บอดี้การ์ดสะดุดรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,393 Views

  • 198 Comments

  • 588 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    147

    Overall
    48,393

ตอนที่ 9 : บทที่ 3 ไม่อาจหวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ก.ค. 59

บทที่ 3 ไม่อาจหวนคืน

                   าย ยายจ๋า สายแล้วนะจ๊ะ ทำไมยังไม่ตื่นอีกจ๊ะยาย

 

                   ทานตะวันเคาะประตูห้องของยายนอม เป็นเรื่องผิดปกติของท่าน เพราะยายนอมมักจะตื่นเช้าอยู่ทุกวัน หญิงสาวส่งเสียงเจื้อยแจ๋วเรียกท่าน ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของยายนอม ท่านนอนตะแคงหันหลังให้ประตูอยู่บนเตียง ทานตะวันอมยิ้มก่อนจะเดินย่องอย่างระมัดระวังเพื่อเข้าไปหายายนอม

 

                   “ยายจ๋า

 

                   หญิงสาวระบายรอยยิ้มซุกซนลงบนริมฝีปาก แตะมือลงบนต้นแขนของท่าน แต่ยายนอมกลับไม่รู้สึกรู้สาต่อเสียงและการกระทำของเธอ

 

                   “ยายจ๋า ตื่นเถอะจ๊ะ

 

                   จากที่แตะเรียวนิ้วลงบนต้นแขนของท่าน ทานตะวันก็เปลี่ยนไปจับต้นแขนของท่านด้วยการวางฝ่ามือลงไป หญิงสาวนิ่วหน้าเพราะความรู้สึกเย็นเฉียบที่เธอสัมผัสอยู่ใต้ฝ่ามือ

 

                   “ยาย ยายไม่สบายเหรอจ๊ะ

 

                   จนถึงขนาดทานตะวันจับยายนอมพลิกตัวให้นอนหงาย ยายนอมก็ยังไม่ทีท่าว่าจะลืมตา ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด แต่เธอก็ยังพยายามบอกให้ตัวเองตั้งสติ

 

                   “ยายจ๋า ยายอย่าล้อเล่นแบบนี้สิจ๊ะ

 

                   ทานตะวันประคองฝ่ามือเข้ากับใบหน้าของยายนอม หญิงสาวไม่กล้าที่จะแตะเรียวนิ้วใต้จมูกของท่าน เธอลูบไล้แก้มของท่านแผ่วเบา แม้ฝืนยิ้มแต่ริมฝีปากของสั่นระริกอย่างตื่นตระหนก จนเจ้าตัวต้องใช้ฟันขบกัดเอาไว้

 

                   “ยาย! ยายตื่นขึ้นมาคุยกับหนูสิจ๊ะ ยาย!”

 

                   หญิงสาวทรุดฮวบจังนั่งบนพื้นอย่างคนหมดแรง เธอจับมือของยายนอมยกขึ้นแนบเข้ากับใบหน้า ระหว่างที่เขย่าปลุกท่านให้ตื่น

 

                   “ยายอย่าล้อตะวันเล่นแบบนี้สิจ๊ะ

 

                   ทานตะวันพยายามเรียกยายนอม หญิงสาวสติไม่อยู่กับตัวจนไม่ได้ยินเสียงออดหน้าบ้าน ที่สำคัญไปกว่านั้นเธอไม่ได้ล็อกทั้งประตูรั้วและประตูตัวบ้านเพราะเพิ่งกลับมาจากใส่บาตรตอนเช้าและรีบร้อนเข้ามาดูยายนอมที่มักจะตื่นใส่บาตรกับเธอทุกวัน แต่วันนี้กลับตื่นสายผิดปกติ ทำให้บุรุษหนุ่มที่เพิ่งเดินทางมาถึงตัดสินใจเดินเข้ามาในตัวบ้านมาถึงห้องของยายนอมที่เปิดประตูทิ้งไว้

 

                   “ยายจ๋า ยาย! ยายตื่นสิจ๊ะ!”

 

                   ทานตะวันเรียกเสียงดังขึ้นก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือแตะลงบนไหล่บอบบาง หญิงสาวหันไปมองก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

 

                   “คุณยายท่านเสียแล้ว

 

                   นิคยื่นมือไปแตะชีพจรของยายนอมก่อนจะหันไปพูดกับแซม ซึ่งแซมก็รีบเดินอ้อมไปอีกฝั่งของเตียงที่ยายนอมนอนอยู่ ทานตะวันกลายเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ นิคจับเธอลุกขึ้นยืนหญิงสาวก็ยืนขึ้น นัยน์ตาของเธอมองเหม่อไปยังร่างของยายนอม พร้อมกับหยดน้ำตาที่เริ่มไหลรินออกมาจากดวงตากลมโต

 

                   หญิงสาวจับมือนิคเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างเธอก็ใช้มันยกขึ้นเช็ดน้ำตาอยู่หลายครั้ง เธอจะทำยังไงกับชีวิตของเธอต่อไปดี เมื่อไม่มียายนอมป็นหลักพึงพิงทางใจ หญิงสาวเหมือนคนที่เคว้งคว้างกลายเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร นิคกับแซมเป็นคนจัดการทุกอย่าง เพราะหลานสาวของยายนอมเหมือนจะยังรวบรวมสติกลับเข้าร่างไม่สำเร็จ

 

*************************************

                   ะวัน...”

 

                   “คุณผู้หญิง

 

                   ทานตะวันสวมกอดอุษาราตรีที่บินด่วนมาจากอเมริกาพร้อมสามีเพื่อมาร่วมงานศพของยายนอม หญิงสาวโผเข้าไปหาพี่สาวคนสวยของเธอ มองเห็นอุษาราตรีเป็นที่พึ่งสุดท้าย อีกฝ่ายอ้าแขนขออกโอบกอดเธอ ลูบไล้แผ่นหลังแผ่วเบาอย่างปลอมประโลม

 

                   “โธ่...เป็นยังไงบ้างจ๊ะตะวัน

 

                   “ยายทิ้งหนูไปแล้วค่ะ

 

                   “คุณยายไม่ได้ทิ้งเธอหรอกนะจ๊ะ

 

                   “หนูไม่ควรพูดแบบนี้ใช่ไหมคะ

 

                   หากยายนอมเลือกได้ ท่านก็คงไม่ยอมทิ้งให้เธออยู่ตัวคนเดียว แต่เพราะท่านไม่สามารถเลือกได้ และทานตะวันก็ไม่ควรกล่าวหากว่ายายนอมทิ้งเธอไป

 

                   “เธอกำลังเสียใจ อย่าคิดโทษตัวเองเลยนะจ๊ะ

 

                   “หนูนิสัยไม่ดีเลยค่ะ ยายเหนื่อยมามากแล้ว ความจริงหนูควรดีใจที่ยายจะได้พักผ่อนเสียที แต่หนูกลับยิ้มไม่ออก ไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด

 

                   “ถ้าฉันเป็นตะวัน ฉันก็คงเสียใจเหมือนกันจ๊ะ

 

                   ทานตะวันปล่อยให้น้ำตารินไหล อุษาราตรีไม่มีถ้อยคำปลอบโยน เธอมีเพียงแค่อ้อมแขนที่คอยโอบกอดทานตะวันเท่านั้น การสูญเสียคนที่รักไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกให้คนสูญเสียทำใจยอมรับหรือว่ายิ้มรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การร้องไห้คือการปลดปล่อยความเศร้า และเมื่อหยดน้ำตาเริ่มแห้งเหือด ทานตะวันก็จะค่อยๆ เข้มแข็งขึ้น

 

                   “หนูคิดถึงยายค่ะ

 

                   “ยายนอมก็คงคิดถึงตะวันเหมือนกันจ๊ะ ตะวัน...เราห้ามความเศร้าไม่ได้ แต่ตะวันต้องดูแลตัวเองด้วยนะจ๊ะ อย่าให้ยายนอมต้องเป็นห่วงหรือว่าเป็นกังวล

 

                   “หนูจะพยายามค่ะคุณผู้หญิง ยายเหนื่อยเพราะหนูมามาก หนูจะต้องพยายามดูแลตัวเองให้ได้

 

                   “ตะวันยังไม่ต้องเข้มแข็งในทันที แต่ตะวันจะต้องไม่อ่อนแอจนทำร้ายตัวเอง เข้าใจไหมจ๊ะ

 

                   อุษาราตรีผละออกห่างเล็กน้อย เมื่อใช้สองมืออ่อนนุ่มของเธอประคองใบหน้าเปรอะเปื้อนด้วยหยดน้ำตาของทานตะวัน

 

                   “หนูเข้าใจค่ะคุณผู้หญิง

 

                   “ตะวันยังมีฉันนะจ๊ะ แล้วก็มีคุณนิคคุณแซม

 

                   ทานตะวันพยักหน้ารับ แต่หัวใจก็ยังห่มคลุมด้วยความเศร้า เหมือนเฆมหมอกที่ต้องการเวลาบรรเทา เมื่อเฆมหมอกแห่งความเศร้าผ่อนคลาย เธอก็จะค่อยๆ เข้มแข็งขึ้น แต่ความรู้สึกสูญเสียในวันนี้จะประทับอยู่ในใจของทานตะวัน ไม่ทางที่หญิงสาวจะลืมความรู้สึกในวันนี้ไปได้

 

                   “ฉันจะไม่ทอดทิ้งตะวันหรอกนะจ๊ะ

 

                   คำมั่นที่อุษาราตรีมอบให้มันยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับสาวน้อยที่เคว้งคว้างเหลือตัวคนเดียว และก็เป็นอุษาราตรีกับสามีหนุ่มรุปงามของเธอที่คอยเป็นธุระจัดการเรื่องงานศพของยายนอมให้กับทานตะวัน โดยมีนิคเป็นคนรับคำสั่งและคอยจัดการจนกระทั่งงานศพเสร็จเรียบร้อย  

 

*************************************

                   ทิวทัศน์เบื้องหน้าไม่ได้รับความสนใจจากนิค นิโคลัส คีธเวนสัน ชายหนุ่มนั่งตัวตรงอยู่บนม้านั่งตัวยาวภายในสวนสาธารณะใกล้กับบ้านหลังน้อยของทานตะวัน นิคกำลังใช้ความคิดอย่างรอบคอบเพื่อประกอบการตัดสินใจหลังจากที่เขาถูกเจ้านายหนุ่มเรียกตัวเข้าไปพบ

 

                   ฉันกำลังคิดถึงเรื่องที่อาจเป็นไปได้ เมื่อไม่มียายนอม ทานตะวันอาจตัดสินใจทำเรื่องบางอย่างที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

 

                คำพูดของอัลดินยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในความคิดของนิคครบถ้วนทุกประโยค เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทานตะวันกับรัซเซล ซึ่งเขาได้รับหน้าที่ให้สืบหาความจริงยังไม่ทันเริ่มต้น แม่สาวน้อยนางนั่นก็ต้องเผชิญหน้ากับการสูญเสียครั้งใหญ่ นิคประมาทไม่ได้ เพราะเมื่อไม่มียายนอมให้ต้องห่วงใย หากทานตะวันกำลังคบหากับรัซเซลจริง เธออาจตัดสินใจได้ง่ายดายขึ้น

 

                   ตัดสินใจเพื่อหลบหนี

 

                ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงเรียบเฉย แต่เขาทราบดีว่าตัวเองกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อย่างหนัก วิธีการที่จะรั้งเธอไว้ข้างกายและทำให้เขามีโอกาสจับตาดูเธออย่างใกล้ชิดก็ใช่ว่าจะมืดมนเสียทีเดียว มันยังพอมีทาง เจ้านายหนุ่มรวมถึงนิคกับแซมคิดถึงวิธีการเดียวกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนิคเป็นสำคัญ

 

                   “ไม่มีทางเลือกสินะ

 

                   นิคสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ชายหนุ่มยังคงอยู่ในท่วงท่าเดิม แต่ประสาทสัมผัสของร่างกายกลับสั่งการให้เตรียมพร้อมรับมือกับบางอย่าง ชายหนุ่มได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ จนกระทั่งรองเท้าส้นเตี้ยสีขาวก้าวเข้ามาอยู่ในระยะสายตา

 

                   “ขอโทษที่รบกวนนะคะคุณนิค

 

                   ชายหนุ่มผ่อนคลายร่างกายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือทานตะวัน หญิงสาวก้มหน้าระหว่างที่พูดกับเขา เธอไม่อยากรบกวนนิค แต่เขาเป็นที่พึ่งเดียวซึ่งยังคงอยู่ใกล้ชิด ก่อนหน้านั้นทานตะวันยังมีอุษาราตรี แซม และคนของวิกทอรีกรุ๊ปที่มาช่วยเธอเรื่องจัดงาน ในบ้านหลังน้อยไม่เงียบเหงาจนอ้างว้างเมื่อมีสาวใช้จากคฤหาสน์ของอัลดินมาช่วยงานและพักอยู่ในบ้านของเธอ

 

                   วันนี้บรรยากาศแตกต่างออกไป ทุกคนเดินทางกลับเพราะต่างก็มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เหลือนิคเพียงคนเดียวที่ยังคงอยู่ เธอไม่ได้กลัวที่จะต้องอยู่ในบ้านหลังนั้นคนเดียว แต่มันเงียบเหงาจนเธอคอยแต่จะซึมเศร้าอยู่เรื่อย ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพความทรงจำเกี่ยวกับยายนอม เธอถึงยอมเสียมารยาทตามนิคมาถึงสวนสาธารณะ

 

                   “นั่งก่อนสิ

 

                   ทานตะวันรีบขยับตัวเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งตัวยาว ชายหนุ่มนั่งชิดมุมด้านขวา เธอนั่งชิดมุมด้านซ้าย พื้นที่ตรงกลางคือระยะห่างที่ทานตะวันนึกสงสัยว่าจะมีสักวันไหมที่ระยะห่างนั้นอาจเลือนหายไป หญิงสาวไม่กล้าหันไปมองชายหนุ่ม แค่ได้นั่งอยู่กับเขาบนม้านั่งตัวเดียวกับเขา โดยไม่ถูกชายหนุ่มไล่ตะเพิด ทานตะวันก็พึงพอใจจนไม่อยากรบกวนเขา

 

                   เมื่อนิคเลือกที่จะนั่งเงียบ ทานตะวันก็ปิดปากเงียบเช่นเดียวกัน หญิงสาวประสานมือไว้บนตัก ใบหน้าก้มต่ำเล็กน้อย กลิ่นกายของนิคอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เธอไม่ทราบว่าเป็นกลิ่นของอะไร แต่กลิ่นกายของเขาทำให้เธอรู้สึกสบายใจ เป็นกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้านและสดชื่น หอมกว่ากลิ่นตัวของเธอด้วยซ้ำ

 

                   การปรากฎตัวของเธอทำให้นิคลำบากใจหรือเปล่า ทานตะวันทราบว่าเป็นการเสียมารยาทที่เธอตามนิคมายังสวนสาธารณะ โดยที่ชายหนุ่มอาจไม่ต้องการคนรบกวน ทานตะวันกำลังอยู่ในช่วงเวลาเคว้งคว้าง หญิงสาวก็โหยหาหลักยึดพึงพิงเหมือนคนไม่รู้จักพอ และเธอก็ทราบดีว่าเธอต้องการอ้อมแขนของนิคอย่างหน้าไม่อาย

 

                   นิคเป็นคนพูดน้อย การที่เขาไม่พูด ก็ไม่ได้หมายความว่าชายหนุ่มจะไม่รู้สึกรำคาญเธอ ทานตะวันเป็นคนเลือกที่จะมาที่นี่ ความคิดสับสนของเธอครอบงำความสุขเมื่อสักครู่ที่เพิ่งเกิดขึ้นจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง เธอเป็นบ้าอะไรไปแล้ว ถึงเธอจะอยู่ในช่วงที่กำลังเสียใจ แต่ใช่ว่าจะสามารถใช้ความเสียใจของตัวเองบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น

 

                   ทำไมเราถึงได้ทำตัวย่ำแย่แบบนี้นะ

 

                ทานตะวันกำมือเข้ากับกระโปรงสีขาวยาวจรดข้อเท้าที่เธอสวมอยู่ เธอกำมือแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความเครียดสะสมเพิ่มเติมขึ้นอยู่ภายในใจ เธอไม่อยากอยู่ห่างจากเขา ไม่ปราถนาที่จะกลับไปนั่งซึมเศร้าอยู่ในบ้านหลังน้อยที่กลายเป็นบ้านหลังใหญ่เหลือเกินเมื่อเหลือเธอเพียงคนเดียว แต่เธอก็ควรมีความเกรงใจมอบให้นิค

 

                   “ขะ...ขอโทษค่ะคุณนิค!”

 

                   หญิงสาวลุกพรวดขึ้นยืนแถมยังกล่าวตะกุกตะกักขอโทษชายหนุ่มเสียงดัง นิคไม่ได้ตกใจ ชายหนุ่มเพียงแค่หันไปมองหญิงสาวแล้วก็เลื่อนสายตาขึ้นไปยังใบหน้าเนียนใสที่ยังคงมีร่องรอยความเศร้าปกคลุมชัดเจน

 

                   “มีอะไรครับ

 

                   ทานตะวันหมุนตัวหันไปมองชายหนุ่ม หญิงสาวประสานมือไว้ด้านหน้า ก้มใบหน้าลงเล็กน้อยราวกับต้องการยืนสารภาพผิดที่เธอรบกวนเวลาของเขา

 

                   “หรือว่ามีเรื่องทำให้คุณตกใจ

 

                   ชายหนุ่มหันไปมองรอบบริเวณ แต่ก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากเขาและเธอ ทานตะวันส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังคงก้มหน้างุดอยู่แบบนั้น

 

                   “นะ...หนู

 

                   “คุณโตแล้วนะทานตะวัน

 

                   หญิงสาวปิดริมฝีปากเข้าหากัน เธอพูดยังไม่ทันจบประโยค เสียงเย็นชาราบเรียบของนิคก็กล่าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน เธอกำลังถูกเขาตำหนิใช่หรือเปล่า

 

                   “คุณควรเลิกแทนตัวเองกับผมหรือกับใครก็ตามด้วยคำว่าหนู มันไม่เหมาะกับอายุของคุณ

 

                   “หนู...เอ่อ...ฉะ...ฉัน...ตะ...ตะวัน ตะวันขอโทษค่ะ

 

                   ทานตะวันอึกอัก เหมือนลังเลไม่ทราบว่าจะใช้คำแทนตัวแบบไหนกับชายหนุ่ม แต่ในที่สุดเธอก็เลือกที่จะใช้ชื่อของตัวเองพูดกับเขา

 

                   “แทนตัวเองว่าตะวันได้ไหมคะคุณนิค

 

                   หญิงสาวถามเสียงแผ่วราวกับไม่มั่นใจนักว่าจะเป็นที่ถูกใจของอีกฝ่ายหรือเปล่า นิคพยักหน้าตอบรับ แต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าเธอคงมองไม่เห็น เมื่อเจ้าตัวเอาแต่ก้มหน้างุดอยู่แบบนั้น

 

                   “ได้ครับ

 

                   “ขอบคุณค่ะคุณนิค

 

                   บทสนทนาระหว่างเธอกับเขามันช่างประหลาดสิ้นดี เมื่อใกล้ชิดกับนิค หญิงสาวมักจะประหม่าไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอไม่อาจแสดงออกถึงอุปนิสัยที่ร่าเริงช่างพูด ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทานตะวันเคยพูดจาเจื้อยแจ้วกับเขา จนกระทั่งหญิงสาวรู้ตัวนั่นแหละว่าเธอชอบเขา ความชอบเหมือนเป็นกำแพงที่ทำให้เธอเขินอายและไม่มั่นใจในตัวเอง

 

                   “เมื่อสักครู่คุณมีอะไรจะพูดกับผมครับ

 

                   “ตะ...ตะวัน ไม่อยากรบกวนคุณนิค หนู...เอ่อ...ตะวัน ตะวันหมายถึงตะวันจะขอตัวกลับบ้านก่อนค่ะคุณนิค

 

                   เสียงหวานละมุนของเธอสั่นเล็กน้อย ความมั่นใจเวลาเผชิญหน้ากับนิคซึ่งน้อยอยู่แล้วเหมือนจะยิ่งถดถอยจนเจ้าตัวแทบควบคุมตัวเองไม่ได้

 

                   “แต่ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ นั่งลงก่อนสิ

 

                   “คุยกับตะวันเหรอคะ?

