วิวาห์ร้อนเจ้าชายทมิฬ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 130,796 Views

  • 201 Comments

  • 1,344 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    365

    Overall
    130,796

ตอนที่ 4 : บทนำ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    29 ก.ย. 61

บทนำ แรงแค้น (100%)


                   งค์หญิงเพคะ

 

                   หากจะมีสตรีใดสักคนที่งดงามล้ำเลิศเสียยิ่งกว่ามิสวาเดอเลส ซึ่งเป็นการประกวดเฟ้นหาหญิงงามที่สุดในประเทศ ความงามของมิสวาเดอเลสคนล่าสุดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นมิสวาเดอเลสที่สวยที่สุดตั้งแต่จัดการประกวดมา ก็ยังเทียบไม่ได้กับความงดงามหยาดเยิ้มขององค์หญิงมารีเบลลา เส้นผมดัดเป็นลอนใหญ่แสนงามทิ้งตัวระอยู่กับพระวรกาย วงพักตร์งดงามสะดุดตา ยากที่จะหาสตรีใดเทียบได้ หันไปยังนางข้าหลวงคนสนิท

 

                   องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาถึงพระราชวังแล้วเพคะ หม่อมฉันแจ้งไปยังสำนักราชเลขาแล้วเพคะ ว่าองค์หญิงทรงขอเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท

 

                   องค์หญิงมารีเบลลา รับสั่งให้นางข้าหลวงไปยังสำนักราชเลขาเพื่อสอบถามถึงกำหนดเดินทางกลับวาเดอเลสขององค์รัชทายาท และก็ให้แจ้งเรื่องขอเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ มีเรื่องสำคัญต้องรายงานให้พระเชษฐาทรงทราบ วงพักตร์งดงามหยาดเยิ้มผินไปด้านข้าง สวนดอกไม้แสนงามเคยสร้างความสำราญให้กับพระองค์แต่เวลานี้ความงามที่ทอดพระเนตรเห็น ไม่อาจลบล้างความตรอมตรมที่ซ่อนอยู่ภายในหัวใจ

 

                   ในระหว่างที่พระเชษฐาไม่ได้ประทับอยู่ในวาเดอเลส องค์หญิงมารีเบลลา ทรงตอบรับพระบัญชาจากองค์กษัตริย์ รับหมั้นจากราชสกุล เดอ ครูซโบฟอล เพื่ออภิเษกเป็นชายาของท่านชายซามาทิส เดอ ครูซโบฟอล ทรงหวาดหวั่นเมื่อระลึกถึงบุรุษเจ้าของใบหน้าดุดัน รูปร่างสูงใหญ่ราวกับยักษ์ แม้จะไม่องอาจเทียบเท่ากับองค์รัชทายาท แต่บุรุษผู้นั้นก็น่ากลัวสำหรับพระองค์อยู่ดี

 

                   หัวหน้านางข้าหลวง ซึ่งเป็นสตรีวัยกลางคน เป็นคนสนิทที่สุดและรับใช้องค์หญิงตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งองค์หญิงก็คิดเห็นตรงกันกับนางข้าหลวงนาซิมา ท่านชายซามาทิส คุมการทหารเอาไว้ในมือ ดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพของวาเดอเลส ราชสกุล เดอ ครูซโบฟอล ก็เป็นหนึ่งในสี่ราชสกุลใหญ่ของวาเดอเลส

 

                   เพื่อความปลอดภัยในราชบัลลังก์ขององค์ชายรัชทายาท การแต่งงานกับท่านชายซามาทิส จึงเป็นทางเลือกที่ไม่อาจปฏิเสธ พระองค์ต้องแจ้งเรื่องนี้ให้พระเชษฐาทรงทราบ องค์หญิงมารีเบลลาไม่ใคร่นึกอยากโกหกพระเชษฐา แต่องค์รัชทายาทจะต้องรับสั่งถาม ถึงเหตุผลในการตัดสินพระทัย หากกล่าวออกไปทั้งหมดคงไม่ดีแน่ พระเชษฐาจะต้องไม่เห็นด้วยต่อการตอบรับคำขอจากราชสกุล เดอ ครูซโบฟอล

 

                   ทรงคิดอะไรอยู่เหรอเพคะ

 

                   นาซิมาซึ่งยืนรอรับใช้เอ่ยถามด้วยความห่วงใย นาซิมาจงรักภักดีต่อองค์หญิงมารีเบลลาและองค์ชายรัชทายาท ก่อนจะทำหน้าที่เป็นนางข้าหลวงรับใช้ใกล้ชิดองค์หญิงมารีเบลลา นาซิมาก็เคยทำหน้าที่ซึ่งนางนาซิมาภาคภูมิใจ ก็คือการถวายงานรับใช้ใกล้ชิดองค์ราชินี

