บอดี้การ์ดสะดุดรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,231 Views

  • 198 Comments

  • 589 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    48,231

ตอนที่ 6 : บทที่ 1 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 มิ.ย. 59

บทที่ 1 (2)

เออสิเอ็งนั่นแหละผิด จำไว้นะเอ็งต้องเชื่อฟังพ่อนิคพ่อแซมเขา เพราะเขาเป็นเหมือนตัวแทนของคุณหนูอุ้ยอ้าย ถ้าเอ็งเชื่อฟังพ่อนิคกับพ่อแซมมันก็เหมือนเอ็งเชื่อฟังคุณหนูอุ้ยอ้ายนั่นแหละ รีบไปได้แล้ว ยึกยักเสียเวลาของพ่อนิคเขา

 

                        “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณยาย ผมจะให้คนของผมอยู่เป็นเพื่อน มีอะไรก็เรียกได้นะครับพวกเขารออยู่ข้างนอกครับ

 

                        “จ้ะพ่อคุณ

 

                        ยายนอมนั่งเอนตัวอยู่บนโซฟาแบบนั้น ในขณะที่ทานตะวันก็ลุกขึ้นอย่างมึนงง เมื่อเธอกลายเป็นคนเรื่องมากจนกระทั่งถูกยายนอมเอ็ดเขา

 

                        “เชิญครับ

 

                        นิคผายมือเชิญให้เธอเดินนำออกไปจากห้องรับแขก ด้วยความมึนงงทานตะวันก็เลยขยับตัวเดินออกไปที่บริเวณหน้าบ้าน ส่วนด้านหน้าของตัวบ้านมีกระถางปลูกดอกไม้เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบประดับตกแต่งเอาไว้สี่กระถาง พร้อมกับตุ๊กตาดินปั้นรูปเด็กน้อยตัวกลมยิ้มกว้าง เพื่อจัดเป็นมุมนั่งเล่นเล็กๆ ลูกน้องของนิคนั่งตัวตรงหน้านิ่งอยู่บนม้าหินอ่อนและขยับตัวลุกขึ้นเมื่อเห็นทานตะวันเดินนำหน้าชายหนุ่มออกมา

 

                        “ฉันจะไปธุระกับคุณทานตะวันสักหนึ่งชั่วโมง นายอยู่เป็นเพื่อนคุณยาย ฉันขับรถเอง

 

                        “ครับคุณนิค

 

                        ชายหนุ่มผู้นั้นส่งกุญแจรถให้นิค ชายหนุ่มรับมาถือไว้และเดินไปรอทานตะวันที่รั้วบ้าน เขาเปิดประตูรั้วที่มีความสูงถึงเพียงแค่หน้าอกของเขาให้เธอเดินไปก่อน และตามไปเปิดประตูรถยนต์ให้ทานตะวัน ซึ่งสาวน้อยก็ถึงกับแก้มแดงระเรื่อ เขาปฏิบัติต่อเธอเหมือนเธอเป็นสุภาพสตรี และนั่นก็ทำให้หัวใจของเธอยิ่งหวั่นไหวมากยิ่งขึ้น

 

                        “ขอบคุณค่ะคุณนิค

 

                        “ครับผม

 

                        นิคจัดการปิดประตูและเดินอ้อมก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ ชายหนุ่มสตาร์ตรถและขับเคลื่อนรถยนต์สัญชาติยุโรปสีดำคันหรูออกไปจากบริเวณหน้าบ้านที่ทานตะวันกับยายนอมอาศัยอยู่ โดยมีสายตาของเพื่อนบ้านใกล้เคียงมองตามอย่างให้ความสนใจ สองยายหลานที่ก็ดูเป็นคนธรรมดาแต่กลับมีรถยนต์ราคาแพงมาจอดที่หน้าบ้านทุกเดือน แถมชายหนุ่มที่พวกเขาเคยเห็นหน้า ยังรูปร่างหน้าตาดีและมาดเฉียบเนี้ยบหรูผิดกับคนที่อาศัยอยู่แถวนี้ลิบลับ

****************************************

 

                        “คุณนิคทราบได้ยังไงคะว่าฉันจะต้องมาซื้อชุดนักศึกษาที่นี่”

 