 

                   ร้อยวันพันปีนิคเคยอยากคุยกับเธอด้วยอย่างนั้นเหรอ วันที่เขามีเรื่องอยากคุย เธอควรดีใจหรือว่าเสียใจดี ครั้งล่าสุดที่นิคเดินทางมาหาเธอเพื่อพูดคุยด้วย ชายหนุ่มมาเพื่อบอกให้เธอทราบว่าเขาต้องเดินทางไปต่างประเทศ หรือว่าคราวนี้จำนวนวันที่เขาจะต้องอยู่ห่างไกลถึงอเมริกาจะต้องเพิ่มขึ้นอีก

 

                   ถ้าคุณยอมเงยหน้าขึ้น คุณก็จะมองเห็นว่าไม่มีใครอื่นอีกนอกจากคุณกับผม

 

                   นิคถือว่าเป็นการเสียมารยาทที่หญิงสาวไม่ยอมแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา ทานตะวันรีบเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้น แต่เพราะเธอยืนอยู่ แทนที่จะคงระดับสายตาที่ใบหน้าของชายหนุ่ม หญิงสาวกลับดึงใบหน้าตั้งตรงจนทิศทางการมองเลยศีรษะของนิค

 

                   “ตะวันต้องคุยกับคุณจริงๆ ใช่ไหมคะ

 

                   ทำไมหัวใจถึงได้หวาดกลัวขนาดนี้ กลัวที่จะต้องพูดคุยกับนิคจนใจหวิว ทานตะวันเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เธออยากวิ่งหนีออกไปจากที่นี่เสียแล้วสิ

 

                   ต้องคุยครับ เชิญนั่งครับทานตะวัน

 

                   หญิงสาวรีบเบี่ยงตัวนั่งลงทันทีเหมือนเธอเป็นลูกน้อยแล้วนิคเป็นเจ้านายที่มีสิทธิ์ออกคำสั่งโดยที่เธอไม่อาจปฏิเสธ

 

                   “ผมมีคำถาม คุณไม่จำเป็นต้องตอบทันที แต่ผมอยากให้คุณนำกลับไปคิดให้รอบคอบ

 

                   ทานตะวันพยักหน้างึกงักรับรู้ เมื่อเธอนั่งลงหญิงสาวก็ก้มหน้าลงมองมือตัวเองไม่ยอมหันมามองคู่สนทนาเหมือนเดิม นิคเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหันไปมองสาวน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มอีกฝั่งของม้านั่งตัวยาว

 

                   “แต่งงานกันไหมทานตะวัน

 

                   ทานตะวันพยักหน้างึกงัก ก่อนที่หญิงสาวจะดึงใบหน้าขึ้นตั้งตรงและหันไปมองนิคทั้งตัว ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้าง มือข้างหนึ่งจับเข้ากับขอบของม้านั่งตัวยาว ออกแรงบีบเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ฝันไป มันจะเป็นความจริงได้ยังไงกัน เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเป็นเรื่องจริงเด็ดขาด

 

                   ผู้ชายในฝันของเราแต่งงาน!’

 

                ทานตะวันพูดไม่ออก เครื่องหมายคำถามนับร้อยนับพันจู่โจมบุกรุกเข้าสู่สมองของเธอจนหญิงสาวมึนงง นอกจากตอบเขาไม่ได้ ร่างกายยังแข็งทื่อไม่อาจขยับ ทำได้เพียงกระพริบเปลือกตามองเขาปริบๆ เหมือนคนไร้สติปัญญาที่ไม่ทราบจะทำอะไรดีกว่าไปนั้น

 

                   แต่งงานกันไหมทานตะวัน?

 

                คำพูดประโยคนั้นเป็นคำถามที่ออกมาจากริมฝีปากของนิคจริงๆ ใช่หรือเปล่า เธอไม่ได้หูฝาดฟังผิดไปจริงๆ ใช่ไหม

 

                   “ถ้าหากคุณไม่รังเกียจก็กรุณาแต่งงานกับผม

 

                   คำพูดคำจาของนิคช่างสุภาพ ทว่าน้ำเสียงของเขากลับปราศจากความอบอุ่นอย่างสิ้นเชิง ทานตะวันแน่ใจแล้วว่าเธอไม่ได้หูฝาด หรือว่าสติฟั่นเฟือนคิดไปเอง นิคกำลังขอเธอแต่งงาน และชายหนุ่มก็กำลังรอคอยคำตอบจากเธอ!

 

                   “คะ...คุณนิค

 

                   ทานตะวันเผลอตัวยกมือขึ้นตวัดปลายนิ้วชี้ไปหาชายหนุ่ม ริมฝีปากของเธอขยับขึ้นลง แต่ก็ไม่สามารถกล่าววาจาอะไรออกมาได้มากกว่านั้น

 

                   “ครับผม

 

                   นิคตอบรับ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองเธอ ผู้ชายที่นั่งทำหน้าไร้อารมณ์อยู่ตรงนี้ เพิ่งขอเธอแต่งงานไปเมื่อสักครู่ใช่หรือเปล่า ทานตะวันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม

 

                   “คะ...คุณนิค

 

                   “ครับผม

 

                   เมื่อเธอเรียกเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มก็ยังใจเย็นเอ่ยปากขานรับ ทานตะวันรู้ตัวว่าเธอเสียมารยาท แต่มือของหญิงสาวก็แข็งค้างอยู่แบบนั้น เธอกำลังชี้หน้าผู้ชายในฝันของเธอ ซึ่งมันเป็นกิริยาที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย แต่เธอก็กำลังตกใจนี่นา แล้วตอนนี้ถึงแม้ดวงตาจะเลื่อนลงไปมองนิ้วเจ้ากรรม และใช้สายตาเขม่นสั่งให้มันลดระดับลง แต่เจ้านิ้วจอมดื้อก็ไม่ยอมทำตามคำสั่งในใจของเธอ

 

                   “ตะ...ตะวัน ฉะ...ฉัน...”

 

                   หญิงสาวกลายสภาพเป็นเหมือนกับหุ่นยนต์ที่ระบบการควบคุมคงประสบกับปัญหา คำพูดของเธอถึงฟังไม่ได้ศัพท์เอาเสียเลย

 

                   “เราจะคุยกันรู้เรื่องไหม

 

                   หญิงสาวกระพริบตาปริบๆ มองชายหนุ่ม นิคเองก็เบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหันมามองเธอทั้งตัว เขาต้องการคำตอบจากเธอเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ทานตะวันส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อได้ยินคำถามของนิค ตอนนี้สมองของเธอเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ ระลึกได้เพียงแค่คำขอแต่งงานของนิคที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา เธอคงไม่สามารถพูดกับชายหนุ่มให้รู้เรื่องภายในวันนี้ได้อย่างแน่นอน

 

                   “ไม่รู้เรื่อง?

 

                   ทานตะวันพยักหน้างึกงักตอบรับ หญิงสาวก้มหน้าลงต่ำเพื่อมองมือตัวเองแทนการมองใบหน้าคมคายของนิค ซึ่งมันจะยิ่งรบกวนสติของเธอให้ยิ่งกระเจิดกระเจิง หญิงสาวไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะได้ยินสคำถามนี้จากปากของนิค เธอมีแผนการที่จะคอยแอบมองเขา เฝ้ารอคอยเขา และก็คงได้แต่เป็นฝ่ายคิดถึงชายหนุ่มอยู่เพียงข้างเดียว แต่ถึงเธอจะตื่นตระลึงกับคำขอแต่งงานของเขา ทานตะวันก็ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่เล็กน้อย

 

                   คุณนิคไม่ได้รักเรา

 

                นิคอาจมีเหตุผลร้อยแปดในการขอเธอแต่งงาน แต่เหตุผลของเขาคงไม่มีความรักหรือความรู้สึกชอบพอรวมอยู่ด้วย ทานตะวันเชื่อว่านิคไม่ได้เกลียดเธอ แต่เขาก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอมากไปว่าการมองเธอเป็นคนรู้จักคนหนึ่งเท่านั้น แต่ถึงแม้เธอจะล่วงรู้ ทว่าทานตะวันก็ทราบดีอีกนั่นแหละ ว่าการตัดสินใจของเธอมันกำลังวิกฤตและหายนะเข้าขั้นรุนแรง

 

                   เธอไม่ต้องการขบคิดอะไรอีกแล้วที่ทำให้สมองต้องทำงานหนัก ทานตะวันต้องการตอบรับคำขอแต่งงานของนิค ไม่ว่าเขาจะเลือกเธอด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่โอกาสแบบนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และเมื่อถามใจตัวเอง หญิงสาวก็มีเพียงแค่เขาเท่านั้น มันเป็นเรื่องยากเหลือเกินเมื่อคิดถึงคำตอบปฏิเสธ คำตอบแบบนั้นไม่เท่ากับเป็นการตัดขาดนิคออกไปจากชีวิตหรอกหรือ หากเธอเพิกเฉยต่อคำขอแต่งงานของชายหนุ่ม นิคอาจจะยิ่งอยู่ห่างจากเธอออกไปอีก

 

                   การแต่งงานที่ไม่มีความรักจะเป็นยังไงหนอ

 

                นิคไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว เมื่อทานตะวันนิ่งเงียบ ชายหนุ่มก็ปล่อยให้เธอนั่งคิดไม่ปริปากรบกวน หญิงสาวกำลังครุ่นคิดถึงเหตุผลรองรับมากมาย เพื่อฉุดรั้งให้ตัวเองตัดสินใจอย่างรอบคอบ

 

                   ความรอบคอบคืออะไร ตอนนี้เราสะกดมันเป็นหรือเปล่า

 

                ลิ้นของเธอมันกระดก ราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง มันต้องการที่จะให้ริมฝีปากของเธอเผยออก เพื่อที่มันจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการออกเสียงตอบตกลงกับคำแต่งงานที่เธอคงมีโอกาสได้ยินมัเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

 

                   จะเป็นงานแต่งงานที่ไม่มีความรักได้ยังไง ในเมื่อเรารักเขา รักจนหมดหัวใจ

 

                ทานตะวันไม่เคยมีสายตาไว้มองใครอื่นอีกนอกจากนิค โลกสีชมพูของเธอมีผู้ชายชื่อนิคครอบครอง เธอมีจินตนาการหลากหลายเกี่ยวกับเรื่องของเขา ถึงแม้ตัวจริงของชายหนุ่มจะเย็นชาต่อเธอประดุจภูเขาน้ำแข็งก็ตาม ทานตะวันมีความสุขน้อยนิดจากโลกจินตนาการที่เธอเฝ้าฝันถึงชายหนุ่มตามลำพัง ถึงแม้เขาจะไม่รักเธอ แต่นิคก็ยังไม่รักใคร หญิงสาวหล่อเลี้ยงหัวใจดวงน้อยด้วยคำพูดประโยคนี้เสมอ

 

                   “คุณนิค

 

                   “ครับผมนิคเฝ้ามองเธออยู่ตลอดเวลาใช่หรือเปล่า เพราะชื่อของชายหนุ่มดังผ่านริมฝีปากของททานตะวันแผ่วเบาเหลือเกิน ทว่าเขาก็ยังได้ยินและตอบรับคำเรียกขานจากเธอ

 

                   “ถ้าเราแต่งงานกัน เราจะได้อยู่ด้วยกันไหมคะ

 