 

                   นางข้าหลวงนาซิมา มองการณ์ไกลถึงความปลอดภัยขององค์หญิงมารีเบลลาในอนาคต ตามลำดับฐานันดรของวาเดอเลส หากเป็นพระโอรสหรือพระธิดาในองค์กษัตริย์ จะได้รับพระราชทานฐานันดรเป็นองค์ชายหรือองค์หญิง แต่หากเป็นพระโอรสหรือพระธิดา ในราชสกุลที่มิได้สืบทอดราชบัลลังก์ จะได้รับพระราชทานฐานันดรเป็นท่านชายหรือท่านหญิง

 

                   แตกต่างเพียงแค่คำเรียกขาน แต่ความสำคัญและลำดับฐานันดรไม่ได้แตกต่าง ท่านชายซามาทิส มีลำดับฐานันดรเทียบกับฐานันดรขององค์ชายออเรเลียส แต่อำนาจและความมั่นคงนั้น องค์ชายออเรเลียสเทียบกับท่านชายไม่ได้เลยสักนิด ท่านชายเป็นบุคคลสำคัญควบคุมอำนาจทางการทหาร ซึ่งเป็นอำนาจส่วนที่เข้มแข็งของวาเดอเลส

 

                   หากมีหนทางรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับราชสกุล เดอ ครูซโบฟอล ก็เป็นเรื่องที่สมควรทำ องค์รัชทายาททรงมีศัตรูรอบด้าน เพราะความไม่รู้จักพอของพระสนมทีน่า ซึ่งเป็นคนสำคัญในการปลุกระดม นางข้าหลวงนาซิมา ไม่อาจพูดออกไป การพูดมากรังแต่จะทำให้นางนาซิมามีอันตราย แล้วถ้าหากนางเป็นอะไรไป ใครกันจะคอยรับใช้ดูแลองค์หญิงมารีเบลลา

 

                   นางข้าหลวงนาซิมาจึงสนับสนุนให้องค์หญิงมารีเบลลาตอบรับคำสู่ขอจากราชสกุล เดอ ครูซโบฟอล เรื่องของหัวใจเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับองค์ชายหรือว่าองค์หญิง หน้าที่ต่อราชสกุลสำคัญยิ่งกว่า แต่ก็นับว่ามีโชคอยู่บ้าง นาซิมาเป็นคนเดียวที่ทราบว่าองค์หญิงมารีเบลลานั้นต้องพระทัยในตัวท่านชายซามาทิส องค์หญิงทรงพระสิริโฉมงดงามถึงเพียงนี้ ขอแค่มีโอกาสใกล้ชิด นาซิมาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ท่านชายรักใคร่และหลงใหลองค์หญิงของนาง

 

                   นาซิมาถามว่าอะไรนะ

 

                   องค์หญิงยังคงใช้ความคิดอยู่พระองค์เดียวเป็นนาน ถึงได้รู้สึกพระองค์ คลับคล้ายคลับคลาว่าได้ยินคำถามจากนาซิมา

 

                   หม่อมฉันถามว่าพระองค์ทรงคิดอะไรอยู่เพคะ

 

                   คิดเรื่องแต่งงาน

 

                   ทรงไม่สบายพระทัยเหรอเพคะ

 

                   ไม่รู้สิ ตอบไม่ถูก คงเป็นเพราะมีความกลัวแฝงอยู่

 

                   หม่อมฉันจะอยู่กับพระองค์นะเพคะ จะคอยถวายการรับใช้ไม่ไปไหน

 

                   นาซิมาทรุดตัวลงนั่งแทบบาท องค์หญิงมารีเบลลาวางพระหัตถ์ทับลงบนมือของนางข้าหลวงที่เลื่อนขึ้นมาวางอยู่บนพระเพลา

 

                   ฉันรู้ ขอบใจนะนาซิมา

 

                   การแต่งงานกับบุรุษซึ่งทรงแอบมีความชื่นชมต่อเขานั่น ไม่ได้ทำให้ทรงลิงโลดหรือว่ายินดี มันมีอะไรมากมายที่แฝงอยู่ บางทีการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน อาจปราศจากความหวานชื่น แต่เต็มไปด้วยความอึมครึม เย็นชา และห่างเหิน

 