                        ทานตะวันยังไม่ได้บอกเส้นทาง แต่เมื่อนิคนิ่งเงียบไม่ปริปากพูด หญิงสาวก็ไม่กล้าถามเพราะเกรงว่าจะรบกวนสมาธิของชายหนุ่ม ทว่าเขากลับขับรถตรงมายังตลาดในร่มขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเธอไม่มากนักและใช้เวลาขับรถเพียงแค่สิบนาทีเท่านั้น

 

                        “แถวนี้มีตลาดในร่มที่เป็นเหมือนศูนย์รวมร้านค้าแห่งเดียวนี่ครับ

 

                        ชายหนุ่มเปิดประตูลงจากรถและเพราะไม่ต้องการรบกวนเขา ทานตะวันเลยทำท่าจะเปิดประตูลงมาเอง แต่เพราะเธอไม่มีรถส่วนตัวนั่งมาก่อน และภายในรถยนต์คันนี้ก็มีปุ่มอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมดในความรู้สึกของทานตะวัน แตกต่างจากจักรยานที่เธอใช้ประจำ หญิงสาวเลยไม่กล้าแตะต้องวัตถุต่างๆ ที่อยู่ภายในรถยนต์ และเธอก็รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวอับอายจนแก้มแดงระเรื่อ เธอเปิดประตูรถไม่เป็น!

 

                        เชิญครับคุณทานตะวัน

 

                        “ขอโทษนะคะคุณนิค

 

                        หญิงสาวก้าวลงมาจากประตูรถยนต์ที่ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเปิดให้ นิคจัดการปิดประตูกดล็อกรถยนต์ก่อนจะจับเสื้อสูทเล็กน้อยให้เข้าที่

 

                        “ขอโทษเรื่องอะไรครับ?”

 

                        “ฉันคิดจะเปิดประตูลงมาเองค่ะ ไม่ได้ตั้งใจให้คุณต้องมาบริการฉันหรอกนะคะ แต่ว่าฉันไม่รู้จะเปิดมันยังไงดีค่ะ

 

                        “อ๋อ งั้นเหรอครับ เชิญคุณนำทางผมไปที่ร้านดีกว่านะครับ

 

                        นิคทำท่ารับทราบ เขาไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องรบกวน เพราะถึงอย่างไรนิคก็ต้องดูแลสุภาพสตรีตามมารยาทอยู่แล้ว ทานตะวันต้องบังคับขาของเธอพยายามเดินให้ตรงทางเมื่อชายหนุ่มเดินตามมาทางด้านหลัง คนที่มาซื้อของในตลาดแห่งนี้มีจำนวนมาก และหากนิคไปเดินเคียงข้างทานตะวันก็คงกีดขวางทางเดินของคนอื่น ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเดินตามเรือนกายแน่งน้อยของเธอ

 

                        นิคเดินตัวตรงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นจุดสนใจของคนที่เดินจับจ่ายซื้อของอยู่ในตลาด โดยเฉพาะผู้หญิงที่ยิ้มหวานทิ้งหางตาให้เขาเป็นแถว เพียงแต่นิคไม่สนใจและไม่เข้าใจอาการยั่วยวนนั้น ชายหนุ่มขมวดคิ้วและบอกกับตัวเองว่าผู้หญิงที่อยู่ในชุมชนแห่งนี้ คงเป็นโรคเกี่ยวกับดวงตา เพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นโรคระบาดหรือเปล่า เมื่อหญิงสาวแต่ละคนมักจะทำอาการขยิบตาเล็กตาน้อยใส่เขาในลักษณะอาการเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน

 

                        “ร้านนี้ค่ะคุณนิค

 

                        ทานตะวันหยุดอยู่บริเวณที่เป็นร้านขายเสื้อผ้า ซึ่งมีชุดห้อยโชว์อยู่หน้าร้านไขว้กันไปมาหลายชุด และหลายมุม ไม่ได้แขวนเรียงกันสวยเหมือนกับร้านเสื้อผ้าราคาแพงจนนิคต้องเบี่ยงศีรษะหลบเพื่อเดินเข้าไปในร้าน

 

                        “หนูตะวันมาซื้ออะไรล่ะลูกวันนี้?”