                   ทานตะวันนึกสงสัยว่าหากเธอตอบรับคำขอแต่งงานจากนิค เธอจะต้องอาศัยอยู่ที่นี่ตามลำพังหรือเปล่า หญิงสาวยังคงรู้สึกเปล่าเปลี่ยวและเหงา รวมไปถึงความคิดถึงโหยหาบุคคลที่จากไป แต่เธอก็เพียรพยายามที่จะบอกกับตัวเองว่าเธอต้องปล่อยวาง หากเธอยังเฝ้าแต่ร่ำไห้คิดถึงยายนอม ยายนอมก็คงนอนหลับไม่สนิท ถึงแม้ตอนกลางคืนทานตะวันมักจะซบหน้ากับหมอนและปล่อยให้น้ำตารินไหลอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรู้สึกผิด แต่เธอก็เข้มแข็งได้เท่านี้จริงๆ ร้องไห้ตอนกลางคืนฝืนยิ้มในตอนกลางวัน

 

                   ทานตะวันไม่อยากใช้คำว่าตาย แม้จะเป็นการหลอกตัวเอง แต่คำคำนั้นมันฟังดูรุนแรงต่อความรู้สึกของเธอเกินไป หญิงสาวเลือกที่จะบอกกับตัวเองว่ายายนอมกำลังหลับใหล เพียงแต่การหลับของยายนอมแตกต่างจากเธอ คือท่านจะไม่มีวันลืมตาขึ้นมาอีก แต่ก็เป็นเรื่องดีเมื่อยายนอมที่ทำงานหนักเหน็ดเหนื่อยสายตาตัวแทบขาดมาทั้งชีวิต และเพิ่งจะได้ลิ้มรสความสุขสบายตอนพบกับอุษาราตรี ท่านจะได้พักผ่อนอย่างจริงจังเสียที

 

                   “สามีภรรยาก็ต้องอยู่ด้วยกัน

 

                   “คุณนิคจะมาอยู่กับตะวันเหรอคะ

 

                   “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ในระหว่างที่รอคุณเรียนจบ แต่ผมอาจต้องไปๆ มาๆ เพราะผมมีงานต้องรับผิดชอบ

 

                   การเฝ้ามองทานตะวันก็เป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญซึ่งนิคต้องรับผิดชอบ ใบหน้าใสซื่อของเธอ ดวงตากลมโตใสแจ๋ว บริสุทธิ์ไร้เดียงสาเสียจนใครก็คงคาดไม่ถึงว่าเธอจะรู้จักกับกลุ่มบุคคลอันตราย หญิงสาวอาจไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใครและคบหากับคนกลุ่มนั้นอย่างบริสุทธิ์ใจ หรือเธออาจรู้แต่เลือกที่จะทำตัวใสซื่อเพื่อใกล้ชิดกับพวกเขาและรายงานความเคลื่อนไหวของพวกเขาให้คนกลุ่มนั้นรับทราบ

 

                   นิคตั้งข้อสมมติฐานขึ้นมาเป็นข้อๆ ในระหว่างที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ สมมติฐานทุกข้อล้วนมีความสำคัญ เป็นหน้าที่ของนิคต้องค้นหาคำตอบ ทานตะวันเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ มันคงจะดีถ้าหากหญิงสาวใสซื่อบริสุทธิ์จริงเหมือนกับรูปร่างหน้าตาและบุคลิกที่เธอแสดงออก เพราะหากเธอเสแสร้งแกล้งทำตัวเป็นสาวใส แต่กลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ วิธีการจัดการกับเธอก็คงมีไม่กี่วิธีเท่านั้น

 

                   “เราจะได้อยู่ด้วยกันจริงเหรอคะคุณนิค

 

                   “ถ้าเราเป็นสามีภรรยากันครับ

 

                   ทานตะวันก้มหน้าลง ถึงแม้ในใจของเธอจะมีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น แต่ะเมื่อจะเอ่ยปากบอกออกไป เธอก็ยังรู้สึกอึกอักจนพูดไม่ออก

 

                   “ขอโทษค่ะคุณนิค

 

                   “หมายความว่าคุณปฏิเสธ?

 

                   ทานตะวันส่ายหน้า นิคขมวดคิ้วกับคำตอบและปฏิกิริยาของเธอซึ่งดูเหมือนจะสวนทางกันจนชายหนุ่มเริ่มงุนงง

 

                   “ตะวันต้องขอโทษคุณ เพราะตะวันอยากตอบรับคำขอแต่งงานจากคุณมาก

 

                   “ทำไมต้องขอโทษ?

 

                   “เพราะตะวันไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับตะวัน ตะวันมีคำถามแต่ฉันก็คิดไม่ออกค่ะ ตะวันเลยอยากขอโทษคุณล่วงหน้า ถ้าหากว่าคุณไม่ได้เต็มใจที่จะขอตะวันแต่งงาน

 

                   ทานตะวันเหมือนจะซื่อบื้อแต่ก็ไม่ซื่อบื้อ คำพูดที่เธอกล่าวออกมากระทบกับความคิดของนิคเข้าอย่างจัง แต่ชายหนุ่มก็ยังคงแสดงออกอย่างสุขุมลุ่มลึกเหมือนเดิม

 

                   “ไม่ต้องขอโทษหรอกทานตะวัน

 

                   “ตะวันตอบรับได้ใช่ไหมคะ

 

                   “คุณมีสิทธิ์นั้นอย่างเต็มที่

 

                   ในเมื่อเธอเป็นผู้หญิงที่เขาขอแต่งงาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทานตะวันก็ย่อมต้องมีสิทธิ์ในการตอบรับอย่างเต็มที่ หญิงสาวมองเข้าไปในดวงตาของนิค เธออ่อนด้อยประสบการณ์ในการอ่านใจคนจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้มากกว่าลูกตาคมกริบงดงามแต่ทว่าเย็นชาของเขา หรือต่อให้เธอมีความเชี่ยวชาญด้านการอ่านใจคน แต่กับนิคเธอจะสามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้จริงเหรอ เมื่อชายหนุ่มเก็บซ่อนมันเอาไว้อย่างมิดชิด

 

                   “ตะวันสับสนมากเลยค่ะ

 

                   “คุณยังมีเวลาคิดคำตอบ

 

                   ทานตะวันส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ ไม่รู้ว่าเธอกำลังบอกตัวเองหรือว่าบอกนิคกันแน่ ชายหนุ่มใช้สายตาของเขาจับจ้องมองเธอ เขาเห็นประกายความรู้สึกหวาดหวั่นในดวงตาใสพิสุทธิ์คู่นั้น ดวงตาที่มองเขาอย่างเทิดทูนและหลงใหล นิคเลือกที่จะดึงใบหน้ากลับ พร้อมหมุนตัวหันกลับไปนั่งตัวตรงเหมือนเดิม การมองทานตะวันทำให้ชายหนุ่มถูกรบกวนเล็กน้อย

 

                   เรากำลังหลอกเด็กอยู่หรือเปล่า

 

                ดวงตาใสซื่อของทานตะวัน ความรู้สึกผ่านดวงตาของเธอมันชัดเจนถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาอย่างที่นิคไม่คาดคิดว่าจะได้รับ ชายหนุ่มไม่เคยมองเธออย่างลึกซึ้ง เขาเห็นเธอเป็นยายเด็กทานตะวันมอมแมม ไม่ได้ใส่ใจว่าเธอกำลังเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว และหญิงสาวก็มองเธอเหมือนอย่างสตรีที่มองบุรุษซึ่งเธอมีใจมอบให้

 

                   “ถ้าตะวันกลับไปคิด ตะวันก็จะยิ่งสับสน

 

                   “งั้นก็แสดงว่าคุณยังไม่พร้อมสำหรับการแต่งงาน

 

                   “แต่ตะวันไม่อยากเสียคุณนิคไป

 

                   หญิงสาวตอบออกไปแล้วก็รีบยกมือขึ้นปิดริมฝีปากของตัวเอง เธอกลัวความสูญเสีย หญิงสาวทราบว่านิคยังไม่มีกำหนดเดินทางกลับมาประจำอยู่ประเทศไทย เมื่อเสร็จงานศพของยายนอม ทานตะวันก็เตรียมใจรับความอ้างว้าง แต่เธอก็ทำมันได้ไม่ดีนัก การได้มองเห็นนิค แม้ปราศจากความอ่อนโยนจากชายหนุ่มคอยโอบอุ้ม แต่สำหรับเธอการได้มองเขาเพียงข้างเดียว ก็ทำให้เธอมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับความเงียบเหงา

 

                   “ตะวันพูดจาไม่รู้เรื่องเลยใช่ไหมคะ คุณนิครำคาญตะวันไหมคะ

 

                   “ไม่ครับนิคไม่มีเวลาใกล้ชิดกับสุภาพสตรีนัก แต่ชายหนุ่มก็ยอมรับว่าเขามีช่วงเวลาของบุรุษที่ต้องพัวพันกับสุภาพสตรีอยู่บ้าง แต่สตรีสาวเหล่านั้นก็เป็นเพียงคนที่ผ่านเข้ามาและผ่านออกไปเหมือนสายลมที่แวะมาพัดผ่านเรือนกายของชายหนุ่มเท่านั้น เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์จริงจังกับผู้หญิงคนไหน หากทานตะวันตอบรับคำขอแต่งงาน เธอก็จะเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาต้องจริงจังด้วย

 

                   “คุณนิคค่ะ ตะวันอาจเป็นบ้าไปแล้ว แต่ตะวันอยากแต่งงานกับคุณค่ะ

 

                   ทานตะวันเงยหน้าขึ้นและนิคก็ยอมหันมามองสบตากับเธอ ทั้งคู่ปิดปากเงียบอยู่แบบนั้น จนกระทั่งหญิงสาวเป็นคนเอ่ยปากออกมา ใบหน้าของทานตะวันร้อนผะผ่าว พวงแก้มของเธอคงอาบไว้ด้วยจุดสีแดงเล็กๆ จนแดงก่ำ ทว่าความมืดของรัตติกาลก็คงช่วยปกปิดร่องรอยความเคอะเขินที่กำลังเกิดขึ้น เธอคงต้องยอมเสี่ยงกับเขา หากเธอไม่ยอมเสี่ยงและถอยหนีจากนิค ทานตะวันก็คงไม่มีโอกาสได้เดินกลับเข้าไปในชีวิตของชายหนุ่มอีกเป็นครั้งที่สอง เธอยอมปล่อยมือจากโอกาสที่เขาหยิบยื่นให้ในครั้งนี้ไม่ได้ เธอต้องการใกล้ชิดกับนิคสุดหัวใจ ขอแค่ได้ใกล้เขาแม้เพียงร่างกายเธอก็ยินดี