                   ฉันคงคิดมากไปเอง แต่อะไรจะเกิด ก็คงต้องแก้ปัญหาไป ขอเพียงแค่ราชบัลลังก์ของท่านพี่ปลอดภัยขึ้นก็พอพระเชษฐาคือครอบครัวของพระองค์ ทรงเป็นบุรุษที่พระองค์เชื่อว่าทรงรักใคร่โปรดปรานพระองค์อย่างจริงใจ พระองค์เชื่อในตัวพระเชษฐายิ่งกว่าพระบิดาเสียอีก

********************************

                   งค์รัชทายาททรงมีหมายกำหนดการเข้าเฝ้าองค์กษัตริย์สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ในวันเข้าเฝ้าจะถวายรายงานถึงเรื่องสำคัญหลายเรื่อง รวมไปถึงภารกิจการดูแลความเรียบร้อยภายในประเทศวาเดอเลส วันนี้ก็เช่นเดียวกัน องค์รัชทายาทประทับอยู่บนโซฟาข้างแท่นบรรทมขององค์กษัตริย์ ถวายรายงานเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นเพื่อให้พระบิดารับทราบ จนครบเรียบร้อย ก็ขยับตัวเตรียมกล่าวคำอำลา

 

                   องค์กษัตริย์แห่งวาเดอเลส ทอดพระเนตรรัชทายาทของพระองค์ อันเดรเดรสคือรัชทายาทผู้สมบูรณ์แบบ ความเป็นผู้นำ ดวงหทัยเข้มแข็ง ความฉลาดเฉลียว ทรงมีพร้อมและเป็นรัชทายาทที่องค์กษัตริย์ทรงภาคภูมิใจ แต่เป็นความภาคภูมิใจที่ระลึกได้ในระยะหลังนี้เท่านั้น ก่อนหน้านั้นทรงมีเวลาให้กับพระสนมทีน่าและออเรเลียส แต่ไม่เคยมีเวลาให้กับองค์รัชทายาทและองค์หญิงมารีเบลลา

 

                   ความห่างเหินจึงยังกรุ่นกำจายอยู่รอบพระวรกายของบุรุษสูงศักดิ์ทั้งสองพระองค์ แม้จะทรงงานร่วมกัน แต่ก็เป็นทำเพื่อวาเดอเลส หากไม่อย่างนั้นแล้ว องค์กษัตริย์ก็แทบไม่มีโอกาสได้ทอดพระเนตรองค์รัชทายาท ทรงเป็นพระบิดาที่พระโอรสไม่ต้องการพบพระพักตร์ แต่ก็สาสมแล้วต่อการกระทำซึ่งทรงปฏิบัติต่อพระโอรส

 

                   จบเรื่องงานแล้วเหรออันเดรเดรส

 

                   พ่ะย่ะค่ะ

 

                   อยู่คุยกับพ่ออีกสักนิดสิ

 

                   พ่ะย่ะค่ะทรงไม่ได้ยินพระโอรสรับสั่งเรียกพระองค์เสด็จพ่อมานานเท่าไรแล้วนะ แม้แต่เสด็จย่าขององค์รัชทายาทเอง องค์รัชทายาทก็ยังทรงรับสั่งเรียกท่านว่า พระชนนี องค์กษัตริย์ทรงใกล้ชิดกับออเรเลียสมากที่สุด ออเรเลียสเป็นพระโอรสที่ทรงโปรดปรานก็เพราะทรงลุ่มหลงพระสนมทีน่า แต่เมื่อถึงคราวพระประชวร อำนาจในการปกครองชั่วคราวกลับถูกส่งต่อให้กับองค์รัชทายาท

 

                   ใช่ว่าทรงเลือกจากลำดับฐานันดร แต่เป็นเพราะองค์รัชทายาทได้รับความไว้วางใจในเรื่องนี้มากกว่าออเรเลียส พระโอรสของพระองค์กับพระสนมทีน่า ยังมีกรอบความคิดที่คับแคบ ในขณะที่องค์รัชทายาททรงมีพระปรีชาสามารถมากกว่าหลายเท่า ทรงเป็นอัจฉริยะที่มีความรู้หลากหลายรอบตัว และรู้แบบรู้ลึกรู้จริงในทุกเรื่องที่ทรงให้ความสนใจ

 

                   พ่อจะคุยเรื่องแต่งงานของมารีเบลลา

 

                   พ่ะย่ะค่ะ

 

                   เดอ ครูซโบฟอล ส่งคำสู่ขอมายังราชวงศ์ พ่อเรียกมารีเบลลามาสอบถามแล้ว น้องตัดสินใจที่จะตอบรับคำสู่ขอจากเดอ ครูซ โบฟอล