 

                        เจ้าของร้านซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนผิวขาว ดัดผมหยิกติดกับหนังศีรษะจนเหมือนสวมหมวกไว้กลายๆ ยิ้มกว้างทักทายทานตะวัน เพราะร้านนี้จำหน่ายเสื้อผ้าราคาย่อมเยาหลายอย่าง ทั้งชุดนักเรียนนักศึกษา เสื้อผ้าลำลอง และก็มีผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าจำหน่าย ซึ่งสองอย่างหลังนั้นทานตะวันมักจะมาซื้อที่ร้านนี้เป็นประจำเวลาที่ยายนอมต้องเปลี่ยนผ้าถุงหรือว่าเสื้อตัวใหม่

 

                        “หนูมาซื้อเสื้อนักศึกษากับกระโปรงจ้ะป้า

 

                        “เอาแบบสั้นๆ ฟิตๆ ตามสมัยนิยมไหมล่ะนังหนู

 

                        เจ้าของร้านถามเป็นเชิงหยอกเย้า เพราะมีสาววัยรุ่นราวคราวเดียวกับทานตะวันมาซื้อเสื้อผ้าที่ร้านแล้วก็เน้นสั้นๆ ฟิตๆ ตัวเสื้อรัดติ้วเสียจนสวมแล้วกระดุมแทบจะหลุดกระเด็นออกมาจากรังดุม แล้วกระโปรงก็ต้องสั้นแล้วมีผ่าข้างหน้าหลัง ส่วนแบบเรียบร้อยนั่นกลับขายไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

 

                        “จะดีเหรอจ๊ะป้า เดี๋ยวคนมองเขาจะเสียลูกตาเปล่า

 

                        “ของตะวันต้องเสื้อตัวใหญ่ กระโปรงยาวคลุมเข่าใช่ไหม

 

                        ป้าเจ้าของร้านที่ตะโกนคุยกับทานตะวันและหันหลังให้หญิงสาวเพื่อค้นหาเสื้อผ้าตามที่เธอต้องการหอบเอาเสื้อสีขาวและกระโปรงสีดำเต็มอ้อมแขน เจ้าของร้านเห็นแต่ตอนทานตะวันเดินเข้ามา แต่ยังไม่เห็นชายหนุ่มที่ตามหญิงสาวเข้ามาด้วยเพราะหันหลังไปรื้อของเสียก่อน พอหันกลับมาแล้วพบว่าทานตะวันไม่ได้มาคนเดียว รอยยิ้มของเจ้าของร้านก็ยิ่งกว้างขวาง

 

                        “มีผัวแล้วเหรอหนูตะวัน หน่วยก้านใช้ได้ รูปหล่อยังกะดาราระดับพระเอก แต่ถ้าจะพูดให้ถูก พระเอกบางคนยังหล่อไม่ได้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย ตาคม จมูกโด่ง แต่งตัวเนี้ยบ ท่าทางคงร่ำรวยใช่ไหมผัวหนูตะวัน ดีแล้วป้าดีใจด้วยนะตะวัน

 

                        ป้าเจ้าของร้านพูดเสียงดังจนทะลุออกไปด้านนอกร้าน แถมยังสรุปเองเสร็จสรรพ ไม่เปิดโอกาสให้ทานตะวันอธิบาย ชายหนุ่มที่มากับทานตะวันสวมสูทสีดำเต็มยศกระชับพอดีตัว ไม่หลวมโพรกเทอะทะเหมือนเวลาคนแถวนี้จัดงานแล้วพวกผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันไปร่วมงานและขึ้นเวทีไปกล่าวคำแสดงความยินดีเลยสักนิด ทุกอย่างบนเรือนกายของชายหนุ่มมันพอดีกับรูปร่างของเขาราวกับตัดมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ เส้นผมของเขาดกหนาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำตัดกับใบหน้าคมคาย คิ้วเข้ม ตาคม จมูกโด่งขึ้นสันสวยรับกับริมฝีปากได้รูป

 

                        “ไม่ใช่จ้ะป้า คุณนิคเขาไม่ใช่ผัวหนู

 

                        หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มด้านหลัง ใบหน้าของนิคชื้นเหงื่อเพราะอากาศค่อนข้างร้อน ในขณะที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของเขาเหมาะสำหรับการอยู่ในห้องแอร์ วงหน้าคมคายนั้นยังคงเรียบเฉยไม่บ่งบอกความรู้สึก ทว่าทานตะวันกลับรู้สึกเขินจนหน้าร้อนผ่าว

 

                        “ไม่ใช่ผัวหนูแล้วผัวใครล่ะลูก?”