*************************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

                  

 

                  

 

                                     บทที่ 3 ไม่อาจหวนคืน

                   าย ยายจ๋า สายแล้วนะจ๊ะ ทำไมยังไม่ตื่นอีกจ๊ะยาย

 

                   ทานตะวันเคาะประตูห้องของยายนอม เป็นเรื่องผิดปกติของท่าน เพราะยายนอมมักจะตื่นเช้าอยู่ทุกวัน หญิงสาวส่งเสียงเจื้อยแจ๋วเรียกท่าน ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของยายนอม ท่านนอนตะแคงหันหลังให้ประตูอยู่บนเตียง ทานตะวันอมยิ้มก่อนจะเดินย่องอย่างระมัดระวังเพื่อเข้าไปหายายนอม

 

                   “ยายจ๋า

 

                   หญิงสาวระบายรอยยิ้มซุกซนลงบนริมฝีปาก แตะมือลงบนต้นแขนของท่าน แต่ยายนอมกลับไม่รู้สึกรู้สาต่อเสียงและการกระทำของเธอ

 

                   “ยายจ๋า ตื่นเถอะจ๊ะ

 

                   จากที่แตะเรียวนิ้วลงบนต้นแขนของท่าน ทานตะวันก็เปลี่ยนไปจับต้นแขนของท่านด้วยการวางฝ่ามือลงไป หญิงสาวนิ่วหน้าเพราะความรู้สึกเย็นเฉียบที่เธอสัมผัสอยู่ใต้ฝ่ามือ

 

                   “ยาย ยายไม่สบายเหรอจ๊ะ

 

                   จนถึงขนาดทานตะวันจับยายนอมพลิกตัวให้นอนหงาย ยายนอมก็ยังไม่ทีท่าว่าจะลืมตา ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด แต่เธอก็ยังพยายามบอกให้ตัวเองตั้งสติ

 

                   “ยายจ๋า ยายอย่าล้อเล่นแบบนี้สิจ๊ะ

 

                   ทานตะวันประคองฝ่ามือเข้ากับใบหน้าของยายนอม หญิงสาวไม่กล้าที่จะแตะเรียวนิ้วใต้จมูกของท่าน เธอลูบไล้แก้มของท่านแผ่วเบา แม้ฝืนยิ้มแต่ริมฝีปากของสั่นระริกอย่างตื่นตระหนก จนเจ้าตัวต้องใช้ฟันขบกัดเอาไว้

 

                   “ยาย! ยายตื่นขึ้นมาคุยกับหนูสิจ๊ะ ยาย!”

 

                   หญิงสาวทรุดฮวบจังนั่งบนพื้นอย่างคนหมดแรง เธอจับมือของยายนอมยกขึ้นแนบเข้ากับใบหน้า ระหว่างที่เขย่าปลุกท่านให้ตื่น

 

                   “ยายอย่าล้อตะวันเล่นแบบนี้สิจ๊ะ

 

                   ทานตะวันพยายามเรียกยายนอม หญิงสาวสติไม่อยู่กับตัวจนไม่ได้ยินเสียงออดหน้าบ้าน ที่สำคัญไปกว่านั้นเธอไม่ได้ล็อกทั้งประตูรั้วและประตูตัวบ้านเพราะเพิ่งกลับมาจากใส่บาตรตอนเช้าและรีบร้อนเข้ามาดูยายนอมที่มักจะตื่นใส่บาตรกับเธอทุกวัน แต่วันนี้กลับตื่นสายผิดปกติ ทำให้บุรุษหนุ่มที่เพิ่งเดินทางมาถึงตัดสินใจเดินเข้ามาในตัวบ้านมาถึงห้องของยายนอมที่เปิดประตูทิ้งไว้

 

                   “ยายจ๋า ยาย! ยายตื่นสิจ๊ะ!”

 

                   ทานตะวันเรียกเสียงดังขึ้นก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือแตะลงบนไหล่บอบบาง หญิงสาวหันไปมองก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

 

                   “คุณยายท่านเสียแล้ว

 

                   นิคยื่นมือไปแตะชีพจรของยายนอมก่อนจะหันไปพูดกับแซม ซึ่งแซมก็รีบเดินอ้อมไปอีกฝั่งของเตียงที่ยายนอมนอนอยู่ ทานตะวันกลายเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ นิคจับเธอลุกขึ้นยืนหญิงสาวก็ยืนขึ้น นัยน์ตาของเธอมองเหม่อไปยังร่างของยายนอม พร้อมกับหยดน้ำตาที่เริ่มไหลรินออกมาจากดวงตากลมโต

 

                   หญิงสาวจับมือนิคเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างเธอก็ใช้มันยกขึ้นเช็ดน้ำตาอยู่หลายครั้ง เธอจะทำยังไงกับชีวิตของเธอต่อไปดี เมื่อไม่มียายนอมป็นหลักพึงพิงทางใจ หญิงสาวเหมือนคนที่เคว้งคว้างกลายเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร นิคกับแซมเป็นคนจัดการทุกอย่าง เพราะหลานสาวของยายนอมเหมือนจะยังรวบรวมสติกลับเข้าร่างไม่สำเร็จ

 

*************************************

                   ะวัน...”

 

                   “คุณผู้หญิง

 

                   ทานตะวันสวมกอดอุษาราตรีที่บินด่วนมาจากอเมริกาพร้อมสามีเพื่อมาร่วมงานศพของยายนอม หญิงสาวโผเข้าไปหาพี่สาวคนสวยของเธอ มองเห็นอุษาราตรีเป็นที่พึ่งสุดท้าย อีกฝ่ายอ้าแขนขออกโอบกอดเธอ ลูบไล้แผ่นหลังแผ่วเบาอย่างปลอมประโลม

 

                   “โธ่...เป็นยังไงบ้างจ๊ะตะวัน

 

                   “ยายทิ้งหนูไปแล้วค่ะ

 

                   “คุณยายไม่ได้ทิ้งเธอหรอกนะจ๊ะ

 

                   “หนูไม่ควรพูดแบบนี้ใช่ไหมคะ

 

                   หากยายนอมเลือกได้ ท่านก็คงไม่ยอมทิ้งให้เธออยู่ตัวคนเดียว แต่เพราะท่านไม่สามารถเลือกได้ และทานตะวันก็ไม่ควรกล่าวหากว่ายายนอมทิ้งเธอไป

 

                   “เธอกำลังเสียใจ อย่าคิดโทษตัวเองเลยนะจ๊ะ

 

                   “หนูนิสัยไม่ดีเลยค่ะ ยายเหนื่อยมามากแล้ว ความจริงหนูควรดีใจที่ยายจะได้พักผ่อนเสียที แต่หนูกลับยิ้มไม่ออก ไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด

 

                   “ถ้าฉันเป็นตะวัน ฉันก็คงเสียใจเหมือนกันจ๊ะ

 

                   ทานตะวันปล่อยให้น้ำตารินไหล อุษาราตรีไม่มีถ้อยคำปลอบโยน เธอมีเพียงแค่อ้อมแขนที่คอยโอบกอดทานตะวันเท่านั้น การสูญเสียคนที่รักไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกให้คนสูญเสียทำใจยอมรับหรือว่ายิ้มรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การร้องไห้คือการปลดปล่อยความเศร้า และเมื่อหยดน้ำตาเริ่มแห้งเหือด ทานตะวันก็จะค่อยๆ เข้มแข็งขึ้น

 

                   “หนูคิดถึงยายค่ะ

 

                   “ยายนอมก็คงคิดถึงตะวันเหมือนกันจ๊ะ ตะวัน...เราห้ามความเศร้าไม่ได้ แต่ตะวันต้องดูแลตัวเองด้วยนะจ๊ะ อย่าให้ยายนอมต้องเป็นห่วงหรือว่าเป็นกังวล

 

                   “หนูจะพยายามค่ะคุณผู้หญิง ยายเหนื่อยเพราะหนูมามาก หนูจะต้องพยายามดูแลตัวเองให้ได้

 

                   “ตะวันยังไม่ต้องเข้มแข็งในทันที แต่ตะวันจะต้องไม่อ่อนแอจนทำร้ายตัวเอง เข้าใจไหมจ๊ะ

 

                   อุษาราตรีผละออกห่างเล็กน้อย เมื่อใช้สองมืออ่อนนุ่มของเธอประคองใบหน้าเปรอะเปื้อนด้วยหยดน้ำตาของทานตะวัน

 

                   “หนูเข้าใจค่ะคุณผู้หญิง

 

                   “ตะวันยังมีฉันนะจ๊ะ แล้วก็มีคุณนิคคุณแซม

 

                   ทานตะวันพยักหน้ารับ แต่หัวใจก็ยังห่มคลุมด้วยความเศร้า เหมือนเฆมหมอกที่ต้องการเวลาบรรเทา เมื่อเฆมหมอกแห่งความเศร้าผ่อนคลาย เธอก็จะค่อยๆ เข้มแข็งขึ้น แต่ความรู้สึกสูญเสียในวันนี้จะประทับอยู่ในใจของทานตะวัน ไม่ทางที่หญิงสาวจะลืมความรู้สึกในวันนี้ไปได้

 

                   “ฉันจะไม่ทอดทิ้งตะวันหรอกนะจ๊ะ

 

                   คำมั่นที่อุษาราตรีมอบให้มันยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับสาวน้อยที่เคว้งคว้างเหลือตัวคนเดียว และก็เป็นอุษาราตรีกับสามีหนุ่มรุปงามของเธอที่คอยเป็นธุระจัดการเรื่องงานศพของยายนอมให้กับทานตะวัน โดยมีนิคเป็นคนรับคำสั่งและคอยจัดการจนกระทั่งงานศพเสร็จเรียบร้อย  

 

*************************************

                   ทิวทัศน์เบื้องหน้าไม่ได้รับความสนใจจากนิค นิโคลัส คีธเวนสัน ชายหนุ่มนั่งตัวตรงอยู่บนม้านั่งตัวยาวภายในสวนสาธารณะใกล้กับบ้านหลังน้อยของทานตะวัน นิคกำลังใช้ความคิดอย่างรอบคอบเพื่อประกอบการตัดสินใจหลังจากที่เขาถูกเจ้านายหนุ่มเรียกตัวเข้าไปพบ

 

                   ฉันกำลังคิดถึงเรื่องที่อาจเป็นไปได้ เมื่อไม่มียายนอม ทานตะวันอาจตัดสินใจทำเรื่องบางอย่างที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

 

                คำพูดของอัลดินยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในความคิดของนิคครบถ้วนทุกประโยค เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทานตะวันกับรัซเซล ซึ่งเขาได้รับหน้าที่ให้สืบหาความจริงยังไม่ทันเริ่มต้น แม่สาวน้อยนางนั่นก็ต้องเผชิญหน้ากับการสูญเสียครั้งใหญ่ นิคประมาทไม่ได้ เพราะเมื่อไม่มียายนอมให้ต้องห่วงใย หากทานตะวันกำลังคบหากับรัซเซลจริง เธออาจตัดสินใจได้ง่ายดายขึ้น

 

                   ตัดสินใจเพื่อหลบหนี

 

                ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงเรียบเฉย แต่เขาทราบดีว่าตัวเองกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อย่างหนัก วิธีการที่จะรั้งเธอไว้ข้างกายและทำให้เขามีโอกาสจับตาดูเธออย่างใกล้ชิดก็ใช่ว่าจะมืดมนเสียทีเดียว มันยังพอมีทาง เจ้านายหนุ่มรวมถึงนิคกับแซมคิดถึงวิธีการเดียวกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนิคเป็นสำคัญ

 

                   “ไม่มีทางเลือกสินะ

 

                   นิคสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ชายหนุ่มยังคงอยู่ในท่วงท่าเดิม แต่ประสาทสัมผัสของร่างกายกลับสั่งการให้เตรียมพร้อมรับมือกับบางอย่าง ชายหนุ่มได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ จนกระทั่งรองเท้าส้นเตี้ยสีขาวก้าวเข้ามาอยู่ในระยะสายตา

 

                   “ขอโทษที่รบกวนนะคะคุณนิค

 

                   ชายหนุ่มผ่อนคลายร่างกายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือทานตะวัน หญิงสาวก้มหน้าระหว่างที่พูดกับเขา เธอไม่อยากรบกวนนิค แต่เขาเป็นที่พึ่งเดียวซึ่งยังคงอยู่ใกล้ชิด ก่อนหน้านั้นทานตะวันยังมีอุษาราตรี แซม และคนของวิกทอรีกรุ๊ปที่มาช่วยเธอเรื่องจัดงาน ในบ้านหลังน้อยไม่เงียบเหงาจนอ้างว้างเมื่อมีสาวใช้จากคฤหาสน์ของอัลดินมาช่วยงานและพักอยู่ในบ้านของเธอ

 

                   วันนี้บรรยากาศแตกต่างออกไป ทุกคนเดินทางกลับเพราะต่างก็มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เหลือนิคเพียงคนเดียวที่ยังคงอยู่ เธอไม่ได้กลัวที่จะต้องอยู่ในบ้านหลังนั้นคนเดียว แต่มันเงียบเหงาจนเธอคอยแต่จะซึมเศร้าอยู่เรื่อย ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพความทรงจำเกี่ยวกับยายนอม เธอถึงยอมเสียมารยาทตามนิคมาถึงสวนสาธารณะ

 

                   “นั่งก่อนสิ

 

                   ทานตะวันรีบขยับตัวเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งตัวยาว ชายหนุ่มนั่งชิดมุมด้านขวา เธอนั่งชิดมุมด้านซ้าย พื้นที่ตรงกลางคือระยะห่างที่ทานตะวันนึกสงสัยว่าจะมีสักวันไหมที่ระยะห่างนั้นอาจเลือนหายไป หญิงสาวไม่กล้าหันไปมองชายหนุ่ม แค่ได้นั่งอยู่กับเขาบนม้านั่งตัวเดียวกับเขา โดยไม่ถูกชายหนุ่มไล่ตะเพิด ทานตะวันก็พึงพอใจจนไม่อยากรบกวนเขา

 

                   เมื่อนิคเลือกที่จะนั่งเงียบ ทานตะวันก็ปิดปากเงียบเช่นเดียวกัน หญิงสาวประสานมือไว้บนตัก ใบหน้าก้มต่ำเล็กน้อย กลิ่นกายของนิคอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เธอไม่ทราบว่าเป็นกลิ่นของอะไร แต่กลิ่นกายของเขาทำให้เธอรู้สึกสบายใจ เป็นกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้านและสดชื่น หอมกว่ากลิ่นตัวของเธอด้วยซ้ำ

 

                   การปรากฎตัวของเธอทำให้นิคลำบากใจหรือเปล่า ทานตะวันทราบว่าเป็นการเสียมารยาทที่เธอตามนิคมายังสวนสาธารณะ โดยที่ชายหนุ่มอาจไม่ต้องการคนรบกวน ทานตะวันกำลังอยู่ในช่วงเวลาเคว้งคว้าง หญิงสาวก็โหยหาหลักยึดพึงพิงเหมือนคนไม่รู้จักพอ และเธอก็ทราบดีว่าเธอต้องการอ้อมแขนของนิคอย่างหน้าไม่อาย

 

                   นิคเป็นคนพูดน้อย การที่เขาไม่พูด ก็ไม่ได้หมายความว่าชายหนุ่มจะไม่รู้สึกรำคาญเธอ ทานตะวันเป็นคนเลือกที่จะมาที่นี่ ความคิดสับสนของเธอครอบงำความสุขเมื่อสักครู่ที่เพิ่งเกิดขึ้นจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง เธอเป็นบ้าอะไรไปแล้ว ถึงเธอจะอยู่ในช่วงที่กำลังเสียใจ แต่ใช่ว่าจะสามารถใช้ความเสียใจของตัวเองบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น

 

                   ทำไมเราถึงได้ทำตัวย่ำแย่แบบนี้นะ

 

                ทานตะวันกำมือเข้ากับกระโปรงสีขาวยาวจรดข้อเท้าที่เธอสวมอยู่ เธอกำมือแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความเครียดสะสมเพิ่มเติมขึ้นอยู่ภายในใจ เธอไม่อยากอยู่ห่างจากเขา ไม่ปราถนาที่จะกลับไปนั่งซึมเศร้าอยู่ในบ้านหลังน้อยที่กลายเป็นบ้านหลังใหญ่เหลือเกินเมื่อเหลือเธอเพียงคนเดียว แต่เธอก็ควรมีความเกรงใจมอบให้นิค

 

                   “ขะ...ขอโทษค่ะคุณนิค!”

 

                   หญิงสาวลุกพรวดขึ้นยืนแถมยังกล่าวตะกุกตะกักขอโทษชายหนุ่มเสียงดัง นิคไม่ได้ตกใจ ชายหนุ่มเพียงแค่หันไปมองหญิงสาวแล้วก็เลื่อนสายตาขึ้นไปยังใบหน้าเนียนใสที่ยังคงมีร่องรอยความเศร้าปกคลุมชัดเจน

 

                   “มีอะไรครับ

 

                   ทานตะวันหมุนตัวหันไปมองชายหนุ่ม หญิงสาวประสานมือไว้ด้านหน้า ก้มใบหน้าลงเล็กน้อยราวกับต้องการยืนสารภาพผิดที่เธอรบกวนเวลาของเขา

 

                   “หรือว่ามีเรื่องทำให้คุณตกใจ

 

                   ชายหนุ่มหันไปมองรอบบริเวณ แต่ก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากเขาและเธอ ทานตะวันส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังคงก้มหน้างุดอยู่แบบนั้น

 

                   “นะ...หนู

 

                   “คุณโตแล้วนะทานตะวัน

 

                   หญิงสาวปิดริมฝีปากเข้าหากัน เธอพูดยังไม่ทันจบประโยค เสียงเย็นชาราบเรียบของนิคก็กล่าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน เธอกำลังถูกเขาตำหนิใช่หรือเปล่า

 

                   “คุณควรเลิกแทนตัวเองกับผมหรือกับใครก็ตามด้วยคำว่าหนู มันไม่เหมาะกับอายุของคุณ

 

                   “หนู...เอ่อ...ฉะ...ฉัน...ตะ...ตะวัน ตะวันขอโทษค่ะ

 

                   ทานตะวันอึกอัก เหมือนลังเลไม่ทราบว่าจะใช้คำแทนตัวแบบไหนกับชายหนุ่ม แต่ในที่สุดเธอก็เลือกที่จะใช้ชื่อของตัวเองพูดกับเขา

 

                   “แทนตัวเองว่าตะวันได้ไหมคะคุณนิค

 

                   หญิงสาวถามเสียงแผ่วราวกับไม่มั่นใจนักว่าจะเป็นที่ถูกใจของอีกฝ่ายหรือเปล่า นิคพยักหน้าตอบรับ แต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าเธอคงมองไม่เห็น เมื่อเจ้าตัวเอาแต่ก้มหน้างุดอยู่แบบนั้น

 

                   “ได้ครับ

 

                   “ขอบคุณค่ะคุณนิค

 

                   บทสนทนาระหว่างเธอกับเขามันช่างประหลาดสิ้นดี เมื่อใกล้ชิดกับนิค หญิงสาวมักจะประหม่าไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอไม่อาจแสดงออกถึงอุปนิสัยที่ร่าเริงช่างพูด ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทานตะวันเคยพูดจาเจื้อยแจ้วกับเขา จนกระทั่งหญิงสาวรู้ตัวนั่นแหละว่าเธอชอบเขา ความชอบเหมือนเป็นกำแพงที่ทำให้เธอเขินอายและไม่มั่นใจในตัวเอง

 

                   “เมื่อสักครู่คุณมีอะไรจะพูดกับผมครับ

 

                   “ตะ...ตะวัน ไม่อยากรบกวนคุณนิค หนู...เอ่อ...ตะวัน ตะวันหมายถึงตะวันจะขอตัวกลับบ้านก่อนค่ะคุณนิค

 

                   เสียงหวานละมุนของเธอสั่นเล็กน้อย ความมั่นใจเวลาเผชิญหน้ากับนิคซึ่งน้อยอยู่แล้วเหมือนจะยิ่งถดถอยจนเจ้าตัวแทบควบคุมตัวเองไม่ได้

 

                   “แต่ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ นั่งลงก่อนสิ

 

                   “คุยกับตะวันเหรอคะ?