 

                   พ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อมารีเบลลาตัดสินใจแล้วก็ให้เป็นไปตามที่มารีเบลลาเลือกเถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่มีความคิดเห็น

 

                   มารีเบลลาบอกเรื่องนี้กับองค์รัชทายาทหรือยัง

 

                   กระหม่อมยังไม่มีโอกาสได้พบมารีเบลลาพ่ะย่ะค่ะ

 

                   องค์รัชทายาทคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไง

 

                   ในเมื่อมารีเบลลาตัดสินใจตอบรับ ก็แสดงว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อมารีเบลลา กระหม่อมขอยืนยันว่ากระหม่อมไม่มีความคิดเห็นพ่ะย่ะค่ะ

 

                   หากเป็นเรื่องงาน องค์รัชทายาทจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพระบิดาด้วยความรอบรู้อย่างกว้างขวาง คิดละเอียดรอบคอบในทุกข้อเสนอแนะเพื่อประกอบการตัดสินพระทัย แต่ถ้าหากเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว พระองค์จะทรงรับสั่งตอบสั้น กระชับ และปิดกั้นบทสนทนา คล้ายกับไม่อยากใช้เวลาส่วนตัวกับพระบิดาเกินจำเป็น

 

                   ท่านชายซามาทิส เป็นคนที่เหมาะสมกับมารีเบลลา

 

                   พ่ะย่ะค่ะ

 

                   พ่อก็หวังว่าชีวิตคู่ของท่านชายกับมารีเบลลาจะดำเนินไปด้วยดี

 

                   การแสดงความเมตตา ห่วงใยต่อองค์หญิงมารีเบลลา ไม่ได้สร้างความซาบซึ้งให้กับองค์รัชทายาท ทรงดูแลกันและกันกับพระขนิษฐาแค่สองพระองค์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ หากจะพูดกันแล้ว ในวันที่สูญเสียมารดา องค์รัชทายาทก็เป็นเพียงแค่เด็กชายวัยสิบขวบ นอกจากข้าราชบริพารใกล้ชิด ก็ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนให้การเหลียวแลสนใจ

 

                   เด็กชายวัยสิบขวบนั่งอยู่บนเตียงเฝ้ามองแม่ของตัวเองลมหายใจแผ่วเบาลงอย่างช้าๆ แม้อยากร้องไห้โฮออกมาก็ไม่อาจร้องไห้ เพราะคำสั่งเข้มงวด องค์รัชทายาทจะเสียน้ำตาต่อหน้าคนอื่นไม่ได้เป็นอันขาด สิ่งที่ทำได้ในช่วงเวลาแสนเศร้านั้น ก็คือการโอบกอดน้องสาววัยเยาว์ที่อายุยังไม่เต็มขวบดีไว้ในอ้อมแขน ริมฝีปากของผู้หญิงซึ่งองค์รัชทายาทรักมากที่สุดประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

 

                   องค์รัชทายาทโอบกอดมารีเบลลา เฝ้ามองพระมารดาอยู่แบบนั้น จนกระทั่งเกือบถึงรุ่งเช้า ลมหายใจของผู้ให้กำเนิด ก็ค่อยๆ แผ่วเบาลงจนร่างกายไม่ตอบสนอง พระมารดาไม่หายใจอีกต่อไปแล้ว นับจากวันนั้นทั้งคู่ก็มีกันเพียงแค่สองคนพี่น้องเสมอมา

 

                   องค์รัชทายาทค่อยๆ ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากสิ้นพระมารดา หากทรงล้มจะต้องลุกขึ้นด้วยพระองค์เอง เพราะจะไม่มีใครคอยช่วยประคอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องดูแลตัวเอง ทรงค่อยๆ รับรู้ว่าความอบอุ่นเยี่ยงคนในครอบครัวปฏิบัติต่อกันจะไม่เกิดขึ้นอีกเมื่อสิ้นพระมารดา ในตอนนั้นพระองค์ก็แค่เด็กชายวัยสิบขวบที่ต้องทำหน้าที่ดูแลมารีเบลลาควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเอง

 

                   ยี่สิบสามปีที่ผ่านมา ดวงหทัยของพระองค์ต่อผู้ให้กำเนิดและผู้ใหญ่ในราชวงศ์ มันได้แปรสภาพเป็นก้อนหินไร้ความรู้สึกไปแล้ว ทรงเข้มแข็ง รักษาอำนาจตามฐานันดรของพระองค์เอาไว้อย่างแข็งกร้าว ก็เพราะถ้าหากพระองค์ล้มลง ก็จะไม่มีใครปกป้องมารีเบลลา แม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อหรือว่าเป็นย่า องค์รัชทายาทยังทรงให้ความเคารพต่อทั้งสองพระองค์ แต่เป็นความเคารพที่ปราศจากความผูกพัน