 

                        เมื่อตอนอยู่ในตรอกสลัม ทานตะวันฟังเรื่องผัวๆ เมียๆ และพูดถึงเรื่องแบบนี้ได้อย่างไม่กระดากปาก แล้วก็ไม่ใช่เพราะเธอลืมกำพืดคิดอยากทำตัวดัดจริตขึ้นมา แต่เป็นเพราะคนที่ร่วมฟังคือนิคไม่ใช่คนอื่น หากเป็นคนอื่นทานตะวันก็คงไม่รู้สึกประหม่าและเขินอายแบบนี้

 

                        “ผมยังไม่มีครอบครัวครับ

 

                        นิคเอ่ยปากตอบก่อนที่เจ้าของร้านจะยัดเยียดให้เขาเป็นสามีของผู้หญิงคนอื่นเพิ่มเติม ทานตะวันส่งยิ้มจืดเจื่อนให้ป้าเจ้าของร้าน เพราะนิคพูดเสียงเรียบแถมใบหน้าเคร่งขรึมตามแบบฉบับของเจ้าตัวนั่นกลับทำให้ป้าเจ้าของร้านคิดว่าชายหนุ่มไม่ค่อยพอใจคำพูดของป้า

 

                        “ขอโทษด้วยนะคุณ ฉันไม่เคยเห็นหนูตะวันมากับผู้ชาย ก็เลยคิดว่าคุณเป็นผัวหนูตะวัน

 

                        “ไม่เป็นไรครับ เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงนะครับคุณทานตะวัน

 

                        ชายหนุ่มพลิกข้อมือดูนาฬิกาบนหน้าปัดนาฬิการาคาแพงของเขา เวลาครึ่งชั่วโมงที่เหลือจะต้องถูกตัดไปเป็นเวลาที่ทั้งคู่ใช้เดินทางกลับด้วย เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่าทานตะวันมีเวลาเลือกซื้อเสื้อผ้าเพียงแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น

 

                        “ป้าจ๊ะหนูเอาเสื้อสามตัวกับกระโปรงสามตัวจ้ะ

 

                        ไม่จำเป็นต้องลองเพราะทานตะวันเลือกเสื้อที่ใส่แล้วหลวมสวมสบาย กับกระโปรงอัดพลีทยาวถึงข้อเท้าเอวยางยืด แต่เมื่อจะชำระเงินหญิงสาวกลับตาโตจนดวงตาแทบถลน เธอลืมกระเป๋าสตางค์!

 

                        แย่แล้ว ทำไมถึงได้ซื่อบื้อแบบนี้นะยายตะวัน

 

                        หญิงสาวลูบมือไปตามเรือนกายของเธอ ราวกับว่าจะทำให้กระเป๋าสตางค์มันงอกออกมาได้ นิคขยับไปหยุดยืนด้านหลังทานตะวัน ก่อนจะเป็นคนจัดการเรื่องเสื้อผ้าให้หญิงสาวเพื่อจะได้รีบกลับเสียที

 

                        “จัดมาอย่างละหนึ่งโหลก็แล้วกันนะครับ

 

                        เสื้อกับกระโปรงเพียงแค่สามชุดเธอยังไม่มีปัญญาจ่าย แต่นิคกลับสั่งเพิ่มให้เธอเป็นสิบสองชุดเนี่ยนะ หญิงสาวหันขวับไปมองชายหนุ่ม แต่เขาไม่สนใจมองเธอ นิคหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา จ่ายเงินให้กับป้าเจ้าของร้าน

 

                        “คุณนิค ฉันจ่ายเองได้ค่ะ

 

                        “คุณมีสตางค์เหรอครับ?”

