงให้ความรู้สึกดีแบบนี้นะ เขาตัวใหญ่มาก เนื้อตัวแข็งกระด้าง ตึงแน่นไปด้วยมัดกล้าม นอกจากริมฝีปากของเขา เธอยังคิดไม่ออกว่ามีส่วนไหนของเขาที่นุ่มแบบนั้น

 

                   เหมือนได้กอดพี่หมีเลย

 

                   เขาเหมือนหมีตัวใหญ่ แค่ไม่นุ่มนิ่มเหมือนตุ๊กตาหมี แต่เนื้อตัวของเขาอบอุ่น ศกุนตลาซุกตัวเข้าไปหาเขาก่อนจะถูกเขาแตะปลายนิ้วลงบนผิวแก้ม

 

                   เงียบสักครู่สิชูการ์

 

                   ทำไมเสียงเขาแหบพร่าแบบนั้นล่ะ หรือเขาจะหนาว ศกุนตลาเพิ่งคิดแล้วก็ได้คำตอบในเวลาต่อมา เมื่อวาริคก้มหน้าลงเพื่อประทับริมฝีปากรุ่มร้อนลงบนเรียวปากนุ่ม อามาร์ชเมลโลราดคาราเมล เธอกำลังจะได้กินมันอีกแล้ว

******************************

                   พราะไม่ต้องการเป็นภาระ และนาซิมากับจูนียา ซึ่งเหน็ดเหนื่อยมาตลอดวันก็สมควรได้รับการพักผ่อน องค์หญิงมารีเบลลาจึงประทานอนุญาตให้ทั้งคู่กลับไปนอนในกระโจมพักของนางข้าหลวง ไม่อนุญาตให้ใครมานอนเฝ้าหน้าเตียง

 

                   นอนไม่หลับ

 

                   จะหลับลงได้อย่างไรกันล่ะ ถึงแม้กระโจมที่พักจะสะดวกสบาย แต่ก็ยังแปลกที่สำหรับองค์หญิงซึ่งไม่เคยพักค้างคืนอยู่ในสถานที่แบบนี้มาก่อน กระโจมกว้างขวางก็จริง แต่ความปลอดภัยก็ทำให้องค์หญิงหวาดหวั่นไม่น้อย ราชองครักษ์ผลัดเปลี่ยนเวรยามกันอารักขาพระองค์ แต่กระโจมก็คือผ้าใบหนาหนักนำมาประกบเข้าหากัน มันจะปลอดภัยจริงเหรอ

 

                   อยู่ดีๆ ทำไมถึงคิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมากลางดึกนะ

 

                   ประกอบกับที่นี่ก็ช่างเงียบสงัด เงียบกริบเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดอยู่อีก เจ้าของกระโจมผู้เลอโฉมต้องการเพื่อนร่วมกระโจม แต่นาซิมากับจูนียาก็คงน่าสงสาร ถ้าต้องมาขดตัวนอนบนพื้นเพื่อเฝ้าพระองค์ ทรงเคลื่อนพระวรกายลงมาจากที่นอน ชุดนอนแขนตุ๊กตายาวกรุยกรายจรดพื้น ลากไปกับพื้นกระโจมเมื่อทรงดำเนินไปมาในกระโจม

 

                   คนก็น่ากลัว ผีก็น่ากลัว

 

                   แล้วจะคิดเรื่องผีทำไมเนี่ย แค่บรรยากาศเงียบสงัดโดยรอบก็น่าหวาดผวามากพอแล้ว ยังจะพานคิดไปถึงสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

 

                   ขนลุกเลย

 

                   องค์หญิงลูบพระหัตถ์กับลำพระกรขาวเนียนราวกับน้ำนม ทรงถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม จิตใจตื่นเพลิดเตลิดไปไกลถึงเรื่องผีสางแบบนี้ แล้วจะข่มตาให้หลับลงได้อย่างไรกัน

 

                   จะทำยังไงดีน่ะเรา

 

                   เหมือนทางออกจะมีหนทางเดียว คือเรียกตัวนาซิมาหรือจูนียามานอนเป็นเพื่อน ทว่าองค์หญิงก็ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของคนที่ต้องวิ่งวุ่นดูแลพระองค์ตลอดวัน

 

                   จะออกไปเดินเล่นข้างนอกก็คงไม่ดี

 

                   ที่นี่ไม่ใช่ตำหนักของพระองค์จะเที่ยวออกไปเดินกลางคืนก็คงไม่ค่อยเหมาะนัก องค์หญิงมารีเบลลาเปิดไฟในกระโจม เมื่อรู้สึกเสียงเปาะแปะอยู่ภายนอกที่ค่อยๆ ดังขึ้น

 

                   ฝนตกเหรอเนี่ย

 

                   พระโอษฐ์งามพึมพำ ความหวาดหวั่นในดวงหทัยยิ่งเพิ่มพูน ทรงหวาดเกรงสายฝน ฝนตกเพียงอย่างเดียวไม่เท่าไร แต่เสียงฟ้าร้องทำให้ทรงหวาดกลัว องค์หญิงมารีเบลลายกมือขึ้นปิดพระกรรณเมื่อเสียงฟ้าเริ่มคำราม พระหัตถ์สั่นระริก และพระวรกายก็ค่อยๆ สั่นเทิ้มขึ้นทุกขณะ สายฝนคงพอทนข่มใจต่อสู้กับความหวาดหวั่นที่มีต่อมันได้ แต่ถ้าหากมีเสียงฟ้าร้องประกอบด้วยแบบนี้ พระองค์คงต่อสู้กับมันไม่ไหวแน่ เพราะไม่เคยทรงเอาชนะความเกรงกลัวที่มีต่อมันได้สำเร็จเลยสักครั้ง

******************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

 

                  

 

                                     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

0 ความคิดเห็น