 

                   ถ้าหากท่านชายเป็นสุภาพบุรุษมากพอ ก็ต้องให้เกียรติและให้การดูแลมารีเบลลาตามสมควร

 

                   องค์กษัตริย์สะท้อนในดวงหทัย ในช่วงของความลุ่มหลง ทรงขาดความเป็นสุภาพบุรุษต่อองค์ราชินี และก็เป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้อีก

 

                   พระชนนีเสด็จพ่ะย่ะค่ะ

 

                   มหาดเล็กเข้ามากราบทูล ทำให้องค์รัชทายาทถือโอกาสขยับพระวรกายลุกขึ้นจากที่ประทับ หลังจากองค์กษัตริย์พระราชทานอนุญาตให้พระชนนีเข้าเฝ้า องค์รัชทายาทก็กราบทูลลาพระบิดา

 

                   กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ

 

                   ถ้ามีเรื่องเร่งด่วน จะเข้าพบพ่อมากกว่าสัปดาห์ละหนึ่งวันก็ได้นะองค์รัชทายาท

 

                   พ่ะย่ะค่ะทรงโค้งพระวรกายถวายความเคารพ เมื่อทรงดำเนินไปถึงประตูทางออกของห้องบรรทมชั้นนอก พระชนนีก็เสด็จเข้ามาพอดี

 

                   องค์รัชทายาท

 

                   องค์รัชทายาทก้มพระเศียรเล็กน้อย ให้กับพระชนนีที่ย่อตัวลงเพื่อถวายความเคารพต่อพระองค์ พระชนนีขยับพระหัตถ์ เหมือนกับจะยื่นมาหา แต่องค์รัชทายาทก็ถอยพระวรกายไปด้านหลัง แล้วหมุนพระองค์เดินจากไป

 

                   องค์รัชทายาท

 

                   พระชนนีซวนเซ เสียพระทัยกับท่วงท่าเย็นชาหมางเมิน จนนางข้าหลวงรับใช้ต้องรีบขยับเข้ามาประคอง

 

                   พระชนนีเพคะ ระวังพระองค์เพคะ

 

                   แค่แตะหรือว่ากอด ก็ยังไม่ทรงยอมให้ฉันทำแบบนั้น

 

                   องค์รัชทายาททรงเป็นบุรุษแล้ว อาจจะทรงเขินที่จะทำแบบนั้นนะเพคะ

 

                   เขารังเกียจสัมผัสจากฉันต่างหาก

 

                   พระชนนีทำได้แค่ทอดพระเนตรแผ่นหลังกร้าวแกร่งของพระราชนัดดา หากจะกล่าวโทษองค์รัชทายาทก็ไม่อาจทำได้ เมื่อทรงปล่อยปละละเลยจากองค์รัชทายาทกับองค์หญิงมารีเบลลาจนองค์รัชทายาทค่อยๆ สร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันตัวเองจากคนรอบข้าง ในตอนนี้ปราการนั้นกลายเป็นกำแพงที่ทั้งสูงทั้งแน่นหนาเสียจนไม่มีใครสามารถทลายได้สำเร็จ

 

                   องค์รัชทายาทไม่ทรงคิดแบบนั้นหรอกเพคะ

 

                   เธอคิดแบบนั้นเหรอ

 

                   เพคะ ทรงมาเยี่ยมองค์กษัตริย์ ก็ทรงเข้าไปข้างในเถอะเพคะ

 

                   เธอรออยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน ฉันเข้าไปคนเดียวได้

 

                   เพคะพระชนนีดำเนินเข้าไปในห้องบรรทมชั้นใน ซึ่งมีราชองครักษ์ยืนให้การอารักขาอยู่ด้านหน้าประตูชั้นในอีกสองคน เพื่อคอยดูแลความสงบเรียบร้อย ปัญหาหนักพระทัยสำหรับตอนนี้ คือจะทำอย่างไรถึงสามารถกล่อมเกลาดวงหทัยแข็งกระด้างขององค์รัชทายาทให้อ่อนโยนลง จะมีสักวันไหมที่ทั้งสองพระองค์จะได้รับการให้อภัยอย่างแท้จริง

********************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

 

                  

 

                                     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

0 ความคิดเห็น