 

                   ร้อยวันพันปีนิคเคยอยากคุยกับเธอด้วยอย่างนั้นเหรอ วันที่เขามีเรื่องอยากคุย เธอควรดีใจหรือว่าเสียใจดี ครั้งล่าสุดที่นิคเดินทางมาหาเธอเพื่อพูดคุยด้วย ชายหนุ่มมาเพื่อบอกให้เธอทราบว่าเขาต้องเดินทางไปต่างประเทศ หรือว่าคราวนี้จำนวนวันที่เขาจะต้องอยู่ห่างไกลถึงอเมริกาจะต้องเพิ่มขึ้นอีก

 

                   ถ้าคุณยอมเงยหน้าขึ้น คุณก็จะมองเห็นว่าไม่มีใครอื่นอีกนอกจากคุณกับผม

 

                   นิคถือว่าเป็นการเสียมารยาทที่หญิงสาวไม่ยอมแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา ทานตะวันรีบเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้น แต่เพราะเธอยืนอยู่ แทนที่จะคงระดับสายตาที่ใบหน้าของชายหนุ่ม หญิงสาวกลับดึงใบหน้าตั้งตรงจนทิศทางการมองเลยศีรษะของนิค

 

                   “ตะวันต้องคุยกับคุณจริงๆ ใช่ไหมคะ

 

                   ทำไมหัวใจถึงได้หวาดกลัวขนาดนี้ กลัวที่จะต้องพูดคุยกับนิคจนใจหวิว ทานตะวันเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เธออยากวิ่งหนีออกไปจากที่นี่เสียแล้วสิ

 

                   ต้องคุยครับ เชิญนั่งครับทานตะวัน

 

                   หญิงสาวรีบเบี่ยงตัวนั่งลงทันทีเหมือนเธอเป็นลูกน้อยแล้วนิคเป็นเจ้านายที่มีสิทธิ์ออกคำสั่งโดยที่เธอไม่อาจปฏิเสธ

 

                   “ผมมีคำถาม คุณไม่จำเป็นต้องตอบทันที แต่ผมอยากให้คุณนำกลับไปคิดให้รอบคอบ

 

                   ทานตะวันพยักหน้างึกงักรับรู้ เมื่อเธอนั่งลงหญิงสาวก็ก้มหน้าลงมองมือตัวเองไม่ยอมหันมามองคู่สนทนาเหมือนเดิม นิคเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหันไปมองสาวน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มอีกฝั่งของม้านั่งตัวยาว

 

                   “แต่งงานกันไหมทานตะวัน

 

                   ทานตะวันพยักหน้างึกงัก ก่อนที่หญิงสาวจะดึงใบหน้าขึ้นตั้งตรงและหันไปมองนิคทั้งตัว ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้าง มือข้างหนึ่งจับเข้ากับขอบของม้านั่งตัวยาว ออกแรงบีบเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ฝันไป มันจะเป็นความจริงได้ยังไงกัน เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเป็นเรื่องจริงเด็ดขาด

 

                   ผู้ชายในฝันของเราแต่งงาน!’

 

                ทานตะวันพูดไม่ออก เครื่องหมายคำถามนับร้อยนับพันจู่โจมบุกรุกเข้าสู่สมองของเธอจนหญิงสาวมึนงง นอกจากตอบเขาไม่ได้ ร่างกายยังแข็งทื่อไม่อาจขยับ ทำได้เพียงกระพริบเปลือกตามองเขาปริบๆ เหมือนคนไร้สติปัญญาที่ไม่ทราบจะทำอะไรดีกว่าไปนั้น

 

                   แต่งงานกันไหมทานตะวัน?

 

                คำพูดประโยคนั้นเป็นคำถามที่ออกมาจากริมฝีปากของนิคจริงๆ ใช่หรือเปล่า เธอไม่ได้หูฝาดฟังผิดไปจริงๆ ใช่ไหม

 

                   “ถ้าหากคุณไม่รังเกียจก็กรุณาแต่งงานกับผม

 

                   คำพูดคำจาของนิคช่างสุภาพ ทว่าน้ำเสียงของเขากลับปราศจากความอบอุ่นอย่างสิ้นเชิง ทานตะวันแน่ใจแล้วว่าเธอไม่ได้หูฝาด หรือว่าสติฟั่นเฟือนคิดไปเอง นิคกำลังขอเธอแต่งงาน และชายหนุ่มก็กำลังรอคอยคำตอบจากเธอ!

 

                   “คะ...คุณนิค

 

                   ทานตะวันเผลอตัวยกมือขึ้นตวัดปลายนิ้วชี้ไปหาชายหนุ่ม ริมฝีปากของเธอขยับขึ้นลง แต่ก็ไม่สามารถกล่าววาจาอะไรออกมาได้มากกว่านั้น

 

                   “ครับผม

 

                   นิคตอบรับ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองเธอ ผู้ชายที่นั่งทำหน้าไร้อารมณ์อยู่ตรงนี้ เพิ่งขอเธอแต่งงานไปเมื่อสักครู่ใช่หรือเปล่า ทานตะวันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม

 

                   “คะ...คุณนิค

 

                   “ครับผม

 

                   เมื่อเธอเรียกเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มก็ยังใจเย็นเอ่ยปากขานรับ ทานตะวันรู้ตัวว่าเธอเสียมารยาท แต่มือของหญิงสาวก็แข็งค้างอยู่แบบนั้น เธอกำลังชี้หน้าผู้ชายในฝันของเธอ ซึ่งมันเป็นกิริยาที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย แต่เธอก็กำลังตกใจนี่นา แล้วตอนนี้ถึงแม้ดวงตาจะเลื่อนลงไปมองนิ้วเจ้ากรรม และใช้สายตาเขม่นสั่งให้มันลดระดับลง แต่เจ้านิ้วจอมดื้อก็ไม่ยอมทำตามคำสั่งในใจของเธอ

 

                   “ตะ...ตะวัน ฉะ...ฉัน...”

 

                   หญิงสาวกลายสภาพเป็นเหมือนกับหุ่นยนต์ที่ระบบการควบคุมคงประสบกับปัญหา คำพูดของเธอถึงฟังไม่ได้ศัพท์เอาเสียเลย

 

                   “เราจะคุยกันรู้เรื่องไหม

 

                   หญิงสาวกระพริบตาปริบๆ มองชายหนุ่ม นิคเองก็เบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหันมามองเธอทั้งตัว เขาต้องการคำตอบจากเธอเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ทานตะวันส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อได้ยินคำถามของนิค ตอนนี้สมองของเธอเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ ระลึกได้เพียงแค่คำขอแต่งงานของนิคที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา เธอคงไม่สามารถพูดกับชายหนุ่มให้รู้เรื่องภายในวันนี้ได้อย่างแน่นอน

 

                   “ไม่รู้เรื่อง?

 

                   ทานตะวันพยักหน้างึกงักตอบรับ หญิงสาวก้มหน้าลงต่ำเพื่อมองมือตัวเองแทนการมองใบหน้าคมคายของนิค ซึ่งมันจะยิ่งรบกวนสติของเธอให้ยิ่งกระเจิดกระเจิง หญิงสาวไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะได้ยินสคำถามนี้จากปากของนิค เธอมีแผนการที่จะคอยแอบมองเขา เฝ้ารอคอยเขา และก็คงได้แต่เป็นฝ่ายคิดถึงชายหนุ่มอยู่เพียงข้างเดียว แต่ถึงเธอจะตื่นตระลึงกับคำขอแต่งงานของเขา ทานตะวันก็ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่เล็กน้อย

 

                   คุณนิคไม่ได้รักเรา

 

                นิคอาจมีเหตุผลร้อยแปดในการขอเธอแต่งงาน แต่เหตุผลของเขาคงไม่มีความรักหรือความรู้สึกชอบพอรวมอยู่ด้วย ทานตะวันเชื่อว่านิคไม่ได้เกลียดเธอ แต่เขาก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอมากไปว่าการมองเธอเป็นคนรู้จักคนหนึ่งเท่านั้น แต่ถึงแม้เธอจะล่วงรู้ ทว่าทานตะวันก็ทราบดีอีกนั่นแหละ ว่าการตัดสินใจของเธอมันกำลังวิกฤตและหายนะเข้าขั้นรุนแรง

 

                   เธอไม่ต้องการขบคิดอะไรอีกแล้วที่ทำให้สมองต้องทำงานหนัก ทานตะวันต้องการตอบรับคำขอแต่งงานของนิค ไม่ว่าเขาจะเลือกเธอด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่โอกาสแบบนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และเมื่อถามใจตัวเอง หญิงสาวก็มีเพียงแค่เขาเท่านั้น มันเป็นเรื่องยากเหลือเกินเมื่อคิดถึงคำตอบปฏิเสธ คำตอบแบบนั้นไม่เท่ากับเป็นการตัดขาดนิคออกไปจากชีวิตหรอกหรือ หากเธอเพิกเฉยต่อคำขอแต่งงานของชายหนุ่ม นิคอาจจะยิ่งอยู่ห่างจากเธอออกไปอีก

 

                   การแต่งงานที่ไม่มีความรักจะเป็นยังไงหนอ

 

                นิคไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว เมื่อทานตะวันนิ่งเงียบ ชายหนุ่มก็ปล่อยให้เธอนั่งคิดไม่ปริปากรบกวน หญิงสาวกำลังครุ่นคิดถึงเหตุผลรองรับมากมาย เพื่อฉุดรั้งให้ตัวเองตัดสินใจอย่างรอบคอบ

 

                   ความรอบคอบคืออะไร ตอนนี้เราสะกดมันเป็นหรือเปล่า

 

                ลิ้นของเธอมันกระดก ราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง มันต้องการที่จะให้ริมฝีปากของเธอเผยออก เพื่อที่มันจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการออกเสียงตอบตกลงกับคำแต่งงานที่เธอคงมีโอกาสได้ยินมัเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

 

                   จะเป็นงานแต่งงานที่ไม่มีความรักได้ยังไง ในเมื่อเรารักเขา รักจนหมดหัวใจ

 

                ทานตะวันไม่เคยมีสายตาไว้มองใครอื่นอีกนอกจากนิค โลกสีชมพูของเธอมีผู้ชายชื่อนิคครอบครอง เธอมีจินตนาการหลากหลายเกี่ยวกับเรื่องของเขา ถึงแม้ตัวจริงของชายหนุ่มจะเย็นชาต่อเธอประดุจภูเขาน้ำแข็งก็ตาม ทานตะวันมีความสุขน้อยนิดจากโลกจินตนาการที่เธอเฝ้าฝันถึงชายหนุ่มตามลำพัง ถึงแม้เขาจะไม่รักเธอ แต่นิคก็ยังไม่รักใคร หญิงสาวหล่อเลี้ยงหัวใจดวงน้อยด้วยคำพูดประโยคนี้เสมอ

 

                   “คุณนิค

 

                   “ครับผมนิคเฝ้ามองเธออยู่ตลอดเวลาใช่หรือเปล่า เพราะชื่อของชายหนุ่มดังผ่านริมฝีปากของททานตะวันแผ่วเบาเหลือเกิน ทว่าเขาก็ยังได้ยินและตอบรับคำเรียกขานจากเธอ

 

                   “ถ้าเราแต่งงานกัน เราจะได้อยู่ด้วยกันไหมคะ

 