 

                        ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม เขาไม่ได้ดูถูก แต่ก็เตรียมจ่ายค่าเสื้อผ้าให้ทานตะวันอยู่แล้ว เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะยอมรับการอุปการะจากอุษาราตรี ทว่าทานตะวันกลับปฏิเสธที่จะรับเงินรายเดือนก้อนโต และเลือกรับเงินจากอุษาราตรีเพียงแค่ห้าพันบาทสำหรับพอเป็นค่าใช้จ่ายของยายนอม และกันไว้สำหรับจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ส่วนเงินใช้จ่ายประจำวันของเธอหญิงสาวก็เลือกที่จะทำงานพิเศษ อุษาราตรีจำต้องยอมก็เพื่อความสบายใจของทานตะวัน

 

                        “ฉันลืมกระเป๋าสตางค์ค่ะ แต่ติดป้าแกไว้ก่อนแล้วค่อยแวะเอามาให้ก็ได้ แต่ฉันคงซื้อได้แค่สามชุดค่ะ ส่วนที่เหลือก็คงต้องคืน

 

                        “คุณมองไม่เห็นป้ายนั้นเหรอครับ?”

 

                        ทานตะวันมองตามสายตาของนิคไปยังป้ายกระดาษที่แขวนไว้บริเวณประตูร้านด้วยปากกาเมจิก ลายมือโย้ไปเย้มา แต่ก็ยังอ่านเป็นคำได้ว่า ‘สินค้าซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยนคืน

 

                        “แต่ว่าคุณนิคคะ ฉันคิดว่า…”

 

                        “เชิญครับคุณทานตะวัน

 

                        นิคยกมือขึ้นเพื่อมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาอีกครั้ง และนั่นทำให้ทานตะวันจำต้องเดินออกจากร้านโดยไม่ลืมบอกลาเจ้าของร้าน ถึงแม้จะมีป้ายเขียนไว้ แต่ป้าเจ้าของร้านก็มักให้เปลี่ยนคืนสินค้าเสมอ ถ้าหากซื้อไปแล้วใส่ไม่พอดีหรือสินค้ามีปัญหา เพียงแต่หากเธอยังขืนเรื่องมาก มันก็จะยิ่งทำให้นิคต้องเสียเวลา หญิงสาวยื่นมือไปทำท่าจะยกถุงพลาสติกใส่เสื้อกับกระโปรงมาถือเอง แต่นิคก็คว้าไปถือไว้เสียก่อน ใบหน้าของเขานิ่งขรึมคมดุเสียจนทานตะวันใจฝ่อ เธอไม่กล้าทำตัวมีปัญหา รีบหมุนตัวออกเดินไปจากร้านโดยมีชายหนุ่มเดินตามเช่นเดิม

 

                        “ฉันขอโทษด้วยนะคะคุณนิค

 

                        นิคยังคงทำหน้าเฉยเมยต่อคำขอโทษของทานตะวัน เมื่ออยู่ดีๆ หญิงสาวก็กล่าวขึ้นมาในระหว่างที่ชายหนุ่มเปิดประตูรถยนต์ให้เธอ

 

                        “ทำไมต้องขอโทษด้วยครับ?”

 

                        “เพราะฉันทำให้คุณเสียทั้งเวลาแล้วก็เสียสตางค์อีกด้วย

 

                        “ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอโทษนี่ครับ” ทานตะวันเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม แต่เมื่อดวงตามองเข้าไปในดวงตาของนิค หญิงสาวก็ต้องหลุบเปลือกตาลงเพราะไม่กล้ามองตาชายหนุ่มในดวงใจ

 

                        “ผมบอกคุณยายไว้ว่าจะใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เราควรต้องรีบกลับเพื่อไม่ให้ท่านเป็นห่วง ส่วนเรื่องเงินคุณไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เพราะปกติผมก็ไม่ค่อยได้ใช้เงินสักเท่าไหร่

 

                        นิคเป็นคนตรงเวลาและรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเองไม่ยอมให้ผิดพลาด เขาถูกฝึกให้โตมากับระเบียบวินัยและกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

 

                        “เชิญครับคุณทานตะวัน” เขาเป็นชายหนุ่มสุดเท่ในสายตาของสาวน้อยอย่างทานตะวัน นอกจากความรู้สึกอึดอัดประหม่าขัดเขินเมื่อต้องเผชิญหน้ากัน ลึกลงไปนิคยังทำให้ทานตะวันรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเพราะบุคลิกเข้มแข้งปกป้องได้ไม่ใช่ผู้ชายเหลาะแหละเหมือนชายหนุ่มวัยเดียวกันรอบตัวเธอ

****************************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

                       

 

                       

 

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น