                   ทานตะวันนึกสงสัยว่าหากเธอตอบรับคำขอแต่งงานจากนิค เธอจะต้องอาศัยอยู่ที่นี่ตามลำพังหรือเปล่า หญิงสาวยังคงรู้สึกเปล่าเปลี่ยวและเหงา รวมไปถึงความคิดถึงโหยหาบุคคลที่จากไป แต่เธอก็เพียรพยายามที่จะบอกกับตัวเองว่าเธอต้องปล่อยวาง หากเธอยังเฝ้าแต่ร่ำไห้คิดถึงยายนอม ยายนอมก็คงนอนหลับไม่สนิท ถึงแม้ตอนกลางคืนทานตะวันมักจะซบหน้ากับหมอนและปล่อยให้น้ำตารินไหลอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรู้สึกผิด แต่เธอก็เข้มแข็งได้เท่านี้จริงๆ ร้องไห้ตอนกลางคืนฝืนยิ้มในตอนกลางวัน

 

                   ทานตะวันไม่อยากใช้คำว่าตาย แม้จะเป็นการหลอกตัวเอง แต่คำคำนั้นมันฟังดูรุนแรงต่อความรู้สึกของเธอเกินไป หญิงสาวเลือกที่จะบอกกับตัวเองว่ายายนอมกำลังหลับใหล เพียงแต่การหลับของยายนอมแตกต่างจากเธอ คือท่านจะไม่มีวันลืมตาขึ้นมาอีก แต่ก็เป็นเรื่องดีเมื่อยายนอมที่ทำงานหนักเหน็ดเหนื่อยสายตาตัวแทบขาดมาทั้งชีวิต และเพิ่งจะได้ลิ้มรสความสุขสบายตอนพบกับอุษาราตรี ท่านจะได้พักผ่อนอย่างจริงจังเสียที

 

                   “สามีภรรยาก็ต้องอยู่ด้วยกัน

 

                   “คุณนิคจะมาอยู่กับตะวันเหรอคะ

 

                   “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ในระหว่างที่รอคุณเรียนจบ แต่ผมอาจต้องไปๆ มาๆ เพราะผมมีงานต้องรับผิดชอบ

 

                   การเฝ้ามองทานตะวันก็เป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญซึ่งนิคต้องรับผิดชอบ ใบหน้าใสซื่อของเธอ ดวงตากลมโตใสแจ๋ว บริสุทธิ์ไร้เดียงสาเสียจนใครก็คงคาดไม่ถึงว่าเธอจะรู้จักกับกลุ่มบุคคลอันตราย หญิงสาวอาจไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใครและคบหากับคนกลุ่มนั้นอย่างบริสุทธิ์ใจ หรือเธออาจรู้แต่เลือกที่จะทำตัวใสซื่อเพื่อใกล้ชิดกับพวกเขาและรายงานความเคลื่อนไหวของพวกเขาให้คนกลุ่มนั้นรับทราบ

 

                   นิคตั้งข้อสมมติฐานขึ้นมาเป็นข้อๆ ในระหว่างที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ สมมติฐานทุกข้อล้วนมีความสำคัญ เป็นหน้าที่ของนิคต้องค้นหาคำตอบ ทานตะวันเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ มันคงจะดีถ้าหากหญิงสาวใสซื่อบริสุทธิ์จริงเหมือนกับรูปร่างหน้าตาและบุคลิกที่เธอแสดงออก เพราะหากเธอเสแสร้งแกล้งทำตัวเป็นสาวใส แต่กลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ วิธีการจัดการกับเธอก็คงมีไม่กี่วิธีเท่านั้น

 

                   “เราจะได้อยู่ด้วยกันจริงเหรอคะคุณนิค

 

                   “ถ้าเราเป็นสามีภรรยากันครับ

 

                   ทานตะวันก้มหน้าลง ถึงแม้ในใจของเธอจะมีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น แต่ะเมื่อจะเอ่ยปากบอกออกไป เธอก็ยังรู้สึกอึกอักจนพูดไม่ออก

 

                   “ขอโทษค่ะคุณนิค

 

                   “หมายความว่าคุณปฏิเสธ?

 

                   ทานตะวันส่ายหน้า นิคขมวดคิ้วกับคำตอบและปฏิกิริยาของเธอซึ่งดูเหมือนจะสวนทางกันจนชายหนุ่มเริ่มงุนงง

 

                   “ตะวันต้องขอโทษคุณ เพราะตะวันอยากตอบรับคำขอแต่งงานจากคุณมาก

 

                   “ทำไมต้องขอโทษ?

 

                   “เพราะตะวันไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับตะวัน ตะวันมีคำถามแต่ฉันก็คิดไม่ออกค่ะ ตะวันเลยอยากขอโทษคุณล่วงหน้า ถ้าหากว่าคุณไม่ได้เต็มใจที่จะขอตะวันแต่งงาน

 

                   ทานตะวันเหมือนจะซื่อบื้อแต่ก็ไม่ซื่อบื้อ คำพูดที่เธอกล่าวออกมากระทบกับความคิดของนิคเข้าอย่างจัง แต่ชายหนุ่มก็ยังคงแสดงออกอย่างสุขุมลุ่มลึกเหมือนเดิม

 

                   “ไม่ต้องขอโทษหรอกทานตะวัน

 

                   “ตะวันตอบรับได้ใช่ไหมคะ

 

                   “คุณมีสิทธิ์นั้นอย่างเต็มที่

 

                   ในเมื่อเธอเป็นผู้หญิงที่เขาขอแต่งงาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทานตะวันก็ย่อมต้องมีสิทธิ์ในการตอบรับอย่างเต็มที่ หญิงสาวมองเข้าไปในดวงตาของนิค เธออ่อนด้อยประสบการณ์ในการอ่านใจคนจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้มากกว่าลูกตาคมกริบงดงามแต่ทว่าเย็นชาของเขา หรือต่อให้เธอมีความเชี่ยวชาญด้านการอ่านใจคน แต่กับนิคเธอจะสามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้จริงเหรอ เมื่อชายหนุ่มเก็บซ่อนมันเอาไว้อย่างมิดชิด

 

                   “ตะวันสับสนมากเลยค่ะ

 

                   “คุณยังมีเวลาคิดคำตอบ

 

                   ทานตะวันส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ ไม่รู้ว่าเธอกำลังบอกตัวเองหรือว่าบอกนิคกันแน่ ชายหนุ่มใช้สายตาของเขาจับจ้องมองเธอ เขาเห็นประกายความรู้สึกหวาดหวั่นในดวงตาใสพิสุทธิ์คู่นั้น ดวงตาที่มองเขาอย่างเทิดทูนและหลงใหล นิคเลือกที่จะดึงใบหน้ากลับ พร้อมหมุนตัวหันกลับไปนั่งตัวตรงเหมือนเดิม การมองทานตะวันทำให้ชายหนุ่มถูกรบกวนเล็กน้อย

 

                   เรากำลังหลอกเด็กอยู่หรือเปล่า

 

                ดวงตาใสซื่อของทานตะวัน ความรู้สึกผ่านดวงตาของเธอมันชัดเจนถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาอย่างที่นิคไม่คาดคิดว่าจะได้รับ ชายหนุ่มไม่เคยมองเธออย่างลึกซึ้ง เขาเห็นเธอเป็นยายเด็กทานตะวันมอมแมม ไม่ได้ใส่ใจว่าเธอกำลังเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว และหญิงสาวก็มองเธอเหมือนอย่างสตรีที่มองบุรุษซึ่งเธอมีใจมอบให้

 

                   “ถ้าตะวันกลับไปคิด ตะวันก็จะยิ่งสับสน

 

                   “งั้นก็แสดงว่าคุณยังไม่พร้อมสำหรับการแต่งงาน

 

                   “แต่ตะวันไม่อยากเสียคุณนิคไป

 

                   หญิงสาวตอบออกไปแล้วก็รีบยกมือขึ้นปิดริมฝีปากของตัวเอง เธอกลัวความสูญเสีย หญิงสาวทราบว่านิคยังไม่มีกำหนดเดินทางกลับมาประจำอยู่ประเทศไทย เมื่อเสร็จงานศพของยายนอม ทานตะวันก็เตรียมใจรับความอ้างว้าง แต่เธอก็ทำมันได้ไม่ดีนัก การได้มองเห็นนิค แม้ปราศจากความอ่อนโยนจากชายหนุ่มคอยโอบอุ้ม แต่สำหรับเธอการได้มองเขาเพียงข้างเดียว ก็ทำให้เธอมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับความเงียบเหงา

 

                   “ตะวันพูดจาไม่รู้เรื่องเลยใช่ไหมคะ คุณนิครำคาญตะวันไหมคะ

 

                   “ไม่ครับนิคไม่มีเวลาใกล้ชิดกับสุภาพสตรีนัก แต่ชายหนุ่มก็ยอมรับว่าเขามีช่วงเวลาของบุรุษที่ต้องพัวพันกับสุภาพสตรีอยู่บ้าง แต่สตรีสาวเหล่านั้นก็เป็นเพียงคนที่ผ่านเข้ามาและผ่านออกไปเหมือนสายลมที่แวะมาพัดผ่านเรือนกายของชายหนุ่มเท่านั้น เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์จริงจังกับผู้หญิงคนไหน หากทานตะวันตอบรับคำขอแต่งงาน เธอก็จะเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาต้องจริงจังด้วย

 

                   “คุณนิคค่ะ ตะวันอาจเป็นบ้าไปแล้ว แต่ตะวันอยากแต่งงานกับคุณค่ะ

 

                   ทานตะวันเงยหน้าขึ้นและนิคก็ยอมหันมามองสบตากับเธอ ทั้งคู่ปิดปากเงียบอยู่แบบนั้น จนกระทั่งหญิงสาวเป็นคนเอ่ยปากออกมา ใบหน้าของทานตะวันร้อนผะผ่าว พวงแก้มของเธอคงอาบไว้ด้วยจุดสีแดงเล็กๆ จนแดงก่ำ ทว่าความมืดของรัตติกาลก็คงช่วยปกปิดร่องรอยความเคอะเขินที่กำลังเกิดขึ้น เธอคงต้องยอมเสี่ยงกับเขา หากเธอไม่ยอมเสี่ยงและถอยหนีจากนิค ทานตะวันก็คงไม่มีโอกาสได้เดินกลับเข้าไปในชีวิตของชายหนุ่มอีกเป็นครั้งที่สอง เธอยอมปล่อยมือจากโอกาสที่เขาหยิบยื่นให้ในครั้งนี้ไม่ได้ เธอต้องการใกล้ชิดกับนิคสุดหัวใจ ขอแค่ได้ใกล้เขาแม้เพียงร่างกายเธอก็ยินดี

*************************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

                  

 

                  

 

                                      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น